War of Emperor สงครามราชันย์จักรพรรดิ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 445,618 Views

  • 1,232 Comments

  • 7,010 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    10,723

    Overall
    445,618

ตอนที่ 228 : ร่วมมือต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

ห่างออกไปไม่ไกลจากตำแหน่งที่หนิงเทียนอยู่มากนัก มันเกิดการปะทะกันอย่างบ้าคลั่งของผู้ฝึกตนในดินแดนแห่งวีรชน หมู่พฤกษาและก้อนหินผาในบริเวณนั้นกระจัดกระจายพังทลายออกไม่เป็นชิ้นดี

“โจรปีศาจเฉียนหยา ข่าวลือที่ว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บนั้นเห็นทีจะเป็นกับดักที่กองโจรพิทักษ์ฟ้าสร้างขึ้นมาสินะ” 

จี้ซวนกล่าวออกขณะที่สองมือของมันแทงหอกอัคคีเทพอาวุธลมปราณในระดับวีรชนในมือของมันเข้าใส่เฉียนหยาราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ 
มันรุกไล่เฉียนหยาให้ถอยหลังไปทีละก้าว สองก้าว บัดนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้นแผ่นหลังของเฉียนหยาจะจนมุมกับหน้าผาขนาดใหญ่ที่ตั้งปิดกั้นเส้นทางถอยของมัน


เฉียนหยามองไปยังจี้ซวนด้วยสายตาเย็นชา แต่ถ้ามองให้ลึกลงไป ภายในแววตาของมันส่ออาการเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
แม้มันจะรับมือขุนพลอัคคีอยู่ตรงนี้ แต่กลุ่มของศัตรูยังมีผู้ฝึกตนในระดับครึ่งก้าวสู่แดนปราชญ์อีกถึงสามคน ที่กำลังไล่ตามกลุ่มของหลี่เฟิงอยู่

เวลานี้เฉียนหยาทำได้เพียงแต่ภวนาให้พวกของหลี่เฟิงหลบหนีไปให้พ้นจากเงื้อมมือของกองกำลังอัคคีโดยปลอดภัย 



ด้วยจิตใจที่ทั้งกังวลและต้องพะวงกับการต่อสู้ตรงหน้านั้น ทำให้จี้ซวนที่มีระดับบ่มเพาะเท่ากันกับมันเป็นฝ่ายรุกไล่อย่างต่อเนื่อง


ซวบ!!! ทันใดนั้นหอกอัคคีเทพ แทงทะลุไหล่ขวาของเฉียนหยาจนเกิดเป็นรูขนาดเท่ากำปั่นอย่างน่าหวาดกลัว 

เฉียนหยาอาศัยพละกำลังของมันกระชากร่างของตัวเองออกจากหอกอัคคีเทพโดยเร็ว เวลานี้ใบหน้าครึ่งคนครึ่งสัตว์ของเฉียนหยาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด


“โจรปีศาจ ถึงแม้ว่าพวกเราจะอยู่ในขั้นที่7เหมือนกัน แต่จิตใจของเจ้าจะต้องสงบลงให้มากกว่านี้ ถึงจะพอเป็นคู่มือของข้าได้” จี้ซวนกล่าวออกอย่างหยิ่งผยอง


ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนจับจ้องซึ่งกันและกันอยู่นั้น เสียงระเบิดดังออกมาจากอีกฝากที่อยู่ไม่ห่างจากจุดที่เฉียนหยาอยู่มากนัก 
ได้ยินเสียงระเบิดดังนั้นมุมปากของจี้ซวนยกยิ้มขึ้นสูง “ดูเหมือนว่าเด็กๆของข้าจะพบเจอหนูสี่ตัวที่หลบหนีไปได้แล้ว เช่นนั้นพวกเรามาจบเรื่องนี้กันเสียทีโจรปีศาจ เฉียนหยา” 

สิ้นเสียงของมัน ทวนอัคคีเทพในมือของจี้ซวนส่องแสงสีแดงเป็นประกาย เวลานี้หอกอัคคีเทพของจี้ซวนมีทั้งพลังและความเร็วมากกว่าปกติถึงสามเท่า 
“นี้คือทักษะต่อสู้ระดับปราชญ์ขั้นสูงที่ข้าไม่เคยใช้มันกับใคร เจ้าจะเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มรสมัน กระบวนท่า เส้นทางแห่งอสรพิษ”สิ้นคำกล่าวของจี้ซวน 

ร่างของมันกลายเป็นประกายไฟสีแดงพุ่งตัดอากาศและเข้าโจมตีใส่ร่างของเฉียนหยอย่างรุนแรง มันคล้ายกับอสรพิษนับร้อยตัวถูกปลดปล่อยออกจากที่ขุมขัง ไม่นานนักรูโหว่เล็กค่อยๆปรากฏตามร่างของเฉียนหยา 
มันค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นจนเวลานี้ถ้าปลายตามองด้วยตาเปล่าก็สามารถนับได้ถึงสิบกว่ารูแล้ว


ขณะนี้โลหิตของเฉียนหยาไหลออกมาราวกับประตูเขื่อนที่แตกออก ดวงตาของมันแดงก่ำ มันพยามรีดลมปราณในร่างของมันออกมาราวกับว่านี้เป็นการใช้พลังออกครั้งสุดท้าย 
ร่างกายครึ่งสัตว์ของเฉียนหยาขยายใหญ่ขึ้น มันบีบบังคับกล้ามเนื้อในร่างของมันให้ขยายออกเพื่อที่จะปิดรูโหว่ที่เกิดจากหอกอัคคีเทพจนหมดสิ้น


จากนั้นมันเปิดปากของด้วยเสียงอันดุร้าย“เข้ามาจี้ซวน ข้าจะไม่ยอมตายจนกว่าจะได้หักแขนละขาของเจ้า เจ้าไม่มีวันตามลูกหลานของกองโจรพิทักษ์ฟ้าไปได้อย่างแน่นอน”


“หึ!! ถึงแม้เจ้าจะฝึกกายาคชสารจำศีลจนถึงระดับหลอมรวม แต่มันก็เป็นเพียงทักษะระดับปราชญ์ขั้นต่ำ 
ไหนเลยจะเอามาเทียบกับทักษะบ่มเพาะหกอัคคีที่เป็นทักษะบ่มเพราะระดับปราชญ์ขั้นสูงที่ได้สืบทอดมาเฉพาะผู้มีสายเลือดหลักแห่งตระกูลจี้เท่านั้น” 



“ก็แค่ทักษะของพวกที่ชอบเล่นกับไฟ มีอะไรให้น่าเอามาคุย” เสียงกล่าวอันเยือกเย็นดังออกมาจากมุมมืดของป่า 
ไม่นานนักร่างของหนิงเทียนค่อยก้าวเท้าออกมาจากมุมมืดนั้น เมื่อหนิงเทียนเดินออกมาหยุดยืนด้านข้างระหว่างเฉียนหยาและจี้ซวนแล้วมันกล่าวออกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“จี้ซวน ถ้าเจ้ายอมถอยไปตอนนี้ ข้าจะลืมเรื่องที่เจ้าเคยสร้างความลำบากให้แก่ข้า แต่ถ้าไม่แล้วละก็ เวลาใดที่ข้าได้ของๆข้าคืนกลับมาเวลานั้นจะเป็นวันที่ตระกูลจี้แห่งเมืองจี้หลินล่มสลายไป” 
แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกจะราบเรียบชวนฟังแต่ความหมายในคำพูดของหนิงเทียนนั้นแม้แต่เด็กห้าขวบได้ฟังยังต้องบังเกิดอาการขนลุกขึ้นด้วยความกลัว



“เจ้าหนุ่ม ข้าไม่รู้ว่าเจ้าซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง แต่ถ้าเจ้าจะสามารถทำได้ช่วยรีบรุดหน้าไปช่วยเหลือกลุ่มของหัวหน้าหลี่ด้วยเถอะ” เมื่อเฉียนหยาได้เห็นหนิงเทียนภายในใจของมันบังเกิดแสงแห่งความหวังขึ้นมา 
มันหาได้สนใจสถานการณ์ของตัวมันเองไม่ มันมีเพียงสิ่งที่กำลังรบกวนสมาธิของมันอยู่คือความปลอดภัยของหัวหน้ากองโจรพิทักษ์ฟ้าอย่างหลี่เฟิง


เวลาเดียวกันนั้น ใบหน้าของจี้ซวนกลายเป็นแข็งค้างและซีดลง มันไม่ได้พุ่งตัวเข้าโจมตีเฉียนหยาต่อแต่อย่างใด มันเพียงแค่หันไปด้านหลังเมื่อพบว่าทุกอย่างเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงก้าวเดินของคน 
มันจึงกล่าวถามด้วยเสียงต่ำ “เยี่ยจางไปไหน แล้วเจ้ารอดจากน้ำมือของเยี่ยจางมาได้อย่างไร” 
แม้ปากของมันจะกล่าวถามออกเช่นนั้นแต่ภายในใจของมันนั้นรู้ดีว่าความเป็นไปได้ที่ลูกน้องคนสนิทของมันจะไม่มีลมหายใจต่อไปแล้วมีมากกว่า9ใน10ส่วน


“เหตุใดถึงถามคำถามที่เจ้าเองก็รู้คำตอบอยู่แล้วเล่า” หนิงเทียนเปล่งเสียงกล่าวตอบอย่างไม่สนใจจากนั้นมันหันไปกล่าวกับเฉียนหยา 
“ต่อให้ข้ารีบเร่งไปช่วยพวกเขาได้แล้วจะมีอะไรดีขึ้น ถ้าตัวเจ้าซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเราพ่ายแพ้และตกตายด้วยน้ำมือของจี้ซวน สุดท้ายแล้วพวกข้าก็ไม่สามารถหนีพ้นจากน้ำมือของมันได้ในภายหลังอยู่ดี 
และถ้าข้าทำตามที่เจ้าต้องการไม่ใช่ว่าเพียงแค่พยามจะยืดเวลาตายออกไปเท่านั้นหรือ?”




เมื่อเฉียนหยาได้รับฟังคำกล่าวของหนิงเทียนภายในใจของมันตกตะลึงถึงความคิดอ่านของเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง 
การคำนวณถึงความเป็นไปได้จากผลต่อเนื่องของการกระทำ นี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถฝึกฝนหรืออ่านจากตำราได้แน่ ถ้ามันผู้นั้นไม่ได้มีประสบการณ์และความเยือกเย็นในการพินิจสถานการณ์และตัดสินใจอย่างเฉียบคม

“เจ้าหนุ่มแล้วเจ้ามีแผนการอย่างไร”

คราวนี้หนิงเทียนใช้การกระซิบทางลมปราณแทนที่จะเปล่งเสียงออกมาเพื่อกันคนแอบฟัง“ข้าไม่มีแผนการอะไรทั้งนั้นแหละ เวลานี้มันถึงคราวที่จะต้องใช้กำลังเป็นตัวตัดสินความเป็นความตายแล้ว 
ทั้งเจ้าและมันอยู่ในระดับบ่มเพาะที่เท่าเทียมกัน จะเสียเปรียบก็แค่ทักษะที่มันฝึกมาดีกว่าเจ้าเล็กน้อยเท่านั้น 

-------------




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #1111 Saytan (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:19

    ขอบคุณครับ

    #1111
    0
  2. #1108 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 228)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 00:06

    ขอบคุณมากกกกกก

    #1108
    0
  3. วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:47
    จัดการแม่ทัพ...
    #1104
    0