Lord Of Heroes : การเกิดใหม่ครั้งนี้เพื่อฟื้นใจผู้นำผองวีรชน

ตอนที่ 8 : บทที่ 1 ตอนที่ 7 เจ้าหญิงแห่งเซราเซีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

บทที่ 1 ตอนที่ 7 เจ้าหญิงแห่งเซราเซีย

 

 

 

“มะ-มาร์รูเซีย…?”

 

เซอซิลเรียกชื่อหนึ่งออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เช่นเดียวกับร่างกายของเขา เด็กหญิงนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาตามชื่อที่เด็กชายเอ่ยออกมา เธอแสดงสีหน้าแปลกใจ และตกตระลึง เช่นเดียวกับนัตย์ตาสีทองนั้นขยายเบิกกว้าง…

 

“คุณรู้ชื่อของเราได้ยังไง?”คำถามนั้นยิ่งทำให้หัวใจของเซอซิลเต้นแรง!

“ผะ-ผมเอง เซอซิล ไง…”เขายังตัวลุกขึ้นมานั่งพิงกำแพง โดยมีเด็กหญิงพิงซบอยู่บนตัวของเขา ซึ่งทันทีที่ได้ยินเด็กชายเอ่ยชื่อของตัวเองนั้น…

“เซอซิล เซอซิล…คุณคือเจ้าของงานเลี้ยงเหรอเจ้าคะ?”

“จำผม…มะ-ไม่ได้เหรอ?”เซอซิลชี้เข้าตัวเอง และคำตอบที่ได้รับนั้น…

“จำ?…พวกเราเคยพบกันมาก่อนเหรอเจ้าคะ?”เมื่อได้ยินแบบนั้น หัวใจของเซอซิลถึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครงั้นเหรอ…

“ขะ-ขออภัย เธอเหมือนกับคนที่ผมรู้จักน่ะ…”กลิ่นอาย พลังศักดิ์สิทธิ์ในรูปแบบวิญญาณเหมือนกัน คงแค่บังเอิญกระมั้ง แต่นามที่สลักวิญญาณ…

“คนรู้จักเหรอ…?”เด็กหญิงเอียงคอขณะที่หางตานั้นยังชุ่มชื้นอยู่ เธอสังเกตเห็นร่างกายของเด็กชายผู้ช่วยเธอออกมา(จากห้องน้ำ)นั้นสั่นเครือ…

*หมับ~!*

“ทะ-ทำอะไรน่ะ!?”เซอซิลท้วงถามออกไปอย่างตื่นตระหนกต่อสิ่งเด็กหญิงได้กระทำ

“กำลังเศร้าอยู่…ไม่ใช่เหรอ?”

“!?”เด็กชายตกใจกับสิ่งที่เด็กหญิงเอ่ย

 

นัตย์ตาสีทองสุกพราวนั้นเงยขึ้นมาสบตาของเขา สายตาของเธอคู่นี้ราวกับมองทะลุลงไปถึงห้วงแก่นแท้ของจิตวิญญาณของเขา ซึ่งมันมีเพียงเธอผู้นั้นที่ทำแบบนั้นได้---เซอซิลยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมา พร้อมกับโอบกอดเด็กหญิงอย่างไม่รู้ตัว

พร้อมกับซุกใบหน้าลงมาบนศีรษะ บนเส้มผมสีทองสุกพราว และนุ่มราวกับเส้มไหมของเด็กหญิง เธอสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้า โหยหา และคิดถึงที่ส่งออกมาจากตัวของเด็กชาย แต่ในความรู้สึกเหล่านั้น เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่าง…ที่ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

เซอซิลนั้นโอบกอดร่างของเด็กหญิงอย่างแนบชิดอยู่นาน จนหัวใจ และร่างกายที่สั่นเครือนั้นกลับมาเป็นปกติ และเมื่อถึงเวลานั้น เขาค่อยๆ คลายห้อมกอดจากเด็กหญิงพร้อมกับเกาแก้มเบาๆ อย่างเขินอายนิดหน่อยต่อสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป…

 

“ขออภัยที่ล่วงเกิน…ครับ”เซอซิลเอ่ยขอโทษพร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อย

“มะ-ไม่ต้องขอโทษหรอกเจ้าค่ะ…ทางนี้เองก็ไม่ได้รังเกียจ…”เด็กหญิงเอ่ยตอบคำขอโทษนั้นอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยขณะที่แก้มทั้งสองนั้นร้อนขึ้นมานิดหน่อย

“แล้วดีขึ้นไหมเจ้าคะ…?”เธอถามออกไปพร้อมวางมือเล็กๆ น่ารักลงบนอกข้างซ้ายของเด็กชาย ในตรงที่หัวใจของเขานั้นเต้นอยู่

“อืม ไหนๆ แล้ว…พวกเราไปหาที่นั่งคุยสบายๆกันดีไหม?”

“นะ-นั่นสินะเจ้าคะ!”พอได้ยินคำชวนแล้ว เด็กหญิงก็รีบตอบรับอย่างอายๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากตัวเด็กชาย พร้อมกับยื่นมือไปหาเขาที่นั่ง-นอนพิงอยู่…

“ขอบคุณ…”

 

เซอซิลกล่าวขอบคุณออกไปพร้อมกับเอื้อมมือของตนออกไปสัมผัสฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กหญิง ก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นโดยระวังไม่ให้กลายเป็นการฉุดเด็กหญิงแทน เมื่อลุกขึ้นมาแล้วเขา และเธอต่างสบตาเล็กน้อย ก่อนจะพากันไปนั่งยังม้านั่งตัวหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากแถวนั้น…

 

“เซอซิล…เซอซิล ฟอน โครเวลส์ บุตรชายคนที่สามของแกรนด์ดยุกโครเวลส์”หลังจากที่นั่งลงแล้วเขาก็เริ่มแนะนำตัวเอง

“มาร์รูเซีย นาส เดอ เซราเซีย เจ้าหญิงลำดับที่สามแห่งราชอาณาจักรเซราเซียเจ้าค่ะ”เธอแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเดียวกับรอยยิ้มอันน่าหลงใหล…แต่ฝ่ายเซอซิลนั้น ถึงกับนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง

“หลานสาวฝ่าบาทวิลเลียม…?”โลกแคบไปไหม

“รู้จักท่านปู่ด้วยเหรอเจ้าคะ!”มาร์รูเซียถามออกไปด้วยท่าทางแปลกใจ

“ฝ่าบาทท่านแนะนำว่าตนเป็นสหายของท่านพ่อน่ะขอรับ”เซอซิลตอบคำถามอย่างสุภาพ เพราะฐานะอีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าหญิง ส่วนเขาเป็นเพียงบุตรชายคนที่สามของตระกูลแกรนด์ดยุก…

“สหายของท่านพ่อ…แปลว่าเป็นเพื่อนกันสินะเจ้าคะ?”เด็กหญิงเอ่ยออกไปพร้อมเอียงคอช้อนตาขึ้นเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้ฝ่ายเด็กชายประหม่านิดหน่อย

“ปะ-ประมาณนั้นขอรับ…”เขาตอบกลับอย่างประหม่า เพราะนอกจากกลิ่นอายแล้ว ใบหน้า และท่าทางของเด็กหญิงผู้นี้นั้น เหมือนกับเธอคนนั้นทุกกริยาเลย…

“งั้นท่านเซอซิล…ไม่ต้องสุภาพกับเราก็ได้นะเจ้าคะ”

“จะดีหรือขอรับ…?”ถึงที่จริงเขาจะยินดีตกลงเลยก็เถอะ แต่ถ้าตอบรับเลยทันทีมันจะดูไม่ดีสักเท่าไหร่นักน่ะนะ…

“แน่นอนเจ้าค่ะ หรือว่า…ท่านเซอซิลไม่อยากเป็นเพื่อนกับเรา…?”หางตาของเด็กหญิงเริ่มชื้น และร้อนอีกครั้ง เซอซิลถึงกับสะดุ้งเฮือก…

“มะ-ไม่มีทาง! ผมยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกับท่านมาร์รูเซียครับ!”เขารีบกล่าวอย่างลนๆ จนความสุภาพมันเข้ากับความห้วนๆ

“งะ-งั้นเหรอ…”พอเห็นอีกฝ่ายรีบรับอย่างลนๆ เธอก็รู้สึกอายนิดหน่อย

“จริงสิ…รูเซีย จากนี้เรียกเรา รูเซียนะ”ถ้าเป็นเพื่อนกันก็ต้องเรียกชื่อเล่นที่มีแต่คนในครอบครัวเรียกกันใช่ไหมล่ะ แต่สิ่งที่มาร์รูเซียชวนเด็กชายนั้น ทำเอาเจ้าตัวแทบลืมหายใจ…

“รูเซียสินะ งั้นจากนี้ก็เรียกผมว่า เซอซิล ตกลงไหม?”

“อืม! จริงสิ! เมื่อเช้าเซอซิลสุดยอดไปเลยนะ!”มาร์รูเซียยอมรับด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะชมออกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า…

“เรื่องพลังเวทสินะ…ขอบคุณ”ตอนนั้นค่อนข้างฉุดละมุน คงหมายถึงค่าพลังเวทที่วัดได้ล่ะมั้ง เพราะเรื่องพรวิเศษ กับธาตุเวทมนตร์ที่เขาครอบครองดูจะไม่มีใครสนใจเลย…

“อือ! ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอก! เซอซิลมีพร ‘การปกปักษ์อันศักดิ์สิทธิ์(Divine Protection)’ เหมือนเราเลยล่ะ!”เธอเอ่ยถึงพรวิเศษที่ตัวเองมีอย่างไม่ปิดบัง…

“เดี๋ยวสิ! ถ้าคนอื่นได้ยิน…”ถึงเขาจะตกใจเรื่องพรนั้นมากก็เถอะ แต่ถ้าเป็นเธอคนนั้นก็ไม่แปลก แต่ว่าเล่นโพล่งออกมากลางทางเดินแบบนี้ไม่ระวังตัวเกินไปแล้ว!

“งืม~คนอื่นได้ยินไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอก…”มาร์รูเซียตอบรับความกังวลของเด็กชาย พร้อมกับเตะสลับขาไปด้วยอย่างไม่ทุกข์เท่าไหร่

“ทำไมถึงมั่นใจแบบนั้น…?”ความมั่นใจสูงเหมือนมาร์รูเซียที่เขารู้จักอีกต่างหากแน่ะ นี่ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าเป็นคนเดียวกันเข้าไปอีกนะ…

“นั่นสิน๊า~เพราะอะไรกัน~!”เธอหันไปยิ้มกริ่มให้เด็กชายอย่างมีซุกซน นั่นทำให้เซอซิลเผลอหลุดยิ้มออกมาให้มาร์รูเซียเห็นอย่างไม่อาจห้ามไว้ได้…

“อ๊ะ! ยิ้มล่ะ!”

“!?”

 

เธอยื่นมือทั้งสองมาสัมผัสใบหน้าของเซอซิลอย่างนิ่มนวลในตอนที่อีกฝ่ายเผลอ มาร์รูเซียเอียงคอพร้อมเผยรอยยิ้มอันน่าลุ่มหลง เซอซิลซึ่งโดนน้ำเสียงอันอ่อนหวาน และมือเล็กๆ นั้นอันอบอุ่นนั้นสัมผัสใบหน้าทั้งสองข้าง

และยังประสบกับรอยยิ้มอันหวานช่ำน่าลุ่มหลง หลงใหลที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เขาหัวใจเต้นแรงเมื่อครั้งสมัยยังเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้แม้แต่จะเป็นผู้ที่มีความกล้า ในยามนี้การที่เขาได้เห็นรอยยิ้มนี้อีกครั้ง มันได้กระตุ้นบางอย่างในห้วงลึกจิตใจ…เขาค่อยยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เธอ

 

“……?”แต่ก็ถูกฝ่ามือเล็กๆ นั้น หยุดไว้โดยการเอามาปิดปากของเขา

“จะ-จู่ๆ ขะ-เข้ามาแบบนั้น…ระ-เราอายนะ”เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเขินอาย และประหม่าอย่างมาก

“!?”เซอซิลที่ประสบกับนัตย์ตาอันสั่นระริกของอีกฝ่าย และเมื่อรวมเข้ากับใบหน้าอันแดงก่ำเป็นลูกตำลึงของเธอแล้วทำเขาแทบลืมหายใจ!

“พะ-พวกเรา! พะ-เพิ่งรู้จักกันนะ…ขะ-ขอเวลาอะ-อีกหน่อย!”เธอถอนมือที่ปิดปากเด็กชายกลับมากุมแก้มทั้งสองข้าง พร้อมกับหันซ้ายหันขวาอย่างอายๆ…

“นั่นสินะ…เพิ่งรู้จักกัน…”เซอซิลเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเคล้าเศร้า นั่นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกังวลนิดหน่อย…

“เซอซิล…อยากจะ-จูบเรา…ขนาดนั้นเลยเหรอ?”เธอกลั้นใจถามออกไปอย่างเขินๆ

“ก็…นั่นสินะ รูเซียน่ารักมากเลยล่ะ ผมเลยเกือบทนไม่ไหว”แน่นอนว่านั่นเป็นคำโกหกที่แฝงไปด้วยความจริงอันน่าเจ็บปวด เขาดันไหวตัวไปตามความรู้สึก และเกือบทำเรื่องไม่สมควรน่าให้อภัย…

“นะ-น่ารัก!…จะชมเด็กผู้หญิงตรงๆ แบบนี้ไม่ได้น๊า~!”อีกฝ่ายจะตั้งตัวไม่ทันแล้วคิดว่าฝ่ายชายแค่ล้อเล่นเอานะ…เพราะผู้ชายชอบแกล้งชมผู้หญิงแล้วดูปฎิกิริยาพวกเธอ

“คงคิดว่า ‘อีกฝ่ายจะตั้งตัวไม่ทันแล้วคิดว่าฝ่ายชายแค่ล้อเล่นเอานะ’ เพราะ ‘เพราะผู้ชายชอบแกล้งชมผู้หญิงแล้วดูปฎิกิริยาพวกเธอ’ สินะครับ”เขาเอ่ยสิ่งที่อีกฝ่ายคิดพลางเผยรอยยิ้มนุ่มละมุน

“อะ-อ่านใจเราอ๋อ!?”ทำไมถึงได้ทักอะไรได้แม่นแบบนี้!?

“อ่านใจ…เปล่าเลย ผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบเย้าหยอกผู้หญิงที่ตัวเองสนใจ เพื่อให้พวกเธอเผยท่าทางน่ารัก น่ารัก…ออกมาน่ะครับ”เซอซิลเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียง และสีหน้าที่เรียบนิ่ง

“ชะ-ชั่วร้าย! ทะ-ทำไมผู้ชายถึงชั่วร้ายแบบนี้!?”มาหยอกคนอื่นเพราะสนใจ ทำไมทำอะไรที่เลวร้ายแบบนี้! มิน่าล่ะท่านแม่ถึงหน้าแดงตลอดเวลาคุยกับท่านพ่อ!?

“ชั่วร้าย…ไม่เลย เพราะความน่ารักของเธอคนนั้นที่เขาสนใจ เป็นเหมือนสิ่งเยียวยาหัวใจของชายผู้นั้นน่ะนะ”ยกตัวอย่างตัวเขาเองเป็นต้นน่ะนะ…

“เยียวยา…จากอะไรเหรอ?”เธอรู้สึกสนใจในคำนั้นอย่างบอกไม่ถูก…

“ความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงาน แรงกดดันจากภาระหน้าที่…หลายอย่างเลยน่ะ ผู้ชายอย่างพวกเราก็มีช่วงเวลาที่ต้องการเผยความอ่อนแอให้ใครสักคนได้เห็น รับฟังน่ะ”เช่นตัวเขาที่รับรู้ถึงทุกอย่างตลอดหลายหมื่นพันล้านปีมานี้…

“เซอซิล…เหนื่อยเหรอ?”คำถามของมาร์รูเซียทำเอาหัวใจของเซอซิลสั่นสะท้าน

“เหนื่อย ไม่หรอก ผมแค่…”แล้วเด็กชายก็เงียบไปเสียดื้อๆ

“แค่อะไรเหรอ~?”จนเด็กหญิงต้องทวนซ้ำด้วยความกระหายใคร่รู้

“อยากพึ่งพา ฝากหัวใจ…ไว้กับใครสักคน”เซอซิลตอบคำถามนั้น พร้อมตวัดนัตย์ตาสีครามจ้องมองเข้าไปยังนัตย์ตาสีทองสุกพราวของเด็กหญิงอย่างจริง

“หะ-หัวใจฝากคนอื่นได้ด้วยเหรอ…?”

“ไม่ได้หมายถึงฝากแบบนั้น…”ไม่ใช่แบบถอดหัวใจไปฝากแบบนั้นสิ ไอ้นั้นมันควักหัวใจเลยมั้งน่ะ

“แล้วที่ว่าอยากพึ่งพาคือ…?”

“บางครั้งก็อยากพึ่งพาใครสักคนบ้าง…ประมาณว่าแบ่งปันความรู้สึกกันน่ะ”ระบงระบายความรู้สึกสารทุกข์สุกดิบอะไรแบบนั้น

“เซอซิลไม่มีคนคุยด้วยเหรอ…?”คำถามของเด็กหญิงทำเอาเซอซิลชะงักวูบ ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีใครคุยด้วยหรอก แต่ว่า…

“ผมมีน้องสาว และก็เมดสาวคนสนิทอยู่…”

“แล้วทำไมถึง…?”เธอเอียงคออย่างสงสัย

“ในบางเรื่องก็ไม่อาจบอกให้พ่อแม่ พี่น้อง คนรู้จักรู้ได้…จริงไหม?”เขาจะระบายความรู้สึก หรือทำตัวอ่อนแอต่อหน้าคนในครอบครัวไม่ได้เด็ดขาด มันจะทำให้พวกเขาเป็นห่วง และทุกข์ใจ…

“ก็จริงนะ…”เธอเห็นด้วยเพราะบางทีเธอเผลอทำอะไรที่ไม่ดี หรือพลาดไป เธอก็ไม่อยากเล่าให้คนในครอบครัวฟังเหมือนกัน…

“ใช่ไหมล่ะ…เพราะงั้นแล้ว รูเซียพวกเรามาพึ่งพาฝากหัวใจกันไหม?”เซอซิลได้ยื่นข้อเสนอที่จะทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นออกไป

“อืม! ถ้ากับเซอซิลล่ะก็! เราตกลง!”เธอเอ่ยตอบรับพร้อมกับเผยรอยยิ้มร่าเริงสดใส และอบอุ่นราวกับอัสดง…จะว่าไปแล้ว

“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น…จริงสิ ผมใช้เวทมนตร์ได้สี่ชนิดน่ะ แล้วรูเซียล่ะ?”

“เราใช้ได้สามน่ะ ก็มีเวทแสง เวทรักษา แล้วก็เวทสุริยะ”เด็กหญิงเอ่ยตอบอย่างไม่ระมัดระวังคนอื่นนอกจากเด็กชายจะได้ยินเลยแม้แต่น้อย

“เวทสุริยะ…อ๋อ เวทมนตร์คุณสมบัติพิเศษสินะ”เป็นพลังแบบเดียวกับเธอผู้นั้นเป๊ะ คงจะเป็นคนเดียวกันอย่างแน่นอนแล้วกระมั้ง…

“ใช่แล้วล่ะ แล้วเซอซิลล่ะ?”ตอนนั้นในงานเธอเห็นแค่ปริมาณพลังเวท กับพรวิเศษเท่านั้นเอง

“ธาตุมืด ธาตุไฟ เวทมิติ แล้วก็เวทไร้ธาตุน่ะ”ก็ที่เขาเซ็ตแปลงไว้ก็มีแค่นั้นน่ะนะ

“สะ-สุดยอด! ใช้เวทคุณสมบัติพิเศษได้ตั้งสองอันแน่ะ!”

“เวทรักษา เวทแสง เวทสุริยะก็เวทคุณสมบัติพิเศษนะ…”ว่าไปแล้ว ถ้าเป็นคนธรรมดาล่ะก็คงถูกยกให้เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วกระมั้ง…ดีว่าเป็นเจ้าหญิง

“งืม~แต่เราใช้ได้แต่เวทสนับสนุน…เวทโจมตีใช้ไม่ได้อ่ะ”พอได้ยินที่อีกฝ่ายบ่น เซอซิลก็ถึงกับแปลกใจ ทำไมจะใช้เวทมนตร์โจมตีไม่ได้…

“เป็นไปไม่ได้…ยกเว้นเวทรักษาไว้อัน เวทแสง กับเวทสุริยะมีบทเวทโจมตีรุนแรงอยู่เพียบเลยนะ”จากประสบการณ์ที่เขาเคยใช้เอง และดูคนอื่นใช้ ทั้งสองเป็นเวทมนตร์ที่เรียกได้ว่า ประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย และก็มีประโยชน์สุดๆ เลยนะ…

“ก็ท่านอาจารย์ว่าแบบนั้นนี่นา…”เธอจะไปเถียง หรือรู้ได้ยังไง

“ซะงั้น…”ยกเว้นเวทมนตร์เฉพาะอย่าง ‘เวทรักษา’ มีเวทโจมตีหมดนะเออ อาจารย์ที่สอนเวทมนตร์ให้มาร์รูเซียไม่ใช่จอมเวทที่มีความรู้เฉพาะทางน่ะสินะ

“อีกอย่างท่านอาจารย์ใช้เวทไฟ กับลม…ไม่ได้ใช้เวทแบบเดียวกับเราด้วย”พอได้ยินแบบนั้น มันก็ยืนยันความคิดของเขา…

“รูเซีย…ผมขอสอนเวทมนตร์ให้แทนท่านอาจารย์ที่ว่าได้ไหม?”รู้สึกทนไม่ไหวกับคำพูดอันไร้ความรับผิดชอบของอาจารย์จอมเวทคนที่ว่าจริงๆ แค่ไม่ใช่จอมเวทเฉพาะก็ตัดสินว่าเวทมนตร์หมวดนั้น ไม่มีเวทโจมตีซะแล้ว เป็นอาจารย์จอมเวทได้ไงเนี่ย…

“เอ๋! เซอซิลใช้เวทมนตร์ได้แล้วเหรอ!?”อย่างเธอเองเพิ่งเรียนได้เดือนกว่าเองนะ

“ได้สิ…ดูนะ”เซอซิลตอบคำถามของมาร์รูเซียซึ่งแฝงไปด้วยความแปลกใจนั้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ เขายื่นมือออกไปข้างหน้า พร้อมกับหงายฝ่ามือ

ข้าขออ้อนวอนต่อจิตวิญญาณสีชาด ขอทรงมอบเปลวเพลิงอันเร่าร้อนโชกช่วงให้ปรากฎขึ้นบนฝ่าพระหัตถ์แห่งข้า <<Fire>>”เมื่อสิ้นเสียงคำร่าย วงเวทสีแดงอันมีสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับมีไฟลุกพึบออกมาจากวงเวทนั้น…

“สะ-สุดยอด! ทำยังไงถึงร่ายเวทยาวๆ ได้แบบไม่เผลอกัดลิ้นตัวเองอ่ะ!?”เซอซิลดับเปลวเพลิงบนฝ่ามือ ก่อนจะรวบรวมคำตอบในหัวที่เหมาะสม…

“อันนั้นคงต้องหมั่นฝึกหน่อย…แต่เอาจริงๆ ถึงจุดหนึ่งไม่ต้องร่ายก็ใช้เวทมนตร์ได้นะ”

“งื้อออ~! เราไม่เก่งขนาดนั้นนน~!”ไร้ร่ายมันเป็นศาสตร์ชั้นสูงเกิดเอื้อมน๊า~!

“เวทไร้ร่ายไม่ยากหรอกนะ…”เซอซิลเอ่ยออกไปพร้อมกับรอยยิ้มอันอ่อนโยน

“ตัวอย่างเช่นแบบนี้…เปาะ!”เพียงแค่ดีดนิ้ว ไฟก็ถูกจุดขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา

“ทะ-ทำได้ไงอ่า!?”มาร์รูเซียท้วงถามออกไป พร้อมใช้สายตาลุกวาวจับจ้องไปยังลูกไฟ ณ ปลายนิ้วเด็กชายที่ลุกพึบขึ้นทันทีที่ดีดนิ้ว

“ฝึกควบคุมนิดหน่อย และก็ทำความเข้าใจ…”

“ฝึก? ทำความเข้าใจ? ไม่เห็นเหมือนที่ท่านอาจารย์สอนเลย…”ไม่เห็นเหมือนกับที่ท่านอาจารย์สอนเลยสักนิด…

“งั้น…ท่านอาจารย์คนที่ว่า สอนแบบไหนกันล่ะ?”การไม่ฝึกควบคุมมันจะบริหารพลังเวทไม่ได้เอาน่า แถมยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้เวทเองด้วยนะ…

“ก็ให้ฝึกร่ายเวทมนตร์จากตำรา กับเรียนทฤษฎี…”

“ขอแนะนำว่า ไล่อาจารย์คนนี้ออกไปเถอะ”ไม่ฝึกพื้นฐาน แต่ให้ข้ามไปฝึกร่ายเลยโดยที่พื้นฐานการควบคุมพลังเวทยังไม่แน่น ช่างสะเพร่ายิ่งนัก…ไหนจะให้ไปเรียนทฤษฎีอีก เวทมนตร์ต้องอาศัยการปฎิบัติเหมือนกับนักรบที่ต้องฝึกร่างกายนั่นแหละ…

“งืม~เราอยากใช้เวทมนตร์ได้แบบเซอซิลจัง~!”

“ระหว่างที่อยู่ที่นี่ ผมจะเป็นคนสอนเวทมนตร์ให้รูเซียเอง…เรียนไปพร้อมๆ เมดกับน้องสาวผมน่ะนะ”ถึงตอนนี้รายนั้นจะช่ำชองแล้วก็เถอะนะ

“เราไม่มีปัญหาหรอก! อีกอย่าง…”เธอยกมือขึ้นมาประสานกันพร้อมกับเงียบไป

“อีกอย่าง…?”เงียบนานจนเซอซิลต้องทวนถามบ้าง เด็กหญิงยิ้มบางๆ

“เราอยากมีเพื่อนที่ผู้หญิงเหมือนกันบ้างน่ะ~!”

“โอ้…พอดีเลยนะ น้องสาวผมจะได้มีเพื่อนด้วย”เขาดีใจจริงๆ น่ะนะ ที่น้องสาวสุดที่รักของเขาจะได้มีเพื่อนฝ่ายเดียวกันบ้าง…

“ดีจัง…แต่เมื่อกี้พูดว่า เมด ด้วยเหรอ?”

“ใช่ เธอชื่อ ‘มาเรียน่า’ น่ะ ไม่ต้องห่วง…เธอเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี”เขาเอ่ยชมถึงเมดสาวผู้อยู่กับเขามาตั้งแต่เกิดให้มาร์รูเซียได้ยิน

 

พอได้ยินคำชมจากเซอซิล มาร์รูเซียเพียงส่งเสียงในลำคอว่า ‘อือออ~!!!’ ลากยาวๆ ก่อนจะชวนเด็ดชายคุยต่ออีกสักพักใหญ่ๆ กว่าจะรู้ตัวว่าพวกตนหายตัวไปจากในงานเลี้ยงนานเกินไป ก็มีทหารกับอัศวินราชองครักษ์มาตามหาพวกเขา และเธอทั้งสองคนพอดี…

 

 

 

 

 

 

คอมเมนท์ ติชม แนะนำ และก็กด 'Favourite' เป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

39 ความคิดเห็น

  1. #28 Redeye69 (@Redeye69) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 13:41

    ขอบคุณครับไรท์
    #28
    0
  2. #17 ImNool3z (@ImNool3z) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:21

    ดีครับดี~
    #17
    0