Lord Of Heroes : การเกิดใหม่ครั้งนี้เพื่อฟื้นใจผู้นำผองวีรชน

ตอนที่ 7 : บทที่ 1 ตอนที่ 6 งานเลี้ยงยามเย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    4 เม.ย. 63

บทที่ 1 ตอนที่ 6 งานเลี้ยงยามเย็น

 

 

 

พิธีศีลเพื่อตรวจสอบความสามารถด้านเวทมนตร์ และเปิดตัวต่อวงสังคมชนชั้นสูงในช่วงเช้านั้น ได้จบลงด้วยความโกลาหลในระดับที่ค่อนจะสาหัสพอสมควร เพราะหากดูจากสีหน้าของท่านพ่อ กับท่านแม่ทั้งสองที่ดูเหน็ดเหนื่อยแล้ว…

ดูท่าระหว่างที่แยกออกไป คงต้องตอบคำถามที่ประดับเข้ามาปานคลื่นลมพายุในมหาสมุทรจนเอียนขยาดเลยเป็นแน่ โดยเฉพาะคำถาม และคำเชิญชวนจากผู้แทนจากดินแดนต่างๆ ที่พยายามทาบทามขอหมั้นเกี่ยวดองทั้งหลายแหล่…

แน่นอนว่าท่านพ่อ และท่านแม่ทั้งสองจะปฎิเสธทันทียื่นคำขาดเลยก็ทำไม่ได้ เพราะมันอาจเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างดินแดนเอาได้ ถึงในด้านกำลังทหารฝ่ายโครเวลส์จะมีกำลังเหนือกว่าทุกดินแดนในแถบพื้นที่แถวนี้

แต่ให้ทำสงครามกันเพราะเรื่องขัดแย้งบ้าบอเพราะทำให้อีกฝ่ายโกรธที่ปฎิเสธการหมั้นหมาย หรือเกี่ยวดองด้วย มันก็คงไม่ใช่เรื่องสมควรสักเท่าไหร่นัก หากทำสงครามด้วยเหตุผลบ้าบอแบบนั้น มีหวังเป็นรอยด่างพร้อยในเกียรติประวัติชีวิตเป็นแน่แหง…

 

“ใต้เท้า(Milord)!”

“อัลวิน?”

 

เรสซิลซึ่งกำลังช่วยลูกชาย และลูกสาวทักทายแขกจากต่างแดนทั้งหลายถึงกับชะงัก ก่อนจะหันไปตามทิศทางที่เสียงตะโกนดังมา ผู้ที่ตะโกนนั้นเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ และแต่งกายในเครื่องแบบทหารสีดำ ไว้หนวดเครายาวราวกับแผงคอซึ่งเป็นสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับเส้นผม

ไม่เพียงเท่านั้น บุรุษร่างสูงใหญ่กำยำผู้นี้ยังมีหู และหางละหม้ายคล้ายสิงโตอีกต่างหาก เมื่อรวมเข้ากับบรรยากาศอันดุดัน และแข็งแกร่งที่แผ่ออกมา บรรดาแขกจากต่างแดนทั้งหลายถึงกับแตกแหวกเปิดทางให้ราชสิห์ผู้นี้เดินผ่านอย่างทันที…

 

“เซอซิล เฟลิเซีย นี่ อัลวิน”เรสซิลแนะนำอีกฝ่ายให้ลูกชาย และลูกสาวได้รู้จัก

“อัลวิน ฟิล ฟราน่าร์ แม่ทัพลำดับที่ 3 ผู้บัญชาการป้อมปราการทางใต้ เป็นเกียรติที่ได้พบพ่ะย่ะค่ะ! นายน้อย(Young Master)! คุณหนู(Little Lady)!”สิงโตหนุ่มแนะนำตัวพร้อมทักเด็กชาย และเด็กหญิงด้วยเสียงที่ดัง และฟังดูฮึกเฮิม…

““เซอซิล ฟอน โครเวลส์ / เฟลิเซีย ฟอน โครเวลส์ ยินดีที่ได้พบ ขอรับ / เจ้าค่ะ ท่านอัลวิน””

 

ทั้งเซอซิล และเฟลิเซียต่างแนะนำตัวรวมถึงทักทายกลับไปอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งท่าทาง หรืออาการหวั่นไหวหวาดกลัว นั่นทำให้สิงโตหนุ่มถึงกับรู้สึกชื่นชมอยู่ในใจขณะจ้องมองลงมายังเด็กชาย และเด็กหญิงที่ต่างกำลังแสดงความเคารพขณะทักทายไปด้วย…

 

“เรานึกกว่าเจ้ามาไม่ได้เสียอีก?”เรสซิลกล่าวอย่างแปลกใจ เพราะจำได้เห็นว่าเส้นทางจากทางใต้ขึ้นมาที่นครแห่งนี้ถูกตัดขาดเพราะหิมะถล่มปิดเส้นทาง…

“ว่ะฮ่าฮ่า~! แค่หิมะถล่มขวางกระหม่อมไม่ให้มาไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะใต้เท้า!”เพราะต่อให้แผ่นดินแยกแตกจากกันในฐานะแม่ทัพทางใต้ก็จะมาให้ได้!

“สุดจริง…แต่ก็ดีแล้วที่เจ้ามาถึงโดยปลอดภัยอัลวิน”เรสซิลตบไหล่ราชสิห์หนุ่มเบาๆ

“เป็นเกียรติของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ!”

“เอาล่ะ เจ้าคงเหนื่อยกับการเดินทาง…จงไปกินดื่มอย่างที่เสียเถอะ”มือนั้นถูกผายออกไปยังโต๊ะซึ่งจัดวางเต็มแน่นไปด้วยของกินมากมายหลากหลายนานาชนิดจากหลายท้องถิ่น

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!”

 

แน่นอนว่าราชสิห์หนุ่มไม่คิดที่จะปฎิเสธแม้แต่น้อย เจ้าตัวกล่าวลาต่อเด็กชาย และเด็กหญิงรวมถึงผู้ซึ่งเป็นนายเหนือหัว ก่อนจะมุ่งหน้าตะลอนลิ้มรสอาหารอันโอชาทั้งหลายตามโต๊ะต่างๆ อย่างสุขขีสุขใจอย่างเห็นได้ชัด…

 

“เห็นแบบนั้น แต่ในยามมีภัยเจ้านั่นพึ่งพาได้สุดๆ…พวกลูกเองถ้าเกิดมีปัญหาก็อย่าลังเลที่จะขอเข้าช่วยเหลือกันล่ะ”เรสซิลหันไปกล่าวกับลูกชาย และลูกสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับพรายกระซิลเพื่อให้ได้ยินกันแค่ตน และลูกๆ

““ครับ / ค่ะ ท่านพ่อ””

 

เมื่อเห็นว่าลูกชาย และลูกสาวเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการจะสื่อ ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาทักทายรับแขกผู้มีเกียรติต่อจากที่ค้างเอาไว้---เซอซิล เขาได้ครุ่นคิดขณะที่ทักทายเหล่าชนชั้นสูงทั้งหลายที่ดาหน้าเข้ามาราวกับคลื่นมอนสเตอร์ที่ถาโถม(?)

นี่มันงานเลี้ยงวันเกิดของเขากับน้องสาว ถึงจะพ่วงงานเปิดตัวต่อวงสังคมชนชั้นสูงด้วยก็เถอะ แต่งานเลี้ยงที่ตัวเอกงานไม่ลิ้มรสชาติอาหารในงานเลยเนี่ย มันใช่งานเลี้ยงของเขา และน้องสาวแน่น่ะเหรอ อย่างกับงานพบปะสังสรรค์มากกว่าซะอีก…

เซอซิลลอบมองไปยังน้องสาวของเขาเฟลิเซียซึ่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าของน้องสาวคนดีที่แม้ในตอนนี้จะยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม แต่สำหรับเขาในฐานะพี่ชายนั้น ย่อมดูออกว่าน้องสาวของเขาเองในตอนนี้กำลังอิดโรย และเหนื่อยล้าอย่างสุดๆ

 

“รบกวนด้วย…มาเรียน่า”เซอซิลกล่าวออกอย่างแผ่วเบา โดยที่ริมฝีปากดูเหมือนไม่ได้ขยับเลยแม้แต่เพียงเล็กน้อย แต่ก็…

“เจ้าค่ะ นายน้อย”เมดสาวซึ่งในเวลานี้แต่งกายกลมกลืนราวลูกคุณหนูก็ปรากฎตัวขึ้นข้างหลังทั้งเซอซิล และเฟลิเซีย

“หือ…มีอะไรรึ?”เรสซิสหันไปไปถามเมดสาวซึ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้…

“นายหญิงทั้งสองต้องการพบ คุณหนูเฟลิเซียเจ้าค่ะ นายท่าน”พอได้ยินแบบนั้น เรสซิลก็เหลือบมองลูกสาวของตัวเอง…

“งั้นรึ…ลูกไปหาแม่ก่อนเถอะ เฟลิเซีย”ผู้เป็นพ่อนั้นเข้าใจความหมายในทันที จึงกล่าวกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ…

“ท่านพี่…”เธอเอื้อมมากระตุกผ้าคลุมไหล่พี่ชายตัวเองเบาๆ พร้อมช้อนสบตา…

“เดี๋ยวพี่ตามไป…น้องไปหาท่านแม่ก่อนเถอะ”เซอซิลกล่าวพร้อมกับลูบหัวน้องสาวตัวเองเบาๆ

“อืม รีบตามมานะ…”เฟลิเซียที่ได้รับการลูบหัวจากพี่ชายสุดที่รักก็ยอมไปแต่โดยดี จนตอนนี้เหลือแค่เซอซิล และก็เรสซิลรับมือกับแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายที่ดูแล้วทำไมมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!?

 

ถ้าถามว่าพวกท่านพี่ไปไหน คงต้องตอบว่า 'ไม่รู้เหมือนกัน' ส่วนถ้าถามว่าทำไมถึงไม่มาช่วยรับแขก คำตอบคงจะเป็น 'นี่เป็นงานเลี้ยงของน้อง น้องต้องรับมือด้วยตัวเอง' นั่นแหละ ถึงจะฟังดูไร้เยื่อใยในฐานะพี่น้อง แต่มันก็เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ

แต่ว่าการที่ต้องรับแขกในงานเลี้ยงวันเกิดตัวเองจนไม่มีเวลาได้เพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงเนี่ย ค่อนข้างจะทะแม่งไปหน่อยนะ ถึงจะห่างหายจากออกเรื่องพวกนี้มานาน แต่งานเลี้ยงวันเกิดควรจะเป็นวันสบาย สบายไม่เครียดสิ…

แขกคนแล้วคนเล่าเอาแต่เชิญชวนให้ไปเยี่ยมเยือนที่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขา และเธอกันอย่างออกนอกหน้าสุดๆ ไม่เพียงแค่นั้นยังประเคนถึงลูกสาว หรือเครือญาติของตัวเองที่เป็นผู้หญิงอย่างไม่เกรงอกเกรงใจท่านพ่อที่อยู่ข้างๆ เลย…

แล้วอะไรล่ะนั่น พอเสนอลูกสาวแล้วทางนี้ไม่ตอบรับ เลยเสนอลูกชายให้แทน(?) ขายลูกขายหลานกันซะจริง แล้วทางนี้ก็ไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นสักหน่อย และไม่ได้มีความสนใจจะเปิดเส้นทางนั้นเลยด้วย ที่สุดแล้วพวกแขกทั้งหลายขยันยื่นข้อเสนอบันเทิงใจมาเหลือเกิน…

 

“ไม่นึกว่าเจ้าจะเป็นคนสุดท้าย”เรสซิลเอ่ยขึ้นต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติซึ่งเป็นคิวลำดับสุดท้าย…

“ใครใช้ให้ลูกเจ้าทั้งสองคนเสน่ห์แรงกันเล่า!”บุรุษผู้เป็นแขกคนสุดท้ายเท้าเอว พร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นมาราวกับตั้งใจกวนประสาท

“ข้าก็เซอร์ไพรส์พอๆ กับแขกทุกคนนั่นแหละ…”เซอซิลถึงกับเงยหน้ามองผู้เป็นบิดาที่คุยอย่างเป็นกันเองกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจำนวนคนที่ท่านพ่อของเขาจะคุยแบบนี้ด้วย นั้นน้อยนักหากไม่นับท่านแม่ทั้งสองคน และก็ท่านที่ปรึกษา…

“ก็สมควรอยู่หรอก…”บุรุษปริศนาเบนนัตย์ตาสีฟ้าอ่อนลงมายังเด็กชายผู้เงียบขรึม และมีบรรยากาศอันโศกเศร้าแผ่ออกมาตลอดเวลา…ซึ่งเด็กชายรู้ตัวว่าถูกจ้องอยู่

“บุตรชายคนที่ 3 เซอซิล ฟอน โครเวลส์ ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ ท่าน…?”เขายกมือขวาเคลื่อนไปแนบที่อกซ้าย พร้อมกับแนะนำด้วยอย่างสุภาพ…

“สุขุม และสุภาพเกินเด็กทั่วไปจริงๆ…ได้พ่อมาเยอะใช้ได้เลยว่าไหม~?”คำถามนั้นถูกยิงไปหาเรสซิลซึ่งได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ฝ่าบบุรุษปริศนาหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาแนบที่อกซ้ายของตนเองบ้าง…

“วิลเลียม นอร์ เดอ เซราเซีย อดีตราชาองค์ที่ 13 แห่งราชอาณาจักรเซราเซีย”นัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มของเซอซิลถึงกับเบิกกว้างอย่างแปลกใจครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับเป็นปกติ

“ท่านพ่อไม่สนธนาห้วนๆ เกินไปกับฝ่าบาทรึขอรับ”ผู้เป็นบิดาที่ได้ยินคำถามแบบนั้นจากลูกชาย ก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่…

“เซอซิลเอ๋ย พ่อเจ้ากับเราน่ะเป็นสหายสนิทกันมาเนินนานแล้วน่ะ…ไม่เสียมารยาทหรอก”บุรุษผู้มีนัตย์ตาสีน้ำฟ้าอ่อน และมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มกล่าวพร้อมสะบัดผ้าคลุมไหล่ที่มีตรารูปสัญลักษณ์นกอินทรีไปทางด้านหลัง…

“สหายของท่านพ่อ? อดีตราชา?”อีกฝ่ายยังดูหนุ่มเกินกว่าจะสละราชบัลลังก์นะ

“สงสัยสินะ เห็นแบบนี้เราก็อายุปาเข้าไป 70 แล้วน่ะ…”

“เซอซิล เจ้าวิลเลียมน่ะมีสายเลือดภูติจากบรรพบุรุษค่อนข้างเข้มข้น…เลยทำให้หง่อมช้า ส่วนราชาองค์ปัจจุบันนั้น คือ ลูกชายน่ะ”เรสซิลอธิบายไขข้อสงสัยเพิ่มเติมให้กับลูกชาย…

“หง่อมช้า…ปากเสียนะเจ้า”อายุยืนต่างหาก อายุยืน ไม่ได้แก่ช้า…

“ก็นั่นเป็นความจริง แต่เจ้าไม่คิดว่าตนสละบัลลังก์เร็วไปรึ?”

“ข้าครองราชย์ตั้ง 50 ปีเชียวน่า…อีกอย่างข้าอยากให้เจ้าลูกชายเป็นผู้ใหญ่สักที”อดีตกษัตริย์กล่าวพร้อมมองออกไปยังข้างนอกซึ่งมืดมิด และหนาวเย็น มีเพียงแสงไฟจากบนกำแพงล้อมพระราชวังปราสาทแห่งนี้เท่านั้นที่สว่างเล็ดลอดให้เห็น…

“…งั้นรึ แล้วนี่เจ้าไม่พาผู้ติดตามมาด้วยเลยหรือ?”ถึงจะเป็นอดีตกษัตริย์ แต่การเดินทางข้ามแดนมาคนเดียวจะเป็นอะไรที่วู่วามเกินไปแล้ว…

“จะเป็นแบบนั้นได้ไงเล่า ข้าน่ะพาหลานคนเล็กมาเที่ยวด้วยต่างหาก”พอได้ยินแบบนั้น เรสซิลเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“นี่เจ้าพาหลานสาวควบม้าผ่าพายุหิมะมาเลยรึ?”สงสารเด็กโดยแท้

“พูดเป็นเล่น มาทางปกติสิ ใครจะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น…”หลานสาวทางนี้เพิ่งจะห้าขวบ ขืนผ่าพายุหิมะก็มีหวังเป็นไข้กันพอดีสิ…

“แล้วหลานสาวเจ้าไปไหนเสียแล้วล่ะ?”

“ข้าคิดว่าคงน่าเบื่อแย่…ที่ต้องมาคอยเข้าแถวรอทักทายเจ้าของงาน เลยให้ไปเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงโดยที่มีผู้ติดตามคอยดูแลน่ะ”คำตอบนั้นทำเอาเซอซิลรู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง

“ถ้าเป็นงานคนอื่น คงโดนโวยไปแล้วนะเจ้า…”

“ก็เพราะว่านี่ไม่ใช่งานคนอื่นไงล่ะสหาย”วิลเลียมตอบสวนพลางส่งรอยยิ้มที่แลดูกวนประสาทสุดๆ ด้วย นั่นทำให้เซอซิลได้รู้ว่าท่านพ่อของเขาก็มีเพื่อนเหมือนกันกับคนอื่นเขาด้วย…

“เซอซิลลูกไปเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงเถอะ…”เรสซิลกล่าวกับลูกชายเบาๆ

“ถ้าเช่นนั้น…ขอลานะขอรับ”

 

มีหรือเขาจะปฏิเสธโอกาสที่ถูกยื่นมา เซอซิลยกมือขึ้นแตะอกซ้ายอีกครั้งเพื่อแสดงความเคารพ ก่อนจะแยกตัวออกมาจากผู้เป็นบิดา และรีบกลับไปรวมตัวกับน้องสาว ซึ่งปรากฏว่ากำลังโดนเพื่อนๆ ของท่านแม่ทั้งสองของพวกเขาล้อมไว้อยู่…

นี่เฟลิเซียน้องสาวสุดที่รักของเขาหนีเสือปะจระเข้อย่างนั้นหรือนี่ เซอซิลรู้สึกใจหาย ไม่นึกว่าความหวังดีต่อน้องสาวจะเป็นการทำให้เจ้าตัวไปเจอกับสิ่งที่น่ากลัวกว่า---แต่พอมองดูดีๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนของท่านแม่มิเรียมากกว่าท่านแม่อาร์เรเซีย

ซึ่งมีตั้งแต่ซัคคิวบัส นิมฟ์ อิมพ์ แวมไพร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเผ่าสายราคะทั้งนั้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อเขาอย่างมากหากจะเข้าไปหาเฟลิเซียผู้เป็นน้องสาว เพราะฉะนั้นแล้ว---เซอซิลตัดสินใจจะไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาทำใจให้พร้อมต่อความเสี่ยงในชีวิตซะก่อน…

ท่ามกลางทางเดินอันสว่างไสวสองฝั่งทางมีชุดเกราะเปล่า และประติมากรรมทั้งหลายประดับอยู่ให้เห็นไม่ว่างตา เด็กชายผู้มีเส้นสีดำรัตติกาล และนัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มก้าวเดินไปบนทางเดินอันทอดยาวนี้มุ่งหน้าสู่ห้องบรรเทาทุกข์(ห้องสุขา)ตามลำพัง

แม้ภายในพระราชวังปราสาทหลังใหญ่นี้จะมีคริสตัลเวทมนตร์คอยสร้างความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าบนทางเดินอันทอดยาวนั้น ก็ยังทำให้ผู้สัญจรเดินผ่านรู้สึกหนาว และเปล่าเปลี่ยวได้อยู่ดี ปราศจากซึ่งทหารยามเดินลาดตระเวน

และเหล่าอัศวินคอยอารักขารวมถึงเหล่าคนรับใช้ที่คอยประจำตามจุดต่างๆ สภาพทางเดินในตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรเลยกับทางเดินในพระราชวังร้าง คงเพราะเหล่าคนรับใช้ทั้งหลายต้องคอยต้อนรับแขกดันหมดจึงไม่ปรากฎใครให้เห็น

เช่นเดียวกับเหล่าทหาร และอัศวินที่ป่านนี้คงจะตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยรอบๆ โถงจัดเลี้ยงอย่างเนื่องแน่น ทำให้พื้นที่อื่นๆ ในพระราชวังปราสาทแห่งนี้การป้องกันลดลงจนเรียกได้ว่าหละหลวมขนาดที่ว่าเขาอาจพบกับมือสังหารระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำก็เป็นได้…

 

“เราคงมองโลกในแง่ร้ายไปเองมั้ง…”

 

คงไม่มีเจ้าของวันเกิดที่ไหนเดินออกมาเข้าห้องน้ำ แล้วบังเอิญเจอกับมือสังหารหรอกกระมั้ง ถึงจะรู้ตัวว่าตนเองมักมีโชคชะตาให้พบเรื่องปวดหัวปวดใจอยู่บ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยในวันเกิดครบรอบ 5 ขวบ ของการมาเกิดใหม่คงจะไม่มีเรื่องอะไรล่ะมั้ง…

 

'ช่วยด้วย…'

“หือ…”เขาถึงกับชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างที่แผ่วเบาปานภูติพรายกระซิบ(?)

‘ใครก็ได้ ฮะ-ฮึก!’เสียงปริศนานั้นเริ่มสะอื้น เขาได้แต่สอดส่องสายตาไปรอบๆ ก็เห็นว่าทางแยกเดียวที่น่าจะมีเสียงออกมา…

“ห้องน้ำรึ…?”เซอซิลพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เพราะหากเป็นกับดักต่อให้เป็นเขา แต่ตอนนี้อยู่ในร่างของเด็ก 5 ขวบ ถ้าต้องปะทะกับใคร หรืออะไรตอนนี้ต้องแย่แน่ๆ

'ฮือออ~!!!’เสียงร้องไห้ดังออกมาจากอีกด้านหนึ่งของประตูซึ่งมีการสลักอักขระอักษรเวทมนตร์บางอย่างเอาไว้ ซึ่งหากดูจากป้ายที่แปะไว้แล้ว…

“ ‘ประตูห้องน้ำเสีย ห้ามปิด’…”แถมยังเป็นประตูห้องน้ำหญิงที่มีการสลักเวทมนตร์ป้องกันผู้ชายเข้าไปซะด้วย ถ้าไปแตะโดยไม่ได้รับอนุญาตมีหวังโดยทหาร-อัศวินรุมทึ้งแหง

‘ฮือ…ช่วยด้วยยย!!!’คนที่อยู่ข้างในห้องน้ำหญิงตะโกนทันทีที่รู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ข้างนอก นั่นทำให้เซอซิลก็ไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่นัก จึงต้อง…

“ถอยให้ห่างจากประตู…”

 

ทันทีที่กล่าวออกไปแบบนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปวางทาบบนประตูไม้ซึ่งสลักด้วยอักขระเวทมนตร์ป้องกันระดับสูง ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเขาได้เสียงวิ่งจากอีกฝั่ง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทำตามที่ว่าให้ถอยจากประตูจริงๆ

อย่างที่บอกไปว่า ประตูห้องน้ำหญิงมันมีการลงอาคมป้องกันผู้ชายเข้าไปอยู่ แน่นอนว่าทันทีที่เซอซิลสัมผัสประตูวงเวทสีทองก็สว่างขึ้นมาพร้อมกับส่งกระแสไฟฟ้าที่แรงพอจะทำให้ผู้ใหญ่ล้มทั้งยืนได้ใส่เขาซึ่งเป็นผู้สัมผัส…

เพราะงั้นหากเด็กธรรมดาโดนเข้าไปล่ะก็ ต้องมีปางตายอย่างแน่นอน ที่จริงต้องบอกว่า ‘ตาย’ แน่นอนจะดีกว่า แต่ก็อย่างที่บอก ‘หากเป็นเด็กธรรมดา’ น่ะนะ---เขาเริ่มส่งกระแสพลังเวทของตัวเองเข้าไปแทรกแซง และวิเคราะห์โครงสร้างของอาคมป้องกันนี้ไปด้วย

เวทมนตร์(อาคม)ที่ลงไว้กับประตูบานนี้ อยู่ในหมวด ‘ป้องกัน และตอบโต้’ ลำดับแรก บุรุษเพศจะไม่สามารถเปิดประตูได้ ลำดับต่อมา ประตูจะใช้เวทมนตร์ตรึงมือของบุรุษเพศที่สัมผัสประตูไว้ พร้อมกับยิงเวทสายฟ้ากำลังปานกลางออกไปเพื่อให้เป้าหมายหมดสภาพ

ก่อนจะปิด ลำดับสุดท้าย ส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังทหาร และอัศวินในระยะ 50 เมตร หรือก็คือ ผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้รีบรุดหน้ามาช่วยอิสตรีซึ่งอยู่ในห้องน้ำ และจับกุมเจ้าบุรุษเพศวิตถารที่พยายามบุกเข้าห้องน้ำหญิง…

จากลำดับการทำงานที่ว่ามา คนต้นคิด และลงอาคมเวทมนตร์พวกนี้นั้น เป็นพวกจอมเวทชั้นสูงอย่างแน่นอน และต้องไม่ใช่จอมเวทชั้นสูงธรรมดาอีกด้วย แถมหัวคิดยังล้ำหน้าอย่างเหลือเชื่อ---แต่ทั้งหมดที่ว่านั่น ไม่ได้ผลกับเขาหรอก

เซอซิลทำการหยุดลำดับการทำงานที่จะส่งสัญญาณไปยังกองทหาร และอัศวินเอาไว้เป็นอันดับแรก ก่อนจะเข้าไปหยุดการทำงานของเวทมนตร์สายฟ้าที่โจมตีสวนออกมา พร้อมกับปลดล็อกอาคมป้องกันที่ทำงานผิดพลาดจนขังคนข้างในไม่ให้ออกมา

สายฟ้าสีทองซึ่งโจมตีออกมานั้นพลันแตกสลายกลายเป็นระอองแสงสีทองธรรมดา พร้อมกับวงเวทที่แสดงออกมานั้นมลายสลายหายไปเหลือแต่เพียงประตูที่ค่อยๆ แง้มออกอย่างช้าๆ แต่ทันใดนั้นเอง ประตูก็ถูกกระชากเปิดจากข้างใน!

 

“ฮะ-ฮือออ~!!!!!”

“!?”เซอซิลถึงกับผงะ

 

พร้อมเผยสีหน้าตื่นตระหนก และตกใจอย่างที่ไม่เคยเผยให้ใครได้เห็นมาก่อนในชีวิต เด็กหญิงผู้มีนัตย์ตาสีทองสุกพราว เช่นเดียวกับเส้นผมที่ยาวสลวย และม้วนเป็นลอน เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวที่ตรงชายนั้นเป็นจีบดอกไม้สวยงาม

รูปร่างของเด็กหญิงนั้นผอมเล็กบาง และเธอมีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักชวนให้รู้สึกเอ็นดู และอยากปกป้องกลิ่นกายของเธอนั้นเหมือนกับแสงอาทิตย์อัสดงซึ่งยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำให้หัวใจของเซอซิลนั้นเต้นแรงอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานาน…

เด็กหญิงปริศนานั้นพุ่งโผเข้าซบแผ่นอกของเซอซิล และโอบกอดเขาแน่น พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายบนตัวของเซอซิลซึ่งบัดนี้หงายหลังล้มนอนราบอยู่บนพื้นหน้าห้องน้ำหญิง ด้วยความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นในใจต่อกลิ่นอายสัมผัสของเด็กหญิงที่ละหม้ายคล้ายเหมือนใครบางคน…

 

 

 

 

 

 

คอมเมนท์ ติชม แนะนำกันได้เต็มที่นะครับ~✓

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

39 ความคิดเห็น

  1. #27 Redeye69 (@Redeye69) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 12:32
    ขอบคุณครับไรท์
    #27
    0
  2. #16 ImNool3z (@ImNool3z) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:20
    หึ้ยย จะใช่รึปล่าวน้า~
    #16
    0