นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย Love this free style

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

*นิยายเรื่องนี้ มีการแต่งเพิ่มขึ้นมาจากในอนิเมนะครับ เรื่องที่แต่งนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นนะครับ*


 ความรักคืออะไรกันนะ



“เฮ้ โชตะ” เสียงของไมค์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ ผมเรียกขึ้น ตอนนี่พวกเราสองคนกำลังเดินออกจากร้านอาหารแห่งหนี่งเพื่อที่จะกลับบ้าน

“?” ผมหันหน้าไปมองไมค์ที่ยืนมองหน้าอยู่ข้างๆ

“นายไม่คิดอยากจะมีแฟนเหมือนกับคนอื่นบ้างหรอ?” คำถามไร้สาระอีกแล้ว

“ความรักมันคืออะไรฉันยังไม่เข้าใจเลย” ผมพูดแล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้าเหมือนเดิม

“โอ้ยยยย นายอย่ามาโอเวอร์หน่อยเลย....”แล้วไมค์ก็บ่นอะไรก็ไม่รู้ให้ผมฝันมาตลอดทาง

สำหรับผม ไอซาวะ โชตะ ที่อายุก็ปาไปเลขสามแล้วอย่างผม ก็ยังไม่เคยเข้าใจถึงคำว่าความรักเลยสักครั้ง หรือเพราะผมยังไม่เคยเจอกับความรักที่ใคร ๆ ต่างก็มีและพบเจอกันนะ บางครั้งผมก็คิด ว่าเรื่องความรักนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและน่ารำคาญมากสำหรับตัวเอง นั้นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่เคยพบเจอกับความรักสินะ แต่ความคิดเหล่านั้นก็เริ่มหายไป เมื่อผมได้พบเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ชายที่เปรียบเหมือนฟ้าหลังฝน ชายที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ โทชิโนริ ยากิ หรือออลไมท์ นั้นแหละ ชายที่มาพร้อมกับรอยยิ้มการค้าบนใบหน้าแบบนั้น ครั้งแรกที่ได้เจอกับเขาคือวันที่ผอ.ได้บอกกับอาจารย์ทุกคนที่สอนในยูเอ ว่าออลไมท์จะมาเป็นอาจารย์ในยูเอ และนั้นก็ทำให้ผมได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเขา มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับอาจารย์ทุกคน จากชายที่ทีรูปร่างใหญ่ที่ตอนนี้เป็นเพียงชายรูปร่างผอมแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่ผมหันไปสบตากับเขา ก็มักจะได้รอยยิ้มที่สดใสยิ้มส่งมาให้ทุกครั้ง ถึงมันจะเป็นรอยยิ้มโง่ ๆ แต่มันก็ทำให้ใจผมเต้นแรงทุกทีเลย ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน?

และแล้วช่วงเวลาแห่งการเปิดเรียนวันแรกก็ได้เริ่มต้นขึ้น ตัวผมนั้นได้เป็นอาจารย์ประจำห้อง 1-A ร่วมกับออลไมท์ การเรียนการสอนในช่วงเช้านั้นก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และออลไมท์ก็ได้พานักเรียนห้อง 1-A ไปซ้อมต่อสู่ ส่วนตัวผมก็นั่งดูเด็กนักเรียนห้องผมซ้อมต่อสู่ผ่านจอวีทีอาร์ ถึงนักเรียนในห้องนั้นจะดูดื้อไปบ้าง แต่ทุกคนก็เชื่อฟังคำพูดของผมเป็นอย่างดี และเวลาก็ดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเย็น อีกแค่แปบเดียวก็จะได้กลับไปนอนแล้ว......

“ไอซาวะคุง” เสียงของออลไมท์ที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ นั้นเรียกขึ้นมาทำให้ผมหันไปให้ความสนใจกับชายที่เรียกชื่อผมแทนเอกสารที่วางไว้บนโต๊ะ เขาส่งยิ้มมาให้กับผมแล้วยกมือขึ้นเกาหลังคอของตัวเอง

“มีอะไรงั้นหรอครับ”

“เออ คือว่า คนอื่นๆกลับกันหมดแล้วนะ ไอซาวะคุงยังไม่กลับหรอ?” และเมื่อผมหันไปมองรอบ ๆ ห้องก็ไม่พบใครตามที่เขาบอกจริง ๆ นี้เราทำงานหรือหลับในวะ? ก็ทำได้แต่บ่นกับตัวเองในใจแล้วเริ่มเก็บของเท่านั้นแหละ

“ถ้าไม่รังเกียจ กลับบ้านพร้อมกันไหม” ออลไมท์ที่ยืนเงียบไปสักพักพูดขึ้นมา

“ได้ครับ” ผมตอบเขาแล้วเดินออกจากห้องพักอาจารย์ไปพร้อมกับออลไมท์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ บรรยากาศในตอนนี้ค่อนข้างเงียบสงบ คงเพราะทั้งอาจารย์และนักเรียนก็ต่างกลับบ้านกันหมดแล้วก็คงเหลือแค่เพียงเค้าสองคนนี้แหละที่กลับช้ากว่าคนอื่น แต่แบบนี้ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว

“นี้ไอซาวะคุง”

“ครับ?”

“ไอซาวะคุงเนี่ย ชอบดอกไม้หรือป่าว” อะไรของเขา อยู่ๆมาถามทำไมวะเนี่ย?

“ก็...นิดหน่อยนะครับ”ผมตอบออกไปแล้วหันไปมองหน้าคนที่ถาม

“งั้นหรอ” ออลไมท์ตอบแล้วยิ้มออกมา บางทีผมก็สงสัยยิ้มบ่อยขนาดนี้ไม่เมื่อยปากบ้างหรอ? แต่ก็คงได้แต่คิดในใจต่อไป

“ทำไมหรอครับ?”

“ป่าว ไม่มีอะไรหรอก” บทสนทนาจบลงแค่นั้น แล้วเราทั้งสองคนก็เดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านของตนเอง

และการสอนวันที่สองก็เริ่มต้นขึ้น ตอนนี้ผมกำลังเดินออกจากห้องพักอาจารย์เพื่อไปยังห้อง 1-A เพื่อไปเข้าให้ทันโฮมรูมช่วงเช้าของวันนี้ หวังว่าวันนี้จะไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นนะ

“อาจารย์ไอซาวะคะ” เสียงเรียกของใครสักคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อผมหันไปตามเสียงเรียกก็เจอกับ อาชิโด้  มินะ นักเรียนห้องของผมเอง เธอเห็นผมที่หันไปให้ความสนใจเธอแล้วก็ยกยิ้มขึ้นแล้วรีบวิ่งมาหาผมโดยในมือของเธอถือช่อดอกไม้อยู่

“ทำไมยังไม่เข้าห้อง?”

“พอดีว่ากำลังตามหาอาจารย์อยู่นะคะ” อาชิโด้พูดแล้วยืนช่อดอกไม้มาให้กับผมพร้อมกับยิ้มออกมา แต่เอามาให้ผมทำไม? แล้วทำไมเธอต้องทำท่าดีอกดีใจอะไรขนาดนั้นด้วย

“????”

“ไม่ต้องทำหน้างงแบบนั้นหรอกค่ะอาจารย์ มีคนฝากให้หนูเอามาให้อาจารย์ละ อ๊ะต้องรีบแล้วเดี๋ยวไม่ทันโฮมรูม” อาชิโด้พูดเสร็จก็ยัดช่อดอกไม้มาไว้ในมือของผมแล้วรีบวิ่งเข้าห้องไปทันที เฮ้อออ แล้วผมจะทำยังไงกับช่อดอกไม้นี้ดีละเนี่ย ผมมองช่อดอกไม้ในมือของตังเองสักพักแล้วตัดสินใจเดินเข้าห้องไปพร้อมกับดอกไม่ช่อนี้ แต่จะว่าไปมันเป็นดอกอะไรละเนี่ย?

“อาจารย์มาแล้ว” เสียงของใครสักคนในห้องพูดขึ้นทำให้นักเรียนคนอื่นๆกลับไปนั่งที่กันหมด

“อาจารย์ครับ ช่อดอกไม้นั้นใครให้มาหรอครับ”

“หรือว่าอาจารย์จะเอาไปให้ใครหรือป่าวคะ”

“ฮิ้วววววว”

“ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ” ผมพูดแล้วเดินไปวางของกับโต๊ะตรงหน้าห้องพร้อมกับหันไปมองนักเรียนในห้อง เสียงของนักเรียนในนั้นกลับมาเงียบอีกครั้ง เอาละมาเข้าเรื่องกันดีกว่า แล้วผมก็หยิบกระดาษโน้ตที่จดเนื้อหาที่เด็กนักเรียนห้องนี้ได้ซ้อมต่อสู้ขึ้นมาดูสักพักแล้วพูดออกไป

“เมื่อวานฉันได้ดูการซ้อมต่อสู้ของพวกเธอแล้วนะ บาคุโก เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้วมีความสามารถแท้ๆ”

“ชิ รู้แล้วน่า”

“แล้วก็มิโดริยะ สุดท้ายก็จบที่แขนตัวเองพังอีกแล้วหรอ ถ้าควบคุมอัตลักษณ์ของตัวเองไม่ได้ฉันก็ไม่ให้ผ่านหรอกนะ”

“ครับ...”

“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆถ้าควบคุมมันได้ก็จะทำอะไรได้ตั้งเยอะ รีบๆเข้าละ”

“ครับ!!!” ผ่านไปหนึ่งเรื่อง มีอีกหนึ่งเรื่อง

“มาเข้าเรื่องโฮมรูมกัน” ผมวางกระดาษโน้ตไว้บนโต๊ะแล้วมองไปยังพวกเด็กๆ

“อาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่วันนี้พวกเธอน่ะ ต้องเลือกหัวหน้าห้องกัน” พอผมพูดจบความสงบสุขของห้องก็ได้หายไป...

“ผมครับ ผมอยากเป็นหัวหน้าห้อง!!

“ผมด้วย!!

“หนูก็อยากเป็นค่ะ!!

“ตำแหน่งนี้มีไว้เพื่อผม!!

“หนูก็อยากเป็นค่ะ!!” และเสียงอื่นๆอีกมากมายที่ผมฟังไม่ทัน เด็กห้องนี้คึกคักกันดีจริงๆ แต่ว่าพอฟังๆไปแล้วชักจะเริ่มหนวกหูแล้วสิ ระหว่างที่เด็กๆเถียงกันผมก็หยิบถุงนอนขึ้นมาแล้วใส่ตัวเองลงไปในถุงนอน

“เงียบๆหน่อยได้ไหม!!!!” เสียงขอใครสักคนพูดขึ้นมาทำให้ทั้งห้องหันไปสนใจเสียงนั้นและทำให้ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง เด็กคนนี้ อีดะ เทนยะ งั้นหรอ แล้วอีดะก็เสนอแนวทางการเลือกหัวหน้าห้องให้กับเพื่อนๆ อือ เสนอให้ทั้งห้องโหวตคะแนนเลือกหัวหน้าห้องหรอ เป็นความคิดที่ดี

“อาจารย์คิดว่ายังไงครับ”

“ยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอให้เสร็จทันเวลา” ผมพูดเสร็จพร้อมกับรูดซิปขึ้นมาจนสุดแล้วล้มตัวลงนอนลงไปกับพื้นทันที เวลาผ่านไปสักพักผลการโหวตก็ออกมา คนที่ได้เป็นหัวหน้าห้องคือ มิโดริยะ อิซึคุ และ รองหัวหน้าห้องคือ  ยาโอโยโรซุ  โมโมะ และคาบโฮมรูมก็จบลง

แต่เรื่องวุ่นวายมันยังไม่จบเพียงเท่านั้น.....

“ให้เราได้สัมภาษณ์ออลไมท์ด้วยเถอะค่ะ รู้นะว่าเขาอยู่ในโรงเรียนน่ะ” เสียงของนักข่าวคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับยื่นไมล์มาข้างหน้าของตนเอง ตอนนี้ผมได้แต่ยืนมองจำนวนนักข่าวที่ยืนประชันหน้า ผมและไมค์จึงต้องออกมายืนต้อนรับนักข่าวที่บุกเข้ามาในโรงเรียนครับ

“บอกว่าไม่อยู่ไง” ไมค์พูดขึ้น

“ให้เขาพูดหน่อยเดี่ยวเราก็กลับแล้ว” นักข่าวคนหนึ่งพูดขึ้น

“คงให้สัมภาษณ์ไม่ได้หรอก” ผมพูดขึ้นขัดนักข่าวคนนั้น

“ทำการบุกเข้ามาในโรงเรียนแบบนี้มันวินเลินละนะ ซัดให้ปลิวไปเลยได้ไหมเนี่ย” ไมค์หันมาพูดกับผมเบาๆ

“ไม่เอาน่า เดี่ยวก็โดนเอาไปนินทาหรอก รอตำตรวจกันดีกว่า”

“เชอะ” พอรอไปสักพักตำตรวจก็มาถึงและได้พานักข่าวที่บุกเข้ามาออกไปจากโรงเรียน อ่า เรื่องวุ่นวายหมดไปอีกหนึ่งเรื่อง มั้งนะ และผมก็กลับมายังห้อง 1-A อีกครั้ง เพราะมีการขอเปลี่ยนหัวหน้าห้องเป็น อีดะ เทนยะ แทนและวันนี้ผมจะต้องพาเด็กห้อง 1-A ไปดูการสาธิตการสอนให้กับนักเรียนดู โดยจะมีผม ออลไมท์ และอาจารย์อีกคนหนึ่งหรือก็คือหมายเลข13มาช่วยกันสอนการกู้ภัยต่างๆ ผมก็บอกให้ทุกคนเตรียมตัวแล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปรอเด็กๆ ที่รถบัส จะว่าไป วันนี้ผมยังไม่เห็นคุณเลย หวังว่าไปที่ยูเอสเจย์จะเจอคุณนะ ออลไมท์


และตอนนี้ก็มาถึงยูเอสเจย์แล้ว ถึงจะอยู่ไกลจากตัวโรงเรียนก็จริงแต่ก็ใช้เวลาเดินทางมาไม่นานนัก


“กำลังรออยู่เลย” หมายเลข13ที่ยืนรออยู่หน้ายูเอสเจย์ทักขึ้นก่อนจะพาเด็กๆเข้าไปในยูเอสเจย์และพูดโม้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของยูเอสเจย์ให้กับเด็กๆห้องนี้ฟัง จะว่าไปออลไมท์อยู่ไหน?

“หมายเลข13 ออลไมท์ล่ะ เขาควรจะมาถึงได้แล้ว?” ผมเดินเข้าไปถามหมายเลข13

“จริงๆแล้ว ในระหว่างทางที่เขามาที่นี้ เขาใช้พลังไปหมดตอนนี้กำลังพักอยู่ครับ”

“เฮ้ออ ช่วยไม่ได้ละนะ มาเริ่มกันเลย” ผมพูดแล้วเดินหลบไปยืนอยู่ข้างๆ เพื่อให้หมายเลข13เป็นคนพูดเรื่องที่จะสอนเด็กๆในวันนี้ ถึงยูเอสเจย์จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่เราก็ควรจะระวังตัวเผื่อไว้ก่อนละนะ เมื่อหมายเลข13พูดปลุกใจ(?)เด็กๆเสร็จก็ได้เวลาเริ่มลงมือแล้วสินะ

“อย่างแรกเราจะ..” อยู่ๆไฟในอยู่เอสเจย์ก็ดับลงพร้อมกับเกิดหลุมดำขึ้นบริเวณด้านล่างล่านกว้าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วมากจนทุกคนไม่ทันตั้งตัว เมื่อมองดูดีๆก็มีผู้ชายคนนึงเดินออกมาจากหลุมดำนั้น สักพักนึงก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนมากเดินตามออกมาจากหลุมดำด้านหลังของผู้ชายคนนั้น ไม่จริงนั้นมันวิลเลินไม่ใช่หรือไงกัน!!!

"หมาย13 เริ่มทำการอพยพ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง"

"แต่ว่า....."

"ฝากด้วยนะหมายเลข 13" ผมหันไปคุยกับหมายเลข 13 เขาพยักหน้าหนึ่งครั้งแล้วเริ่มทำการอพยพนักเรียกออกจากยูเอสเจย์ทันที

"คิดว่าแกคนเดียวจะจัดการพวกเราทั้งหมดได้อย่างนั้นหรอ" 

"ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก" 


 

 

 

...........To be continue...........

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 เม.ย. 62 / 15:54


 

 

‘ความรักคืออะไรกันนะ’

 

 

 

“เฮ้ โชตะ” เสียงของไมค์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ ผมเรียกขึ้น ตอนนี่พวกเราสองคนกำลังเดินออกจากร้านอาหารแห่งหนี่งเพื่อที่จะกลับบ้าน

“?” ผมหันหน้าไปมองไมค์ที่ยืนมองหน้าอยู่ข้างๆ

“นายไม่คิดอยากจะมีแฟนเหมือนกับคนอื่นบ้างหรอ?” คำถามไร้สาระอีกแล้ว

“ความรักมันคืออะไรฉันยังไม่เข้าใจเลย” ผมพูดแล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้าเหมือนเดิม

“โอ้ยยยย นายอย่ามาโอเวอร์หน่อยเลย....”แล้วไมค์ก็บ่นอะไรก็ไม่รู้ให้ผมฝันมาตลอดทาง

สำหรับผม ไอซาวะ โชตะ ที่อายุก็ปาไปเลขสามแล้วอย่างผม ก็ยังไม่เคยเข้าใจถึงคำว่าความรักเลยสักครั้ง หรือเพราะผมยังไม่เคยเจอกับความรักที่ใคร ๆ ต่างก็มีและพบเจอกันนะ บางครั้งผมก็คิด ว่าเรื่องความรักนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและน่ารำคาญมากสำหรับตัวเอง นั้นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมไม่เคยพบเจอกับความรักสินะ แต่ความคิดเหล่านั้นก็เริ่มหายไป เมื่อผมได้พบเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ชายที่เปรียบเหมือนฟ้าหลังฝน ชายที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ โทชิโนริ ยากิ หรือออลไมท์ นั้นแหละ ชายที่มาพร้อมกับรอยยิ้มการค้าบนใบหน้าแบบนั้น ครั้งแรกที่ได้เจอกับเขาคือวันที่ผอ.ได้บอกกับอาจารย์ทุกคนที่สอนในยูเอ ว่าออลไมท์จะมาเป็นอาจารย์ในยูเอ และนั้นก็ทำให้ผมได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเขา มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับอาจารย์ทุกคน จากชายที่ทีรูปร่างใหญ่ที่ตอนนี้เป็นเพียงชายรูปร่างผอมแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่ผมหันไปสบตากับเขา ก็มักจะได้รอยยิ้มที่สดใสยิ้มส่งมาให้ทุกครั้ง ถึงมันจะเป็นรอยยิ้มโง่ ๆ แต่มันก็ทำให้ใจผมเต้นแรงทุกทีเลย ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน?

และแล้วช่วงเวลาแห่งการเปิดเรียนวันแรกก็ได้เริ่มต้นขึ้น ตัวผมนั้นได้เป็นอาจารย์ประจำห้อง 1-A ร่วมกับออลไมท์ การเรียนการสอนในช่วงเช้านั้นก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และออลไมท์ก็ได้พานักเรียนห้อง 1-A ไปซ้อมต่อสู่ ส่วนตัวผมก็นั่งดูเด็กนักเรียนห้องผมซ้อมต่อสู่ผ่านจอวีทีอาร์ ถึงนักเรียนในห้องนั้นจะดูดื้อไปบ้าง แต่ทุกคนก็เชื่อฟังคำพูดของผมเป็นอย่างดี และเวลาก็ดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเย็น อีกแค่แปบเดียวก็จะได้กลับไปนอนแล้ว......

“ไอซาวะคุง” เสียงของออลไมท์ที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ นั้นเรียกขึ้นมาทำให้ผมหันไปให้ความสนใจกับชายที่เรียกชื่อผมแทนเอกสารที่วางไว้บนโต๊ะ เขาส่งยิ้มมาให้กับผมแล้วยกมือขึ้นเกาหลังคอของตัวเอง

“มีอะไรงั้นหรอครับ”

“เออ คือว่า คนอื่นๆกลับกันหมดแล้วนะ ไอซาวะคุงยังไม่กลับหรอ?” และเมื่อผมหันไปมองรอบ ๆ ห้องก็ไม่พบใครตามที่เขาบอกจริง ๆ นี้เราทำงานหรือหลับในวะ? ก็ทำได้แต่บ่นกับตัวเองในใจแล้วเริ่มเก็บของเท่านั้นแหละ

“ถ้าไม่รังเกียจ กลับบ้านพร้อมกันไหม” ออลไมท์ที่ยืนเงียบไปสักพักพูดขึ้นมา

“ได้ครับ” ผมตอบเขาแล้วเดินออกจากห้องพักอาจารย์ไปพร้อมกับออลไมท์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ บรรยากาศในตอนนี้ค่อนข้างเงียบสงบ คงเพราะทั้งอาจารย์และนักเรียนก็ต่างกลับบ้านกันหมดแล้วก็คงเหลือแค่เพียงเค้าสองคนนี้แหละที่กลับช้ากว่าคนอื่น แต่แบบนี้ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว

“นี้ไอซาวะคุง”

“ครับ?”

“ไอซาวะคุงเนี่ย ชอบดอกไม้หรือป่าว” อะไรของเขา อยู่ ๆ มาถามทำไมวะเนี่ย?

“ก็...นิดหน่อยนะครับ”ผมตอบออกไปแล้วหันไปมองหน้าคนที่ถาม

“งั้นหรอ” ออลไมท์ตอบแล้วยิ้มออกมา บางทีผมก็สงสัยยิ้มบ่อยขนาดนี้ไม่เมื่อยปากบ้างหรอ? แต่ก็คงได้แต่คิดในใจต่อไป

“ทำไมหรอครับ?”

“ป่าว ไม่มีอะไรหรอก” บทสนทนาจบลงแค่นั้น แล้วเราทั้งสองคนก็เดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้านของตนเอง

และการสอนวันที่สองก็เริ่มต้นขึ้น ตอนนี้ผมกำลังเดินออกจากห้องพักอาจารย์เพื่อไปยังห้อง 1-A เพื่อไปเข้าให้ทันโฮมรูมช่วงเช้าของวันนี้ หวังว่าวันนี้จะไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นนะ

“อาจารย์ไอซาวะคะ” เสียงเรียกของใครสักคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อผมหันไปตามเสียงเรียกก็เจอกับ อาชิโด้ มินะ นักเรียนห้องของผมเอง เธอเห็นผมที่หันไปให้ความสนใจเธอแล้วก็ยกยิ้มขึ้นแล้วรีบวิ่งมาหาผมโดยในมือของเธอถือช่อดอกไม้อยู่

“ทำไมยังไม่เข้าห้อง?”

“พอดีว่ากำลังตามหาอาจารย์อยู่นะคะ” อาชิโด้พูดแล้วยืนช่อดอกไม้มาให้กับผมพร้อมกับยิ้มออกมา แต่เอามาให้ผมทำไม? แล้วทำไมเธอต้องทำท่าดีอกดีใจอะไรขนาดนั้นด้วย

“????”

“ไม่ต้องทำหน้างงแบบนั้นหรอกค่ะอาจารย์ มีคนฝากให้หนูเอามาให้อาจารย์ละ อ๊ะต้องรีบแล้วเดี๋ยวไม่ทันโฮมรูม” อาชิโด้พูดเสร็จก็ยัดช่อดอกไม้มาไว้ในมือของผมแล้วรีบวิ่งเข้าห้องไปทันที เฮ้อออ แล้วผมจะทำยังไงกับช่อดอกไม้นี้ดีละเนี่ย ผมมองช่อดอกไม้ในมือของตังเองสักพักแล้วตัดสินใจเดินเข้าห้องไปพร้อมกับดอกไม่ช่อนี้ แต่จะว่าไปมันเป็นดอกอะไรละเนี่ย?

“อาจารย์มาแล้ว” เสียงของใครสักคนในห้องพูดขึ้นทำให้นักเรียนคนอื่น ๆ กลับไปนั่งที่กันหมด

“อาจารย์ครับ ช่อดอกไม้นั้นใครให้มาหรอครับ”

“หรือว่าอาจารย์จะเอาไปให้ใครหรือป่าวคะ”

“ฮิ้วววววว”

“ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ” ผมพูดแล้วเดินไปวางของกับโต๊ะตรงหน้าห้องพร้อมกับหันไปมองนักเรียนในห้อง เสียงของนักเรียนในนั้นกลับมาเงียบอีกครั้ง เอาละมาเข้าเรื่องกันดีกว่า แล้วผมก็หยิบกระดาษโน้ตที่จดเนื้อหาที่เด็กนักเรียนห้องนี้ได้ซ้อมต่อสู้ขึ้นมาดูสักพักแล้วพูดออกไป

“เมื่อวานฉันได้ดูการซ้อมต่อสู้ของพวกเธอแล้วนะ บาคุโก เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้วมีความสามารถแท้ ๆ”

“ชิ รู้แล้วน่า”

“แล้วก็มิโดริยะ สุดท้ายก็จบที่แขนตัวเองพังอีกแล้วหรอ ถ้าควบคุมอัตลักษณ์ของตัวเองไม่ได้ฉันก็ไม่ให้ผ่านหรอกนะ”

“ครับ...”

“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำ ๆ ถ้าควบคุมมันได้ก็จะทำอะไรได้ตั้งเยอะ รีบ ๆ เข้าละ”

“ครับ!!!” ผ่านไปหนึ่งเรื่อง มีอีกหนึ่งเรื่อง

“มาเข้าเรื่องโฮมรูมกัน” ผมวางกระดาษโน้ตไว้บนโต๊ะแล้วมองไปยังพวกเด็ก ๆ

“อาจจะกะทันหันไปหน่อย แต่วันนี้พวกเธอน่ะ ต้องเลือกหัวหน้าห้องกัน” พอผมพูดจบความสงบสุขของห้องก็ได้หายไป...

“ผมครับ ผมอยากเป็นหัวหน้าห้อง!!”

“ผมด้วย!!”

“หนูก็อยากเป็นค่ะ!!”

“ตำแหน่งนี้มีไว้เพื่อผม!!”

“หนูก็อยากเป็นค่ะ!!” และเสียงอื่น ๆ อีกมากมายที่ผมฟังไม่ทัน เด็กห้องนี้คึกคักกันดีจริง ๆ แต่ว่าพอฟัง ๆไปแล้วชักจะเริ่มหนวกหูแล้วสิ ระหว่างที่เด็ก ๆ เถียงกันผมก็หยิบถุงนอนขึ้นมาแล้วใส่ตัวเองลงไปในถุงนอน

“เงียบ ๆ หน่อยได้ไหม!!!!” เสียงขอใครสักคนพูดขึ้นมาทำให้ทั้งห้องหันไปสนใจเสียงนั้นและทำให้ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง เด็กคนนี้ อีดะ เทนยะ งั้นหรอ แล้วอีดะก็เสนอแนวทางการเลือกหัวหน้าห้องให้กับเพื่อน ๆ อือ เสนอให้ทั้งห้องโหวตคะแนนเลือกหัวหน้าห้องหรอ เป็นความคิดที่ดี

“อาจารย์คิดว่ายังไงครับ”

“ยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอให้เสร็จทันเวลา” ผมพูดเสร็จพร้อมกับรูดซิปขึ้นมาจนสุดแล้วล้มตัวลงนอนลงไปกับพื้นทันที เวลาผ่านไปสักพักผลการโหวตก็ออกมา คนที่ได้เป็นหัวหน้าห้องคือ มิโดริยะ อิซึคุ และ รองหัวหน้าห้องคือ ยาโอโยโรซุ โมโมะ และคาบโฮมรูมก็จบลง

แต่เรื่องวุ่นวายมันยังไม่จบเพียงเท่านั้น.....

“ให้เราได้สัมภาษณ์ออลไมท์ด้วยเถอะค่ะ รู้นะว่าเขาอยู่ในโรงเรียนน่ะ” เสียงของนักข่าวคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับยื่นไมล์มาข้างหน้าของตนเอง ตอนนี้ผมได้แต่ยืนมองจำนวนนักข่าวที่ยืนประชันหน้า ผมและไมค์จึงต้องออกมายืนต้อนรับนักข่าวที่บุกเข้ามาในโรงเรียนครับ

“บอกว่าไม่อยู่ไง” ไมค์พูดขึ้น

“ให้เขาพูดหน่อยเดี่ยวเราก็กลับแล้ว” นักข่าวคนหนึ่งพูดขึ้น

“คงให้สัมภาษณ์ไม่ได้หรอก” ผมพูดขึ้นขัดนักข่าวคนนั้น

“ทำการบุกเข้ามาในโรงเรียนแบบนี้มันวินเลินละนะ ซัดให้ปลิวไปเลยได้ไหมเนี่ย” ไมค์หันมาพูดกับผมเบาๆ

“ไม่เอาน่า เดี่ยวก็โดนเอาไปนินทาหรอก รอตำตรวจกันดีกว่า”

“เชอะ” พอรอไปสักพักตำตรวจก็มาถึงและได้พานักข่าวที่บุกเข้ามาออกไปจากโรงเรียน อ่า เรื่องวุ่นวายหมดไปอีกหนึ่งเรื่อง มั้งนะ และผมก็กลับมายังห้อง 1-A อีกครั้ง เพราะมีการขอเปลี่ยนหัวหน้าห้องเป็น อีดะ เทนยะ แทนและวันนี้ผมจะต้องพาเด็กห้อง 1-A ไปดูการสาธิตการสอนให้กับนักเรียนดู โดยจะมีผม ออลไมท์ และอาจารย์อีกคนหนึ่งหรือก็คือหมายเลข13มาช่วยกันสอนการกู้ภัยต่าง ๆ ผมก็บอกให้ทุกคนเตรียมตัวแล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปรอเด็ก ๆ ที่รถบัส จะว่าไป วันนี้ผมยังไม่เห็นคุณเลย หวังว่าไปที่ยูเอสเจย์จะเจอคุณนะ ออลไมท์

และตอนนี้ก็มาถึงยูเอสเจย์แล้ว ถึงจะอยู่ไกลจากตัวโรงเรียนก็จริงแต่ก็ใช้เวลาเดินทางมาไม่นานนัก

“กำลังรออยู่เลย” หมายเลข13ที่ยืนรออยู่หน้ายูเอสเจย์ทักขึ้นก่อนจะพาเด็ก ๆ เข้าไปในยูเอสเจย์และพูดโม้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของยูเอสเจย์ให้กับเด็ก ๆ ห้องนี้ฟัง จะว่าไปออลไมท์อยู่ไหน?

“หมายเลข13 ออลไมท์ล่ะ เขาควรจะมาถึงแล้ว?” ผมเดินเข้าปถามหมายเลข13

“จริง ๆ แล้วในระหว่างทางที่เขามาที่นี้ เขาใช้พลังไปหมดตอนนี้กำลังพักอยู่ครับ”

“เฮ้ออ ช่วยไม่ได้ละนะ มาเริ่มกันเลย” ผมพูดแล้วเดินหลบไปยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อให้หมายเลข13เป็นคนพูดเรื่องที่จะสอนเด็ก ๆ วันนี้ ถึงยูเอสเจย์จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่เราก็ควรจะระวังตัวเผื่อไว้ก่อนละนะ เมื่อหมายเลข13พูดปลุกใจ(?)เด็ก ๆ เสร็จก็ได้เวลาเริ่มลงมือแล้วสินะ

“อย่างแรกเราจะ..” อยู่ๆไฟในอยู่เอสเจย์ก็ดับลงพร้อมกับเกิดหลุมดำขึ้นบริเวณด้านล่างล่านกว้าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วมากจนทุกคนไม่ทันตั้งตัว เมื่อมองดูดี ๆ ก็มีผู้ชายคนนึงเดินออกมาจากหลุมดำนั้น สักพักนึงก็มีกลุ่มคนอีกจำนวนมากเดินตามออกมาจากหลุมดำด้านหลังของผู้ชายคนนั้น ไม่จริงนั้นมันวิลเลินไม่ใช่หรือไงกัน!!!

"หมาย13 เริ่มทำการอพยพ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง"

"แต่ว่า....."

"ฝากด้วยนะหมายเลข 13" ผมหันไปคุยกับหมายเลข 13 เขาพยักหน้าหนึ่งครั้งแล้วเริ่มทำการอพยพนักเรียกออกจากยูเอสเจย์ทันที

"คิดว่าแกคนเดียวจะจัดการพวกเราได้อย่างนั้นหรอ"

"อย่ามาดูถูกพวกเรานะโว้ย" เสียงโวยวานจะวิลเลินที่ยืนอยู่ด้านล่างโวยวายขึ้นมา

“ฮีโร่นะ มักจะมีแผนสองเสมอนั้นแหละ” หลังจากนั้นการต่อสู้ระหว่างผมและวิลเลินก็เริ่มต้นขึ้น

.

.

เจ็บ นี้คือความรู้สึกแรกหลังจากที่ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบๆ ที่นี้คงจะเป็นโรงพยาบาลที่ไหนสักที่แน่ๆ จะว่าไปพวกนักเรียนจะปลอดภัยดีหรือป่าวนะ เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างกายก็ไปไวกว่าความคิด ร่างที่มีแต่ผ้าพันแผลเริ่มขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอนขึ้นมาทันที ถึงจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากแผลตามร่างกาย แต่ก็ยังจะฝืนร่างกายตัวเองจนลุกขึ้นมานั่งบนเตียงได้ในที่สุด 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ ฺBut now i like you :)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 เมษายน 2563 / 01:57
    รออออออ
    #6
    0
  2. วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:12

    รอเก้ออออ

    #5
    0
  3. #4 อะพอลโลบนดวงจันทร์
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 17:13

    รออยู่นะคะ

    #4
    0
  4. #3 mmmn
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:50

    เหตุการณ์usjกำลังจะมาใช่มั้ยคะ555

    #3
    0
  5. #2 KanyapatAutta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 23:22
    รอค่ะ....
    #2
    0
  6. #1 mmnn
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 01:30

    รอเลยยย

    #1
    0