จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 29 : ❀ 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    3 พ.ย. 62







ดอกไม้ดอกที่  29

 

 

Rose  of  Sharon  PUB  เชจู

23.50 น.

 

 

                ขายาวสมส่วน...รีบวิ่งกลับมาที่ผับอีกครั้งหลังจากช่วยเหลือคนตัวเล็กออกมาจากการถูกทำร้าย  สภาพร่างกายที่บอบช้ำยังคงติดตา  ตามเนื้อตัวมีแต่รอยแผล  แก้มนิ่มที่เขาชอบสัมผัสเพื่อแกล้งให้ใครบางคนหึงหวงบ่อยๆเป็นริ้วแดงบวม  และปากบางสีหวานก็มีรอยปริแตกจนเลือดซึม  ร่างสูงเดินเบียดคนในสถานบันเทิงโดยไม่สนว่าจะทำให้ใครหกล้มหรือเกิดความบาดหมาง  เพราะเวลานี้คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ในรถ

 

และกว่าจะเดินขึ้นมาถึงห้องวีไอพีก็กินเวลาอยู่นาน  แถมยังพาลให้รู้สึกหงุดหงิดไปหมดทุกอย่าง  รวมถึง....

 

            ไอ้ชานยอล!!!....มึงไปที่รถกับกูเดี๋ยวนี้  แล้วโทรศัพท์เป็นเหี้ยอะไรโทรไม่ติด??!!?”

 

            “อ้าวว...แบตหมดตั้งเมื่อไหร่วะ?!!

 

            “ไม่ต้องใช้แล้วไอ้สัด!!..รีบตามกูมาที่รถก่อนเหอะ!

 

            “อะไรวะไอ้ชางมิน  มึงเพิ่งมาถึงจะชวนกูออกไปไหนอีก  มาๆ ๆ แดกเหล้าก่อน

 

            “มาเดี๋ยว...นี้!!!!!!!!!!

 

            “โอ๊ยยๆ ๆ  ไอ้เหี้ยชางมิน...เจ็บ  ปล่อยกู!!

 

                ชางมิน  เดินทางมาที่ผับช้ากว่าเพื่อนๆเนื่องจากต้องรีบเคลียร์งานที่บริษัทให้เสร็จก่อนที่ตัวเองจะโดนคุณพ่อที่เป็นประธานบริษัทไล่ออก  แต่พอมาถึงและกำลังขับรถเข้าที่จอด  เขาก็เหลือบไปเห็นคนตัวเล็กกำลังวิ่งข้ามถนนเพื่อไปยังจุดหมายเดียวกัน  ตอนแรกชางมินก็คิดว่าจะรีบจอดรถให้เสร็จและพาแฟนของเพื่อนเดินเข้าไปในผับพร้อมกันเพื่อแกล้งให้คนบางคนอกแตกตาย  หวงแฟนจนไม่ค่อยได้ออกมาเที่ยว...ชางมินจึงอยากควงแบคฮยอนเข้าไปในผับเพื่อยั่วอารมณ์ของวิศวกรหนุ่ม

 

                แต่สิ่งที่คิดจะแกล้ง...ก็กลับกลายไปเป็นอีกเรื่อง  เพราะเมื่อจอดรถเรียบร้อยและกำลังจะเดินข้ามถนนเพื่อมารับคนตัวเล็กเข้าไปในผับพร้อมกัน  แต่เจ้าตัว...กลับถูกชายแปลกหน้าดึงเข้าไปตรอกแคบๆ  ใจหนึ่งก็อยากช่วยตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นภาพแบบนั้น  แต่มันเกรงว่าคนที่ตัวใหญ่กว่าจะมีอาวุธและอาจทำให้เขากับคนตัวเล็กเป็นอันตรายไปมากกว่านี้  ชางมินตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถก่อนคว้าปืนติดตัวมาด้ย  แล้วระหว่างทางที่จะกลับมาที่ตรอกนั้นอีกครั้ง...ก็พยายามโทรหาชานยอลมาตลอด  แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่สัญญาณตอบรับ

 

 

            ก้าวแรก...ที่วิ่งเข้าไปถึงตัวชายแปลกหน้า  ชางมินก็รีบยกอาวุธขึ้นจอศีรษะของมันจากทางด้านหลังก่อนใช้ด้ามปืนตบไปเต็มแรง  เพราะสิ่งที่ได้ยินมันยากเกินจะฟัง  การกระทำเลวพอๆกับคำพูดและคนที่ชายแปลกหน้ากำลังจะข่มขืนก็คือแฟนของเพื่อนสนิท  แต่ต่อให้คนที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นจะเป็นคนที่เขาไม่รู้จัก  ชางมินก็ไม่คิดจะขืนใจใครด้วยวิธีแบบนี้และไม่เคยคิดจะใช้ร่างกายของใครมาเป็นที่ระบายอารมณ์

 

                กูเปิดรถให้แล้ว...มึงเดินไปดูเอง”  เมื่อลากเพื่อนของตัวเองออกมาจากผับและเดินมาถึงลานจอดรถ  ชางมินก็รีบปลดล็อคประตูและยืนหันหลังให้  เพราะไม่อยากเห็นสภาพของคนที่นอนอยู่ในนั้นอีกแล้ว  มันหดหู่  มันน่าสงสารและมันไม่ควรเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นเลยด้วยซ้ำ

 

            “........!!!!!!!”  เหมือนโลกหยุดหมุนเมื่อชานยอลทำตามที่เพื่อนบอก  และได้พบกับร่างของแฟนตัวเล็กที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงเบาะด้านข้างคนขับโดยมีสภาพบอบช้ำและมอมแมมไปทั้งตัว

 

            “มึงรีบพาน้องกลับไปเหอะ  เอารถกูไปเลย  เดี๋ยวกูให้คนไปเอาทีหลัง”  ยื่นกุญแจรถส่งให้เพื่อน  แต่เหมือนสติของชานยอลจะไม่รับรู้อะไรอีกแล้วในตอนนี้  และยังคงยืนนิ่ง...มองร่างของคนที่นอนอยู่ในรถเท่านั้น

 

            สายตาคม...กวาดมองร่องรอยบนใบหน้าน่ารักที่ทำให้เขาหลงใหลอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง  มันเกิดอะไรขึ้นทำไมคนที่เขาทะนุถนอมมาโดยตลอดถึงต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น  สายตาที่มองคนตัวเล็กด้วยความเวทนากลับแข็งกร้าวและเหมือนหัวใจถูกบีบแน่นไปด้วยความโกรธแค้น      

 

            “ใครทำเมียกู!!!”  ใจหนึ่งก็อยากพาแฟนตัวเล็กกลับไปดูแล  แต่ความโกรธแค้นมันมีมากกว่า  ชานยอลปิดประตูรถอย่างเบามือ  และถามเจ้าของรถด้วยน้ำเสียงที่ดุดันพร้อมจ้องตาเพื่อนเหมือนกดดันหรือเค้นเอาคำตอบ

 

            คนถูกถาม...พยายามอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ชานยอลฟัง  และรู้สึกผิดที่เข้าไปช่วยเหลือคนตัวเล็กช้าเกินไป  ถ้าเขาไม่วิ่งกลับมาเอาปืนในรถ  แบคฮยอนอาจไม่เจ็บตัวมากขนาดนี้  แต่...ในสถาการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและการไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าจะมีแค่คนเดียวหรือไม่  ชางมินจึงต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยที่สุด  และดี...ที่แฟนของเพื่อนยังไม่ถูกล่วงเกินไปมากกว่านี้

 

                กูบอกแล้วไง...ว่ากูจัดการมันแล้ว  มึงพาน้องกลับไปเหอะ!!”  เหมือนเรื่องจะไม่จบง่ายๆเพราะวิศวกรหนุ่ม...กำลังควบคุมอารมณ์ไม่ได้  ยิ่งชางมินบอกให้เพื่อนใจเย็น  ทุกอย่างกลับยิ่งร้อนขึ้นเป็นเท่าตัว   

 

            “กูบอกให้เอาปืนมาให้กู!!!  เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนผิวเข้มก็วันนี้ว่าความโกรธแค้นมันเป็นเช่นไร  การเห็นคนรักนอนหลับไม่ได้สติ  เห็นร่องรอยความเจ็บปวดจากการถูกทำร้าย  เห็นบาดแผลที่ทำให้คนอย่างชานยอลต้องลงมือจัดการกับใครบางคนเหมือนอย่างที่เจ้าของโรงแรมเคยทำ

 

            ชางมิน...เดินไปหยิบปืนที่วางอยู่ในรถยื่นให้เพื่อนทันที  เพราะรู้ว่าตอนนี้คงห้ามอะไรไม่ได้อีกแล้ว  และได้แต่ยืนเฝ้าคนเจ็บที่นอนอยู่ในรถตามคำสั่งของคนใจร้อน  จากการนัดรวมตัวของกลุ่มเพื่อนเพื่อดื่มสังสรรค์  กลับต้องมากลายเป็นวันที่ใครบางคนต้องตายด้วยการกระทำที่ไม่สมควรจะให้อภัย  ชางมินไม่ต้องเดาว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร  เพราะทราบดีว่าชานยอลคงไม่ปล่อยให้ชายแปลกหน้าคนนั้นรอดชีวิตไปได้ 

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

                ใจมันร้อนเหมือนโดนไฟสุม  น้ำตาของลูกผู้ชายมันไหลออกมาได้อย่างง่ายดายเมื่อเห็นคนตัวเล็กตกอยู่ในสภาพแบบนั้น  ขาวยาวเร่งก้าวฝีเท้าเดินเข้ามาในตรอกแคบๆด้วยอารมณ์ของความโกรธแค้น  มันจะไม่มีการให้อภัย  มันไม่มีการถามถึงเหตุผลและมันจะไม่มีแม้แต่ลมหายใจ  ไฟสลัวในตรอกแคบๆ...มันทำให้การมองเห็นกลายเป็นเรื่องยาก  แต่ก็ไม่อาจปิดปังสิ่งที่เห็นอยู่ในตอนนี้ได้ทั้งหมด  สายตาคมมองเห็นชายคนหนึ่งทำท่าทางเหมือนกำลังจะลุกยืนขึ้น  แต่การบาดเจ็บที่ศีรษะคงทำให้เสียการควบคุม

 

 

            ถ้าไม่เจอตัว...ก็จะตามหาให้พบ  แต่เมื่อคนที่ทำให้หัวใจของชานยอลเจ็บปวดกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า  เขาก็หวังว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำมันอาจช่วยปลดปล่อยความโกรธแค้นให้จางลงไปได้บ้าง  ร่องรอยจากการถูกตบด้วยด้ามปืนยังคงเห็นได้ชัดเนื่องจากเลือดเริ่มไหลลงมาปิดดวงตา  และสิ่งที่ทำให้ความโกรธแค้นของชานยอลมีเพิ่มมากขึ้นเมื่อรู้ว่า...ชายแปลกหน้าที่ถูกเพื่อนของเขาจัดการไปก่อนหน้านี้  มันเป็นคนคนเดียวกันกับที่เคยพาแบคฮยอนเข้าไปย่ำยีในห้องน้ำ

 

            “คราวนี้กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ๆ!!!

 

                ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นฉายชัดขึ้นในความทรงจำ...ภาพที่คนตัวเล็กถูกอุ้มหายเข้าไปในห้องน้ำหลังจากมาเที่ยวที่ผับคนเดียวและอาจถูกวางยาในเครื่องดื่ม  แต่มันต่างกับวันนี้เพราะไม่ได้ถูกทำร้ายจนช้ำไปทั้งร่างและเขาก็ไปช่วยไว้ได้ทัน  มือหนากำอาวุธไว้แน่นแล้วใช้อีกมือกระชากกลุ่มผมของชายแปลกหน้าเอาไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี  ปากกระบอกปืนถูกจ่อไว้บนหน้าผากที่มีเลือดไหลซึมก่อนเหนี่ยวไกทันทีโดยไม่ลังเล  มันไม่สมควรมีชีวิตอยู่เพื่อกลับมาทำร้ายคนของเขาและจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำให้หัวใจของตัวเองเจ็บปวดได้อีกแล้ว

 

ปังงงง!!!!

 

                นัดเดียว...ที่เจาะเข้ากลางหน้าผากของชายแปลกหน้า  นัดเดียวที่จบความโกรธแค้นทั้งหมด  แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันตายอยู่ตรงนี้  แต่...ก็ยังทิ้งความรู้สึกผิดอยู่ในใจไว้ให้คนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น  ถ้าวันนี้เขาไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กเดินทางมาที่นี่คนเดียว  เรื่องทั้งหมดมันคงไม่เกิดขึ้น  คงไม่มีใครต้องตาย  คงไม่มีใครต้องเจ็บปวด  และเขา...ก็ควรจัดการชายแปลกหน้าคนนี้ไปตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน  ชานยอลไม่คิดว่าความบังเอิญจะหวนกลับมาทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ถึงขนาดนี้  มันเจ็บปวดจนเกือบจะแบกรับความรู้สึกต่างๆเอาไว้ไม่ไหว

 

 

            เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น...และคืนอาวุธให้เพื่อนเรียบร้อย  วิศวกรหนุ่มก็รีบขับรถกลับคอนโดฯทันที  ใจหนึ่งก็อยากเหยียบคันเร่งของรถสปอร์ตคนนี้ให้สมกับสมรรถนะ  แต่อีกใจก็กลัวคนที่หลับไปด้วยความเจ็บปวดจะได้รับอันตราย  ชานยอลจำเป็นต้องเอารถของชางมินมาขับ  เพราะถ้าให้เคลื่อนย้ายคนตัวเล็กไปที่รถของตัวเองก็คงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ  สภาพร่างกายมันบอบช้ำเกินกว่าจะแตะต้องและไม่อยากให้ใครเห็นแฟนของตัวเองในสภาพแบบนั้น

 

 

            ใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็น...แต่ก็มาถึงคอนโดฯได้อย่างปลอดภัย  ปกติแค่เส้นทางระหว่างผับกับคอนโดฯ...ชานยอลเคยใช้เวลาในการเดินทางเพียงไม่กี่นาที   แต่วันนี้เหมือนทุกอย่างมันช่างยาวนานสำหรับใจของคนขับ  ทำทุกอย่างด้วยความเบามือ  ทั้งการเปิดปิดประตูรถ  ทั้งการประคองคนเจ็บเข้าสู้อ้อมอก  จนถึง...การวางร่างที่แสนบอบช้ำลงบนเตียงกว้าง  ชานยอลเดินหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วหยิบผ้าขนหนูเนื้อนุ่มพร้อมภาชนะที่ใส่น้ำอุ่นมาเพื่อเตรียมเช็ดตัวให้กับแบคฮยอน  วางของที่เตรียมมาทั้งหมดลงบนโต๊ะข้างเตียง  และจัดการดึงเสื้อยีนส์ของชางมินที่ใช้คลุมร่างคนตัวเล็กไว้ตั้งแต่อยู่บนรถออกอย่างช้าๆ

 

            “....!!!!!

 

            ภาพที่เห็น...ทำให้ชานยอลแทบเสียสติ  เพราะตามเนื้อตามตัวของคนที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้ามันเต็มไปด้วยรอยขบกัดจนห้อเลือดตั้งแต่ลำคอสวยไล่ลงมาถึงช่วงกลางหน้าอก  เสื้อยีนส์ของเพื่อนถูกมือหนากำไว้แน่นด้วยความโกรธจนยับไปทั้งตัว  แต่...ก็พยายามข่มความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้แม้ว่ามันจะยากก็ตามที  เจ้าของห้อง...เริ่มถอดเสื้อเชิ้ตที่ไร้กระดุมของคนตัวเล็ก  แล้วตามด้วยกางเกงชั้นในอย่างช้าๆ

 

 

                ร่างเปลือยเปล่า...ถูกผ้าขนหนูที่ชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น  ลูบซับลงบนใบหน้าที่มีแต่ช้ำและมีริ้วแดงขึ้นที่แก้มด้านซ้าย  ปากที่แตกจนมีเลือดซึมออกมาและเริ่มแห้งก็ถูกเช็ดออกให้อย่างทะนุถนอม  ผ้าขนหนูผืนเดิม...ถูกชุบน้ำขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเช็ดเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและความสกปรกในจิตใจมนุษย์  มือหนาลูบผ้าชื้นน้ำไปตามลำคอช้าๆไล่ลงมาจนถึงหน้าท้องขาวเนียนที่ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนม่วง

 

                อะ...อื้อออ”  เสียงร้องแผ่วเบาและแรงขยับของคนที่อยู่บนเตียงกว้าง  ทำให้ชานยอลต้องหยุดการกระทำทั้งหมดเพราะคิดว่าตัวเองอาจทำให้ร่างบอบช้ำรู้สึกเจ็บ

 

            “น้องแบคครับ  น้องแบค!!”  จำเป็นต้องละมือจากผ้าขนหนูสีขาว  และพยายามเรียกสติของคนที่นอนหลับตาแต่ร่างกายกลับดิ้นหนีจนเกือบตกที่นอน  

 

            “อย่านะ!!!  เราเจ็บ!!  ไม่...อย่าาา!!!”  สัมผัสจากชานยอลทำให้คนที่หลับไม่ได้สติรู้สึกผวา  เพราะความทรงจำที่เจ้าตัวกำลังถูกชายแปลกหน้าขืนใจ  มันคือสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก่อนทุกอย่างจะดับวูบและไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

            “น้องแบคคค...พี่ชานยอลเองครับ!!”  มือของร่างเปลือยเปล่าที่กำลังปัดป่ายไปมาอยู่กลางอากาศพร้อมส่งเสียงร้องโวยวาย  มันทำให้หัวใจของคนที่เห็นภาพแบบนั้นเจ็บเหมือนถูกมีดเฉือน  ชานยอลคว้าร่างคนที่กำลังตะเกียดตะกายหาทางหนีเข้ามากอดเอาไว้  แต่..เหมือนสิ่งที่ทำกลับสร้างความเจ็บปวดให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

            “ไม่!!! อย่าเข้ามา!!  พี่ชานยอลช่วยน้องแบคด้วย...ไม่นะ!!!”  กรีดร้องสุดเสียงและดิ้นขืนจนหมดแรงลงในอ้อมแขนของคนที่ต้องเสียน้ำตาอีกครั้ง

 

            เจ็บปวดที่ช่วยอะไรไม่ได้  เจ็บปวดที่เห็นสภาพของคนในอ้อมกอดเต็มไปด้วยบาดแผล  เจ็บที่เรื่องทุกอย่างทำให้คนตัวเล็กต้องเป็นแบบนี้  มือหนาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้งและพยายามเช็ดตัวแบคฮยอนให้เสร็จแล้วรีบทำแผลให้ทันที  ใบหน้าบวมแดง  ปากบางสีหวานซีดลงและแห้งแตก  รอยถลอกเป็นทางยาวตามแขนขา  หน้าท้องเขียวช้ำ  ทุกๆบาดแผลมันคงเจ็บมากตอนถูกกระทำ  และมันก็เจ็บ...พอๆกับหัวใจของชานยอลในตอนนี้

 

 

                เมื่อทำแผลและหาเสื้อผ้ามาสวมให้คนตัวเล็กเรียบร้อย...ก็ถึงคราวที่ต้องจัดการสภาพของตัวเองบ้าง  ชานยอลอยากให้อุณหภูมิของน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัว  มันช่วยดับอารมณ์ให้เย็นลงเสียที  เพราะถึงแม้คนที่ทำให้แบคฮยอนเจ็บมากขนาดนี้จะตายไปแล้ว  แต่ภายในใจมันยังคงร้อนรุ่มอยู่ไม่หาย  มันยังโกรธเคือง  เคียดแค้นและโมโหทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 

 

                ชานยอลแทบไม่อยากนึกถึงวันพรุ่งนี้...เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องรับมือกับอะไรบ้าง  คนตัวเล็กจะกรีดร้องเหมือนเมื่อครู่อีกหรือไม่  ความร่าเริง  ความสดใส  ความน่ารักจะถูกการกระทำอันเลวร้ายพรากไปหรือเปล่า  และเมื่อไหร่ความเจ็บปวดมันจะหายไปจากหัวใจ  เกิดมาก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอหรือต้องกังวลกับสิ่งใดมากเท่าวันนี้  บาดแผลภายนอกแย่แค่ไหน  บาดแผลภายในใจของเขาและคนรักมันแย่ยิ่งกว่า   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

SM  Hospital

10.20 น.

 

โครมมม!!!

เพล้งงง!!!!

 

                เดินเร็ว...ตามสภาพของร่างกายที่เริ่มหายเป็นปกติ  จนทำให้คนป่วยที่กำลังก้าวขาออกมาจากห้องน้ำล้มลงบนพื้นเนื่องจากข้อเท้าพลิก  มือบางพยายามคว้าจับหาที่ยึดเกาะแต่ก็ไม่มีสิ่งใดเป็นหลักได้  นั่นจึงทำให้ของใช้บนโต๊ะหน้ากระจกในห้องน้ำหล่นลงมาแตกเกลื่อนเต็มพื้น  และบาดตามเนื้อตัวจนได้แผล  คนป่วยเบ้หน้าด้วยความเจ็บเพราะขาข้างที่ถูกผ่าตัดเริ่มมีอาการปวดตึงขึ้นมาทันที

 

            “โอ๊ยยย...ซี๊ดด!!

 

            พยายามขยับร่างกายออกจากพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว  แต่คนป่วยมีกำลังไม่มากพอและเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยพยุงร่างกายก็ไกลเกินกว่าจะเอื้อมคว้า  เมื่อยืนไม่ไหวก็ต้องคลานออกไปให้พ้นจากเศษแก้ว  แล้วพิงหลังลงบนกำแพงเพื่อหยุดพัก  ความเจ็บเริ่มวิ่งแล่นไปทั่วทั้งขาและปวดร้าวไปถึงสะโพกจนไม่มีแรงลุกขึ้นไปกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ  คนป่วยไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นทั้งๆที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา  แต่สุดท้าย...มันก็เกิดขึ้นจนได้

 

แกร๊กก!!!

 

            เสียงเปิดประตูห้อง...กลายเป็นเสียงสวรรค์ของคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ในห้องน้ำ  เพราะยิ่งขยับร่างกายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บ  และหมดแรงไปกับการพยายามลุกยืนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง

 

            “ใครอยู่ข้างนอกครับ  ช่วยผมหน่อย!!!!??”     

 

            “ว้ายยย!!!...คุณเซฮุน!!

 

            “คุณพยาบาลช่วยผมหน่อยครับ  ผมลุกไม่ไหว  ผมเจ็บขา

 

            จำเป็น...ต้องละมือจากอุปกรณ์ต่างๆที่ถือเข้ามาในห้องเพื่อวัดความดันและเช็คร่างกายให้ผู้ป่วยตามหน้าที่ก่อนเดินไปยังต้นเสียงที่ร้องขอความช่วยเหลือ  และเมื่อเห็นในสิ่งที่ทำให้ต้องตกใจ  พยาบาลก็รีบวิ่งออกไปด้านนอกเพื่อเรียกให้เจ้าหน้าที่คนอื่นมาช่วยพยุงร่างคนเจ็บไปไว้บนเตียง  พร้อมเรียกหมอให้เข้ามาดูอาการทันที

 

            คนป่วยถูกนำตัวเข้าเครื่องเอกซ์เรย์  และตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งในเวลาต่อมา  ข้อเท้ามีอาการบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แผลที่เกิดจากการถูกเศษแก้วบาดตามผิวเนื้อไม่ลึกมากจนถึงขั้นต้องเย็บแผล  แต่ก็มีอยู่หลายแห่งที่ต้องห้ามเลือด  และอาการบาดเจ็บที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คือส่วนที่ถูกผ่าตัด  เพราะแรงกระแทกจากการล้มในห้องน้ำ  มันทำให้เส้นเอ็นตั้งแต่โคนขาจนถึงหัวเข่าเกิดการอักเสบ  และดี...ที่ไม่สาหัสจนถึงขั้นต้องผ่าตัดใหม่อีกรอบ

 

ผลกระทบจากการหกล้ม...ทำให้คนป่วยต้องกลับมานั่งอยู่ในรถเข็นอีกครั้ง  และห้ามขยับร่างกายมากเกินจำเป็น  รวมถึงงดการทำกายภาพบำบัดไปจนกว่าอาการบาดเจ็บต่างๆจะหายเป็นปกติ

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

แกร๊กก!!

 

          เซฮุน...เป็นยังไงบ้าง!!!!”  เป็นเรื่องที่ไม่อยากรับรู้...แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะเจ้าของโรงแรมเป็นคนให้สั่งพยาบาลโทรรายงานทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับคนป่วยให้ทราบเมื่อเขาไม่อยู่  และการบาดเจ็บของเซฮุนในวันนี้มันก็ไม่ควรเกิดขึ้น

 

            จงอิน...ต้องออกมาจากที่ประชุมกลางคันเมื่อได้รับข่าวไม่สู้ดีของคนรักและรีบขับรถมาที่โรงพยาบาลทันที  มือหนาผลักประตูห้องด้วยความร้อนใจเมื่อเดินทางมาถึง...พร้อมเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงปนกังวลกับอาการบาดเจ็บของเซฮุน  งานเยอะจนไม่มีเวลาดูแลคนป่วยด้วยตัวเองเหมือนอย่างที่เคยทำ  และเมื่อคืนก็ต้องไปงานเลี้ยงของผู้ใหญ่ในแวดวงธุรกิจ  กว่างานจะเลิกก็ดึกมากเกินกว่าจะกลับมานอนที่โรงพยาบาล  แถมวันรุ่งขึ้นก็ยังต้องเข้าประชุมแต่เช้า

 

            “ไม่เป็นไรครับ...เซฮุนไม่เป็นไร  พี่จงอินใจเย็นๆก่อนนะครับ”  ปากบางยกยิ้มพร้อมตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สดใสเพื่อปกปิดความเจ็บปวดของตัวเอง  และไม่อยากทำให้เจ้าของโรงแรมเป็นห่วงมากไปกว่านี้

 

แต่....

 

            “ทำไมไม่ระวังตัว...หึ!!  เซฮุน!!!  แล้วพยาบาลหายหัวไปไหนกันหมด...ทำไมถึงปล่อยให้คนป่วยหกล้ม!!!”  ระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีเมื่อเห็นบาดแผลตามร่างกายของคนป่วย  มันทั้งหงุดหงิด  โมโห  และโกรธจนขาดสติ

 

                รับปากกันไว้...ว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี  ให้ตั้งใจทำงาน  ไม่ต้องเป็นห่วง  และไม่อยากให้เอางานกลับมาทำที่โรงพยาบาล  ทุกๆอย่างคือสิ่งที่คนป่วยอยากให้เขาทำ  พร้อมอ้างเหตุผลว่าเจ้าตัวสามารถเดินได้และช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่าเมื่อก่อน  แต่สุดท้าย...สิ่งที่คนป่วยร้องขอ  วิงวอนและยกเหตุผลขึ้นมาพูดต่างๆนานาก็ทำให้เขาต้องออกมาจากที่ประชุมกลางคัน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะคนเป็นหุ้นส่วนอาจเกิดความไม่พอใจและขอถอนตัวออกจากโครงการ

 

ไม่อยากโทษว่าเป็นความผิดของใคร...เพราะเจ้าของโรงแรมก็งานเยอะและไม่สามารถดูแลคนป่วยได้ด้วยตัวเอง  แต่การให้เซฮุนฟื้นฟูร่างกายอยู่ที่โรงพยาบาลมันก็ไม่ควรเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ขึ้นที่นี่!!

 

                มันเป็นภาวะที่ถูกกดดันจากทุกอย่างที่อยู่รอบตัว  งานเยอะ  คนรักก็ยังไม่หายดี  โรงแรมใหม่ก็กำลังจะเป็นรูปเป็นร่างในอีกไม่ช้า  ความเครียด  ความกังวลและความเป็นห่วง  มันประดังเข้ามาพร้อมกันจนทำให้จงอินควบคุมอารมณ์ไม่ได้  อุตส่าห์วางใจ...เพราะเห็นว่าคนป่วยเริ่มหายเป็นปกติและสามารถเดินเองได้เกือบร้อยเปอร์เซ็น  จนวันนี้...สิ่งที่วางใจก็ทำให้คนรักต้องกลับมานอนนิ่งๆอยู่บนเตียงอีกครั้ง  ถ้าหกล้มเพียงเล็กน้อยและไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่เจ้าตัวพูด  แล้วทำไมถึงมีผ้าพันแผลติดอยู่เต็มร่างกายไปหมด  แขน  ขา  มือ  มีรอยบาดเหมือนถูกของมีคมเฉือนตามผิวเนื้อ  ยิ่งเห็นก็ยิ่งโมโห  ยิ่งมองก็ยิ่งเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่

 

                ตอนถูกยิง...ผมน่าจะตายๆไปซะเลย  คุณจงอินจะได้ไม่ต้องมาคอยเป็นห่วง  คอยลำบากอยู่แบบนี้”  พูดเสียงนิ่งเรียบ..และใช้สรรพนามที่ทำให้หัวใจของคนฟังแทบหยุดเต้น   พร้อมพลิกกายนอนหันหลังอย่างเชื่องช้า

 

                หกล้มจนเจ็บไปทั้งร่าง...มันก็ยังไม่เจ็บเท่ากับการถูกเจ้าของโรงแรมตะคอกด้วยคำพูดในเชิงกล่าวหาว่าคนป่วยอย่างเขาเป็น  ตัวถ่วง   ใช่ว่าอยากหกล้ม  ใช่ว่าอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น  มันเป็นเหตุสุดวิสัยและเซฮุนก็พยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว

 

            “รู้ตัวบางหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา!!!!...กว่าแผลจะหาย  กว่าจะเดินได้เหมือนทุกวันนี้มันต้องผ่านอะไรมาบ้าง...เคยคิดบ้างไหม?!!  ถ้าพี่อยากให้เซฮุนตายจริงๆ  พี่คงทิ้งเซฮุนไว้ข้างถนนตั้งแต่วันนั้นแล้ว  เฮ้อออ!!!...เซฮุนอยากให้พี่กลับไปทำงานพี่ก็ทำ  เซฮุนบอกว่าอยู่คนเดียวได้พี่ก็ไว้ใจ  แล้วตอนนี้มันเป็นไง!!!!...หกล้มจนหมอกับพยาบาลต้องวิ่งวุ่นกันทั้งโรงพยาบาล  แล้วแบบนี้เซฮุนจะไม่ให้พี่เป็นห่วงได้ยังไง!!!!

 

                พยายามจะข่มอารมณ์...แต่ก็ทำได้ยาก  และยิ่งได้ยินคำพูดของคนป่วยเมื่อครู่  อารมณ์ก็ยิ่งร้อนมากขึ้นกว่าเดิม  สิ่งที่ช่วยกันดูแล  สิ่งที่ช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคและความเจ็บปวดมาด้วยกัน  ทุกๆอย่างมันสูญเปล่าและไร้ค่าจนทำให้คนป่วยอยากตายมากเลยใช่ไหม??  สิ่งเขาทุ่มเท  เป็นกำลังใจ  เป็นแรงผลักดันเพื่อช่วยให้คนป่วยกลับมาเดินได้อีกครั้ง...มันไม่เพียงพอหรืออย่างไร!!?

 

            “ถ้าผมรู้ว่าวันนี้จะทำให้ทุกคนลำบาก...ผมก็ไม่อยากอยู่หรอกครับ!!!”

 

            “เซฮุน....!!!!!

 

            “ผมเหนื่อย...ขออนุญาตนอนพักนะครับคุณจงอิน

 

            “โธ่เว้ยยยยย...!!

 

Rrrrrr!!!

 

Rrrrrr!!!

 

            ก่อนที่แรงอารมณ์...จะทำให้หัวใจของคนทั้งคู่มอดไหม้  เสียงของโทรศัพท์ของคนที่กำลังหัวเสียที่สุดก็ดังขึ้นเสียก่อน  มือหนาล้วงเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วรีบกดรับทันทีโดยไม่ต้องเดาเลยว่าคนปลายสายจะคุยเรื่องอะไร  เพราะการที่เขาเดินออกมาจากที่ประชุมแบบนั้นคงสร้างปัญหาไว้ไม่น้อย

 

            “ครับ...ยุนอา

 

            (คุณเซฮุนเป็นยังไงบ้างคะหมอว่ายังไงบ้าง?...แล้วเจ็บมากหรือเปล่า)

 

            “ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ  หมองดเคลื่อนไหวร่างกาย...แล้วก็หยุดทำกายภาพจนกว่าอาการบาดเจ็บจะดีขึ้น

 

            “ตายแล้วว!!...

 

            (ยังไม่ตายหรอกครับ...แต่ช่างเถอะ!!  แล้ว...ที่ประชุมเป็นยังไงบ้างครับ  มีปัญหาอะไรหรือเปล่า)

 

            “ไม่มีค่ะ...ยุนอาจัดการเรียบร้อยแล้ว  แต่ค่ำนี้คุณจงอินต้องมางานเลี้ยงให้ได้นะคะ  ไม่งั้น...หุ้นส่วนท่านอื่นคงไม่พอใจ  เอ่ออ...แล้ววว

 

            (พูดมาเถอะครับยุนอา...ไม่ต้องเกรงใจ)

 

            “คือ...คุณจงอินไม่ลืมใช่ไหมคะ  ว่าพรุ่งนี้ต้องไปฝรั่งเศสกับยุนอา  แล้ววว...ใครจะดูแลคุณเซฮุน??”

 

            (เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...ผมไปแน่นอน  ส่วนเซฮุนผมคงต้องฝากให้คนอื่นดูแลไปก่อน  ยุนยาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...ผมจัดการได้)

 

            “ฝากบอกคุณเซฮุนด้วนนะคะ...ว่าให้หายเร็วๆ

 

            (ขอบคุณยุนอามากนะครับที่ช่วยทำงานแทนผม)

 

            “ไม่เป็นไรค่ะ...เรื่องแค่นี้เอง  สบายมากกกก

 

            (ถ้าอย่างนั้น...งานเลี้ยงตอนค่ำผมจะไปรับยุนอาไปที่งานพร้อมกันนะครับ)

 

            “รับทราบค่ะ...บอสสสส!!

 

           การประชุมครั้งสุดท้าย...ของโปรเจคในการสร้างโรงแรมที่ฝรั่งเศส  สามารถสำเร็จได้ด้วยหุ้นส่วนคนสำคัญ  และถ้าไม่ได้เธอช่วยเอาไว้  มีหวังโครงการทั้งหมดอาจต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น  เพราะการที่เจ้าของโรงแรมเดินออกมาจากที่ประชุมแบบนั้นมันอาจสร้างความไม่พอใจให้หุ้นส่วนรายอื่นๆจนพากันถอนตัวออกจากโครงการ

 

 

                คิมจงอิน...มีเรื่องให้ต้องคิด  มีงานให้ต้องทำและมีเรื่องส่วนตัวมากมายให้ต้องจัดการ  มือหนาเสยผมชื้นเหงื่อจนมันยุ่งไปหมดและกดนิ้วลงบนหัวคิ้ว  พร้อมทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยความรู้สึกต่างๆที่ตีรวนกันอยู่ในสมอง  เครียด  กังวล  เป็นห่วงและอีกสารพัดที่ทำให้จิตใจของเขาเกิดความสับสน  พยายามแยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว  แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างมันจะเกี่ยวพันกันไปหมด  การไปต่างประเทศสามวันเพื่อเซ็นสัญญากับหุ้นส่วนที่นั่น  ถือเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้เจ้าของโรงแรมมากที่สุด  เพราะคนป่วยเพิ่งมีอาการบาดเจ็บจากการหกล้ม  ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีทั้งพยาบาลและเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ตลอด  24  ชั่วโมง

 

                เซฮุน...ฟังพี่นะครับ  คืนนี้พี่ต้องไปงานเลี้ยง  แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องไปต่างประเทศด้วย  ช่วงที่พี่ไม่อยู่...พี่จะจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลเซฮุนก่อนนะครับ”  เดินมาหาคนป่วยที่เตียง  และพยายามทำใจให้เย็น  เพราะไม่อย่างนั้น  ทั้งงาน  ทั้งเรื่องส่วนตัวคงพังไปพร้อมๆกัน  มือหนาลูบศีรษะของคนป่วย  แล้วอธิบายเรื่องที่ตัวเองต้องไปจัดการด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของคนฟังรู้สึกวูบโหว่ง

 

            “ครับ...”  ตอบรับ...ทั้งๆที่ยังหลับตาเพราะไม่อยากเห็นคนตรงหน้าแสดงท่าทีเป็นห่วงหรือเห็นในสิ่งที่อาจทำให้ตัวเองต้องเสียน้ำตา

 

ฟอดดด!

 

            “คืนนี้พี่จะกลับมานอนด้วยนะครับ  พี่สัญญา”  หอมแก้มนุ่ม...ก่อนเดินออกไปจากห้องและรีบจัดการหาพยาบาลพิเศษมาดูแลคนป่วยทันที  รวมถึงขอเข้าพบคุณหมอเป็นการส่วนตัวเพื่อสอบถามเรื่องอาการบาดเจ็บของเซฮุนว่าจะหายดีหรือจะสามารถกลับมาทำกายภาพบำบัดได้อีกครั้งเมื่อไหร่  เพราะการที่เจ้าของโรงแรมต้องเดินทางไปต่างประเทศนานถึงสามวัน  มันทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงคนทางนี้มากกว่าเดิม

 

แกร๊กก!!!

 

            ความเงียบเข้าปกคลุม...เมื่อเสียงประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับการเดินจากไปของคนรัก  น้ำตาที่พยายามกลั่นเอาไว้ไหลออกมาทันทีเพราะไม่คิดว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเองในวันนี้มันเกือบทำให้โปรเจคสำคัญของจงอินต้องพัง  โครงการ...ที่ทายาทของตระกูลคิมเฝ้าฝันและอยากทำให้สำเร็จเกือบต้องมาจบลงจากความอวดดีของตัวเอง

 

 

            น้ำสีใส...เปียกเปื้อนเต็มหมอน  เพราะรู้สึกผิดและสับสนกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น  เซฮุนคิดมาตลอดว่าสิ่งที่พยายามทำอยู่ทุกวันอย่างเช่นการหัดเดินหรือทำกิจวัตรต่างๆ  ทั้งการอาบน้ำเอง  กินข้าวเอง  หรือแม้กระทั่งการทำกายภาพด้วยตัวเองอยู่บ่อยๆจะสามารถช่วยลดภาระและช่วยให้เจ้าของโรงแรมทำงานได้สะดวกขึ้น  แต่สุดท้าย...ทุกอย่างกลับกลายเป็นความประมาท  ความถือดี  ความอวดเก่งที่คิดว่าสภาพร่างกายของตัวเองสามารถทำได้

 

แล้วถ้าสมมุติว่า...อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้โปรเจคใหญ่หรือความฝันของคนรักต้องพังทลายขึ้นมาจริงๆ  คนที่พูดว่าอยากตายอย่างโอเซฮุนก็คงได้ตายสมใจ!!!

 

Rrrrr!!!

 

Rrrrr!!!

 

          มือบาง...ปาดน้ำตาออกจากใบหน้า  แล้วเอื้อมหยิบเครื่องมือสื่อสารบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาโทรหาคนที่พอจะทำให้เรื่องทุกข์ใจคล้ายลงได้บ้าง  หรือไม่ก็....

 

            (ว่าไง...เซฮุนลูกพ่อ)

 

                ฮึกก!!!...คุณพ่อ......

 

ไปทำตามความฝันของตัวเองเสียที???!

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Peony  Condominium  เชจู

06.10 น.

 

 

                ตื่นแต่เช้า...เพื่อมาเตรียมอาหารให้กับคนที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง  และไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆเพราะอ่อนเพลียจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  และโชคดีที่เช้านี้เจ้าตัวไม่มีไข้พร้อมทั้งใบหน้าก็เริ่มมีเลือดฝาดมากขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้มันซีดจนทำให้รู้สึกเป็นกังวลมาทั้งคืน  และตอนนี้คนทำหน้าที่เป็นพ่อครัวก็เริ่มหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวม  แล้วเดินตรงไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบวัตถุดิบในการทำข้าวต้มหมูสับออกมาทำเป็นอาหารเช้า  และ...เขาก็ไม่ได้ตื่นมาเพื่อเตรียมเพียงแค่อาหารเช้าอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังเตรียมใจมาพร้อมที่จะรับมือกับสภาพจิตใจของคนบางคนด้วยเช่นกัน  แต่.....

 

Rrrrr!!!!

 

                ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง...เสียงของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ห้องครัวก็ดังขึ้นเสียก่อน  ร่างสมส่วนในกางเกงนอนขายาวแต่เปลือยท่อนบน  รีบเดินไปคว้าเครื่องมือสื่อสารมากดรับก่อนที่เสียงของมันจะดังรบกวนคนในห้องนอน

 

            “ว่าไงซึงกิ...ตื่นแต่เช้าเลยนะมึง

 

            (เออเช้ามาก...เช้าจนกูก็ไม่คิดว่าคนอย่างมึงจะตื่นเหมือนกัน)

 

            “ถ้าจะโทรมาป่วน...กูขออนุญาตขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วยการวางสายนะครับ  ไอ้สัด!!

 

            (มึงกวนตีนได้...กูก็สบายใจ)

 

            “มีข่าวจะบอกกูใช่ไหมว่ามาเลย...กูรอฟังอยู่

 

            (เรื่องเมื่อคืน...กูให้เพื่อนที่ประจำอยู่ท้องที่แถวนั้นจัดการให้แล้วนะ  มึงไม่ต้องเป็นห่วง  ละ...แล้วแฟนมึงเป็นยังไงมั่งวะ?)

 

            “บอกตรงๆว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่...ขอบใจมึงมากนะ  ที่ช่วยเคลียร์เรื่องให้

 

            (เออๆ...ไม่เป็นไร  มึงไปดูแลแฟนต่อเหอะ  กูจะโทรมาบอกแค่นี้แหละ)

 

                รู้ดี...ว่าเพื่อนคนนี้สามารถจัดการทุกอย่างได้  เนื่อจากเส้นสายของซึงกิมีอยู่ทั่วไปหมด  ไม่ว่าจะเป็นนอกพื้นที่หรือในพื้นที่ที่เจ้าตัวต้องรับผิดชอบ  เพราะฉะนั้น...มันจึงไม่ใช่เรื่องยากถ้าจะปล่อยให้สิ่งที่พ่อครัวทำไว้เมื่อคืนมันกลายเป็นข่าวเหตุฆ่ากันตายจากการทะเลาะวิวาทตามสถานบันเทิงที่มักจะเกิดเรื่องทำนองนี้ได้ทั่วไป  แต่ใครเป็นจะเป็นต้นเหตุและใครจะเป็นคนร้ายมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องกังวลอีกแล้ว

 

 

            เมื่อวางสายจากการสนทนากับคุณตำรวจ...พ่อครัวก็รีบลงมือทำอาหารเช้าต่อทันที  มือหนาหั่นวัตถุดิบต่างๆแล้วใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ  และปรุงรสอีกเพียงเล็กน้อย  ข้าวต้มที่ทำเป็นมื้อเช้าก็เสร็จเรียบร้อย  ถอดผ้ากันเปื้อน  ยกอาหารและจัดเตรียมจานชามไปไว้บนโต๊ะเพื่อรอทานพร้อมกับแฟนตัวเล็ก  ขายาวก้าวฉับๆเข้าไปในห้องนอนเพราะกลิ่นของอาหารที่ติดอยู่ตามร่างกายมันทำให้เขาอยากอาบน้ำ  รวมถึงต้องปลุกคนที่ยังหลับอยู่ในตอนนี้ให้ตื่นขึ้นมาทานข้าวทานยาหรือไม่ก็ทำแผลแล้วค่อยนอนต่อก็ยังดี

 

แต่....

 

                บนเตียงกลับวางเปล่า...เมื่อชานยอลเปิดประตูเข้ามาด้านใน และได้ยินเสียงของเหลวที่ไหลจากฝักบัวดังอยู่ในห้องน้ำ  ตื่นตอนไหนทำไมถึงไม่เรียกแล้วมีแรงเดินได้อย่างไร?  ในเมื่อสภาพร่างกายของคนที่ถูกทำร้ายมันบอบช้ำมากขนาดนั้น????  มือหนาคว้าลูกบิดประตูห้องน้ำทันทีเมื่อความสงสัยมันวิ่งแล่นอยู่ในสมอง  แต่...มันถูกล็อค!!

 

 

                ชานยอลวิ่งกลับมาที่หัวเตียง...แล้วเปิดลิ้นชักเพื่อหากุญแจสำรองอย่างลนลาน  และเมื่อคิดไปต่างๆนานาว่าคนที่อยู่ในนั้นกำลังทำอะไรอยู่บ้างก็พาให้มือสั่นไปหมด  ตอนนี้เหมือนตัวเองกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญที่ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายกำลังหาทางหนีจากฆาตกรใจโหด  เพราะเมื่อได้กุญแจมาไว้ในมือ  แต่กลับหาดอกที่ไขประตูห้องน้ำไม่ได้สักที  และเสียงน้ำ...ที่ตกกระทบพื้นก็ยังคงดังอยู่อย่างนั้น   

 

แกร็กก!!!

 

                น้องแบคคค....!!!!!

 

                และภาพที่เห็นเมื่อประตูถูกเปิดออก...ก็ทำเอาชานยอลถึงกับต้องรีบวิ่งเข้าไปปิดฝักบัวและโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงปนเวทนา  ภาพที่ร่างเปลือยเปล่านั่งอยู่บนพื้นกระเบื้องที่แสนเย็นเฉียบและเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่  ถูร่องรอยตามเนื้อตามตัวที่ถูกชายแปลกหน้าล่วงเกินจนผิวขาวเนียนขึ้นริ้วแดงเต็มไปหมด  ตาเรียวก็เล็กบวมช้ำจากการร้องไห้และเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องง่ายๆในตอนนี้

 

            “ฮึกก!!...น้องแบคเจ็บฮะ  ฮึกจะ...เจ็บไปหมดเลย

 

            “ไม่ร้องนะครับ...น้องแบคของพี่ไม่เป็นอะไรแล้ว

 

            “น้องแบคลบไม่ออก  มันเยอะ  มันน่าเกลียด  มะ...มัน  อื้ออออ!!

 

                ก้มกาย...มอบรอยจูบเพื่อเป็นการปลอบใจ  และเพื่อให้คนตัวเล็กหยุดเอ่ยในสิ่งที่อาจทำให้เจ้าตัวต้องเสียน้ำตาไปมากกว่านี้  พอได้แล้ว  มันจบแล้ว  ทุกอย่างที่เลวร้ายมันจะไม่กลับมาทำร้ายคนในอ้อมกอดของเขาได้อีกแล้ว  และจะไม่มีวันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก  รสสัมผัสที่อ่อนโยน...สามารถเปลี่ยนเสียงสะอื้นให้กลายเป็นเสียงร้องแสนหวานเมื่อปากหยักไล่ลิ้นร้อนลากผ่านความเจ็บช้ำทั้งหมดแล้วกอดร่างเปลือยเปล่าที่สั่นระริกเอาไว้ด้วยความรัก

 

ไม่มีการล่วงล้ำ  ไม่มีการล่วงเกิน  และทำเพื่อหวังให้ความทรงจำอันเลวร้ายของคนในอ้อมกอดมันจางลงไปได้บ้าง

 

            “พี่ควรทำยังไง  น้องแบคถึงจะลืมเรื่องเมื่อคืนได้  หื้มม?”

 

            “อยู่กับน้องแบค  กอดแน่นๆ...ฮึกก!!  พี่ชานยอลอย่าทิ้งน้องแบคไปไหนนะฮะ  ฮึก!!  น้องแบคกลัว

 

            “ไม่ร้องไห้แล้วครับ  พอแล้ว  เดี๋ยวไม่สบาย  พี่ไม่มีวันทิ้งน้องแบคไปไหนแน่นอน  พี่สัญญา

 

            “คนนั้น...ผู้ชายคนนั้นบอกว่าเคยทำกับน้องแบค  มันไม่จริงใช่ไหมฮะ  ไม่จริงใช่ไหม...ทำไมน้องแบคจำไม่ได้  ทำไมมมมมม!!!!

 

            “ชู่วววว...น้องแบคไม่เคยเป็นของใคร  น้องแบคเป็นคนแรกของพี่...อย่าไปเชื่อคำพูดพวกนั้น  มันไม่ใช่เรื่องจริง  น้องแบคต้องเชื่อพี่นะครับ...พี่รักน้องแบค  น้องแบคเป็นของพี่คนเดียว

 

            “จริงนะฮะ  ฮึกก!!  พี่ชานยอลอย่าหลอกน้องแบคนะฮะ  ฮึกก!!

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

                กว่าจะปลอบใจ  ปลอบขวัญ  และอาบน้ำทำแผลกันเสร็จ  ข้าวต้มที่พ่อครัวตื่นมาทำแต่เช้าก็เย็นชืดจนต้องอุ่นใหม่อีกรอบ  แบคฮยอนดูสดใสขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่ผ่านเรื่องราวร้ายๆมาเมื่อคืน  และดี...ที่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้แย่เหมือนอย่างที่ชานยอลคิดเอาไว้  ถึงแม้ตอนนี้...บรรยากาศในการทานอาหารด้วยกันจะดูเงียบเหงาผิดปกติ  แต่มันก็ยังดีกว่าการที่วิศวกรหนุ่มต้องมาเห็นคนตัวเล็กนอนร้องห่มร้องไห้หรือซึมเศร้าจนไม่เป็นอันทำอะไร

 

            “อิ่มแล้วเหรอครับน้องแบค?  ทำไมทานน้อยจังเลย...พี่ทำข้าวต้มไม่อร่อยเหรอครับ

 

            “อร่อยฮะ  อร่อยมากๆ  ตะ...แต่น้องแบคเจ็บปาก  ก็เลยทานไม่ไหวฮะ

 

            “งั้นทานเยลลี่ไหม?  นิ่มๆจะได้ไม่เจ็บปาก  เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้

 

            “ขอบคุณนะฮะพี่ชานยอล

 

                คนในเสื้อสเวตเตอร์สีเข้ม...สวมกางเกงขายาวเนื้อบางเบากำลังนั่งตักของหวานสุดโปรดเข้าปากโดยไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเหมือนอย่างเช่นทุกที  และถ้าเป็นคนคนเดิม...ก็มักจะแกะเยลลี่ทานก่อนอาหารแทบทุกมื้อ  แถมเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ตอนนี้...ก็ไม่เคยคิดที่จะหยิบมาใส่เลยสักครั้ง  เพราะปกติเวลาอยู่กับวิศวกรหนุ่มที่คอนโดฯ  เจ้าตัวก็จะใส่กางเกงขาสั้นแบบเดิม  สีแดงสดหรือไม่ก็สีส้ม  เสื้อก็เป็นแค่เสื้อยืดธรรมดาๆและส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื้อกล้ามทั้งนั้น

 

 

                สิ่งผิดปกติทุกอย่าง...ที่สายตาคมเห็นอยู่ตอนนี้มันกำลังสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อย  เขาควรทำอย่างไร...เพื่อให้คนตรงหน้ากลับมาร่าเริงสดใสเหมือนเดิม  เสื้อผ้าที่สวมอยู่...เจ้าตัวก็เป็นคนเลือกเองเพราะคงอยากปกปิดร่องรอยน่าเกลียดที่พร่ำเพ้ออยู่ในห้องน้ำ  เมื่อไหร่...ที่เรื่องเลวร้ายมันจะหายไปจากความทรงจำ  ความรู้สึกและหมดไปจากหัวใจของผู้ถูกกระทำ

 

            “เราไปเที่ยวด้วยกันดีไหมครับ?  น้องแบคอยากไปไหน...พี่ให้น้องแบคเลือกได้ตามสบายเลยครับ”  การไปให้ไกลจากสถานที่ที่ทำให้เจ็บปวด  อาจช่วยลบความทรงจำแย่ๆของคนตัวเล็กได้บ้าง  และช่วงนี้...งานของชานยอลก็มีไม่มากเท่าตอนที่เพื่อนผิวเข้มเริ่มทำโปรเจคการสร้างโรงแรมแห่งใหม่

 

            “อยากไปหาเซฮุนฮะ...น้องแบคไม่อยากไปไหนไกล  เพราะคุณพ่อไม่อยู่”  รู้ดี...ว่าชานยอลกำลังทำทุกอย่างเพื่อให้เขาสบายใจ  แต่โปรเจคใหญ่ของผู้ที่เป็นเจ้าของโรงแรมมันทำให้แบคฮยอนรู้สึกว่าตอนนี้...ไม่ใช่เวลาที่จะไปเที่ยวเล่น  เขาไม่อยากเอาความสบายใจของตัวเองมาทำให้งานของใครต้องหยุดชะงัก  รวมถึงอยากทำงานแทนคุณพ่อให้สมกับที่ท่านไว้วางใจ  และการไปหาเพื่อนรักที่โรงพยาบาล...การได้พูด   ได้คุยหรือได้ระบายความในใจมันอาจทำให้คนที่เจ็บปวดอย่างเขาลืมเรื่องบางเรื่องได้บ้าง

 

            “ตามใจเลยครับ...แต่ตอนนี้ต้องไปนอนพักได้แล้วนะครับ”  อุ้มคนตัวเล็กออกจากโต๊ะอาหารแล้วเดินกลับเข้าห้องนอนทันทีพร้อมป้อนยาให้เสร็จสรรพ  ชานยอลก้มกายจูบหน้าผากเนียนอย่างแผ่วเบาก่อนเดินออกมาจากห้องอีกครั้งเพื่อเก็บล้างจานชามที่เพิ่งทานอิ่มกันไปเมื่อครู่

 

Rrrrrrrrr!!!!!

 

                เหมือนเป็นวันที่เข้าครัวทีไรก็ต้องมีคนโทรมารบกวน...แล้วชื่อที่ปรากฏอยู่บนเครื่องมือสื่อสารก็อาจเป็นคนที่ทำให้วันว่างของเขา  กลายเป็นวันที่วุ่นวายไปด้วยงานต่างๆมากมาย  มือหนาละจากจานชามที่กองอยู่ในอ่างและรีบเช็ดความเปียกชื้นด้วยผ้าเนื้อนุ่มที่แขวนอยู่บนกำแพงก่อนกดรับสายอย่างนึกหงุดหงิดใจ

 

            “ว่ายังไงครับบบ...คุณเจ้าของโรงแรม  โครงการใหญ่ที่ฝรั่งเศสมีปัญหาหรือครับ

 

            (หยุดกวนตีนสักสองสามนาทีได้ไหมวะ...กูมีเรื่องให้ช่วยหน่อย!!!)

 

            “ทำเป็นเครียด...มีอะไรให้ผมช่วยหรือครับคุณคิมจงอิน

 

            (ไอ้สัด!!!...คนยิ่งปวดๆหัวอยู่  กูเพิ่งทะเลาะกับเซฮุนมาด้วยเนี่ย  แม่ง..มีแต่เรื่องงงง!!!!)

 

            “เฮ้ยย...ใจเย็นๆก่อน!!!!ค่อยๆเล่า  แล้วทะเลาะกันเรื่องอะไรวะ??!

 

            (วันนี้เซฮุนหกล้ม...กูหงุดหงิด  ก็เลยทะเลาะกัน!!!  แล้วกูต้องไปฝรั่งเศสตั้งสามวัน  เฮ้อออ!!...มึงพาน้องแบคมาอยู่เป็นเพื่อนเซฮุนหน่อยได้ไหมวะ  เผื่อเมียกูจะอารมณ์ดีขึ้น)

 

            “เหี้ยย!!...มึงหัดระงับอารมณ์ซะบ้างนะ  คนเจ็บคนป่วยจิตใจมันอ่อนไหว  ใครมันจะไปรองรับอารมณ์ของมึงได้บ่อยๆวะ!!!!

 

            (กูไม่ได้โทรมาเพื่อฟังคำสั่งสอนของมึงนะชานยอล...กูโทรมาขอความช่วยเหลือ!!!)

 

            “เออ!!!!...ขอเคลียร์งานที่นี่ให้เสร็จก่อนแล้วกัน  คุณอาก็ไม่อยู่...ไม่รู้จะพาน้องแบคไปได้วันไหน

 

            (วันไหนก็ได้  แต่เร็วหน่อยก็ดี...กูจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลเซฮุนไว้แล้ว  แต่กูอยากให้น้องแบคมาอยู่ด้วย  เซฮุนจะได้ไม่เหงา)

 

            “คร้าบบบบ...คุณจะ...เจ้า

 

ติ๊ดด!!!

 

            (ไอ้สัด!!!)

 

            สบถด้วยความหงุดหงิด...แม้ปลายสายจะวางไปแล้ว  เพราะเรื่องที่ถูกไหว้วานค่อนข้างสร้างความลำบากใจให้มากอยู่พอสมควร  คนทางนี้ก็ช้ำไปทั้งตัว  คนทางนั้นก็มีเรื่องให้ต้องนอนพักอยู่บนเตียงไปจนกว่าอาการบาดเจ็บจะหายดี  มันแย่ด้วยกันทั้งคู่และต่างฝ่ายต่างก็เจอเรื่องที่มีผลกระทบต่อจิตใจ

 

 

                ชานยอลคิดไว้แล้ว...ว่าถ้าแบคฮยอนหายดีเมื่อไหร่เขาจะพาไปหาคนป่วยทันที  เพราะถ้าให้ไปทั้งๆที่ยังมีบาดแผล  มีร่องรอยต่างๆอยู่บนใบหน้า  มันคงไม่เป็นผลดีต่อใครและเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนตัวเล็กเมื่อคืนก็ไม่ต้องการให้ใครรู้โดยเฉพาะเซฮุนและจีซบ  ใช่ว่าอยากปิดบัง  แต่ถ้าคนป่วยทราบเรื่องนี้...ร่างกายอาจทรุดหนักลงไปกว่าเดิม  ส่วนคนสำคัญที่สุดที่ไม่ควรรับรู้เรื่องนี้เลยก็คือคุณพ่อของคนที่ถูกกระทำ

 

ไม่มีผู้ปกครองคนไหนสามารถทนเห็นลูกของตัวเองในสภาพแบบนี้ได้  และถ้าจีซบทราบเรื่อง...คนที่ปกป้องคนรักไม่ได้อย่างชานยอลคงไม่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลแบคฮยอนอีกต่อไป

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ  10/02/61

ขออนุญาตย้ำอีกครั้ง...ว่าตอนต่อไปหลังจากนี้หรือตอนก่อนหน้าจะถูกดำเนินไปอย่างรวดเร็ว  เพราะไม่อยากให้เรื่องราวโดยรวมยืดเยื้อเกินไป  และผลการรักษาของเซฮุน  อาการบาดเจ็บต่างๆ  ขอให้เป็นเพียงแค่จินตนาการเท่านั้น  เราขออภัยที่ไม่มีความรู้หรือค้นหาข้อมูลทางการแพทย์ให้ดีกว่านี้   สิ่งใดที่ดูเว่อร์เกินจริง  ไม่มีความเป็นไปได้  ขอให้นักอ่านทุกคนคิดเสมอว่า...มันเป็นเพียงจินตนาการของเรา

ถ้าฟิคเรื่องนี้มีขอผิดพลาดประการใด  เราขออภัยด้วยนะคะ  (พับเพียบ...กราบบบ)

ขอบคุณสำหรับการติดตาม  ขอบคุณนักอ่านทุกคน  ขอบคุณคอมเม้นท์ทั้งหมด  ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #577 /tl26&? (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:20
    ก็เข้าใจว่าเรื่องงานก็สำคัญ แต่รู้สึกว่ามันเกินไปหน่อย แล้วยิ่งรู้ว่ายุนอาชอบจงอินแล้วจงอินก็ต้องให้เกียรติในฐานะพาร์ทเนอร์มันก็ยิ่งรู้สึกแย่ รู้ว่าจงอินรักเซฮุนมากแต่ก็หวั่นใจอยู่ดี เห้อออ รู้สึกเหมือนถูกไรท์เตอร์เอาดอกไม้มาให้แล้วมาบอกทีหลังว่ามันไม่ใช่ของเราอ่ะ ฮื่อ คู่ชานแบคก็เครียดเลย กลัวใจแบคมากว่าหลังจากนี้จะรู้สึกยังไง ,___, เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
    #577
    0
  2. #501 Jammie-Lee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:38
    อ่า ฮุนนี่จะหายอยู่แล้วเชียว ฮืออออออ // แบคกลับมาสดใสไวๆ นะ~
    #501
    0
  3. #353 TFAIR (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:58
    มาจบได้แล้วไรท์ ลุ้นต่อไปไม่ไหวแล้ว ใจไม่ดีเลย อย่าดราม่าอีกน่ะ ????
    #353
    0
  4. #352 skyoflove8894 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 07:41
    พี่จงอินง้อเมียดีมากเลย55555555 น้องฮุนหายเร็วๆๆนะคร้าบบบ
    #352
    0
  5. #351 Queensally (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 13:33
    โห่ยนึกว่าเซฮุนจะหนีพี่จงอินสะแล้วว
    #351
    0
  6. #350 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 13:02
    ตอนแรกนึกว่าคุณพ่อจีซบจะมาพาเซฮุนกลับแล้ว แต่ปรากฎว่าคุณพ่อยอมให้เด็กๆเคลียร์กันเอง แต่โอยยยยย พี่จงอินอย่าปล่อยน้องไปนะ ตามน้องไปด้วยเลยยย
    #350
    0
  7. #349 Nong662 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 12:55
    คุณพ่อจีซบต้องทำให้สองคนเข้าใจกันและอยู่ด้วยกันนะคะ เชื่อว่าอย่างนั่นมาต่อเร็วค่ะ
    #349
    0
  8. #348 Pinkdao (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 11:02
    น้องฮุนสู้ๆนะ อยากให้หายเร็วๆ
    #348
    0
  9. #347 0412BD (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 10:27
    เมื่อไหร่น้องจิเดินได้ค่ะไรท์จ้า คิดถึงมากๆๆเยย 555555
    #347
    0
  10. #346 im@offie (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 10:04
    โอ้ย สงสารอ่ะทั้งคู่เลย
    #346
    0
  11. #345 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 09:36
    ต้มมาม่าอีกแล้วว ตอนหน้า สะเทือนใจ ฮือออ เค้าจะรอไรท์มาแต่งต่อ รีบมาน๊าา ฮือออ
    #345
    0
  12. #344 KaiHun940105 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 09:25
    งื้อออออ สงสารทั้งคู่เลยยย รัก แต่อยากให้เขาได้เจอกับคนที่เหมาะสม ฮือออ ความฝันของเซฮุนอยู่ที่ไหน เป็นสวนดอกไม้ใช่ไหม ฮืออออ เตรียมต้มน้ำ
    #344
    0