จบแล้ว(EXO) ดอกไม้ของเจ้านาย❀ (Kaihun Chanbaek Ft.Kris)

ตอนที่ 28 : ❀ 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    3 พ.ย. 62








ดอกไม้ดอกที่  28



 

SM  Hospital

10.05 น.

 

1 เดือนต่อมา.....

 

 

                ขาเรียวยาว...เดินออกจากห้องน้ำโดยใช้ไม้เท้าสี่ขา( walker )ช่วยพยุงร่างกายที่พอจะเดินเองได้ในระยะที่ไม่ไกลมากให้กลับมานอนที่เตียง  มือบางวางไม้เท้าไว้ให้ใกล้ที่สุดและล้มตัวนอนพักเพราะเพิ่งกลับมาจากการทำกายภาพบำบัดไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา  คนป่วยนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาได้เกือบ  เดือนถ้านับตั้งแต่วันแรกที่ต้องเข้ารับการรักษา  ส่วนคนที่มาคอยส่งเสียงเชียร์เวลาทำกายภาพบำบัดก็กลับไปทำงานตามปกติและจะมาเยี่ยมแค่ช่วงวันหยุดเท่านั้น

 

            ตอนเริ่มเดินเองได้...เซฮุนอยากกลับไปอยู่ที่คอนโดฯของจงอินเหมือนเดิมเพราะรู้สึกเบื่อโรงพยาบาลเต็มที  รวมถึงค่ารักษาทั้งหมดก็แพงเหลือเกิน  ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองก็ตาม  แต่พอคิดขึ้นมาทีไรก็รู้สึกเสียดายเงินทุกครั้งและสิ่งที่เคยร้องขอ...ก็ได้รับการปฏิเสธ  มันเกรงใจที่จงอินต้องมาคอยดูแลเขาในหลายๆเรื่องจนร่างกายเริ่มดูอิดโรย  คนป่วยทราบดีว่าปกติเจ้าของโรงแรมก็มีงานล้นมือมากพออยู่แล้ว  แถมโรงแรมแต่ละสาขาต่างก็มีปัญหาเข้ามาให้แก้ไขอยู่บ่อยๆ

 

            เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่คอนโดฯ  คนป่วยจึงมีขอแลกเปลี่ยนด้วยการให้คนเอาแต่ใจห้ามนำงานกลับมาทำที่โรงพยาบาลโดยเด็ดขาด  และถ้าวันไหนงานเยอะจนไม่ว่างกลับมานอนด้วยกันก็ไม่ต้องฝืนตัวเอง  เพราะที่นี่ก็มีทั้งหมอ  ทั้งพยาบาลรวมถึงเจ้าที่ต่างๆคอยดูแลอยู่ตลอด  24  ชั่วโมง  เซฮุนเข้าใจว่าคนรักหวังดี  เป็นห่วงและหึงหวงจนคนทั้งโรงพยาบาลต่างก็กลัวกันไปหมด  แล้วการที่เจ้าของโรงแรมอย่าคิมจงอินจะทำงานไปด้วยดูแลเขาไปด้วยมันคงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ  ยิ่งตอนนี้...โปรเจคการสร้างโรงแรมใหม่ก็กำลังเริ่มต้นไปได้ด้วยดีและคยป่วยก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น  จงอินจึงไม่จำเป็นต้องดูแลเขาเหมือนอย่างวันแรกที่ต้องทำกายภาพบำบัด

 

 

            เซฮุนยอมรับ...ว่าใจลึกๆก็อยากให้จงอินคอยอยู่เคียงข้างกันเหมือนเดิม  และไม่อยากนอนเหงาอยู่คนเดียวในตอนกลางคืน  แต่พอคิดไปคิดมาตามความเป็นจริง  ถ้าเขามัวเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว  จงอินก็ต้องเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิมและอาจล้มป่วยจนงานทุกอย่างพังไม่เป็นท่า  ยิ่งมีโปรเจคการสร้างโรงแรมใหม่เข้ามา  จงอินก็ยิ่งงานเยอะมากขึ้นเป็นเท่าตัวแถมหน้าตายังดูเคร่งเครียดมากว่าแต่ก่อน  ถึงแม้ตอนอยู่ต่อหน้า...จะยิ้มแย้มหรือขี้แกล้งอยู่เหมือนเดิม  แต่ช่วงหลังๆมานี้...สายตาคมที่คอยจับจ้องเขามานานมันเริ่มฉายความเหน็ดเหนื่อย  ความกังวลและมีความเครียดอยู่ในแววตานั้นเสมอ

 

 

            แต่...พอนึกถึงโปรเจคการสร้างโรงแรมใหม่ที่ฝรั่งเศส  มันก็อดนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของโปรเจคร่วมกับจงอินไม่ได้  เธอ...ที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง  ทั้งหน้าตา  บุคลิกภาพ  ฐานะทางสังคมและชาติตระกูล  ทุกอย่างที่เป็นเธอมันช่างดูเหมาะสมกับเจ้าของโรงแรมมากกว่าตัวเองเป็นไหนๆ  ถึงจะไม่อยากคิดมาก  แต่มันก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีเพราะเขาไม่มีอะไรเทียบกับเธอคนนั้นได้เลยสักอย่าง  ยิ่งเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือตามงานสังคมที่คนทั้งคู่ออกข่าวด้วยกันบ่อยๆในช่วงนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีอะไรเหมาะกับคนอย่างคิมจงอินเลยแม้แต่น้อย

 

 

            เธอเป็นทั้งนักแสดง  เป็นทั้งนางแบบและเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคน  ข่าวซุบซิบนินทาในด้านร้ายหรือด้านลบก็ไม่เคยมีปรากฏอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์เลยสักครั้ง  และส่วนมาก...เธอก็มักจะมีแต่ข่าวในด้านดีอย่างเช่นคอยช่วยเหลือสังคมโดยการบริจาคเงินให้ตามมูลนิธิต่างๆมากมายเป็นประจำเกือบทุกเดือน  บางเดือนก็เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยตัวเองพร้อมกับมอบเสื้อผ้ารวมถึงของใช้จำเป็นให้กับผู้ด้อยโอกาส  เธอเป็นคนดีทั้งในจอและนอกจอที่ใครๆต่างก็รู้กันทั่ว  จนบางครั้ง...มีนก็ทำให้คนป่วยอดหวั่นใจกับภาพข่าวต่างๆระหว่างคนรักกับหญิงสาวคนนั้นไม่ได้

 

และความดีของเธอ...ก็ยังเผื่อแผ่มาถึงคนป่วยด้วยเช่นกัน

 

            วันไหน...ที่เจ้าของโรงแรมติดงานด่วนและไม่สามารถมาดูแลคนป่วยได้ด้วยตัวเอง  นาวแบบสาวก็มักจะมีของฝากติดไม้ติดมือมาเยี่ยมแทนทุกครั้ง  ยาบำรุง  ขนมเค้ก  ของคาวของหวานต่างๆ  ทุกอย่างมาพร้อมกับรอยยิ้มและความเป็นมิตรที่ดี  และตัวเธอเองก็ทราบ...ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจงอินกับคนป่วยคืออะไร  เซฮุนยอมรับว่าการเจอเธอครั้งแรกที่นี่มันทำให้อดน้อยใจไม่ได้   เพราะก่อนหน้านั้นคนรักไม่เคยให้คนแปลกหน้าเข้ามาเยี่ยมโดยเด็ดขาดถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว  แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้รับอนุญาตแถมยังไม่มีการการบอกกล่าวให้รู้ก่อนเลยสักคำ

 

 

                แต่...พอได้ฟังคำอธิบายจากปากของนางแบบสาว  เซฮุนก็ลดความน้อยใจลงไปได้บ้าง  ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตามที  เธอกลัวว่าคนป่วยอย่างเขาจะอาการทรุดเมื่อเห็นข่าวระหว่างเธอกับเจ้าของโรงแรมตามหน้าหนังสือพิมพ์  หรือตามงานสังคมต่างๆที่มีการถ่ายทอดภาพทางโทรทัศน์  เพราะทุกอย่างมันถูกตีไข่ใส่สีให้ดูน่าชมและน่าติดตาม  เธอจริงใจ...ข้อนี้เซฮุนยอมรับและสัมผัสได้ว่าไม่ได้ทำไปด้วยความเสแสร้งเหมือนอย่างในละครที่เธอเคยแสดง   

 

แต่....สิ่งที่คนป่วยสัมผัสได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ  สายตาของความผิดหวัง  สายตาของการรอคอย  สายตาของผู้ที่ยินดีเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุข  และสายตาที่เธอมองผู้ร่วมโปรเจคโรงแรมใหม่อย่างคิมจงอิน

 

แกร๊กก!!

 

                สวัสดีค่ะคุณเซฮุน  วันนี้เราทำขนมเค้กมาฝากด้วยน้าาา

 

            “สวัสดีครับ คุณ  ยุนอา

 

            “ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณเซฮุนหรือเปล่านะคะ?”

 

            “ทำขนมมาให้ทานทุกวันแบบนี้...ผมก็อ้วนแย่สิครับ  แล้วก็เกรงใจคุณยุนอาด้วย

 

            “ไม่ต้องเกรงใจ...แล้วก็ไม่ต้องกล้วอ้วนด้วยค่ะ  เชื่อสิ...ว่าคุณจงอินอยากให้คนป่วยอ้วนกว่านี้อีกหน่อย  อ่ออ...แล้วก็อันนี้ด้วยค่ะ!!  คุณจงอินติดประชุมก็เลยฝากให้เราเอามาให้

 

                ขอบคุณนะครับ  ลำบากคุณยุนอาแย่เลย

 

            “ไม่ลำบากเลยค่ะ...คุณเซฮุนมาทานเค้กดีกว่านะคะ

 

            คนป่วย...ไม่เคยได้รับดอกไม้ช่อโปรดจากมือของคนอื่น  มันจึงอดน้อยใจคนที่เคยทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้  เพราะถ้าไม่ว่างหรือติดประชุมก็มักจะฝากให้คนของทางร้านนำมาส่งให้เหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง  แต่ทำไมคราวนี้ถึงฝากมากับเธอ??  เจ้าของโรงแรมจะเข้าใจบ้างไหม...ว่าดอกทิวลิปสีแดงทุกช่อที่คนป่วยเคยได้รับมันหมายถึง  “ดอกไม้ของเรา”   และถ้าการได้รับดอกไม้ช่อโปรดจากมือของคนที่แอบรักแฟนของตัวเอง...มันควรจะต้องรู้สึกเช่นไร  มือบางวางดอกไม้ช่อโตไว้ข้างกายก่อนหยิบช้อนเพื่อทานขนมเค้กที่ยุนอาทำมาให้ทาน

 

            “เค้กส้มอร่อยมากๆเลยครับ...คุณยุนอาทำขนมเก่งจัง

 

            “อร่อยจริงๆเหรอคะ!!?...งั้นเดี๋ยวเราทำขนมแบบอื่นมาให้คุณเซฮุนทานอีกดีกว่า

 

            “สงสัยน้ำหนักของผมจะขึ้นก็คราวนี้

 

            “คุณเซฮะ...ฮุน

 

 

Rrrrrrrrr!!!!!!

 

           “คุณจงอินโทรมาค่ะ  คุณเซฮุนจะคุยไหมคะ?”

 

            “ไม่ครับ  คุณยุนอาคุยเถอะ  เผื่อพี่จงอินมีธุระเรื่องงาน

 

Rrrrrrrr!!!!!!!

 

                สวัสดีค่ะคุณจงอิน

 

                (ยุนอาถึงโรงพยาบาลหรือยังครับ??)

 

            “ถึงแล้วค่ะ...กำลังนั่งมองคนป่วยกินเค้กอยู่ค่ะ

 

            (แล้วเซฮุนเป็นยังไงบ้างครับ?)

 

            “สดชื่นแจ่มใสดีค่ะ...กินเค้กแก้มตุ่ยเลย

 

            (งั้นฝากบอกเซฮุนด้วยนะครับว่าผมคิดถึง  แล้วตอนทำกายภาพบำบัดรอบบ่าย  ผมจะพาเซฮุนไปเอง...อีก ชั่วโมงเจอกันนะครับ)

 

            “รับทราบค่ะบอสสส...เดี๋ยวยุนอาจะบอกคุณเซฮุนให้นะคะ

 

            จบการสนทนาจากปลายสาย...ยุนอาก็รีบรายงานเรื่องที่ตัวเองคุยกับเจ้าของโรงแรมให้คนที่นั่งทานเค้กอยู่บนเตียงฟังทันที  น้ำเสียงที่พูดช่างดูสดใส...ซึ่งต่างจากแววตาที่ดูหม่นหมองจนคนป่วยถึงกับไม่กล้าสบจ้องและรีบก้มหน้าทานเค้กไปเรื่อยๆ  เกิดมาก็ไม่เคยแอบหลงรักใครสักคน  แต่ใช่ว่าเซฮุนจะมองไม่ออก  และถ้าให้คิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราหรือให้ตัวเองไปยืนอยู่ในจุดที่นางแบบสาวเป็นอยู่  เขาก็คงรู้สึกอึดอัดไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด  เพราะแอบรักคนมีเจ้าของยังไม่พอ  แถมยังต้องมาคอยรับรู้หรือเห็นว่าพวกเขารักกันมากแค่ไหน

 

 

            เข้าใจทุกเรื่อง...แต่ก็มีความสับสนปะปนอยู่ในทุกๆเรื่องเช่นกัน  และเกิดความน้อยใจบ่อยจนเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง  ใช่ว่านางแบบสาวจะอึดอัดอยู่ฝ่ายเดียว  เพราะตั้งแต่วันที่เธอมาเยี่ยมครั้งแรกจนถึงตอนนี้  เซฮุนก็มีแต่จะอึดอัดมากขึ้นทุกวันและน้อยใจมากขึ้นทุกที  ปกติเวลาที่คนรักไม่ว่าง  ติดงานหรือมีเรื่องด่วนก็มักจะโทรมาบอกกันตรงๆ  แต่...เดี๋ยวนี้กลับโทรถามอาการของเขาผ่านทางคุณยุอาเสมอถ้าเธอเดินทางมาที่โรงพยาบาล  เซฮุนไม่อยากกลายเป็นคนงี่เง่า  แต่การกระทำหลายๆอย่างของจงอินมันทำให้คิดไปเป็นอื่นไม่ได้

 

 

                รู้อยู่แก่ใจ...ว่าจงอินรักและเป็นห่วงมากแค่ไหน  แต่การกระทำในระหว่างที่มีใครอีกคนเข้ามาในชีวิตช่วงนี้  มันทำให้เซฮุนรู้สึกอึดอัดใจจนอยากจะหนีไปให้ไกลๆเพื่อจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงของคนอื่นและไม่ต้องมาเห็นการกระทำที่ไม่ค่อยชอบใจ  คนป่วยคิดถึงเพื่อนตัวเล็กอย่างแบคฮยอนมากที่สุดเพราะหลังจากที่ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง  ความสุข  เสียงหัวเราะและความสบายใจมันก็หายไปหมด  ยิ่งตอนนี้...มีคุณยุนอาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต  ทุกๆความสุขที่เขาเคยได้รับมันก็เริ่มเหลือน้อยลงไปทุกที

 

 

                ใช่ว่า...อยู่กับคนไม่ดีแล้วจะทำให้เป็นทุกข์  แต่การอยู่ร่วมกับคนดีที่มีความเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างแบบยุนอา  มันก็ทำให้คนป่วยเป็นทุกข์ได้เหมือนกัน  คนดีที่แอบรักคนมีเจ้าของโดยไม่คิดจะแย่งชิงไปจากใคร  แถมยังมาคอยดูแลเอาใจใส่แฟนหรือภรรยาของคนที่ตัวเองแอบรัก  มันก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าขำ...แต่!!ไม่ขำเลยสักนิด  ไม่รู้ว่าระหว่างเขากับนางแบบสาว  ใครจะรู้สึกอึดอัดมากกว่ากันหรือใครจะเผยด้านมืดในใจลึกๆออกมาเมื่อถึงเวลาที่ต้องเห็นแก่ตัว

 

 

            คนป่วย...ทานเค้กส้มจนหมดและขอตัวนอนพักสักครู่เพราะตอนบ่ายต้องลงไปทำกายภาพบำบัด  และช่วงหลังๆมานี้  เซฮุนต้องไปทำกายภาพเพียงคนเดียวหรือไม่ก็มีพยาบาลคอยติดตามไปด้วย  1-2  คน เนื่องจากเจ้าของโรงแรมเริ่มมีงานเยอะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน  จึงทำให้มาไม่ทันเวลาของการบำบัดอยู่บ่อยครั้ง  และคนป่วยต้องออกปากห้ามหรือคอยเตือนอยู่เสมอว่าถ้ามาไม่ได้จริงๆก็ไม่ต้องฝืน  เพราะตอนนี้เขาสามารถเดินได้คล่องกว่าแต่ก่อนโดยไม่ต้องมีใครมาช่วยประคองกายเอาไว้เหมือนอย่างตอนแรก

 

 

            แต่กว่าคนป่วย...จะอธิบายให้เจ้าของโรงแรมเข้าใจ  ก็มีการโต้เถียงกันอยู่พักใหญ่เพราะต่งฝ่ายต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง  เซฮุนคิดว่า...เขาสามารถทำกิจวัตรประจำวันอย่างการอาบน้ำ  การเดินระยะใกล้ๆ  การทานข้าวหรือเข้าห้องน้ำ  ทุกๆอย่างเขาสามารถทำเองได้โดยที่ไม่ต้องให้ใครคอยอุ้มใส่รถเข็นเหมือนแต่ก่อนและไม่อยากทำตัวเป็นภาระของใคร  สิ่งไหนทำได้ก็จะทำ  แล้วก็ตัวรู้ดีว่าสิ่งไหนยังไม่สามารถทำได้

 

 

                ส่วนจงอิน...กลับคิดว่าอยากจะดูแลคนป่วยด้วยตัวเองเหมือนอย่างที่เคยทำทั้งๆที่ความจริงแล้ว...มันแทบไม่เหมือนแต่ก่อนเลยแม้แต่น้อย  งานเยอะมากขึ้น  มาไม่ทันการทำกายภาพบำบัดเกือบทุกครั้งและเอางานกลับมาทำที่โรงพยาบาลจนดึกดื่น  เซฮุนไม่อยากเห็นจงอินคิดมากเรื่องที่เจ้าตัวไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามต้องการ  เขาจึงพยายามพูดคุยและใช้เหตุผลของความเป็นจริงขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อให้เรื่องทั้งหมดมันจบลงด้วยดี   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

16.50 น.

 

 

                อีก ชั่วโมงเจอกัน

 

                มันคือคำสัญญาเมื่อหลายชั่วโมงก่อน...และเป็นการบอกผ่านมาจากคนอื่น  การทำกายภาพบำบัดรอบบ่ายในวันนี้  คนป่วยต้องไปกับนางแบบสาวและพยาบาลอีกหนึ่งคน  ส่วนคนที่บอกว่าจะมาให้ทันก็ยังติดงานอยู่ที่โรงแรมเหมือนเดิม  ไม่เคยโกรธแต่ใช่ว่าจะชิน  แล้วก็เลือกที่จะไม่โวยวายเพราะเข้าใจดีว่างานในโรงแรมมันไม่มีอะไรตายตัว  บางที...ก็มีเรื่องเร่งด่วนเข้ามาให้แก้ไขแบบกะทันหัน  ขนาดคนที่เคยเป็นแค่พนักงานจัดดอกไม้ธรรมดาๆอย่างเขาก็ยังมีงานด่วนมาให้ทำอยู่หลายครั้ง  และจงอินก็เป็นถึงเจ้าของโรงแรม...งานก็ยิ่งมีมากกว่าพนักงานระดับล่างหลายเท่า 

 

            “คุณยุนอากลับไปพักผ่อนดีกว่าครับ  อยู่ดูแลผมมาทั้งวันแล้ว

 

            “คุณเซฮุนอย่าไล่เรากลับเลยน้าาา....!!”

 

            “เปล่าไล่นะครับ!!! ผมกลัวคุณยุนอาจะเหนื่อย

 

            “ไม่เหนื่อยเลยค่ะ...แล้วก็เป็นคำสั่งของคุณจงอินด้วย  ตอนคุณเซฮุนทำกายภาพบำบัด  คุณจงอินโทรมาบอกว่าให้อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน

 

            “คะ...ครับ  งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ

 

            อยากถอนหายใจ...แต่ยังทำได้แค่ในความคิดและต้องยิ้มรับกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่  เซฮุนก้าวขาอย่างเชื่องช้าเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำโดยมีคนที่ต้องอยู่ทานอาหารเย็นตามคำสั่งของจงอินคอยประคองอยู่ไม่ห่าง  มือบางปิดประตู...แต่ไม่ได้ล็อคเหมือนเช่นทุกครั้ง  เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นด้านใน  คนอื่นจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา  ความอุ่นของน้ำที่ไหลผ่านร่างสวยจากฝักบัว  มันช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากความอึดอัดได้พอสมควร  แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้...คนป่วยก็อยากให้ความขุ่นมัวในใจมันถูกชะล้างไปพร้อมๆกับฟองของครีมอาบน้ำ

 

...

 

 

...

 

 

... 

 

 

แกร๊กก!!!

 

 

                เซฮุนนน...พี่มาแล้วคะ..ครับ  อ้าวว...เซฮุนละครับยุนอา??”  เปิดประตูห้องพร้อมเรียกชื่อคนที่คิดถึงด้วยเสียงที่ดังจนนางแบบสาวตกใจ  และพอมองไปที่เตียงของคนป่วยก็ต้องพบกับความว่างเปล่า  จงอินรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลเมื่อทำงานเรียบร้อย  และซื้ออาหารเย็นมาเพื่อเป็นการขอบคุณหญิงสาวตรงหน้าที่อาสาดูแลคนรักให้ตั้งแต่เช้า

 

            คุณเซฮุนอาบน้ำอยู่ค่ะ...แต่คงใกล้เสร็จแล้วมั้งคะ  เพราะเข้าไปตั้งนานแล้ว”  ยุนอารีบเข้าไปช่วยถือของที่ชายหนุ่มผู้ร่วมโปรเจคซื้อมาทันที  และบรรจงจัดเรียงใส่ภาชนะเซรามิคเนื้อดีเพราะจะได้ทานมื้อเย็นพร้อมกันเมื่อคนป่วยอาบน้ำเสร็จ

 

            “ขอบคุณนะครับยุนอา...งั้นผมขอตัวเข้าไปดูเซฮุนก่อนนะครับ”  ละมือจากการช่วยหญิงสาวจัดโต๊ะอาหาร  แล้วก้าวขาเดินเข้าไปในห้องน้ำเพราะเป็นห่วงและคิดถึงคนป่วยมาทั้งวัน

 

            “ค่ะ....”  ตอบด้วยเสียงที่เบายิ่งกว่าการกระซิบและเก็บซ้อนแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกน้อยใจเอาไว้ด้วยการก้มหน้าจัดโต๊ะอาหารต่อไปเรื่อยๆ

 

            อิม ยุนอา  ยอมรับว่าแอบหลงรักผู้ชายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์คนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากัน  และเธอ...ก็คือคนที่ยื่นขอเสนอในการสร้างโรงแรมที่ฝรั่งเศสให้กับจงอิน  วงการบันเทิงมันไม่มีความมั่นคง  แถมคลื่นลูกใหม่ก็ยังทยอยเข้าสู่วงการกันอย่างต่อเนื่อง  และสักวันเธอก็คงเป็นได้แค่คลื่นลูกเก่าที่อายุมากขึ้นจนอาจถูกเลิกจ้าง  ด้วยเหตุผลข้อนี้...และด้วยเงินมรดกที่มีอยู่รวมถึงเงินที่ได้จากทำงานในวงการบันเทิง  ทุกๆอย่างมันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเธอต้องรีบลงมือทำสิ่งที่มั่นคงก่อนที่เวลาของวงการมายาจะหมดอายุ  และการหันมาทำธุรกิจด้านการโรงแรม...ก็คือสิ่งที่เธอเลือก

 

 

            ยุนอาไม่ได้เลือกสิ่งที่อยากทำเท่านั้น...แต่ยังเลือกที่จะลงทุนกับจงอินเพราะเธอเห็นว่าผู้ชายคนนี้เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่น่าจะเข้าใจคนในวัยเดียวกัน  และสิ่งที่เธอคิดหรือคาดหวังมาทั้งหมดก็เป็นความจริงเมื่อหนุ่มผิวเข้มตอบรับข้อตกลงทันทีเมื่อเธอมาเสนอโปรเจคให้ฟัง  การทำข้อตกลง  การประชุม  การจัดสรรผู้ถือหุ้นเริ่มต้นด้วยความรวดเร็ว  แต่!!ก็รอบคอบด้วยเช่นกัน  ยิ่งเธอได้เห็นความตั้งใจในการทำงานของจงอินมากขึ้นเท่าไหร่  เสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นจนเธอเผลอใจให้อย่างง่ายดาย

 

แต่......

 

            ความหวัง...ที่เธอคิดไว้อีกอย่างว่าจะสานต่อความสัมพันธ์ให้มากกว่าผู้ร่วมหุ้นก็เป็นอันต้องฝันสลายเมื่อเธอเห็นแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของจงอิน  แหวนที่บ่งบอกให้รู้ว่า...ผู้ชายที่เธอแอบหลงรักมีเจ้าของแล้ว  แถมเจ้าของคนนั้นยังเป็นผู้ชาย!!  ยุนอารู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม  ทั้งๆที่ตัวเธอเองก็มีพร้อมทุกอย่าง  รู้ดีว่าสมัยนี้ผู้หญิงก็ใช่ว่าจะเกิดมาคู่กับผู้ชายเสมอไป  แต่ยุนอาก็ไม่คิดว่าเธอจะต้องมาเจอความรักแบบนี้กับคนที่ตัวเองแอบหลงรัก

 

 

            นางแบบสาวเพิ่งเข้าใจวันนี้...ว่าการเกิดมามีพร้อมทุกอย่างในชีวิตก็ใช่ว่าจะชนะไปทุกเรื่อง  เธอยอมรับว่าตัวเองประสบความสำเร็จในด้านการงาน  มีทั้งชื่อเสียง  มีทั้งหน้าตาทางสังคม  ในชีวิตมีแต่ผู้ชายหมายปองหรือไม่ก็ถูกพ่อแม่พาไปพบปะผู่คนที่น่าจะเกี่ยวดองกันได้ในงานสังคมต่างๆ   แต่ยุนอา...ก็ไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษ  และตั้งหน้าตั้งตาทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักมาตลอด  จนกระทั่งวันนี้...วันที่เธอได้มาพบกับเจ้าของโรงแรมอันโด่งดังและมีชื่อเสียงอย่างคิมจงอิน  เธอจึงตกหลุมรักผู้ชายคนนี้อย่างเต็มหัวใจ

 

 

            แต่การเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง...กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้คนที่เป็นเพียงแค่พนักงานจัดดอกไม้ธรรมดาๆคนหนึ่ง  และถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างตัวเธอกับเซฮุน  เป็นใครก็ต้องเลือกอิมยุนอาคนนี้ทั้งนั้น  แต่...มันคงไม่ใช่สำหรับเจ้าของโรงแรมชื่อดังอย่างจงอิน  เพราะพนักงานจัดดอกไม้ที่ไม่มีสิ่งใดสู้เธอได้เลยสักอย่าง  กลับได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของผู้ชายที่เธอแอบหลงรัก

 

 

            ยุนอายอมรับ...ว่าในช่วงที่เริ่มมีข่าวออกไปว่าเราทั้งคู่จะทำโปรเจคโรงแรมใหม่ด้วยกันที่ฝรั่งเศส  เธอรู้สึกมีความสุขมากและมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้ออกงานสังคมหรือได้ถ่ายแบบร่วมกับจงอิน  แล้วตอนนี้ในแวดวงต่างๆทางสังคม...ต่างก็กำลังจับจ้อง  เฝ้ารอและหวังว่าเราทั้งคู่จะเป็นมากกว่าแค่ผู้ร่วมหุ้น

 

แต่...ใครจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

 

            พี่จงอินเข้ามาทำไม!!!...เซฮุนทำเองได้  คุณยุนอาอยู่ข้างนะ..นอก  อ๊ะ!!??”

 

            “ก็เห็นว่าเข้ามาตั้งนานแล้ว  พี่ก็เลยเป็นห่วง...อยู่เฉยๆได้ไหม  เดี๋ยวก็หกล้ม

 

            “อ๊ะ...อย่ามาจับนะ!  อื้ออออ  อย่าแกล้งสิ!!  ปล่อยนะ...อื้อออ!!!”

 

            “ไม่ให้จับของเมีย...จะให้ไปจับของใคร หื้มม!!

 

            “พี่จงอิน   ยะ...อย่า !!

 

                เสียงหยอกล้อของคนที่อยู่ในห้องน้ำ...มันดังออกมาจนนางแบบสาวที่กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ด้านนอกอดรู้สึกอิจฉาอย่างห้ามความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้  เพราะต่อให้เธอมีโอกาสได้อยู่ใกล้กับจงอินมากแค่ไหน  มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้มากกว่านี้  รู้ตัวดี...ว่าความอิจฉาสามารถทำลายใครก็ได้  แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะทำ  ยุนอาโตพอที่จะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน  แต่สำหรับเรื่องของความรู้สึกที่มีต่อ คิมจงอิน...เธอขอปล่อยให้มันเป็นไปแบบเดิมคือการแอบรัก

 

 

            ใครหลายคน...อาจยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้คนที่ตัวเองรักมาครอบครองโดยไม่สนว่าจะได้มาด้วยวิธีไหน  แต่สำหรับคนอย่างอิมยุนอา...ความมั่นคงในชีวิตมันสำคัญมากกว่าการแย่งชิงใครสักคนที่อาจได้มาเพียงแค่ชั่วคราว  หรือไม่ก็อาจเสียทุกอย่างไปด้วยการทำอะไรโง่ๆเพียงแค่ครั้งเดียว  ยอมรับว่ามีเศร้าบ้าง  มีอิจฉาบ้าง  มีรอยยิ้มบ้างปะปนกันไปทุกครั้งเมื่อได้เห็นจงอินกับเซฮุนหยอกล้อและแสดงความรักที่มีต่อกันให้เห็นอยู่บ่อยๆ  แล้วใจลึกๆข้างใน...ก็รู้สึกมีความสุขที่คละเคล้าไปกับความน้อยใจจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้หมด

 

ไม่ใช่คนที่ถูกรัก...แต่ก็ไม่อยากกลายเป็นศัตรู

 

                เซฮุนเดินเองได้  พี่จงอินไม่ต้องอุ้มหรอกครับ

 

                ก็พี่จะอุ้ม!!!  หรือว่าเซฮุนอยากให้พี่ทำอย่างอื่น??!

 

เพี๊ยะ!!!!

 

                พูดจาน่าเกลียด!!

 

                ตีหนึ่งที...โดนหอมแก้มสิบครั้ง!!

 

                เถียงกัน...ตั้งแต่ยังอยู่ในห้องน้ำจนคนป่วยถูกเจ้าของโรงแรมจับทาแป้งแต่งตัวให้เสร็จสรรพ  และถูกอุ้มมาจนถึงโต๊ะอาหารที่นางแบบสาวจัดเตรียมไว้ให้  จงอินทำแบบนี้ทุกครั้ง  ทั้งอาบน้ำ  แต่งตัว  อุ้มไปไหนมาไหนทั้งๆที่คนป่วยก็สามารถทำเองได้หมดทุกอย่าง  เซฮุนก็รู้สึกเกรงใจและอยากทำอะไรได้ด้วยตัวเองบ้างหลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน  แล้วตอนนี้...พวกเขาก็ไม่ได้อยู่กันสองคนเหมือนอย่างเมื่อวาน  ซึ่งจงอินควรอายหรือเห็นแก่คุณยุนอาบ้างเพราะการกระทำหลายๆอย่างมันอาจกระทบต่อความรู้สึกของคนที่แอบรัก

 

            คุณเซฮุนทานเยอะๆนะคะ  หายเมื่อไหร่...เราจะพาคุณเซฮุนไปเที่ยวฝรั่งเศส  หนุ่มๆที่นั่นหล่อกว่าคนแถวนี้อีกนะคะ

 

            “ถ้าคุณยุนอาพูดขนาดนี้  ผมคงต้องรีบหายแล้วมั้งครับ

 

            “ถ้าโรงแรมใหม่ของคุณจงอินสร้างเสร็จเมื่อไหร่  คุณเซฮุนต้องได้ไปบ่อยๆแน่นอนค่ะ

 

            “แล้วงานคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ...ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม??”

 

            “เรียบร้อยทุกอย่างเลยค่ะ  ไว้คราวหน้า...เราจะเอาแบบโรงแรมใหม่มาให้คุณเซฮุนดูดีกว่า  คุณเซฮุนต้องชอบแน่ๆ  แต่ถ้าาาา...ไม่ชอบ  คุณเซฮุนช่วยออกแบบใหม่ก็ได้นะคะ

 

            “ผมช่วยได้ด้วยเหรอครับ???!!  แล้วถ้าหุ้นส่วนคนอื่นๆเกิดไม่พอใจขึ้นมาจะทำยังไงละครับ?”

 

            “คนถือหุ้นใหญ่ที่สุดก็คือคุณจงอินนะคะ  ใครจะกล้าไม่พอใจ  ดีนะคะ..ที่คุณจงอินยังไม่มีลูก  ถ้ามีขึ้นมาจริงๆ  สงสัยชื่อผู้ถือหุ้นรองลงมาคงไม่ใช่ชื่ออิมยุนอาคนนี้แน่ๆ

 

            “........!!!!!

 

                มือบาง...ที่กำลังตักอาหารเข้าปากต้องยกค้างอยู่กลางอากาศเมื่อได้ยินคำว่า  ลูก  หลุดออกมาจากปากของนางแบบสาว  มันเป็นความจริงที่จงอินยังไม่มีลูก  แต่คนป่วยก็ไม่สามารถมีลูกให้คนรักได้เช่นกัน  ผู้ชายต้องเกิดมาคู่กับผู้หญิง  ซึ่งธรรมชาติสร้างมาให้เป็นแบบนั้น  และเซฮุนก็คิดว่า...ถ้าจงอินเป็นแบบที่ธรรมชาติสร้างมาให้  ป่านนี้คงมีทายาทไว้สืบทอดมรดกและดูแลธุรกิจการโรงแรมได้ในอนาคต

 

                คุณเซฮุนอิ่มแล้วเหรอคะ?  ถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะเพิ่งทานอาหารไปเพียงไม่กี่คำ  แต่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับทำท่าทางเหมือนจะลุกออกจากเก้าอี้

 

            “อิ่มแล้วครับ...ขอตัวไปนอนพักก่อนนะครับ  นั่งนานๆแล้วรู้สึกปวดขา”  เป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่าตัวเองไม่สามารถมีลูกได้  แต่ความจริงบางอย่างมันก็ยากเกินกว่าความรู้สึกจะรับไหว

 

            “ให้เราช่วยนะคะ...”  เห็นคนป่วยทำท่าจะเดินออกไปจากโต๊ะอาหาร  ยุนอาจึงรีบเข้าไปประคองกายและพาเซฮุนเดินไปถึงเตียงพร้อมกับห่มผ้าให้เสร็จสรรพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Rose  of  Sharon  Pub เชจู

22.45 น.

 

Rrrrrrrrrr!!!!

 

 

                น้องแบคครับ  ตอนนี้ถึงไหนแล้ว??  พี่รออยู่หน้าผับ

 

            (พี่ชานยอลเข้าไปก่อนเลยฮะ  น้องแบคเพิ่งออกจากสนามบิน  ตอนนี้อยู่บนรถแท็กซี่แล้วฮะ)

 

            “โอเค...ถ้าถึงแล้วโทรหาพี่นะครับ  พี่จะออกไปรับ

 

            (รับทราบฮะ  แล้วเจอกัน)

 

                คืนนี้...วิศวกรหนุ่มมีนัดสังสรรค์กับชาวแก๊งค์  แต่ไม่อยากกลับดึกหรือเมาจนต้องนอนค้างใสถานบันเทิงเหมือนเมื่อก่อน  เขาจึงต้องให้แฟนตัวเล็กมาด้วยเพื่อจะได้มีข้ออ้างในการกลับที่พัก  รู้ดี...ว่าถ้าเพื่อนๆมีนัดรวมตัวเมื่อไรก็ต้องจบด้วยการนอนเกลื่อนกันอยู่ที่ห้อง VIP ทุกครั้ง  ถ้าเป็นเมื่อก่อน...เขายอมรับว่าค่ำไหนนอนนั่น  ดื่มเป็นดื่ม  เมาเป็นเมา  แต่ตอนนี้...ทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

 

            ใจจริงคืนนี้...ชานยอลก็ไม่ได้อยากมาดื่มกับเพื่อนสักเท่าไหร่  เพราะรู้สึกเหนื่อยกับงานที่ต้องบินไปมาระหว่างเชจูกับโซลอยู่บ่อยๆ  เนื่องจากต้องเข้าประชุมโปรเจคการสร้างโรงแรมใหม่ของจงอิน  แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้...ก็เพราะถูกเพื่อนๆคะยั้นคะยอจนต้องยอมตกปากรับคำ  และไม่อยากกลายเป็นคนทิ้งเพื่อนทิ้งฝูงเมื่อมีแฟน  ไม่มีคนผิด...ถ้าใครจะรักแฟนจนลืมเพื่อนหรือใครจะรักเพื่อนจนลืมแฟน  แต่สำหรับชานยอล...ไม่ว่าเขาจะโสดหรือไม่โสด  เพื่อนในแก๊งค์นี้ก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหนและยังคอยช่วยเหลือกันเสมอ

 

            “มาได้สักทีนะมึง...เมียอนุญาตแล้วเหรอ  ถึงเสด็จออกมาได้

 

            “ปากดี!!!...เดี๋ยวเมียกูตามทีหลัง  แล้วพวกมึงก็ห้ามแซวเมียกูด้วย  ไม่งั้นเจอตีน!!

 

            “คร้าบบบบ...คุณชานยอล  พวกกูกลัวแล้วววว

 

            “ไอ้สัด!!!  เออ...แล้ว ชางมิน ยังไม่มาอีกเหรอวะ?”

 

            “เดี๋ยวตามมา  กูโทรหามันแล้ว  มันบอกเพิ่งออกมาจากบริษัท

 

            “โทรตามกูยิ่งกว่าเมีย  ยังเสือกมาช้า

 

...

 

 

...

 

 

...

 

 

                ส่วนทางด้านของคนที่เพิ่งเดินทางออกมาจากสนามบิน...ก็รีบนั่งแท็กซี่เพื่อไปที่ผับต่อทันทีเพราะตอนนี้มันเลยเวลาที่ตัวเองได้นัดหมายกับวิศวกรหนุ่มมานานแล้ว  เที่ยวบินที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นเกิดการดีเลย์(delay)  นั่นจึงทำให้คนที่อาสามาส่งคุณพ่อด้วยตัวเองต้องพลอยช้าไปด้วย  ช่วงนี้จีซบเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นบ่อยกว่าประเทศไหนๆและคนที่ต้องทำงานแทนท่านก็คือลูกชายตัวแสบคนนี้

 

 

            เรื่องงานในโรงแรม...ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับแบคฮยอน  เพราะเขาสามารถทำแทนคุณพ่อได้ทุกอย่าง  แต่เรื่องที่ท่านเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยๆในช่วงนี้  มันทำให้เขากลายเป็นคนคิดมากไปในทันที  แบคฮยอนเห็นการทำงานของคุณพ่อมาตั้งแต่เด็กๆ  และทราบดีว่าท่านต้องเดินทางไปนั่นมานี่อยู่บ่อยครั้ง  แต่งานที่ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นมันมีสิ่งผิดปกติอยู่หลายอย่าง...คุณพ่อไปบ่อยมากและครั้งนี้ก็ไปเป็นรอบที่สี่ภายในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน  ไปแต่ละครั้งก็   2-3  วันหรือมากที่สุดก็  5  วันแถมเสื้อสูทที่ควรใส่ไปทำงานก็ไม่ได้เอาไปสักชุด  กระเป๋าเอกสารและแฟ้มงานก็ไม่มีสักใบ

 

 

                แบคฮยอนไม่ได้อยากจับผิดคุณพ่อของตัวเอง  แต่การกระทำแปลกๆบางอย่างมันทำให้คนเป็นลูกที่คุ้นชินอยู่กับการทำงานของคุณพ่อมานานอดสงสัยไม่ได้  อยากถามให้หายข้องใจแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไปเพราะกลัวถูกตำหนิ  และสิ่งที่แบคฮยอนกลัวมากที่สุดก็คือ...กลัวท่านแอบไปมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วพา แม่ใหม่ กลับมาอยู่ด้วยกันที่เชจู  กลัวจนคิดเตลิดไปไกลเพราะท่านก็เสียภรรยาสุดที่รักไปนานมากแล้วและอาจต้องการคนรู้ใจมาอยู่ข้างกาย

 

 

            อยากหาคนปรึกษา...แต่ก็เกรงใจเกินกว่าที่จะพูดออกไป  เพราะตอนนี้แฟนของเขาก็เดินทางบ่อยไม่แพ้คุณพ่อ  โปรเจคการสร้างโรงแรมใหม่ของหนุ่มผิวเข้ม  มันทำให้งานของวิศวกรล้นมือจนบางครั้งเขาต้องอยู่ที่เชจูเพียงลำพัง  ส่วนเพื่อนรักที่ยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลก็เริ่มเดินได้และคงหายเป็นปกติในไม่ช้า  แบคฮยอนจึงไม่อยากเอาความหนักใจไปเล่าให้คนป่วยฟังเพราะมันอาจทำให้อาการทรุด

 

                คุณครับถึงแล้วครับ! คุณ  คุณครับ!!!!

 

            “ครับ  ครับ!!

 

            คนคิดมาก...หลุดจากภวังค์เมื่อถูกคนขับรถเอ่ยเรียกเมื่อถึงที่หมาย  แบคฮยอนรีบจ่ายค่าโดยสารและลงจากรถทันที  คนตัวเล็กในเสื้อเชิ้ตสีสดใสและสวมกางเกงสกินนี่อวดเรียวขารีบเดินข้ามถนน  แล้ววิ่งต่อไปจนถึงหน้าสถานบันเทิง  มือเรียวหยิบเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงออกมาโทรหาวิศวกรหนุ่มตามคำสั่ง  แต่...เสียงรถที่วิ่งอยู่บนถนนบวกกับเสียงเพลงในผับที่เปิดดังออกมาถึงด้านอกมันทำให้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงด้วยความเร่งรีบ องเดินหลบไปคุยในที่ที่เงียบกว่านี้

 

            เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ..........”  โทรหาครั้งแรกไม่ติด  คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าตรอกข้างๆสถานบันเทิงเพื่อหลบเสียงรบกวนรอบกายจึงกดวางสายและกำลังจะโทรกลับไปอีกครั้ง

 

แต่.......

 

            “อื้ออ.....ออออ!!!!”  โทรศัพท์ตกลงบนพื้นแตกกระจาย  และไร้กำลังที่จะต่อสู้หรือแม้แต่จะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือเมื่อถูกชายแปลกหน้าใช้แขนข้างซ้ายโอบรัดรอบเอวจากทางด้านหลัง  และใช้มืออีกข้างปิดปากสีเชอร์รี่เอาไว้  คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ตัวเองก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร  และถูกลากตัวเข้าไปในซอยแคบๆที่ไปยืนหาความสงบเงียบคุยโทรศัพท์อยู่เพียงลำพัง

 

            “เจอกันอีกแล้ว...เด็กน้อย  จำพี่ได้ไหม!!??”  ชายแปลกหน้าจับร่างเล็กหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากัน  และพูดด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้คนฟังรู้สึกใจไม่ดี

 

            “โอ๊ยยยย!!!!”  รู้สึกเจ็บที่ลำคอจนต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อถูกขบกัดเข้าที่ซอกคอขาวเนียนทันทีหลังจากที่ชายแปลกหน้าพูดในสิ่งที่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ

 

ฟอดดดดดดด!!!

 

                หอมเหมือนเดิมเลยนะมึง....!!”  ถูกหอมแก้มจนเนื้อนิ่มยุบไปตามแรงกด  จากนั้นชายแปลกหน้าก็ผลักคนตัวเล็กจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับกำแพงด้วยความรุนแรง

 

            “คุณเป็นใคร!!!?...มาทำแบบนี้กับผมทำไม?”  ถามเสียงสั่นด้วยความกลัวและไร้ทางหนี  เพราะถูกชายแปลกหน้าใช้ร่างกายอันใหญ่โตขวางทางเอาไว้และรู้สึกขยะแขยงกับสิ่งที่ถูกกระทำ  คนถูกหอมแก้ม...ใช้มือถูใบหน้าไปมาซ้ำๆเหมือนอยากจะลบร่องรอยอันน่ารังเกียจออกไปให้หมด

 

            “ไม่ได้เจอกันนาน  สงสัยจะลืมไปแล้วว่าเราเคยยยย...อย่าพูดมากดีกว่า  เดี๋ยวโดนขัดจังหวะ”  ถูกโลมเลียใบหน้าเมื่อจบประโยคที่ฟังแล้วหัวใจแทบหยุดเต้น

 

            แบคฮยอนนึกไม่ออก...และมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยเจอกับผู้ชายคนนี้แน่นอน  แต่ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น??  เสื้อเชิ้ตสีสดถูกกระชากออกจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง  แล้วถูกมือสากกดไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้จนติดกำแพงก่อนก้มลงจูบริมฝีปากบางที่ตอนนี้กำลังหลบหลีกด้วยความตื่นตระหนก

 

            “อื้ออ...อย่านะ ไม่!!! อื้อออ”  ทั้งดิ้น  ทั้งทุบตีและพยายามขืนตัวจากการถูกล่วงเกินของชายแปลกหน้า  แต่ดูเหมือนแรงที่มีและขนาดของร่างกายจะไม่สามารถสู้อะไรได้เลย

 

            “โอ๊ยย!!!...ซี้ดดดด!”  เมื่อลิ้นร้ายที่กำลังกวาดต้อนหาความหวานถูกกัดด้วยความแรง  แบคฮยอนจึงรีบพลักร่างของคนที่ตัวใหญ่กว่าแล้วพยายามวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้  แต่...แรงมันมีไม่มากพอเพราะหมดไปกับการขัดขืนเพื่อให้หลุดออกจากการถูกล่วงเกิน

 

เพี๊ยะ!!

อึ่กก!!!

 

 

            ถูกมือหยาบกระชากตัวกลับมาเหมือนเดิม...และโดนตบเข้าที่แก้มข้างซ้ายจนมีเลือดซึมออกมาทางมุมปาก  และหน้าท้องเนียนขาวที่ไร้เสื้อปกปิดก็ถูกหมัดหนักๆต่อยไปสองครั้ง  แบคฮยอน...เจ็บจุกจนร่างทั้งร่างร่วงลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

 

                ยะ...อย่านะ ไม่ !!!  พี่ชานยอล  ช่วยน้องแบคด้วยยย!!!”  ร่างที่ไร้เรียวแรงพยายามฝืนความเจ็บจากการโดนทำร้าย  แล้วเอื้อมมือไปจับกางเกงของตัวเองเพราะมันกำลังจะถูกมือหยาบจากชายแปลกหน้าถอดออก  แบคฮยอนถูกลากไปกับพื้นสากๆจนแขนขามีรอยถลอกเป็นทางยาว  เลือดก็ไหลซึมจนรู้สึกแสบผิวไปหมด  แต่ก็ยังพยายามยื้อยุดสิ่งสุดท้ายที่เหลือไว้ปกปิดเรือนร่าง  แต่...แรงมันก็ไม่เหลืออีกแล้วในตอนนี้      

 

            “มาสนุกด้วยกันนะครับ...เด็กดี”  เรียวขาขาวเนียนทั้งสองข้างถูกจับแยกออก  พร้อมกับมือสากที่กำลังเกี่ยวรั้งชั้นในสีขาวออกจากสะโพกกลมกลึง  แต่....

 

กริ๊กก!!!

 

                ปล่อยเด็กคนนั้นซะ...ถ้ามึงยังไม่อยากตาย  แล้วก็เอามือสกปรกๆของมึงวางไว้บนหัว...ช้าๆ”  โลหะสีดำถูกจ่อเข้าที่ศีรษะของชายแปลกหน้าจากทางด้านหลัง  โดยฝีมือของคนที่เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น

 

            “แบ่งๆกันก็ได้นิหว่า  มึงเอามันก่อนก็ได้  กูไม่ถือ”  

 

ผลัวะ!!!

 

ผลัวะ!!!!

 

                คนปากดี...ถูกตบด้วยด้ามปืนจนสลบ  เพราะเจ้าของอาวุธร้ายทนฟังคำพูดที่น่าสะอิดสะเอียนไม่ไหว  มือหนาถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ออกมาคลุมร่างบอบช้ำที่แทบเปลือยเปล่าเอาไว้  แล้วอุ้มออกจากตรอกแคบๆตรงไปยังรถที่จอดไว้ไม่ไกลมากนัก  กึ่งเดินกึ่งวิ่งจนถึงพาหนะสีเข้มก็รีบเปิดประตูแล้ววางคนในอ้อมแขนลงบนเบาะรถอย่างเบามือ  พร้อมปรับเอนให้นอนราบลงไปได้มากที่สุดเนื่องจากไม่อยากให้ใครเห็นว่ามีคนนอนอยู่ด้านใน

 

เพราะเจ้าของรถ...ต้องรีบกลับเข้าไปในสถานบันเทิงเพื่อบอกให้ใครบางคนทราบว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น!!!!!

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





 

 

 

 

 

100%

แก้ไขเมื่อ 10/02/61

เป็นตอนที่สงสารทุกคน...แต่งเองสงสารเอง  T^T

ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ  ขอบคุณคอมเม้นท์  ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆค่ะ

แล้วจะเข้ามาตรวจคำผิดเรื่อยๆนะคะ

รัก 

#ดอกไม้ของเจ้านาย


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

712 ความคิดเห็น

  1. #692 KHlulaby (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:12
    ทำไมมมันมีแต่เรื่องให้ต้องลุ้นนนน แบคคคคค
    #692
    0
  2. #576 /tl26&? (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:50
    อมก มันคือคนที่เคยทำร้ายแบคตอนต้นๆ ใช่มั้ยเนี่ย แล้วแบบนี้แบคจะรู้เรื่องที่เคยเจอมามั้ย ถ้ารู้นี่ต้องเสียใจและรู้สึกไม่ดีที่ชานยอลปิดเอาไว้แน่เลยอ่ะ ฮื่อ ส่วนคู่ไคฮุนเราหวังว่าจะไม่มีเรื่องมาทำให้รู้สึกแย่อีกนะ เซฮุนเจอมาหนักมากแล้วจริงๆ คุณยุนอาอย่าทำร้ายน้องเลยนะ ._. นี่คิดว่าเดี๋ยวคุณพ่อกับเซฮุนต้องมีอะไรเซอไพรส์แบคแน่ๆ แต่คงเซอไพรส์จงอินมากกว่า5555555
    #576
    0
  3. #534 btoey44 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 07:31
    เรื่องนี้พล็อตดีมากเลยค่ะ เป็นฟิคยาวที่มีเหตุการณ์เข้ามาเรื่อยได้ธรรมชาติมาก
    #534
    0
  4. #533 btoey44 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 07:31
    เรื่องนี้พล็อตดีมากเลยค่ะ เป็นฟิคยาวที่มีเหตุการณ์เข้ามาเรื่อยได้ธรรมชาติมาก
    #533
    0
  5. #499 Jammie-Lee (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:22
    อ้าว แล้วใครมาช่วยแบคไว้???
    #499
    0
  6. #343 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:50
    อารมณ์ร้อนกันทั้งคู่เลย แต่พอมีคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยก็ยิ่งสงสารเซฮุน เซฮุนคงยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ เฮ้ออออ กลับไปอยู่กับคุณพ่อก็ดีเหมือนกันเนอะ จะได้ทบทวนอะไรๆลายๆอย่าง น้ำตาจะไหลเลย

    ตอนอ่านฉากที่พูดถึงแผลบนตัวน้องแบคแล้วแบบ โห เข้าใจความใจร้อนของชานยอลเลย น้องแบคต้องหายไวๆน้า
    #343
    0
  7. #342 Lookgadny (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:11
    สนุกมากกกกกกกกกกกก
    มาอัพบ่อยยยๆน้าาาาา.
    #342
    0
  8. #341 KaiHun940105 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:21
    มาต่อไวไวน่ะค่ะ สงสารเซฮุน ฮรึก
    #341
    0
  9. #340 ME3 KAEKY (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:21
    เจ็บปวดใจแทนทุกคนเลย ขอให้ผ่านไปด้วยดี แต่แอบหมั่นไส้จงอิน อยากเอาน้องไปซ่อน ชิ
    #340
    0
  10. #339 supranee94 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:18
    รีบๆมาต่อน้ารอเรื่องนี้อยู่เสมอ สงสาร เซฮุนตะไปจริงๆหรอ
    #339
    0
  11. #337 Pinkdao (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:58
    สงสารทุกคนเลย ใจเย็นๆ กันนะ
    #337
    0
  12. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:34
    ดราม่าแย้วค่ะ ไรท์ ทุกอย่างโอ้คแล้วค่ะไรท์ แต่รีดเดอร์เนี้ย ค้างงงมากกเลยยย งื้อมาต่อเร็วๆๆนะคะ
    #336
    0
  13. #335 BunnyLapin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:27
    ถ้าเราเป็นเซฮุนเราก็รู้สึกเเย่ที่สามีไม่สนใจ
    #335
    0
  14. #334 kaikaaaaaaa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:26
    ง่าาาา มีหน่วงๆด้วยT.Tมาต่อไวๆนะไรท์ถึงอาจจะมีหน่วงๆแต่ก็อยากอ่าน
    #334
    0