คัดลอกลิงก์เเล้ว

The Hunter บันทึกลับนักล่า

ตอนนี้ฉันอายุ 18 ปีแล้ว การฝึกตลอด 5 ปีมานี้ก็เป็นผลสำเร็จ ฉันกับน้องๆ ถือได้ว่าเป็นคนที่เก่งมากๆ พวกเราอยู่ลำดับต้นๆ ของตารางจัดอันดับนักล่า และนี่แหละคือตัวตนใหม่ของพวกเรา

ยอดวิวรวม

25

ยอดวิวเดือนนี้

25

ยอดวิวรวม


25

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ส.ค. 63 / 21:05 น.
นิยาย The Hunter ѹ֡Ѻѡ The Hunter บันทึกลับนักล่า | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร



ทั้ง 5 คนนี้คือนักล่าเอเลี่ยนที่มีฝีมือดีที่สุด
 
พวกเขาถูกพาตัวมาจากครอบครัวตั้งแต่เด็กๆ และถูกฝึกให้เป็นนักล่าเพื่อคอยปกป้องโลกใบนี้จากพวกเอเลี่ยนที่บุกมารุกราน เกิดสงครามไปแทบทุกที่พวกเขาทั้งหมดคือความหวังและกำลังสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้



>>> ขอให้มีความสุขและสนุกกับการอ่าน <<<
Mo.R

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ส.ค. 63 / 21:05


พอฉันได้มาเจอเหตุการณ์บางอย่างกับตัวเอง ฉันก็เหมือนเคยเห็นเรื่องราวเหล่านั้นมาก่อนแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าเป็นเมื่อไรกันแน่ มันเคยเป็นความฝันอาจเป็นความฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าก็เป็นได้ ตอนนี้ฉันยืนอยู่ท่ามกลางสนามรบและกำลังมองดูผู้คนล้มตายกันไปเรื่อยๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้มากเท่าไรนัก

ตอนฉันยังเด็กมากอายุแค่ 8 ขวบเห็นจะได้ วันที่มีเอเลี่ยนมาเยือนที่โลกของเราเป็นครั้งแรกทั่วทั้งโลกพากันแตกตื่น การเจรจาระหว่างพวกคนใหญ่คนโตกับพวกเอเลี่ยนก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรนัก จึงทำให้แทนที่จะเป็นมิตรก็กลับกลายเป็นศัตรูกัน พวกเอเลี่ยนขู่ว่าจะมารุกรานโลกนี้จนทำให้พวกเราไม่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป ข่าวนี้ได้รั่วไหลออกมาทำให้ฉันซึ่งเป็นแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่งและใครอีกหลายๆ คนได้รู้เรื่องนี้ ผู้คนในตอนนั้นกลัวกันมาก แต่เมื่อเวลาผ่านมาไม่กี่ปีเหตุการณ์กลับดูสงบไป บางคนก็ลืมเรื่องนี้ไปกันหมดแล้วและบอกกันว่าทั้งหมดเป็นแค่เรื่องโกหกที่ทางรัฐบาลกุขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง แต่ฉันยังเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง 

ฉันใช้ชีวิตต่อมาตามปกติจนฉันอายุได้ 13 ปี ยายของฉันก็ล้มป่วยหนักด้วยโรคที่ทางการแพทย์ก็ระบุไม่ได้ ไม่ใช่แค่ยายของฉันคนเดียวแต่คนแก่หลายๆ คนก็เป็นเช่นกัน แล้วอยู่มาวันหนึ่งวันที่ฉันจำได้ไม่เคยลืมเลย มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้บุกเข้ามาที่บ้านของฉันในตอนที่ทุกคนในครอบครัวของฉันอยู่กันอย่างพร้อมหน้า มีแม่ มีพ่อ มียาย มีพวกญาติๆ ของฉันและก็ลูกพี่ลูกน้องของฉันอีก 4 คน พวกเราทั้งบ้านตกใจกันมาก พวกคนที่บุกเข้ามาสวมชุดสีดำสนิทปิดบังใบหน้ากันหมดและถือปืนกลคนละกระบอก น้องๆ และฉันกลัวกันมาก กลัวมากที่สุด ฉันเห็นพวกนั้นเล็งปืนไปที่พวกผู้ใหญ่เพื่อแยกพวกเด็กๆ ออกมาอีกทางหนึ่ง

ไม่ทันไรพวกเขาก็เปลี่ยนพิกัดการเล็งปืนมาทางพวกเราที่เป็นเด็กและยิงใส่อย่างไม่ปราณีเลย ความรู้สึกของฉันในตอนนั้นสับสนมาก ทั้งกลัว ทั้งตกใจ ฉันคิดว่าฉันโดนยิงเข้าแล้ว ฉันหันไปเห็นน้องๆ นอนจมกองเลือดกันหมด ฉันเห็นพวกผู้ใหญ่ร้องโวยวายกันใหญ่และร้องไห้ด้วย ฉันรู้สึกว่าตัวเองล้มลง รู้สึกชาไปหมดจนไม่สามารถขยับตัวได้อีก ฉันเห็นพ่อแม่ของฉันพยายามเข้ามาหาฉันแต่คนพวกนั้นก็กันเอาไว้ ตอนนี้ความรู้สึกเจ็บเริ่มถาโถมมาที่ตัวของฉันแล้ว ฉันรู้สึกได้ว่าลมหายใจมันเริ่มถี่ลงเรื่อยๆ จนฉันไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ความมืดเข้ามาแทนที่ทั้งหมด ฉันต้องตายแล้วอย่างแน่นอน ความตายมันเป็นแบบนี้เองหรอทำไมทุกอย่างมันมืดไปหมดล่ะทำไมฉันยังพูดกับตัวเองได้อยู่ล่ะ

แต่แล้วก็มีแสงสว่างแทรกเข้ามาจากความมืดมิด นี่ฉันยังไม่ตายใช่ไหม ฉันก็ค่อยๆ ลืมตาฉันตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนแล้ว ฉันมองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมเห็นน้องๆ ของฉันนอนอยู่ด้วย ฉันรีบเข้าไปปลุกพวกเขา พวกเขาก็ค่อยๆ ฟื้นกันขึ้นมา ฉันลืมบอกไปว่าน้องๆ ของฉันนั้นยังเด็กกันอยู่มาก เป็นผู้ชาย 3 คนอายุ 9 ปีและก็มีน้องสาวคนเล็กสุดอายุเพียง 6 ปีเท่านั้นที่ตื่นมาก็ร้องไห้เลย ฉันก็เลยเข้าไปปลอบจนเงียบลงได้ 

ไม่นานก็มีคนชุดดำคนหนึ่งเข้ามาหาพวกเรา ฉันจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในพวกที่ยิงปืนใส่พวกเรา เขาเอ่ยทักทายพวกเรา บอกว่ายินดีตอนรับ บอกอีกว่าพวกเขาได้เลือกพวกเราจากเด็กทั้งหมดในละแวกบ้านของฉันมาพร้อมบอกเหตุผลว่าพวกเขาจำเป็นต้องลบประวัติเก่าของพวกเราทิ้งไปโดยการฆ่าเรา ฆ่าตัวตนเก่าของเราไปและทำให้ครอบครัวของพวกเราคิดว่าพวกเรานั้นได้ตายไปแล้ว เขาจะสร้างตัวตนใหม่ให้กับพวกเรา ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจอะไรมากนัก ฉันไม่เคยอยากได้ตัวตนใหม่เลยสักนิด และทำไมต้องเป็นพวกเราด้วย คนพวกนี้ไม่เคยเปิดเผยหน้าให้พวกเราได้เห็นเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่ไว้ใจคนพวกนี้เลย พวกเขาให้เราออกกำลังกาย ให้เราพักผ่อน ให้เรากินอาหารที่พวกเขาจัดไว้ให้ตามเวลา พวกเราต้องใช้ชีวิตแบบนี้อยู่หลายเดือนไม่ได้ออกไปไหนเลย พวกเราตั้งคำถามไปมากมายก็ไม่เคยได้คำตอบกลับมาเลยสักครั้ง พวกเราคิดถึงครอบครัวกันมาก 

พวกนั้นให้เราทำกิจกรรมต่างๆ เหมือนกำลังฝึกร่างกายของพวกเราอยู่จนความคิดถึงครอบครัวนั้นได้จางหายไปบ้างแล้ว แต่สำหรับฉันมันไม่เคยจางหายไปเลยสักนิดแต่ฉันก็แสดงออกมาไม่ได้ พวกนั้นเห็นว่าได้เวลาแล้วเลยเปิดเผยใบหน้าให้พวกเราได้เห็น พาพวกเราออกมาจากห้องแคบๆ พวกเราถึงกับตะลึงไปเลย นี่มันที่ไหนกัน ทั้งอาวุธมากมาย ทั้งผู้คนมากมายที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ ที่นี่มีหุ่นยนต์ด้วยหลายร้อยตัวเลย หุ่นยนต์ที่เคยอยู่ในสนามรบฉันเคยเห็นพวกมันในข่าว ฉันถามคำถามขณะที่พวกเขาพาเดิน ที่จริงฉันคิดว่าพวกเขาจะไม่ตอบ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ พวกเขาเริ่มพูดคุยกับเราแล้ว พวกเขาบอกว่าที่นี่เป็นสถานที่ลับที่ทางรัฐบาลสร้างมาเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำสงครามกับพวกเอเลี่ยน ฉันคิดถูกมาตลอดว่าเอเลี่ยนนั้นมีจริงและได้เกิดสงครามขึ้นจริงๆ พวกเขาบอกว่านับแต่นี้เป็นต้นไปพวกเขาจะฝึกพวกเราทั้ง 5 คนให้กลายเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุด น้องๆ ของฉันดูจะตื่นเต้นมากโดยเฉพาะน้องผู้ชาย ฉันเคยรู้มาว่าสงครามนั้นมันโหดร้ายมากแค่ไหน ฉันไม่อยากถูกฝึกเลย พวกเขาพาพวกเราทั้ง 5 คนมาสมทบกับเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่พวกเขาเลือกมา และหลังจากวันนั้นพวกเราก็ถูกฝึกกันอย่างหนักมาก ไม่ว่าชายหรือหญิง พวกเขาโหดกับทุกคนมาก แต่ที่พวกเขากำลังทำฉันคิดว่ามันก็ถูกแล้วที่เราเตรียมพร้อมรับมือกับพวกเอเลี่ยนแบบนี้ เพื่อปกป้องบ้านของพวกเราฉันจึงตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่

ตอนนี้ฉันอายุ 18 ปีแล้ว การฝึกตลอด 5 ปีมานี้ก็เป็นผลสำเร็จ ฉันกับน้องๆ ถือได้ว่าเป็นคนที่เก่งมากๆ พวกเราอยู่ลำดับต้นๆ ของตารางจัดอันดับนักล่า และนี่แหละคือตัวตนใหม่ของพวกเรา น้องๆ คงจะลืมครอบครัวไปแล้วแน่นอน ฉันเองก็แทบไม่เหลือความรู้สึกคิดถึงครอบครัวอีกเลยหลังจากการฝึก หน้าที่ของพวกเราคือต้องจัดการกับพวกเอเลี่ยนเท่านั้นต้องไล่พวกมันออกไปจากโลกของเราให้ได้

พวกเราพร้อมแล้ว พวกเขาบอกแบบนั้น พวกเขาส่งพวกเราออกมาสู่โลกภายนอกสู่สนามรบจริงๆ ซึ่งฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเราอยู่ใต้ดินกันมาโดยตลอด ข้างบนนี้ดูทรุดโทรมจากการโจมตีของพวกเอเลี่ยน ที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางการโจมครั้งล่าสุด ซึ่งยังมีพวกเอเลี่ยนหลงเหลืออยู่ พวกเรากังวลมากกับการต้องมาเจอพวกมันตัวเป็นๆ จนเผลอคิดไปว่านี่พวกเขาส่งเรามาตายหรือเปล่านะ พวกเราต้องต่อสู้ดิ้นรนหาทางรอดและจัดการพวกเอเลี่ยนที่เหลืออยู่นี้ให้ได้เพราะนี่เป็นคำสั่ง ฉันคอยสังเกตการณ์เคลื่อนที่ของพวกมัน ดูทิศทางการโจมตีของพวกมัน มันดูไม่เป็นรูปกระบวนเลยแต่ถ้าลองมองดูดีๆ จะเห็นว่าพวกมันก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน ในสิบตัวจะมีหนึ่งหรือสองตัวที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่ม ฉันบอกทุกคนไปแบบนั้น พวกเราจึงจัดการได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาแปลกใจที่เราสามารถจัดการพวกมันได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก 

พวกเรากลับมาที่ฐานปฏิบัติการ พวกเขาบอกว่าการโจมตีครั้งต่อไปของพวกเอเลี่ยนจุดศูนย์กลางจะอยู่ที่บ้านเกิดของฉัน ฉันดีใจมากที่บ้านของฉันตอนนี้ยังไม่เป็นอะไร ฉันหวังว่าครอบครัวของฉันจะยังอยู่กันดี พวกเขาส่งเรามาที่นี่เพื่อให้พาผู้คนออกไปจากที่นี่ให้หมดเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนที่พวกมันจะบุกมา ฉันและน้องๆ ถูกส่งไปโซนอื่นที่ไม่ใช่ละแวกบ้านของตัวเองเพราะจะให้ครอบครัวของพวกเราเห็นไม่ได้เด็ดขาด แต่ฉันรู้สึกว่าฉันต้องกลับบ้านให้ได้ ฉันจึงแอบไปโดยไม่บอกใครแม้แต่กับน้องๆ ทุกอย่างที่บ้านดูเหมือนเดิม ทุกคนอยู่กันครบยกเว้นยายของฉัน ฉันเลยตามหาและมาพบว่ายายอยู่ในบ้านที่ห่างจากชุมชนและอาการยังหนักมากด้วย ฉันแทบจะจำยายตัวเองไม่ได้เลย ตามตัวของยายมีแต่ตุ่มน้ำหนองเต็มไปหมดดูแล้วน่าขนลุกมาก ยายถูกแยกออกมาเพราะกลัวคนในครอบครัวติดเชื้อ ที่ผ่านมาคนที่ป่วยแบบยายของฉันไม่มีใครอาการหนักแบบนี้เลย ทำไมเป็นแค่ยายของฉันแค่คนเดียว ฉันเดินเข้าไปดูใกล้ๆ โดยไม่กลัวการติดเชื้อเลยสักนิด ยายค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ท่านดูตกใจมากที่ได้เห็นฉัน ท่านเรียกชื่อเดิมของฉัน ท่านจำฉันได้ แต่ท่านกลับไล่ฉัน บอกแต่ว่าพวกมันกำลังมา พวกมันกำลังมา และบอกว่าให้ฉันรีบหนีไปจากที่นี่ 

ฉันได้ยินเสียงบางอย่างด้านนอกบ้าน ฉันออกมามองไปบนท้องฟ้ามีบางอย่างดิ่งลงมาเร็วมากถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็นแน่ ฉันรีบวิ่งไปดู นั่นมันเอเลี่ยนพวกมันน่าจะมาช้ากว่านี้นี่นา มันมาทำอะไรเพียงตัวเดียวแบบนี้ ฉันสงสัยมากเพราะฉันมองไม่เห็นกองทัพของมันเลย ฉันเข้าไปดูใกล้ๆ อีกมันไม่ได้ขยับตัวเลย ฉันมองดูอย่างละเอียดบนตัวของเอเลี่ยนมีบางอย่าง บางอย่างระบุจำนวนชั่วโมงซึ่งมันกำลังนับถอยหลัง พวกน้องๆ ของฉันก็ตามมันมาเหมือนกัน น้องชายของฉันบอกว่านี่เป็นตัวจุดฉนวน เวลาที่โชว์คือเวลาที่มันจะตื่น เมื่อมันตื่นแล้วมันจะตามหาเชื้อที่ใช้จุดฉนวนสัญญาณเรียกพวกมันมา ไม่มีใครเคยเห็นเจ้าตัวนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเชื้อที่ใช้จุดฉนวนคืออะไรหรืออยู่ที่ไหน น้องสาวของฉันเห็นบางอย่างน่าจะเป็นแผนที่บอกตำแน่งของเชื้อที่ใช้จุดฉนวนบนตัวของมัน พวกเราก็เลยลองไปตามดูสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ฉันจำได้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน นี่คือที่ที่ยายของฉันพักอยู่ แผนที่บอกว่าเชื้ออยู่ข้างในบ้าน นั่นก็หมายความว่าเชื้อที่พูดถึงกันอยู่คือตัวของยายอย่างนั้นหรอ ฉันคิดไปคิดมาก็เลยบอกน้องๆ ออกไปตามที่ฉันคิดว่าพวกเราจะต้องปกป้องยายของเราให้ถึงที่สุด น้องชายของฉันอีกคนเสนอให้ทำลายเอเลี่ยนตัวนั้นทิ้ง พวกเราก็ทำ แต่มันกลับส่งผลร้ายตามมา พวกมันส่งตัวตามหาเชื้อลงมาอีกหลายตัว พวกเราก็ตามทำลายมันจนหมด พวกมันคงคิดว่าเกิดปัญหาที่นี่พวกมันเลยส่งกองทัพมาเลยทันทีโดยไม่รอสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น

เราขอความช่วยเหลือไปที่ฐานปฏิบัติการ พวกเขาก็รีบส่งหุ่นยนต์รบออกมาและส่งคนมาเพิ่มอีก สงครามได้เริ่มแล้วพวกเราปกป้องยายของพวกเราเอาไว้อย่างดี แต่พวกมันมีเยอะเกินไปอาจเยอะที่สุดเท่าที่มีการโจมตีมาเลยด้วยซ้ำ ทุกคนในเมืองก็ยังอพยพกันไปไม่หมด มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย ท่ามกลางสนามรบฉันรู้สึกเคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน ฉันบังเอิญได้เจอกับครอบครัวของฉันที่กำลังหนี ฉันไม่สนอะไรอีกแล้ว พวกท่านทั้งหมดตกใจมากที่ได้เห็นฉัน ฉันได้ยินแม่ฉันตะโกนชื่อเดิมของฉัน แต่ตอนนั้นทุกคนต้องหาทางเอาตัวรอดกันก่อนจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยพวกท่านถูกพาออกไปจากสนามรบนี้ พวกน้องๆ ก็คงไม่ได้สังเกตกันแน่หรือบางทีน้องๆ อาจจะจำครอบครัวไม่ได้อีกแล้ว การสู้รบต้องมาก่อน ฉันจึงรีบไปช่วย 

พวกเราเริ่มต้านพวกมันไม่ไหวแล้ว พวกมันมุ่งจู่โจมเข้าไปหายายของเราอย่างเดียวเลย คนของเราก็ล้มตายลงไปทุกที พวกเรากำลังจะแพ้แต่แล้วพวกมันก็หยุดการโจมตีไปเฉยๆ และถอยหนีไปในที่สุด ฉันรู้สึกแปลกๆ เลยรีบเข้าไปดูยายของฉัน แต่กลับพบว่าท่านฆ่าตัวตายไปแล้ว ตุ่มน้ำพวกนั้นที่เคยอยู่บนร่างกายของท่านค่อยๆ หลุดออกมาดูแล้วน่าขยะแขยงเป็นที่สุด ฉันเข้าใจทั้งหมดนี่แล้ว ยายคือตัวกำเนิดเชื้อของพวกเอเลี่ยน ตุ่มน้ำพวกนี่ก็คงเป็นตัวอ่อนของพวกมันแน่ๆ มันเพาะพันธุ์อยู่ในตัวของท่านมานานมากๆ เมื่อแหล่งเพาะพันธุ์ของพวกมันตายตัวอ่อนก็ตายไปด้วย พวกมันจึงหยุดโจมตี ทุกครั้งที่พวกมันลงมาที่โลกก็คงจะมาเก็บเกี่ยวตัวอ่อนพวกนี้แน่แต่พวกเราไม่เคยรู้เลย คราวนี้พวกมันเสียตัวอ่อนไปมากและคงไม่อยากเสี่ยงกับการเพาะพันธุ์ใหม่ที่นี่เลยถอยกลับไป คงจะไปหาแหล่งเพาะพันธุ์อีกอื่นแน่ซึ่งจะมีมากเท่าไหร่นั้นพวกเราไม่อาจรู้ได้เลย 

แต่ที่นี่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว พวกเราช่วยผู้คนได้เยอะแต่ก็เสียไปเยอะมากเหมือนกัน พวกเราพาคนที่รอดกลับไปที่ฐาน รวมถึงครอบครัวของเราด้วย น้องๆ จำพ่อแม่หรือคนในครอบครัวแทบไม่ได้เลยเมื่อเจอกัน น้องๆ ก็เอาแต่ทำหน้าสงสัยแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเดินเข้าไปหาครอบครัวของพวกเราเลย ฉันเลยเดินเข้าไปแทน แม่ของฉันเข้ามากอดฉันบอกว่าดีใจที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันได้แต่ยืนนิ่ง ทั้งที่ในใจอยากจะกอดอยากจะคุยกับท่านมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้ คงเป็นเพราะพวกเราได้ตายไปนานมากแล้ว เราไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ฉันบอกทุกคนไปว่าพวกเราขอโทษแต่พวกเราไม่รู้จักพวกคุณเลย พวกเราได้รับคำสั่งให้มาปกป้องพวกคุณ กรุณาอย่าพูดคุยกับพวกเราจะดีกว่า พวกคุณปลอดภัยแล้ว ฉันแทบอยากจะร้องไห้แต่ฉันต้องไม่ลืมว่าตอนนี้ฉันเป็นใคร ฉันตายไปนานแล้วและตอนนี้ฉันเป็นนักล่าเอเลี่ยน ฉันมีงานต้องทำ

เมื่อพวกเรารู้แล้วว่าการฆ่าต้นกำเนิดหรือแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อทำให้พวกมันหยุดโจมตีและถอยหนีไปได้ เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องตามหาและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อให้หมด แม้จะต้องฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อปกป้องโลกนี้ก็ตาม และพวกเราก็จะต้องไปให้ถึงก่อนพวกมันให้ได้ 

ผลงานอื่นๆ ของ Mo.R (โมอาร์)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น