เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 911,637 Views

  • 4,525 Comments

  • 8,251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,757

    Overall
    911,637

ตอนที่ 250 : เส้นทางร้อยมายา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 507 ครั้ง
    12 ก.ย. 61

ตอนที่ 232

เส้นทางร้อยมายา 1

 

                แท่นสถิตวิญญาณเป็นสิ่งปลูกสร้างราวกับแท่นบูชาฟ้าแต่บรรพกาล มุมขอบทั้งสี่ทิศสร้างเสามงคลสี่ต้นล้อมรอบแท่นสี่เหลี่ยมตรงกลาง เสาทั้งสี่ล้วนสลักลวดลายงดงามแตกต่างกันของสัตว์พิทักษ์มงคล แต่เสวี่ยหมิงในตอนนี้มุ่งสนใจเพียงผ่านด่านทดสอบ จึงมิได้สนใจสำรวจดู เพียงมุ่งตรงไปยังแท่นสี่เหลี่ยมเตี้ยตรงกลางด้วยความว่องไว

 

                เสวี่ยหมิงใช้สายตากวาดมองเพียงรอบเดียวก็รับรู้ได้ว่า รอยบุ๋มตรงกลางแท่นสี่เหลี่ยม เป็นตำแหน่งที่ตนเองต้องวางลูกแก้วพลังลงไป

 

                ทันทีที่ลูกแก้วถูกวางลง มันก็จมลึกหายลงไปในแท่นสี่เหลี่ยม แสงสีเขียวอ่อนจางเจิดจ้า แผ่เป็นโดมใหญ่ปกคลุมเสาสูงทั้งสี่ต้น เสวี่ยหมิงที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกลาง รู้สึกได้ว่าพลังโลหิตมังกรในร่างกำลังเต้นเร่าด้วยความยินดี แต่ไม่ทันที่จะใช้ความคิดสำรวจเรื่องราว แสงสีเขียวที่แผ่ออกก็หดเข้ามาด้วยความรวดเร็ว ก็จะมลายหายวับไปพร้อมกับร่างของเสวี่ยหมิงในพริบตา

 

                เสี้ยววินาทีต่อมาร่างของเสวี่ยหมิงก็มาปรากฏยืนอยู่บนแท่นศิลารูปสี่เหลี่ยม ที่มีความคล้ายคลึงกับแท่นสถิตมังกรในด่านก่อนหน้า

 

                เสียงของวิญญาณสถิตประตูชิงหลงดังขึ้นอีกครั้ง

                ...ที่นี่คือด่านทดสอบที่สองเรียกว่า...เส้นทางร้อยมายา ด่านทดสอบนี้จะแตกต่างจากด่านทดสอบแรกอย่างสิ้นเชิง

 

                ระหว่างที่ฟังเสียงของวิญญาณสถิตประตูชิงหลง เสวี่ยหมิงก็กวาดสายตาสำรวจออกไปยังประตูด้านหน้า สายตาทั้งสองจับจ้องไปยังประตูทั้งสิบบานที่ไม่รู้ว่าจุดหมายของมันคือสถานที่ใด

 

                ...ในด่านที่สอง ล้วนอาศัยโชควาสนาของผู้คน เพื่อนำทางไปสู่ ประตูบานสุดท้าย ประตูซึ่งจะนำเจ้าไปยังด่านทดสอบที่สาม ซึ่งด้านหลังประตูแต่ละบานล้วนซ่อนแฝงไว้ด้วย วาสนาฟ้า สมบัติวิเศษ กลไกกับดัก อสูรร้าย หรืออาจจะเป็นเพียงห้องว่างเปล่า ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นได้เบื้องหลังประตูร้อยมายา เส้นทางร้อยมายาทุกผู้คนมีเวลาจำกัดเท่าเทียมที่...หนึ่งร้อยวัน แต่หากมีผู้ที่เข้าสู่ด่านทดสอบที่สามได้ เวลาของผู้คนทั้งหมดจะเหลือเพียงแค่สามวันเท่านั้น

 

                เสียงเอ่ยขาดหาย ประตูทั้งสิบบานเบื้องหน้าเสวี่ยหมิงพลันส่องแสงสว่างเจิดจ้าออกมา ราวกับต้องการจะเชิญชวนให้เสวี่ยหมิงเลือกมันเป็นประตูบานแรก

 

                เมื่อด่านทดสอบมีเวลาจำกัด เสวี่ยหมิงจึงไม่เสียเวลาตัดสินใจเลือกประตูนานนัก เดินตรงไปยังประตูบานแรกที่อยู่ทางขวามือของตนเอง แต่แล้วพลังจิตวิญญาณกลับเกิดปฏิกิริยา พบว่าความว่างเปล่าที่ด้านหลังแท่นทดสอบล้วนมีสิ่งผิดปกติ เมื่อเสวี่ยหมิวเดินย้อนกลับเข้าไป ก็พบว่ามีประตูมิติที่ไม่เสถียรบานหนึ่งตั้งอยู่ เสวี่ยหมิงมองดูอยู่ครู่เดียวเท่านั้น ก็ตัดสินใจเดินหายลับเข้าไปในประตูบานนั้นทันที

 

                ซ่า...ฟู่...ซ่า...เสียงน้ำทะเลสาดคลื่นขาวเข้าหาฝั่ง กลิ่นน้ำเค็มถูกลมพัดพาเข้าหาเสวี่ยหมิง จมูกสูดดมมวลอากาศสดชื่นที่ถูกลมทะเลหอบมาจนเต็มแน่น สายตามองทอดไกลสุดลูกหูลูกตา เบื้องหน้ามีเพียงผืนน้ำสีฟ้าสดใส สองเท้าของเสวี่ยหมิงยังมิได้ขยับเคลื่อนไหว แต่พลังจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่กลับแผ่ไพศาลออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง

 

                ...ประตูมีสองบาน

                พลังจิตวิญญาณของเสวี่ยหมิงนั้นเทียบเท่าผู้ฝึกตนเซียนวิเศษ ซึ่งเป็นขอบขั้นเดียวกับพลังที่ใช้ก่อสร้างเส้นทางร้อยมายา ดังนั้นพลังจิตวิญญาณของเสวี่ยหมิงจึงสามารถสำรวจรอบอาณาเขตเบื้องหลังประตูได้กระจ่างดุจนิ้วบนฝ่ามือ แตกต่างจากผู้ฝึกตนทุกคนที่เคยเข้ามายังด่านทดสอบของวังสวรรค์สยบมาร

 

                เมื่อรับรู้ว่าทางออกที่อยู่สุดขอบทะเลไกลนั้นดูง่ายดาย แต่ทางออกที่อยู่ลึกลงไปใต้ทะเล กลับดูน่าสนใจมากกว่า เสวี่ยหมิงจึงเลือกที่จะกระโจนลงน้ำ มุ่งหน้าลงไปยังสะดือทะเล ตั้งใจจะมุ่งหน้าสู่โบราณสถานที่ซุกซ่อนประตูอีกบานหนึ่งเอาไว้

 

                กาซซซ !!!

                แต่ด่านทดสอบย่อมไม่ง่ายดาย เช่นความสงบเบื้องนอก จู่ ๆ ก็ปรากฏสัตว์อสูรมังกรวารีขนาดมหึมา ส่งเสียงคำรามก่อเกิดคลื่นน้ำใหญ่ราวสึนามิ พุ่งออกมาจากวิหารใต้น้ำ พลังวารีโหมรุนแรงบ้าคลั่ง ผลักร่างของเสวี่ยหมิงให้ลอยขึ้นไปตามแรงของน้ำออกห่างจากวิหารลึกลับ

 

                จากประสบการณ์ในด่านทดสอบก่อนหน้า เสวี่ยหมิงพบว่าสัตว์อสูรไม่จู่โจมผู้คนก่อนล้วนใช้ไม่ได้อีก ทำให้ในคราแรกที่กระโจนลงน้ำล้วนกระทำด้วยความประมาท แต่ยังโชคดีว่ามังกรวารีตัวนี้มีพลังเพียงแค่ลมปราณเที่ยงแท้ขั้นต้น ทำให้เสวี่ยหมิงซึ่งถูกจู่โจมเพียงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อร่างที่ลอยกระเด็นทรงกายมั่น หยุดค้างอยู่กลางอากาศ เสวี่ยหมิงก็ไม่เร่งร้อนสำรวจดูมังกรวารีที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่บนผืนน้ำ ซึ่งกำลังดำแหวกดำว่ายฟาดซัดปลายหางของมันก่อเกิดคลื่นน้ำวน หมายว่าศัตรูตกลงไปจะถูกฉุดกระชากให้เข้าสู่วังน้ำวนกระแสลมปราณวารีของมัน แม้ร่างของศัตรูไม่ถูกฉีกกระชากจนแหลกเหลว แต่หากติดกับดักน้ำวน ย่อมต้องถูกดึงรั้งลงสู่ก้นทะเล ถูกแรงกดดันจากทั้งของมันและน้ำทะเลจำกัดการเคลื่อนไหว

 

                เสวี่ยหมิงมองดูกระบวนท่าของมังกรวารีอย่างสนอกสนใจ จิตที่นิ่งงันก่อเกิดสมาธิเชื่อมโยงกับเต๋าแห่งวารีที่หยุดพัฒนามาแสนนาน เมื่อเห็นการวิ่งวนของกระแสน้ำที่ไร้จุดเริ่มต้น และไร้จุดสิ้นสุด(การเคลื่อนที่หมุนวนเป็นวงกลม) สองมือพลันขยับเคลื่อนไหวท่วงท่าตาม สองเท้าก่อเกิดท่าร่างต้านฟื้นแรงดึงรั้ง สมองวิ่งไวนึกย้อนกลับไปถึงศิลาปริศนาที่เคยได้รับจากอาจารย์โจวอู่เว่ยในอดีต

 

                ...แม้ไม่รุนแรง หักโหม แต่กลับวูบไหวต่อเนื่องไร้สิ้นสุด

 

                ความคิดยังไม่ทันกระจ่างชัด พลังลมปราณวารีที่บีบอัดราวกับก้อนน้ำทรงกลม ก็ทะยานจากปากของมังกรวารี พุ่งทะยานจากเบื้องล่างตรงเข้าใส่เสวี่ยหมิง

 

                เสวี่ยหมิงชะงักความคิดเอาไว้ หันกลับมาต้านรับด้วยพลังกำแพงเหมันต์ แต่แล้วเมื่อลมปราณวารีประชิดถึง กลับไม่ได้ปะทะทำลายดั่งที่คาดคิด มันกลับแตกออกเป็นเส้นสายราวกลับมันกำลังหลอมรวมเข้ากับพลังเหมันต์ของเสวี่ยหมิง ก่อนที่เสี้ยววินาทีต่อมา ลมปราณวารีจะก่อตัวทะลุผ่านม่านน้ำแข็งของเสวี่ยหมิง ตรงเข้าใส่ร่างเสวี่ยหมิงต่อไปโดยที่ความไวมิได้ลดลงไปแม้แต่น้อย

 

                เปรี้ยง !!!

                แรงปะทะส่งร่างของเสวี่ยหมิงให้ปลิวกระเด็นไปไกล ก่อนจะตกลงไปยังผิวน้ำวนที่ขยายออก จนแทบจะกินพื้นที่ผิวของท้องทะเลจนหมดสิ้น

 

                แม้พลังกระแทกของคลื่นลมปราณวารีจะรุนแรง แต่ยังไม่อาจทำอันตรายร่างแกร่งของเสวี่ยหมิง เพียงแต่ลมปราณที่ชอนไชเข้าสู่ร่างกลับทำให้เกิดอาการบอบช้ำภายใน แต่อาการบาดเจ็บก็ลุกลามได้เพียงครู่ เมื่อพลังวารีสัมผัสเข้ากับเพลิงไฟวิหคแห่งหยางในร่างของเสวี่ยหมิง ลมปราณวารีที่เล็ดลอดเข้ามาก็ถูกกำจัดมลายหายไป ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายลุกลาม

 

                แม้ร่างกายจะถูกพัดกระแทก แต่เสวี่ยหมิงกลับมิได้ใส่ใจ เพราะยามนี้ จิตสมาธิของตนเองยังคงจดจ่ออยู่กับกระบวนท่าแทรกซึมของมังกรวารีที่จู่โจมเข้ามา ราวกับว่าเมื่อครู่สองมือของตนเอง ดันไปคว้าถูกเส้นด้ายบางซึ่งผูกโยงเข้ากับทรัพย์สมบัติล้ำค่า และหากลังเลปล่อยมือออก เส้นด้ายลางอาจจะหลุดลอยไป และไม่อาจพบเจอได้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

                ...เลียนเยี่ยงวารี

                ...ท่วงทำนองแห่งวารี

                ...จากน้ำทะเลคืนกลับสู่ สายธาร จากสายธารคืนกลับสู่แอ่งน้ำ จากแอ่งน้ำคืนกลับสู่หยาดฝน จากหยาดฝนกลับกลายเป็นเพียงหนึ่งหยดน้ำ จากหนึ่งหยดน้ำหลอมกลั่นกลายเป็นไอน้ำ ความเที่ยงแท้ไร้จีรัง รูปลักษณ์ล้วนเพียงมายา หากเลียนเยี่ยงวารีคือพื้นฐาน ก็เป็นเพียงแค่เปลือกของเต๋า ดั่งน้ำที่แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามสิ่งแวดล้อม แต่หากเข้าใจลึกซึ้ง น้ำย่อมมิใช่น้ำ แต่กลับกลายเป็นรูปลักษณ์ของความไม่เที่ยงซึ่งมิอาจจับต้อง ไม่ได้ยึดติดเพียงสภาวะแค่ของเหลวที่ไร้รูป แต่ต้องเป็นทุกสภาวะ ไม่ว่าไอน้ำ หยดน้ำ สายน้ำ หรือแม้แต่น้ำแข็ง ทุกรูปลักษณ์ล้วนคือน้ำ

 

                ...เส้นทางแห่งเต๋าวารีของเสวี่ยหมิงพลันรุดหน้าราวติดปีก สภาวะร่างยังคงร่วงหล่นไม่หยุดยั้ง แต่กลับมิได้ฝืนต้านแรงปะทะ กลับทำตัวกลมกลืนกับเต๋าแห่งวารี แม้พลังลมปราณในยามนี้จะก่อเกิดเป็นน้ำแข็งห่อหุ้มร่าง แต่เมื่อน้ำแข็งสัมผัสเข้ากับกระแสน้ำวนของมังกรวารีพลันแตกกระจายออก ร่างของเสวี่ยหมิงก็พลันแตกสลายออกเปลี่ยนสู่สภาวะของเหลว กลมกลืนไปกับพลังโจมตีของน้ำวน

 

                มังกรวารีที่กำลังโจมตีคลุ้มคลั่ง ราวกับห้วงสำนึกของมันเกิดจิตรับรู้บางอย่าง ท่าร่างที่ฟาดพัดก่อเกิดคลื่นปราณวารีทำลายล้างทุกทิศทางพลันสงบลง ขดม้วนร่างเป็นวงล้อมรอบตัวเอง ลำคอตั้งตรงชูเด่นขึ้นพ่นน้ำ จับจ้องไปยังจุดที่เสวี่ยหมิงแตกสลาย ดวงตาสีเหลืองทองขงอสัตว์ร้าย จับจ้องไปยังวงน้ำวนขนาดเล็กขึ้นซึ่งกำลังก่อเกิด โดยมีร่างของเสวี่ยหมิงเป็นจุดศูนย์กลาง

 

                "ข้าเข้าใจแล้ว" เสียงดังพร้อมร่างของเสวี่ยหมิงที่ทะยานล้ำขึ้นเหนือผิวน้ำทะเล รอบข้างก่อเกิดเสาน้ำทะยานสูงพวยพุ่งขึ้นฟ้าตามติด "นี่คือพลังของเขตแดนที่แท้จริง หากจะใช้จำต้องเข้าใจและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน คล้ายกับพลังในการควบคุมพื้นที่ของลมปราณมังกรเหมันต์ และดวงตาเทพมารบรรพกาล" เสวี่ยหมิงเอ่ยกับตนเองอย่างไม่ติดขัดด้วยความตื่นเต้น สองมือร่ายรำท่วงท่าที่จดจำได้ในสำนึกแต่เก่าก่อน ภาพชายหญิงเริงระบำที่ปรากฏจากศิลาปริศนาล้วนกระจ่างชัดขึ้น ยิ่งร่ายรำ เสวี่ยหมิงยิ่งรู้สึกว่าตนเองกลมกลืนไปกับท้องทะเล กลมกลืนไปกับสายน้ำ...กลมกลืนไปกับฟ้าดิน

 

                ความเข้าใจแห่งเต๋าวารีไม่เพียงแต่เพิ่มความเชื่อมโยงของเสวี่ยหมิงกับเส้นทางแห่งเต๋าสายนี้เท่านั้น แต่มันยังยกระดับพลังลมปราณที่เกี่ยวข้องกับธาตุวารีทั้งหมดของผู้ที่ค้นพบด้วย

 

                ...ลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่ 5

                ...ลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่ 6

                ...ลมปราณมังกรเหมันต์ขั้นที่ 7

                ลมปราณมังกรเหมันต์ที่หยุดฝึกฝนมานาน กลับทะลวงผ่านขอบขั้นได้ด้วยความเข้าใจแห่งเต๋าวารีในชั่วพริบตา ความรู้แจ้งพลันก่อเกิดขึ้นในสมองราวปาฏิหาริย์ แม้ระดับพลังลมปราณมิได้สูงส่งขึ้นตามระดับความเชื่อมโยงของเต๋า แต่ความเฉียบคมของวรยุทธ์ และกระบวนท่าของพลังเหมันต์ ล้วนลึกล้ำขึ้นราวกับปลากระโดดข้ามประตูมังกร พวยพุ่งจากพื้นพิภพขึ้นสู่สรวงสวรรค์ภายในชั่วลมหายใจเข้าออก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 507 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #3577 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 20:08
    ขอบคุณมาก
    #3577
    0
  2. #3550 ยังไม่นอน (@Chai996) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 20:26

    ขอบคุณครับ
    #3550
    0
  3. #3547 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 18:27
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #3547
    0
  4. #3546 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 16:04
    เมพมากอ่า
    #3546
    0
  5. #3545 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 13:41

    โอ้โห หมิงหมิงของเค้าเมพฝุดๆ เลยอ่ะ
    #3545
    0
  6. #3544 pensrisorasit3 (@pensrisorasit3) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 13:08

    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก

    #3544
    0
  7. #3543 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 250)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 12:27
    สุดยอดครับ
    #3543
    0