เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 962,967 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,403 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,001

    Overall
    962,967

ตอนที่ 249 : หมัดข้าแข็งกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 525 ครั้ง
    11 ก.ย. 61

ตอนที่ 231

หมัดข้าแข็งกว่า

 

                หลังจากที่เสวี่ยหมิงตัดสินใจ ใช้วิธีการปล้นสังหารในการรวบรวมพลังวิญญาณสำหรับลูกแก้วพลังของตนเอง ก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวอีกต่อไป แต่การปะทะกันซึ่งหน้าล้วนเป็นแผนการชั้นเลว แม้เสวี่ยหมิงจะมั่นใจว่าฝีมือของตนเหนือกว่าศิษย์หลักที่เหลืออยู่ทั้ง 6 คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ แต่ก็ไม่กล้าประมาท เพราะอย่างไรศิษย์หลักแต่ละคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ ก็ล้วนเป็นอัจฉริยะในหมู่ผู้ฝึกตนทั้งสิ้น  โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่หลิว เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง แม้แต่ศิษย์ร่วมสำนักก็ลงมือกำจัดอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย

 

                ...สมรภูมิภูเขาหิมะ ช่างเหมาะกับพลังมังกรเหมันต์ยิ่งนัก ดูแล้วหากเรากำจัดสองคนที่มีระดับลมปราณเที่ยงแท้ได้ ที่เหลือก็ไม่น่ากังวลใจอีก ดีละ ถ้างั้นก็เอาตามนี้ละใช้แผนเดิม ต่อสู้คนหมู่มากลงมือกำจัดหัวหน้าโจรก่อน

 

                ความคิดเสร็จสิ้นเสวี่ยหมิงจงใจเร้นกายจนเข้าสู่ระยะสายตาของศิษย์หลักดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ทั้งหก จึงเปลี่ยนเป็นทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า แผ่พุ่งลมปราณวิหคเพลิงแห่งหยางร้อนแรงจนเจิดจ้า ดึงดูดสายตาของทั้งหกให้ตามติด

 

                "เจ้าเป็นใครกัน!!!" ศิษย์หลักดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ทั้งหกเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน

 

                "คนตายไม่จำเป็นต้องรู้จักข้า" เสวี่ยหมิงรวมรั้งท่าโจมตีด้วยหมัดลมปราณเพลิงวิหค จนหมัดทั้งสองห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงเจิดจ้า

 

                ศิษย์หลักดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ กวาดสายตาสำรวจดูเสวี่ยหมิงอีกรอบก็พบว่าไม่คุ้นหน้า ยามแผ่พลังจิตวิญญาณออกตรวจสอบ และรับรู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังแค่ลมปราณเชื่อมฟ้าดิน ยิ่งไปกว่านั้นหางตายังเหลือบไปเห็นลูกแก้วที่วิ่งวนอยู่รอบกายของเสวี่ยหมิง ทำให้รู้ว่าเสวี่ยหมิงก็เข้ามายังประตูชิงหลง เพื่อจุดประสงค์เดียวกับตนเอง "วาจาสุนัขเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้น...พวกข้าก็จะช่วยสงเคราะห์ให้วันนี้เป็นวันตายของเจ้าเลยก็แล้วกัน" วาจาเอ่ยเสร็จสิ้น ศิษย์หลักทั้งสี่คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ก็ไม่รั้งรอ ใช้ออกด้วยหมัดลมปราณมังกรโลกันตร์โจมตีตอบโต้เข้าใส่เสวี่ยหมิงจากระยะไกล

 

                กู่เวิ่น และหลิวเปียวก็สำรวจดูเสวี่ยหมิงเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าลูกแก้วพลังของเสวี่ยหมิงมีพลังสะสมเพียงน้อยนิด จึงมิได้เข้าร่วมการต่อสู้ แม้มิได้ลงมือร่วมกับศิษย์หลักอีกสี่คน แต่ทั้งสองก็มิได้ประมาท จับตาดูการปะทะที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยท่าทีนิ่งขรึม

 

                บรึ้ม !!! บรึ้ม !!! บรึ้ม !!! บรึ้ม !!!

                เสียงแตกระเบิดดังขึ้นสี่หน ตามจำนวนการปะทะกันของลมปราณ หลังการปะทะสงบลง ปรากฏม่านควันขาวแผ่กระจายออกไปรอบทิศ ม่านควันขาวหนาแน่น ฟุ้งกระจายภายหลังจากลมปราณร้อนเย็นปะทะกัน ซึ่งเสวี่ยหมิงจงใจซ่อนแฝง และใช้ออกอย่างแยบยลในการแปรเปลี่ยนกระบวนท่าโจมตี จากร้อนกลับกลายเป็นเย็น หมายอาศัยม่านควันพรางตา ดึงดูดความสนใจผู้คน ฉกฉวยโอกาสลอบจู่โจมผู้ฝึกตนระดับลมปราณเที่ยงแท้ทั้งสอง

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะของศิษย์หลักดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ทั้งสี่ดังขึ้น เมื่อเห็นว่ากลางอากาศไม่ปรากฏร่างของเสวี่ยหมิงลอยอยู่อีกต่อไป แถมพลังลมปราณก็ถูกลบหายไปด้วย "คิดว่าจะแน่ ที่แท้ก็เก่งแต่ปากเท่านั้นเอง"

 

                "โง่เง่ายิ่งนัก พลังฝีมือต่ำต้อย แทนที่จะอยู่ฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ ภายในด่านที่หนึ่ง กลับเข้ามารนหาที่ตาย..."

 

                "ระวัง !!!" หลิวเปียวที่จับตาดูตลอด เมื่อพบว่าร่างของเสวี่ยหมิงหายไป ในทีแรกก็ชะล่าใจ แต่เมื่อพบว่าพลังวิญญาณมังกรจากลูกแก้ว ไม่ถูกถ่ายเทออก จิตระวังภัยก็เตือนให้ตื่นตัวในทันที มันไม่กล้าประมาทเร่งเร้าลมปราณเที่ยงแท้ของตน จนเพลิงไฟลุกท่วมตัว พร้อมตะโกนบอกศิษย์คนอื่น ๆ ไปพรอ้มกัน

 

                กู่เวิ่นเมื่อได้ยินเสียงเตือนก็ไม่กล้าชักช้า เร่งพลังลมปราณคุ้มกาย แผ่ไอร้อนปกป้องก่อเป็นรัศมีทรงกลมห่อหุ้มร่าง พัดพาหิมะที่สุมอยู่รอบข้างปลิวกระจายออก แต่ไม่ทันที่ม่านคุ้มกายจะปรากฏสมบูรณ์ เสียงแตกระเบิดก็ดังลั่นกรอกหูของมัน เมื่อจู่ ๆ ร่างของเสวี่ยหมิง ที่เมื่อครู่ยังเห็นชัดว่าลอยเด่นรับการปะทะอยู่ด้านบน ก่อนจะจมหายไปในม่านควัน กลับมาปรากฏกายอยู่ที่ด้านข้างของตน พร้อมทั้งออกหมัดซัดเข้าเต็มกระพุ้งแก้ม

 

                ยามแตกตื่นกู่เวิ่นไม่กล้าเก็บออมพลังที่มี ระเบิดคลื่นเพลิงมังกรโลกันตร์ของตนเองจนสุดรั้ง ค่อย ๆ ก่อร่างจำแลงของมังกรเพลิงที่ด้านหลัง แต่ร่างจำแลงไม่ทันปรากฏชัด สภาวะร่างของมันก็กลับกลายเป็นแน่นิ่ง ถูกผนึกค้างกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ไม่อาจขยับเคลื่อนไหว

 

                หลิวเปียวที่อยู่ด้านข้าง แม้เห็นชัดว่าพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงมีระดับต่ำต้อย แต่กลับมีท่าร่างสูงล้ำสุดหยั่งถึง ไม่กล้าประมาท เมื่อเห็นเสวี่ยหมิงปรากฏกายขึ้น ก็ใช้ออกด้วยฝ่ามือเพลิงไฟรุนแรง โดยไม่ได้สนใจร่างของกู่เวิ่น ศิษย์ร่วมสำนักที่ถูกผนึกแข็งอยู่แม้แต่น้อย

 

                ท่าทำลายล้าง...เพลิงมังกรผลาญฟ้า ของหลิวเปียว เป็นท่าจู่โจมที่ทั้งรุนแรง และรัศมีการทำลายกินขอบเขตกว้างขวาง หมายสังหารทำลายล้างทุกสิ่งที่อยู่ด้านหน้าตนเอง

 

                เพลิงไฟจากกระบวนท่าเพลิงมังกรผลาญฟ้า กระแทกเข้าใส่ทั้งร่างของเสวี่ยหมิง พร้อมกับกู่เวิ่นที่ถูกผนึกค้างเอาไว้ แต่ยังมีชีวิต พลังทำลายเผาผลาญทุกสิ่งที่มันเคลื่อนผ่าน จนมอดไหม้ไม่เหลือแม้เศษซาก

 

                หลิวเปียวอ้าปากกว้างหอบหายใจ สูดเอาลมปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างเพื่อชดเชยพลังลมปราณที่เสียไปกว่าหนึ่งในสามส่วนของตนเอง เมื่อจิตวิญญาณของมันรับรู้ว่าร่างของเสวี่ยหมิงและกู่เวิ่นล้วนแหลกสลายไปพร้อมกระบวนท่าสังหารของตน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นอย่างมิอาจควบคุม "ศิษย์น้องทั้งหลาย ข้าขอล่วงหน้าไปด่านที่สองก่อน"หลิวเปียวเอ่ยพลางชูลูกแก้วของตนเองจนเด่นหลา ยามที่มันดูดกลืนพลังวิญญาณมังกรส่วนของกู่เวิ่นที่เพิ่งตกตาย แสงสีเขียวที่อัดแน่นอยู่ในลูกแก้วของมันก็เต็มเปี่ยม ส่องแสงเรืองรองสดใสออกมา

 

                "จะรีบไปไหน.." แต่หลิวเปียวก็ยินดีได้เพียงแค่ชั่วอึดใจ เพราะจู่ ๆ ร่างของเสวี่ยหมิงก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังตนเอง "รับนี้ดูก่อน..."ลมปราณมังกรเหมันต์ ที่พุ่งออกจากปลายหมัดของเสวี่ยหมิง แตกระเบิดออกเป็นพลังห้าสาย วิ่งเร็วช้าแตกต่าง แม้พลังทำลายมิได้มากมาย แต่พลังปิดผนึกล้วนสูงล้ำ

 

                "ตายยากตายเย็นนักนะแก" หลิวเปียวมีประสบการณ์ต่อสู้มิใช่น้อย เมื่อเห็นกระบวนท่าโจมตีรอบทิศเข้าใกล้ ก็ใช้สองแขนขัดกันเป็นรูปกางบาท เร่งพลังลมปราณมังกรโลกันตร์ขั้นที่ห้า ก่อเกิดปีกเพลิงไฟห่อหุ้มส่วนแขนทั้งสอง ท่าร่างที่มั่นคงแปรเปลี่ยนเป็นทะยานขึ้นเหนือพื้น ตีลังกาหงายร่างกลับทิศกลับทาง ตวัดร่างเท้าชี้ฟ้า ศีรษะอยู่ต่ำ ก่อนที่มันจะขยับแขนกางออกปลดปล่อยเพลิงไฟที่สะสมเอาไว้ ปีกเพลิงจำแลงก็สะบัดไวตามกัน ก่อเกิดคลื่นพลังเพลิงพวยพุ่งเป็นรัศมีรูปพัดพวยพุ่ง กวาดเข้าปะทะกับลมปราณมังกรเหมันต์ของเสวี่ยหมิงทางด้านหน้า ส่วนรัศมีเพลิงที่แตกระเบิดก็กวาดทำลายออกไปรอบทิศ กลายเป็นเพลิงไฟที่แตกระเบิดเพื่อปกป้องตัวเองไปในคราวเดียว

 

                ตูม ตูม...ตูม !!!

                เสียงแตกระเบิดดังสะท้าน เพลิงมังกรที่แตกระเบิดต้านทานลมปราณมังกรเหมันต์ของเสวี่ยหมิงได้ทั้งหมด

 

                หลิวเปียวที่มั่นใจในกระบวนท่าซึ่งใช้ออกด้วยพลังสิบส่วนของตนเอง คาดการณ์ว่าไม่เพียงทำลายท่าโจมตีของเสวี่ยหมิงลงได้ แต่พลังที่ใช้ออกควรจะกวาดซัดโจมตีต่อไปยังเสวี่ยหมิงโดยตรง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่แล้วเมื่อสองเท้ากลับมาสัมผัสพื้น กลับพบว่าผลการปะทะกลับออกมาเสมอกันเช่นนี้ ทำเอาหลิวเปียวมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นในทันที "เจ้านับเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเลย แต่น่าเสียดายที่ วันนี้แกบีบให้ข้าต้องแสดงฝีมือที่แท้จริ....ง"

 

                โอ๊ยยยย !!!

                ระหว่างที่หลิวเปียวยังจับจ้องไปที่ร่างจำแลง ซึ่งเสวี่ยหมิงจงใจใช้น้ำแข็งสร้างขึ้น ร่างจริงก็เคลื่อนไหวผ่านอาณาเขตน้ำแข็งก็มาปรากฏที่เบื้องหลังของหลิวเปียวอีกครั้ง ก่อนจะใช้มือขวาบีบเข้าที่ลำคอด้านหลัง ส่งผ่านพลังมังกรเหมันต์เข้าไปโดยตรง

 

                "จำเอาไว้ คนจริงไม่พูดเยอะ...เจ็บคอ" เสวี่ยหมิงเอ่ยพลางออกแรงบีบทำลายลำคอที่กลายเป็นก้อนน้ำแข็งของหลิวเปียวจนแหลกละเอียด

 

                กร๊อบบบบ !!!

                เสียงของน้ำแข็งที่แตกกระจายไม่ดังนัก แต่ความหวาดกลัวกลับสั่นสะท้านเข้าไปในจิตใจของศิษย์หลักที่ยังคงลอยตัวค้างอยู่กลางอากาศของศิษย์ที่เหลือทั้งสี่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ ทันทีที่ศีรษะของหลิวเปียวร่วงหล่นลงกระทบพื้น ก็ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่ออกตัวทะยานหลบหนีจากไปอย่างสุดชีวิตเป็นคนแรก ก่อนที่ศิษย์คนอื่น ๆ ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ จะกระทำตามด้วยความว่องไวไม่แพ้กัน

 

                เสวี่ยหมิงที่เห็นว่าลูกแก้วพลังของตนเต็มเปี่ยมแล้ว ก็มิได้สนใจจะไล่ฆ่าผู้คนอีก เร่งทะยานตรงไปยังแท่นสถิตวิญญาณมังกร

 

                เมื่อเสวี่ยหมิงจากไปไกลแล้ว ร่างของชายปริศนาก็ปรากฏออกมาจากชายขอบป่าที่ไกลออกไป ดวงตาดำสนิททั้งดวงโดยไร้ตาขาวจับจ้องไปยังร่างของเสวี่ยหมิงที่ทะยานลับตาไป ก่อนจะหันไปสนใจซากศพที่กองอยู่แวบหนึ่ง พลางหันกลับมามองที่ลูกแก้วพลังในมือตนเอง ก่อนจะทะยานตามร่างของศิษย์ทั้งสี่ที่หลบหนีไปคนละทิศ คนละทางของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ทั้งสี่ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มกว้างอย่างน่าขยะแขยง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 525 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 กันยายน 2561 / 15:23
    มารจีนแดงแน่นอน
    #3667
    0
  2. #3541 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 249)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 09:28
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #3541
    0
  3. #3539 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 249)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 08:14
    รอยยิ้มชั่วร้ายนั่น จะเลียนแบบหมิงหมิงสินะ
    #3539
    0
  4. #3535 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 249)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 18:28

    หมิงหมิงเจ็บคออ่ะ ใช้มุกนี้ก็ได้เหรอ 555555
    #3535
    1
    • #3535-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 249)
      11 กันยายน 2561 / 18:33
      555+ ช่วงนี้เห็นบ่อยเลยใส่ลงไปซะ
      #3535-1
  5. #3534 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 249)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 18:13
    หลังจากนี้ตาเฒ่าน่าจะตาย
    #3534
    4
    • #3534-2 Themefx (@Themefx) (จากตอนที่ 249)
      13 กันยายน 2561 / 21:08
      อ่าวตาเฒ่าตายได้ไงครับ
      #3534-2
    • #3534-3 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 249)
      13 กันยายน 2561 / 21:17
      โดนหลงต้าซินกระซวก *-*
      #3534-3
  6. #3530 ยังไม่นอน (@Chai996) (จากตอนที่ 249)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 15:12

    ขอบคุณครับ
    #3530
    0