เนตรมารสะท้านฟ้า (恶魔的眼睛)(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 963,338 Views

  • 4,629 Comments

  • 8,400 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,372

    Overall
    963,338

ตอนที่ 219 : เพลิงสงครามประทุ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 594 ครั้ง
    13 ส.ค. 61

ตอนที่ 202

เพลิงสงครามปะทุ 2

 

                เวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่สามวัน กองทัพพันธมิตรมังกรโลกันตร์ก็ทำลายแนวป้องกันด่านแรกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะลงจนไม่เหลือซาก

 

                ความสับสนและบีบคั้น ทำให้ผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ต่างอยู่ในอาการตึงเครียดวิตกกังวล แม้เหล่าผู้อาวุโส ต่างดาหน้ากันออกตรวจตราปลุกเร้าให้กำลังใจ ทั้งผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะเอง และเหล่าค่ายสำนักใต้อาณัติทั้งหลาย ที่แม้จะยังไม่เกิดการสูญเสียเหล่าขุมกำลังหลัก ที่ต่างถูกเกณฑ์เข้ามายังอาณาเขตชั้นกลาง และชั้นในของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ แต่ความรวดเร็วในการบุกตะลุยของพันธมิตรมังกรโลกันตร์ ก็รวดเร็วเกินกว่าที่ผู้คนทั้งหลายจะไม่หวาดหวั่นใจ

 

                กองทัพพันธมิตรมังกรโลกันตร์ที่ทำลายล้างทุกสิ่งโดยปราศจากแรงต่อต้าน ยิ่งมายิ่งฮึกเหิม จากที่เคลื่อนที่ไวอยู่แล้ว ต่างคนต่างยิ่งเร่งร้อนแสดงความกระหายในสงคราม จนความไวในการเคลื่อนพลเพิ่มขึ้นไปอีกกว่าสองส่วน กองทัพสัตว์อสูรที่ถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ กวาดต้อนมายังฝั่งตะวันตก หวังจะใช้เป็นปราการธรรมชาติ ชะลอความไวของกองทัพพันธมิตร กลับกลายเป็นการเสริมทั้งอาหารวิเศษ และวัตถุดิบมากมายให้กับกองทัพพันธมิตรมังกรโลกันตร์

 

                ยิ่งนานวันเสียงร่ำลือถึงความเกรียงไกรของกองทัพพันธมิตรมังกรโลกันตร์ ยิ่งแผ่กระจายไปทั่วแดนดิน ความท้อแท้สิ้นหวังยิ่งโถมกระหน่ำ กดทับจิตใจผู้คนทั้งหลายที่รวมตัวกันอยู่ในอาณาเขตชั้นกลางของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ กองทัพยังไม่ทันสู้รบ ก็เกิดความระส่ำระสายภายใน ภายใต้จิตใจที่ไม่เป็นสุข การกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย เริ่มลุกลามไปทั่ว แต่จนแล้วจนฮัวเหวินเยี่ยนก็มิได้ออกมาปลอบขวัญผู้คน เพียงแต่ใช้เหล่าผู้อาวุโสเข้าควบคุมสถานการณ์เท่านั้น

 

                ณ ห้องประชุมลับของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ เพลิงไฟลาวาที่ล้อมรอบห้องร้อนระอุ พร้อมจะเผาไหม้ทำลายทุกสิ่งที่เข้าใกล้ ม่านพลังป้องกันจากอักขระวิญญาณชั้นสูงโปร่งแสง แผ่ปกคลุมเป็นโดมครึ่งวงกลม ปิดทับสถานที่หารือแห่งนี้ไว้อย่างแน่นหนา มั่นใจได้ว่าหากไม่ใช่เซียนวิเศษมาเองคงไม่มีผู้ใดสามารถแอบฟังความที่ผู้คนภายในหารือกันได้อย่างแน่นอน

 

                "ท่านผู้เฒ่าจางพิษที่ท่านผลิตพร้อมหรือยัง" ฮัวเหวินเยี่ยนในชุดรบวิหคฟ้า นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงเด่นสง่า สายตายังคงคมกล้าเย็นชาไม่แปรเปลี่ยน

 

                "เรียนท่านประมุข พิษไข่มุกสังหาร คนของผู้น้อยตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว รอเพียงการแพร่กระจายออกตามคำสั่งของท่านประมุขเท่านั้นขอรับ"

 

                ฮัวเหวินเยี่ยนพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันไปยังรองประมุขอี้เหวิน ผู้ที่ทำหน้าที่แม่ทัพใหญ่ควบคุมการรบที่เขตชั้นกลาง

 

                "ศิษย์น้องอี้ ตามการคาดการณ์ของเจ้า อีกนานเท่าใด กองทัพพันธมิตรมังกรโลกันตร์จึงจะเข้าสู่เขตกับดักชั้นต้นของพื้นที่ชั้นกลาง"

 

                "เรียนท่านประมุข จากความไวที่เพิ่มขึ้นของข้าศึก เชื่อว่าอย่างเร็วสิบวัน อย่างช้าสิบห้าวัน พวกมันก็จะสามารถฝ่าฝูงสัตว์ และกับดักทั้งหมดของเราเข้าสู่เขตป้องกันชั้นกลางได้ขอรับ"

 

                "อืม" ฮัวเหวินเยี่ยนมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย แต่ก็มิได้เอ่ยอันใดออกมาตอบโต้อี้เหวิน "ท่านผู้อาวุโสซูหยาง เรื่องราวภายใน ตามที่ข้ามอบหมายไป ได้ความบ้างหรือไม่"

 

                "เรียนท่านประมุข ตามที่คาดการณ์และมอบหมายข้าผู้อาวุโสไปติดตามสืบเสาะ หลังจากที่ฝั่งของกองทัพพันธมิตรมังกรโลกันตร์ ประสบชัยชนะต่อเนื่อง กำลังขวัญยิ่งมายิ่งฮึกเหิม พวกหนอนที่ปะปนเข้ามาเริ่มโผล่หางให้เห็น แต่บางกลุ่มยังยากแยกเยอะให้แน่ชัดในเวลาอันสั้น เกรงว่าจากคำกล่าวของท่านรองประมุขอี้เหวิน เวลาเพียงสิบถึงสิบห้าวัน ยังไม่อาจแยกแยะได้แน่ชัด"

 

                "ไม่ต้อง" ฮัวเหวินเยี่ยนเอ่ยพร้อมยืนขึ้น แสดงพลังอำนาจของการสะกดข่มผู้คนแผ่กระจายออก "ข้าไม่ต้องการแยกแยะผิดถูก ที่แม่นยำในเวลานี้" สายตาของฮัวเหวินเยี่ยนเย็นชาอย่างถึงที่สุด "ท่านรับคำสั่ง ส่งมือสังหารลับลอบติดตามผู้นำของกลุ่มบุคคลที่สงสัยให้หมด ฟังคำสั่งข้าเมื่อพร้อมก็ลงมือสังหารพวกมันครึ่งหนึ่ง และประกาศออกไปว่า ผู้ที่ตายล้วนเป็นหนอนบ่อนไส้ ส่วนที่เหลืออีกครึ่ง ส่งรายชื่อให้แม่ทัพอี้เหวิน จัดการให้กลายเป็นทัพแนวหน้า เซ่นสังเวยแผนการตามหลัง" คำสั่งเอ่ยด้วยความมั่นใจเด็ดขาด

 

                การสั่งการเหล่าผู้นำกลุ่มพันธมิตรวิหคเพลิงอมตะล้วนกระทำ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งในวันนี้การหารือยังคงมีต่อเนื่องไปอีกหลายชั่วยาม ก่อนฮัวเหวินเยี่ยนจะจากไป

.

.

                หนิงเซียนที่ถูกสั่งให้ปิดตน เร่งฝึกฝีมือลืมตาขึ้น ลุกขึ้นย่อกายทำความเคารพความว่างเปล่า "คารวะท่านประมุข"

 

                ฮัวเหวินเยี่ยนที่ปิดซ่อนตัวเอง พยักหน้ายิ้มแย้มด้วยความพึงพอใจ เมื่อพบว่าหนิงเซียนสามารถจับสัมผัสตนเองได้ ก่อนที่นางจะปรากฏออกมา "ฝีมือเจ้ารุดหน้าไปด้วยดีหรือไม่"

 

                "เรียนท่านประมุข สิบกว่าวันมานี้ แม้ระดับพลังลมปราณของศิษย์จะมีความก้าวหน้าอยู่บ้าง แต่พลังวิหคเก้าตะวันเมื่อขึ้นถึงขอบขั้นที่เจ็ดแล้วยากฝึกฝน สติปัญญาของหนิงเซียนต่ำต้อย จึงยังมิมีความก้าวหน้าเพิ่มเติม"

 

                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า หากมีใครกล้าเอ่ยว่าเจ้าสติปัญญาต่ำต้อย เช่นนั้นก็คงไม่มีผู้ใด ชาญฉลาดแล้วกระมัง เจ้าอายุเพียงแค่สิบห้าปี แต่กลับสำเร็จยอดวิชาวิหคเก้าตะวันถึงระดับเจ็ด แม้แต่ผู้อาวุโสหลาย ๆ อายุนับร้อยปียังไม่อาจทะลวงผ่านจากขอบขั้นที่หก ไปยังขอบขั้นที่เจ็ดได้ เจ้าที่อยู่ขอบขั้นที่เจ็ดไปแล้ว หากพวกผู้เฒ่าทั้งหลายได้ยินคำกล่าวของเจ้า ใยมิกระอักโลหิตจนตายหรอกรึ"

 

                "ศิษย์ขออภัยที่..."

 

                "ไม่ต้องหรอก ข้าก็แค่เอ่ยหยอกเจ้าเล่น วันนี้สงครามใกล้ถึงจุดพลิกผัน ข้าที่เป็นผู้วางแผนเดิมพันชะตาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ย่อมต้องแบกภาระหนักกว่าผู้อื่น การที่ได้หาเวลามาพูดคุยกับเจ้าที่เป็นความหวังแห่งอนาคตของข้า จึงถือเป็นเวลาผ่อนคลายที่ดีของตัวข้าเอง"

 

                หนิงเซียนฉีกยิ้มจาง แม้จะรับรู้ความคาดหวัง และความรักและหวังดีของฮัวเหวินเยี่ยน แต่ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เส้นทางการทดสอบวิหคเพลิงอมตะ ความตายของเสวี่ยหมิง ก็ทำให้สายสัมพันธ์ของหนิงเซียนกับประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะไม่เหมือนเช่นเดิมอีกต่อไป

 

                "สงครามช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจักมีผู้คนล้มตายอีกมากมายเท่าไหร่กัน หากข้าหนิงเซียนพอจะช่วยเหลือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางใดได้บ้าง ขอท่านประมุขโปรดใช้สอย"

 

                "อืม เจ้ายังเด็กนัก แม้จิตใจต่อสู้ฮึกเหิมจะเป็นสิ่งดี แต่ประสบการณ์ของสงคราม หาได้ง่ายดายเช่นการประลองยุทธซึ่งหน้า อีกทั้งตัวเจ้ามีพรสวรรค์และอนาคตที่กว้างไกล จนแม้แต่ตัวข้ายังมิอาจประเมิน ดังนั้นหากไม่ถึงคราวคับขัน เจ้าจงวางใจ ตั้งใจฝึกฝนต่อไปเถิด"

 

                "ค่ะ" หนิงเซียนก้มหน้าต่ำรับคำ แม้นางจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์มากนัก เพราะการฝึกฝนในวัยเด็กล้วนติดตามผู้เป็นอาจารย์ท่องเที่ยวไปทั่ว แต่เวลาสองปีกว่าที่อาจารย์ของหนิงเซียนจากไป นางเองก็ใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตลอดมา แม้ไม่ได้พูดคุยกับทุกผู้คน แต่อย่างน้อยก็ได้เคยเห็นหน้าค่าตา เมื่อคิดถึงความโหดร้ายของสงครามที่พร้อมจะพรากชีวิตของทุกผู้คนที่เคยพบพาน เพียงเท่านั้น จิตใจของหนิงเซียนก็สั่นไหวจนหมองเศร้า ยากที่จะปลุกปลอบสมาธิทำการฝึกฝนต่อไปได้อีก

 

                 แต่เพราะคำสั่งของฮัวเหวินเยี่ยน ทำให้หนิงเซียนต้องจำใจ นั่งลงทำสมาธิ แม้เคล็ดวิชาไม่อาจก้าวหน้า แต่ยังอาศัยความได้เปรียบของสภาพแวดล้อมของเพลิงศักดิ์สิทธิ์ในภูเขาไฟ ดูดซับเพิ่มพูนลมปราณอย่างต่อเนื่อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 594 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #2980 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 06:44
    สถานการณ์กำลังเริ่มตรึงเครียดแล้ว
    #2980
    0
  2. #2979 แมวหนีกินแหนม (@skydrive011) (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 23:41
    ตอนที่ 203-215 อ่านไม่ได้ครับ
    #2979
    0
  3. #2975 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:36
    เบื่ออิท่านประมุขนี่มากเลยอ่ะ เมื่อไหร่หมิงจะมาซักที
    #2975
    1
    • #2975-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 219)
      14 สิงหาคม 2561 / 08:43
      4 ตอน ^ ^
      #2975-1
  4. #2974 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 17:10
    หมดแล้วเมื่อไหร่จะมา รอๆๆเสวี่ยวหมิง
    #2974
    0
  5. #2973 derkkron (@derkkron) (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:48
    พระเอกหาย
    #2973
    0
  6. #2972 PMMMorningstar (@Layerthetime) (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:22
    พระเอกค่าตัวแพงจัง หมิงงงง เอ็งอยู่หนายยย
    #2972
    0