เนตรมารสะท้านฟ้า ()(จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 911,667 Views

  • 4,525 Comments

  • 8,252 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    68,787

    Overall
    911,667

ตอนที่ 218 : เพลิงสงครามประทุ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 549 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

 

เนตรมารสะท้านฟ้า 

(恶魔的眼睛) - The Eye of Devil

ภาค 4 พันธมิตรศักดิ์สิทธิ์

 

ตอนที่ 201

เพลิงสงครามปะทุ 1

 

                เสียงแตรเขามังกรลั่นสะท้านไม่ทันจางหาย เสียงเฮโลของนักรบที่เลือกเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ก็ดังลั่นสะท้านสะเทือนพิภพสอดแทรกขึ้นในจังหวะเดียวกัน มังกรเพลิงทะยานดั้นเมฆนำขบวนผู้คนนับแสน ที่ต่างยืนหยัดด้วยความอหังการอยู่บนพาหนะวิเศษของแต่ละสำนัก ในสมองล้วนมีแต่คำว่าชัยชนะและผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังสงครามจบลง

 

                แม้ระยะห่างของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง จะอยู่อีกไกลหลายแสนลี้ แต่เรือรบมังกรโลกันตร์ก็มิได้เร่งความไวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจนสุดรั้ง เพียงเคลื่อนตัวด้วยความไวที่ใกล้เคียงกับหมู่พันธมิตรร่วมสงคราม ลอยโดดเด่นอยู่ท่ามกลางพาหนะวิเศษลำอื่น ๆ อีกนับพัน ราวกับดาวล้อมเดือน แถมยิ่งเคลื่อนขบวนยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม เมื่อเดินทางผ่านเขตของสำนักใด ก็ยิ่งมีผู้คนเข้าร่วมมากขึ้น แม้บางสำนักจะไม่พร้อมที่จะเข้าร่วมทำสงคราม แต่ก็ยังรู้หน้าที่นำส่งมอบบรรณาการแก่ตัวแทนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์

 

                กองทัพใหญ่เคลื่อนหน้าไปมากเท่าไหร่ อิทธิพลอำนาจยิ่งแผ่ขยาย ความฮึกเหิมพุ่งทะลุฟ้า ผู้คนเหลือประมาณล้วนมองเห็นเพียงชัยชนะอย่างหมดจด

.

.

                ฟากฝั่งหนึ่งกำลังขวัญถูกเร่งเร้าจนแทบจะถึงขีดสุด แต่อีกฟากฝั่งกลับตรงกันข้าม

 

                ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ล้วนประชุมหารือเคร่งเครียด ลำพังขุมพลังของตนเองก็อ่อนด้อยกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์อยู่สามถึงสี่ส่วนอยู่แล้ว แต่หลายวันมานี้ กลับถูกสำนักสาขา ที่ใกล้กับเขตชายแดนฝั่งตะวันตกเมินเฉยคำสั่งเข้าร่วมสงคราม แถมหลายสำนักยังตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมตัดสินใจแปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์

 

                ฮัวเหวินเยี่ยนในตอนนี้ แม้การแสดงออกทางสีหน้าจะดูเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ภายในใจกลับลอบคร่ำครวญ เพราะตามการคาดการณ์ของประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคอมตะ นางเองก็ไม่คิดว่าภายหลังจากทูตเจรจาเดินทางกลับไปไม่ถึงเดือน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์จะเลือกประกาศสงครามในทันที แถมดูจากเหตุการณ์ปัจจุบัน เงื่อนงำที่คลุมเครือพลันกระจ่างชัด

 

                ...ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ล้วนเตรียมการก่อสงครามอยู่ก่อนหน้า

 

                แม้จะเจ็บใจและหวาดหวั่น แต่ฮัวเหวินเยี่ยนก็สมกับเป็นประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสี่ ทั้งการแสดงออก และการตัดสินใจล้วนเด็ดขาด เมื่อรับรู้ว่ามีบางสำนักกระด้างกระเดื่อง แม้ปัจจุบันจำต้องสงวนขุมกำลังเอาไว้ แต่เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ฮัวเหวินเยี่ยนออกคำสั่งให้ผู้คุมกฎนำกองกำลังเฉพาะกิจ ทำการล้างสังหารสำนักที่แข็งข้อในทันที หลังจากเหตุการณ์เชือดไก่ให้ลิงดูผ่านพ้นไปสามครั้ง ก็ไม่ปรากฏสำนักที่คิดตีตัวออกห่างอีก แต่เพื่อการป้องกันเหตุผิดพลาด ฮัวเหวินเยี่ยนยังสั่งการให้กองกำลังเฉพาะกิจนี้ นำตัวบุตรหลานของค่ายสำนักที่อยู่ฝั่งชายแดนตะวันตก ซึ่งเป็นเขตชายแดนด้านที่ติดกับศัตรู กลับมายังภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ โดยยกอ้างเหตุผลเพื่อดูแลความปลอดภัย แต่ทุกผู้คนล้วนรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงคำกล่าวอ้างสวยหรู แท้จริงล้วนทำเพื่อต้องการยึดผู้คนเป็นตัวประกัน แต่เพราะสำนักเหล่านั้นรู้ตัวดีว่าตนเองนั้นอ่อนแอกว่าจึงมิอาจขัดขืน

               

                เมื่อดินแดนศักดิ์วิหคอมตะจัดการปัญหาผู้คนเอาใจออกห่างได้แล้ว ฮัวเหวินเยี่ยนจึงได้ดำเนินแผนการต่อไป ซึ่งการวางแผนต่าง ๆ แม้เกิดจากการประชุมหารือ แต่ในขั้นสุดท้ายล้วนเป็นการตัดสินใจเด็ดขาดจากประมุขเพียงผู้เดียว ซึ่งฮัวเหวินเยี่ยนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแผนการ ก็มิได้ทำให้ผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะผิดหวัง เมื่อรู้ว่าฝั่งของตนเองอ่อนแอกว่า ก็เลือกที่จะไม่ปะทะหักหาญโดยตรง กลับเกณฑ์ผู้คนเข้ามารวมศูนย์ ยังรอบเขตชั้นกลางของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และใช้เพียงค่ายกลกับดักในการสกัดกั้นถ่วงเวลาที่เขตชายแดน และเขตแดนรอบนอก แถมยังมีการใช้วิหคเพลิงอมตะ ซึ่งถือเป็นราชันย์ของสัตว์อสูรเช่นเดียวกับมังกร ไล่ต้อนสัตว์อสูรจากเขตแดนโดยรอบ ให้หลบหนีไปรวมตัวกันยังเขตแดนฝั่งทิศตะวันตก หมายช่วยลดทอนขุมกำลังพันธมิตรของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์

 

                แม้สงครามถือเป็นการรบขนาดใหญ่ที่เน้นปริมาณ แต่แท้จริงสุดท้ายในโลกของผู้ฝึกตน การรบพุ่งนั้นล้วนตัดสินเป็นตายกันที่คุณภาพ ดังนั้นในสงครามของสองดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ ผู้ฝึกตนในระดับลมปราณสวรรค์จึงถือเป็นขุมกำลังแท้จริง ที่มีผลชี้วัดทิศทางของสงครามมากเสียยิ่งกว่าปริมาณของผู้ฝึกตนที่เข้าร่วม ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งจำนวน และระดับฝีมือของผู้ฝึกตนในระดับลมปราณสวรรค์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ ดูจะเหนือกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะค่อนข้างมาก แม้ทั้งหมดที่กล่าวมาจะบ่งชี้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะจำต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่นั่นคือการคาดการณ์เจากการรบบนสมรภูมิที่เท่าเทียม หากสงครามมีเพียงแค่สองขุมกำลัง ผลที่ออกมาคงเป็นเช่นนั้น

 

                แต่การรบในครั้งนี้ ใช่ว่าฝั่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์จะเหนือล้ำกว่าในทุกด้าน เพราะดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์เป็นฝ่ายยกทัพเข้าจู่โจม ซึ่งลำบาก และจำต้องเสียทรัพยากรมากกว่าในการรบ ต่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ที่เพียงตระเตรียมรอรับการบุกจู่โจม แม้จะวางกับดักค่ายกลใด ๆ อีกฝั่งก็จำต้องบุกฝ่าเข้ามาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

 

                ยิ่งไปกว่านั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เอง ก็มีของวิเศษรักษาดินแดนซุกซ่อนเอาไว้เป็นไพ่ตาย หากถึงคราวคับขันก็อาจจะช่วยพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ไปได้ เพียงแต่ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ แม้จะมีของวิเศษป้องกันในระดับสวรรค์ไว้ครอบครองหลายชิ้น แต่กลับไม่มีของวิเศษศักดิ์สิทธิ์ในระดับตำนาน ที่กำเนิดพร้อมกับสายโลหิตวิเศษ ซึ่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ เป็นเพียงดินแดนศักดิ์สิทธิ์เดียวเท่านั้นที่ไร้ของวิเศษป้องกันดินแดนประจำสายเลือดศักดิ์สิทธิ์

.

.

                หลังจากที่หลงเทียนหยูนำทัพเคลื่อนพลมาได้สิบห้าวัน ในที่สุดพาหนะขบวนแรกของพันธมิตรมังกรโลกันตร์ก็เข้าประชิดชายแดนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ทันทีที่หัวเรือเหาะลำแรกของสำนักที่ร่วมเดินทางมากับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ในครั้งนี้ ล้ำเข้าไปในเขตแดนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ค่ายกลรักษาเขตแดนก็ทำงานในทันที ม่านมายาหลากสีกางกั้นเป็นชั้น ทำหน้าที่สกัดแยกผู้คนที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนให้กระจายออก เมื่อหลุดหลงเข้าสู่ค่ายกล ล้วนสับสนยากจำแนกทิศทาง แม้ในเบื้องต้นพลังของค่ายกลไม่ได้ทำร้ายสังหารผู้คน แต่ก็สร้างความสับสน และชะลอความไวในการเคลื่อนทัพลงได้ จนถึงขั้นทำให้ขบวนทัพใหญ่ชะงักงัน

 

                แม้หลงเทียนหยูจะรู้ดีว่าที่ด้านหน้ามีกับดัก แต่ก็ไม่ได้สั่งให้ทัพใหญ่ชะลอตัว เพราะรู้ดีว่าสงครามย่อมต้องมีการสูญเสีย ค่ายสำนักขนาดกลาง และขนาดเล็กล้วนต้องแสดงออกถึงความกล้าหาญไม่กลัวตาย จึงจะได้รับการเหลือบแลหลังเสร็จสิ้นสงคราม ดังนั้นการที่พวกมันจำต้องเสี่ยงอาสาเป็นหน้าด่าน ทดสอบค่ายกลกับดักให้แก่ขุมกำลังหลัก ในสายตาของหลงเทียนหยูมองว่าเป็นสิ่งที่สมเหตุผลอยู่แล้ว แม้การสูญเสียผู้คนจากค่ายกลกับดักจะไม่ถือว่าเป็นอย่างไร แต่การจะให้สูญเสียหน้ากองทัพชะงักงัน ล้วนส่งผลต่อขวัญกำลังใจของกองทัพ ถือเป็นสิ่งสำคัญ

 

                หลงเทียนหยูที่ยืนอยู่บนแท่นบัญชาการของเรือรบมังกรโลกันตร์ โบกมืออกคำสั่งให้แก่ขุนพลทั้งสี่บนหลังมังกรเพลิง

 

                คำสั่งถูกถ่ายทอด มังกรเพลิงทั้งสี่ต่างก็แยกย้ายกันออกไป ทะยานลิ่วใช้พละกำลังอันเหนือล้ำของมังกรเพลิง พุ่งเป้าทำลายแก่นกลางของค่ายกลที่ขวางทางอยู่ เร่งทำลายค่ายกลขวางหน้า ก่อนที่ขบวนทัพจะเดินทางถึง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 549 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 กันยายน 2561 / 09:50
    หลง แห่งไฟ จะสู้ หลง แห่งน้ำแข็งได้ไหมหนอ
    #3663
    2
    • #3663-1 MoMiMarChi (@MoMiMar) (จากตอนที่ 218)
      19 กันยายน 2561 / 13:51
      หลงไฟมันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่โหดสุด ต้องเป็นหลงน้ำจะสู้ไฟได้ไหมถึงจะถูก
      #3663-1
  2. #2969 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:32
    ขอบคุณครับ ลงตอนต่อไปไวๆนะครับ
    #2969
    0
  3. #2968 kikidesign (@kikidesign) (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:21
    ฮ่าๆๆ เอาเลยตระกูลหลง ฆ่าพรรคบัดซบนี้ให้เ-้ยน เหลือไว้เพียงน้องหนิงพอเดี่ยวพี่หมิงไปช่วย
    #2968
    0
  4. #2967 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 12:06
    เมื่อไหล่เสวี่ยวหมิงจะออกมา พลังงานด้านลบเยอะมาก เนตรเทพมารบรรพการจะได้พลังเพิ่ม
    #2967
    0
  5. #2966 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 10:33
    เริ่มสงครามแล้ว กำลังลุ้นเลย
    #2966
    0
  6. #2965 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 10:29
    ขอบคุณครับ
    #2965
    0