(ซ. set มัดใจ) มัดใจยัยซื่อบื้อ

ตอนที่ 37 : ลางสังหรณ์ที่ใกล้เข้ามา...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62


ตอนที่ 36 

ลางสังหรณ์ที่ใกล้เข้ามา...



     โรงเรียน 


     7:33 น.


     ฝนนั่งชะเง้อมองประตูห้องเรียนเหมือนรอใครบางคนอยู่...

     นี่มันจะเข้าเรียนอยู่แล้วนะ ทำไมไอกับปีศาจ(ปีศาจที่ไม่อยากเจอ)ยังไม่มาอีก ปกติทั้งคู่ไม่เคยมาเลยเจ็ดโมงครึ่งแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น...

     ส่วนปลาก็กดโทรศัพท์ทั้งโทรทั้งส่งข้อความไปหาไอ แต่ก็ไร้การตอบรับจากเจ้าของ และนั่นเริ่มทำให้ฝนร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...

          "ไม่ยอมรับสายเลยแฮะ..." ปลาละจากโทรศัพท์แล้วหันมามองฝนหน้าเครียด

          "เดี๋ยวฉันจะโทรหาคุณพ่อแป๊บ" ฝนพยักหน้ารับแล้วรีบกดโทรศัพท์หาพ่อของไอ

     Rrrrr...

     แต่เสียงโทรศัพท์ของฝนดังขึ้นมาเสียก่อน ฝนจะปาโทรศัพท์ทิ้งทันทีถ้าคนที่โทรมาไม่ใช่คุณพ่อของไอ ฝนยิ้มกว้างเหมือนมีความหวังก่อนจะกดรับสายทันที 

          "ค่ะ คุณพ่อ"

          (หนูปรายฝน นี่พ่อเองนะ ไอไม่สบายน่ะ พ่อฝากลาให้ครูหน่อยได้ไหม) เสียงพ่อของไอดูเป็นกังวลมากจนฝนที่โอเวอร์อยู่แล้วยิ่งโอเวอร์ไปอีกเท่าตัวด้วยความเป็นห่วงเพื่อนที่เสมือนลูกสาว

          "ไม่สบาย!? เป็นมากไหมคะคุณพ่อ ถ้าไม่ไหวต้องพาไปโรงพยาบาลนะคะ! พาไปตอนนี้เลยค่ะ!"

          (ไม่ต้องห่วงนะ วันนี้พ่อจะอยู่ดูแล)

          "เรื่องบริษัทไม่ต้องห่วงนะคะ ไว้ตอนเย็นหนูจะไปเยี่ยมค่ะ"

          (ขอบคุณมากนะครับหนูปรายฝน) 

          "ด้วยความยินดีค่ะ"

     หลังจากที่วางสายไปฝนก็โล่งอกนิดหน่อยแต่ก็ยังห่วงเพื่อนที่เสมือนลูกสาวที่เห็นร้อยวันพันปีไม่เคยยักกะป่วย ไหงวันนี้ดันป่วยขึ้นมาได้กันนะ?

     พอรู้ว่าป่วย ใจจริงฝนอยากจะออกตัวพุ่งไปหาไอซะเดี๋ยวนี้เลย แต่ไม่ดีกว่า เลกเชอร์การเรียนของวันนี้ไปให้ไอยังจะมีประโยชน์กว่า...

     ฝนกับปลาตกลงกันที่จะไปเยี่ยมไอตอนหลังเลิกเรียนวันนี้ น่าจะซื้อพวกยาไม่ก็ของฝากเพิ่มสักหน่อย...

     ฝนเหลือบไปมองโต๊ะเรียนที่ว่างเปล่าของเพื่อน ประจวบกับที่ไปเห็นโต๊ะที่ว่างเปล่าข้างถัดมาเช่นกัน นี่ไอ่ปีศาจยังไม่มาอีกเรอะ! มันน่าจะรู้แล้วสิว่าไอไม่สบายน่ะ..

     ช่างเถอะ ถ้ามันจะขาดเรียนก็ปล่อยมันเถอะ เหม็นขี้หน้าปีศาจอยู่แล้ว...

     เห็นวนเวียนอยู่ใกล้ไอทุกวัน เธอเห็นก็รำคาญลูกตาเหมือนกัน แต่ทำอะไรไม่ได้... นึกแล้วเจ็บใจนัก...

     พอถึงคาบเรีบนคาบแรกก็ไร้วี่แววของปีศาจ (ไหนว่าไม่สนใจเขาไง!) และปีศาจมาโพล่อีกทีตอนกำลังเริ่มเรียนคาบเรียนวิชาที่สอง...

     ครืด!!!..

     แค่ร่างสูงที่ดูอุกอาจนั่นก้าวเข้ามาในห้องเรียนก็ทำให้เพื่อนทั้งห้องรวมทั้งอาจารย์ที่ไม่กล้าต่อกรด้วยถึงกับเงียบกริบ กับท่วงท่าการเดินที่ไม่ปกติแบบนั้น... เหมือนกำลังอยากฆ่าใครสักคน...

     เออ... วันนี้มาแปลกว่ะ ทำไมมันมาปล่อยรังสีดุร้ายทั่วห้องแบบนี้วะ??

     ฝนหันไปมองปีศาจกระทั่งเขานั่งกับโต๊ะเรียนของตัวเอง ใบหน้าดุร้ายนั่นเหมือนหงุดหงิดอะไรบางอย่าง...

     น่าจะรู้แล้วนะว่าไอป่วย แล้วทำหน้าอย่างนั้นทำไม? ทำหยั่งกับว่าไปแค้นใครมาอย่างนั้นแหละ...

     ฝนเลิกสนใจปีศาจแล้วหันไปเลกเชอร์การเรียนคาบที่สองของวันนี้จะดีกว่า...


     ......


          'ไอ.. ลูกสาวของแม่'

          อือ... เสียงแม่เหรอ?

          'ไหนคนเก่งของแม่ลุกขึ้นมาหน่อย มากินยาเร็ว จะได้หายไข้ไวๆลูก'

          แม่... แม่ใช่ไหม?

          ร่างกายไม่ขยับเลยแม่ ช่วยหนูหน่อย...

          แม่... แม่จ๋า..

          "แม่..." 

          "ไอ!" 

     ฉันสะดุ้งกับสัมผัสอุ่นๆของใครบางคนที่คุ้นเคย เมื่อถูกสัมผัสที่ใบหน้า ฉันพยายามลืมตาขึ้นมอง แต่ทำไมทำยากเหลือเกิน รู้สึกหนักๆเหมือนมีอะไรมาถ่วงเอาไว้...

     แถมยังปวดหัว รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอีก...

          "ไอ.. ลูกตื่นแล้วใช่มั้ย" เสียงพ่อนี่นา... แถมน้ำเสียงยังสั่นเครือแบบนี้อีก...

          "พ่อ..." ฉันส่งเสียงแหบแห้งออกไป นี่เสียงฉันหายไปไหนเนี้ย... นี่ฉันเป็นไข้ใช่มั้ย อาการพวกนี้ถึงแสดงออกมาได้น่ะ...

     พ่อพยายามใช้ผ้าซับบริเวณขอบตาฉัน รู้สึกว่าตาฉันร้อนผ่าวไปหมด กว่าจะลืมตามองดูโลกขึ้นได้แทบลำบาก

          "ไม่สบายทีไร ลูกชอบร้องไห้ตลอดเลย พ่อเป็นห่วงนะเนี้ย" พ่อยิ้มบางๆ แล้วประคองให้ฉันนั่งชิดหัวเตียง เอาน้ำมาให้ฉันดื่ม

          "อื้อ หนูฝันถึงแม่..." ฉันตอบพ่อด้วยแววตาเลื่อนลอย ความรู้สึกที่เคยมีมานานวันนี้กลับมารู้สึกอีกครั้งมันก็ไม่ค่อยชินทุกที...

     มันคือความรู้สึกคิดถึงแม่...

     สิ่งที่ฉันฝันคือความทรงจำของฉันสมัยเด็กๆ เวลาไม่สบายแม่จะคอยดูแลตลอด พอโตมาถึงไม่อยากป่วยไง...

          "โธ่.. ลูกพ่อ.." พ่อเดินมานั่งชิดขอบเตียงพลางเข้าโอบกอดฉันเพื่อปลอบประโลมเบาๆเพื่อให้ฉันรู้ว่ายังมีพ่ออยู่ข้างๆ

     ฉันหลับตาลงแล้วรับความอบอุ่นจากพ่อที่กอดทีไรก็รู้สึกดีขึ้นตลอดเวลา เนิ่นนานกว่าฉันจะดันพ่อออก เพราะพึ่งนึกอะไรได้...

          "พ่อ แล้ว..." 

          "เรื่องโรงเรียนพ่อลาให้แล้ว ส่วนที่บริษัทพ่อก็ลาหยุดมาดูแลลูก ไม่ต้องห่วงนะ" เหมือนพ่อจะรู้ทันฉันอ่ะ ท่านตอบฉันทันทีเลย "ตอนเย็นเพื่อนหนูจะมาเยี่ยมนะ" 

     สงสัยพ่อคงโทรคุยกับฝนแล้วแน่ๆ แต่...

          "ซันล่ะคะ เขามาที่บ้านรึเปล่า..." นี่เป็นคำถามที่ฉันอยากรู้มากที่สุด ก็ไม่รู้ทำไมนะ...

          "มาสิ พ่อเองก็บอกเขาไปแล้วนะว่าลูกไม่สบาย เขาพยักหน้าแล้วเดินลิ่วๆไปเลย..."

     อะไรคือพยักหน้าแล้วเดินลิ่วๆ?? แล้วเขาไม่คิดอะไรเลยเหรอ? ไม่ถามเลยเหรอว่าฉันเป็นอะไรมากไหม?

     มันน่าน้อยใจนะซัน.. T^T

          "แล้วพ่อ..." นี่เสียงฉันแหบแห้งขนาดนี้เชียว โอ้ยยยย ไอปวดหัว!

          "ไม่ต้องห่วง เรื่องที่โรงเรียนกับบริษัทพ่อจัดการให้หมดแล้ว" ดูเหมือนพ่อจะรู้ทันฉัน ท่านตอบทันทีด้วยสีหน้าท่าทางภูมิใจนักหนา บางทีมันน่าขำนะ แต่...

     มันมีสิ่งที่น่าน้อยใจยิ่งกว่า...

     ดูเหมือนความหม่นหมองของฉันทำให้พ่อสังเกตได้ชัด ท่านถอนหายใจเบาๆก่อนจะรีบเอาผ้าซับบริเวณขอบตาที่ยังร้อนผ่าวอยู่

     แล้วพ่อลูบหัวฉันเบาๆเป็นการปลอบโยน ท่านรู้อยู่แล้วว่าเวลาที่ฉันเป็นไข้ฉันจะเป็นยังไง ก่อนที่พ่อจะลุกเอาข้าวต้มที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเข้ามาใกล้ๆ ว่าแต่หอมจังอ่ะ...

     แต่เดี๋ยวนะ ใครเป็นคนทำ... พ่อทำอาหารไม่เป็นนี่...

     พ่อยิ้มแป้น ช่างน่าสงสัย น่าสงสัยมากกกกกก... แอบคิดเลยว่าใครเป็นคนทำข้าวต้มหรือไม่พ่อก็ไปซื้อมา

          "ซันเขาซื้อมาให้น่ะ พ่อเป็นคนวานเขาเอง" หะ!

     เดี๋ยวนะ!? พ่อวานให้ซันไปซื้อข้าวต้ม แล้วทำไมพ่อไม่ซื้อเองงง.. แล้วทำไมพ่อต้องบอกว่าซันพยักหน้ารับแล้วเดินออกจากบ้านไปตอนที่รู้ว่าฉันเป็นไข้!

     อยากดุพ่อมากอ่ะ ถ้าไม่ติดที่ว่าเสียงฉันไม่ค่อยจะมี... งื้ออออออออออ ไอจะงอน!!

          "แฮะๆ พ่อพูดไม่หมดน่ะ พ่อวานให้ซันไปซื้อข้าวต้ม เสร็จแล้วซันก็เดินลิ่วเลย" พ่อหัวเราะเริงร่า ก็ไม่เห็นต้องหัวเราะขนาดนี้ก็ได้นี่ ว่าแต่ซันยอมทำตามพ่อฉันด้วยแฮะ... นึกว่าจะขมวดคิ้วยุ่งแล้วเผลอปล่อยรังสีอำมหิตฟาดฟันใส่พ่อแล้วซะอีก... "ไม่กี่นาทีก็กลับมา เร็วมาก พ่อยังอึ้งเลย..."

     ความน้อยใจก่อนหน้านี้ค่อยๆหายทันที อย่างน้อยเขาก็เป็นห่วงเราแหละ เล่นเดินลิ่วๆไปซื้อข้าวต้มขนาดนั้น คิดแล้วเห็นภาพตามได้เลย...

          "อื้อ.. แค่ก..." 

          "กินข้าวกินยานะลูก เสื้อผ้าพ่อพับไว้บนหัวเตียง" พ่อยิ้มบางๆ ก่อนจะจัดแจงทุกอย่างให้ไว้ครบ

     หลังจากที่ฉันกินข้าวกินยาโดยมีพ่อคอยช่วยเหลืออย่างเป็นห่วง ฉันจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีแต่เหงื่อชุ่มด้วยความมึนบวกกับอาการปวดหัวนิดๆ

     พ่อออกจากห้องฉันไปตั้งแต่ฉันเปลี่ยนผ้าแล้ว ฉันค่อยๆเอนตัวลงนอนบนเตียงอย่างทุลักทุเลก่อนที่จะคล้อยหลับในเวลาต่อมา...

     ก็ไม่คิดว่าจะหลับยาวไปจนถึงตอนเย็น พอตื่นมาอีกทีก็ได้ยินเสียงแหลมๆของฝนดังแถวๆข้างหูตัวเอง...

          "อื้อ..."

          "ไอ ตื่นแล้วเหรอ" เสียงปลาดังขึ้น ขณะที่ฉันเริ่มยกมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ รู้สึกว่าอาการปวดหัวจะทุเลาลงไปนิดๆแล้วล่ะ

     ฝนกับปลาช่วยกันประคองฉันลุกจากที่นอนแล้วเอนกับหัวเตียง ปลาหันเอาไปน้ำที่อยู่บนโต๊ะข้างๆหัวเตียงมาให้ฉันดื่ม...

          "เห็นพ่อเธอบอกว่าไข้ลดบ้างแล้ว พวกเราเป็นห่วงเลยมาเยี่ยม" ปลายิ้ม พลางหันไปมองฝนเหมือนสะกิดอะไรบางอย่าง

          "ลูกแม่... แม่ซื้อข้าวต้มมาฝาก ยาด้วย แถมเลกเชอร์ของวันนี้มาให้แล้ววววว เป็นไงบ้างหน้าซีดมากเลยอ๊ะ!" ฝนทำตาระยิบระยับเมื่อเห็นฉันอมยิ้มขำกับน้ำเสียงที่เธอใช้พูด ฝนเล่นดัดเสียงอู้อี้อ่ะ...

          "ขอบคุณมากนะ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วอ่ะ"

     หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็คุยเล่นกันยาวจนเกือบทุ่ม ฝนกับปลาก็ขอตัวกันกลับบ้านก่อน ฉันก็จัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยตัวเอง แม้จะทุลักทุเลก็ตาม แต่ก็ยังไหว ยังดีกว่าตอนเช้าซะอีก

     ส่วนพ่อก็วุ่นๆกับงานที่บริษัทล่ะมั้ง ได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้าน ท่านก็ขึ้นมาดูฉันบ้าง เปลี่ยนน้ำให้บ้าง เปลี่ยนแผ่นลดไข้ให้บ้าง ส่วนยาก็อยู่ในห้องฉันแล้ว 

     ฉันเอนตัวพิงหัวเตียงอย่างเหม่อลอย แม้จะรู้สึกมึนๆอยู่ในหัว แต่หลับมาทั้งวันแล้วนี่นา... ไม่ค่อยอยากจะหลับต่อเท่าไหร่

     ซันไม่ติดต่อมาเลยแฮะ ไม่เห็นแม้กระทั่งเงา หรือแม้กระทั่งการติดต่อผ่านโทรศัพท์ ไม่มีเลย!!

     ถ้าเจอตัวล่ะก็ไอจะเข้าไปทุบเลยเชียว! แต่อยู่ๆ ภาพความทรงจำบนชิงช้าสวรรค์ก็ผุดเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ จนหน้าฉันเริ่มร้อนแล้วไง...

     งื้ออออออออออ... เขิน.. ทำไมตอนนั้นซันถึงจูบช้านนนนนนนน... TOT

     ฉันดิ้นขลุกขลักบนเตียงด้วยความอาย ก่อนจะค่อยๆลงจากเตียงแล้วเดินลอยๆไปเปิดบานเลื่อนหน้าระเบียงเพื่อรับลม เผื่อว่าอาการร้อนๆหนาวๆ และความเขินอายจนแทบระเบิดจะหายไปได้บ้าง...

     เหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ไม่นานนัก ฉันก็เริ่มง่วงเพราะฤทธิ์ยา จากนั้นฉันก็เดินเซๆไปที่เตียงแล้วล้มตัวนอนหลับไปแทบจะทันที


     ......


     ท่านอนแบบนั้นมันอะไรกัน...

     ซันขมวดคิ้วยุ่ง กับท่านอนที่ดูเหมือนไม่เป็นท่านอนของสาวน้อยที่ทำให้เขาปั่นป่วนมาทั้งวัน...

     แค่รู้ว่ายัยตัวเล็กไม่สบาย เขาก็แทบจะคลั่งอยู่แล้ว อยากจะเข้าไปดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ต้องระงับอาการไว้ และผลการที่เขาระงับอารมณ์ที่คอยคิดว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างทำให้เขาทนไม่ไหว จนมายืนอยู่ที่ห้องนอนของยัยตัวเล็กอย่างนี้ไง...

     เห็นประตูตรงระเบียงห้องของเธอเปิดอยู่ เลยปีนขึ้นมา...

     แต่ไม่คิดว่าจะดันเห็นท่านอนอันไม่เป็นท่านอนของเธอแบบนี้...

     นอนคว่ำ แยกขาออกมาเหมือนจะกำลังปีนอะไรสักอย่าง... มือไม้ก็ยกขึ้นเหนือหัวตัวเองคล้ายกำลังควานหาบางอย่าง...

     อย่าบอกนะว่าง่วงแล้วพยายามจะปีนป่ายขึ้นเตียง แต่แพ้ความง่วงเลยหลับทั้งอย่างนั้น...

     ซันถอนหายใจเฮือกใหญ่กับท่านอนของเธอก่อนจะเข้าไปพลิกร่างของยัยตัวแสบขึ้นมา เพื่อจัดแจงท่านอนให้เหมือนชาวบ้านชางช่อง แต่ความร้อนของร่างกายเธอที่ผ่านมือของซันทำให้ซันขมวดคิ้วยุ่งนิดหน่อย...

     ตัวร้อน...

     ซันนั่งมองไอนิ่ง มองใบหน้าแดงๆของเธอ เริ่มมีเหงื่อไหลบริเวณซอกคอขาวๆ หายใจไม่ค่อยสม่ำไม่เสมอ เป็นอาการของคนมีไข้...

     ซันรีบหันไปคว้าผ้าที่อยู่บนโต๊ะใกล้หัวเตียงมาเช็ดเหงื่อให้เธอเบาๆ และปัดเส้นผมออกเผื่อให้ยัยตัวเล็กสบายตัว...

          "อือ... หนาววว..." ไอละเมอเสียงอู้อี้แต่ได้ยินชัด พลางเริ่มควานหาผ้าห่มรอบตัว...

     ซันดึงผ้าห่มขึ้นจากที่คลุมบริเวณเอวของไอ ขึ้นไปห่มถึงคอเลย ร่างเล็กพอได้ผ้าห่มก็จับมันแน่น แล้วอมยิ้มอย่างมีความสุข...

     เหอะ... ท่าทางน่าขำ ถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นไข้เขาคงแกล้งไปแล้วแน่ๆ

     ซันเผลอยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว เขายื่นมือหนาเข้ามาลูบแก้มนิ่มๆของเธอนิดๆ ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตามองที่ริมฝีปากแดงๆของไอ...

     ความรู้สึกหลากหลายผ่านเข้ามาเมื่อเขาได้สัมผัสกับริมฝีปากของเธอเมื่อวันก่อน เขาทำมันอย่างไม่รู้ตัวแต่เขาก็ทำไปแล้ว แม้หลังจากนั้นจะรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย...

     หลังจากนี้เขาและเธอจะเป็นอย่างไรต่อก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่อาจคาดเดาได้... และ... ไม่รู้จะไปต่อยังไง

     แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เขาก็จะอยู่ข้างๆเธอเสมอ และไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่ๆ เขาคิดแบบนั้น

          "รีบๆหายไข้ล่ะ... เตี้ย..."

     ซันก้มลงแนบจูบไอเบาๆ ก่อนจะลุกออกจากเตียงแล้วปิดไฟในห้อง จัดการปิดบานเลื่อนหน้าระเบียงให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับบ้านไปโดยที่ความขุ่นมัวในใจเมื่อเช้าหมดลงไป


     แม้เขาจะรู้สึกลางสังหรณ์บางอย่างที่ใกล้เข้ามาก็ตาม...




(to be continued)


Minetji : วันอังคารคนแต่งไม่ว่างเลย อัพวันอาทิตย์แทนละกันเนาะ ^^


ขอบคุณที่อ่านนะคะ


ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

95 ความคิดเห็น

  1. #56 intira0625058322 (@intira0625058322) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 22:44
    อัพวันไหนก็ได้ค่ะขอแค่อัพสม่ำเสมอแต่ถ้าไม่อัพรีดคงลงแดงตายแน่ๆเลยTwT
    #56
    0