(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 53 : บทที่ 53 เสื้อเกราะเงิน มีดทองคำ!1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

บทที่ 53 เสื้อเกราะเงิน มีดทองคำ!1

เคล็ดวิชา!

 

ความหมายของคำนี้ออกเป็นเชิงอุดมคติ ทว่าเป็นสิ่งที่จับต้องได้

 

ในโลกใบนี้มีหลากหลายเคล็ดวิทยายุทธเกิดขึ้นมากมาย เช่นเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ เคล็ดวิชาเพลงทวน เคล็ดวิชาเพลงมวย เคล็ดวิชาเพชฌฆาต และเคล็ดวิชาต่อสู้ แต่ละเคล็ดวิชาล้วนยากยิ่งต่อการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ จะขอยกตัวอย่างเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ ทั่วทั้งแคว้นเจียงกลับมีเซียนกระบี่เพียงหนึ่งคน หรือจะกล่าวว่าในแคว้นเจียงมีคนอยู่ผู้เดียวที่สามารถเรียนรู้จนเข้าใจเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ได้อย่างถ่องแท้ก็ว่าได้

 

เหตุผลที่ทำให้เคล็ดวิชาต่อสู้ยากต่อการเรียนรู้จนเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็เป็นเพราะเคล็ดวิชาไม่มีระบุวิธีฝึกยุทธที่แน่นอนตายตัว ผู้ฝึกยุทธจะสามารถเรียนรู้จนเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่ตัวของผู้นั้นเอง

 

เมื่อใดก็ตามที่ผู้ฝึกยุทธสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ในเคล็ดวิทยายุทธ ความสามารถในการต่อสู้ของผู้นั้นจะยิ่งเพิ่มพูนรวมทั้งผู้ฝึกสามารถพัฒนาสู่ขั้นที่สูงยิ่งขึ้นไปอีกได้!

 

ดังเช่นในเวลานี้ที่เย่ฉวนเคยเรียนรู้เคล็ดวิชาเพลงทวนมาพอสมควร ทว่าครั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าที่เรียนรู้มานั้นเพื่อตนเองหรือเพื่อน้องสาวกันแน่ ความจริงแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าจะเรียนรู้ไปทำไม

 

ชายหนุ่มรู้เพียงว่าไม่เคยคิดถอย อย่าว่าแต่ต้องเผชิญหน้ากับกองพันทหารม้า ต่อให้มีทหารม้าสักหนึ่งหมื่นมาอยู่ต่อหน้าก็ตาม!

 

สู้ตาย!

 

ทุกย่างก้าวของเย่ฉวนก่อให้เกิดลมแห่งจิตวิญญาณต่อสู้ถาโถมราวกับพายุ แรงลมหอบเอาฝุ่นละอองจากพื้นดินให้ฟุ้งกระจาย ก่อนรวมตัวเป็นพายุฝุ่นมหึมาพัดหมุนวนอยู่รอบกายของชายหนุ่ม!

 

อย่างไรก็ตาม กำลังปะทะจากกองทหารม้าเสื้อเกราะดำทั้งกอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งความเร็วและความแรงที่เกิดขึ้นนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่ากำลังพายุของเย่ฉวนเสียอีก

 

ทว่าในแววตาของเย่ฉวนหาได้ปรากฏร่องรอยแห่งความหวาดกลัวแม้สักน้อย ในทางกลับกันเขากลับยิ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและทวีความเร็วขึ้น

 

เบื้องหลังชายหนุ่ม ห่างออกไปไม่ไกลนัก สาวน้อยอายู่กำลังวิ่งเข้าหาทหารม้าเกราะดำ แววตากระตือรือร้นของนางส่อประกายบ้าคลั่งอย่างชัดเจน

 

เย่ฉวนและกองทหารม้าเกราะดำที่วิ่งเข้าหากันจนเหลือระยะห่างราวสามร้อยเมตรเตรียมเข้าปะทะ แต่ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไร อยู่ ๆ หัวหน้าทหารวัยกลางคนในชุดเกราะดำก็ได้ชูมือขวาขึ้น ทันใดนั้นเองทหารม้าเกราะดำนับพันนายก็พลันหยุดนิ่งปราศจากเคลื่อนไหวอย่าง

 

พวกเขาหยุดนิ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีแตกแถว!

 

กะทันหันสายตาของหัวหน้าทหารมองมาที่เย่ฉวนจากระยะที่ห่างกันราวสามร้อยเมตร ทางขวามือของชายหนุ่มปรากฏสตรีนางหนึ่งบนหลังม้าควบตรงเข้ามาช้า ๆ

 

นางสวมเสื้อเกราะอ่อนสีเงิน ที่เอวเหน็บมีดโค้งทำด้วยทองคำ ผมยาวรวบเป็นหางม้าทิ้งตัวลงเบื้องหลัง ใบหน้าแม้ไม่ถึงกับสวยเลิศเลอทว่าสายตากลับวาววับคมกริบราวใบมีด หญิงสาวค่อย ๆ ขยับเดินม้าใกล้เข้ามา ท่วงท่าไม่รีบร้อน

 

เสื้อเกราะเงิน มีดทองคำ!

 

เหล่าทหารม้าเกราะดำนับพันเมื่อเห็นเช่นนั้นพลันสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

 

ทั่วทั้งแคว้นเจียง เป็นที่รู้กันว่าผู้ที่สวมเสื้อเกราะสีเงินและเอวเหน็บมีดทองคำคือองค์หญิงเก้าแห่งแคว้นเจียง ผู้ที่กล่าวกันว่าเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำกองทัพโดยแท้!

 

นางคือคนที่แคว้นถังกลัวเกรงมากที่สุด!

 

และมิใช่เพียงแคว้นถังเท่านั้น แต่กล่าวกันว่าแม้แคว้นที่อยู่โดยรอบต่างก็แสดงความครั่นคร้ามต่อนางด้วยเช่นกัน!

 

องค์หญิงเก้าแห่งแคว้นเจียงกับอันหลานซิ่ว ทั้งสองได้รับสมญานามว่าผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้นเจียง และเป็นเสมือนเป็นตำนาน!

 

ด้านหน้าสุดของกองทหารม้าเกราะดำ ชายกลางคนละสายตาออกจากภาพตรงหน้า เขาจับจ้องมาที่เย่ฉวนซึ่งยืนไม่ห่างกันนัก หลังจากนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ชายวัยกลางคนก็พลันสั่งถอนกำลังทหารทั้งหมดกลับไปพร้อมกัน และไม่นานก็หายลับไปจากสายตา

 

พวกเขามาเร็วไปเร็วยิ่งนัก!

 

เย่ฉวนสะดุ้งในใจ

 

“พวกมันเกรงกลัวข้าเช่นนั้นหรือ?”

 

เมื่อคิดได้ตรงนี้เย่ฉวนอดรู้สึกผยองในตนเองไม่ได้ พลันเสียงสตรีลึกลับดังก้องขึ้นในหัว “เกิดมาข้าเพิ่งจะเคยเห็นคนหน้าทนไม่รู้จักอายก็หนนี้!”

 

เย่ฉวน “...”

 

ขณะนั้นเองที่สตรีสวมเกราะอ่อนสีเงินเดินม้าหยุดลงเบื้องหน้า นางได้แต่มองเย่ฉวนอยู่เงียบ ๆ ชายหนุ่มมิใช่คนโง่เง่า ดังนั้นเขาจึงมองออกว่าเหตุที่ทหารม้าเกราะดำล่าถอยกลับไปทั้งหมดนั้นเพราะสตรีเสื้อเกราะเงินคนนี้!

 

เย่ฉวนมองหญิงสาวเสื้อเกราะเงินตรงหน้าอย่างพิจารณา แม้ว่าความสวยของนางไม่อาจเทียบอันหลานซิ่ว แต่อารมณ์แปรปรวนในสายตาของหญิงสาวก็เป็นอะไรที่เขาเองไม่เคยพบมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาคมกริบราวใบมีดขนาดที่ยากจะสบตาคู่นั้น ! ทว่ามันก็เป็นความรู้สึกเพียงชั่วแว็บเดียวเท่านั้น

 

ชั่วชีวิตของเย่ฉวนมีเพียงคนเดียวที่เขาเคารพ และไม่เคยนึกกลัวใครมาก่อน!

 

เย่ฉวนไม่กลัวที่จะมองตรงเข้าไปในดวงตาของสตรีสวมเกราะเงิน

 

แววตาของคนทั้งสองแตกต่างกัน สตรีชุดเกราะเงินมีแววตาคมและดุดันจนไม่มีผู้ใดกล้าสบตา ขณะที่แววตาของเย่ฉวนสงบเยือกเย็นราวสายลมเอื่อยพัดผ่านเนินเขา

 

สตรีสวมเกราะเงินละสายตาพร้อมกับพูดว่า “ตามข้ากลับไปในเมือง”

 

ว่าแล้วนางก็หันม้ากลับออกเดินตรงไปยังประตูเมือง

 

เย่ฉวนได้แต่ยักไหล่ หันไปทางอายู่ที่เดินเข้ามาใกล้ “ไปกันเถอะ!”

 

อายู่พยักหน้ารับคำก่อนเดินตามชายหนุ่มต้อย ๆ

 

ภายใต้การนำของสตรีเสื้อเกราะเงิน ไม่นานทั้งสามก็มาถึงประตูเมือง สตรีเสื้อเกราะเงินจ้องเขม็งที่บานประตู ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏร่างลึกลับสามตนขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูจะเปิดอ้าออกอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จสิ้น คนลึกลับทั้งสามพลันล่าถอยกลับมาอยู่ด้านหลังสตรีนางนั้นอย่างสงบเรียบร้อย

 

เย่ฉวนซึ่งมองเห็นโดยตลอด เขารู้สึกราวผู้มีเกียรติก็ไม่ปาน!

 

น่าประหลาดแท้!

 

น่าแปลกที่ทั้งสามคนนั้นมีพลังอย่างน้อยขั้นทะยานสวรรค์!

 

ก่อนหันกลับไปพิจารณาหญิงสาวอีกรอบ ครานี้สายตาเต็มไปด้วยความข้องใจ “นางเป็นใครกันแน่?”

 

สตรีสวมเกราะเงินเดินเข้าไปในเมืองพร้อมกับเย่ฉวนและอายู่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้ปกครองเมืองหน้าด่านและทหารกลุ่มหนึ่งรีบรุดเข้ามาขวางทาง ชายร่างอ้วนผู้ปกครองเมืองตรงรี่เข้ามาชี้หน้าสตรีในเสื้อเกราะเงิน เขาส่งเสียงถามอย่างกราดเกรี้ยว “เจ้าเป็นใคร? เจ้า...”

 

คำพูดสะดุดหยุดลง เมื่อสายตาไปกระทบเข้ากับมีดทองคำซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวของหญิงสาว

 

มองเห็นมีดทองคำ เจ้าคนอ้วนก็ถึงกับตะลึงงัน

 

กายของมันสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ท่ามกลางสายตาของชาวเมืองที่มองมาด้วยความประหลาดใจ ชายร่างอ้วนค่อย ๆ ทรุดเข่าลงกับพื้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ถวายบังคม ถวายบังคมองค์หญิงเก้า พ่ะย่ะค่ะ!”

 

องค์หญิงเก้า!

 

ทันทีที่ได้ยินจากปากเจ้าคนอ้วน ผู้คนทั้งหลายพากันนิ่งตะลึงตัวแข็งทื่อ

 

องค์หญิงเก้า!

 

ผู้นำกองทัพที่อายุน้อยที่สุดแห่งแคว้นเจียง อีกหนึ่งตำนานผู้เทียบเท่ากับผู้เยี่ยมยุทธ์อันหลานซิ่ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น