(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 54 : บทที่ 54 เสื้อเกราะเงิน มีดทองคำ!2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

บทที่ 54 เสื้อเกราะเงิน มีดทองคำ!2

อีกมุมหนึ่ง ฮั่นเซียงเหมิงที่เห็นเข้ากับนางก็ถึงกับสะดุ้งตัวเล็กน้อย หญิงสาวพลันรีบเดินออกมารับสตรีเสื้อเกราะเงิน ก่อนจะตามด้วยชายชราลู่เสี่ยวหลานที่ตามมาติด ๆ ทั้งสองคนมาหยุดลงเบื้องหน้าสตรีเกราะเงิน ทำท่าแสดงความเคารพ ก่อนที่เจ้าเมืองลู่จะกล่าวออกมาก่อน “เกล้ากระหม่อมลู่เสี่ยวหลาน เจ้าเมืองภูผานับพัน ขอถวายบังคมองค์หญิงที่เก้าพ่ะย่ะค่ะ”

 

สตรีสวมเกราะเงินหันมามองลู่เสี่ยวหลาน "เจ้าเมืองลู่ ถึงแม้เมืองหน้าด่านแห่งนี้จะไม่ใช่เขตแดนที่อยู่ในความดูแลของเจ้าก็จริง แต่เจ้าก็เป็นคนของแคว้นเจียง เวลานี้มีคนจากแคว้นถังบุกรุกเข้ามาก่อความวุ่นวายในเขตของเรา แต่เจ้ากลับปล่อยปละเลยเช่นนี้ เจ้าสมควรโดนลงโทษ ข้าขอสั่งให้หักเบี้ยหวัดเงินปีเป็นเวลาห้าปี อีกทั้งยังต้องรับผิดชอบจัดการงานพิธีศพให้แก่คนที่ถูกฆ่าตายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว"

 

ลู่เสี่ยวหลานค้อมตัวลงต่ำรอรับบัญชา "กระหม่อมสมควรถูกลงโทษพ่ะย่ะค่ะ!"

 

ฮั่นเซียงเหมิงถลันออกมาเบื้องหน้าสตรีเกราะเงิน นางค้อมกายลงเล็กน้อยแสดงความเคารพ "หม่อมฉันฮั่นเซียงเหมิงแห่งสำนักอัปสรเมรัย ขอถวายบังคมองค์หญิงเก้าเพคะ!"

 

ทว่าเมื่อเห็นท่าทีดังกล่าว สตรีชุดดำกลับเขม้นมองด้วยท่าทีตรงข้ามกัน "ถ้าเจ้ายังยืนอยู่เฉยและพูดแก้ตัวให้คนของเมืองนี้ออกมาอีกเพียงคำเดียว ในฐานะแม่ทัพ ข้ารับรองเลยว่าเจ้าจะได้เห็นอนาคตของสำนักอัปสรเมรัยจบสิ้นลงแน่ น่าเศร้านัก เจ้าเป็นคนของแคว้นเจียงเสียเปล่า แต่กลับไม่เห็นแก่บ้านเมืองตนเอง เหตุไฉนแคว้นนี้จึงให้คนเช่นเจ้าเข้ามาอาศัยอยู่ นับแต่นี้เจ้าไม่ใช่คนของแคว้นเจียงอีกต่อไป หากสำนักอัปสรเมรัยยังคงปล่อยให้เจ้าเข้ามายุ่งเกี่ยว ข้าจะเป็นคนลงโทษด้วยมือของข้าเอง!"

 

ฮั่นเซียงเหมิงที่ได้ยินก็พลันมีใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก!

 

ช่วงที่ผ่านมานางยังมีความหวังว่าขุนนางชั้นผู้น้อยซึ่งพักอยู่บนชั้นที่สามจะช่วยนางให้มีโอกาสได้กลับไปเมืองหลวง ทว่าในเวลานี้คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของสตรีเกราะเงินกลับได้ทำลายความหวังของนางพังทลายจนหมดสิ้น!

 

สำนักอัปสรเมรัยพยายามรักษาความสัมพันธ์กับชนชั้นอำนาจมาตลอด แต่มาตอนนี้นางกลับไม่อาจมีโอกาสเช่นนั้นแล้ว!

 

สตรีเสื้อเกราะเงินหันมาทางเจ้าเมืองหน้าด่านและทหารติดตามซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ถัดออกไป "แคว้นถังถูกรุกราน แต่เจ้าเมืองกลับรักตัวกลัวตายปล่อยให้ชาวเมืองถูกเข่นฆ่าทารุณ เจ้าเมืองเช่นเจ้าไม่ควรได้รับการอภัยโทษและต้องถูกประหารโดยการแยกร่างออกเป็นชิ้น ๆ ส่วนทหารของเจ้าต้องถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนคนละห้าสิบไม้ หลังจากรักษาแผลจนหายดีแล้วให้ส่งพวกมันไปแทนทหารม้าที่ล้มตาย หากมันสามารถทำศึกสงครามเพื่อบ้านเมืองจนมีความดีความชอบจึงจะได้ละเว้นโทษตายในวันนี้ เอาพวกมันออกไป!"

 

ได้ยินดังนั้นผู้ปกครองเมืองหน้าด่านก็ถึงกับเป็นลมล้มตึงลงตรงหน้า

 

สิ้นคำพูดของสตรีเสื้อเกราะเงิน คนทั้งหมดต่างทยอยกันลากร่างเจ้าเมืองที่ไม่ได้สติ และนำพากลุ่มทหารติดตามออกไปทันที เหลือทิ้งไว้แต่ความเงียบไปทั่วบริเวณ

 

ในที่สุดนางก็หันกลับมามองที่เย่ฉวนและเอ่ยถาม "ก่อนหน้านี้คนทั้งเมืองหาได้มีผู้ใดกล้าลุกขึ้นมาต่อกรกับศัตรู แต่ทำไมเจ้าจึงกล้าทำเช่นนั้น?"

 

เย่ฉวนมองสบตาสตรีเสื้อเกราะเงิน “ถึงข้าจะไม่ใช่ชาวเมืองหน้าด่าน แต่ข้าก็เป็นคนแคว้นเจียง เมื่อเห็นแคว้นของข้าถูกย่ำยีหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีเช่นนี้ไหนเลยจะทนได้ ดังนั้นข้าจึงต้องทำอะไรสักอย่าง”

 

นางนิ่งฟังพลางพยักหน้า สายตาฉายแววพอใจอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าบุรุษในแคว้นเจียงเป็นเช่นเจ้า แคว้นเล็ก ๆ อย่างแคว้นถังจะสักแค่ไหนกัน? ถ้าข้าขอให้เจ้ามาร่วมกองทัพและมอบตำแหน่งผู้บัญชาการกองร้อย เจ้าจะว่าอย่างไร?”

 

ได้ยินคำพูดของนางเต็มสองหู สีหน้าของฮั่นเซียงเหมิงและลู่เสี่ยวหลานพลันเปลี่ยนไป

 

ดูเหมือนองค์หญิงเก้าจะชอบใจเย่ฉวนเสียแล้ว!

 

มากไปกว่านั้นเขายังได้รับข้อเสนอให้เป็นถึงผู้บัญชาการกองร้อย นี่ย่อมหมายถึงอนาคตที่รุ่งโรจน์เป็นแน่!

 

เป็นใครก็ย่อมรู้ดีว่าผู้บัญชาการกองร้อยจะได้พลทหารในสังกัดถึงหนึ่งร้อยนาย!

 

“เข้าร่วมกองทัพ?”

 

เย่ฉวนตะลึงงันไปเล็กน้อย ก่อนจะสั่นหน้าปฏิเสธ

 

“ข้าคงต้องขอปฏิเสธ!”

 

อีกฟากหนึ่งของลาน ลู่เสี่ยวหลานขยับปากเหมือนจะเอ่ยวาจาทว่ากลับหุบปากนิ่ง เขารู้ว่าหากเย่ฉวนยอมรับข้อเสนอขององค์หญิง เขาจะมีองค์หญิงคอยหนุนหลังซึ่งนั่นเป็นโอกาสทองของตน!

 

 

ฮั่นเซียงเหมิงเองก็แปลกใจเช่นกัน แต่นางรู้ว่าเย่ฉวนมีเซียนกระบี่อยู่เบื้องหลัง จึงค่อยรู้สึกเบาใจ

 

“ก็จริงนะ เจ้าหนุ่มอนาคตไกลเช่นนี้จะมาสนใจอะไรกับตำแหน่งผู้บัญชาการกองร้อยของแคว้นเล็ก ๆ เช่นนี่เล่า?”

 

เมื่อถูกปฏิเสธจากเย่ฉวน สตรีเสื้อเกราะเงินจึงเอ่ยถาม “เจ้าไม่ต้องการหรือ?”

 

เย่ฉวนพยักหน้าตอบ “ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก จึงไม่สามารถรับข้อเสนอของท่านในการเข้าร่วมกองทัพ”

 

องค์หญิงเก้าพยักหน้าอย่างเห็นใจ “ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ดึงดัน แต่ข้าจะเก็บตำแหน่งนี้ไว้เผื่อเจ้าเปลี่ยนใจเข้ามาร่วมกับเรา หากวันใดที่เจ้าต้องการ ทางเราพร้อมเสมอ” 

 

เมื่อพูดจบก็พลันหันหลัง ตั้งท่าจะกลับไป

 

ในตอนนั้นเองอายู่ซึ่งยืนอยู่อีกด้านหนึ่งทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าองค์หญิงเก้า “ข้าต้องการร่วมกับกองทัพเจ้าค่ะ”

 

องค์หญิงเก้าหันมองและพูดขึ้นว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเป็นทหารทุกข์ยากแสนสาหัสขนาดไหน?”

 

อายู่กำหมัดแน่น “ข้าไม่กลัวความทุกข์ยากเจ้าค่ะ”

 

องค์หญิงมองหน้าอายู่อึดใจใหญ่ ในที่สุดก็พยักหน้าพร้อมกับร้องสั่งว่า “ตามข้ามา!”

 

ว่าแล้วก็ควบม้าออกไป

 

อายู่ลุกขึ้นยืน นางหันมาทางเย่ฉวนและพูดกับเขาว่า “จำชื่อข้าไว้นะ ข้าชื่ออายู่”

 

พูดจบรีบผลุนผลันตามหญิงสาวบนหลังม้าซึ่งออกล่วงหน้าไป

 

“พี่ชาย!”

 

เย่หลิงโผเข้ามาหา นางกอดแขนเย่ฉวนไว้แน่นราวกับเขาจะหนีหายไปจากตน

 

เย่ฉวนจับมือเล็ก ๆ ของผู้เป็นน้องมาบีบนวดพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรแล้ว พี่ชายปลอดภัยดี!”

 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นถามลู่เสี่ยวหลานอีกด้านหนึ่ง “ผู้อาวุโสลู่ นางคือองค์หญิงเก้าแห่งแคว้นเจียงจริงหรือ?”

 

ลู่เสี่ยวหลานพยักหน้ารับ “ถูกแล้ว”

 

เย่ฉวนหันหน้ากลับสายตาทอดมองออกไปตามเส้นทางอันยาวไกล

 

องค์หญิงเก้า!

 

ชายหนุ่มเคยได้ยินเรื่องขององค์หญิงเก้าและอันหลานซิ่วมาก่อน ทั้งสองล้วนแล้วแต่ได้รับสมญานามว่าเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์แห่งแคว้นเจียง!

 

เย่ฉวนคล้ายจะนึกอะไรออก เขาหันมาถามอีกฝ่ายว่า “ผู้อาวุโสลู่ เมืองหน้าด่านมีความสำคัญต่อแคว้นของเรามากนัก ทำไมถึงปราศจากการคุ้มกันอย่างแน่นหนาเช่นนี้?”

 

คราวนี้ลู่เสี่ยวหลานขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่มพร้อมกับลดเสียงเบาลงจนเป็นกระซิบ “เพราะแคว้นของเรากับแคว้นถังเคยทำสนธิสัญญากันน่ะสิ และเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองแคว้น ข้อสำคัญของสนธิสัญญาก็คือการห้ามให้กองทัพทหารเข้ามาในเมืองหน้าด่าน จะส่งกองทัพทหารมาได้ก็เฉพาะยามศึกสงครามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นี่กลับทำให้เราต้องตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ที่เอาแต่ได้อย่างแคว้นถัง ทว่าตอนนี้องค์หญิงเก้าทรงกลับมาแล้ว ข้ากลัวอย่างเดียวกลัวว่าจะเกิดศึกขึ้นในไม่ช้า”

 

สงครามงั้นหรือ?

 

เย่ฉวนไม่เคยผ่านการรบ แต่เขารู้ว่าผลของสงครามจะทำให้ผู้คนล้มตายกันมากขนาดไหน

 

หากเป็นไปได้ ชายหนุ่มไม่อยากให้เกิดศึกสงครามขึ้นเลย

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งหมดได้พากันขึ้นไปบนเรือเหาะอีกครั้งเพื่อเดินทางต่อ ในไม่ช้าเมืองหน้าด่านก็มีขนาดเล็กลง และค่อย ๆ ห่างไกลออกไปทางเบื้องหลัง...

 

ทว่าเมืองหลวงกลับใกล้เข้ามามากขึ้น!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #7 Panyapong2234 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 23:48
    หมดคอย
    #7
    0
  2. #6 แมวป่า (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 10:56

    คอยครับ

    #6
    0