|Harry Potter| Phenomenal [-Pansy Parkinson-] (Rewrite เพิ่มเนื้อหาและปรับเปลี่ยนเล็กน้อย)

ตอนที่ 1 : ☻ Introduction

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 477 ครั้ง
    31 พ.ค. 63






꧁꧂


|

[ Introduction ]


★☆★☆






——————————————–——————






ตะวันเลือนหายจันทราคืบคลานครองผืนนภาอันกว้างขวาง


ราตรีนี้มีดวงดาราดารดาษ กระจุกน้อยใหญ่ชวนพิศดังกล่าวนั้นเปล่งประกายแวววาวอยู่ข้างบนอย่างขันแข็ง หมายประชันแสงกับแชนเดอเลียร์ประดับสีคริสตัลใส ซึ่งถูกแขวนอยู่บนเพดานขาวสะอาด


'แพนซี่ พาร์กินสัน' ไม่เคยสังเกตสังกามาก่อนเลยว่าผืนนภาในเดือนสิงหาคมจะน่ามองและชวนให้ตนเพ่งพินิจได้อยู่นานสองนาน


นัยน์ตาสีถ่านสำรวจงานตรงหน้า ขณะเดียวกันก็ตระหนักได้ถึงความคลื่นไส้และเบื่อหน่ายที่พุ่งสูงขึ้นทุกวินาที แม้จะมีเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาบางให้บรรยากาศไม่อึมครึมก็ตาม


ตระกูลเลือดบริสุทธิ์ทั้งหลายแหล่ ต่างมีการเบ่งยศฐาบรรดาศักดิ์และอำนาจ อวดโอ้ความมั่งคั่ง มักคุยเกี่ยวกับธุรกิจของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดทางการค้า หรือมีบ้างที่จะพูดถึงการหมั้นหมายของบุตราและบุตรี


คนทั่วไปสนุกกับเรื่องพวกนี้ แต่แพนซี่ไม่เห็นว่ามันจะน่าสนุกเลยสักนิด


กระนั้นนี่ก็เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของ 'แอสโทเรีย กรีนกราส' ดูท่าพ่อของเด็กคนนี้จะใช้เงินจำนวนมากในการจ่ายค่าเมนูอาหารหรูต่างชาติ แล้วยังค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับผ้าไหมเนื้อดี และของประดับตกแต่งสวยงามที่แลกมาด้วยราคาอันสูงลิ่ว


ก็สวย


สวยจนลกตา


เด็กสาววัยสิบสามปีนั่งอยู่โต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้พอดีกับคนมางาน โดยมีเพื่อนรุ่นเดียวกันห้อมล้อม สายตาคมเฝ้ามองเหล่าผู้วิเศษซึ่งกำลังจับกลุ่มคุยกันอีกฟากหนึ่งของฟลอร์ที่ถูกขัดเงาจนดูน่าตลก


มือบางสองข้างยกขึ้นมาวางทาบทับกันกับหน้าตักอย่างลูกคุณหนูผู้ดี คอยรับฟังเสียงเซ็งแซ่จากภายในงานอยู่เงียบๆ


เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทเรียบหรูตามแบบสากลก็เดินออกมาจากที่ต้อนรับแขกตรงหน้าทางเข้า เสียงพูดคุยเริ่มเงียบลง เมื่อชายดังกล่าวก้าวขาขึ้นไปบนพื้นที่ยกระดับเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเอ่ยประโยคที่ถูกเวทมนตร์ลงคาถาปรับโทนเสียงให้ดัง


"กล่าวสวัสดีอีกครั้งแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมในนามผู้จัดงานเลี้ยงวันเกิด" พ่อมดแม่มดต่างลุกขึ้นจากที่นั่งเช่นเดียวกับแพนซี่

"ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้กรุณาสละเวลาให้เกียรติมางานเลี้ยงของบุตรสาวผม—ตอนนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว กระผมขอเปิดงาน ณ ที่นี้" เมื่อผู้นำตระกูลกรีนกลาสกล่าวจบ เสียงปรบมือระรัวตามมารยาทก็ดังออกมาจากผู้คนจำนวนไม่น้อย ชายหนุ่มก้าวลงจากพื้นยกระดับ แล้วเข้าไปพูดคุยกับแขกที่มางาน เฉกเช่นเดียวกับเด็กสาวเจ้าของวันเกิดกำลังสาวเท้าไปหาเพื่อนๆของตน


เรียวนิ้วบางหมุนแก้วไวน์ทรงสวยเป็นวงกลมอย่างเอื่อยเฉื่อยที่ได้มาจากบริกรหนุ่มใจดี ของเหลวสีแดงเข้มราวกับเลือดที่กระทบขอบแก้วโปร่งใสเกิดการกระเพื่อมเล็กน้อย ก่อนเธอจะยกมันขึ้นมาจรดปากอย่างเชื่องช้า หากแต่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น น้ำไวน์สีเข้มไหลลงสู่ลำคอสวย ริมฝีปากที่กระดกไวน์สีสดผันเป็นสีแดงทันตาเมื่อแพนซี่ดื่มมันลงไป


ริมฝีปากบางเผยอออกนิดๆ ก่อนจะเม้มกลับ ดวงตาอ่อนแสงปิดแนบลงดื่มด่ำกับกลิ่นรสชาติ


โดยไม่รู้ตัวว่าท่าทางนี้มันยั่วยวนแค่ไหน...


พ่อมดวัยเยาว์ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นต่างพากันตาลุกวาวกับท่วงท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่ 'เดรโก มัลฟอย' ชายหนุ่มผมทองฐานะร่ำรวยและมีชื่อเสียง ถึงกลับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาหันขวับไปมองรอบด้าน ตาของเด็กชายขวางอย่างเห็นได้ชัด เมื่อบุรุษอื่นๆวัยเท่าเขาจ้องแพนซี่ไม่วางตา


อึก...


เพื่อนร่วมบ้านที่เริ่มเห็นสถานการณ์แปลกๆจึงเอ่ยเบี่ยงประเด็นถามหญิงสาวเรือนเกศาสีดำขลับ


เปลือกตาบางเปิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียก

"แพนซี่เธอดูเงียบผิดปกตินะ?" เสียงยานคางดังขึ้นข้างกาย คนที่ถูกเรียกชื่อหันไปมองหญิงสาวที่ตัวสูงกว่าตน


ความสูงทำให้เธอรู้สึกแพ้


'ดาฟเน่ กรีนกราส' มีศักดิ์เป็นพี่สาวของแอสโทเรีย


แพนซี่รู้มาว่า บรรพบุรุษของตระกูลนี้โดนคำสาปที่ส่งผลให้มีสุขภาพอ่อนแอ และอายุสั้น สิ่งนี้จะส่งผลต่อไปยังรุ่นสู่รุ่น ไม่มีวันเลือนหายไป


น่าสงสารเสียจริง แต่เธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บมาใส่ใจ


"อืม" เสียงเอื้อนจากลำคอสวยเปล่งออกมาอย่างเฉยเมย ก่อนจะหันกลับไปมองงานเลี้ยงตรงหน้าที่น่าเบื่อหน่าย


"เธอดูเบื่อนะแพนซี่" สุ้มเสียงทุ้มลึกบ่งบอกถึงเพศได้ดีเอ่ยออกมาอีกคนราวกับรู้ทัน หญิงสาวเคลื่อนดวงเนตรไปมองชายผิวสี ใครจะรู้ว่าสายตาที่ส่งมาทำให้ 'เบลส ซาบินี่' ลมหายใจสะดุด


เขาไปทำอะไรให้เธอโกรธหรือเปล่า...


เบลสเป็นเพื่อนในกลุ่มของเดรโก ที่ดูว่าจะมีสติดีรองลงมาจากเธอ เขาเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงเพรียว ผิวดำ มีโหนกแก้มสูงและตายาวเฉียง ชายหนุ่มค่อนข้างฐานะดีและมีเส้นสายอยู่พอสมควร 

แพนซี่นึกสงสัยเกี่ยวกับครอบครัวเขา มารดาของเบลสเป็นแม่มดที่มีชื่อเสียง แต่งงานมาแล้วเจ็ดครั้ง สามีทุกคนตายอย่างปริศนา แต่เธอก็ไม่เลือกที่จะเอ่ยถาม มันจะเป็นการก้าวก่ายเรื่องของครอบครัวเขามากเกินไป


แพนซี่สั่นศีรษะเบาๆ "...เปล่าหรอก" เสียงใสระรื่นกล่าวตอบเพื่อนร่วมชั้นเรียน เธอเห็นชายอีกคนขมวดคิ้ว 'ธีโอดอร์ น็อตต์' กำลังทำหน้าประหลาดใจ


อะไรกัน


เขาเป็นเด็กหนุ่มร่างผอมสูง ผิวขาวและมีผมสีกากี เรียนค่อนข้างเก่งพอสมควร นอกจากนั้นเธอก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายหนุ่มอีก


เสียงรองเท้าเหยียบย่ำลงบนพื้นหินทำให้เกิดเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง ที่กำลังย่างก้าวตรงมาทางโต๊ะของพวกเธอ ทันใดนั้นเอง ร่างสมส่วนของสตรีปริศนาก็ก้าวเท้ามายืนข้างหลัง 


"เอ่อ...สวัสดีค่ะ"สุ้มเสียงอ่อนเดียงสาเอ่ยประโยคแรก กลุ่มของแพนซี่เคลื่อนดวงตาไปมองผู้มาใหม่ที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังเก้าอี้เธอ ปรากฏให้เห็นเด็กสาวร่างเล็ก ผมสีนำ้ตาลเข้ม พร้อมกับใบหน้าที่ดูยิ้มแย้มสดใสอยู่ตลอดเวลา


เด็กสาวเจ้าของงานวันเกิดนี่เอง


"อ้าว แอสเทรีย" ดาฟเน่กล่าวชื่อเล่นของน้องที่ตนเองเป็นคนตั้งให้ "มีอะไรหรือเปล่า" ผู้เป็นพี่สาวเอ่ยถามอ่อนโยนกับกนิษฐาผู้เป็นที่รัก 


มือเล็กๆบางๆนั่นกำชับเข้าหากันแน่นอย่างประหม่า "พี่ดาฟเน่...เปล่าหรอกค่ะ" เด็กสาวเอ่ย "หนูแค่จะมาทักทายเพื่อนพี่เฉยๆ" พี่สาวคนโตยิ้มตอบ น้องสาวคนสุดท้องของเธอน่ารักที่สุด แต่กับครอบครัวที่อยู่มาด้วยกันร่วมสิบกว่าปีจะไม่รู้เลยหรือ ว่าน้องสาวตนมาทำอะไร


แอสโทเรียน่ะชอบเดรโก มัลฟอยจะตายไป


"นั่งนี่ก่อนสิ" เสียงนุ่มของ 'มิลลิเซนต์ บัลสโตรด' เอ่ย เธอผายมือไปทางเก้าอี้ว่างอีกตัว เพราะถ้าจะให้ยืนคุยกันก็จะดูแปลกตาเกินไปหน่อย "ขอบคุณค่ะ" เมื่อแอสโทเรียเห็นดังนั้นจึงสาวเท้าเข้าไปนั่งโดยมีเบลสอยู่คั่นกลางระหว่างเธอกับเดรโก


เด็กสาวเคลื่อนดวงเม็ดสีกาแฟไปสบตากับภคินีคนโต


อย่างที่เขาว่าพี่น้องมองตากันย่อมรู้ใจกัน


มุมปากยกยิ้มตอบกลับนิดๆ "สุขสันต์วันเกิดน้องรัก ขอให้มีความสุขนะ" ดาฟเน่เป็นคนเอ่ยเปิดประเด็นที่ว่าคนน้องต้องการ พลางสะกิดให้ธีโอดอร์กล่าวต่อ


"อ...เอ่อ ขอให้โชคดีนะ" 


"ขอให้มีการงานอาชีพที่ดี" เด็กสาววัยสิบสองปียิ้มเริงร่าต่อคำอวยพรทั้งหลายแหล่ เธอชอบให้ผู้คนอวยพรให้ตน เพราะนั่นทำให้เด็กสาวมีความสุข แต่ถ้าพิเศษหน่อยคงจะเป็นคนที่ตนแอบชอบอวยพรให้...นัยน์ตาสีวอลนัทจับจ้องไปยังรุ่นพี่ที่กำลังจะขึ้นปีสามผมทองอย่างคาดหวัง


เดรโกเม้มปากแน่นคล้ายกำลังสรรหาคำตอบ "ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะ" เพียงแค่ประโยคอวยพรสั้นๆสุดคลาสสิคประโยคเดียวที่ออกมาจากปาก กระนั้นก็มากพอที่จะทำให้เด็กน้อยยิ้มร่าเปี่ยมไปด้วยความปิติ


แอสโทเรียว่าคืนนี้เธอคงฝันดีเป็นแน่แท้


เด็กสาวฉีกยิ้มกริ่มจนขอบตาเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว พลางหันศีรษะไปหาคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้เอ่ยอวยพรให้เธอ หากแต่เมื่อสายตาปรับโฟกัสดังเดิมก็ทำให้เด็กสาวลดยิ้มลง เหลือเพียงรอยยิ้มเผล่บนใบหน้าอ่อนเยาว์


คู่หมั้นของทายาทมัลฟอย


เด็กสาวหอบหายใจผ่อนแผ่ว หมายช่วยระงับอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในใจ—แพนซี่หันไปมองคนที่กำลังจ้องตนอยู่ ถ้าฟังไม่ผิดเมื่อครู่คงจะอวยพรกัน เรียวมือบางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสง่า สายตายังคงจับจ้องไปยังเด็กสาว


กลีบบุบผาอวบอิ่มเผยรอยยิ้มเบาบาง "เวลาเจอเรื่องร้ายๆก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะ"


แอสโทเรียเบิกตากว้างก่อนรีบปรับสีหน้าเป็นธรรมดาที่สุด ตามปกติรุ่นพี่คนนี้จะชอบว่าร้ายเธอเสมอไม่ว่าจะทำอะไร แอสโทเรียน่ะชอบใบหน้าของรุ่นพี่แพนซี่ตั้งแต่แรกพบ เพราะว่ามันทั้งสวยทั้งน่ารักในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดี แต่ถ้าฝีปากในเรื่องการด่า...เธอก็ไม่ไหวจริงๆ ทว่าทำไมวันนี้ถึง...


"ข--ขอบคุณค่ะ" เธอเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก แล้วรีบก้มหลบสายตาคู่นั้น แพนซี่คิ้วกระตุก เด็กสาวทำท่าทางราวกับเธอเป็นนางร้ายก็ไม่ปาน


เอาเถอะ อย่างน้อยต่อจากนี้ก็คงไม่เป็นแล้ว


พวกเขาเสวนากันอยู่ชั่วครู่ จนกายาผอมบางน่าทะนุถนอมในชุดสวยสง่าลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนจะเดินตรงปรี่ออกไป โดยอ้างว่าไปตักอาหาร ก็ไม่ผิดไปซะทีเดียว ยามที่กลิ่นอาหารหรูน่ารัญจวนถูกลมหนาวพัดลอยมากระทั้นที่จมูก เธอถึงกลับลอบกลืนน้ำลาย


กระทั่งแพนซี่กลับมาที่โต๊ะ นัยน์ตากวาดมองคนที่นั่งอยู่ เด็กสาววัยสิบสองปียังคงนั่งอยู่ที่เดิม พร้อมกับจานที่วางอยู่ตรงหน้า เธอเลื่อนไปมองอีกคน ทายาทมัลฟอยที่นั่งเงียบไม่ได้พูดจาอะไร


เธอสังเกตว่าตอนพวกเขาอยู่ด้วยกันแค่สองคน เด็กสาวคนนี้ก็ยิ้มกระดี๊กระด๊าจนแก้มแทบปริแตกออก แต่พอเห็นแพนซี่กลับมานั่งโต๊ะเท่านั้นแหละ สตรีดังกล่าวก็ผ่อนยิ้มลงทันใด


เหอะ


เด็กหนอเด็ก


มือเล็กวางจานของหวานลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะทิ้งกายนั่งลงไม่สนอกสนใจชายหญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสีซีดของทายาทมัลฟอยกำลังลอบมองเธออยู่ด้วยสายตาประหม่า และเมื่อหญิงสาวช้อนขึ้นไปมองเขากลับ ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบกุลีกุจอหันใบหน้าหนีทันที


ทำไมเขาต้องหันหน้าหลบเธอด้วยนะ


ชายหนุ่มคิดในใจ พลันได้ยินเสียงแหลมของช้อนซ่อมวางกระทบลงกับจาน

"เดรโก" ริมฝีปากขยับเอ่ยเสียงใสเรียบนิ่งให้เพื่อนชายผมทองได้ยิน


"...พอดีมีเรื่องจะคุยด้วย" สิ้นสุดประโยค หัวใจของชายหนุ่มพลันกระตุกเต้น เดรโกเปลี่ยนอิริยาบถมานั่งตัวตรง คิ้วคมที่ประดับบนใบหน้าจำต้องมัดเป็นปมด้วยความไม่เข้าใจ สัมผัสได้จากน้ำเสียงคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถึงแม้จะไม่ได้แสดงอารมณ์ออกมา


ชายหนุ่มมองเข้าไปยังนัยน์ตาสีดำเข้มดุจนิลกาฬราวกับรัตนชาติสูงค่า


มืดมนแต่ก็เปล่งประกาย


...


สวยงาม


แอสโทเรียมองพวกเขาทั้งสองด้วยใจที่เจ็บปวดรวดร้าว นัยน์เนตรสีไม้เข้มมองเข้าไปในดวงตาสีซีดของรุ่นพี่ที่แอบชอบ 


ไฉนสายตาของเขาที่มองพี่แพนซี่มันเปลี่ยนไป ทำไมกัน?


ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ไม่เห็นว่าจะเคยชอบแท้ๆ อะไรทำให้พี่เดรโกเปลี่ยน....ไม่สิ อะไรทำให้พี่แพนซี่เปลี่ยนไปต่างหาก


ผู้หญิงคนนี้ดูมีสเน่ห์ขึ้นอย่างแปลกประหลาด


—เรื่องอะไรกันที่พวกเขาจะคุย ถ้าเป็นแบบที่เธอคิด เธอก็หมดหวังแล้วสิ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น


เธอผิดเองที่ใฝ่สูงไปชอบคนที่มีคู่หมั้นก่อนแล้ว...


...


เนตรสีถ่านเป็นฝ่ายละออกมาจากเพื่อนชาย พลางมองสำรวจรอบบริเวณ เพราะตรงนี้ไม่เหมาะแก่การที่จะคุยกันเรื่องสำคัญ ปลายสายตาชะงักกับระเบียงที่ยื่นออกมาจากตัวเรือน


น่าจะได้


"ไปคุยที่อื่น" อิสตรีร่างเล็กลุกขึ้นยืนโดยยังคงวางมาดทะนงตน


"อ--อืม" เดรโกตอบรับอย่างเร่งรีบ แล้วลุกขึ้นจากที่นั่งหมายจะตามเพื่อนสาวผมดำไป หากแต่หญิงสาวยังคงยืนนิ่งเฉย


"ไปรอฉันที่ระเบียง เดี๋ยวตามไป" เธอโคลงหน้าไปยังจุดหมาย ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะก้าวเดินออกไป แพนซี่มองแผ่นหลังของเขาที่หายไปกับฝูงชน และเมื่อมั่นใจแล้วว่าพ้นรัศมีของการพูดคุย เด็กสาวจึงหันกลับไปมองคนที่นั่งค้างอยู่ 


ใบหน้าของเด็กคนนี้ยู้ยี้อย่างเห็นได้ชัด คล้ายจะร้องไห้แหล่ไม่ร้องแหล่


"ไม่ต้องห่วง" สุ้มเสียงแข็งกระด้างค่อยๆโอนอ่อนลง "ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดหรอก" สิ้นประโยคหญิงสาวจึงรีบสาวเท้าออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว ทิ้งให้คู่สนทนาเมื่อครู่อยู่กับความสงสัย


แอสโทเรียคำนึงถึงประโยคที่รุ่นพี่สาวเอ่ย 'ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดหรอก' หรือว่า....


นัยน์ตาสีวอลนัทที่มืดมัวพลันเปล่งประกายใสทันที


กระทั่งรุ่นพี่ปีสามคนอื่นๆก็กลับมานั่งที่โต๊ะดังเดิม ในฝ่ามือถือจานของหวานและอาหารเล็กน้อย เสียงร้องทักของดาฟเน่เรียก "อ้าว แอสเทรีย" คนถูกเรียกชื่อหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนหันไปหาต้นเสียง "สองคนนั้นหายไปไหนกันน่ะ" พี่สาวร่วมสายเลือดหันซ้ายทีขวาทีเพื่อมองหาสองคนนั้น


เด็กสาวผมสีเกาลัดนึกคิด "ตอนนั้นพี่แพนซี่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยกับพี่เดรโกค่ะ" แอสโทเรียเอ่ยยิ้มๆ "แล้วก็เดินหายไปไหนกันไม่รู้แล้ว" เธอไหวไหล่เสริม

.

.

.

.

เรียวขาสมส่วนภายใต้กระโปรงทรงเอที่มีผ้ายาวแหวกข้างอีกชั้นทับค่อยๆย่างก้าวเข้าไปหยุดอยู่ที่ระเบียง เด็กสาวเงยหน้ามองไปยังเบื้องบน


รัตติกาลปกคลุมผืนนภา ดวงดาวเรืองรองเปล่งปลั่งด้วยตัวของมันเองจนเป็นจุดเด่นที่ไม่อาจค้นหาได้ ผนวกกับบุบผาส่องแสงที่เกิดจากหิ่งห้อยบินว่อนเหนือยอดไม้ มีเพียงเสียงลมพัดวู้วี้ในอากาศ เปลือกตาสีไข่มุกปิดลง เด็กหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีควันบุหรี่แอบลอบเปรยมองคนข้างกายอย่างเงียบงัน


ทั้งตื่นเต้นและสงสัย


เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขากัน


ไม่นานเกินรอแพนซี่ก็เปิดตาขึ้น และหันเรือนกายบางไปให้เขาประจักษ์เต็มตา

"ฉันจะไม่อ้อมค้อม" เธอพาเข้าประเด็นหลักอย่างไม่รอช้า เด็กหนุ่มจับตามองใบหน้าแพนซี่ซึ่งสงบนิ่งกว่าเก่า ปลายจมูกโด่งพรั่งพรูลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา


"เราเลิกกันเถอะ" สุ้มเสียงหวานระรื่นกล่าวผ่อนแผ่วให้แค่เขาและเธอเท่านั้นที่ได้ยิน นัยน์ตากลมโตวูบไหว ขณะสังเกตดูปฏิกิริยาของชายตรงหน้า


เด็กหนุ่มผมทองตื่นตกใจ สะท้านวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าคล้ายถูกอสนีบาตผ่ากลางเศียร เดรโกชะงักค้างไว้อย่างนั้น ก่อนสบตาอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตายากจะอ่านออก


แม่มดวัยเยาว์แสดงสีหน้าเรียบเฉย จนผู้ฟังพลอยคิดว่าเธอไม่มีความรู้สึก—ท่ามกลางเสียงกัมปนาทดังกึกก้องระงมภายในจิตใจ แพนซี่สกัดกั้นความเจ็บปวด หล่อนสูดลมหายใจลึกก่อนจะฝืนเอ่ยขึ้นด้วยดวงใจที่ร้าวราน หากแต่เธอกลับเก็บซ่อนมันไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่งได้เป็นอย่างดี 


นัยน์ตารัตติกาลคู่นั้นยังคงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคู่สนทนาอย่างเด็ดเดี่ยว


"..."


"ฉันกำลังจะบอกให้พ่อแม่ถอนหมั้น"





——+——





| Rewrite | ครั้งที่1 — 31/5/63

เราจะพยายามมาต่อให้ถึงตอนล่าสุดโดยเร็วนะคะ!(ง'̀-'́)ง 

ปล.ตอนแรกอัปไปแล้วแต่ทำไมมันไม่แจ้งเตือนก็ไม่รู้ ._. ตัวอักษรเราน้อยไปงั้นเร๊อะ ทำไมกัน!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 477 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #131 ผมคือ!!นกคับ... (@2maya13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 21:35
    ตอนนี้น้องแพนซ์อายุเท่าไหร่หรอครับ คือตอนผมอ่าน มันมีสิบสามกับสิบสองน่ะครับคุณไรท์;-;
    #131
    2
    • #131-1 ผมคือ!!นกคับ... (@2maya13) (จากตอนที่ 1)
      17 กรกฎาคม 2563 / 21:36

      อ้อเข้าใจแล้วครับ ขอโทษที่เบลอหนาครับ
      #131-1
    • #131-2 MilkyWay33 (@MilkyWay33) (จากตอนที่ 1)
      18 กรกฎาคม 2563 / 13:32
      อย่าว่าแต่คุณนักอ่านงงเลยค่ะ เราคนแต่งก็งงเหมือนกัน55555555
      #131-2
  2. #119 ปุกปุย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 20:55

    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว สู้ๆนะคะ

    #119
    0
  3. #114 thanyaporn8968 (@thanyaporn8968) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 18:46

    มันต้องอย่างนี้ ไปให้สุดค่าาา~
    #114
    0
  4. #113 Luna0001 (@Luna0001) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 15:32
    คลอดออกมาแล้วววว
    #113
    0
  5. #110 MilkyWay33 (@MilkyWay33) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 15:47
    เอิ่บ....ทำไมมันไม่ขึ้นแจ้งเตือนอ่ะ._.
    #110
    0
  6. #34 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 19:04

    เฮ้ยยยย

    #34
    0
  7. #8 MoroniDorathy (@MoroniDorathy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:25
    goodๆๆๆๆๆ
    #8
    0
  8. #7 Ammilina (@Ammilina) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:02
    พล็อตเรื่องดูน่าสนใจมากค่ะ ยิ่งมาอ่านตอนแรกก็ทำให้รู้สึกอยากติดตามแล้วค่ะ จะรอตอนต่อไปนะคะ
    #7
    0
  9. #6 Mi55.PP (@piery) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:45
    แพนก็คือแพน คนที่มาอยู่ในร่างน้องก็คืออีกคน จะชอบกันรึเปล่าไม่รู้ แต่น้องดูใจเย็นนะ หวังว่าจะเป็นเพื่อนกันได้กับเดรโก
    #6
    0
  10. #5 Dark normol (@0908953549) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 18:13
    รอค่ะแง้น้องฟาดๆ
    #5
    0
  11. #4 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 17:18

    พล็อตเรื่องน่าสนใจดี เตรียมจุดพลุฉลองเลยถ้าได้ถอนหมั้นกับเดรโก ทำมาเป็นหวั่นไหวกับน้อง(ที่อยู่ในร่างแพนซี่) ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยแคร์ เห็นค่าหรือให้เกียรติแพนซี่เลยสักนิด(อ้างอิงจากในหนัง) ตอนน้องจะถอนหมั้นอย่ารั้งไว้ก็แล้วกัน เตรียมผู้ใหม่มาโล้ดด ด! //อินน สู้ๆค่ะ ไรท์
    #4
    0
  12. #2 gurengesan (@gurengesan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 10:58
    เลิกไปเลย!!กับคนที่ไม่เห็นความสำคัญของแพนอ่ะ!!*กอดปลอบ*
    #2
    0