|Harry Potter| Phenomenal [-Pansy Parkinson-] (Rewrite เพิ่มเนื้อหาและปรับเปลี่ยนเล็กน้อย)

ตอนที่ 2 : ☻ Discombobulate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 347 ครั้ง
    4 มิ.ย. 63






꧁꧂


||

[ Discombobulate ]


☺︎︎☠︎︎☠︎︎☺︎︎






——————————————–————––––






"อึก!" หญิงสาวสะดุ้งสุดแรง ก่อนจะดีดกายขึ้นจากเตียง แต่ทว่าไม่ทันไรก็ต้องล้มกลับไปนอนใหม่ ด้วยความที่ลุกเร็วเกินเหตุทำให้หัวสมองเกิดอาการปวดจี๊ดขึ้นกะทันหัน มือเล็กเลื่อนขึ้นมากุมขมับอย่างหงุดหงิด


แต่แล้วเธอก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของสิ่งของรอบกาย และตัวตนเอง


นัยน์ตากลมโตกวาดมองรอบห้องอย่างใคร่สงสัย การตกแต่งสไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่หญิงสาวไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน สายตาของหญิงสาวกะพริบปริบเพื่อปรับโฟกัส โทนห้องสีชมพูจ๋าสว่างตาทำให้เธอไม่ชอบเอาเสียเลย


ฝ่ามือบางแบออกเพื่อดู พลางจับตามเนื้อตามตัว


เล็กลง...ทุกอย่าง


ไม่รีรอช้า ขาเรียวก้าวกระโดดออกจากเตียงอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงตึงตัง ทว่าสภาพร่างกายของเธอยังไม่ดีพอ การกระโดดนั้นทำให้หญิงสาวเกือบเสียหลักล้มกระแทกพื้น


สองขาเล็กก้าวหยุดอยู่ที่กระจกเงาบานใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อมันสะท้อนภาพตนเองในกระจก เรียวมือเล็กเลื่อนมาสัมผัสแก้มใส


นี่ไม่ใช่หน้าเธอ...และมันดูเด็กลง


ดวงหน้าที่ยังไม่เข้าโครงดี เพราะตอนนี้อาจจะยังเป็นวัยละอ่อนอยู่ คิ้วสวยค่อนข้างได้รูป ดวงตาสองชั้น ผนวกกับปลายสายตาที่ดูคมๆจนเฉี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอวบอิ่มสวย แต่ตอนนี้ยังคงซีดอยู่ ทั้งน่ารักและสวยสง่า


ผมสั้นบ๊อบเป็นเงางาม ผิวพรรณออกขาวจนดูซีดเซียว เพราะอาจจะไม่ค่อยได้ตากแดดมากนัก สมกับเป็นลูกคุณหนูในตระกูลที่ร่ำรวย


กระทั่งมีเสียงๆหนึ่งดึงความสนใจเธอไป "ค...คุณหนูฟื้นแล้ว! ต้องรีบไปบอกนายท่าน!" เสียงร้องแหลมดังขึ้นไม่ไกลจากตัวเธอมากนัก 


มาตอนไหน? ไม่สิ..นั่น...ตัวอะไร?


ลักษณะของคน(?)ตรงหน้าประมาณว่า หูยาวแบบค้างคาว ตาโตเท่าลูกเทนนิส จมูกยาวแหลม มีรูปร่างขนาดเล็กกว่าเธอมากโข


เมื่อสิ้นประโยคมันก็หายตัวไปทันทีท่ามกลางความตกใจของเด็กสาว ใบหน้าน่ารักทำหน้าเหวอจนเสียภาพลักษณ์


ได้ไงกัน!


ไม่กี่อึดใจสิ่งมีชีวิตปริศนาก่อนหน้าก็ปรากฏตัวกลับมาพร้อมกับผู้ใหญ่วัยกลางคนชายหญิง เมื่อพวกเขาเห็นเธอจึงรีบกุลีกุจอตรงมายังที่เด็กสาวยืนอยู่ทันที


"แพนซี่ลูกรักเป็นยังไงบ้าง?" ชายคนนี้คุกเข่าให้อยู่ระดับหน้าของเธอ แล้วยกมือขึ้นมาจับไหล่เล็กหมุนไปมาพร้อมสำรวจร่างกาย


เนตรสีนิลฉายแววสงสัย ก่อนจะยกมือปัดสัมผัสที่ไหล่ออก การกระทำเช่นนั้นทำให้พวกเขาทั้งสองตะลึง


"พ...แพนซี่ ลูก..." เสียงพึมพำเล็กๆจากหญิงวัยกลางคนเอ่ยแผ่วๆ


เด็กสาวก้าวถอยหลังออกมาเพื่อเว้นระยะห่าง "พวกคุณเป็นใครคะ?" เสียงใสกล่าวถามอย่างแหบพร่า เธอจำได้ว่าไม่เคยเห็นคนพวกนี้มาก่อน โดยเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนั่น


เพียงแค่ประโยคเดียวสั้นๆที่เด็กสาวเอ่ยออกมาเพื่อคลายฉงน ก็ทำให้หญิงคนนั้นนำมือป้องปากอย่างไม่เชื่อหูเชื่อตา เธอทำท่าคล้ายจะลมจับจนตัวอะไรซักอย่างรีบเข้ามาพยุง เช่นเดียวกับชายตรงหน้าที่ชะงักค้างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง


"ม...ไม่นะลูกแม่" เสียงของคนตรงหน้าคล้ายจะขาดใจ


"ลูกลองคิดดีๆก่อนไหมแพนซี่..." เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจเย็นผิดกับท่าทางที่เป็นอยู่ตอนนี้


คิ้วสวยย่นเข้าหากันเป็นปม "ใครลูกคุณกัน" หน้าของชายคนนี้ซีดเผือดไปแล้ว ในขณะที่หญิงสาวข้างหลังเริ่มร้องไห้


คำถามเธอมันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ...?


"ป—ไปตามหมอมา!" เขาแผดเสียงร้องลั่นที่แห่งนี้จนสิ่งมีชีวิตนั่นสะดุ้งแล้วรีบหายตัวไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมชายอีกคนในชุดยุโรปสีกากี ท่าว่าจะเป็นแพทย์ตามคำสั่งที่ชายคนนี้เรียกมา

.

.

.

.

.


นายแพทย์คนนั้นกลับไปแล้ว จากที่ฟังมาคร่าวๆเขาบอกว่าเธอความจำเสื่อม แต่แค่ไม่กี่วันเดี๋ยวมันก็กลับคืนมา และยังบอกว่าให้พักผ่อนเยอะๆเพราะสภาพร่างกายยังไม่แข็งแรงดี


เด็กสาวพักฟื้นตัวมาได้สองสามวันแล้ว หญิงสาวพบว่าการอยู่ในความดูแลของคนที่นี่เป็นอะไรที่ดีมากอย่างหนึ่ง ความทรงจำของเธอก็กลับมาแล้วเช่นกันแต่ในส่วนเล็กๆเท่านั้น


แพนซี่ พาร์กินสัน คือชื่อของเด็กสาวคนนี้จากหญิงที่เอ่ยว่าตนเป็นแม่บอกมา เธอคนนั้นบอกว่าแพนซี่ตกบันไดหัวกระแทกพื้นแล้วหมดสติไป


อาจจะมีสาเหตุบางอย่างที่เด็กคนนี้ตกบันได เธอว่าไม่น่าใช่ซุ่มซ่ามแน่ หากแต่นั่นต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อน ประเด็นหลักคือ...


ทำไมเธอถึงมาอยู่ในโลกที่มีเวทมนตร์ แถมยังเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกต่างหาก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ อับโชคที่เธอไม่ค่อยจะมีความรู้เกี่ยวกับมัน


จะว่าไป ตระกูลพาร์กินสัน เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน บางทีอาจจะเป็นตัวประกอบในเรื่องที่ไม่ค่อยมีบทบาทมากเท่าไหร่นัก


ถ้าเท่าที่รู้จากในหัว ตระกูลนี้เป็นตระกูลเลือดบริสุทธิ์และเป็นหนึ่งในยี่สิบแปดตระกูลศักสิทธิ์ แต่แพนซี่เกิดหลังจากการตีพิมพ์ ในสารบบมันไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าเธอเป็นเลือดบริสุทธิ์ บางทีเธออาจจะเป็นเลือดผสมหรือเลือดบริสุทธิ์ก็ได้ เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนา—พ่อแม่ของเธอบอกว่าเด็กสาวเป็นเลือดบริสุทธิ์


แต่เพราะแบบนี้อาจจะเข้มงวดเรื่องมารยาทพอสมควร ครอบครัวนี้ก็ไม่ได้แย่มากนัก และเธอก็เป็นลูกคนเดียว เด็กสาวจะป่วยหรือไม่ป่วย เธอก็เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อแม่อยู่ดี


'ไอริส พาร์กินสัน' คือชื่อของผู้เป็นมารดาที่ให้กำเนิด หญิงสาวเป็นคนสวย ใจดี และอบอุ่นเมื่อเวลาอยู่ใกล้ ครบคุณสมบัติของคนเป็นแม่เลยทีเดียว แต่การอบรมค่อนข้างเคร่งและตั้งความหวังไว้สูง ในรอบห้าขวบเด็กสาวถูกสอนส่วนตัวในเรื่องมารยาทการเต้นรำและดนตรี


'วิลเลียม พาร์กินสัน' คือชื่อของผู้เป็นบิดา เขาเป็นเสาหลักของครอบครัวที่มีความเป็นผู้นำสูง และใจดีเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะตำแหน่งของเขาทำงานในกระทรวงเวทมนตร์ เป็นพ่อที่ดีมากคนหนึ่งเท่าที่จะเป็นได้


แพนซี่มีวัยเด็กที่เรียบง่าย แม้ว่าแม่ของเธอจะเข้มงวดมากก็ตาม แต่เธอก็ไม่ค่อยได้รับการลงโทษ หล่อนใช้ชีวิตในบ้านที่ร่ำรวยเด็กสาวสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่เธอต้องการ

เช่นเดียวกับแม่ของเธอที่สนุกกับการช็อปปิ้งและชื่นชอบการแต่งตัวแฟชั่นใหม่ล่าสุด แพนซี่ถูกพาไปงานปาร์ตี้เป็นครั้งคราวผลัดไปพบเด็กเลือดบริสุทธิ์คนอื่นๆ


บิดามารดาของเด็กสาวไม่ค่อยอยู่บ้านนัก เพราะมักไปทำงาน ทำให้แพนซี่ซึ่งใช้เวลาอยู่กับเอลฟ์ประจำคฤหาสน์มากกว่าอยู่กับพ่อแม่ตน


จะว่าเหงาก็ไม่เชิง


อย่างน้อยเธอก็มีเพื่อนวัยเท่ากัน—เดรโก มัลฟอย เป็นดั่งรักแรกของเธอ จนกระทั่งแพนซี่ได้หมั้นหมายกับเขาในที่สุด




ในปีแรกที่ฮอกวอตส์

เธอยังปรับตัวเข้ากับโรงเรียนไม่ได้ การคัดสรรบ้านเด็กสาวถูกคัดไปอยู่นสลิธีรินนั่นทำให้เธอรู้สึกโล่งอก เมื่อเห็นนักเรียนที่รู้จัก ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ธีโอดอร์ นอตต์ อยู่บ้านเดียวกัน และรวมถึง เดรโก มัลฟอย กับเบลส ซาบินี่ แพนซี่ยังจำดาฟเน่ กรีนกราส และมิลลิเซนต์ บัลสโตรด ได้แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้สื่อสารกันมากนักในช่วงเวลานั้น


หญิงสาวไม่คุ้นเคยกับฮอกวอตส์ จึงมักใช้เวลาอยู่คนเดียวในช่วงปีแรกของเธอ ความมั่นใจของเด็กสาวลดลงฮวบอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อคนรอบตัวเธอเพิกเฉย และพยายามควบคุมแพนซี่


จนภายหลังเริ่มหนักข้อขึ้น นักเรียนคนอื่นๆกลั่นแกล้ง และบูลลี่เธออย่างหนัก คู่หมั้นของตนไม่แม้แต่จะเหลียวมองเธอด้วยซ้ำ


เป็นปีที่น่าสังเวชที่สุดสำหรับหล่อน และในวันหยุดฤดูร้อนแพนซี่พยายามอย่างยิ่งในการโน้มน้าวให้พ่อแม่พาเธอออกจากโรงเรียน หากแต่คำว่าเกียรติศักดิ์และทายาทมัลฟอยค้ำคออยู่




ในปีสองที่ฮอกวอตส์

แพนซี่กลัวการกลับไปโรงเรียน เด็กสาวพูดคุยกับพ่อในช่วงฤดูร้อนก่อนเปิดภาคเรียน เผยให้เห็นว่าเธอสนทนากับเขามากกว่าปกติ


หล่อนพูดเกี่ยวกับความไม่มั่นคงและความกลัวของเธอ บิดาเล่าเรื่องของมารดาให้ลูกตนฟังในช่วงแรกที่แม่เข้าฮอกวอตส์ มันเหมือนกับเธอจนน่าประหลาด แต่ภายหลังแม่ของเธอก็ปรับตัวและดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งมันทำให้เธอมั่นใจมากพอที่จะกลับไปโรงเรียนอีกครั้ง


แพนซี่เริ่มเปลี่ยนแปลงตนเอง เธอแกล้งทำเป็นมั่นใจและเข้มแข็ง จนเด็กสาวได้รับความสนใจจากทายาทมัลฟอย ซึ่งชวนเธอเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวัน


เธอกลายเป็นเพื่อนกับกลุ่มของมัลฟอยอย่างสมบูรณ์ทันที ในที่สุดนักเรียนคนอื่นๆก็ไม่กลั่นแกล้งแพนซี่อีกต่อไป


ดูคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเรื่องในปีสองจะดีขึ้น แต่ไม่เลย ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง บางทีมันอาจจะผันแปรตั้งแต่ปีหนึ่งก็ไม่แน่


ไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้ง แต่เป็นเรื่องของคู่หมั้นเธอที่เริ่มตีตัวออกห่างจากเด็กสาว ทว่าก็ยังคงเป็นเพื่อนกัน


นั้นคือความทรงจำทั้งหมดในส่วนที่กลับมา แพนซี่พยายามนึกคิดต่อ แต่คิดต่อเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ซ้ำร้ายยิ่งนึกยิ่งปวดหัว


เปลือกตาบางแนบสนิทลงกับขอบตาล่าง ก่อนจะเข้าสู่ห้วงราตรีในที่สุด


ภายใต้เงาของแสงจันทราที่ส่องผ่านม่านขาวขุ่นมากระทบกับเตียงนอนขนาดคิงไซส์ มีเรือนร่างของอิสตรีกำลังพลิกกายไปมาอยู่หลายครั้งด้วยความไม่สบายตัว


เหงื่อกาฬผุดออกมากระทั่งเปียกชื้นไปทั่วร่างกาย


ห่วงนิมิตที่กำลังเผชิญ ทำให้เด็กสาวทรมานเจียนขาดใจ มือเรียวเล็กทั้งสองข้างปัดป่ายไปด้านหน้า ก่อนจะลดลงคว้าเข้ากับผ้าปูเตียงพลางหอบหายใจหนัก


"เอ...เรีย" กลีบปากบางพึมพำออกมาอย่างไร้สติ โครงคิ้วงามเหนือเปลือกตาขมวดแน่น แพนซี่ส่ายหน้าไปมา ก่อนเบี่ยงดวงหน้าด้านหนึ่งซุกลงกับหมอนนุ่ม "มิวส์..."




เสียงเปียโนบรรเลงประสานพร้อมกับเสียงร้องใสระรื่น

เรือนร่างบางของ 'เพนนี แพลทินัม' ในวัยย่างยี่สิบสองปียืนแอบอยู่หลังเสาใหญ่ มองไปยังหญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็นน้องของตนที่ยืนอยู่กลางเวที กำลังเปล่งเสียงร้องหวานหูด้วยบทเพลงอันไพเราะดุจดั่งเสียงสวรรค์


'เอเรีย แพลทินัม' สวมชุดเดรสยาวเลยเข่าเกาะอกสีกรมท่าเป็นประกายสวยงาม ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบสุข สีนำ้เงินเข้มนั้นขับให้ผิวของหล่อนดูผุดผ่องกระจ่างตา ผมดัดลอนของสตรีตรงหน้าถูกปล่อยยาวถึงกลางหลังให้เข้ากับโครงหน้าเรียว


เพนนีมองน้องสาวของตนที่ส่งเสียงร้องเข้ากับจังหวะดนตรีด้วยเครื่องเล่นสากล


ราวกับนางฟ้า


บันดลนั้นเกิดเสียงฉะฉาวโครงแครดังกึกก้อง


อิสตรีที่แอบส่องสะดุ้งโดยอัตโนมัติพร้อมกับดวงใจกระตุกวูบ เมื่อได้สติ จึงรู้ว่าเสียงดังนั้นมาจากบริเวณหน้าทางเข้า


แรงสั่นสะเทือนทำให้เหล่าบรรดาพนักงานชายหญิงต่างคำรนดังลั่นด้วยความแตกตื่น หญิงสาวได้ยินเสียงกระทบของฝีเท้าหลายคู่พยายามวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดกันอย่างอลหม่าน


ทันใด เสียงระเบิดก็บันลือสนั่นขึ้นอีกระลอก


ทว่าเพนนีไม่ได้คิดหนีตายเหมือนคนอื่นๆ หล่อนตรงปรี่เข้าไปหากนิษฐาอย่างฉับพลัน สองขาเรียววิ่งตรงเข้าไปยังเวทีที่มีหญิงสาวละอ่อนวัยกว่าเธอกำลังทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองสิ่งที่โกลาหล จึงทำได้เพียงนั่งขดอยู่ที่เดิม พลางยกสองมือขึ้นปิดหูที่เริ่มจะได้ยินเสียงอื้ออึง


"เอเรีย!" หญิงสาวตะโกนเรียกสุดเสียง หากแต่ถูกกลบไปด้วยเสียงปืน เมื่อถึงตัวคนน้อง มือเรียวจึงคว้าแขนเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนฉุดกระชากไปหาที่หลบอย่างร้อนรน ถ้าจะหาทางหนีจากที่แห่งนี้โดยออกจากทางเข้าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะหน้าทางเข้าถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้ประสงค์ไม่ดี


"พ—พี่เพนนี"


หญิงสาวทั้งสองวิ่งมาหลบอยู่ที่เธอคิดว่าซ่อนตัวได้ หล่อนรู้ตัวดีว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น


เพราะพวกนั้นต้องการเอาน้องสาวไปเป็นตัวประกัน ให้เธอยอมศิโรราบแก่พวกมัน


ความคิดมากมายไหลเวียนเข้ามาในหัว เพนนีต้องหาทางให้เอเรียน้องของตนหนีออกจากสถานการณ์นี้โดยเร็วที่สุด


ความปลอดภัยของน้องเธอต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ


นัยน์ตาสีอำพันเลื่อนไปหาคนข้างกายที่กำลังสั่นกลัว เปลือกตาบางนั่นปิดลงแน่นพลางร้องไห้ออกมา เพนนีนึกโทษตัวเองที่ทำให้น้องสาวต้องมาตกที่นั่งลำบาก


ขอโทษ


ภายในใจคิดแต่ไม่ได้เอ่ยออกไป


"ทำไงดี ทำไงดี" เสียงพึมพำแผ่วเบาเอ่ยออกมา ฝ่ามือของคนเป็นพี่ยกขึ้นไปจับใบหน้าของน้องสาวให้หันขึ้นมามอง


"ชู่วว" หญิงสาวเอ่ยให้เบาเสียง "ใจเย็นๆ"


"ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะให้ใจเย็น?!" เอเรียโพล่งเสียงดัง


"มองพี่ มองพี่"


นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องเข้าไปยังดวงตาสีเรืองรองของผู้เป็นพี่ "ตั้งสติเข้าไว้" ริมฝีปากเม้มแน่นจนห่อเลือด นัยน์ตาสีนภาหลั่งรินของเหลวใสออกมาเปรอะแก้มใส เอเรียโคลงศีรษะช้าๆ พร้อมยกเรียวมือขึ้นไปสัมผัสมือของพี่แน่น


เพนนีละสายตาออกจากน้องสาว พลางสอดส่องรอบตัว ตอนนี้เธอพึ่งใครไม่ได้แม้แต่ตำรวจก็ไม่อาจไว้ใจ ต้องพึ่งตนเองเท่านั้นในเวลาแบบนี้


ต้องหาทางออก...หลังร้านน่าจะได้ แต่คงมีคนดักรอไว้ ไม่เป็นไรเธอจัดการเอง โชคดีที่ร้านแห่งนี้ไม่ใหญ่มากนัก ทางออกสู่หลังร้านจึงไม่ไกล


พลันโสตประสาทหูรับรู้ถึงเสียงรองเท้าที่กำลังย่ำมาทางนี้ มือบางกำชับแขนน้องสาวแน่น


"อยู่ใกล้ตัวพี่ไว้ แต่ถ้าเกิดการปะทะ ให้ไปหาที่หลบที่ปลอดภัยที่สุด" เพนนีเอ่ย พร้อมควักอะไรบางอย่างจากกระเป๋า ก่อนยื่นมันให้น้อง "เก็บนี้ไว้ใช้เวลาฉุกเฉิน " เอเรียรับมีดสั้นมาไว้กับตัว เธอพอจะใช้มันเป็น ไม่งั้นหล่อนคงไม่มีชีวิตมาจนถึงวันนี้หรอก—


"จำไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าห่วงพี่ วิ่งอย่างไม่ลังเลเพื่อหนีเอาตัวรอดซะ"


หากเธอต้องตาย เพนนีจะไม่ยอมให้เอเรียต้องมาตายไปด้วยกัน


สิ้นประโยคเธอจึงดึงแขนน้องให้เดินตามมา ขาเรียวสองคู่เดินอย่างเงียบสงัด ภายในใจคนน้องเต้นแรงระทึกแทบจะทะลุออกมานอกอก


แน่นอน เธอกลัว แต่ถ้ามีหญิงสาวตรงหน้าเธอก็สบายใจไปอีกเปราะ


เพนนีมองทางยาวเปลี่ยว ปลายสายตาเหลือบเห็นเงาตะคุ่มๆของใครบางคน มันจะไม่เป็นไรเลย หากแต่นั่นเป็นทางที่เธอต้องผ่านไป มือเรียวส่งสัญญาณให้คนข้างหลังหยุด


"ไปหาที่ซ่อน" เอเรียตกใจ แต่ก็พยักหน้ารับโดยดี เมื่อคิดว่าคนน้องหาที่หลบได้แล้ว สายตามองไปยังทางที่ต้องเลี้ยว เธอจัดการได้สบายๆอยู่แล้ว


แต่ครั้งนี้เธอมีเอเรียอยู่ด้วย


มือเล็กกำชับปืนพกแน่น สองขาก้าวยาวไปหลบมุม ทุกอย่างมันเงียบสงบจนดูน่าแปลกประหลาด เธอยกกระบอกปืนขึ้นมาระดับอก ก่อนจะพุ่งออกไปหมายจะยิงจุดสำคัญให้ตายในทีเดียว


ทว่าก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อสิ่งตรงหน้าไม่ใช่คน


มันเป็นหุ่นลองเสื้อธรรมดาๆตัวหนึ่ง


อาจจะฟังดูน่าตลกและโล่งใจ แต่เธอดันสิ่งที่แตกต่างออกไป


...


!?


มันคือกับดัก


ทว่าไม่ทันที่สมองจะประมวลผลอะไร พลันได้ยินเสียงกรีดร้องเรียกชื่อของเธอออกมา


"พี่เพนนี!"


สองขาเรียวเร่งรีบสาวเท้าไปหาต้นเสียงด้วยใจที่เต้นโครมคราม


ขอแค่ปกป้องน้องสาวคนนี้ให้ได้ เธอขอแค่นี้ ได้ไหม...พระเจ้า


"อย่าขยับ" เสียงทุ้มลึกที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามเปล่งออกมาให้ประจักษ์ จะเป็นใครนอกจาก 'โทมัส โรฮาน' ชายหนุ่มร่างสูงนัยน์ตาสีทมิฬ


ฝีเท้าชะงักกึกตามคำสั่ง เมื่อเห็นปืนจ่ออยู่ที่ศีรษะเอเรีย


"ทิ้งอาวุธลงกับพื้น" เพนนีทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เธอค่อยๆย่อตัวปล่อยปืนช้าๆ ก่อนจะเตะมันออกไปไกลให้พ้นรัศมีของการหยิบจับ


ชายตรงหน้ากดยิ้มเหยียด "เด็กน้อย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงกันไหม?" เขาพูดขณะที่ในมือยังคงจ่อปืนไว้ที่หัวของเอเรีย หญิงสาวตรงหน้าเธอกำลังสั่นกลัวจนสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว


มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อขึ้นข้อขาวแดง "เป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากเจอคุณหรอกค่ะ" เสียงแข็งกระด้างเอ่ย ใบหน้ายิ้มเยาะของเขามันน่ารังเกียจเสียจริง


"โอ้ ที่รัก ฉันอุตส่าห์ตามหาตัวเธอมาตลอดเลยนะ ทำไมตอบแบบแร้งนำ้ใจจัง" ชายหนุ่มทำท่าทางเสียใจ


ตลกมากมั้ง


"ฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณตาม" เขาไหวไหล่ไม่สนใจ "ปล่อยน้องสาวฉันไป"


"ก็ต่อเมื่อเธอยอมมากับฉัน"


"ทำไมคุณถึงอยากได้ตัวฉันนัก?" เพนนีไม่เข้าใจทำไมเข้าต้องการตัวเธอด้วย


"เพนนี" โทมัสลากเสียงยานคาง "เธอจำได้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนเก็บเธอมาเลี้ยงจากครอบครัวโสโครกนั่น"


"..."


"เด็กน้อย เธอจะตอบแทนฉันอย่างนี้หรือ?" สิ้นประโยค หญิงสาวตากระตุกวูบ เพราะเขา เขาเป็นคนมอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ


"ม..ไม่ ไม่ พี่เพนนี อย่านะ" เสียงใสขาดห้วงเรียกให้เธอหันไปมอง "หนีไป ทิ้งน้อง ทิ้งน้อง"


หญิงสาวคิดหนัก เธออยากปกป้องน้อง แต่ก็ต้องไปกับเขา แต่ถ้าเธอเห็นแก่ตัวแล้วหนีไป เอเรียก็อาจจะตาย และเพนนีก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าเขาจะไม่มาตามหาตัวเธออีก


ทุกทางเลือกแย่ไปหมด


"พี่ขอโทษเอเรีย" ดวงตาอ่อนแสงผ่อนแรง ไม่สนเสียงประท้วงของน้องสาว เธอเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองเขา "ก็ได้ ฉันจะยอมไปกับคุณ"


โทมัสฉีกยิ้มกว้าง "เด็กดี" ชายหนุ่มเคลื่อนศีรษะไปข้างหลัง "จับตัวเธอไป" ในขณะเดียวกันเพนนีก็กระพริบตาข้างหนึ่งคล้ายกับส่งสัญญาณบางอย่าง เอเรียที่เห็นดังนั้นจึงเข้าใจในทันที


ชายร่างบึกบึนสองคนเดินออกมาตามคำสั่งของผู้เป็นนาย พวกเขาจับตัวเอเรียพาออกไป โทมัสกวักมือเรียกให้เพนนีเข้าไปหา หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย


มือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาจับผมของเธอที่มัดขึ้นเป็นมวยกลม ก่อนจะดึงมีดสั้นเล่มคมออกมา เขายกยิ้มและชูมันมาให้เธอดู "ฉันรู้จักนิสัยเธอดี"


เธอกดยิ้มมุมปากให้โค้งขึ้น "และฉันก็รู้จักนิสัยคุณดีเช่นกัน" เพนนีดีดนิ้วดังเปาะเป็นสัญญาณ หล่อนก้มตัวลงปัดขาของโทมัสให้ล้มกระแทกพื้น มือบางแย่งกระบอกปืนออกมาจากเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะยิงเข้าไปที่กลางหัวของชายหนุ่ม


แต่ทว่าชายหนุ่มกับหมุนตัวกลับทัน แล้วรีบดีดตัวขึ้นจากพื้นลายหินอ่อน "แสบนักนะ" โทมัสพูดผ่านลอดไรฟัน "ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเธอไม่มีทางยอมไปด้วยง่ายๆแน่" ชายหนุ่มเคลื่อนหางตาไปเหล่มองตัวประกัน...ที่กำลังใช้มีดปักคอลูกน้องของตน


เขาประเมินค่าของน้องสาวเพนนีผิดไป


ปัง!


เพนนียกปืนขึ้นมายิงจุดตายแต่โดนแค่แขนเท่านั่น "ไม่ใช่คุณเป็นคนสอนฉันเองหรือ ว่าเวลาอยู่หน้าคู่ต่อสู้อย่าสนใจสิ่งรอบข้าง" ตอนนี้เธอได้เปรียบมากกว่าเขาเห็นๆ


โทมัสสบถคำหยาบอยู่ในใจอย่างหงุดหงิด "เปลี่ยนแผน จัดการฆ่าน้องสาวซะ" ชายหนุ่มพูดผ่านเครื่องสื่อสาร เพนนีตาเบิกกว้างที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปหาน้อง "เอเรียหนีเร็วเข้า!"


"ใครกันนะ ที่บอกว่าเวลาอยู่หน้าคู่ต่อสู้อย่าสนใจสิ่งรอบข้าง" เพนนีไม่สนใจเสียงเยาะเย้ยข้างหลัง


เจ้าของชื่อหันมามองพี่สาวตนที่ตะโกนเรียก แต่เธอไม่ได้สนใจประโยคก่อนหน้า หญิงสาวเหลือบเห็นชายร่างสูงคนนั้นกำลังจ่อปืนมาที่เพนนี สายตาควานหาอาวุธ ก่อนจะสะดุดกับปืนในมือของชายคนที่ตนเพิ่งฆ่าไป


...ต้องไปหยิบปืน


เอเรียมาดหมายกับตนเอง ไม่ทันที่เรียวเท้างามภายใต้รองเท้าส้นสูงคู่สง่าจะก้าวออกไป ปลายกระสุนสีทองเหลืองก็พุ่งใส่ทะลุเนื้อผ้าเข้าท้องงามของหล่อนจนมิด


"อึก!" เธอส่งเสียงร้องทรมานออกมา ก่อนล้มลงไปกับพื้นอันเย็นเยียบ เพราะไม่อาจต้านแรงกระสุน


หญิงสาวรีบยกมืออีกข้างกดมันเอาไว้ โลหิตสีชาดไหลทะลักออกมาจากแผล ใบหน้าซีดเผือดเงยขึ้นกวาดสายตามอง เธอสังเกตเห็นว่าพี่สาวของตนก็ถูกยิงเช่นกัน...


"เอเรีย!" หัวใจของเธอพลันร่วงดิ่งวูบกะทันหัน ไม่สนความปวดแสบปวดร้อนที่เกิดขึ้นที่แขน ความเจ็บร้าวที่ต้องสูญเสียน้องสาวไปกำลังลุกลามอยู่ในกายอย่างบ้าคลั่งราวกับไฟป่าที่กำลังเผาไหม้ความรู้สึกและสติทั้งหมด


แล้วคลื่นอารมณ์ก็ซัดจนตัวเธอมิด เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายกำลังส่งเสียงคำรามอย่างเดือดดาล


เพนนีอุ้มร่างของเอเรียขึ้นมาก่อนจะรีบพาไปที่ปลอดภัยเพื่อหลบซ่อน หญิงสาวหันกลับไปหาชายผู้ออกคำสั่ง อากาศที่หายใจออกมาในแต่ละครั้งอัดแน่นไปด้วยแรงแค้น


ต้องฆ่ามัน




[   https://youtu.be/b-Rw7JPuXjg   ]

(เพลงเพื่ออรรถรส)


"เอเรีย!" นัยน์ตากลมเบิกโพลง วินาทีนั้น หญิงสาวรีบเร่งฝีเท้าไปหาคนที่นั่งอยู่ที่พื้น


ยามนี้หล่อนไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองหรือสิ่งอื่นใด นอกเสียจากความหวาดกลัวที่บุกเข้ามากัดกร่อนดวงใจน้อยๆของตน


"ทุกอย่างจบแล้ว ไม่ต้องห่วง"


"พี่...เพนนี" เสียงแหบแห้งของนางเปล่งออกมาบีบรัดหัวใจของเธอ เอเรียเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดสุดพรรณาที่บริเวณช่องท้อง


นางว่านางคงไม่รอด...


"เอเรีย...น้องพี่อดทนไว้ อย่าหลับนะ" เธอกล่าวพร้อมฉีกเสื้อผ้าของตนออก ก่อนจะกดไม่ให้ของเหลวสีสดไหลออกมามากเกินไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ


"พี่จะพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"


หญิงสาวจับประคองเรียวแขนอันสั่นเทา ในนาทีนี้ถ้าเธอสามารถอุ้มน้องสาวได้คงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่เธอไม่มีแรงแล้ว


"ไม่—ไม่" เอเรียผละมืออกจากบาดแผล ยื่นไปจับเข้าที่มือบางของภคินีคนโตแล้วกระชับแน่น "ทิ้งน้องไว้ น้องว่าน้องไม่น่ารอด"


"..." เพนนีชะงักค้าง ก่อนสบตาอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาพร่าเลือน


เลือดสีสดหลั่งรินเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นเงาจนแยกไม่ออกว่าอันไหนของเธอหรือของน้องกันแน่


"ไม่ เธอต้องรอดสิ" เอเรียสั่นศีรษะเบาๆเชิงปฏิเสธ


"น้อง...น้องเหนื่อยแล้ว"


"..."


"ตอนนี้น้องต้องการพักผ่อน"


"เอเรีย...มิวส์ มิวส์จะไม่อยู่กับพี่แล้วหรอ" เพนนีเอ่ยชื่อเล่นที่ตนเป็นผู้ตั้งให้น้องสาว น้ำตาแห่งความปวดใจไหลทะลักออกมาเหมือนทำนบแตกอย่างอดกลั้นไม่ไหว


เธอปกป้องน้องไว้ไม่ได้อีกแล้ว เหมือนกับน้องคนอื่นๆ


ถ้อยคำจากพี่สาวเพียงประโยคเดียว ก็คล้ายกับมีก้อนสะอื้นขนาดใหญ่ขึ้นมาจุกตันที่ลำคอ


"นิกซ์..." ริมฝีปากบางขบเม้มหากันแน่น


"น้องขอโทษ"


"ไม่ เอเรียไม่ผิด พี่ต่างหากที่ผิด พี่ไม่น่าเลย...." เพนนีเอ่ยทั้งนำ้ตา "ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ" มือเรียวของเอเรียที่เริ่มซีดเซียวเลื่อนไปประคองใบหน้าพี่สาว พลางปาดของเหลวใสออกจากขอบตาช้าๆ


"ไม่เป็นไร พี่ไม่ผิด ไม่มีใครผิด" หญิงสาวซุกดวงหน้าลงกับมือน้องสาว


"น้องต้องไปแล้ว..."


"ขอร้องอย่าไปได้ไหม?"


"ไม่ได้ พวกเขาเรียกเอเรียแล้ว"


หญิงสาวหันศีรษะเนิบนาบไปตรงทางที่มีหลอดไฟกะพริบติดๆดับๆน่าวังเวง ราวกับหล่อนเห็นอะไรบางอย่าง แต่เพนนีกลับไม่เห็นอะไรเลยนอกเสียจากทางเดินเปล่าเปลี่ยว


น้องสาวเธอเห็นอะไร...?


"พวกเขาบอกว่า มันไม่ใช่ความผิดพี่นะที่เป็นแบบนี้" หญิงตรงหน้าเอ่ย "แล้วก็ไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะว่าพี่เสียสละมามากพอแล้ว


"พวกเขา บอกว่าอยากให้พี่มีชีวิตที่ดีกว่านี้"


เอเรียขยับริมฝีปากแตกตามคำบอกที่ส่งมายังตน น้ำตารินไหลเป็นสายน้ำอีกครั้งด้วยความโหยหา


เธอเจอพวกเขาแล้ว...แม้จะมาในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก


"โดยการที่ให้พี่ตาย เพื่อจะได้รับชีวิตใหม่" หญิงสาวเสียงสั่นขณะเอ่ย "ที่ดีกว่าเดิม"


"ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่ ว่าจะมีชีวิตใหม่หรือจะใช้ชีวิตเฮงซวยนี่"


สมองอันชาญฉลาดประมวลผลจากคำพูดของน้องอยู่ชั่วครู่ก็เข้าใจในทันที ถ้าเธอตายจะได้ไปใช้ชีวิตใหม่ที่ดี แต่ถ้าเธอเลือกใช้ชีวิตนี่ต่อคงโสโครกมาก


ไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองเปล่าๆ ใครจะไม่เลือกชีวิตใหม่ล่ะ


"ตกลง" เพนนีพยักหน้าตอบรับอย่างมั่นคง


"ทุกอย่างเป็นอันเสร็จสิ้น" เอเรียกล่าวเสียงเรียบ ก่อนหันมาหาพี่สาวอีกครั้งเมื่อพวกเขาหายไปแล้ว


"แล้วเธอได้ไปด้วยหรือเปล่า" เพนนีเอ่ยถาม คนถูกที่ถามหลับตาส่ายหัวไปมา นัยน์ตาอ่อนแสงผ่อนแรงลง


เพนนีว่าเธอไม่ควรได้รับโอกาสนี้ด้วยซ้ำ...


"เอาล่ะ พี่จะเลือกตายยังไง" หญิงสาวขบคิดในหัว


"งั้น...ให้น้องฆ่าพี่ พี่ฆ่าน้อง" พลันเสียงกรีดร้องแผ่วๆดังขึ้น "เร็วๆเถอะ น้องจะไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวพยักหน้า ก่อนเอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกสั้นแล้วเคลื่อนไปจ่อที่กลางหัวน้องสาว เฉกเช่นเดียวกับเอเรียที่เลื่อนมีดคมไปประทับอยู่ที่คอพี่สาว


"พร้อมนะ?" กนิษฐาครางอื้ออึงตอบกลับ


"3"


"2—"


"น้องรักพี่นะ นิกซ์" นำ้ตาที่แห้งเหือดกลับมาไหลอีกครั้ง เธอยกยิ้มอย่างมีความสุข


ในที่สุดเธอก็จะได้พักผ่อน...


"พี่ก็รักน้อง มิวส์" เพนนียกยิ้มมุมปากด้วยความจริงใจอย่างสุดซึ้งในทรวงอก


"1"





ทุกสรรพสิ่งแน่นิ่ง มีเพียงสองสาวที่ไร้ลมหายใจ





——+——





| Rewrite | ครั้งที่1 — 4/6/63

Discombobulate (n.): (ดิสคัมบอบ'ยะเลท) หมายถึง ทำให้ยุ่ง, ก่อกวน, สับสน

ขอขอบคุณ ผู้ช่วยตรวจคำผิด: K. นามสมมติ

สาระ (วิกิพีเดีย)

นิกซ์ หรือ นุกซ์ (อังกฤษ: Nyx; กรีกโบราณ: Νύξ, นุกซ์; ละติน: Nox แปลว่า กลางคืน) เป็นหนึ่งในเทพดั้งเดิม (protogenoi)ในเทพปกรณัมกรีก นิกซ์เป็นเทพีแห่งราตรีซึ่งเกิดจากเคออสและเป็นคู่ของเอเรบัส (ความมืด) นิกซ์เป็นมารดาของเทพตัวแทนปรากฎการณ์ธรรมชาติ อีกหลายองค์ ซึ่งรวมถึงทานาทอส (ความตาย) และฮิปนอส (นิทรา) มีรูปลักษณ์เป็นหญิงสาวผู้งดงามและทรงอำนาจ

มิวส์ (อังกฤษ: Muses) เป็นเทพธิดาผู้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่กวี เป็นผู้ขับร้องบทเพลงแสนไพเราะที่แม้เทพเจ้าก็ต้องเงี่ยโสตสดับฟัง พวกนางเป็นธิดาของซุสกับนิโมซิเน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 347 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

139 ความคิดเห็น

  1. #118 thanyaporn8968 (@thanyaporn8968) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 19:51

    มันจี๊ดๆที่ใจ
    #118
    0
  2. #117 PB4515 (@PB4515) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 15:01
    รีไรท์แล้ววว ดีมากเลยค่ะ มันจี๊ดๆหัวใจ เมื่อรู้สาเหตุการตาาแล้วมาโลกนี้ สู้ๆค่ะ รออยู่
    #117
    0
  3. #71 704snp (@704snp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 21:56
    รอติดตามค่ะ สู้ๆนะคะ💗💗💗
    #71
    0
  4. #12 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:38
    พล็อตเรื่องน่าสนใจดี อยากรู้ว่าน้องจะคู่กับใครแล้วสิ ขอให้น้องได้ถอนหมั้นกับเดรโกสำเร็จด้วยเถอะ ดีกว่าอยู่ให้อีกฝ่ายเมินใส่ แต่จากตอนที่แล้วพอน้องจะขอถอนหมั้นเดรโกกลับเป็นฝ่ายรู้สึกแย่ซะเอง อยากอ่านต่อไปแล้วสิ คำว่า "เคร่งขรึม", "กะพริบ" เขียนแบบน๊า สู้ๆค่ะ ไรท์ มาอัปต่อไวๆนะคะ
    #12
    0
  5. #10 Mi55.PP (@piery) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 13:32
    หายไวๆนะคะไรต์ จะรอติดตามนะคะ
    #10
    0
  6. #9 @TENSIC (@Anfada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 13:28
    หายไวๆนะคะไรท์ ดูแลสุขภาพด้วยน้าาาา :)
    #9
    0