Do not crazy อย่ามาซ่า...เดี๋ยวป๋าจับกด

ตอนที่ 4 : Do not crazy>>3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62

Do not crazy >> 3





ป้าบ !!!

“มึงทำแบบนี้หมายความว่าไงวะ !!”

ผมวางกระดาษเจ้าปัญหาลงบนโต๊ะที่อีกคนกำลังนั่งอยู่อย่างแรงจนมันที่สนใจแต่โทรศัพท์ต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ตอนนี้ผมกลายเป็นจุดเด่นของคนทั้งคณะวิศวะไปแล้วครับ

“ทำอะไร ?”

“กูถามมึงไม่ใช่ให้มึงมาถามกลับ แหกตาดูแล้วก็อธิบายมาว่าทำแบบนี้ทำไม !”

“หึ”

มันแสยะยิ้มก่อนจะลุกจากเก้าอี้มาประจันหน้ากับผม ยอมรับว่ายิ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้มันก็ยิ่งดูหล่อกว่าเดิมมาก แถมตัวก็หอมมากๆ ด้วย แล้วทำไมกูต้องเดินถอยหลังด้วยวะ

“เฮ้ย !.....เกิดอะไรขึ้นวะมึง”

ผมได้ยินเสียงซีซ่าร์กระซิบถามไอ้เตอร์ที่วิ่งตามผมมาด้วยหลังจากที่เห็นกระดาษที่ติดประกาศไปทั่วคณะของผม ไอ้เตอร์ยื่นประกาศแผ่นนั้นให้มันไปอ่านก่อนที่ซีซ่าร์จะทำตาโตแล้วมองมาที่พวกผมสองคน

“ประกาศ !! บุคคลในรูปเป็นแฟนผม ถ้าใครไม่อยากตายห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด หวังว่าจะเชื่อกันนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจากสิงโต...นี่มันรูปคริสนี่หว่า”

“ก็ใช่ไง ไม่งั้นมันจะวิ่งหน้าตั้งมาที่คณะมึงแบบนี้หรอ”

“เชี้ยสิงมึงทำจริงดิ.....กูว่าเราไปบอกพี่คูเปอร์ดีกว่าว่ะ”

พวกมันสองตัววิ่งเข้าไปในตึกแล้วปล่อยให้ผมกับไอ้สูงหล่อนี่ยืนประจันหน้ากันต่อท่ามกลางสายตาของชาวคณะ นี่กูก็เริ่มอายแล้วนะ

“มึงตอบกูมาสิวะ !”

แต่ถึงจะอายกูก็อยากรู้เหตุผลเว้ย !

“ก็ตามนั้นแหละ”

“แต่กูไม่ใช่แฟนมึง จะมาพูดอะไรหมา ๆ แบบนี้ไม่ได้ !! แล้วอีกอย่างกูก็ไม่ได้ชอบผู้ชายเว้ย!!”

“ก็กำลังจะเป็นไง แล้วเดี๋ยวก็ชอบเอง”

“ห๊ะ 0_0 .....อุ๊บ !!!”

พระเจ้าช่วยกล้วยตานีปลายหวีเหี่ยว นี่มันเรื่องอะไรกันวะทำไมอยู่ดี ๆ กูถึงโดนมันจูบ เฮ้ย !! กูกำลังโดนจูบบบบบบบบบบบบบบบบบบ !!

สิงโตคว้าต้นคอผมแล้วประกบปากลงมาทันที ตอนนี้บอกเลยว่า อึ้ง ทึ่ง เสียวมากครับ ท่ามกลางสายตามวลชนทั้งคณะที่มุงดูอย่างตกใจ พวกมึงจะตกใจทำไม คนที่ควรตกใจมันกูม้ายยยยยย

“ผมว่า....พี่มาไม่ทันห้ามแล้วละครับ”

ซีซ่าร์พูดก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง คูเปอร์และวอลเตอร์เองก็ยืนอึ้งไม่แพ้กัน

“ไอ้เหี้ย !!!!!!!!!!!!”

ผลั๊วะ !!!

หลังจากที่ผลักมันออกมาได้ผมก็จัดการเสยหมัดเข้าที่ปลายคางมันทันที กูจะเอาให้แม่งฟันร่วงทั้งแผงกินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่ายหายใจสะดุดตุ๊ดเมินเลยไอ้เวร !

“มึงอยากตายใช่มั้ยห๊ะ !!”

“พอแล้วคริส !!”

ผมกำลังจะส่งหมัดที่สองเข้าไปที่เบ้าตาขวาของมันแต่เฮียก็ดันวิ่งเข้ามาห้ามซะก่อน ไอ้เตอร์กับซีซาร์ก็ไปช่วยพยุงไอ้ตัวต้นเหตุให้ลุกขึ้น ผมเองก็ดิ้นหวังจะให้หลุดจากมือเฮีย แต่เฮียแม่งแรงเยอะว่ะ

“ปล่อยนะเฮีย กูจะฆ่ามัน ไอ้เหี้ย ! มึงทำกับกูแบบนี้ได้ยังไง มึงต้องตาย ตายสถานเดียว ปล่อยกูเว้ย !!!”

“คริส!! หยุด !!!”

ผมหุบปากทันทีที่เฮียตะโกนใส่หน้า เคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่าเฮียจะเป็นคนจริงจังมากถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผม แล้วตอนเฮียโมโหก็น่ากลัวมากจะบอกให้ เพราะงั้นไอ้คริสขอเงียบไว้ก่อนดีกว่า

“วอลเตอร์เอามันไปเก็บที”

เฮียส่งผมให้ไอ้เตอร์จับตัวไว้ แล้วเพื่อนผมแม่งก็น้ำใจงามยื่นมือมารับด้วยความเต็มใจเช่นกันครับ กลัวโดนลูกหลงนะสิมึง

“สิงโต กูถามจริงนะ มึงชอบน้องกูหรอ”

“ฮะ....เฮ้ย !!!”

ไอ้เฮียคร้าบ มึงไปถามมันแบบนั้นได้ยังไง แล้วแบบ....ที่ถามนี่ก็ต่อหน้าคนทั้งคณะมึงเลยนะเว้ย โอ๊ย !! กูอ๊ายยยยยยยยยยย

“เอาจริง ๆ มั้ยพี่....ผมแค่แกล้งเล่น”

ผลั๊วะ !!!

เฮีย ตะ..ตะ...ต่อยมันอ่ะ นี่มึงเล่นแรงอยู่นะครับเฮียเปอร์ มันยังไม่ได้ทำอะไรมึงเลยนะ

“น้องกูไม่ใช่ของเล่นของใคร ถ้ามึงชอบมันก็จีบแต่ถ้าไม่ชอบก็ถอย เพราะกูจะไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องกูแน่ อีกอย่างกูเชื่อว่ามึงไม่ใช่คนแบบนั้นนะสิง ลูกผู้ชายเขาเล่นกันแบบแมน ๆ รักใครชอบใครก็พูดมันตรง ๆ มึงเข้าใจที่กูพูดป่ะ”

“….เข้าใจครับ”

มันพยักหน้ารับ และมีสีหน้าจริงจังขึ้น

“กูไม่ถือเรื่องพวกนี้หรอกนะถ้ามึงจะจริงจัง แต่ถ้ามึงทำเป็นเล่น......กูก็จะเล่นมึงถึงตาย”

“หึ”

เอาจริงนะ ผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องที่เฮียแกพูดเท่าไหร่หรอก คือมันแบบคลุมเครืออะครับ เฮียเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างแต่เก็บไว้ ส่วนอีกคนก็....อย่าให้พูดเลย ต่อให้ตายกูก็อ่านใจมันไม่ออกหรอก แล้วแบบนี้ตกลงมันยังไงกันแน่วะ

ผมมองหน้าเฮียเปอร์สลับไปมากับสิงโต จนในที่สุดไอ้เทพบุตรสุดหล่อมันก็หันหน้ามาเผชิญกับผม สายตาเจ้าเล่ห์บวกรอยยิ้มมุมปากทำให้รู้สึกถึงลางสังเห่า เอ้ย ลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่เลยว่ะ

“งั้นจากนี้ไปกูจะจีบมึง...คริส”

“O[   ]O !!!”

กูว่าแล้วไง ลางสังหรณ์กูไม่ผิดแน่ อึ้งแดกสิมึง ปากแม่งก็อ้าค้างแบบหุบไม่ลงเลยทีเดียว นี่มันอะไรก๊านนนนนนนนน วอท แฮป เพ็นด์ เกิดอะไรขึ้นนนนนนนนนนนนน


.
.
.
.
.

“เชี้ยคริส หน้ามึงอย่างโทรมอ่ะเพื่อน”

“ไม่โทรมสิแปลก ก็บอกแล้วว่ามันเล่นมึงดังแน่ แต่ในแง่ไหนนี่กูไม่รู้ หึ แต่ดูท่าแล้วมันก็ในแง่ที่ไม่ดีเท่าไหร่อะนะ”

“หุบปากเลยเชี้ยฟรานซ์ !”

เพราะวันนี้ไอ้เตอร์มันจะเข้าเรียนช่วงบ่ายผมก็เลยต้องหอบตัวเองมานั่งระบายอยู่ที่คณะไอ้นิวมันครับ แต่ไม่คิดว่าจะเจอเชี้ยฟรานซ์ที่ไม่เคยรู้จักกันแต่ดันสนิทในชั่วข้ามคืน มันเป็นคนนิ่ง ๆ นะ แต่พูดทีก็เจ็บอ่ะ

“ข่าวมึงแม่งรั่วไปทั่วมหาลัยอ่ะคริส นี่กูแค่เดินผ่านนะแต่รู้สึกว่ากระแสจะมาแรงกว่าคู่ณเดชน์กับญาญ่าซะอีกอ่ะมึง”

“พอเหอะนิว แค่นี้กูยังช็อคไม่พอรึไง เพื่อนมึงแม่งเมายามาป่ะวะฟรานซ์ มันกล้าพูดแบบนั้นต่อหน้าคนเป็นร้อยได้ยังไง แล้วมันยังจู......เออ นั่นแหละ มันจะรู้มั้ยว่าทำให้กูแทบจะเอาปีบคลุมหัวมาเรียนอยู่แล้ว”

“หึหึ มันทำได้ถ้าอยากทำไม่เห็นต้องเมายานี่หว่า มึงเองแหละหาเรื่องใส่ตัวไม่ยอมลงให้มันเอง จุกมั้ยล่ะทีนี้”

เออ จุกจนพูดไม่ออกเลย แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีแหละ วันนั้นมันประกาศซะทั่วว่าจะจีบผมแต่วันต่อมามันก็ไม่เห็นจะทำอะไร นี่ก็ผ่านมาจะเป็นอาทิตย์อยู่แล้วแม่งก็เงียบหาย เฮ้ย ! อย่ามองผมแบบนั้น ผมไม่ได้รออะไรหรอกนะ ก็แค่สงสัยว่าที่มันทำไปทั้งหมดเนี่ยเพื่ออะไรกันแน่ แกล้งให้กูอายงั้นเหรอ ?? อืม ถ้าเป็นเหตุผลข้อนี้ละก็....มึงทำสำเร็จแล้วล่ะ เพราะยางในหน้ากูเพิ่มขึ้นเยอะเลย

“อ้าว เจอกันอีกแล้ว แหม มึงนี่ดังใหญ่แล้วนะเว้ย ชื่อเสียงกระฉ่อนทั่วมหาลัยเลย”

“=_=”

กูไม่อยากเห็นหน้ามึงจริง ๆ เลยว่ะปีแอร์

“อย่าทำหน้างั้นดิ ไม่ดีใจที่เห็นกูหรอวะ”

“มันน่าดีใจตรงไหน”

“เอ้า ได้เห็นคนหล่อแบบกูเนี่ยก็ต้องดีใจเป็นธรรมดาแหละ”

เหตุผลควาย ๆ มากมึง

“แล้วแฟนมึงอ่ะ”

“ไปตายป่ะปีแอร์”

“555 คริสใจร้ายว่ะ กูอุตส่าห์ถามดี ๆ”

นี่ล่ะเหตุผลที่กูไม่อยากเจอหน้ามึง ทำไมชีวิตถึงเฮงซวยแบบนี้วะ

“ไอ้ปีมึงนี่โดดเรียนเป็นว่าเล่นเลยนะ ถ้าจบไปกูคงไม่กล้าเข้าไปถอนฟันในคลินิกมึงหรอก เดี๋ยวแม่งถอนผิดปากกูคงเยิน

“ไอ้นิว กูไม่มีเรียนเหอะครับ มึงนี่ก็ว่าให้กูจั้ง เด็กดีขยันเรียนอย่างกูไม่คิดจะโดดหรอกถ้าไม่จำเป็น”

“หรา”

ไอ้นิวเบะปากอย่างหมั่นไส้ส่วนคนถูกว่าก็นั่งยิ้มไม่สะเทือนตับแม้แต่นิด ถ้าใช้คำว่าหน้าด้านมันคงไม่เกินไปหรอกใช่มั้ย

“เออพวกมึง อาทิตย์หน้าจะมีงานของมหาลัยนี่หว่า คณะพวกมึงจัดซุ้มไรกันวะ”

“ศิลปกรรมมันคงจะมีไม่กี่อย่างหรอกมึง อย่างมากก็ตั้งวงดนตรีร้องเพลงรับบริจาคไรงี้ ของมึงอ่ะคริส”

“ไม่รู้ดิ รู้สึกจะเพ้นท์เสื้อขายแหละมั้ง เห็นไอ้ไมล์มันบอกมาแบบนั้น กูก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่”

ผมตอบไอ้ฟรานซ์ที่หันมาถาม ส่วนไอ้นิวนะเหรอไม่รู้หายไปไหนแล้วครับ เมื่อกี้ยังนั่งอยู่ตรงนี้นี่หว่า

“ไอ้คริส สไมล์โทรมาบอกว่าให้ไปประชุมที่คณะอ่ะมึง แล้วนี่ปิดเครื่องหรอวะทำไมมันโทรไม่ติด”

อ้าว หนีไปคุยโทรศัพท์หรอกหรอ

“ไม่ได้ปิดนี่ อ้อ กูคงลืมไว้ที่บ้านอะมึงไม่ได้เอามาด้วย งั้นกูไปก่อนนะเดี๋ยวเชี้ยไมล์แม่งวีนกูอีก ไอ้เตอร์ก็ยังไม่มาซะด้วยไม่มีคนช่วยรับมือ”

“เออ ๆ รีบไปเลยอย่าให้เจ๊แกเข้าโหมดดาร์ก 555”

ปีแอร์หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เพราะมันกับสไมล์ชอบทะเลาะกันบ่อย ๆ จนเห็นไส้เห็นพุงและรู้ว่าควรเอาอารมณ์ไหนเข้าสู้ ก็ดีนะ ที่พวกมันไม่ฆ่ากันตายซะก่อน
.
.
.
.
.
.
.
“เชี้ยคริส !! มึงไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมาห๊ะ ! รู้มั้ยว่ากูโทรหามึงไม่รู้กี่สายแล้ว ถ้ามีโทรศัพท์เอาไว้เฝ้าบ้านก็อย่าซื้อมาให้เปลืองตังค์เชี้ยนี่”

ดูสิครับ ผมยังไม่ทันได้ก้าวเข้ามาในคณะอย่างเต็มตัวก็โดนแม่เทศนาซะชุดใหญ่ นี่กูดูเหมือนลูกมึงมากหรอสไมล์

“เออ กูลืมนี่หว่า แล้วนี่มีอะไร จะคุยเรื่องงานมหาลัยหรอ”

“ก็เออดิ มานั่งดี ๆ เลย เขารอมึงอยู่คนเดียวเนี่ย”

“โหย มากไปเหอะ เชี้ยเตอร์แม่งก็ยังไม่มาเลย”

“มันบอกมึงว่าจะมาตอนบ่ายใช่มั้ย แล้วนี่ก็พึ่งจะเที่ยงมึงคงจะเห็นหน้ามันหรอกสัส !”

เต็มหน้ากูเลย โอ๊ย ! กูเริ่มจะคิดว่ามึงเป็นผู้ชายขึ้นทุกวันแล้วนะ ช่วยทำหน้าที่ของผู้หญิงให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะ กูเสียดายหนังหน้ามึงจริง ๆ ว่ะ

“เออ ๆ รู้แล้วน่า เอาเลยดิ จะคุยก็รีบ ๆ คุย กูยังไม่ได้แดกข้าวเลย หิวแล้วเนี่ย”

“โอเค งั้นก็เริ่มคุยกันเลยดีกว่า เอาเป็นว่าใครจะเสนออะไรก็ออกความเห็นได้ตามสบาย นะ งานนี้ปีสามรับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับซุ้มส่วนน้องปีหนึ่งกับปีสองเขาก็มีหน้าที่อื่นต้องทำไม่มีเกี่ยวโยงกันเท่าไหร่ เข้าใจนะ โอเค ที่กูจะเสนอก็คือเรื่องซุ้มนี่แหละที่คิด ๆ ไว้คืออยากจะเพ้นท์เสื้อขาย พวกมึงว่าไง ?”

แล้วก็เกิดเสียงพูดคุยกันขึ้นท่ามกลางความเห็นที่ตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้างของแต่ละคน ผมเองก็แอบเห็นด้วยนะเพราะเราสามารถใส่จินตนาการลงไปในเสื้อที่เราทำได้ด้วย อีกอย่างถือว่าใช้ฝีมือของตัวเองให้เกิดประโยชน์

“กูว่ามันก็ดีนะแต่เราควรจะทำอะไรให้ดึงดูดกว่านี้มั้ย อย่างเช่นมีเกมหน้าซุ้มอะไรแบบนี้อ่ะ เรียกลูกค้าไงมึง”

“เออ นั่นดิ ใครคิดเหมือนอิงมันบ้าง”

แล้วทุกคนก็ยกมือขึ้นอย่าสมานฉันท์ ทุกคนต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความคิดนี้ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยเหมือนกัน

“ถ้างั้นก็โอเค เราจะจัดให้มีเกมหน้าซุ้มเพื่อเป็นการเรียกลูกค้า แล้วทีนี้จะใช้เกมอะไรล่ะ”

“กูว่าเอาเป็นเกมง่าย ๆ อย่างตอบคำถามแจกรางวัลอะไรแบบนี้มั้ย เพราะงานนี้ไม่ได้มีแค่คนภายในมหาลัยเรานี่ มีมหาลัยอื่นแล้วก็ประชาชนทั่วไปเข้ามาดูด้วย แบบตอบคำถามง่าย ๆ แจกเสื้อเพ้นท์หรือตอบคำถามชิงส่วนลดก็น่าจะดีนะกูว่า”

ผมเสนอในสิ่งที่ตัวเองคิด เพราะในเมื่อจะโปรโมทร้านก็น่าจะใช้ส่วนลดเป็นตัวล่อ หรือบางครั้งก็แจกเสื้อไปเลยคนเขาจะได้เข้าร้านกันเยอะ ๆ ไงครับ

“ใครเห็นด้วยอย่างที่คริสมันบอกบ้าง”

แล้วทุกคนก็ยกมือขึ้น บอกได้ว่าความคิดของผมเป็นเอกฉันท์

“ถ้างั้นทั้งหมดเราจะเอาแบบนี้นะ ส่วนเรื่องงบประมาณจะใช้ทุนสำรองที่ทางคณะให้มาก่อนถ้าไม่พอยังไงจะเรียกเก็บเป็นรายบุคคลนะจ๊ะ โอเค วันนี่สรุปได้แล้ว เพราะงั้นเราจะเริ่มจัดงานกันเย็นนี้นะ อุปกรณ์กูจะเป็นคนไปซื้อกับไอ้อิง ไอ้ริว แล้วก็ไอ้มิ้นท์เองส่วนเรื่องซุ้มคิดว่าพวกผู้ชายน่าจะจัดการกันได้ คนที่เหลือก็ช่วยเรื่องรายละเอียดแล้วกัน เพราะงั้นตอนนี้ก็แยกย้ายกันได้”





สรุปวันนี้อาจารย์อนุญาตให้พวกเราใช้เวลาเรียนภาคบ่ายในการจัดงานได้ครับ รวมเสาร์-อาทิตย์แล้วงานก็น่าจะเสร็จ ผมเดินตามพวกผู้ชายไปดูสถานที่ซึ่งเราได้ที่ในบริเวณริมถนนใหญ่ของมหาลัยหน้าคณะเรานี่เอง ดีหน่อยที่ไม่ต้องขนย้ายอะไรไกล ๆ ไม่งั้นคงต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก กูยิ่งขี้เกียจอยู่ด้วย อุ้ย ! คิดดังไปหน่อย รู้หมดเลยสิครับเนี่ย 555

“มีอะไรให้กูช่วยป่าววะ”

“อ้าว มาแล้วหรอมึง”

“เออ โทษที เมื่อเช้าตื่นสายว่ะ คิดว่าคงมาไม่ทันแน่ก็เลยไม่เข้าอ่ะ”

“อือ ตอนนี้ก็จัดซุ้มไปก่อนแหละมึง คงต้องใช้แรงงานผู้ชายซะส่วนใหญ่ มึงตัวสูงก็ไปกางเต้นท์เลยไป เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ”

“ห้ามอู้นะมึง”

“เชี้ย กูไม่ใช่มึงเหอะเตอร์”

ผมว่ามันก่อนจะเดินมาเข้าห้องน้ำที่หลังตึก ตอนนี้คณะอื่น ๆ ก็เริ่มมาจัดซุ้มกันบ้างแล้วครับ รู้สึกว่าพวกคณะทันตแพทย์ของปีแอร์ก็ได้บริเวณใกล้ ๆ กับพวกผมด้วยนะ

“555 งั้นสิงก็จะทำซุ้มร่วมกับของศิลปกรรมอะดิ”

“อืม คงงั้นแหละ”

“อย่าลืมแวะมาที่ซุ้มสถาปัตย์ด้วยแล้วกันนะ”

“ถ้าว่างก็จะแวะไป”

เสียงบทสนทนาข้างต้นทำให้ผมหยุดเดินแล้วเงี่ยหูฟัง คือไม่ใช่พวกสอดรู้สอดเห็นนะครับ แต่หูมันเป็นไปเอง (หรา) ก็มันมีชื่อคณะของผมโผล่มาด้วยนี่นา

“งั้นเราไปก่อนนะพอดีนัดเพื่อนไว้ ค่อยเจอกัน”

“อืม ขับรถดี ๆ นะคะ ^^”

เฮ้ย !! เดินมาทางนี้ด้วย ผมรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่าย แอบชะโงกหน้าออกไปดูก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินควงแขนกันไปที่รถ แต่มันดูคุ้น ๆ ทั้งสองคนเลยว่ะ

“อะแฮ่ม ๆ ทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงนี้ไม่ทราบ”

“เหี้ย !!!!! ตกใจหมดสัส นี่มึง....มึงมาอยู่นี่ได้ไงวะ”

“เอ้า กูก็มาทำซุ้มดิ ว่าแต่มึงเหอะมายืนแอบมองใครอยู่ หรือว่า.....นี่มึงมาแอบดูกูเข้าห้องน้ำใช่มั้ยเนี่ย โอ้ว จอร์ช ไม่นะคริสสสสส ~ ~”

ดูมันทำหน้ากระแดะสิครับ มึงไม่ได้น่าพิศวาสขนาดนั้นหรอกปีแอร์

“เลิกคิดอกุศลได้เลยเดี๋ยวกูก็ฟาดด้วยรองเท้าซะหรอก ตกลงคือมึงมาจัดซุ้มสินะ ถ้าอย่างนั้นก็รีบ ๆ ไปไกล ๆ เลยไป ก่อนที่กูจะฆ่ามึงหมกส้วม ไป๊ !”

“ไล่ตลอด”

ผมถลึงตาใส่มันก่อนที่ไอ้ปีแอร์จะฉีกยิ้มร่าแล้ววิ่งหนีออกไป เห็นมะกูไม่ทันได้ดูเลยว่าผู้ชายกับผู้หญิงคู่นั้นเป็นใคร แต่แอบได้ยินชื่อแวบ ๆ นะ.... สิง ? ไอ้สิงโตหรอ ? อืม...จะใครช่างเหอะ เกี่ยวกับกูที่ไหนกัน
.

.
.

.
.
.
.
“มึงถึงไหนแล้วไมล์ ตอนนี้พวกกูรอของจากมึงอยู่นะ”

[ใกล้จะถึงแล้ว ใจเย็น ๆ ดิวะ เนี่ย ๆ ถึงหน้ามอแล้ว]

“เออ ๆ งั้นแค่นี้แหละ”

ผมกดวางสายทันทีหลังจากที่ปลายสายตอบกลับมาว่าใกล้จะถึงที่หมายแล้ว วันนี้เป็นวันเสาร์ที่พวกเรานัดกันไว้ว่าจะมาทำซุ้มกันให้เสร็จเพื่อที่วันอาทิตย์เราจะได้มีเวลาเพ้นท์เสื้อเอาไว้ส่วนหนึ่งเพื่อตั้งโชว์ แต่พอดีว่าวันที่ไอ้ไมล์ไปซื้อของเสื้อยืดมันดันหมดแล้วพี่เจ้าของร้านก็เลยนัดให้ไปรับวันนี้แทน ตอนนี้พวกเราก็เลยต้องนั่งกันอยู่เฉย ๆ เพื่อรอให้มสไมล์มาถึงเพราะอุปกรณ์ตกแต่งซุ้มดันอยู่กับมันทั้งหมดนะสิ

“มาแล้ว ๆ ๆ โทษทีที่มาช้า พอดีรถติดสัส ๆ อ่ะ อะนี่ของที่ต้องใช้ทั้งหมดเอาไปตกแต่งตามใจชอบเลยนะ เดี๋ยวกูขอไปเคลียร์เงินกับอาจารย์แป๊บ ทางนั้นก็เร่งกูจั้ง”

“เออ ๆ รีบไปเหอะเดี๋ยวทางนี้พวกกูจัดการเอง”

ผมบอกมันไปก่อนที่เราจะช่วยกันตกแต่งรายละเอียดภายในซุ้ม ไอ้เตอร์มันเชี่ยวด้านออกแบบกว่าใครเพื่อนครับมันก็เลยร่างรูปแบบของซุ้มให้ดูกันคร่าว ๆ พวกเราก็ช่วยกันจัดตามที่มันบอกจนในที่สุดซุ้มขายเสื้อเพ้นท์ของพวกผมก็ออกมาสมบูรณ์แบบซักที

“เฮ้ย ! สวยอะมึง แจ่มเลยว่ะ”

“ใช่มะ เนี่ยไอ้เตอร์ออกแบบเลยนะเว้ย”

“มึงต้องชมกูไอ้ไมล์”

วอลเตอร์ยักคิ้วใส่โชแปงที่เดินมาดูผลงานพวกเรา ทุกคนก็เข้าไปรุมผลักหัวมันที่ทำท่าภูมิอกภูมิใจเกินเหตุ ทำเบ่งนะมึง

“โอเค งั้นวันนี้ก็คงต้องพอแค่นี้แหละ กูจะแจกเสื้อแล้วก็อุปกรณ์ให้ทุกคนเอากลับไปเพ้นท์กันที่บ้านนะ ได้เท่าไหร่ไม่ว่ากันออกแบบได้ตามสบายเลย”

พวกผมเดินไปหยิบอุปกรณ์กันคนละชุดเพื่อจะใช้ในงานต่อไปก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเพราะตอนนี้ก็บ่ายแก่ ๆ เข้าไปแล้ว แถมยังไม่มีใครได้กินข้าวเลยด้วยซ้ำ บอกตรง ๆ ว่ากูกินควายได้ทั้งตัวเลยนะถ้าแม่งเสือกโง่มายืนล่ออยู่ตรงหน้ากูอ่ะ ในระหว่างนั้นผมก็เห็นเมี่ยงเดินเข้ามาพร้อมกับใครบางคน

“สไมล์ยังเหลือให้เรามั้ยอ่ะ”

“อ้าวเมี่ยงหรอ ทำไมพึ่งมาวะ เออ ๆ ยังเหลืออยู่มาเอาดิ”

แล้วเมี่ยงก็ตามไปเอาของกับไอ้ไมล์ที่มันพึ่งจะเดินเอาไปเก็บไว้ในล็อคเกอร์ ส่วนคนที่มากับเมี่ยงก็เดินเข้ามาหาผมก่อนจะยิ้มบาง ๆ ให้ ที่กูเห็นวันนั้นคือมึงกับเมี่ยงนี่เอง กูว่าแล้วมันคุ้น ๆ

“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“หึ ใครจะอยากเจอมึง"

“หรอ แน่ใจนะที่พูดมาน่ะ”

“อย่ากวนตีนกูนะสิง”

ผมว่าออกไปแบบนั้น มันเหมือนจะตกใจนิด ๆ ที่ผมเรียกชื่อมัน แต่ช่างเหอะ กูได้ยินไอ้ไมล์มันเรียกแบบนี้นี่นา

“เรียกชื่อกูด้วย”

“ไม่ให้เรียกชื่อแล้วจะให้เรียกนามสกุลรึไงวะ”

“หึ”

“สิงโต เมี่ยงเสร็จแล้วเราไปกันเถอะ”

เมี่ยงที่เดินถือกล่องอุปกรณ์กลับมาเข้าไปควงแขนสิงโตแล้วหันมายิ้มให้ผมกับไอ้เตอร์

“เมี่ยงไปก่อนนะสิงโต วอลเตอร์ บ๊ายบายจ๊ะ ^^”

“เฮ้ สิง ! อย่าลืมไปเอาหนังสือที่ห้องล่ะ”

สไมล์ที่วิ่งตามออกมาตะโกนบอกน้องมันที่กำลังจะเดินขึ้นรถ หมอนั่นหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ

“รู้แล้ว เดี๋ยวไปเอา”

รถคันสวยขับออกไปไกลแล้วหลังจากที่มันตอบกลับพี่มันมา แต่ทำไมผมถึงรู้สึกหน่วง ๆ ในอกก็ไม่รู้ ทำไมล่ะ ผมกับมันไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อยแล้วทำไมจะต้องมาเจ็บแปลบ ๆ แบบนี้ด้วย แต่ว่า....มันเป็นคนบอกเองว่าจะจีบผมไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึง....เป็นเมี่ยง

“คริส เป็นอะไรป่าวว่ะ”

“หือ ? ปะ....เปล่านี่”

กูก็แค่รู้สึกไม่มีแรงว่ะเตอร์ สงสัยจะหิวข้าวมากไปหน่อย หึ งี่เง่าสิ้นดี

“แน่ใจนะ”

“เออดิวะ มึงนี่ ทำไม หน้ากูมันเหมือนคนป่วยใกล้ตายไง๊ ?”

“ไม่ใช่ว่ะ เหมือนหมาถูกทิ้ง 555”

“เชี้ย !!”

ผมฟาดไปที่แขนมันเต็มแรงเพราะความหมั่นไส้ กล้าดียังไงมาว่ากูเป็นหมาวะ ออกจะหล่อขนาดนี้ (เกี่ยว ??)

“เออไมล์ แล้วเมี่ยงไปคบกับน้องมึงตอนไหนวะ วันนั้นมันยังแซวไอ้คริสอยู่เลยอ่ะ”

“เอ่อ คือ...เรื่องนี้กูก็ไม่รู้นะ อยู่ดี ๆ ก็เห็นมันเดินควงไปทั่วแระ คงต้องไปถามมันเอง เหอๆ ทีนี้มึงโล่งใจได้แล้วนะคริส ข่าวมึงคงถูกกลบแล้วล่ะ 555”

“หึหึ ก็ดีแล้ว กูไม่อยากจะดังนาน ๆ ว่ะ…เออ กลับเหอะเตอร์ต้องไปเพ้นท์เสื้ออีกหลายตัวเดี๋ยวไม่เสร็จแล้วจะโดนพญามารมันขย้ำคอเอา”

“เดี๋ยวมึงตายไอ้คริส”

สไมล์ชี้หน้าผมขำ ๆ ก่อนที่เราจะยิ้มให้กัน ยิ่งดูมึงก็ยิ่งเหมือนมันเนอะไมล์

“เออ ๆ งั้นพวกกูไปแล้วนะไมล์มีอะไรก็โทรหาแล้วกัน”

“อื้อ ขับรถดี ๆ นะเว้ย”

พวกเราโบกมือลากันก่อนที่ผมจะขึ้นนั่งบนรถเพื่อให้ไอ้เตอร์ไปส่งที่บ้าน แต่บ้าเอ้ย !! กูเป็นอะไรไปวะทำไมต้องอารมณ์เสียด้วย !






TBC.
××××××××××××××××××××××××××××××××

ฝากด้วยน้าส์

เม้นให้กำลังใจไรท์ได้นะคะ ^0^ อิอิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #22 PeraPera (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 23:42

    เขียนดีอ่ะนั่งอ่านไปนั่งหัวเราะไปด้วย ตลกคำเขียนน่ะอัพต่อเนื่องเลยนะอย่าให้รอนาน

    #22
    1
    • #22-1 Miiwz_bb91 (@Miiwz_bb91) (จากตอนที่ 4)
      21 พฤษภาคม 2562 / 14:38
      จ้า จะรีบเลยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามจ้า
      #22-1
  2. #15 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 15:38

    นู๋คริสพอเค้าไม่สนใจอาการออกเลยนะ ไหนว่าไม่ชอบไง ปากไม่ตรงกับใจนะเรา

    #15
    0
  3. #8 vorawan1157 (@vorawan1157) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 00:58
    มาอัพเดี๋ยวนี้เลยน๊า เร็วๆๆเลย
    #8
    1
    • #8-1 Miiwz_bb91 (@Miiwz_bb91) (จากตอนที่ 4)
      25 เมษายน 2562 / 02:09
      555 จ้า จะพยายามอัพให้เร็วที่สุดน้า
      #8-1
  4. #6 earnny_13 (@earnny_13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 14:08
    อ่าวววว สิงยังไงหนิ รอลุ้นต่ออยู่นะคะ ^^
    #6
    0