Do not crazy อย่ามาซ่า...เดี๋ยวป๋าจับกด

ตอนที่ 5 : Do not crazy>>>4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    1 พ.ค. 62

Do not crazy >> 4








“พี่คะ หนูขอดูเสื้อลายนั้นหน่อยได้มั้ยคะ ลายสิงโตอ่ะค่ะ”

“หนูขอดูลายนกยูงค่ะ”

“พี่คะ ลายฟามิงโก้มีมั้ยคะ?”

“ลายดอกไม้มีมั้ยคะพี่?”

และอีกบลาๆๆๆๆๆ 




วันนี้เป็นวันที่ยุ่งมากกกกกกกกกกก ตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ปาไปจะบ่ายสองแล้วแต่พวกผมยังไม่มีใครได้กินข้าวเลยครับ ไม่อยากจะเชื่อว่าซุ้มเพ้นท์เสื้อของพวกผมจะขายดิบขายดีขนาดนี้จนแทบจะเพ้นท์กันไม่ทันเลยทีเดียว ตอนนี้แบ่งกันรับออเดอร์ตามที่ลูกค้าสั่งไปคนละตัวสองตัวไปก่อน เพราะเสื้อที่เพ้นท์ไว้ขายไปหมดแล้ว 

“คริส แกไปเอาสีมาเพิ่มหน่อยนะ ทางนี้เดี๋ยวพวกฉันจัดการต่อเอง”

บิวตี้บอกผมก่อนจะหันไปรับออเดอร์ลูกค้าต่อ

“ในห้องเพ้นท์หรอบิว”

“ใช่ๆ แกลองหาดูดีๆ นะ ฉันไม่แน่ใจว่าเหลือเยอะมั้ย ได้แค่ไหนก็เอามาก่อน”

“เครๆ”

ตกลงเสร็จสับผมรีบเดินไปที่ห้องเพ้นท์ทันที เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว เราคงต้องยุ่งกันไปจนถึงเย็นแน่ๆ






ตอนนี้ที่มหาลัยเราผู้คนเดินพลุกพล่านเต็มไปหมดเลยครับ มีทั้งคนในและนอกมหาลัยเข้ามาร่วมชมงานและจับจ่ายซื้อของตามซุ้มต่างๆ และแต่ละซุ้มก็จัดได้สวยงามน่าเข้าชมแบบไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียวจึงทำให้ทุกซุ้มเต็มไปด้วยผู้เข้าชมจนต้องเบียดเสียดกันเต็มไปหมด
ผมแอบเห็มซุ้มศิลปกรรมจัดวงดนตรีเล็กๆ หน้าซุ้มเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดผู้เข้าชมด้วย และคนที่เล่นกีต้าร์แล้วร้องเพลงโชว์ในตอนนี้คือไอ้ฟรานซ์ครับ มันร้องเพลงคลอกับเสียงกีต้าร์เบาๆ มียิ้มมุมปากเล็กๆ ด้วย ทำให้สาวๆ แถวนั้นกรี๊ดกร๊าด มองกันตาเยิ้มเลยล่ะ หึ คนหล่อนี่ทำอะไรก็ดูดีไปหมดจริงๆ

ตุ้บ!!!

“อ๊ะ! ขอโทษคะ…ครับ”

กูนะกู มัวแต่มองเชี้ยฟรานซ์จนไม่มองทางก็เลยเดินไปชนคนอื่นเข้าเนี่ย

“เดินมองทางหน่อย”

เสียงทุ่มนุ่ม พูดขึ้นมานิ่งๆ พร้อมกับมองมาที่ผม หึ ไอ้หล่อนี่เอง แม่งกูยิ่งไม่อยากเจอหน้าอยู่ด้วย

“ก็ขอโทษไปแล้วไง”

อันที่จริงถ้ารู้ว่าเป็นมันคงไม่ขอโทษให้เสียเวลาหรอกครับ

“หึ จะไปไหน”

“เรื่องของกูป่ะ หลบดิ”

ผมตอบแล้วใช้มือผลักมันออกเบาๆ

“กูถามว่าจะไปไหน”

ไม่พูดเปล่าครับมันดึงข้อมือผมไว้ด้วย หนอย ! มีถึงเนื้อถึงตัวนะมึง

“เอ๊ะ!! นี่มึงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไงวะ ปล่อยกู!”

“มึงไม่บอกกูก็ไม่ปล่อย”

มันยักคิ้วครับ นี่จะกวนประสาทกูหรอวะ คนยิ่งหิวๆ อยู่ เดี๋ยวแดกหัวแม่ม

“เชี้ยสิง ! มึงอย่ามากวนได้ป่าว กูรีบ”

“ไม่ตอบ งั้นไปกับกู”

ไม่พูดเปล่าครับ มันลากผมไปทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ

“มึงจะพากูไปไหนเนี่ย! ปล่อยนะเว้ย!”

เงียบครับ มันไม่พูดอะไร เอาแต่ลากผมให้เดินตามไปอย่างเดียวเลย แล้วตอนนี้ก็เริ่มมีคนมองมาที่พวกผมแล้วด้วย เอิ่ม กูเริ่มรู้สึกถึงลางไม่ดีแล้วล่ะ

“นั่นใช่พี่สิงกะพี่คริสป่ะ ที่เค้าประกาศว่าเป็นแฟนกันอ่ะ” เด็กปี 1

“ใช่ดิแกกกกกก โอ๊ย ใจจะละลาย ฉันเขิลลลล”

“ฟินว่ะแก๊!!”

นั่นไง กูว่าละ ตลอดระยะทางที่มันลากๆ ถูๆ ผมมามีทั้งสายตาและเสียงพูดคุยเกี่ยวกับพวกผมมาไม่ขาดสาย บางคนสะกิดเพื่อนดู บางคนยืนบิดแทบเป็นน็อต บางคนนี่หนักถึงขั้นกรี๊ดออกมาเสียงดังเลยครับ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้ว่าข่าวกูยังไม่เงียบหายไปเลย =_=

“นี่! ตกลงมึงจะพากูไปไหนว่ะ แล้วเมื่อไหร่จะปล่อยมือกูซักที!”

“เงียบเหอะน่า”

นั่นแหละครับคำตอบของมัน ขอบคุณนะ ขอบคุณมากๆ







และในที่สุดผมก็ได้คำตอบของการถูกลากมาเป็นระยะทางหลายกิโล เหอๆ รู้ครับว่าเว่อร์ แต่มันก็ไกลพอสมควรนะคร้าบบบบบ ก็ดูดิ มันเล่นลากผมจากคณะสถาปัตย์มายังโรงอาหารของคณะวิศวะเนี่ย และที่สำคัญคนโคตรเยอะมากกกกกกกกก แต่ที่โคตรจะสำคัญกว่านั้นคือ…มันยังไม่ยอมปล่อยมือผมและยังเดินจูงมือมาต่อคิวซื้อข้าว ซื้อน้ำ และเดินมาหาที่นั่ง โดยที่มันไม่คิดจะสนใจสายตานับร้อยๆ คู่ที่มองพวกผมกันเป็นตาเดียวเลย ถามว่าอายมั้ย ไม่อายหรอกครับ อันนี้หมายถึงถึงมันนะ แต่ผมนี่แทบแทรกแผ่นดินลงไปอยู่ยังแก่นโลกอยู่แล้วครับพี่น้อง ไอ้สิงต้วนนนนนนน มึงหน้าด้านเกินไปแล้วววววว

“กินซะ เห็นสไมล์บอกว่ายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”

มันเลื่อนจานกระเพราไข่ดาวมาให้ผมพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว

“อ้าว กูก็นึกว่าของมึง”

“กูอิ่มแล้ว กินสิ”

คือ ผมก็อยากต่อปากต่อคำกับมันอยู่หรอกนะแต่ว่าสถานการณ์นี้ผมรีบกินรีบชิ่งดีกว่า แม่ง พวกนี้ก็จะมองอะไรนักหนาวะ

“มึงไม่ได้นอนรึไง ตานี่คล้ำเชียว แถมหน้ายังซีดซะขนาดนี้”

ข้าวเข้าปากผมยังไม่ถึงครึ่งจาน ไอ้คนที่นั่งตรงข้ามผมก็เอ่ยถามขึ้น แต่…มันไม่ถามอย่างเดียวนี่สิครับ มือหนายกขึ้นมาแตะแก้มผมเบาๆ แถมยังปัดผมที่ปรกลงตรงหน้าผากออกให้ด้วย เมิ้งงงงงงงง มึงต้องการอะไรจากกรูคร้าบ มึงเห็นคนมั้ยคนที่นั่งหน้าสลอนอยู่เต็มโรงอาหารเนี่ย เค้ามองมาตาแทบหลุดอยู่แล้วววววววว

“ทำไรวะ คนมองกันเต็มเลยมึงไม่เห็นรึไง”

ผมปัดมือมันออกแล้วชักสีหน้าไม่พอใจใส่ มึงไม่อายแต่กูอายนะเว้ย

“แล้วไง ก็เค้ารู้กันไปทั่วแล้วว่ามึงกับกูเป็นอะไรกัน”

“เชี้ย! แต่นั่นมันมึงเป็นคนทำป่าวว่ะ กูไม่ได้รู้เรื่องเลย”

ถ้าทุกคนยังจำกันได้…นั่นแหละครับ ไอ้ป้ายประกาศบ้าบอพร้อมรูปภาพของผมที่เด่นหราอยู่ทั่วมหาลัย ฝีมือของไอ้คนหน้าด้านตรงหน้าผมเนี่ย อยากจะไว้อาลัยให้ชีวิตตัวเองจริงๆ T0T ไอ้คริสอยากจะร้องงง

“อีกอย่างมึงก็มีเมี่ยงอยู่แล้วไม่ใช่รึไง แล้วทำไมยังทำแบบนี้วะ หรือมึงอยากแก้แค้นที่กูแกล้งมึงใช่มั้ย”

“หึหึ หึงหรอคริส”

“หึงบ้าหึงบออะไรวะ แม่ง ถ้าพากูมาเพื่อแกล้งงั้นกูคงต้องไปแล้วล่ะ ไม่ได้ว่างขนาดนั้น”

ผมว่าพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกไปจากที่นี่

“กินให้เสร็จก่อน”

มันว่าเสียงนิ่ง ไม่ต้องมาทำขรึม กูไม่กลัวหรอกเว้ย ผมไม่สนใจคำพูดมันครับ

“คริส กินให้หมดก่อนแล้วค่อยไป”

คราวนี้เสียงต่ำกว่าเดิมเหมือนเริ่มไม่พอใจแล้วครับ คิดว่ากูแคร์เหรอวะ ผมเดินหันหลังออกมาเลยครับ ชิชะ นี่ไอ้คริสนะเว้ย กลัวที่ไหน

หมับ !!

“ฮะ...ฮะ เฮ้ย!!!”

อยู่ๆ ผมก็รู้สึกถึงแรงกระชากจากด้านหลัง พร้อมกับลำแขนแกร่งที่โอบรอบคอผมไว้หลวมๆ ปากได้รูปกระซิบแผ่วเบาริมใบหูทำเอาผมขนลุกซู่

“ถ้าไม่ยอมกินให้หมด กูจะจูบมึงกลางโรงอาหารนี่แหละ”

เท่านั้นแหละครับ เพียงไม่กี่วินาทีผมก็ถลาตัวกลับไปนั่งที่เดิม แล้วทำการกระซวกข้าวที่อยู่ในจานทันที ผมรู้ดีว่ามันไม่ได้ขู่ผมแน่นอน กูจำวันนั้นได้ดีเลย

“หึหึหึ”

เสียงหัวเราะชอบใจลอยกระทบกับโสตประสาทจนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ ฝากไว้ก่อนเลยนะไอ้สิงต้วนนนนนน

“เด็กดี”

เอาอีกแล้ว คราวนี้แม่งยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ ครับ แล้วก็เรียกสายตาสู่รู้จากทุกคนได้อีกครั้ง ขอบคุณมึงมากนะ มึงนี่ตัวทำกูดังระเบิดเลยจริงๆ

“เด็กดีบ้านมึงสิ!...อิ่มแล้ว! กูไปได้ยัง ป่านนี้พวกนั้นรอสีจากกูแย่แล้วมั้ง”

“หึ ไปสิ”

มันว่าแล้วลุกขึ้นยืนครับ แต่…

“อะไร ยื่นมือมาทำไม”

“ขอมือหน่อยคริส”

“เชี้ย กูไม่ใช่หมาเว้ย”

ผมว่าแล้วลุกขึ้นเดินนำไปก่อนครับ นี่มันต้องการอะไรจากผมวะ กินข้าวก็กินแล้ว ทำตามที่บอกแล้ว ส่วนเรื่องความอายนี่ไม่ต้องพูดถึง อายจนตอนนี้แทบจะไม่อายแล้วล่ะครับ ใครจะมองก็มองเหอะ

“คริส”

ไม่ตะคอกครับแต่มาเสียงนิ่งๆ ต่ำๆ ขรึมๆ หึย!! ไอ้บ้าเอ้ย มึงเป็นใครวะ ทำไมกูต้องยอมด้วยเนี่ย 
ผมหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองหน้ามันอย่างไม่พอใจ ตรงกันข้ามไอ้สิงต้วนมันยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ มือยังคงยื่นมาด้านหน้า โอ้ย! กูอยากจะบ้า แล้วทำไมกูต้องเดินกลับไปจับมือมันด้วยยยยยยยย ไอ้คริสสสสสสส มึงเป็นอะไรปายยยยยยยยยย
ถึงจะงงตัวเองแค่ไหนแต่ผมไม่รอให้คนมองไปมากกว่านั้นครับ คว้ามือมันได้ก็จัดการดึงมันเดินหนีออกมาเลย แบบไม่มองกลับหลังด้วย เริ่มอายอีกแล้วครับ ไม่ใช่คณะกูด้วย แล้วนี่ถ้าถึงหูไอ้เฮียชีวิตกูจะเป็นยังไงวะเนี่ย โว้ยยยยยยยย ปวดกะบาล!!








เราเดินออกมาจนถึงห้องเพ้นท์ครับ ไอ้คนที่ตามหลังมาก็ไม่มีปริปากอะไรซักคำ ยอมตามผมมาโดยดี จนตอนนี้แม้ผมจะเดินหาสีเพ้นท์เสื้อไปทั่วห้องเราก็ยังไม่ปล่อยมือกัน เหอๆๆ ไม่ใช่ไม่อยากปล่อยนะครับ แต่ผมรู้ว่าถ้าปล่อยแม่งก็จะใช้เสียงทุ่มต่ำเรียกชื่อผมอยู่ดี เพราะงั้นอยากจับมากก็จับไปเลยครับ ขี้เกียจจะเถียงกับมันแล้ว

“หาเจอมั้ย”

“ไม่ว่ะ ไอ้ไมล์เก็บไว้ตรงไหนเนี่ย หาทั่วแล้วนะ”

ผมเกาหัวแกรกๆ หงุดหงิดแล้วนะ แอบเห็นสิงโตมันหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาใครซักคนครับ

“สไมล์ สีเพ้นท์อยู่ไหน หาไม่เจอ…ตู้ไม้หรอ แล้วไม้ไหนอ่ะมันมีหลายตู้…ติดกับประตู…”

มันมองหน้าผมแล้วเหลือบตาไปที่ประตูก่อนจะจูงมือผมให้เดินตามไป กูก็ว่าง่ายครับ พอไปถึงก็ลองค้นดูทันที…ผมแบมือออกบอกให้มันรู้ว่าหาไม่เจอ ก็ตู้นี้ผมหาเป็นตู้แรกเลยนี่นา

“ไม่เห็นมีเลย…หาทั่วแล้ว เนี่ยคริสมันค้นทุกตู้แล้วด้วย…สิงมาได้ไงหรอ ก็เห็นสไมล์บอกว่าคริสยังไม่กินข้าวก็เลยพามากินข้าว…อืม แล้วก็มาด้วยกัน…ใช่ แค่นี้นะ”

มันวางสายไปแล้วครับ แต่…ทำไมมึงต้องเล่ารายละเอียดเรื่องกินข้าวด้วยไม่ทราบ

“สไมล์บอกว่าน่าจะหมดแล้ว”

“อ้าว งั้นแบบนี้ทำไงอ่ะ ออเดอร์ลูกค้าก็เยอะซะด้วย”

“เห็นว่าจะออกไปซื้อเพิ่มนะ ให้คริสรีบกลับซุ้มไปช่วยก่อน”

“จริงดิ งั้นรีบไปเหอะ ป่านนี้ยุ่งกันแย่แล้วมั้ง”

พูดจบผมก็ดึงมือมันออกมาด้วยกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รีบกว่าเดิมครับ ใช้เวลาไม่นานเราก็มาถึงซุ้มเพ้นท์เสื้อก่อนจะเจอกับสายตาล้อเลียนจากเพื่อนๆ ในคณะที่ยืนกันเต็มไปหมด เอิ่ม รู้สึกว่าก่อนหน้านี้คนไม่เยอะขนาดนี้ไม่ใช่หรอวะ มาจากไหนกันเนี่ย =_=

“อยากจะแหมมมมมมมมม ไปถึงดาวอังคาร เกิดอะไรขึ้นคะเพื่อน…นี่มาด้วยกัน?”

เสียงสูงเชียวมึง ไอ้ไมล์ครับ ทั้งสายตา ทั้งน้ำเสียง น่าถีบมาก นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นผู้หญิงนี่มึงโดนแล้วนะสไมล์

“ไปดีกันตอนไหนวะเนี่ยมึง กูไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

วอเตอร์ครับ โผล่มาจากไหนไม่อาจรู้ได้ มันจุ๊ปากแล้วส่ายนิ้วชี้ไปมาตรงหน้าผมจนน่าถีบตามไอ้ไมล์ไปอีกคน

“อย่าเสือกสิครับเพื่อนเตอร์เพื่อนไมล์ แล้วก็มึงด้วยสิงโต จะปล่อยมือกูได้ยัง?”

“หึหึ งั้นกูกลับซุ้มนะ ตั้งใจทำงานล่ะ”

มันยอมปล่อยมือผมครับ แต่ไอ้การที่มึงเอามือนุ่มๆ มาขยี้ผมกู พร้อมกับก้มหน้าลงมาใกล้ๆ แล้วยกยิ้มมุมปากด้วยท่าทางเท่ๆ แบบนั้นมันหมายความว่างายยยย นี่มึงจะเอาความหล่อมาล่อกูหรอ กูผู้ชายนะมึงลืมไปแล้วหรอ แต่ที่หนักกว่านั้นคือ….

“ฮิ้ววววววววววววววววววว อิจฉาเบาๆ เว้ยยยยยยย!!!”

ลูกคู่ของมันที่นอกจากไอ้ไมล์กับเชี้ยเตอร์แล้ว เพื่อนคนอื่นๆ ก็เอากับเค้าด้วย พวกมึงจะทำกับกูแบบนี้ไม่ด้ายยยยยยย ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุครับ มันก่อเรื่องเสร็จก็เดินเท่กลับซุ้มตัวเองไป กูอยากจะหายตัวได้จริงๆ =_=

“เชี้ยคริส มึงเล่ามา มึงทำเสน่ห์น้องกูหรอ?”

ไอ้ไมล์ครับ มันรีบถลามาคว้าแขนผมไปเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน หน้าตาดูตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เอ่อ อันที่จริงมันก็เหนืออยู่นะ

“เพื่อนไมล์ครับ กูไม่ได้พิศวาสน้องมึงครับ อย่ามโน”

“แต่กูไม่เคยเห็นมันอ่อนโยนกับใครแบบนี้เลยนะเว้ย”

ดูมันดิ ทำไมต้องทำตาเป็นประกายแบบนั้นด้วยวะ

“มันแกล้งให้กูอายไงไมล์ มึงก็รู้ว่ามันแค้นกูอยู่ มันต้องการทำให้กูอายมึงเข้าใจมั้ยครับเพื่อน”

ผมว่าพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะเพ้นท์เสื้อ

“โนววววววววว กูพี่มันกูรู้ มึงงงงง มันไม่เค๊ยไม่เคยทำแบบนี้จริงๆ นะ”

ยังคงตามผมมาครับ กูจะทำงานนนนนน

“พอๆ จบๆ กูจะทำงานเนี่ย มึงจะไปซื้อสีไม่ใช่ไง๊ ไปดิ”

“จิ๊! เออๆ จะไปแระ แต่กูยังไม่หายข้องใจนะ กูต้องรู้ให้ได้เลย”

มันหมายหมั้นปั้นมือเสร็จก็เดินออกจากซุ้มไปครับ สไมล์อายุมากกว่าผมหนึ่งปีก็เหมือนกับสิงโตที่ซิ่วมาจากที่อื่น เพียงแต่สไมล์เข้าเรียนที่นี่แต่แรกแค่เรียนช้าไปหนึ่งปีก็เลยมาเป็นเพื่อนของพวกผม แต่จะให้เรียกมันว่าพี่ก็คงไม่ใช่ คือมันไม่ชินครับ อีกอย่างตัวมันก็ไม่ถือด้วย ผมก็เลยเรียกมันเหมือนเดิมนี่แหละ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรก มีเรื่องฝาแฝดของมันนี่แหละครับที่พึ่งมารู้เอาตอนหลัง แล้วก็เป็นแฝดที่ทำกูปวดหัวทั้งคู่ด้วย ขอยาดมที

“เชี้ยคริส มึงมากับสิงโตได้ไงวะ”

นั่น พวกมึงสองตัวมาจากสำนักข่าวไหนวะ ต้องรู้ให้ได้เลยใช่มั้ย

“กูขี้เกียจเล่าว่ะเตอร์ มึงไม่รู้ได้มั้ย?”

“ไม่ได้ว่ะ มึงเพื่อนกูนะ เรื่องของเพื่อนก็เหมือนเรื่องของกู เพราะงั้นเล่ามาซะดีๆ”

พลั๊ว!!!

โบกมันไปทีนึง

“ไม่เสือกดิคร้าบมึง แหม เรื่องของเพื่อนก็เหมือนเรื่องของกู อย่ามาอ้างเลยมึงอ่ะ”

“โอ๊ย เชี้ยคริส โบกกูทำแป๊ะไรวะ แค่นี้ต้องใช้กำลังด้วย”

มันลูบหัวตัวเองแล้วมองค้อนผมด้วยท่าทางกระแดะ กูแคร์หรอวอเตอร์

“เออ!! ถ้าไม่ใช้กำลังจะเอามึงอยู่มั้ย ไปทำงานเลย เร็ว!”

“รู้แล้วเว้ย ! ทำก็ทำดิวะ แม่ง! ถามแค่นี้ก็ไม่ได้ ทำมาเป็นมีความล้งความลับกับเพื่อน ชิ!”

นั่นๆ บ่นๆ ไอ้นี่…แล้วมันก็เดินหน้ายับไปนั่งที่ตัวเองแล้วเริ่มเพ้นท์เสื้อต่อครับ
เฮ้อ !!! ชีวิตกู วนเวียนอยู่แต่กับคนไม่ปกติทั้งนั้นเลยใช่มั้ย (รวมแกด้วยนะคริส)










ในที่สุดซุ้มเราก็ขายของจนหมดเกลี้ยงครับ คือเกลี้ยงแบบเกลี้ยงจริงๆ เลยนะ ไม่เหลืออะไรเลยซักอย่าง ขายดีจนน่าตกใจเลยครับ ตอนนี้พวกเราก็เลยช่วยกันเก็บของเก็บซุ้มเพื่อที่ต่อไปจะได้ไปเดินชมงานจับจ่ายซื้อของตามซุ้มอื่นๆ และวันนี้จะมีการประกวดวงดนตรีที่เป็นตัวเอกของงานเลยก็ว่าได้ นี่แหละครับที่ผมรีบเก็บของเพื่องานนี้เลย ไม่เคยพลาดซักปีขอบอก

“ไอ้คริสมึงจะไปดูเค้าประกวดดนตรีป่ะ”

“เฮ้ย ไปดิ มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยพลาดซักปี ว่าแต่มันเริ่มกี่โมงวะ”

“ได้ยินว่าสองทุ่มครึ่งนะ ตอนนี้ก็….”

วอเตอร์ยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะตอบผม

“ทุ่มสิบห้า กลับไปอาบน้ำก่อนก็น่าจะทันว่ะ”

“เออ ดีเหมือนกัน เหนียวตัวจะแย่ งั้นเดี๋ยวเจอกันที่งานเลยนะมึง กูกลับเอง ว่าจะแวะซื้ออะไรนิดหน่อยด้วย”

“เครๆ”

จากนั้นเราก็เร่งมือเก็บของกันจนสุดท้ายก็เสร็จเรียบร้อย ผมดูนาฬิกาอีกที เชี้ย! สองทุ่มแล้วอ่ะ ไม่รีรอให้เสียเวลาครับ ผมโบกมือลาเพื่อนๆ ในคณะก่อนจะออกตัวแรงทันที เดินมาได้ไม่ไกลก็เจอลูกชิ้นทอดของโปรดเลยแวะซื้อติดไม้ติดมือไว้กินตอนดึกซักหน่อย ถัดมาเป็นซุ้มผลไม้สดครับ อันนี้ก็ของโปรด ซื้อไปแช่เย็นไว้กินจะได้สดชื่นๆ

อ๊ะ! นั่นทาโกยากินี่ ว้าวววววว นี่ก็ของโปรดดดดดดด (ดูเหมือนของโปรดเธอจะเยอะไปนะคริส =_=)

“ขอทาโกยากิกล่องนึงครับ / เอากล่องนึงครับ”

ใครวะ ? พอหันไปเท่านั้นแหละครับ เหอๆ ไอ้ต้วน

“ขอโทษนะคะ เหลือกล่องสุดท้ายแล้วค่ะพี่”

“อ้าว / อ้าว”

เออ พร้อมกันอีก ผมมองหน้ามันอย่างชั่งใจ เฮ้อ ช่างเหอะตัดใจให้มันไปก็ได้วะ กูมันคนดีอยู่แล้ว ^0^

“งั้นนนนนน….ให้เค้าไปก็ได้ครับ”

ผมบอกก่อนจะยิ้มให้น้องผู้หญิงที่กำลังทำหน้าลำบากใจแล้วก็จะเดินออกมาแต่มือหนากลับคว้าข้อมือผมไว้โดยที่ไม่มองหน้า มันยื่นแบงค์ให้น้องเค้าไปแล้วรับเอาทาโกยากิกล่องนั้นมา ก่อนที่ข้อมือของผมจะถูกอีกฝ่ายฉุดให้เดินออกมาพร้อมกัน เชี้ยยยยยยยย มึงจะเอามือกูไปหนายยยยยย แล้วตกลงวันนี้กูจะต้องโดนมึงลากทั้งวันเลยใช่มั้ยต้วนนนนนน

“เฮ้ย! อะไรเนี่ย มึงจะพากูไปไหน”

“……….”

กริบ

ขอบคุณนะ ตอบกูได้ดังมากเลย =_=

นอกจากจะไม่ตอบผมแล้วมันยังตั้งหน้าตั้งตาลากให้ผมเดินตามไปแบบไม่ลดละเลยครับ ไอ้ผมก็พอจะรู้ว่าคนแบบมันต่อให้เซ้าซี้ไปก็เหนื่อยเปล่า ถ้ามันไม่อยากตอบก็คืออย่าหวังจะได้คำตอบจากมันครับ เพราะงั้นเอาเลยเชี้ยสิง มึงจะพากูไปปู้ยี้ปู้ยำ เอ้ย! มึงจะพากูไปฆ่าหมกป่าที่ไหนก็ไป กูขี้เกียจเถียงกะมึงแล้ว 





และในที่สุดมันก็พาผมเดินมาจนถึงม้านั่งริมสระในมหาลัยเรานี่แหละครับ เฮ้อ!! โล่งอกไปที ถึงแม้ว่าผมจะปากเก่งไปนิด (ไม่นิดนะ) แต่ในใจก็หวั่นๆ ว่ามันจะฆ่าผมจริงๆ อยู่หรอกนะครับ ที่ที่มันพาผมมาก็ถือว่าไม่ลับตาคนจนเกินไปแต่อาจจะมีผู้คนพลุกพล่านน้อยกว่าบริเวณงานแค่นั้นเอง

“พากูมาที่นี่ทำไม”

“นั่งสิ”

เสียงนิ่งสั่งผมเบาๆ มันไม่ตอบผมอีกแล้วอ่ะ -0- แถมยังมาสั่งๆ อีก โว๊ะ! อะไรนักหนาวะ

“ทำไมกูต้องนั่งด้วย กูไม่ได้มีเวลามาทะเลาะกับมึงนะ กูรีบ”

หึ มึงสั่งใช่มั้ย แต่กูไม่ทำตามอ่ะ จะทำไม ฮิฮิ

พรึบ!!!!

“ไอ้……!!!”

พอผมไม่ทำตามที่มันบอกแค่นั้นแหละครับ มือหนาก็ฉุดให้ผมนั่งลงบนตักมันเฉยเลย ไอ้เชี้ย ท่านี้มันไม่โอสำหรับสายตาคนอื่นป่าวว้าาาาาาา แม่ง!! นั่งตักท่าเจ้าสาวเลยมึ้งงงงงงงงงงงง

“บอกให้นั่ง ทำไมต้องดื้อ”

เสียงนิ่งเข้มขึ้นมาอีกรอบ แต่มึงคร้าบบบบบ ปล่อยกูก่อนได้ม้ายยยยย ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากมือหนาที่โอบเอวผมไว้ แต่คือมันแน่นมากอ่ะครับ แน่นแบบดิ้นยังไงก็ไม่หลุดเลย ไอ้สิงโตตตตตตตต

“ปล่อยกูนะเว้ย มึงบ้ารึไงวะ ปล่อยเด้”

“มึงจะนั่งดีๆ มั้ยล่ะ? ถ้าไม่ก็นั่งแบบนี้แหละ”

ไอ้……!!!! กูหมดคำจะด่ามึงแระ เออ ยอมนั่งดีๆ ก็ได้วะ แม่งเอ้ย!

“เออๆ ก็ได้เว้ย…ปล่อยได้ยังวะ!”

“หึหึหึ ก็แค่เนี้ย”

ดูมันดิครับ ดูมันทำเสียงเข้า มึงมันตัวร้ายกาจสิงโต เมื่อมันปล่อยมือเแล้วผมเลยขยับตัวลงไปนั่งข้างๆ มันครับ แต่ไอ้สายตาที่มองมาแบบกวนๆ นี่คือมึงจะไม่จบรึไง ไอ้นี่

“แล้วตกลงมึงจะตอบได้ยังว่าพากูมาที่นี่เพื่อ?”

ผมถามมันโดยที่สายตาก็ทอดมองออกไปข้างหน้า สายน้ำที่กระเพื่อมไปมาบวกกับลมเย็นๆ ที่พัดโชยมากระทบกับใบหน้าทำให้รู้สึกผ่อนคลายจนความเหนื่อยล้าเมื่อกลางวันค่อยๆ น้อยลง อื้มมมมม รู้สึกดีจัง

“กินสิ ชอบไม่ใช่เหรอ”

รู้ด้วยว่ากูชอบ… มันยื่นกล่องทาโกยากิมาให้ผม แกะให้เรียบร้อยพร้อมกินเลยทีเดียว อะไรวะ ตามอารมณ์มึงไม่ทันแล้วนะเว้ย

“ได้ไง นี่ของมึง”

ผมว่าแล้วดันมือมันกลับไป ถึงกูจะชอบกินแต่ไม่แย่งของคนอื่นหรอกเว้ย

“หึ กูซื้อให้มึง กินซะ”

แล้วมันก็วางลงบนตักผมก่อนจะหันกลับไปมองข้างหน้าเหมือนเดิม งงสิครับ ที่ลากๆ กูมาเนี่ยเพื่อจะให้กินทาโกยากิเนี่ยนะ บ้าแล้ว

“กูไม่เข้าใจ”

“หืม?”

ผมถามออกไปพร้อมกับกินทาโกยากิไปด้วย มันเอียงหน้ามามองเป็นเชิงถามว่าไม่เข้าใจอะไร

“คือ…มึงกะกูเนี่ยก็ไม่ได้ถูกกันป่ะ กูหมายความว่าเราเนี่ยทะเลาะกันอยู่กูไม่ชอบขี้หน้ามึงแล้วมึงก็ไม่ชอบขี้หน้ากู แล้วทำไมวันนี้มึงถึงดูแปลกๆ มึงคือแบบ….เอ่อ…ดูเอาใจกูแปลกๆ อ่ะ”

เหอๆๆ คือถามไปก็อายที่จะพูดไปครับ ก็มันกระดากปากนี่หว่า มันเนี่ยนะเอาใจผม คิดไปได้นะกู

“555 นี่ดูไม่ออกหรอคริส”

นั่น ดูมันดิครับ อยู่ดีๆ ก็หัวเราะซะเสียงดัง แล้วอะไรที่ว่าดูไม่ออกวะ

“อะไรเนี่ยยยยยย กูเข้าใจอะไรยาก หรือมึงมันเป็นคนเข้าถึงยากกันแน่วะสิงโต แต่ล่ะอย่างเนี่ยทำกูงงแดกไปหมดแล้วนะ!!”

ไม่กงไม่กินมันแล้วครับ ผมหันไปเผชิญหน้ากับมันแบบต้องการคำตอบ ตาต่อตาฟันต่อฟันเลยเอ้า

“ตอบกูมา ตอบมาว่าอะไรที่กูดูไม่ออก หรืออะไรที่มึงกำลังทำอยู่ ถ้าคิดจะแก้แค้นกูก็ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้ เพราะแค่นี้กูก็โดนมาเยอะแล้ว เพราะงั้นช่วยตอบกูมาว่าที่จริงแล้วมึงต้องการอะไรกันแน่”

คราวนี้ผมจริงจังจนเห็นได้ชัดถึงทำให้อีกฝ่ายมีสีหน้าจริงจังตาม มันมองหน้าผมแล้วยกยิ้มมุมปาก มึงคิดว่าหล่อหรอ คิดว่าตัวเองเท่นักรึไงวะ…แม่งเอ้ย มันหล่อจริงๆ แหละครับ ยอมรับก็ได้ว่ามันหล่อ หล่อแบบหล่อบริสุทธิ์อ่ะเข้าใจมั้ยครับ หล่อแบบไม่ต้องปรุงแต่งเลยง่ะ อิจฉาได้มั้ย?

“ก็เคยบอกไปแล้ว”

มันว่างั้น เดี๋ยว มึงเคยบอกอะไรมิทราบครับคุณสิงโต กูไม่เห็นรู้เรื่องเลย ผมทำหน้างง เกาหัวแกรกๆ พอมันเห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ เอาอีกแล้ว มันทำตัวอ่อนโยนกับผมอีกแล้ว บ้าน่า ทำไมใจเต้นแรงวะ จังหวะนั้นผมรู้สึกเหมือนบรรยากาศมันเป็นใจ๊เป็นใจครับ ลมพัดอ่อนๆ น้ำใสๆ ส่งเสียงกระทบฝั่งเบาๆ แล้วไหนจะสายตาอ่อนโยนของคนตรงหน้าผมที่ยิ้มทั้งปากทั้งตาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน บ้าน่า บ้าๆๆ กูเห็นปีกเทวดาข้างหลังมันด้วย ไม่จริ๊งงงงงงง อย่างมันต้องซาตานดิ มันน่ะหมาป่าชัดๆ

“เคยบอกอะไรวะ มะ…ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

หลบตามันครับ ตอนนี้ไม่กล้ามองหน้ามันแล้วอ่ะ -0- รู้สึกเหมือนเสียงตัวเองจะสั่นๆ ด้วย กูว่ากูบ้าจริงๆ แล้วล่ะ =_=

“ก็บอกว่า….กูจะจีบมึงไง







TBC.
××××××××××××××××××××××××××

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #16 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 16:14

    พี่เค้าจีบอยู่นะ แต่อาจจะเอาแต่ใจหน่อยคริสต้องพยายามเข้าใจนะ.

    #16
    0
  2. #9 Gonnay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 07:02

    เดินเรื่องได้น่ารักคริสโคตรน่ารักเลยมาต่อไวๆนะคะ

    #9
    0