นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Fic KnB] Kuroko’s coffee love [AkaKuro]

โดย Mind-San

บรรยากาศอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟหอมละมุน พร้อมกับความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว [AkaKuro]

ยอดวิวรวม

3,119

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


3,119

ความคิดเห็น


23

คนติดตาม


143
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ต.ค. 58 / 22:24 น.
นิยาย [Fic KnB] Kuroko’s coffee love [AkaKuro]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[Fic KnB] Kuroko’s coffee love [AkaKuro]

 

            บรรยากาศอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟหอมละมุน พร้อมกับความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

[AkaKuro]

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ต.ค. 58 / 22:24


[Fic KnB] Kuroko’s coffee love [AkaKuro]

By : Mind-San./Mi~chan


. . . . .



            กริ๊ง...

 

 

            “ยินดีต้อนรับครับ”

 

            หนุ่มน้อยหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมา ละมือจากสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อนเพ่งมองไปที่ประตูหน้าร้านเมื่อได้ยินเสียงของกระดิ่งสั่นเป็นจังหวะยามที่มีคนผลักประตูเข้ามา น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นร่างสูงเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับโค้งหัวลงอย่างสุภาพ

 

            วันนี้ก็มาสินะครับ

 

            คนตัวเล็กคิดในใจพลางมองตามร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มที่กำลังเดินไปยังริมฝั่งด้านซ้ายของร้านก่อนจะนั่งลงตรงที่นั่งประจำ

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะตรวจสอบใบออเดอร์ของลูกค้าในมืออีกครั้งก่อนจะนำแผ่นกระดาษไปเสียบไว้ที่เหล็กทรงสูงขนาดเล็กซึ่งมีฐานเป็นรูปวงกลมเป็นการส่งออเดอร์ให้กับเชฟประจำร้านให้ทำอาหารตามที่ลูกค้าสั่ง เด็กหนุ่มร่างเล็กเดินออกจากเคาน์เตอร์ก่อนจะเดินไปที่ตรงไปยังที่นั่งริมกระจกฝั่งซ้ายด้านในสุดของร้าน เป็นโต๊ะเดียวที่อยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์ที่เขายืนประจำอยู่มากที่สุด

 

            “สวัสดีครับอาคาชิคุง” ร่างเล็กทักทายด้วยใบหน้าเรียบนิ่งตามนิสัยแต่น้ำเสียงที่ใช้กลับฟังดูไพเราะเหลือเกิน

 

            “อ่า.. สวัสดี” ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีแดงสดตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาคมต่างสีที่ทุกคนลงความเห็นว่าดูน่าเกรงขามและชวนกดดันในเวลาที่จ้องมองจนแทบไม่อยากที่จะสบตาด้วย แต่ไม่รู้ว่าทำไมในความรู้สึกของคุโรโกะ เท็ตสึยะมันกลับแตกต่างกับคนอื่น เขารู้สึกดีทุกครั้งยามที่ได้จ้องมองเข้าไปในดวงตาสองสี ข้างหนึ่งเป็นสีแดง แต่อีกข้างเป็นสีเหลืองอำพันประกายงดงาม

 

            เขาเห็นความอ่อนโยนภายในดวงตาคู่นี้ ความซื่อตรง ความจริงใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่สะท้อนอยู่ภายในนั้นช่างขัดกับภาพลักษณ์ของร่างสูงเสียเหลือเกิน แต่นั่นก็อาจจะเป็นเสน่ห์ของเจ้าตัวล่ะมั้ง

 

            “วันนี้ก็รับเหมือนเดิมใช่มั๊ยครับ?” คนผมฟ้าเอ่ยถามก่อนจะเขียนออเดอร์ลงไปในสมุดจดเล่มเล็กของตนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับ เขาอ่านทวนเมนูซ้ำอีกครั้งเหมือนกับที่ทำเป็นประจำ คุโรโกะโค้งหัวให้ร่างสูงแล้วขอตัวกลับไปที่เคาน์เตอร์แล้วทำในสิ่งที่อยู่ในใบออเดอร์

 

 

            ‘Kuroko’s Coffee shop’

 

 

            เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในย่านหนึ่งของเมืองโตเกียวที่ขายทั้งเครื่องดื่ม อาหารและขนมไปในตัว พอเรียนจบคุโรโกะก็ได้เข้ามาสืบทอดกิจการร้านแห่งนี้ต่อจากผู้เป็นแม่ที่เริ่มชราภาพแล้ว หญิงสาวเปิดร้านนี้พร้อมกับสามีผู้เป็นที่รักนั่นก็คือพ่อของเขา พวกท่านต่างใฝ่ฝันไว้ว่าอยากจะเปิดร้านกาแฟสักร้านหนึ่ง จุดประสงค์หลักเพื่อรองรับลูกค้าที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือการเรียนให้รู้สึกผ่อนคลายยามที่ได้อยู่ที่นี่ หากแต่ไม่นานคุณพ่อของเขาก็เสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย คุณแม่เสียใจมากแต่ก็ไม่อาจล้มเลิกความฝันได้ เธอดูแลร้านนี้อย่างดีจนในที่สุดความฝันของท่านก็ประสบผลสำเร็จ

 

            เมื่อแก่ตัวลงเธอจึงยกร้านนี้ให้กับคุโรโกะ เท็ตสึยะลูกชายเพียงคนเดียวของเธอ หญิงสาวฝากฝังให้เขาดูแลร้านนี้ให้ดีที่สุดก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านเกิดซึ่งอยู่ในแถบชนบทที่ห่างจากโตเกียวพอสมควร ที่นั่นมีอากาศที่บริสุทธิ์กว่าในตัวเมืองมากจึงทำให้ส่งผลดีต่อสภาพร่างกายของหญิงสาว และถึงแม้ว่าเขากับแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เมื่อมีเวลาว่างคุโรโกะก็มักจะเดินทางไปเยี่ยมแม่ของตนเสมอๆ

 

            ย้อนกลับมาที่เวลาปัจจุบัน เขาดูแลร้านนี้มาเป็นเวลาเกือบครึ่งปีแล้ว ร้านนี้เป็นร้านที่กว้างขวาง ตัวร้านตกแต่งด้วยสีโทนอ่อนสบายตามีกระจกบานใหญ่ติดอยู่รอบๆร้านเพื่อให้ร้านดูปลอดโปร่ง ที่นั่งภายในร้านจะเป็นชุดโซฟาสีเข้มหันหน้าเข้าหากันโดยคั่นกลางด้วยโต๊ะกระจกตัวใหญ่และแยกสัดส่วนกันอย่างชัดเจนเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

 

            จะว่าร้านนี้เขาเป็นคนดูแลก็คงไม่ถูกนัก พูดง่ายๆว่าเขาเป็นหัวหน้ายังจะดูเหมาะกว่า ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทหลายๆคนที่ทำให้ร้านนี้ขายดีแบบเทน้ำเทท่า ใบหน้าหวานใสหันไปมองยังอีกมุมหนึ่งของร้าน พบร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีเหลืองอดีตนายแบบหนุ่มสุดฮอตที่ลาออกจากวงการแล้วเข้ามาร่วมหุ้นกับธุรกิจร้านกาแฟแห่งนี้ คิเสะ เรียวตะกำลังพูดคุยกับลูกค้าหญิงวัยทำงานด้วยท่าทางร่าเริงสดใสเป็นเหตุให้ฝ่ายหญิงหน้าแดงด้วยความเขินอาย

 

            ถัดจากคิเสะก็พบกับมิโดริมะ ชินทาโร่และอาโอมิเนะ ไดกิที่กำลังนำอาหารไปเสิร์ฟให้ลูกค้า ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทของเขาตอนมัธยมปลายและแยกย้ายจากกันไป พอใกล้จะจบมหาลัยเขาก็ได้บังเอิญเจอกับทั้งสองคนที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยใกล้ๆกัน ทั้งสองดูสนใจร้านของเขาเป็นพิเศษเลยยินดีที่จะมาช่วยงานที่นี่

 

            กริ๊ง..

 

            “อาหารของโต๊ะสามกับโต๊ะสี่เสร็จแล้ว” เสียงห้วนของใครบางคนทำให้คุโรโกะหันไปมอง เห็นคางามิ ไทกะยกอาหารมาวางที่เคาน์เตอร์อีกฝั่ง ใบหน้าเข้มรับกับคิ้วสองแฉกหยิบใบออเดอร์ที่ถูกเสียบไว้กับฐานเหล็กอันเล็กมาดูก่อนจะเดินหายไปในโซนห้องครัวของร้านเพื่อทำเมนูต่อไป

 

            คางามิเป็นเพื่อนที่ได้เจอกันในมหาวิทยาลัย ด้วยความที่เป็นคนชอบบาสเหมือนกันทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว คางามิเองก็มีพรสวรรค์ในการทำอาหารร่างเล็กจึงชวนเขาให้มาเป็นพ่อครัวของร้าน ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบตกลงในทันที แถมยังพาชายหนุ่มหน้าสวยอย่างฮิมุโระ ทัตสึยะที่มีฝีมือในการทำอาหารดีไม่แพ้กันมาด้วย คุโรโกะจึงได้รู้จักและสนิทสนมกับอีกฝ่ายภายในเวลาไม่นาน

 

            ดวงตากลมโตหันมามองเค้กหลายขนาดหลายรสชาติที่อยู่ในตู้หน้าเคาน์เตอร์พร้อมกับขนมอีกมากมาย ทั้งหมดเป็นฝีมือของมุราซากิบาระ อัตสึชิ พวกเขารู้จักกันเพราะแม่ของเขากับแม่ของมุราซากิบาระสนิทกัน อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีนิสัยเฉื่อยชาราวกับเด็กๆแต่พวกเขากลับเข้ากันได้ดีเกินคาด มุราซากิบาระชอบทำขนมและยังเรียนจบมาจากโรงเรียนเบเกอรี่ชื่อดังเขาจึงขอให้ร่างใหญ่มาช่วยงานที่ร้าน

 

            และมันก็ไปได้สวยมากเลยล่ะ...

 

            เด็กหนุ่มผมฟ้าคิดในใจพลางรินกาแฟใส่แก้วสีขาวเนื้อดี เมื่อได้ปริมาณที่พอเหมาะเขาก็จัดการเช็ดคราบกาแฟที่เปื้อนตรงขอบแก้วออก วางลงบนจานรองแก้วก่อนจะนำใส่ถาดสีเงินใบใหญ่แล้วเดินออกไปเสิร์ฟให้ลูกค้า เขามีหน้าที่หลักในการชงเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าต้องการหรือที่เรียกกันว่าบาริสต้า อีกทั้งยังคอยต้อนรับลูกค้ารวมถึงเป็นคนสั่งการเรื่องต่างๆภายในร้านอีกด้วย

 

            “เอสเพรสโซ่พร้อมกับนมสดได้แล้วครับ” ร่างเล็กวางถ้วยกาแฟหอมกรุ่นที่มีควันจางๆลงตรงหน้าของอาคาชิอย่างระมัดระวังก่อนจะหยิบถ้วยใส่นมสดใบเล็กไปวางข้างๆพร้อมกับช้อนคันเล็กที่มีไว้ใช้คนกาแฟ

 

            “ขอบใจนะ” อาคาชิพูดเสียงเบา มือหนาเทนมสดลงไปในแก้วส่งผลให้กาแฟดำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนน่าทาน ร่างสูงใช้ช้อนคนเบาๆก่อนจะวางลงบนจานรองแก้ว นิ้วเรียวเกี่ยวหูของแก้วกาแฟขึ้นมา ดวงตาสองสีปิดลง สูดกลิ่นหอมละมุนอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนที่จะจรดริมฝีปากเรียวได้รูปเพื่อลิ้มลองรสชาติของกาแฟ รสหอมหวานอันคุ้นเคยส่งผลให้ดวงตาสองสีเปิดขึ้นพร้อมกับแววตาถูกใจ ร่างสูงวางแก้วกาแฟลงก่อนจะส่งยิ้มไปให้ร่างบางที่ยืนรอฟังผลอยู่

 

            “วันนี้ก็รสชาติดีเหมือเดิมนะ”

 

            “ขอบคุณนะครับ” คุโรโกะยกยิ้มบางยิ่งขับเน้นใบหน้าหวานให้ดูน่ารักมากขึ้นไปอีก เขาโค้งหัวลงเป็นการขอบคุณ “ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็เรียกได้นะครับอาคาชิคุง” จากนั้นจึงขอตัวกลับไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อทำงานต่อ เวลาเสิร์ฟกาแฟให้ใครเขามักจะยืนรอเงียบๆเพื่อให้อีกฝ่ายชิมรสชาติก่อนว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงไหม เพราะถ้ามีเขาจะได้นำส่วนนั้นไปแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้ดื่มเครื่องดื่มอย่างมีความสุข

 

            ดวงตาสีฟ้าอ่อนสวยแอบมองไปยังที่นั่งของอาคาชิที่นั่งหันหน้ามาทางเคาน์เตอร์ที่เขายืนทำงานอยู่ ร่างสูงหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วย ใบหน้าหวานเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวให้กับภาพที่เห็นเป็นประจำ อาคาชิ เซย์จูโร่มักจะมาที่ร้านนี้บ่อยๆ สั่งกาแฟและนั่งทำงานอยู่เงียบๆ เครื่องดื่มที่อาคาชิชอบก็คือเอสเพรสโซ่กับนมสด เขาเป็นคนไม่ทานหวานเพราะงั้นจึงสั่งแบบไม่มีน้ำตาลด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดตั้งแต่มาร้านนี้เป็นครั้งแรก และเขาก็สั่งแต่เมนูเดิมตลอดเลยทำให้คุโรโกะรู้ว่าอาคาชิชอบทานรสชาติแบบไหน

 

            แม้ว่าจะไม่ได้คุยกันบ่อยแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาสองคนจะไม่ได้สนิทกัน ตรงกันข้ามอาคาชิเป็นคนที่มี อัธยาศัยดีขัดกับภาพลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขาม บางครั้งพวกเขาก็มักจะมานั่งคุยกันในเวลาที่ไม่ค่อยมีลูกค้าจนเรียกได้ว่าทั้งสองรู้จักนิสัยใจคอของกันและเป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง

 

            อาคาชิเป็นประธานของบริษัทอาคาชิซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่น งานหลักคือการดูแลอสังหาริมทรัพย์รวมถึงร่วมหุ้นกับบริษัทอื่นอีกมากมายภายในประเทศ อาคาชิมักจะมาที่ร้านของคุโรโกะในเวลาช่วงสายของวันทำงานซึ่งมีลูกค้าน้อยเพื่อที่จะได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานที่ทำ ร่างสูงโปรดปรานกาแฟยิ่งกว่าสิ่งใดที่นี่จึงเป็นตัวเลือกพิเศษที่ทำให้เขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและผ่อนคลายความเครียดไปในตัว

 

            เมื่อรู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมองดวงตาสองสีจึงละจากเอกสาร มองตรงไปที่เคาน์เตอร์และคลี่ยิ้มให้กับคุโรโกะทันทีที่ทั้งสองสบสายตากัน ร่างบางสะดุ้งเบาๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแล้วว่าถูกแอบมอง ใบหน้าหวานก้มงุดหลบสายตาด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนจะทำทีเป็นตรวจสอบใบออเดอร์เพื่อให้อีกฝ่ายเลิกส่งยิ้มแบบนั้นให้เขาเสียที ท่าทางน่ารักแบบนั้นส่งผลให้ให้อาคาชิอดที่จะยกยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้

 

            บางทีสิ่งที่ทำให้เขาอยากมาร้านนี้ อาจจะเป็นเพราะคนตัวเล็กคนนี้ก็ได้ล่ะมั้ง...

 

 

 

            ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ระหว่างที่อาคาชิกำลังจะนั่งรถกลับบ้านเขาก็รู้สึกอยากดื่มกาแฟขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ พอรถแล่นออกมาจากบริษัทได้ไม่นานเขาก็พบกับร้านกาแฟร้านหนึ่ง เป็นร้านที่อยู่ห่างออกมาจากย่านการค้าไม่มากนัก ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านเพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน

 

 

            ‘Kuroko’s Coffee shop’

 

 

            ทันทีที่เห็นร้านกาแฟร้านนี้เขาก็รู้สึกสะดุดตาอย่างบอกไม่ถูก ทางเข้าร้านมีป้ายสีฟ้าอ่อนสดใสที่บอกชื่อของร้าน พอมองเข้าไปก็พบกับร้านกาแฟที่ติดกระจกบานหนาอยู่รอบๆพร้อมกับผ้าม่านสีอ่อนที่เลื่อนเปิดปิดได้ตามต้องการ เขาไม่รอช้ารีบสั่งให้คนขับรถจอดรถทันที ร่างสูงเดินออกมาจากรถคันงามหันไปสั่งให้อีกฝ่ายกลับไปก่อนถ้าเขากลับเมื่อไหร่จะโทรเรียก คนขับรถโค้งหัวให้เจ้านายก่อนจะออกรถไป

 

            อาคาชิเดินไปที่ประตูหน้าร้านที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม มีป้ายที่บอกเวลาเปิดบริการแขวนไว้บนบานประตู มือเรียวจับลูกบิดและเปิดเข้าไป เสียงกริ่งที่แขวนอยู่บนบานประตูสั่นทันทีเหมือนเป็นการเตือนคนในร้านว่ามีลูกค้าเข้ามาแล้ว

 

            “ยินดีต้อนรับครับ” ร่างสูงชะงักฝีเท้าทันทีที่เข้ามา กลิ่นหอมของกาแฟลอยคลุ้งไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ดวงตาสองสีเพ่งมองเจ้าของเสียงหวานใสที่เอ่ยทักเขาเมื่อครู่ เด็กหนุ่มที่คาดว่าน่าจะมีอายุน้อยกว่าเขาไม่มากนัก เรือนผมสีฟ้าอ่อนนุ่มรับกับนัยน์ตาสีเดียวกัน ใบหน้าหวานราวกับผู้หญิงดูเรียบเฉยแต่ก็เจือไปด้วยความน่ารัก อาคาชิมองสำรวจภายในร้านเล็กน้อย ตอนนี้มีลูกค้าเพียงสองโต๊ะที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับประตูทางเข้า ดวงตาต่างสีกวาดมองรอบร้านก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะฝั่งซ้ายตัวในสุด เขาไม่ชอบความวุ่นวายจึงได้เลือกโต๊ะที่ดูเป็นส่วนตัวที่สุด

 

            เมื่อนั่งลงได้ไม่นานร่างบางที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์เมื่อครู่ก็เดินมาหาพร้อมกับใบเมนู มือหนาพลิกเปิดสมุดเล่มไม่ใหญ่มากก็พบว่าที่นี่นอกจากจะเป็นร้านกาแฟแล้วยังมีอาหารและขนมขายอีกด้วย ใบหน้าหล่อเหลาเหลือบมองร่างเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนตัดกับผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหวานหันมาสบตากับร่างสูงแล้วส่งยิ้มบางๆไปให้ โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการกระทำนั้นทำให้ลูกค้าหน้าใหม่คนนี้ใจเต้นผิดจังหวะไปซะแล้ว

 

            “จะรับอะไรดีครับ” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียกให้สติที่กำลังแตกกระจายของร่างสูงกลับเข้าที่ อาคาชิมองไปที่ใบเมนูอีกครั้งก่อนจะสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

            “เอสเพรสโซ่กับนมสด ไม่ใส่น้ำตาลนะ” สุดท้ายจึงจบลงด้วยกาแฟชนิดโปรดซึ่งเป็นเมนูที่เขาสั่งเป็นประจำเมื่อเข้าร้านกาแฟ เขาจดจำรสชาติที่แตกต่างของแต่ละร้านได้ดี หากร้านไหนอร่อยเขาก็มักจะกลับไปทานอยู่เสมอ ใบหน้าหล่อเหลามองคนตัวเล็กที่กำลังจดออเดอร์ลงบนสมุดเล่มเล็ก เพียงไม่นานคนผมฟ้าก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับพูดทวนเมนูด้วยน้ำเสียงหวานจับใจในความคิดของเขา

 

            “เอสเพรสโซ่กับนมสดไม่ใส่น้ำตาลนะครับ ไม่ทราบว่าจะรับแบบธรรมดาหรือรีฟิลดีครับ” อาคาชิก้มลงไปมองใบเมนูอีกครั้ง พบว่าราคาของแต่ละแก้วนั้นไม่เท่ากันและคิดราคาแยกกับแบบรีฟิล แม้ว่าแบบรีฟิลราคาจะสูงไปบ้างแต่ก็สามารถเติมได้เรื่อยๆตามต้องการ

 

            “งั้นขอแบบรีฟิลก็แล้วกัน” หนุ่มน้อยหน้าหวานพยักหน้ารับ

 

            “สนใจรับอาหารหรือขนมทานเพิ่มมั๊ยครับ?”

 

            “ไม่ล่ะ ผมไม่ชอบของหวาน”

 

            “ทราบแล้วครับ กรุณารอสักครู่นะครับ” อีกฝ่ายโค้งศีรษะลงอย่างสุภาพก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์และเริ่มต้นชงกาแฟอย่างตั้งใจ อาคาชิเท้าแขนข้างหนึ่งลงกับโต๊ะ เหลือบมองเจ้าของใบหน้าหวานก่อนจะยกยิ้มบางๆที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาสองสีละสายตาจากร่างบางและหันไปสำรวจรอบๆร้านอีกครั้ง บรรยากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อน ยิ่งเวลาที่ยังไม่ค่อยมีคนเข้าร้านมันก็ยิ่งเงียบสงบมาก ทำไมเขาไม่เจอร้านนี้ให้เร็วกว่านี้นะ...

 

            “ขอโทษที่ให้คอยครับ เอสเพรสโซ่ได้แล้วครับ” คนผมฟ้าวางแก้วกาแฟลงเบาๆพร้อมกับนมสดถ้วยเล็ก อาคาชิพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ เขาเทนมสดลงไปในแก้วกาแฟ ใช้ช้อนคนจนเครื่องดื่มหอมกรุ่นกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ในขณะที่กำลังจะยกกาแฟขึ้นจิบสายตาก็เหลือบมองไปที่เด็กหนุ่มร่างเล็กที่ยังคงยืนอยู่ห่างๆ ไม่ไกลกับโต๊ะของเขา คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม

 

            “เชิญดื่มได้เลยครับ รสชาติเป็นยังไงก็สามารถบอกได้ ถ้าไม่ถูกปากผมจะไปทำให้ใหม่ครับ” คนตัวเล็กอธิบาย

 

            บริการได้ดีจริงๆเลยแฮะ...

 

            อาคาชิยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ใบหน้าหล่อเหลาเบิกตากว้างทันทีที่รสหวานหอมกระจายไปทั่วโพรงปาก อาคาชิวางแก้วกาแฟลงพร้อมกับมองมันตาไม่กระพริบหลังจากจิบไปได้เพียงนิดเดียว เขาสามารถบอกได้เต็มปากเลยว่ามันอร่อย... อร่อยมากจริงๆ ทั้งรสขมปนหวานไม่ฝาดลิ้น และกลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อนส่งผลให้เขาหลงรักกาแฟถ้วยนี้ได้อย่างง่ายดาย ร่างสูงเงยหน้าสบตากับคนที่ชงกาแฟมาให้ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง

 

            “อร่อยมากเลยล่ะ” คนตัวเล็กยิ้มทันทีที่ได้ฟัง ดวงตาโตสีฟ้าเป็นประกายงดงามด้วยความดีใจ เขาโค้งหัวลงเป็นการขอบคุณ

 

            “ขอบคุณมากครับ หากต้องการอะไรเพิ่มเติมก็เรียกได้เลยนะครับ” คนผมฟ้าพูดส่งท้ายแล้วขอตัวออกไปก่อนจะเดินไปรับออเดอร์ที่โต๊ะของลูกค้าอีกฝั่ง ไม่นานเจ้าตัวก็เดินกลับมาที่เคาน์เตอร์และเริ่มชงกาแฟอีกครั้ง การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของอาคาชิ เซย์จูโร่ ร่างสูงยกกาแฟขึ้นจิบพลางนึกถึงชื่อของร่างเล็กที่อยู่บนป้ายชื่อตรงอกเสื้อ

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะ... งั้นเหรอ?

 

            ไม่รู้ว่าทำไมอาคาชิถึงได้ติดใจรสชาติของกาแฟร้านนี้นัก แต่พอรู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งอยู่ที่นี่จนท้องฟ้าข้างนอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มเสียแล้ว ลูกค้าคนอื่นก็เริ่มทยอยเข้ามาในร้านมากยิ่งขึ้น ร่างสูงจึงตัดสินใจสั่งอาหารทานเป็นมื้อเย็นก่อนจะเรียกให้รถของคนรับใช้ขับมารับเป็นเวลาต่อมา เขาตัดสินใจกับตัวเองไว้แล้วว่า...

 

            เขาจะต้องกลับมาร้านนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน

 

 

 

            และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้รู้จักกับคุโรโกะ เท็ตสึยะเด็กหนุ่มตัวเล็กน่ารักที่รู้สึกถูกชะตาด้วยตั้งแต่แรกเห็น ร่างบางที่นิสัยสุภาพและดูซื่อตรงเป็นเหมือนเสน่ห์ที่ทำให้คนอื่นพากันหลงรักได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอาคาชิไม่ปฏิเสธเกี่ยวกับความจริงข้อนี้เลย

 

            ยิ่งได้พูดคุยก็ยิ่งอยากรู้จัก คุโรโกะไม่เหมือนคนอื่นที่เขาเคยพบเจอ ไม่เหมือนคนในวงการธุรกิจที่เอาแต่สวมหน้ากากเข้าหากันเพื่อหวังผลประโยชน์ คิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้น ตอนที่รู้ว่าเขาเป็นประธานบริษัทก็ทำเพียงยิ้มรับพร้อมกับกล่าวคำชมผิดกับคนอื่นๆที่เข้ามาตีสนิทเพราะหวังผลทันทีที่รู้เรื่องนี้ แต่อีกฝ่ายยังปฏิบัติตนกับเขาอย่างสุภาพเหมือนกับที่เคย เพราะในสายตาของคุโรโกะ ลูกค้าก็ยังคงเป็นลูกค้า และเจ้าตัวก็เป็นเจ้าของร้านที่มีหน้าที่ดูแลลูกค้าให้มีความสุขมากที่สุด

 

            ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว อีกไม่นานแสงจากดวงอาทิตย์ก็คงจะหมดลง อาคาชิยังไม่ลุกไปไหน เขาอ่านเอกสารที่นำมาและเซ็นรับทราบหมดแล้ว ตอนนี้จึงนำหนังสือมาอ่านฆ่าเวลาเป็นการพักผ่อน มือเรียวยกกาแฟที่มีคนนำมาเติมให้เรื่อยๆขึ้นจิบพร้อมกับไล่สายตาไปยังตัวอักษรอย่างตั้งใจ

 

            พนักงานสองสามคนที่เขาคุ้นหน้าต่างเดินไปเลื่อนปิดผ้าม่านเพื่อกันไม่ให้คนอื่นเห็นข้างในเพราะตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้ว ลูกค้าคนอื่นค่อยๆทยอยกันกลับไปจนตอนนี้เหลือเพียงเด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีแดงสดนั่งอยู่เท่านั้น

 

            “อ่านอะไรอยู่เหรอครับ?” คุโรโกะ เท็ตสึยะเดินมาหาลูกค้าคนสุดท้ายพร้อมกับแก้วน้ำเปล่าเย็นๆ เพราะเห็นอีกฝ่ายดื่มแต่กาแฟมานานแล้ว ร่างสูงหันมาหาคนตัวเล็กก่อนจะหันมองไปที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเป็นเชิงบอกให้มานั่งด้วยกันร่างเล็กจึงวางแก้วน้ำแล้วเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย

 

            “Slow Heights no kamisama น่ะ” นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของหนังสือเล่มนั้น เพราะมันเป็นหนังสือเล่มโปรดที่เขาเคยเล่าให้อาคาชิฟัง ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะหามาอ่านเช่นนี้

 

            “ไม่คิดว่าอาคาชิคุงจะชอบหนังสือแบบนี้นะครับ” เขานึกว่าอาคาชิน่าจะชอบอ่านพวกหนังสือวิชาการอะไรแบบนั้นซะอีก

 

            “นายแนะนำฉันเองไม่ใช่เหรอ เท็ตสึยะ” ร่างสูงละสายตาจากหนังสือในมือ สบตากับเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอาคาชิถึงได้เรียกชื่อจริงของเขา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่อะไรตรงข้ามเขากลับชอบที่จะให้อีกฝ่ายเรียกแบบนี้ซะด้วยซ้ำ

 

            “มันน่าสนใจดีนะ” คนตัวเล็กยิ้มออกมาก่อนจะนั่งเงียบๆเพราะไม่อยากรบกวนเวลาอ่านหนังสือของอาคาชิ ใบหน้าหวานมองรูปหน้าเรียวได้รูปของร่างสูงก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ร่างเล็กรีบลุกออกมาจากที่นั่ง เดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วกลับมาที่โต๊ะของอาคาชิพร้อมถาดเงินใบใหญ่ในมือ

 

            “อาคาชิคุงครับ”

 

            “หืม? มีอะไรเหรอ?” อาคาชิปิดหนังสือแล้ววางไว้ที่โซฟาข้างตัว ดวงตาคมมองไปที่เด็กหนุ่มผมฟ้าที่ยืนถือถาดอะไรบางอย่างอยู่

 

            “ผมอยากให้อาคาชิคุงลองดื่มตัวอย่างของทางร้านน่ะครับ เมนูนี้จะนำมาขายภายในอาทิตย์หน้า เพราะงั้นเลยอยากจะขอความเห็นจากอาคาชิคุง”

 

            “ถ้าเป็นวานิลลาเชคล่ะ ก็ฉันขอผ่านนะ” คนตัวสูงเอ่ยติดตลกพลางมองใบหน้าหวานที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเอ็นดู คนอะไร... น่ารักชะมัด

 

            “ไม่ใช่สักหน่อยครับ” คุโรโกะพูดด้วยใบหน้างอนๆ แค่ชอบดื่มวานิลลาเชคทำไมต้องยิ้มเหมือนผมเป็นเด็กๆอย่างงั้นด้วยล่ะ อร่อยจะตายไป คนที่ไม่ดื่มไม่มีวันเข้าใจหรอก!

 

            “พูดเล่นน่า” อาคาชิยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ ท่าทางเป็นกันเองแบบนั้นคงทำให้คนอื่นพากันตกใจแน่ๆ แต่คนอื่นคงไม่มีวันได้เห็นหรอก เพราะเขาทำท่าทางแบบนั้นให้คนตัวเล็กคนนี้เห็นคนเดียวนี่นา

 

            “สเปเชียลคาราเมลคอฟฟี่ครับ” คุโรโกะพูดพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมหวานโชยขึ้นมาในทันที อาคาชิเพ่งมองสิ่งอยู่ในแก้วใบใส ตัวกาแฟเป็นสีน้ำตาลเข้มครีมนมเนียนนุ่มด้านบนถูกราดเป็นรูปหัวใจด้วยคาราเมลสีน้ำตาลใส แม้จะดูเรียบแต่ก็สวยงามมากที่สุด ลาเต้อาร์ต... เป็นสิ่งที่คุโรโกะถนัดที่สุด เขาสามารถวาดรูปอะไรลงไปก็ได้ตามที่ต้องการ และมันก็ออกมาได้น่าทานมากเช่นกัน “แบบไม่ใส่น้ำตาลนะครับ”

 

            อาคาชิพยักหน้ารับเมื่อได้ยินคุโรโกะพูดเหมือนกับรู้ใจ เขายกกาแฟขึ้นจิบ รสชาติหอมหวานเข้ามาทักทายเป็นอันดับแรก ก่อนจะถูกตีด้วยรสขมปนหวาน กลิ่นและรสชาติของคาราเมลลอยคลุ้งไปทั่ว ร่างสูงวางแล้วลงช้าๆ ยกมือขึ้นมาประสานกันบนโต๊ะพลางเหลือบมองไปยังร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าลุ้นๆ ท่าทางนั้นดูน่ารักราวกับเด็กน้อยที่รอฟังประกาศผลรางวัลไม่มีผิด

 

            “อืม...” เจ้าของเรือนผมสีแดงสดครางในลำคอเล็กน้อยเพื่อเป็นการเรียกความสนใจจากคุโรโกะให้ตั้งใจฟัง

 

            “ไม่รู้จะติยังไงเลยล่ะ” พูดจบก็ส่งยิ้มอ่อนโยนให้คนตัวเล็ก คุโรโกะนิ่งค้างเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มอย่างยินดี ใบหน้าหวานแสดงถึงความดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

 

            “ขอบคุณมากเลยครับ”

 

            “ไม่เป็นไรหรอก” อาคาชิพูดพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ร้านใกล้จะปิดแล้ว ทำไมเวลาถึงได้ผ่านไปเร็วขนาดนี้นะ

 

            “อ๊ะ.. นี่ก็ดึกแล้ว อาคาชิคุงจะกลับเลยหรือเปล่าครับ?” อาคาชิมมักจะกลับเวลานี้อยู่เสมอ ส่วนเขาก็ต้องปิดร้านและทำความสะอาดรวมทั้งตรวจสอบบัญชีราบรับรายจ่ายของร้านด้วย กว่าจะได้กลับบ้านก็ต้องอยู่ต่ออีกนานพอสมควร

 

            “อ่า.. คนของที่บ้านฉันน่าจะใกล้มาถึงแล้ว”

 

            “งั้นเดี๋ยวผมเดินไปส่งนะครับ” ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มและเดินออกจากร้านพร้อมกันกับคุโรโกะ อาคาชิเหม่อมองแผ่นหลังบางที่เดินนำอยู่ด้านหน้า ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีเขากลับมีความคิดที่ว่าอยากจะปกป้องคนตัวเล็กเอาไว้ข้างกาย อยากดูแล อยากรู้จักกันให้มากกว่านี้ นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

 

            คุโรโกะหยุดเดินเมื่อถึงหน้าถนน ใบหน้าหวานหันกลับไปมองร่างสูงโปร่งที่มองมาทางเขาเช่นกัน คุโรโกะส่งยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆมาให้อาคาชิ เป็นเหตุให้อีกฝ่ายหน้าแดงในทันที ถ้าบริเวณนี้สว่างกว่านี้ล่ะก็คนตัวเล็กคงจะเห็นสีหน้าแปลกๆของนักธุรกิจชื่อดังแน่นอน คนผมแดงแอบขอบคุณความมืดในใจ

 

            “กลับดีๆนะครับ ขอบคุณที่มาอุดหนุน” ร่างบอบบางพูดพร้อมกับโค้งหัวลง แต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆร่างสูงก็ดึงเขาเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน มือหนาทั้งสองข้างคล้องอยู่ที่ด้านหลังของเอวบางเพื่อไม่ให้ขยับหนี แม้จะอยู่ในความมืดแต่อาคาชิก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้คุโรโกะ เท็ตสึยะต้องหน้าแดงมากแน่ๆ ดูจากท่าทางสั่นๆแบบนั้นแล้วน่ะนะ

 

            ใบหน้าคมโน้มลงก่อนจะฝังจมูกลงบนหน้าผากขาวเนียนแล้วผละออกมา เพราะใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบคุโรโกะจึงเบนสายตาหนีอย่างไม่กล้าสบตา ตอนนี้เขาเขินจนไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงแล้ว ถึงจะสนิทกันแล้วก็เถอะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อาคาชิรุกเขาหนักขนาดนี้นะ!

 

            “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะ เท็ตสึยะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยใกล้ๆกับใบหูที่เริ่มแดงก่ำ ความรู้สึกแปลกๆก่อเกิดขึ้นในใจของคุโรโกะ เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องและเกร็งตลอดเวลาเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับอาคาชิมากขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร...

 

            “ชะ.. เช่นกันครับ” คนตัวเล็กเผลอถอนหายใจออกมาเมื่อร่างสูงยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ แต่หัวใจดวงน้อยก็ยังคงเต้นรัวไม่หายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ อาคาชิยิ้มให้กับคุโรโกะอีกครั้งก่อนจะเอ่ยคำลาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่ มีแต่คำพูดประโยคสุดท้ายนี่แหละที่เขามั่นใจว่าตัวเองต้องทำตามได้อย่างแน่นอน

 

            “ฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้” คุโรโกะส่งยิ้มบางก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหวานละมุน

 

 


            ขอบคุณที่ทำให้ฉันหลงรัก...

 

 


            “ยินดีต้อนรับเสมอครับอาคาชิคุง”

 

 


            ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้สึกดีกับคุณ...

 

 



. . . .FIN. . . .

.

.

.

END or TBC?






---Writer Talk---


     สวัสดีค่าทุกคนนนน

ห่างหายไปนาน  มีใครจำไรเตอร์ได้มั่งเอ่ยยย

หวังว่าจะยังไม่ลืมกันนะคะ ; w ;

     ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษที่ช่วงนี้ไม่ได้อัพอะไร พอดีอาทิตย์นี้มีสอบน่ะค่ะ (การมีสอบในช่วงปิดเทอมเป็นอะไรที่โหดร้ายT^T)

มีสอบวันจันทร์กับอังคาร อยากจะสลบยาวๆมากก

     จากนั้นก็แอบไปอู้(?)ด้วยการย้อนกลับไปดูคุโรบาสตอนแข่งกับไคโจในวินเทอร์คัพ><

ดูกี่รอบก็ยังลุ้นเหมือนเดิมเลยค่ะ//โดนคนอ่านรุม


     วันนี้เลยมีฟิคสั้นๆน่ารักๆมาให้อ่านกันค่ะ

     เอาจริงๆไรเตอร์แอบชอบเรื่องแนวนี้นะคะ อบอุ่น ไม่หวือหวา ความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไป(เหรอ? ได้ข่าวว่าคุโรโกะถูกอาคาชิจุ๊บหน้าผากแล้ว)

     และเช่นเคยด้วยการจบแบบคำถาม อ่านแล้วเป็นยังไงก็คอมเม้นบอกกันได้นะคะ

แอบวางแพลนเรื่องยาวไว้บ้างแล้ว แต่ขอดูผลตอบรับก่อน

     ไรเตอร์ใกล้จะเปิดเทอมแล้วล่ะค่ะ เลยอาจจะไม่ค่อยมีเวลามาอัพ

ยังไงก็ขอโทษจริงงๆนะคะ//โค้ง แล้วเจอกันใหม่ บ๊าย บายค่ะ^__^


'Mind-San./Mi~chan'

ผลงานอื่นๆ ของ Mind-San

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

23 ความคิดเห็น

  1. #23 NoungjuneNoung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 07:12
    TBC.จ้าาาาา
    #23
    0
  2. #22 สาววายนิระนาม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 20:46
    TBC ค่ะ
    #22
    0
  3. #21 เนบิวลา-chiji (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 14:41
    เรื่องนี้น่ารักมากเลยค่ะ แบบอ่านไปรู้สึกถึงความละมุนนน หอมหวานทันที><
    #21
    0
  4. วันที่ 18 มกราคม 2560 / 19:54
    ฟินมากอ่ะ
    #20
    0
  5. #19 filmlovee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 08:58
    ฟินสิคะรอไรอยู่
    #19
    0
  6. #18 thittkrk
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 20:30
    เรื่องยาวเถอะไรท์จ๋าา
    #18
    0
  7. #17 Selra (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 10:28
    อยากอ่านเรื่องยาว ไรท์ ~~~ แต่งต่อน่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #17
    0
  8. #16 252555555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:08
    รอตอนต่อไปนะค่ะ
    #16
    0
  9. #15 เซริว
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 16:31
    ละมุนมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #15
    0
  10. #14 ninejob01
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 21:31
    กรี้ดดดดน่ารักก
    #14
    0
  11. #13 RikeRR
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 12:17
    อร๊ายยยย~~~ ทั้งหวานนนทั้งฟินนนรรร์ นั้งอ่านไปกริ๊ดไปจนพ่อกะแม่หาว่าบร้าแล้วเนี้ยยยย >\\\\<💕💕💕💕
    #13
    0
  12. #12 Zethius
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 21:26
    กรี๊ด!!! หวานละมุนอะไรเช่นนี้
    #12
    0
  13. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 12:15
    TBCค่าาาาาา~~
    #11
    0
  14. วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 00:12
    TBCค่ะ!
    #10
    0
  15. #9 Tan
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 23:52
    น่ารักมากกกกกกก ต่อเถอะนะคะ~~~~
    #9
    0
  16. #8 แฟนคลับ
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 10:09
    แต่งได้น่ารักดีนะเรียบๆๆแต่น่ารักไม่แต่ต่อละ
    #8
    0
  17. วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 10:05
    อยากอ่าน 7 day of me ด้วยอ่าา
    #7
    0
  18. วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 08:34
    ต่อเถอะค่ะ พล๊อตเรื่องนี้ทำให้เราเขินหนักมากค่ะ น่ารักอะไรอย่างนี้ //7// เรื่องนี้ละมุนละไมหวานมากค่ะ//ปัดมด
    #6
    0
  19. วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 06:29
    พล็อตเรื่องแบบนี้ก็ดีเหมือนกันค่ะ ชอบเรื่องหวานฟรุ้งฟริ้งแบบนี้สุดๆ ยังไงก็รอติดตามนะค่ะ ^^
    #5
    0
  20. #4 KAKUSETSU (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 00:33
    หวานมากกกกกก อ่านไปแล้วเขินเองไงไม่รู้ เขินแทนน้อง น่ารักอ่า //-//
    #4
    0
  21. #3 muffinbutter
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 00:05
    ต่อสิคะ รออัลไลลลลลลลล





    ถ55555555555555
    #3
    0
  22. #2 Light of the Night Sky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 22:54
    ง่ะ!!! O_o รู้สึกมันคาใจไงไม่รู้ต่อเป็นเรื่องยาวได้ไหมอ่ะ กำลังลุ้นเบยย สนุกดีคะ
    #2
    0
  23. วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 22:41
    ฟินน ~ มีต่อเถอะค่ะ ><
    #1
    0