นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย [FIC KnB] 7 Count [AllKuroko]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

[FIC KnB] 7 Count [AllKuroko]

 

Pairing :  AllKuroko 

(Kise/ Mido/ Ao/ Mura/ Aka/ Kaga x Kuroko)

 

Genre : Drama…

 

By : Mind-San./Mi~chan'

 

Writer : แฟนฟิคเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องหลักในอนิเมะ หรือมังงะ และฟิคเรื่องนี้อาจหน่วงพอสมควรนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ส.ค. 58 / 21:35


 

 

[FIC KnB] 7 Count [AllKuroko]

Pairing :  AllKuroko (Kise/ Midorima/ Aomine/ Murasakibara/ Akashi/ 

Kagami x Kuroko)

Genre : Drama…

 

 

            หนาว.. หนาวเหลือเกิน... ความรู้สึกนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อร่างกายของเขาถูกสายน้ำโอบล้อม ดวงตาเหม่อมองคลื่นน้ำที่กำลังกระเพื่อมไหวเล็กน้อยในยามขยับตัว ภาพความทรงจำมากมายไหลผ่านเข้ามาในหัวสมองอันว่างเปล่าดั่งแผ่นหนังที่ฉายซ้ำ...

 

 

 

7 Count… Midorima Shintaro

 

 

 

                     สวบ!

 

     เด็กหนุ่มร่างสูงขยับแว่นของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะหันหลังกลับเตรียมออกวิ่ง ดวงตาเฉียบคมฉายแววเฉยเมยแม้ว่าลูกชู้ตที่ชู้ตจากระยะเกินครึ่งสนามของเขาจะเข้าลงห่วงอย่างแม่นยำก็ตามที มันไม่เห็นจะน่าดีใจตรงไหน ก็เขาทำแบบนี้จนรู้สึกชินชาแล้วนี่นา นัยน์ตาสีเขียวเข้มหันไปมองป้ายคะแนนแข่งขันที่ตั้งอยู่ข้างสนาม เลขสกอร์สามหลักของทีมตนเองเผยเข้าสู่สายตา มิโดริมะถอนหายใจเบาๆเมื่อพบว่าทีมคู่แข่งตัดใจยอมแพ้ไปหมดแล้ว

 

            ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เวลาก็ยังไม่หมด แม้แต้มจะห่างแต่ถ้าไม่ตัดใจยอมแพ้มันก็ยังไม่จบไม่ใช่หรือ ยังทุ่มจนสุดความสามารถได้อยู่ไม่ใช่รึไง? แต่ก็นั่นล่ะ ถ้าทีมฝั่งตรงข้ามเล่นแบบไร้ชีวิตแบบนี้ เขาก็คงต้องเล่นแบบนั้นตามล่ะนะ

 

            “ชู้ตได้สวยมากเลยนะครับ มิโดริมะคุง” น้ำเสียงติดหวานทำให้คนร่างสูงหันไปมอง เด็กหนุ่มตัวเล็กผมสีฟ้าอ่อน เจ้าของยูนิฟอร์มเบอร์ 15 วิ่งตามเขามาพร้อมกับเหงื่อที่ผุดเต็มใบหน้าแต่ก็พยายามยิ้มให้กับเขา คนที่เพิ่งจะพาสลูกใส่มือของเขาเมื่อครู่นี้

 

            “อืม” มิโดริมะส่งเสียงครางรับในลำคอเหมือนกับไม่ค่อยใส่ใจต่อคำชมนั้นเท่าไหร่ ยังไม่ทันได้คุยกันต่อเสียงนกหวีดของกรรมการก็ดังขึ้นมา

 

            ปรี๊ดดดดดดดดดดดดด

 

            “โรงเรียนเทย์โค ขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นครับ!

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะจับคอเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังม้านั่งข้างสนามที่มีเด็กหนุ่มผมสีเหลืองยืนรอเพื่อเปลี่ยนตัวอยู่ก่อนแล้ว

 

            “เดี๋ยวคุโรโกะ” สองขาที่กำลังก้าวออกจากเขตของสนามหยุดชะงัก ดวงตากลมโตหันไปมองคนสวมแว่นด้วยความสงสัย

 

            “ครับ?”

 

            “ส่งลูกให้ดีกว่านี้หน่อยนะ เมื่อกี้ฉันเกือบจะรับพลาดแล้ว” แม้ถ้อยคำที่ใช้จะดูราบเรียบแต่กลับทำให้คนตัวเล็กรู้สึกแย่อย่างน่าประหลาด คุโรโกะก้มหัวลงเล็กน้อย

 

            “ขอโทษด้วยครับ ครั้งหน้าผมจะทำให้ดีกว่านี้”

 

            “อืม พยายามเข้าล่ะ” มิโดริมะพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปเมื่อกรรมการให้สัญญาณเตรียมแข่งขันต่อ เด็กหนุ่มร่างเล็กเดินไปทรุดกายลงบนม้านั่งตัวยาว ดวงตาสีฟ้ามองทุกคนที่อยู่ในสนามแข่ง เด็กหนุ่มอัจฉริยะทั้งห้าคนที่ได้รับฉายาว่า ทีมปาฏิหาริย์ทุกคนล้วนมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันไป และเมื่อพวกเขามาอยู่รวมกันแต้มของทีมก็จะทิ้งห่างคู่ต่อสู้ออกไปมากยิ่งขึ้น

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะมองสิ่งที่ตัวเองเรียกว่า ทีมด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แม้ว่าคะแนนจะนำคู่ต่อสู้ไปไกลแค่ไหน แต่ทุกคนในทีมกลับไม่ยิ้มหรือรู้สึกยินดีเลยสักคนเดียว ต่างคนต่างเล่นให้ตัวเองเป็นฝ่ายทำแต้ม ร่างเล็กมองสนามแข่งขันด้วยความรู้สึกขมขื่น มือทั้งสองข้างที่วางบนหน้าตักกำเข้าหากันแน่น เมื่อความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ความคิดที่ชวนตอกย้ำตัวเองว่า..

 

            บนสนามแห่งนี้ อาจไม่มีที่สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว...

 

 

 

6 Count… Murasakibara Atsushi

 

 

 

            “การแข่งเนี่ยน่าเบื่อจังน๊า~ ยังไงก็ชนะอยู่แล้วไม่ต้องจริงจังมากก็ได้นี่นา” น้ำเสียงยานคางของเซนเตอร์แห่งทีมปาฏิหาริย์เรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มร่างเล็ก คุโรโกะมองเพื่อนร่วมทีมตัวสูงใหญ่ที่เอาแต่กินขนมระหว่างการฝึกซ้อม ซึ่งน่าแปลกที่ไม่มีใครว่าหรือตำหนิเลยสักคน ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ไม่ว่าจะขอยังไงก็ไม่มีใครอนุญาต

 

            “ถ้าคู่แข่งได้ยินแบบนี้เขาจะเสียใจนะครับมุราซากิบาระคุง” มุราซากิบาระ อัตสึชิหันมาหาคนตัวเล็กที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด มันไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด แต่เห็นแล้วอยากขย้ำชะมัดเลย

 

            “คุโรจินจริงจังไปหรือเปล่า?”

 

            “จริงจังกับการแข่งเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอครับ?” คนผมสีม่วงย่อตัวลงมาจนอยู่ในระดับเดียวกันกับคุโรโกะ มือใหญ่ที่ว่างจากการถือห่อขนมเอื้อมมาลูบเรือนผมสีฟ้ายุ่งเบาๆก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างคนง่วงนอน

 

            “ถ้าคุโรจินจริงจังกับการแข่งขันจริงลูกส่งก็ต้องดีกว่านี้สิ”

 

            “วะ.. ว่าไงนะครับ?”

 

            “ก็พาสของคุโรจินช่วงนี้น่ะ มันน่าเบื่อมากจนไม่อยากจะรับเลย เพราะคุโรจินไม่ได้ตั้งใจเล่นไม่ใช่เหรอ?” ดวงตาปรือสีอเมทิสต์มองเข้าไปในดวงตากลมโต มุราซากิบาระถอนหายใจก่อนจะเอามือออกแล้วเดินไปที่ม้านั่งริมสนาม ร่างใหญ่แกะห่อขนมแล้วนั่งกินอย่างไม่สนใจใครทิ้งให้คนตัวเล็กยืนนิ่งค้างกับประโยคเมื่อครู่

 

            ก็พาสของคุโรจินช่วงนี้น่ะ มันน่าเบื่อมากจนไม่อยากจะรับเลย

 

            น่าเบื่องั้นเหรอ? ไม่อยากจะรับงั้นเหรอ? ทำไมล่ะ? ทั้งๆที่เขาก็เล่นอย่างทุกที ตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อตามทุกคนในทีมให้ทันแม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าแค่ไหนแต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ แล้วทำไม?... อีกฝ่ายถึงได้พูดแบบนี้ใส่เขากัน

 

            ทั้งๆที่เขาพยายามมากกว่าใครแต่เขาก็ไม่อาจสู้คนพวกนั้นได้เลย ดวงตาสีฟ่าอ่อนของคุโรโกะทอดมองไปยังร่างสูงใหญ่ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็กำลังมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน มุราซากิบาระยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนจะพูดแบบไม่มีเสียงส่งไปหาคนตัวเล็ก คำพูดที่เขาอ่านได้ว่า...

 

            พยายามเข้าก็แล้วกันนะ~’

 

 

 

5 Count… Kise Ryouta

 

 

 

            ภายในห้องเปลี่ยนเสื้อของทีมบาสเกตบอลเทย์โควันนี้ดูเงียบจนผิดหูผิดตา มีเพียงเด็กหนุ่มสองคนเท่านั้นที่ยืนเปลี่ยนชุดอยู่ เป็นเพราะวันนี้พวกเขาสองคนเป็นเวรทำความสะอาดโรงยิม 1 จึงต้องกลับบ้านช้ากว่าเวลาปกติ

 

            “เหนื่อยชะมัดเลยแฮะ” คิเสะ เรียวตะนายแบบหนุ่มชื่อดังว่าพลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนจะติดกระดุมเสื้อเชิ้ตนักเรียนให้เรียบร้อยแล้วหยิบเสื้อสูทมาสวมทับ

 

            “เหนื่อยหน่อยนะครับคิเสะคุง” คุโรโกะพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งตามแบบฉบับ มือบางถอดเสื้อยืดสีขาวออกเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตมาใส่และตามด้วยชุดสูทสีขาวแบบเดียวกัน ใบหน้าหวานหันมามองเพื่อนร่วมทีมเล็กน้อย “กลับบ้านกันเถอะครับ”

 

            ความมืดปกคลุมเต็มทั้งผืนฟ้าเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าตอนนี้เลยช่วงเย็นไปนานมากแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองคนในชุดเครื่องแบบมัธยมต้นเทย์โคเดินไปตามถนนหนทางอย่างไม่รีบร้อน โดยมีเสียงพูดคุยจากนายแบบหนุ่มร่างสูงที่ดังขึ้นแทบตลอดเวลา คนที่เดินมาด้วยกันก็ทำเพียงพยักหน้ารับพร้อมกับพูดตอบบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น

 

            “นี่คุโรโกจจิ”

 

            “มีอะไรเหรอครับคิเสะคุง?” เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนหยุดฝีเท้าลง มองสบตากับดวงตาคมสีเหลืองอำพันของอีกฝ่าย

 

            “ฉันว่าพักนี้ลูกส่งของคุโรโกจจิดูแปลกๆนะ”

 

            “ครับ?”

 

            อีกแล้วงั้นเหรอ?... ทำไม? เกิดอะไรขึ้น?

 

            “ฉันว่าลูกส่งของนายมันช้ามาก จะว่าไงดีล่ะ..” นายแบบหนุ่มยกมือยีผมตัวเองก่อนจะพูดต่อ “ฉันคิดว่าเมื่อก่อนนายพาสลูกได้ดีกว่านี้นะคุโรโกจจิ พูดตามตรงเลยนะฮะ... ฉันไม่อยากรับลูกพาสจากนายอีกแล้ว”

 

            หากคนเราสามารถตายด้วยคำพูดของใครสักคนได้ คุโรโกะคงตายไปนานแล้ว คำพูดทิ่มแทงจากคนเป็นเพื่อนร่วมทีมนั้นเปรียบเสมือนใบมีดคมกริบที่กรีดลงมากลางใจ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่แยกกับคิเสะ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขาใช้เวลาเดินทางกลับมาบ้าน คนตัวเล็กไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ในหัวมีแต่คำพูดของคิเสะ เรียวตะดังก้องซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ใบหน้าหวานก้มหน้าลงก่อนจะปล่อยให้น้ำอุ่นร้อนค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย น้ำตาที่แสดงถึงความอ่อนแอ... น้ำตาที่คุโรโกะไม่เคยชอบมันเลย

 

 

 

 4 Count… Aomine Daiki

 

 

 

            “วันนี้ฉันทำแต้มได้แค่ 82 แต้มเอง” เด็กหนุ่มผิวเข้มเปิดปากหาวด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

 

            “เพราะนายเอาแต่ครองบอลอยู่คนเดียวน่ะสิ ฉันถึงชู้ตได้แค่ 20 แต้มน่ะ”

 

            “ก็คู่แข่งมันอ่อนซะขนาดนั้นนี่”

 

            อาโอมิเนะ ไดกิ เอสของรุ่นปาฏิหาริย์พูดพลางแสยะยิ้ม เมื่อทีมบาสเทย์โคได้รับชัยชนะกลับมาอีกตามเคย ชนะจนรู้สึกว่าบาสมันช่างน่าเบื่อ เป็นเพียงกีฬาที่แค่ชู้ตก็ได้รับชัยชนะมาแบบง่ายๆ ไม่มีอะไรที่น่าสนใจอีกต่อไปแล้ว แม้กระทั่งคู่แข่งเก่งๆ... เขาก็ไม่มี

 

            ดวงตาสีน้ำเงินเข้มปรายตามองคู่หูที่เดินเคียงข้างกันด้วยความรู้สึกเฉยเมย รู้สึกว่าช่วงนี้เขาเข้ากับคุโรโกะไม่ได้ เด็กหนุ่มตัวเล็กไม่สามารถตามความเร็วของเขาได้ทัน ทำให้การพาสลูกอันน่าทึ่งใช้กับเขาไม่ได้ผล ทุกอย่างมันช้าเกินไป ช้าจนเขาหงุดหงิด แต่มันก็เป็นข้อสรุปได้ว่า... เขาเล่นคนเดียว ทีมก็ชนะได้แล้ว

 

            ครองลูกชู้ต.. ครองลูกชู้ต การแข่งที่เพิ่งแข่งไปเมื่อครู่เป็นหลักฐานยืนยันชั้นดีว่าฝีมือของเขากับคู่ต่อสู้ห่างกันมากแค่ไหน เพราะแค่เขาคนเดียวตัวเลขบนแป้นก็แทบจะขึ้นสามหลักเข้าไปแล้ว เพราะงั้นคนส่งลูกน่ะไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วล่ะ

 

            “นี่เท็ตสึ”

 

            “ครับ?”

 

            “มาด้วยกันหน่อยสิ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” อาโอมิเนะว่าพลางเดินนำร่างเล็กออกมาจากโรงยิมที่ใช้ฝึกซ้อม เนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากท้องฟ้าจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มในยามพระอาทิตย์ตกดิน เด็กหนุ่มผิวเข้มเดินมาหยุดอยู่ที่สวนด้านหนึ่งของโรงเรียน มันเป็นที่ๆไม่ค่อยมีใครผ่านมา

 

            “มีอะไรเหรอครับอาโอมิเนะคุง?” คนตัวเล็กเอียงคอมองอย่างสงสัย ท่าทีที่แปลกไปของคู่หูทำเอาเขาเริ่มเป็นกังวล อาโอมิเนะสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตากับอีกฝ่าย

 

            “ต่อจากนี้ ไม่ต้องส่งลูกมาให้ฉันแล้วนะเท็ตสึ” ดวงตาโดเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

 

            “หมายความว่าไง.. ครับ อาโอมิเนะคุง?”

 

            “ก็หมายความตามนั้นแหละ ต่อจากนี้ไม่ต้องส่งลูกให้ฉันอีกแล้ว”

 

            “ทำไม.. ล่ะครับ?”

 

            “ฉันสามารถชนะได้ด้วยตัวคนเดียว แม้ว่าจะไม่มีการส่งของนาย”

 

            “อาโอมิเนะคุง...”

 

            “นายมันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เท็ตสึ”

 

            เด็กหนุ่มผิวเข้มเดินผ่านคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งค้างโดยที่ไม่หันกลับมามองอีกเลย

 

            “คนที่เอาชนะฉันได้ มีแค่ฉันเท่านั้น”

 

            ร่างเล็กทรุดตัวลงอย่างคนไร้เรี่ยวแรง มือทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ นี่มันอะไรกัน? ทำไมทุกคนถึงเป็นแบบนี้ได้? ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทุกคนยังยิ้มด้วยกันอยู่แท้ๆ ทำไม?...

 

            แล้วทำไม... ผมถึงอ่อนแอแบบนี้กัน?...

 

 

 

 3 Count… Akashi Seijuro

 

 

 

            เด็กหนุ่มเจ้าของฉายาราชันผู้ไร้พ่ายเพ่งมองตารางฝึกซ้อมของทุกคนในทีม ดวงเนตรต่างสีปรายตามองนักกีฬาทุกคนที่ฝึกอยู่ในสนามเป็นระยะด้วยสีหน้าที่คาดเดาความคิดไม่ได้ กัปตันแห่งทีมปาฏิหาริย์ยกขวดน้ำขึ้นดื่มพร้อมกับมองไปที่ตารางฝึกที่มีชื่อของทุกคนในทีมอีกครั้ง

 

            ในใบฝึกซ้อมมีชื่อของคนๆนึงที่ถูกกาด้วยเครื่องหมายกากบาทสีแดงเอาไว้...

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

            “อาคาชิคุงเรียกผมเหรอครับ?” ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองตามเสียงเรียก คนตัวเล็กผู้มีเรือนผมสีฟ้าอ่อนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา คุโรโกะมองอย่างแปลกใจเมื่ออยู่ๆก็มีสมาชิกปี 1 เดินเข้ามาบอกว่าอาคาชิต้องการพบตัว

 

            “กำลังรออยู่เลยเท็ตสึยะ ผมว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่า”

 

            สถานที่ที่ใช้ในการคุยคือห้องล็อกเกอร์ในโรงยิมที่ร้างผู้คน เด็กหนุ่มร่างสูงยืนกอดอกด้วยท่าทางที่เหมือนกับจักรพรรดิ ดวงตาคมสองสีหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนกำลังใช้ความคิด เพียงไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความกดดัน

 

            “ผมมีเรื่องอยากขอร้องนาย เท็ตสึยะ”

 

            “ครับ?” คุโรโกะมองด้วยความสงสัย อาคาชิคนนั้นมีเรื่องอะไรที่อยากขอร้องเขากัน?

 

            “นายช่วยออกจากชมรมนี้ได้ไหม?”

 

            “!

 

            “ถือว่าเป็นคำสั่งจากผมก็แล้วกัน”

 

            “ทำไมล่ะครับ อาคาชิคุง” นึกอยากจะไล่ ก็ไล่กันแบบนี้เลยงั้นเหรอ? อาคาชิ เซย์จูโร่คนนั้น เคยเห็นเขาเป็นเพื่อนร่วมทีมบ้างหรือเปล่า?

 

            “ขอพูดตรงๆเลยก็แล้วกันนะเท็ตสึยะ” ร่างสูงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

 

            “...”

 

 

 

            “นายน่ะ ไม่มีความจำเป็นต่อทีมนี้อีกต่อไปแล้ว”

 

 

 

            “ฮึก...” อย่างนี้นี่เอง ที่ทุกคนมาพูดแบบนั้นกับเขาก็เพื่อตั้งใจที่จะบีบเขาออกจากทีมงั้นสินะ? พอใช้ประโยชน์ไม่ได้ก็เลยเขี่ยทิ้งงั้นสิ? เพราะเขาไร้ค่าถึงได้ทำกันแบบนี้สินะ?

 

            “ฮึก.. ฮึก..” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนห้อเลือด รู้สึกได้ถึงรสเค็มฝาดที่คละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก อยากเข้มแข็ง.. แต่ก็ทำไม่ได้ ไม่อยากร้องไห้.. แต่หยดน้ำตากลับไม่ยอมรับฟัง น้ำอุ่นร้อนไหลลงมาอาบแก้ม เสียงสะอื้นที่คนตัวเล็กพยายามกลั้นเอาไว้ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล เขาอดทนมามากพอแล้ว มากจนเกินจะรับไหวแล้วในตอนนี้

 

            ร่างเล็กทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ซบใบหน้าลงบนเข่าทั้งสองข้างที่ตั้งชันขึ้นมา เสียงสะอื้นไห้จากความทรมานที่อัดแน่นอยู่ในจิตใจถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ไหล่เล็กสั่นเทาอย่างน่าสงสารแต่กลับไม่มีใครอยู่เคียงข้างกายเลย... ไม่มีเลยจริงๆ

 

 

 

2 Count… Kagami Taiga

 

 

 

            โรงเรียนมัธยมปลายเซย์ริน

 

 

            “ไนส์ชู้ตคางามิ!” เสียงของพอยต์การ์ดประจำทีมบาสเกตบอลเซย์รินดังขึ้นมาเมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงคิ้วสองแฉกดังค์ลูกลงห่วงได้อย่างสวยงาม ตอนนี้พวกเขากำลังแบ่งทีมและฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวที่จะไปแข่งรอบคัดเลือกที่อินเตอร์ไฮ ซึ่งดูจากการซ้อมที่หนักหนาสาหัสนั่นแล้วก็สามารถรู้ได้ในทันทีว่าพวกเขาจริงจังกับการแข่งมากแค่ไหน

 

            “เอาล่ะ พักได้” โค้ชสาวไอดะ ริโกะพูดขึ้นพลางเป่านกหวีดเพื่อให้ทุกคนได้พักประมาณห้านาทีก่อนจะเริ่มฝึกซ้อมต่อ ดวงตาสีน้ำตาลมองรอบโรงยิมก่อนจะมองดูนาฬิกา เธอถอนหายใจเบาๆด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่เริ่มการซ้อมมันก็ผ่านมาชั่วโมงนึงแล้ว เขาก็ยังไม่มาสักที

 

            “ขอโทษที่มาสายครับ!

 

            ประตูโรงยิมถูกเปิดขึ้นพร้อมกับเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนที่รีบวิ่งเข้ามา คุโรโกะโค้งหัวให้ทุกคนเป็นเชิงขอโทษก่อนจะเดินแยกไปอีกทางเพื่ออบอุ่นร่างกาย

 

            โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า... บัดนี้สายตาของเพื่อนร่วมทีมได้เปลี่ยนไปแล้ว...

 

 

            “พักนี้มาซ้อมสายตลอดเลยนะนายน่ะ” คางามิ ไทกะหันหน้ามาหาคู่หูที่มีฐานะเหมือนเงาของตนด้วยใบหน้าสงสัย ตั้งแต่เข้าชมรมมาได้สามเดือน คุโรโกะก็มักจะมาซ้อมช้ากว่าเวลาปกติแทบทุกวัน แถมร่างเล็กยังมีอาการเหนื่อยอ่อนง่ายระหว่างการฝึกซ้อมอีกด้วย

 

            “ขอโทษนะครับ ผมมีงานต้องทำ”

 

            “มีอะไรที่สำคัญไปกว่าการชนะเลิศการแข่งบาสระดับประเทศด้วยรึไง?” เด็กหนุ่มคิ้วสองแฉกเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย แต่ก็ได้เพียงความเงียบที่ตอบกลับมา ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “อย่างน้อยก็มาซ้อมให้สม่ำเสมอก็แล้วกันนะ”

 

            “เข้าใจแล้วครับ”

 

 

            ในช่วงเย็นของวันหนึ่ง คุโรโกะ เท็ตสึยะเดินมุ่งหน้าไปยังโรงยิมที่ใช้ฝึกซ้อม เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักมองนาฬิกาด้วยความรู้สึกลำบากใจ เพราะวันนี้เขาก็ยังมาสายอีกเช่นเคย ร่างบางเปิดประตูโรงยิมก่อนจะพบว่าทุกคนกำลังยืนประชุมอะไรบางอย่างอยู่

 

            “อ๊ะคุโรโกะคุง มาก็ดีแล้ว มานี่หน่อยสิ” ริโกะพูดพลางกวักมือเรียกให้ร่างเล็กเดินไปหา โค้ชสาวมีร่องรอยความไม่สบายใจอยู่บนใบหน้า

 

            “มีอะไรเหรอครับ?” คนผมฟ้ามองด้วยความสงสัยก่อนจะพบว่าทุกคนในทีมก็มองเขาอยู่เช่นกัน แต่พอเขาหันกลับไปมองคนพวกนั้นก็พากันเบือนหน้าหนี นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ?

 

            “คือ.. ฉันก็คิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วนะ แล้วฉันก็คิดว่าทางเลือกนี้มันดีที่สุดแล้ว” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อได้ฟังคำพูดชวนสงสัย

 

            “เขาเรื่องเลยนะคุโรโกะคุง ช่วยออกจากชมรมบาสได้ไหม?”

 

            “!!!

 

            ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

 

            “ทะ.. ทำไมล่ะครับ?” ทุกคน.. กำลังล้อผมเล่นงั้นเหรอ? แกล้งกันแรงไปหรือเปล่า? ทั้งๆที่พยายามจะคิดแบบนั้นแต่สายตาของทุกคนที่กำลังมองมาทางเขาก็ช่วยย้ำเตือนความจริงได้เป็นอย่างดี เพราะมันช่างห่างเหินจนรู้สึกแย่

 

            “ช่วงนี้ร่างกายของเธอไม่ค่อยแข็งแรงนะ แถมยังไม่ค่อยมีเวลามาซ้อมอีก พวกเราเป็นห่วงเธอนะ..” ริโกะพูดพลางยื่นมือมาแตะไหล่ของคุโรโกะเบาๆ “เพราะงั้นช่วยออกจากชมรมบาสทีเถอะ ถือว่าเป็นคำขอร้องจากทุกคนในทีมแล้วกัน”

 

            ไม่นะ.. คางามิ.. คุง?

 

            ดวงตาสีฟ้าสวยหันไปหาที่พึ่งพิงสุดท้าย ก่อนจะพบว่าแม้แต่คางามิเองก็ยังเบือนหน้าหนี แสงแห่งความหวังดับวูบลงทันตา ไหนเคยบอกว่าเราเป็นทีมเดียวกันไงครับ? ไหนเคยบอกว่าเราทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวไง? เป็นห่วงผมงั้นเหรอ?

 

            โกหก.. โกหก!!!

 

            เคยเป็นห่วงผมกันด้วยงั้นเหรอ? บอกว่าเป็นห่วงแต่กลับบอกให้ลาออกจากทีม? นี่คือสิ่งที่คนเป็นเพื่อนเขาทำกันงั้นเหรอ? พอผมไม่ได้มาซ้อม พอผมร่างกายอ่อนแอ พอผมหมดประโยชน์ก็เลยทิ้งกันเหมือนของไร้ค่าแบบนี้สินะ?

 

            แผ่นหลังบอบบางค่อยๆเดินออกจากโรงยิมด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ จะให้ใครเห็นน้ำตาไม่ได้ ไม่อยากให้ใครมาสมเพชเขามากไปกว่านี้อีกแล้ว ร่างเล็กรีบหยิบกระเป๋าแล้วกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่สองขาจะพาไปได้ เพราะถ้าหากช้าไปอีกเพียงก้าวเดียว ความเข้มแข็งที่เพียรสร้างมาตลอดอาจพังทลายลงได้ในพริบตา

 

 

            ปัง!

 

 

            ประตูบ้านถูกปิดพร้อมกับร่างเล็กที่ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในมือแล้วทรุดลงไปกองกับพื้น หยาดน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าอ่อน คุโรโกะสะอื้นไห้โดยไร้เสียงสะอื้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนได้กลิ่นรสเค็มฝาดของเลือดที่กำลังไหลออกมาจากริมฝีปากอย่างช้าๆ เด็กหนุ่มยกสองมือปาดน้ำตา แต่ไม่ว่าจะเช็ดมันออกไปสักกี่หนน้ำอุ่นร้อนก็ยังไหลออกมาอยู่ดี

 

            “ฮึก..”

 

            บ้านทั้งหลังถูกปิดไฟหมดทุกดวง รอบด้านเงียบสนิทเป็นการบ่งบอกว่าบ้านหลังนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ พอ... พอกันทีกับเรื่องแบบนี้

 

            เมื่อสามเดือนก่อน เป็นช่วงเวลาหลังจากที่คุโรโกะเข้าเรียนที่โรงเรียนเซย์รินไปได้สองอาทิตย์ ครอบครัวของเขาได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด ส่วนเขาไปไม่ได้เพราะต้องอยู่ช่วยงานที่ชมรม คุณพ่อ คุณแม่ และคุณยายของเขานั่งรถส่วนตัวออกต่างจังหวัด โดยมีกำหนดการไปกลับแค่เพียงสามวัน แต่... วันที่สองที่พวกเขาออกเดินทาง รถยนต์ของพวกเขาได้ประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่จนทั้งสามคนเสียชีวิต...

 

            แน่นอน มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากสำหรับคุโรโกะ เท็ตสึยะเด็กหนุ่มที่เพิ่งขึ้นชั้นมัธยมปลายแต่ก็ต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปถึงสามคนในระยะเวลาเดียวกัน เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังแตกสลายหลังจากทราบข่าวจากทางโรงพยาบาลที่โทรมาแจ้งญาติของผู้เสียชีวิตให้ทราบ รู้สึกว่ารอบด้านมันช่างมืดมิดจนไม่รู้ว่าจะต้องหันหน้าไปพึ่งใคร

 

            ยังดีที่มีคุณป้าห่างๆที่อยู่คนละเมืองคอยเลี้ยงดู เธออาสาดูแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่เป็นของพ่อกับแม่ของคุโรโกะจนกว่าเด็กหนุ่มจะบรรลุนิติภาวะ หญิงสาววัยกลางคนชวนร่างเล็กให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันแต่
คุโรโกะกลับปฏิเสธ ถ้าเขาไป บ้านหลังนี้จะถูกทิ้งร้าง ความทรงจำของพ่อแม่และคุณยายของเขาก็อาจจะหายไปด้วย เขาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น...

 

            ด้วยเหตุนี้เขาจำต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียวโดยมีคุณป้าส่งเงินมาให้เดือนละครั้ง ถึงจะบอกว่าส่งมาให้ก็เถอะ... ว่ากันตามตรง เงินที่ส่งมานั้นมันไม่พอที่จะประทังชีวิตไปจนถึงสองอาทิตย์ด้วยซ้ำ ยิ่งเรื่องค่าเทอมยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้หญิงคนนั้นทำเป็นไม่สนใจเหมือนกับอยากจะให้เขาจัดการเอง คุโรโกะจึงต้องใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกเรียนและช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มาหางานพิเศษทำ เพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตและจ่ายค่าเทอมของเขา

 

            เพราะอย่างนี้เขาจึงไม่ได้มาซ้อมชมรมบาสบ่อยๆเหมือนแต่ก่อน และเขาก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ... แต่ก็ไม่ พวกนั้นกลับขับไล่ไสส่งเขาเหมือนกับว่าเขาเป็นจุดด่างพร้อยของทีม น่าขันนักที่ตอนสมัยมอต้นก็เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

 

            แถมทุกคนในห้องเรียนของเขายังรุม กลั่นแกล้งเขาโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งเอากระเป๋าไปซ่อน เอาสีมาขีดเขียนบนโต๊ะ และดูเหมือนการกระทำนั้นจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเกินกว่าที่ร่างเล็กจะทนได้ ในช่วงแรกคุโรโกะยังมีคางามิคอยเข้ามาช่วยปกป้อง แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ร่างสูงเริ่มเว้นระยะห่างต่อกัน จนมารู้ตัวอีกที คนที่เป็นเหมือนแสงสว่างของเขาก็ยืนมองเขาถูกกลั่นแกล้งด้วยแววตาเฉยเมยไปซะแล้ว...

 

            เคยบอกว่าเป็นทีมเดียวกันแท้ๆนะ... แต่ดูสิ่งที่พวกคุณทำกับผมสิ แล้วแบบนี้ยังจะเรียกว่า ทีมได้อีกงั้นหรือ?...

 

 

 

1 Count… Kuroko Tetsuya

 

 

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าอ่อนเหม่อมองฝ้าเพดานที่กำลังบิดเบี้ยวเพราะคลื่นน้ำ ร่างเล็กขยับกายเล็กน้อยอยู่ในอ่างอาบน้ำทรงสี่เหลี่ยมใบใหญ่ แม้ว่าน้ำที่แช่อยู่นั้นจะอุ่นมากแค่ไหนแต่หัวใจของเขากลับหนาวเย็นจนแทบไร้ความรู้สึก

 

            ร่างเล็กชันตัวลุกขึ้นนั่ง เสื้อเชิ้ตตัวสีขาวที่สวมอยู่เปียกโชคไปด้วยหยดน้ำจนแนบกับลำตัว เรือนผมสีฟ้าอ่อนมีหยดน้ำไหลลงมากระทบกับผืนน้ำจนกระจายตัวเป็นวงกว้าง ดวงตาสีฟ้าเรียบเฉยมองแขนข้างซ้ายที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงต้นแขน รอยกรีดเป็นแนวยาวสองรอยปรากฏให้เห็นสู่สายตา ส่งผลให้น้ำสีใสค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ กลิ่นสนิมเหล็กของเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ ยิ่งน้ำที่เขาแช่อยู่เป็นน้ำอุ่นเลือดก็ยิ่งไหลออกมาได้โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะยกยิ้มกับตัวเอง เด็กหนุ่มยกแขนข้างซ้ายขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา ลิ้นเล็กไล้วนบนปากแผลตรงข้อมือที่รู้สึกปวดตุบๆ แต่เขากลับไม่กลัวเลยสักนิด เทียบกับความเจ็บปวดที่ทุกคนทำกับเขาแล้ว มันสู้ไม่ได้เลยจริงๆ

 

            ดวงตาสีฟ้าหมองหันไปยังขอบของอ่างอาบน้ำที่ไว้ใช้สำหรับวางของ กระปุกยานอนหลับนอนแน่นิ่งอยู่บนนั้น ภายในกระปุกว่างเปล่าเพราะพวกมันได้ลงไปอยู่ในท้องของเขาเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าฉลากข้างกระปุกเขียนคำเตือนตัวโตไว้ว่า... ห้ามทานยาเกินขนาด คุโรโกะค่อยๆทิ้งตัวลงไปในอ่างอาบน้ำอีกครั้งจนทั้งตัวจมลงไปใต้ผืนน้ำอุ่น

 

            ความรู้สึกง่วงงุนเข้ามาครอบงำทั้งร่างกายและจิตใจ เด็กหนุ่มตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อให้น้ำไหลทะลักเข้าไปภายใน ใบหน้าหวานยกยิ้มบนมุมปากให้กับชะตาชีวิตแสนน่าขัน แต่มันก็กำลังจะจบแล้วล่ะ... ดวงตาสีฟ้าค่อยๆปิดลง...

 

 

            ปิดลงเพื่อที่จะหลับไปตลอดกาล และไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย

 

 

            ...ลาก่อนครับ โลกอันแสนโหดร้ายใบนี้...

 

 

 

 

0 Count…

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

. . .THE END. . .

 

 

 

---Writer Talk---

 

     สวัสดีค่ะคนอ่านทุกคน

รู้สึกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาอัพอะไรเลย ขอโทษนะคะ

พอสอบเสร็จงานก็มากันแบบทำไม่ทัน ได้หยุด 4 วัน ให้การบ้านเหมือนหยุด 4 ปีจริงๆT^T

     สำหรับเรื่องนี้... อยู่ๆก็อยากเขียนขึ้นมาค่ะ อยู่ๆก็อยากเขียนอะไรเศร้าๆ บรรยากาศหม่นๆ

ส่วนคนที่มารับบทหนักก็ยังคงเป็นน้องเหมือนเดิม ; ^ ;

ช่วงนี้เรื่องเครียดๆเยอะด้วยค่ะ เลยแต่งซะเลย

     อ่านแล้วเป็นยังไงก็คอมเม้นแต่อย่างที่ทิ้งท้ายเอาไว้ เรื่องนี้คงไม่มีโอกาสทำต่อจริงๆค่ะ

เนื่องจากน้องเจอเรื่องที่หนักหนาเกินไปแล้ว เรื่องเลยจบลงแต่เพียงเท่านี้...

ฮืออออออT////T

 

     ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านฟิคหม่นๆเรื่องนี้นะคะ

 

'Mind-San./Mi~chan'

[31/07/15]

[update 3/08/15]

ผลงานอื่นๆ ของ Mind-San

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

20 ความคิดเห็น

  1. #20 UwU_Yaoi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 23:22
    อย่าเครียดมากนะคะ มีอะไรก็ระบายมาได้เสมอเลย ยินดีรับฟังค่ะ ขอแค่อย่าคิดที่จะทำเหมือนที่น้องคุโระทำเลย เราก็เคยเป็นค่ะ สู้ๆ
    #20
    0
  2. #19 UxDxxTxxE
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 02:33
    สนุกมากเลยค่ะ ฮื่อ แต่อยากให้มีตอนพิเศษด้วยอ่ะ แงงงงงงง้ ;-;
    #19
    0
  3. #18 สาววายนิระนาม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 20:49
    เริ่มมาด้วยสวย ตกใจเลยค่ะ
    #18
    0
  4. #17 Kit-AP
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 23:31

    ไม่นะ...ตับชั้น...(TДT)

    #17
    0
  5. วันที่ 16 มกราคม 2560 / 01:42
    เฮ้ย.....เดี๋ยวนะ.......จบอย่างนี้เลยเร๊อออออออออออ
    #16
    0
  6. #15 JINKUN12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 00:33
    แง้ เศร้ามากๆๆสงสารคุโรโกะ
    #15
    0
  7. #14 AllYaoi..@* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 10:45
    อยากให้มีตอนต่อไปจังต่ะ เเล้วเเบบให้คุโรโกะทำให้พวกนั้นเจ็บปวดบ้างอะค่ะ สงสารคุโรโกะToT
    #14
    0
  8. วันที่ 28 เมษายน 2559 / 23:17
    อยากให้ไรท์แต่งเป็นเรื่องยาวจัง
    #13
    0
  9. #12 daki01
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 02:42
    เศร้าง่ะ น้ำตาคลอตลอดเลย บวกกับความรู้สึกเหงาๆ กินใจมากเลย สงสารน้องมาก แต่งต่อนะ เอาแบบน้องเอาคืนอะไรแบบนั้น
    #12
    0
  10. #11 ผู้ที่ห้ามเอ่ยนาม
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 03:10
    สงสารkurokoอะ เศร้ามากToT
    #11
    0
  11. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:26
    จู่ๆนํ้าตาก็ไหล(T ^ T)
    #10
    0
  12. วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 14:37
    ชอบค่ะแต่ว่าอาคาชิกับริโกะเนี่ยหนักนะ
    #9
    1
    • #9-1 Garrkhow
      12 มีนาคม 2559 / 00:28
      น่านสิ
      #9-1
  13. วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 20:58
    ฮึกๆ เศร้าค่ะ  
    #8
    0
  14. #7 Arisa SP (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 11:26
    หะ หะ โหดร้ายยย T-T ดราม่าได้น้ำตาไหลเลย ( แต่ก็รู้สึกชอบแปลกๆ ? )
    #7
    0
  15. วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 08:48
    โป้งทุกคนแล้ว!!(?) -*- ใจร้ายเกินไปแล้วนะ ทำอย่างงี้กับน้องได้ยังไง! T_T  น้องไม่อยู่แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!!
    #6
    0
  16. #5 waawaawahwah
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 14:25
    ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเท็ตจังตายแล้วตัวเองเป็นสาเหตุจะทำไงนะอยากรู้จัง แต่งต่อได้ไหมค่ะ อยากรู้
    #5
    0
  17. วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 03:00
    อยากรู้ว่าหลังน้องตายทุกคนจะเป็นยังไงอ่ะ
    #4
    0
  18. วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 02:28
    มันเศร้าเกินไปนะ ใจร้ายกับน้องครกมากไป!!
    #3
    0
  19. #2 PrincessDark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 23:49
    สงสารน้องงงงงงง อ๊ากกกกกกก!!!!ฉันจะไปฆ่าทุกคนที่ทำน้องเสียใจ!!!!!!!!
    #2
    0
  20. วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 23:15
    กรี้ดดดด ! ทำไมทุกคนทำกับน้องแบบนี้คะเนี่ยยยย
    คากามิน นายก็ด้วยงั้นเรอะ ?! หนอยยยยย -*-
    จบได้โหดมากค่ะไรท์ น้องตายใช่มั้ยคะเนี่ย ฮือออออ T^T
    ขอภาคต่อค่ะ (?) ให้น้องกลายเป็นผีมาหลอกทุกคนเลย ชิ ! #ห้ะ 5555.
    ไม่ๆ น้องอาจจะยังไม่ตาย แต่ไรท์ตัดจบเหมือนน้องตาย (?)
    ขอภาคต่อออออออ สงสารน้องไม่ไหวแล้วค่ะ ฮือออออ
    #1
    0