Timeless กาลครั้งนั้น...เราเป็นแฟนกัน

ตอนที่ 1 : อดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

Timeless

กาลครั้งนั้น...เราเป็นแฟนกัน

 

คุณคิดว่าเราจะรักใครได้นานที่สุดแค่ไหนกัน 10ปี 5ปี 2เดือน หรือแค่ 1วัน สำหรับกระผม ความรักที่มีให้เขามันผ่านมาแล้วกว่า 500 ปี 

 

เขาได้เกิดใหม่ ได้ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์มาไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ ส่วนกระผมนั้นชดใช้กรรมจากการฆ่าตัวตายอยู่ในนรก เฝ้ามองเขาอยู่ทุกวันโดยแลกกับผลบุญที่เคยสั่งสมมา 

 

และครานี้ก็เป็นเพลาที่กระผมจะครบกำหนดการชำระบาปแล้ว บัดนี้จึงเป็นเวลาอันสมควร ที่ดวงจิตของกระผมจะได้ไปทำในสิ่งที่ตัวกระผมเองอยากทำเสียที

 

กรุงกษีราบรรพต 500 ปีก่อน

 

“นายท่านขอรับ เจ้าจอมฟั่นให้มาตามขึ้นไปบนเรือนขอรับ” ทาสรับใช้คนหนึ่งเดินลงมาจากเรือนไทยหลังงามที่บ่งบอกฐานะอันสูงศักดิ์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างดี

 

กระผมซึ่งนั่งขัดดาบประจำตัวอยู่ท่าน้ำจึงหันไปพยักหน้าตอบก่อนจะวางดาบไว้แล้วเดินขึ้นไปบนเรือนตามคำเรียกของมารดา

 

“ท่านแม่มีอะไรกับข้าหรือขอรับ” เพลาปกติท่านแม่ของกระผมมักจะง่วนอยู่กับการสอนพวกนางในกับพระสนมร้อยมาลัยดอกไม้ไปถวายในวังหลวง

 

ท่านแม่ทรงเป็นสนมเอกของท่านเจ้าเมืองภูวเนศน์ ที่ปกครองเมืองกษีราบรรพตแห่งนี้ กล่าวคือผมเป็นลูกของเมียน้อยกษัตริย์นั่นแหละขอรับ โชคดีหน่อยที่ท่านแม่ได้ขึ้นเป็นสนมเอกหลังจากพระมเหสีองค์ก่อนเสด็จสวรรคตเมื่อห้าปีก่อน จึงทำให้พอมีอำนาจและบริวารในบ้านเมืองอยู่บ้าง 

 

“พ่อเจ้ามาบ่นกับแม่ว่าหัวเมืองฝ่ายใต้เกิดแข็งข้อ ไม่ยอมส่งบรรณาการมาให้เมืองหลวงถึงสามคราแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นหรือเปล่า” ท่านแม่ทำสีหน้าเคร่งครียดใส่กระผม 

 

เนื่องจากหัวเมืองฝั่งใต้เป็นหัวเมืองสำคัญที่จะคอยกันศัตรูจากแคว้นอื่นก่อนจะบุกเข้าเมืองหลวง ถ้าเกิดการก่อกบฏขึ้นอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองในภายภาคหน้า

 

“แล้วท่านพ่อจะทำเยี่ยงไรหรือขอรับ” 

 

“ท่านจะส่งเจ้าไปดูลาดเลาพรุ่งนี้เพลาเช้ามืด”

 

“แต่ปกติท่านพ่อจะเรียกข้าเข้าวังไม่ใช่หรือ” กระผมถามด้วยความสงสัย เนื่องด้วยตัวกระผมเป็นถึงแม่ทัพของกองทัพหลวง งานดูลาดเลาจึงหาใช่หน้าที่กระผมไม่ ครั้งนี้จึงผิดแปลกหากท่านพ่อจะส่งผมไป

“เพลานี้งานในวังยุ่งนัก พ่อเจ้าต้องเตรียมตัวรับทูตจากหัวเมืองนอก ฟะรังคีมากันเต็มเมืองจึงต้องตระเตรียมการกันใหญ่ อีกอย่างครานี้ไม่ใช่จะส่งเจ้าไปดูลาดเลาเพียงอย่างเดียว หากแต่เผื่อมีการต่อสู่กันเกิดขึ้น แม่ทัพฝีมือเก่งกาจอย่างเจ้าคงจัดการได้ไม่ยาก 

 

“ถ้าเป็นเช่นนั้น กระผมขอตัวไปเตรียมทัพให้พร้อมก่อน อีกไม่นานจะถึงเพลาเดินทางแล้ว กลัวจะไม่ทันการ” ผมกล่าวลาผู้เป็นมารดา ความจริงเรื่องเตรียมทัพไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร ต่อให้ข้าศึกบุกตอนนี้กระผมก็ยังตั้งรับกันทัน

 

การไปหาคนที่รักต่างหากที่กระผมพึงปรารถนา เราอุตส่าห์นัดกันว่าพรุ่งนี้จะไปเดินตลาดแถวท่าน้ำกัน คงต้องไปบอกผัดเขาก่อน...

 

“เกียน!” กระผมเดินย่างเข้าไปทางด้านหลังของเจ้าตัวยุ่งไม่ให้เขาตั้งตัวได้ทัน 

 

“ผี! สิงขร เจ้าทำแบบนี้กับข้าอีกแล้วนะ” คนโดนแกล้งหันมายู่หน้าใส่ กระผมจึงชิงหอมแก้มไปหนึ่งครา ชั่งน่าหมั่นเขี้ยวยิ่งนัก 

 

“ก็ใครใช้ให้เจ้าน่าแกล้งเองเล่า” 

 

“ข้าน่าแกล้งที่ไหน ในแผ่นดินนี้ใครจะกล้าหือกล้าอือกับข้านอกจากเจ้าอีกล่ะ” ก็จริงแท้ตามที่เขาได้พูดนั่นแหละขอรับ เกียนเป็นถึงทหารฝ่ายหน้าของกองทัพรักษาราชวงศ์ อำนาจล้นมือ เพราะได้ชื่อว่าคนใกล้ชิดกษัตริย์ผู้อื่นก็ยำเกรงเป็นธรรมดา 

 

“ก็ดีแล้ว ขืนใครมายุ่งกับคนของข้า ข้าจะฆ่ามันให้หมด” กระผมพูดเชิงหยอกล้อ แต่หากเกิดมีใครกล้ามายุ่งกับของรักของหวงของกระผมแล้ว ก็ยากนักที่กระผมจะไว้ชีวิตมันเหล่านั้น

 

“เจ้าก็ดีแต่ใช้กำลังตลอด แล้ววันนี้ทำไมจึงมาหาข้าตั้งแต่เพลาชายได้ ท่านแม่เจ้าอนุญาตให้ออกมาจากเรือนรึ” 

 

“เปล่าหรอก ข้าขอท่านมาเตรียมทัพต่างหาก”

 

“เตรียมทัพ? เจ้าจะออกรบที่ใด แล้วทำไมมีศึกข้าจึงไม่รู้เรื่องเล่า” เกียนดูมีท่าทีตกใจอยู่พอสมควรหลังจากได้ฟังที่กระผมบอก กระผมอดส่ายหัวให้กับความกระต่ายตื่นตูมของคนอันเป็นที่รักไม่ได้

 

“ไม่ได้ไปทำศึกอันใดหรอก ท่านพ่อแค่จะส่งข้าไปดูลาดเลาหัวเมืองฝั่งใต้สักหน่อย” 

 

“แล้เหตุใดครานี้จึงส่งเจ้าไป แทนที่จะเอาพวกทหารมหาดเล็กไปแทน” เกียนมีความคิดเหมือนกระผมไม่มีผิด

 

“ข้าก็ไม่รู้ ถ้าท่านพ่อรับสั่งมาแบบไหนข้าก็ต้องทำตาม” ผมทำทีไม่ได้สนใจมากนักเป็นปกติ

 

“แล้วเจ้าจะไปกี่ค่ำ”

 

“ไปกลับไม่น่าเกินห้าค่ำ มากสุดก็เจ็ดค่ำ” หัวเมืองฝั่งใต้อยู่ไกลพอสมควร การเดินทางด้วยม้าพอจะผ่อนระยะทางได้บ้างแต่ก็ต้องเสียเวลาพักม้าเช่นกัน

 

“ตั้งห้าวัน เจ้าจะปล่อยให้ข้าคิดถึงเจ้าจนใจจะขาดเลยหรืออย่างไร” หน้าอ้อนวอนแบบนี้ของเกียนที่กระผมไม่ได้เห็นบ่อยๆ ทำเอาใจระทวยเต้นไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียวล่ะขอรับ

 

“เจ้าจะทำให้ข้าขัดคำสั่งท่านพ่อแล้วอยู่กับเจ้าแทนแล้วนะ” กระผมยื่นมือไปจับพวกแก้มนุ่มเกลี่ยมันอย่างเบามือ ครานี้นับว่าเป็นการห่างกันนานที่นุดนับจากวันที่เราสองได้รักกัน

 

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ทำหรอก ข้าแค่หยอกเจ้าเล่น” สายตาเราประสานกันชั่วขณะ ก่อนที่กระผมจะห้ามใจไม่ไหวก้มลงประกบปากกับกลีบปากบางของคนตรงหน้า เราสัมผัสกันแผ่วเบาเพียงไม่นานก็ถอยออกมา 

 

“ชื่นใจข้ายิ่งนัก แล้วข้าจะรีบกลับมา”

 

“ดูแลตัวเจ้าเองดีๆล่ะ กลับมาเมื่อไหร่ข้ามีของจะให้”

 

“ของสิ่งใด?”

 

“ข้า...ข้า...” เกียนลีลาไม่ตอบสักทีจนกระผมอดลุ้นไปด้วยไม่ได้

 

“เจ้าอันใดเล่า”

 

“ข้า...อยากโล้สำเภา” เมื่อพูดจบเขาก็เอาฝ่ามือทั้งสองยกขึ้นปิดหน้าจนมิด กระผมเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่ต้องไปมันเสียเลยดีไหม ในเมื่อใจมันรอวันนี้มาตั้งนาน

 

“เจ้าพูดแล้วห้ามคืนคำนะ ฟ้าดินจงเป็นพยาน ว่านายสิงขรคนนี้จะได้มีเมียตามธรรมเนียมเสียที” กระผมผมเงยหน้าขึ้นฟ้าก่อนจะมองลงดินทำทีเล่นใหญ่แกล้งอีกคน บอกเลยว่าทั้งแผ่นดินนี้ไม่มีใครน่าแกล้งเท่าเจ้าตัวยุ่งของกระผมอีกแล้ว

 

“รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวแม่เจ้าก็ตามหาหรอก” คนขี้อายรีบผลักไสผมให้เดินออกไปทันที จะพูดเองแล้วอายเองก็ได้หรือเจ้าตัวยุ่ง...

 

การไปดูลาดเลาเป็นไปได้สวย หัวเมืองฝั่งใต้ไม่ได้เกิดการก่อกบฏตามที่ท่านพ่อได้กังวลใจ เพียงแต่เกิดความแห้งแล้งหนัก ฝนไม่ตกมาหลายเดือนแล้ว

 

ทำให้พืชผลทางการเกษตรมีไม่เพียงพอต่อปากท้องชาวบ้านในเมือง จึงขอละเว้นการส่งบรรณาการไปพลางก่อน แต่ที่แปลกคือได้ทำจดหมายส่งถึงวังหลวงแล้ว เหตุใดจึงไปไม่ถึงเสีย คงต้องกลับไปถามกรมไปรษณีย์เอา 

 

เมื่อเหตุการณ์สงบกว่าที่คิด กระผมจึงแวะพักที่บ้านท่านน้าสังวารได้สองค่ำ ให้พวกทหารกับม้าได้พักเหนื่อยจากการเดินทางก่อน แล้วจึงเร่งเดินทางกลับเมืองหลวง แค่คิดถึงของที่เจ้าตัวยุ่งจะเตรียมไว้ให้กระผมแล้วก็อดยิ้มกว้างจนเหล่าทหารพากันงงงวยทั้งกอง

กระผมกับทหารอีกร้อยกว่าคนเดินทางกลับมาถึงก่อนกำหนดเดิมถึงสองค่ำ กระผมกะจะไปทำให้เกียนเขาตกใจเสียหน่อย แต่ก็ดูเหมือนว่าในวังกำลังมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจึงขอเข้าไปดู 

 

“นายเกียน ได้ฝ่าฝืนกฎอันสำคัญยิ่งของราชสำนัก ทำการละเมิดนางสนมในพระองค์ สร้างความอับอายให้แก่สตรีซึ่งไม่ได้เป็นคู่สมรสของตน หลู่พระเกียรติพระมหากษัตริย์ เป็นผลให้มีโทษสูงสุดคือการตัดหัวเสียบประจาน” กระผมไม่รับรู้ถึงเสียงประกาศอันใดของขุนนิติธาราม เพียงแค่เห็นร่างของคนอันเป็นที่รักถูกผูกตรึงไว้กับเสาประหารใจผมก็ตกไปถึงตาตุ่ม นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันหรือ 

 

“พวกเจ้าจงหยุดเดี๋ยวนี้” กระผมตะเบ็งดังสุดเสียง ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์กันอยู่ต่างพากันถอยจนเกิดเป็นทางแหวกให้กระผมเดินเข้าไปในลานพิธี

 

“ปล่อยตัวเกียนเสีย ข้าจะพาไปสำเร็จโทษเอง” กระผมสั่งนายทหารสองนายที่ยืนเฝ้าเขาอยู่ เกียนเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมช้าๆ เจ้าตัวยุ่งของผมดูหมดแรง ใบหน้าฟกช้ำเกินกว่าจะทนดูต่อได้ ใครมันกล้าทำขนาดนี้ รู้ทั้งรู้ว่าเกียนเป็นถึงองครักษ์หลวง 

 

“เจ้าจอมมีรับสั่งมานะขอรับ กระผมขัดคำสั่งท่านไม่ได้” คิ้วกระผมขมวดเข้าหากันทันที เหตุใดท่านจึงสั่งทำโทษเขา ท่านแม่ที่กระผมรู้จักเป็นคนจิตใจดี ไม่ได้โหดเหี้ยมถึงสั่งฆ่าคนเช่นนี้ได้

 

“ข้าไม่เชื่อ เจ้าไปปล่อยตัวเขาเดี๋ยวนี้ ไม้งั้นข้าจะประหารเจ้าทั้งสองเสียตรงนี้” ผมชักดาบขึ้นมาตรงหน้านายทหารทั้งสอง จึงทำให้มันทั้งสองเดินไปถอดโว่ที่ล่ามเกียมไว้ออก

 

“พวกเอ็งถอดออก เอ็งตาย!” เสียงของบุคคลอีกคนที่เดินเข้ามาในลานพิธีทำเอานายทหารสองคนหยุดชะงัก รวมถึงตัวกระผมด้วย เสียงอันคุ้นเคยที่กระผมได้ยินอยู่ทุกวัน เสียงของผู้เป็นมารดา ดูแข็งทื่อ และน่ากลัว 

 

“ท่านแม่ แต่เกียนเป็นสหายข้านะขอรับ ข้าขอไปทำโทษเองไม่ได้เลยหรือ” กระผมเดินตรงเข้าไปคุกเข่าขอร้อง

 

“เจ้ายังจะเห็นคนชั่วคนนั้นเป็นสหายอีกหรือ มันทำผิดกฎ ทำผิดจารีต  ซ้ำยังหมิ่นเกียรติพ่อเจ้า คนชั่วแบบนี้สมควรที่จะโดนประหารไปเสียให้หมดเมือง” ท่านแม่ตอบกลับเสียงแข็งเกินกว่าที่กระผมจะต้าน

 

“แต่เกียนเขาไม่ได้ทำผิดร้ายแรงจนต้องประหารนะขอรับ จะโบย จะตีอะไรเขาก็ได้” 

 

“โทษโดนตัดสินไปแล้ว เจ้าจะให้ไปแก้คำตัดสินหรือ เช่นนั้นกฎหมายมันจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไรเล่า” 

 

“แต่...” 

 

“ประหารได้แล้ว ก่อนแดดจะกินหัวพวกเอ็งกันหมด”

 

“หากพวกเจ้าทำอะไรเกียน หัวพวกเจ้าก็จะหลุดจากบ่าเช่นกัน” กระผมลุกขึ้นเอาดาบชี้หน้าขู่นายทหารทุกคนตรงนั้น หน้าที่ของกระผมตอนนี้คือปกป้องคนที่กระผมรักให้ได้มากที่สุด แม้จะโดนทำโทษทีหลังก็ตาม กระผมคงทนเห็นคนที่ตนรักตายไปต่อตาไม่ได้ 

 

“สิงขร เจ้าจะทำอะไร ลดดาบลงเดี๋ยวนี้” ท่านแม่ส่งเสียงห้าม แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้กระผมรับฟังอะไรอีก หากเกียนยังไม่ปลอดภัย ดาบกระผมก็จะไม่มีวันลดลงเป็นอันขาด

 

“ท่านแม่ก็สั่งปล่อยเกียนสิขอรับ” 

 

“ทหาร! ไปจับตัวสิงขร” สิ้นคำสั่ง ทหารทั้งหมดเดินเข้ามาล้อมตัวกระผมนับสิบคน แต่ก็ไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาจับตัวสักที เพราะพวกเขารู้ว่าถ้ากระผมถือดาบไว้แล้วยากนักที่จะต่อสู้  

 

“ทำไมยังจับไม่ได้อีก ลงมือได้เต็มที่ข้าอนุญาต หากลูกข้าหลุดออกมาได้ข้าจะสั่งประหารเจ้ากับครอบครัวเสียให้หมด” แรงกดดันครั้งนี้ทำให้ทหารจำนวนหนึ่งเข้ามาประกบตัวผมก่อนจะต่อยลงไปที่หน้าท้อง ดึงดาบผมไปไว้ในมือ แล้วจึงกดผมลงนั่งกับพื้นหญ้าในลานพิธี

 

พิธีประหารเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง นายทหารสองคนกำลังเดินรำดาบถวายไปรอบๆร่างของเกียน ก่อนนายดาบคนแรกจะง้างดาบขึ้นเหนือฟ้าแล้วสับลงมาตรงต้นคอของคนที่กำลังถูกมัดไว้ ศีรษะของเขาหล่นกลิ้งลงไปวางกับพื้น ร่างของเกียนแน่นิ่งพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจนนองพื้น

 

กระผมดิ้นพล่านแต่ก็เอาชนะแรงของทหารที่กดไว้ไม่ได้ ภาพตรงหน้ามันยิ่งตอกย้ำว่ากระผมไม่สามารถปกป้องคนที่ตัวเองรักเอาไว้ได้ กระผมทำอะไรไม่ได้สักอย่าง กระผมปล่อยให้เกียนตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยซ้ำ 

 

น้ำตาที่ไม่เคยไหลออกมาจากตาของกระผมเลยบัดนี้มันเอ่อท่วมเหมือนสายเลือดของเกียนที่นองเต็มพื้น เสียงสะอื้นของผมดังครวญครางในลานพิธี 

 

มันเหมือนท้องฟ้าพังลงมาทับตัวกระผม มันเศร้าจนหายใจลำบาก อาจเพราะลมหายใจของกระผมหลุดลอยไปพร้อมกับดวงวิญญาณของเกียนเสียแล้ว

 

เมื่อทหารปลดโซ่ล่ามร่างของเกียนออก ทหารที่จับตัวกระผมไว้ก็ปล่อยมืออกจากกระผมเช่นกัน กระผมพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองเดินตรงเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของอีกคน กอดเขาไว้แน่น แน่นที่สุดเท่าที่จะมีแรงกอดไหว 

 

กระผมมาช้าเกินไป หากวันนั้นกระผมออกเดินทางมาตั้งแต่ค่ำแรก เกียนคงจะไม่ถูกจับ อย่างน้อยผมก็พาเขาหนีไปได้ เราก็จะยังอยู่ด้วยกัน แล้วมันคงจะไม่เป็นแบบนี้

 

 

แล้วจะให้กระผมอยู่ต่อไปอีกได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจกระผมมันหายไปแล้ว ถึงตอนนี้ก็เหมือนตายเช่นเดียวกัน กระผมหยิบเอามีดเล่มเล็กที่เหน็บไว้ข้างตัวขึ้นมา มันควรจะเป็นแบบนี้ 

 

เกียนอยู่กระผมอยู่ เกียนตายกระผมก็ตาย

 

มีดเล่มเล็กพุ่งตรงเข้าตรงกลางอกข้างซ้ายของกระผม มันไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวด ร่างกระผมแน่นิ่ง สิ้นลมหายใจไปแล้ว

 

หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ไม่ว่าจะต้องรออีกกี่ชาติ กระผมขอให้กระผมได้รักกับเกียนอีกครั้ง ขอให้กระผมได้ปกป้องเกียนอีกสักครั้ง ด้วยความรักทั้งหมดที่กระผมมีให้เกียน แค่หวังว่าสักวันเราจะเจอกัน...

 

แม้กาลครั้งนี้เราสองจะรักกันได้ไม่นาน แต่กาลครั้งหน้า กาลครั้งไหนก็ตาม กระผมจะยังคงรักเกียน รักเกียนเพียงคนเดียว

 

 

#ภูเขาต้องคู่ทะเล

#timeless

ฝากติชม คอมเมนท์ให้กำลังใจกันได้นะคะ 

พูดคุยกันได้ผ่าน \\\ twitter : meyouthenovel 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น