คัดลอกลิงก์เเล้ว

(OS)ฝนของเมื่อวาน Jaedo

โดย MemR

พรุ่งนี้ของเมื่อวาน ทุกอย่างเหมือนเดิม

ยอดวิวรวม

20

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


20

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ก.ค. 63 / 19:53 น.
นิยาย (OS)ͧҹ Jaedo (OS)ฝนของเมื่อวาน Jaedo | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คุณอย่ารีบไปที่เตียงได้ไหม คนทางนี้ชงกาแฟอยู่

(ทุกๆอย่างเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ก.ค. 63 / 19:53


 

ฝนของเมื่อวาน

 

การจินตนาการมันไม่ใช่เรื่องปัญญาอ่อน

และสำหรับเรา…

มันช่วยลดความเจ็บปวดต่างหาก

เก้านาฬิกาห้าสิบนาที

เวลาเหมาะสมที่ใครหลายคนมักตื่นกันในเช้าวันหยุด บางคนอาจจะตื่นหกโมง หรืออาจจะลากยาวไปถึงบ่าย แต่มันไม่ใช่สำหรับเจย์ได ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลาย ที่กำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว เขามักตื่นตีสี่ไม่ก็ตีห้าแต่ถ้าถามว่าเพราะอะไร...

คงเป็นเพราะได้ตื่นมาเตรียมอาหารพร้อมกับดูบรรยากาศตอนเช้า ที่บางวันแดดก็ออก บางวันฝนก็ตก แต่ยังไงเขาก็ชอบมันอยู่ดี

กลิ่นเนยพร้อมกับขนมปังที่พึ่งอบเสร็จลอยออกมาจากในครัว เหมาะแก่การรับประทานพร้อมดื่มกับน้ำชาซักแก้ว

ยิ่งเป็นช่วงฤดูฝนก็ยิ่งเหมาะ

เหงาดี

ชายหนุ่มเริ่มทำการจัดขนมปังทาเนยใส่จานทั้ง2ด้านของโต๊ะ เพียงเอาไข่ดาวและเบคอนมาประกับเสริมซักหน่อย แค่นี้ก็คงพอ ถึงมันจะดูธรรมดาแต่สำหรับเจย์ไดถือว่าเป็นอาหารมื้อสุดพิเศษเลยล่ะ

สุดท้ายก็เหลือแค่เสริฟ์น้ำชา กลิ่นหอมทั้งสองแก้ว แต่คงต้องรอเสริฟ์ตรงหน้า เดี๋ยวมันจะเย็นไปก่อน

 

สิบนาฬิกายี่สิบห้านาที

ก๊อกๆ

เสียงเหมือนวัตถุที่กำลังทุบอะไรบางอย่างอยู่ข้างนอก ทำให้คนในครัวรีบทิ้งมือจากการจัดแจกันและดอกไม้แทบจะทันที

เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเจอคืออะไร

มือหนาเลื่อนมือจากผมที่พึ่งจัดเสร็จแล้วเอื้อมไปบิดลูกบิดประตู ประตูไม้ใหญ่ที่กำลังจะเปิดออก บรรยากาศข้างนอกที่ฟ้าเริ่มครึ้มขึ้นทุกที เตาผิงในบ้านที่กำลังเริ่มมอดลง เสียงฝนที่เริ่มไปตกบนหลังคาบ้าน รวมถึงคนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของประตู ทุกๆอย่างเหมือนกำลังหยุดลง เมื่อเจย์ไดได้เจอคนที่เคาะมานานสองนาน

ภาพที่เห็นเป็นเพียงชายหนุ่มร่างเล็กพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวคลุมด้วยเสื้อไหมพรมบางๆหนึ่งตัวและกางเกงยีนที่ถูกเสื้อคลุมไปถึงกลางต้นขา กระเป๋าสีดำที่ถูกยกมาไว้บนบ่า ผมที่ยุ่งหน่อยๆอารมณ์เหมือนลืมหวี

“ขอโทษนะครับ ใช่คุณเจย์ไดมั้ยครับ”

“ครับ ผมเอง คุณ...”

“สวัสดีครับผม เอวา ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

.

 

คนสูงกว่าเชิญแขกเข้ามารับประทานอาหารด้วยกัน พร้อมกับเดินนำไป

ภายในบรรยากาศบ้านเขาตกแต่งประกอบด้วยไม้ซ่ะส่วนใหญ่ทั้งกำแพง ประตู พื้น หรือแม้แต่ตัวบ้านเอง บ้านหลังนี้มีเพียงชั้นเดียวซึ่งพอเดินเข้าไปจะเจอกับห้องโถงใหญ่พร้อมกับโซฟายาวและโต๊ะทำงานของเจ้าตัวที่อยู่ทางขวามือแบ่งเป็นโซน ตรงหน้าของโซฟามีเตาผิงใหญ่ๆวางหน้าไว้อยู่ เหนือเตามีรูปดอกไม้หลายชนิดประกอบและวางกันอยู่ในรูป มีทั้งสีฟ้า สีม่วง สีชมพู หรือสีดำ

กำแพงด้านเดียวกันกับที่เตาผิงตั้งไว้ มีทางเดินไปต่อข้างๆคือ ทางไปห้องนอนและทางไปห้องครัว ระหว่างทางไปห้องทั้งสองก็มีการตกแต่งที่คล้ายกันต่างกันเพียงแค่กลิ่นที่ลอยออกมา

“โห่ นี่คุณทำเอง…”

“ครับ” เจ้าของบ้านตอบและลุกไปรินน้ำชามาเสิร์ฟ

“บ้านคุณสวยจัง....นี่แต่งสไตล์ไหนเหรอครับ” ผู้มาเยือนมองไปรอบๆ

“สไตล์เจย์”

 

สิบสองนาฬิกา

ดูเหมือนอากาศข้างนอกจะเป็นใจให้เขาเหลือเกิน ทุกๆอย่างดูเงียบ ทุกๆอย่างราวกับเม็ดฝนตกไปเรื่อยๆตกซ้ำๆแต่มันก็ตกอย่างสม่ำเสมอ และมันคงเป็นต่อไปเรื่อยๆ เหมือนอารมณ์ความรู้สึกของทั้งสอง

เงียบนะ แต่ไม่กดดัน

หลังจากทั้งคู่รับประทานอาหารเสร็จ เจย์ไดก็พาเอวามาที่ห้องโถงกลางบ้านพร้อมกับให้นั่งลงบนโซฟา ส่วนเจ้าตัวก็ไปที่มุมทำงาน หรือ มุมประจำของตน

อุณหภูมิอากาศตอนนี้เหมือนเริ่มลดลงไปตามแรงฝนที่ตกลงมา จากเตาผิงที่ให้ความอุ่นทั่วทั้งบ้าน บัดนี้คงเหลือให้แค่บริเวรห้องโถงหรือห้องเล่นเท่านั้น

“เอ่อ...คุณครับนี่ไม่มีอะไรจะคุยเลย เหรอครับ ผมว่ามันเงียบเกินไปแล้ว”

หลังจากบรรยากาศที่เงียบมาเกือบ30นาที ฝ่ายผู้มาเยือนก็ได้ถามผู้ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานของตนด้วยสีหน้าที่สงสัย

แต่เหมือนเสียงนั้นจะส่งไปไม่ถึง

ทุกๆอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง...

 

สิบสองนาฬิกายี่สิบนาที

เสียงเพลงแผ่วเบาที่ไม่มีคำร้องก็ได้เปิดขึ้น เพลงที่เขาเปิดเป็นแนวอบอุ่น สบายๆฟังได้เรื่อยๆ เวลาที่เขาเครียดในการทำงาน เจย์ไดมักฟังเพลงที่เสมอ

“เท่าไหร่”

“ครับ?”

เสียงทุ้มถามขึ้นพร้อมกับใบหน้าคนฟังที่กำลังงงกับคำถามที่มันดู...เออ

“คุณน่ะ เท่าไหร่”

“พูดเหมือนผมขายตัวเลยแฮะ” ก็จริง ใครจะไม่คิดบ้างล่ะ อยู่ๆก็พูดขึ้นมา ขนลุก

“ไม่เหมือนเหรอ”

“ผมเป็นเพื่อนเช่านะ ไม่ได้ขายตัว เหมือนกันตรงไหน” เสียงหวานเอ่ยปากพูดพร้อมกับท่าทางที่ดูโมโหและฟึดฟัดเล็กน้อย ก่อนที่เจย์จะลุกออกจากเก้าอี้ทำงานและเดินเข้ามานั่งโซฟาเดียวกันกับเอวา

ทั้งคู่ทิ้งระยะห่างกันเล็กน้อย ก่อนจะเงียบและเงียบไปอีกครั้ง

เหลือเพียงเสียงฝน ที่เหมือนจะหนักขึ้น หนักขึ้น แล้วก็หนักขึ้น พร้อมกับอากาศที่ลดลง ลดลง แล้วก็ลดลง

“คุณ หนาวมั้ยครับ” เสื้อไหมพรมบางขนาดนั้น

แค่เสียงในใจส่งไปไม่ถึงหรอกนะ

 

สิบสองนาฬิกาสี่สิบนาที

“สรุปเท่าไหร่”

“นี่คุณ!”

เอวายกหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์พร้อมจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังขยับตัวมาใกล้เอวาขึ้นอีก

“อันนี้พูดจริง” ชายหนุ่มพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก พร้อมกับนำแขนไปวางไว้ที่พนักพิงของโซฟา

“คุณน่ะ ไม่ต้องจ่ายเลย ให้ผมมาอยู่บ้านเฉยๆ เปลืองเงินคุณเอา” อีกฝ่ายโต้กลับด้วยคำพูดเชิงประชดและกลับไปนั่งเล่นโทรศัพท์อีกครั้งและไถ่หน้าจอไปเรื่อยๆ

“แล้วจะกลับเมื่อไหร่”

“คุณจ้างมากี่ชั่วโมงล่ะ”

“ก็...” ชายหนุ่มกำลังนึกคิดและนับจำนวนอยู่ในใจ

“บ่ายนี้ล่ะมั้ง”

เวลาใกล้ถึงแล้วหนิ...

ทั้งคู่สบตากัน เหมือนมีอะไรที่ต่างคนต่างอยากพูด แต่ทำไงได้ล่ะ 

มันพูดไม่ได้

ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เอวาคิด ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมีตาที่เศร้าจัง มีรอยยิ้มที่เหมือนสร้างขึ้น เพื่อให้คนอื่นเห็น แต่เขาคงไม่รู้เลยสินะ ว่ารอยยิ้มนี้ มันช่างไม่เหมาะกับเขาเลย แต่ถึงอย่างงั้นเอวาก็ยังคุ้นชินกับสายตาและรอยยิ้มที่อีกฝ่ายส่งมา

ระยะห่างที่ลดลงไปทุกที สายตาของทั้งคู่เข้าประสานกัน ลมหายใจแผ่วเบา ความอุ่นของเตาผิงที่ทำให้กำลังทำให้ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์

ภวังค์ที่ไม่รู้ว่า มันดีจริงๆมั้ย

ปึ้ก

“มันไม่เหมาะสม” เอวาพลางผละคนที่ตัวคนตัวใหญ่กว่าให้ถอยออกไป จากสายตาที่มองกัน ตอนนี้มันไม่มี

“คุณเอวา...”

“…”

“ยังเหมือนเดิมเลยนะ”

“...”

“แต่สายตาของคุณน่ะ”

“คุณ...”

“เปลี่ยนไปจริงๆนะครับ”

“นี่คุณ...” อีกฝ่ายถามกลับเมื่ออีกคนพูดประโยคที่ไม่นึกว่าจะพูด

“อย่าคิดว่าผมจำไม่ได้”

 

สิบสามนาฬิกา

“จะกลับแล้วเหรอ”

“อื้ม ถึงเวลากลับแล้ว” ตะเล้กหยิบกระเป๋าที่วางไว้ข้างๆแล้วเตรียมตัวจะออกไป

“แต่ฝนยังหนักอยู่นะคุณ อยู่ต่อก็ได้ ไม่คิดค่าแรงเพิ่มหรอก”

“ไม่เอาน่า”

ร่างบางสะพายกระเป๋าสีดำไว้บนบ่า ก่อนจะเดินก้าวไปตามทางที่เคยเดินเข้ามา และพอถึงหน้าประตู เขาไม่รอช้ารีบเปิดแรงลมและกระจายน้ำจากฝนพุ่งเข้าเต็มตัว จนเอวาต้องจำใจปิดประตูและมองหันกลับมา พลางคิดกับตัวเองว่า   ขอบคุณมากเจ้าฝน(เวร)

เป็นไปตามที่คาดไว้เป๊ะ อีกคนยืนพิงกำแพงพร้อมกับกอดอก สีหน้าดูเหมือนเป็นผู้ชนะที่ชนะให้กับสงครามครั้งนี้

“ไง จะไปมั้ยคุณ”

“เฮ้อ” เขาถอนหายใจเล็กน้อยและต้องกลับไปนั่งที่เดิมอยากจำใจ ทั้งที่อยากออกไปเต็มที

 

สิบห้านาฬิกาสิบนาที

ท้องฟ้าก็ยังคงมืดครึ้ม ฝนที่ไม่มีท่าทางจะหยุด ดวงตาน้อยๆของเอวาที่แสดงสีหน้าชัดเจนว่าง่วง ยิ่งมองออกไปนอกหน้าต่างยิ่งง่วงกว่าเดิม

“เมื่อคืนนอนกี่โมง”

“อย่ายุ่งหน่า”

“จริงๆเลย จำกันได้หน่อยก็เย็นชาใส่กัน” เจย์พูดพรางทำหน้าทำตาเสียใจ ซึ่งดูออกชัดเจนว่า

“Fake”

“ไปนอนห้องผมก่อนก็ได้นะ”

“นี่...”

“ไม่สิ ห้องของเรา”

 

.

 

ตอนนี้ทั้งสองได้อยู่หน้าประตูห้องนอนของเจย์ไดที่แค่ยังไม่เปิดเข้าไปก็รู้เลยว่า กลิ่นหอมที่ออกมาจากห้องนอนเป็น กลิ่นของดอกอะไร

“ดอกมะลิ...” คนตัวเล็กพูดพึมพำกับตัวเองพร้อมกับสูดกลิ่นไปเล็กน้อย

“หอมก็เข้าไป”

“บังคับ”

จริงๆเอวาก็ไม่ได้อยากมานอนห้องของคนที่จ้างงานเขาซ่ะเท่าไหร่หรอก แต่เพราะความง่วงมันคลอบคลุมสมองเขาไปเกือบครึ่ง ร่างกายมันจะไม่ไหวเอา

จริงๆนะ

“เอวา” ตอนนี้เจย์ไดก็ได้ก้าวมาในห้องพร้อมกับอีกคนเรียบร้อยแต่เหมือนอีกคนจะไม่ค่อยไว้ใจและมัวแต่มองไปรอบๆ

“หื้อ” เขาหันตามเสียงเรียก

“นอนด้วยได้มั้ย”

“เจย์!!”

“ก็...ผม...ผมคิดถึง”

“เจย์...”

“คือ ขอโทษ...”

“เปล่า ไม่ได้ว่าอะไร”

“เยส”

“แต่ขอให้เป็นกอดสุดท้ายนะ”

สิ้นสุดเสียงเจย์ไม่พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้าและเดินมารอบนเตียง

“อื้ม สัญญาครับ”

 

สิบห้านาฬิกายี่สิบนาที

อุ่นจัง

สบายจัง

คิดถึงจัง

คำว่าพวกนี้แล่นอยู่ในหัวผู้โดนกอดซึ่งเหมือนถูกแทนที่ไว้ด้วยการพิมพ์ แต่ถึงจะรู้สึกอย่างงั้นแต่ทำไงได้ล่ะ สุดท้ายกอดนี้ก็เป็นความสุขสั้นๆที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะได้เจออีกมั้ย อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น เสียงหายใจที่มักรดต้นคอ หรือจะเป็นเสียงตึกตักๆที่ถึงจะซ่อนยังไง มันก็เก็บไม่ไหวอยู่ดี มันเป็นอย่างงี้ทุกครั้งแต่ถึงจะรำคาญยังไง

แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ มันเป็นเสียงที่เขาชอบที่สุดเลยล่ะ

หรือ เรียกง่ายๆว่าโหยหามาตลอด

แต่ถึงจะหายังไง มันก็ไม่ใช่สำหรับ เอวา

ช่วงเวลาที่มีความสุขจะจบแล้วสินะ

เอวาพรางคิดและกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ตาเริ่มหนักลง อากาศที่เริ่มอุ่นขึ้น...

“ฝันดีนะครับ”

“เหมือนกัน”

 

สี่นาฬิกาสิบห้านาที

ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านตื่นมาด้วยอาการที่มึนงง ยืดเส้นซักนิด แต่พอมองไปรอบๆก็เจอกับความว่างเปล่าเหมือนเดิมอย่างเช่นทุกวัน คนตัวเล็กที่เขานอนกอดทั้งคืนหายไปไหน เสียงหวานบ่นเงี้ยวๆที่หายไปพร้อมกับสายลมวันใหม่

ทุกๆอย่างเหมือนสตาร์ทให้อยู่จุดเริ่มต้นเดิมของทุกวัน

ความเงียบที่ดูเป็นปกติ...

ชีวิตที่ดูเป็นปกติ...

หรือ แม้แต่ความทรงจำ...

ก็ยังไม่ลืมเป็นปกติ

 

สี่นาฬิกาสามสิบนาที

กาแฟอุ่นๆพร้อมกับกลิ่นหอมๆของมันก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม เขาเพียงลองรสสัมผัสอย่างทุกวัน แต่ถึงเขาจะลองเติมหรือปรุงแต่งยังไง

แต่ก็ไม่เหมือนที่คนเป็นที่รักชงให้

แสงสว่างของอรุณวันใหม่ถูกเปิดออกด้วยผ้าม่านสีครีม แสงส่องเข้ามาทำให้เจย์ต้องหรี่ตาเล็กน้อยพร้อมมองออกไป

มองออกไปเจอนกน้อยสามตัวเกาะอยู่ตรงกิ่งไม้ภายในต้นไม้ใหญ่บ้านเขา เจย์เพียงมองไปรอบๆอย่างที่เขามักทำ

 

ไม่มีฝน หรือ แม้แต่น้ำ

ไม่มีความหนาว หรือ แม้แต่ความชื้น

ไม่มีเตาผิงที่ให้ความอุ่นทั่วทั้งบ้าน

และ ไม่มีคนที่เขารักอยู่ภายในห้อง

มีแต่เพียงตัวเขาที่ยังอยู่

 

หกนาฬิกาสามสิบที

   น้ำตาที่ปล่อยให้ไหล 

มะลิในมือกำแน่น

หัวเข่าที่ทรุดลงไปกับพื้น

ความทรงจำมันที่หวนกลับมา 

ใบหน้าที่เขาคุ้นชิน แม้ว่ารูปตรงหน้าจะจางไปมากแค่ไหน 

แต่เขาก็ยังจำแววตานั้นได้ดี

“อยู่ใต้ดิน สบายดีไหมครับ”

“คุณเอวา”

 

Don't stay awake for too long

don't go to bed

I'll make a cap of coffee for your head

It'll get you up and going out of bed

Death bed-Powfu ft. baebadoobee

.

 

แล้วมีอีกอย่างที่อยากจะบอกแหละ ความจริง...

 

ทุกๆอย่างเป็นเพียงจินตนาการ

ไม่มีเอวาที่มาอยู่จริง

ไม่มีเพื่อนเช่าที่จ่ายมาด้วยราคาแพง

และสุดท้ายนี้

 

.

 

เมื่อวานฝนไม่ได้ตก

 

.

.

.

The end.

 

บรรยายเรื่องแรกเลยอ่ะค่ะ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วยนะคะ

เจย์ไดกับเอวาเคยเป็นแฟนกันค่ะ แต่ตอนนี้เอวาอยู่ข้างบนแล้วนะ

เพลงdeath bed เหมือนเป็นเพลงที่สื่อความหมายของทั้งสอง 

"อย่าพึ่งไปนอน ฉันจะชงกาแฟให้คุณก่อน"

ผลงานอื่นๆ ของ MemR

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น