คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS] Wholeheartedly Yours (KrisLay - AU Thai)

เขาวางวัตถุอันเล็กลงบนมือนิ่ม มือที่เขามีโอกาสที่จะได้จับเอาไว้แน่นๆนับครั้งไม่ถ้วน พร้อมกับบอกรักสักล้านๆครั้ง ....เพียงคิดจะแก้ตัวในอนาคตก็สายเกิน ไม่มีโอกาสสำหรับเขาอีกแล้ว

ยอดวิวรวม

1,329

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,329

ความคิดเห็น


19

คนติดตาม


76
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ส.ค. 61 / 00:28 น.
นิยาย [OS] Wholeheartedly Yours (KrisLay - AU Thai)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้







Wholeheartedly yours


Genre : Angst, Romance 

AU-Thai EXO - #KrisLay feat.ChanBaek




เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ส.ค. 61 / 00:28



สิ้นเสียงอ่านข้อความบนแผ่นกระดาษของทนายความประจำตระกูล ‘ลัทธพล ธนศิลา’ ก็มั่นใจว่าตัวเองรู้สึกได้ถึงอารมณ์สามอย่างที่ปรากฏบนสีหน้าของบุคคลผู้เกี่ยวข้องที่มารวมตัวกันอยู่ หนึ่งคือสีหน้าพออกพอใจของมาดามละออออง ธนศิลา สะใภ้ใหญ่ของตระกูลที่ตอนนี้ครองตำแหน่งบุคคลผู้ทรงอำนาจสูงสุดหลังการเสียชีวิตกะทันหันของเจ้าสัวผู้เป็นดั่งหัวเรือใหญ่ของตระกูล

สองคือสีหน้าเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาได้ว่ารู้สึกอะไรของ ‘คณาธิป’ กับ ‘ชนาธิป วรรณสิงขร’ เขยใหญ่และว่าที่เขยเล็กของตระกูลเจ้าของมรดกคณานับจนน่ากลัวว่าจะกองเป็นภูเขาได้จริง

และสามเป็นของน้องชายต่างมารดาอย่าง ‘บัลลภ’

“อะไรกัน! นี่มัน...!”

“หยุดนะลภ แม่รู้ว่าเราจะพูดอะไร”เสียงของหญิงสูงวัยที่ดูภายนอกยังเยาว์วัยหลงเหลือเค้าความสวยระดับอดีตนางงามระดับประเทศพูดขัด ดวงตาคู่นั้นยังคงไม่มองมาทางเขาเหมือนทุกครั้งตอนเอ่ย 

“ทั้งหมดนี้เป็นการตัดสินใจของคุณปู่ หรือว่าเราไม่รัก ไม่เคารพคุณปู่แล้ว อยากจะแย้งให้คุณปู่ที่อยู่บนสวรรค์ไม่สบายใจก็ตามใจ”

“แต่...!”

ถ้อยคำที่เหลือที่บัลลภตั้งใจจะเอ่ยถูกหยุดลงจากสัมผัสแผ่วเบาของเขา เขาจับมือน้องเอาไว้ และขอให้้น้องหยุดอย่างเงียบๆ ด้วยวิธีของเขา 


วิธีของลัทธพล ธนศิลา หลานชายที่เป็นหลานชายคนโต หลานชายที่ไม่เป็นหลานชายที่รัก


ไม่แปลกใจหากสมบัติพัสถานทั้งหลายของตระกูลที่แสนยิ่งใหญ่ จะไม่มีอะไรตกเป็นของเขาเลยแม้แต่อย่างเดียว 

ในหัวใจของเขาเสียใจอย่างแท้จริงกับการจากไปของเจ้าสัว... หรือคุณปู่ ชายชราที่คุณพ่อคุณแม่ที่ลาลับไปก่อนแล้วสอนสั่งให้เขาเรียกอย่างนั้น เรียก... ทั้งที่ไม่เคยได้รับอ้อมกอด ไม่เคยได้รับการเอื้อเอ็นดู ถูกเลี้ยงมาเพื่อเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของเกมกระดานธุรกิจอันทรงเกียรตินี้เท่านั้น 

ลัทธพลอาจจะเคยเกลียดที่เขามักเอาตัวเองไปเทียบกับ ‘บัลลภ ธนศิลา’ ผู้เป็นน้อง เพราะน้องเกิดมาจาก ‘คู่หมาย’ ที่คุณปู่ต้องการ แทนที่จะเป็นชายหนุ่มเจ้าของสวนบ้านๆติดทะเลอย่างพ่อของเขา น้องจึงได้รับความรัก ความเอ็นดูจากคนทุกคนในตระกูล อย่ากระนั้นเลย เขาเคยกระทั่งนึกเกลียดน้อง น้องที่อาศัยชายคาคฤหาสน์หลังงามกลางกรุงเดียวกัน

น้องที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน

น้องที่ได้รับของเล่น ขนมต่างๆเหมือนกัน

เป็นน้องที่ถูกเลี้ยงมาด้วยความรักสุดหัวใจของคนรอบข้าง

แต่ความเป็นเด็กน่ารักของบัลลภทำให้เขาเองก็รักน้องจนสุดหัวใจเช่นเดียวกัน 

ส่วนที่เหลืออย่างคนอื่นๆนั้น... เขาก็ชินเสียยิ่งกว่าชิน 

ดังนั้น ส่วนที่เหลือของหัวใจเขาจึงราวกับนกติดปีกที่กู่ร้องอย่างดีใจกับพินัยกรรมที่ไม่ต่างอะไรกับกระดาษเปล่าสำหรับเขา 

…เพราะวันนี้เขาเป็นอิสระแล้ว


“พี่เห็นด้วยกับลภ ว่านี่มันไม่ยุติธรรมกับลัทเลยสักนิด”สามีของเขาเอ่ยขึ้นทันใดที่ก้าวขึ้นรถคันหรู ออกเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์ที่โอ่อ่าไม่แพ้กันของตระกูลวรรณสิงขร

ตลอดการเดินทางกลับ กว่าหลายต่อหลายนาทีที่คณาธิปเงียบ เป็นความเงียบที่ลัทธพลเคยรู้สึกใจหาย ด้วยเพราะรู้สึกไปเสมอว่าการเงียบแบบนี้ของคนข้างกายมันเป็นสัญญาณของการไม่ได้ดั่งใจ


และเวลานี้คนที่ไม่ได้ดั่งใจคณาธิปก็คือเขา 

“ครับ ก็คงอย่างนั้น”

“ลัทไม่โกรธ ไม่เสียใจเลยเหรอ”

“แล้วพี่ล่ะครับ โกรธหรือเสียใจบ้างไหม”

“แน่สิ! ลัทไม่ได้อะไรเลยทั้งที่ทำงานตัวเป็นเกลียวขนาดนั้น ใครถามก็รู้ว่าในหลายวิกฤตธนศิลารอดมาได้ก็เพราะฝีมือลัทนะ การที่ลัทไม่ได้อะไรเลยแบบนี้ พี่ในฐานะสามีก็ต้องโกรธอยู่แล้ว!”

“มันเป็นความต้องการของคุณปู่นี่ครับ และถ้าลัทจะเสียใจ... ลัทก็ไม่ได้เสียใจที่ไม่ได้สมบัติ ลัทเสียใจแค่ว่า...”เขาเอ่ย ถ้อยคำขาดห้วงลงไปเมื่อมือใหญ่ที่แสนอบอุ่นเลื่อนมาเกาะกุมมือเขาเอาไว้แล้วกระชับแน่น 

การกระทำอย่างที่คนรักกันพึงกระทำ

ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดต่อ พูดทุกๆคำที่อยู่ในใจมาตลอดกว่ายี่สิบปี 

“...จนถึงตอนนี้ ที่ลัททำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ลัทก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ ความรักสักเศษเสี้ยวเดียว ลัทก็ไม่เคยได้”

“ลัท...”

“ลัทเหนื่อยแล้วพี่คณา ลัทอยากหยุดทุกอย่าง”

“…”

เขามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีที่แสนรัก มีคนส่งข้อความเข้ามาหาฝ่ายนั้นจึงหันเหความสนใจไปยังข้อความทางหน้าจอมือถือจนมือที่เคยจับกันไม่ถึงนาทีนั้นผละออกไป ท่าทีนั้นทำให้ลัทอดสมเพชตัวเองในใจออกมาไม่ได้

ไออุ่นจางๆที่ยังคงเหลืออยู่

ไออุ่นปลอมๆที่ของคนที่ทำหน้าที่สามี

ไออุ่นที่ไม่เคยเป็นของจริง

มันก็แค่สิ่งที่คณาธิปเห็นว่าควรจะทำก็เท่านั้น

ชายหนุ่มแปลกใจตัวเองนิดหน่อยที่เสียงของเขาเองไม่สั่นและไม่รู้สึกอยากร้องไห้สักนิด 

“ลัทรักพี่คณานะ รักมาตลอด รักมาตั้งแต่ก่อนที่พี่จะจีบผม ความรู้สึกที่ผมเริ่มมีกับพี่มันยาวนานขนาดนั้นเลยล่ะ”

คำบอกรักโต้งๆที่ดูเหมือนจะไม่เข้าอย่างมากกับบริบทพาให้เสี้ยวหน้าคมคายหันมามองเขาเต็มตา

“ลัท...?”

เขายิ้ม ยิ้มที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายถึงความสุข หรือความเศร้ากันแน่ 


“เราเลิกกันเถอะครับ”





สภาพของพี่ชายตัวสูงที่นั่งเหม่อทั้งที่แฟ้มงานเป็นกระตั้กกองอยู่ตรงหน้านั่นช่างน่าขันเสียเหลือเกินในความคิดของชนาธิป กระนั้นเขาก็ไม่นึกอยากยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปไว้แบล็กเมล์เหมือนทุกทีด้วยสายตาเหลือบไปเห็นแหวนแต่งงานวงเล็กที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ไซส์นิ้วพี่ชายเขาหมุนกลิ้งไปมาตามนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่าย

ยิ่งเมื่อที่นิ้วนางข้างซ้ายของพี่ชายยังมีอีกวงที่หน้าตาคล้ายกันแบบนั้นอยู่ 


และเพราะในนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีประกายอย่างพี่ชายคนเก่งคนเก่าของเขา 


“ลภเล่าให้ผมฟังแล้วนะ” คนผู้น้องเปิดประโยคพลางนั่งลงกับเก้าอี้หนังบุตัวเขื่องเบื้องหน้า 

“…มึงว่ามันเพราะอะไรวะ”

คณาธิปไม่รอคำตอบของน้องชายด้วยการระบายทุกความคิดออกมาจนหมดสิ้น 

“กูทำอะไรผิดตอนไหน ที่ผ่านมาเราแทบไม่เคยทะเลาะกันด้วยซ้ำ โอเค ไลฟ์สไตล์แรกๆเราอาจจะไม่ตรงกันอยู่บ้าง แต่กูก็เลิกหมดแล้วเพื่อเขา”เลิกแบบตัดขาดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ ผู้หญิงหรือผู้ชาย อะไรก็ตามที่ลัทธพลเคยเอ่ยปากบอกว่าไม่ชอบ หรือแม้แต่แค่ขมวดคิ้วซึ่งเป็นอาการไม่พอใจของเจ้าตัว คณายอมเลิกหมดทุกอย่าง 

“กูทุ่มเทเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ลัทยอมรับกูแทบทุกอย่าง แล้วมันเกิดอะไรขึ้นวะ ชนา มึงช่วยกูคิดหน่อยเหอะ เพราะกูนอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว”

ชนาถอนหายใจ เสตามองข้าวของรกๆบนโต๊ะพี่ชายเพราะจู่ๆก็นึกไม่อยากมองใบหน้าหล่อเหลานั่นขึ้นมา 

“พี่ลัททั้งเก่ง ทั้งฉลาดแค่ไหน พี่เองก็รู้ดี”

“….”

“นอนด้วยกันทุกวัน หายใจหายคอร่วมห้องกันทุกวัน...”ชนาธิปเว้นช่วงพลางลอบสังเกตสีหน้าของพี่ชายไปพลางแล้วก็ถอนหายใจ

ไอ้พี่ซื่อบื้อของเขามันไม่รู้อะไรเลยจริงๆด้วย 


“...มันจะไม่มีเลยเหรอที่พี่ลัทจะไม่รู้สักนิดเลยว่าจริงๆแล้วคนที่พี่ชอบมาตั้งแต่มหาลัยคือลภ แต่ต้องแต่งงานกับพี่ลัทเพราะเจ้าคุณพ่อคุณแม่ของเราสองคนคิดว่าพี่ลัทเป็นพี่คนโต แถมยังเรียนบริหาร จบสายตรงมาเพื่อทำงานโดยเฉพาะไม่เหมือนเด็กสถาปัตย์อย่างลภ และคิดว่าคงจะได้สมบัติแน่ๆเพราะบริหารเก่งขนาดนี้”


เป็นครั้งแรกในชีวิตได้มั้งที่รองประธานบริษัทเห็นคนอย่างคณาธิป วรรณสิงขร หน้าซีดเผือด 

ทำไมจะจำไม่ได้

เรื่องจริงที่ว่าเขาแต่งงานกับลัทธพลเพราะผลประโยชน์ และตามความต้องการของบิดามารดา 

ธนศิลาและวรรณสิงขร สองตระกูลใหญ่ที่รุ่นพ่อเป็นเพื่อนสนิทกัน และหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าจะให้ทั้งสองตระกูลที่แสนยิ่งใหญ่ได้ดองกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งโดยอาศัยรุ่นลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ 

ตอนนั้นคนหนุ่มไฟแรงที่ใครๆก็ปรารถนาอย่างเขาคิดเอาแต่เรื่องผลประโยชน์ ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะลัทธพลเองก็น่ารัก แม้จะมีบุคลิกจริงจังเงียบขรึมอยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยงี่เง่าเอาแต่ใจ ทว่าเทียบกันกับบัลลภที่แสนสดใสมีชีวิตชีวาอยู่ตลอดแทบไม่ติด แต่ก็นั่นแหละนะ ตอนนั้นคณายังหนุ่ม เป็นเหมือนสายลมที่ไม่คิดจะนิ่งอยู่ที่ใคร แต่ก็ต้องยอมทำตามพ่อกับแม่ 

เขาจำไม่ได้แล้วว่าทำไมตอนนั้นถึงตัดสินใจแต่ง คิดแค่่ว่าลัทเองก็ไม่ได้เลวร้าย แม้จะจืดชืดไปหน่อยแต่ก็จัดอยู่ว่าดีเกินไปเลยด้วยซ้ำ ไม่พอก็เห็นหน้าค่าตากันมาตั้งนาน อีกอย่างสมัยนี้แต่งได้ก็หย่าได้ ง่ายดายและเป็นกระแสสังคมอยู่อย่างมากก็แค่อาทิตย์กว่าๆเท่านั้น 

แต่แน่นอน ความคิดเรื่องหย่ามันไม่มีอยู่อีกแล้ว มันสลายหายไปเมื่อไหร่คณาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน 

...ยิ่งคิดย้อนกลับไป เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่รู้ตัวเลยว่าโง่เขลานัก


“แกหมายความว่า...”

ชนาธิปยักไหล่ “ผมไม่รู้แน่หรอกนะ ลภเองก็ไม่รู้ รายนั้นน่ะไม่รู้อะไรอยู่แล้ว แต่ความเป็นไปได้มันก็สูงชิบหาย พี่ว่ามั้ยล่ะ”

หัวใจของประธานบริษัทหนุ่มราวกับร่วงลงจากชั้นบนสุดของตึกลงสู่พื้นถนนเบื้องล่าง โดนรถทุกล้อเหยียบย่ำกระเด็นกระดอนไม่มีชิ้นดี

“แต่มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้คิดอะไรกับลภแล้ว”

“คนที่พี่ต้องคุยด้วยไม่ใช่ผม แต่เป็นพี่ลัท”ชนาธิปว่า คิดไปคิดมาเขาเองก็อาจจะมีส่วนผิดในเรื่องนี้อยู่ด้วยไม่มากก็น้อยที่ไม่คิดเตือนพี่ชายให้มันเร็วกว่านี้ เอาแต่คิดง่าย ๆ ไปในทางเดียวกันว่าปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเงียบ ๆ ก็คงจบลงง่าย ๆ ทั้งที่ควรรู้ว่ากระทั่งเป็นความอดทนของคนที่อดทนมาตลอดชีวิตอย่างลัทธพลมันก็สามารถหมดลงได้เหมือนกัน 

ชนาธิปเป็นน้องชาย เขารู้จักพี่ชายตัวเองดีมาตั้งแต่จำความได้ และรู้ด้วยว่าเวลานี้หัวใจของคณาธิปคนปัจจุบันไม่ใช่หัวใจที่ีมีความรู้สึกเดิมเหมือนกับเมื่อห้าปีที่แล้ว


“ถ้าเขารู้... เขาจะทนกูทำไมตั้งห้าปี”จู่ ๆ คณาธิปก็ถามเสียงแหบแห้ง 

คนฟังกลอกตา อดไม่ได้จะด่าเป็นอินโทรเสียก่อนว่าทำไมโง่นัก  

“เพราะพี่ลัทเขารักพี่มั้ง”

เหมือนเศษซากหัวใจลอยกลับมาเข้าตัวอีกครั้ง

ไม่รู้ว่ามีอิทธิพลขนาดนี้เมื่อไหร่ แม้คำว่ารักจะไม่ได้ออกมาจากปากลัท แค่อยู่ในประโยคเดียวกันเท่านั้นเอง

หัวใจของผู้บริหารหนุ่มทั้งปวดหนึบ ทั้งวูบโหวงไปหมด 

เขาควรจะรู้จักลัทธพลมากกว่านี้หรือเปล่า อีกคนเป็นถึงคนรักของเขาแท้ๆ คนที่ดูภายนอกเรียบนิ่งราวผืนน้ำที่นิ่งสงบ แท้ที่จริงซ่อนความในใจเป็นคลื่นใต้น้ำที่เย็นเฉียบมาตลอด 

ที่ผ่านมาเป็นเขาเองที่ละเลยอะไรบางอย่างไปจนมันกลายเป็นช่องว่างเว้นที่ไว้ให้อีกฝ่ายตีความเอาเอง 

และเพราะมันเป็นอย่างนั้น... เขาถึงนึกกลัว

กลัวความจริงที่ว่าเขาปล่อยให้ลัทธพลคิดอะไรเอาเองมานานเท่าไหร่แล้ว

“พี่นอนไม่หลับมากี่วัน พี่ลัทเขานอนไม่หลับมากี่ปี จากนี้ก็คิดเอาเองแล้วกัน พี่ลัทเขาขอเวลาอาทิตย์นึงให้พี่ตัดสินใจก่อนเข้าไปบอกพ่อกับแม่ไม่ใช่เหรอ”

ขายาวๆของคนเป็นน้องยังไม่ทันก้าวออกไปพ้นประตู เสียงทรงอำนาจก็เอ่ยลอยมาเสียก่อน

“อะไร?”

“คุยกับลภให้หน่อย”

ชนาธิปเลิกคิ้ว กระพริบตาปริบมองพี่ชายที่เหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหน่อยเพราะอย่างน้อยก็เลิกทำตัวซังกะตายแล้วก็ค่อยใจชื้น สบตาก็รู้ใจว่าพี่ชายคนเก่งคนเดิมของเขามันคงคิดอะไรได้แล้วไม่มากก็น้อย

ที่เหลือ... ก็ขึ้นอยู่กับพี่ลัทแล้วล่ะนะ




ลัทธพลอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มออกมาอย่างพออกพอใจตอนมองออกไปรอบๆ ‘ห้อง’ ใหม่ของเขา คอนโดแถบชานเมืองที่เป็นสมบัติตกทอดจากผู้เป็นพ่อของเขา จะว่าไปก็เรียกได้ว่าถ้าใครรู้เข้าว่าเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ผู้บริหารคนเก่งของธนศิลากรุ๊ปมีใคร ๆ ก็คงพากันส่ายหน้าหวือพร้อมกับบอกว่า ไม่มีทาง 

แต่มันก็เป็นไปแล้วล่ะนะ

แล้วตอนนี้ชายหนุ่มก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกหายใจหายคอได้สะดวกสุด ๆ ไปเลย

“พี่ลัท พี่ลัทคิดดีแล้วเหรอ แล้วพี่คณาว่ายังไง ทำไมพี่คณาถึงยอมง่าย ๆ แบบนี้”

ความทรงจำเมื่อตอนที่เขาเอ่ยถึงข้อเสนอให้ห่างจากกันสักอาทิตย์ก่อนจะหย่าอย่างเป็นทางการวนกลับเข้ามาในหัว คืนก่อนวันเปิดพินัยกรรมลัทเองก็เกือบนอนไม่หลับเพราะคิดไม่ตก


ไม่ใช่คิดไม่ตกว่าตัวเองอาจจะไม่ได้ทรัพย์มรดกอะไรเลยจากคุณปู่ เพราะนี่มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว

แต่เป็นเรื่องที่คิดไม่ตกว่าเขาจะทำยังไงกับความสัมพันธ์กับคณาธิปหลังจากนั้นต่างหาก

… 


อาจจะเพราะการแสดงออกของคนเป็นสามี ที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


แสดงออกว่าเสียดายในทรัพย์สมบัติ เสียดายในผลประโยชน์ อุตส่าห์ยอมแต่งงานกับเขาแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็ชวดมรดกตระกูลใหญ่เสียนี่ ตอนเขาเอ่ยปากออกไปแบบนั้น คณาธิปก็เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จาอะไรและตอบตกลงง่ายดาย

ง่ายดายเหมือนตอนตกลงแต่งงานไม่ผิดเพี้ยนกัน

อ้อ ใช่ คงเป็นเขาคนเดียวอีกล่ะมั้งที่จำเรื่องเมื่อตอนนั้นได้

“พี่ไม่รู้หรอกว่าพี่คณาคิดยังไง แต่สำหรับพี่ พี่แน่ใจแล้วว่าจะทำแบบนี้”เขาตอบน้อง และก็รู้ตัวว่าตัวเองทำพลาดไปตอนที่หันไปสบตากับคู่สนทา 

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิลภ”

“ลภไม่ชอบเลย ลภไม่อยากให้พี่ลัททำแบบนี้ อย่างน้อยถ้าพี่ลัทจะย้ายออกจากบ้านพี่คณา พี่ลัทก็กลับบ้านใหญ่ กลับไปอยู่กับลภไม่ได้เหรอ”

เขามองน้องชายตัวเล็กที่ยืนเบะหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้วก็ส่ายหน้าขำ ๆ  “ไม่ใช่เด็กแล้วนะเราน่ะ เข้าใจพี่สิว่าพี่เองก็อยากจะมีอิสระบ้าง”

“แล้วพี่ลัท...”

“พี่รักลภ รักเสมอ ลภจะเป็นน้องชายคนดีคนเดียวของพี่ตลอดไป รู้เปล่า”

บัลลภน้ำตาหยดแหมะ ๆ เข้าจนได้ ตอนเขายังเด็กเขาไม่เคยรู้หรอกว่าพี่ลัทต้องรู้สึกอะไรยังไงมาตลอดยี่สิบกว่าปี จนโตแล้วพอจะรู้เรื่องรู้ราวอะไรบ้างบัลลภก็ได้แต่โกรธแม่ งอนปู่

และตอนนี้เขาก็โกรธตัวเอง ที่ที่ผ่านมาบัลลภทำเพียงแค่นั้น

ยิ่งคิดคนอ่อนวัยกว่าก็ยิ่งเสียใจ ถึงแม้เขาจะเป็นน้องชายที่น่ารักกับพี่ลัทมากแค่ไหน แต่เอาเข้าจริงแล้วเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่คอยอยู่เฉย ๆ มองดูความเสียใจลึก ๆ ของพี่ลัทมาโดยตลอด

ถ้าจะต้องมีใครสักคนรับผิดชอบกับความรู้สึกที่พังทลายของพี่ชายคนนี้ บัลลภก็คิดว่าหนึ่งในนั้นต้องมีเขาด้วย 

พี่ลัทที่แสนดี แสนเข้าอกเข้าใจ ดูแลลภมาตลอด ดีกับลภตั้งมากมาย ทั้งที่พี่ลัทเป็นคนดีขนาดนี้แท้ ๆ  ทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงทิฐิสูงส่ง อคติมากมายบังตาจนทำร้ายคนดี ๆ คนหนึ่ง  

“ขี้แยขนาดนี้ เดี๋ยวเถอะแม่ไม่ให้เข้าบ้านเพราะคิดว่าทะเลาะกับนายชนามา”

คุณหนูตัวเล็กกำหมัดแน่น “ลภจะไม่แต่งงานกับชนา ถ้าพี่ลัทจะหย่ากับพี่คณา ลภก็ไม่แต่ง! คุณปู่ทำเกินไปแล้ว ลภไม่ยอมหรอก! สองตระกูลใหญ่บ้าบออะไรกันลภไม่เห็นจะแคร์เลย!”

ลัทกอดตอบน้องที่โผเข้ากอดเขาแน่น เห็นน้องร้องไห้หนักหนาเพราะตัวเขาเองแบบนี้เขาเองก็ไม่ชอบเลย

“ฟังพี่นะลภ”

เสียงสะอื้นท่ามกลางความเงียบของห้องชุดใหม่เอี่ยมทำให้ลัทพูดต่อ 

“ถ้าลภรักพี่จริง ลภก็อย่าทำผิดแบบที่พี่เคยทำ” 


“….”

“อย่าทำอะไร... ที่หัวใจตัวเองไม่ได้ต้องการมันแต่แรก”

บัลลภนิ่งงัน มีคำถามผุดขึ้นในใจแต่ก็คิดว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

หัวใจของพี่ลัทไม่ต้องการอะไร เป็นหมากในเกมธุรกิจของธนศิลา หรือเป็นคู่ชีวิตของพี่คณากันแน่? 


“ลภโชคดี เพราะลภเป็นเด็กน่ารัก และคนรอบๆตัวก็รักและพร้อมจะสนับสนุนลภ แล้วลภจะใจร้ายปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณปู่กับคุณแม่ลภสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงพังไปต่อหน้าต่อตา แค่เพราะอารมณ์ของลภเองเหรอ ชนาเองก็เป็นคนดีที่ดูแลลภได้ รายนั้นน่ะถึงจะขี้เล่น คุยง่ายใจดี คงไม่ขัดลภแน่ถ้าลภจะไม่แต่ง แต่เขาก็เป็นคนที่รักและอย่างแต่งงานกับลภนะ ถ้าจู่ๆลภทำแบบนี้ชนาจะรู้สึกยังไง...”พูดมาถึงตรงนี้ ใจเขาก็อดจะไพล่ไปถึงวรรณสิงขรคนพี่



ไม่รู้อีกฝ่ายจะทำใจได้ไหม ถ้าคนที่ตัวเองหมายปองมาตลอดจะต้องมาลงเอยกับน้องชายตัวเอง 


เห็นเป็นคนนิ่งแต่ที่จริงดื้อเงียบ ภายใต้ท่าทางพูดน้อยขยับน้อยแบบนั้นทำให้ใครๆต่างพากันคิดว่าพี่คณาเป็นคนเดาท่าทีได้ยาก แต่สำหรับคนที่ในสายตาไม่เคยมีใครอื่นมาตลอดอย่างลัท รู้ดีว่าคู่ครองเขาคนนี้จะทำอะไรก็คิดถึงแต่ผลประโยชน์ก่อน จะว่าเพราะรู้ดีว่าตัวเองหาใหม่ได้ไม่ยาก หรือมีแผนอื่นซ้อนอยู่ในใจกับบัลลภ เขาเองก็สุดจะคาดเดา 

แต่ที่แน่ ๆ  ที่เลือกแต่งงานกับเขา ก็เพราะเห็นเป็นหลานคนโตของบ้านธนศิลาก็เท่านั้น 


ผิดมั้ยนะที่ลัทธพลรู้สึกสะใจหน่อย ๆ ที่เรื่องมันกลายมาเป็นแบบนี้ 


แต่... ก็อดสงสารคณาธิปไม่ได้ เขาทั้งคู่อยู่ในฐานะพี่คนโต ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามักจะต้องเป็นคนแรก ๆ ที่ถูกยกมาอ้างว่าต้องทำอะไรเพื่อน้องที่อยู่ข้างหลัง และเพื่อวงศ์ตระกูล

อีกอย่าง ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งห้าปี จะว่าไม่ผูกพันจนเฉยชาที่อีกฝ่ายอาจจะต้องเสียใจก็เลือดเย็นเกินทน 

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ลัทธพลเกลียดความรู้สึกที่ตัวเองต้องอยู่ตรงกลาง เคว้งคว้างท่ามกลางความสัมพันธ์ประหลาดเหล่านั้นถึงได้เลือกเดินจากมา 


อันที่จริงเขาก็แค่เลือกหันหลังให้กับทุกอย่างก่อนก็เท่านั้น


จากนี้ไปจะเป็นยังไง... ตัวเองก็ไม่รู้

ขอแค่ตอนนี้ได้รู้สึกอิสระบ้างก็พอ 

ขอแค่ได้ทำตามใจ โดยที่ไม่ต้องมีสายตาของใครต่อใครจับต้องสักครั้ง ไม่สิ... ครั้งแรกในชีวิตเชียวล่ะ

กว่าบัลลภจะยอมกลับบ้านก็เท้งเต้งอยู่บนโซฟา งอแงไม่ยอมกลับลูกเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะนอกจากจะมีการบ้านที่ต้องทำแล้ว พี่ชายก็ยังสัญญาอีกด้วยว่าบัลลภสามารถมานอนค้างได้ทุกเมื่อตามแต่ที่เจ้าตัวต้องการ





คนที่กำลังนั่งดูรายการทีวีฆ่าเวลาไปพลาง ๆ สะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ เสียงออดก็ดังขึ้นยามวิกาล เลื่อนสายตามองนาฬิกาดิจิทัลบนชั้นข้างทีวีแล้วก็ยิ่งงง ใครกันจะมาหาเขาตอนสามทุ่มแบบนี้ หรือจะเป็นบัลลภ?

ความคิดที่ว่าคนเบื้องหลังประตูอาจเป็นน้องชายตัวเล็กที่ยืนเบะเหมือนเมื่อตอนเย็นพาให้สองเท้าก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตู เพียงเพื่อจะให้ใจเจ้ากรรมของตัวเต้นถี่อย่างไม่คิดขออนุญาตคนเป็นนาย 


เพราะเบื้องหลังตาแมวกลับเป็นร่างสูงของสามี

สามีที่เขาเพิ่งขอให้แยกห่างกันสักอาทิตย์ 

สามีที่ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดกัน 


แต่ก็ไม่ได้รักกัน


เขากำมือเข้าหากันแน่น

ที่ขอห่างมา ก็แค่อยากให้เวลาเราทั้งคู่ได้คิด ยังไงเสียเรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องใหญ่ที่จะตัดสินใจเองโดยพลการไม่ได้ และต่อให้ตกลงยินยอมกันทั้งสองฝ่ายก็ยังต้องคุยกับคุณพ่อคุณแม่วรรณสิงขรที่รักและเอ็นดูเขาราวลูกชายแท้ๆของพวกท่านมาโดยตลอดอีกด้วย แค่ตัวเองคิดเองเออเองฝ่ายเดียวจนตัดสินใจขอแยกออกมาก่อนแบบนี้ก็เกรงใจจะแย่... เขาจำได้ว่าตอนนั้นบอกกับคณาธิปไปแบบนั้น 

ใช่รึเปล่านะ?

เขาถอนหายใจ แวบแรกที่เห็นหน้าอยากจะถามออกไปก่อนว่ารู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่นี่ แต่คิดไปก็เท่านั้น อีกฝ่ายคือคณาธิป วรรณสิงขรเชียวนะ จะมีเรื่องอะไรที่อยากรู้แล้วไม่อยากรู้ด้วยหรือไง

“ลัท...”

“มาทำไมครับ”

ใบหน้าสดใสท่ามกลางผืนฟ้ายามราตรีเป็นฉากหลังเหมือนจะหมองลงไปนิด กระนั้นอีกฝ่ายก็ยังพูดต่อทั้งที่รอยยิ้มยังเปื้อนอยู่บนใบหน้า

“พี่เอานี่มาให้ เผื่อว่าเราอาจจะคิดถึง”

ทำไมลัทธพลถึงไม่ทันได้สังเกตเห็นกีต้าร์ตัวโปรดตัวเบ้อเริ่มนั่นแต่แรกน่ะเหรอ...

อาจเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เขาแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังมองมาด้วยแววตาประหลาดที่เขาไม่เคยได้เห็นเสียล่ะมั้ง 


พาลให้คิดไปอีกว่าประโยคของอีกฝ่ายนั้นชวนให้คิดสองแง่สามง่ามเสียจริง

หมายถึงอะไรกันที่เขาจะคิดถึง

กีต้าร์ตัวโปรด หรือคนส่งกีต้าร์


พอเริ่มตั้งสติได้ คนที่เผลอปล่อยให้การปรากฏตัวของคนที่อยู่ในหัวใจมาตลอดหลายปีเข้ามามีอิทธิพลไปจนถึงสมองก็เอ่ยปากพร้อมกับเอื้อมมือไปรับกระเป๋าใบเขื่องเอาไว้ในมือ 

“ขอบคุณครับ”

“ห้องน่าอยู่ดีนะ”เจ้าของห้องหมาด ๆ เอ่ยขอบคุณอีกครั้ง หน้าร้อนขึ้นมาหน่อย ๆ กับดวงตาสีเข้มที่สอดส่ายสายตาไปมาในห้องของเขาราวสงสัยใคร่รู้เสียเต็มประดา จริง ๆ มันก็แค่ห้องนั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกคันยิบ ๆ ในใจยังไงชอบกลก็ไม่รู้กับทุกอิริยาบถของคนตรงหน้า 

แต่ที่แน่ ๆ ...ลัทโกรธตัวเองที่แค่เป็นคณาธิป แค่ผู้ชายคนนี้อยู่ตรงนี้เท่านั้น ความเข้มแข็ง ความมั่นใจที่จะก้าวออกมาจากความยุ่งเหยิงตลอดทั้งชีวิตนั่นก็เหมือนจะถูกสั่นคลอนอย่างง่ายดาย 

“…”

“……”

“ลภอยู่รึเปล่า”

ลัทธพลไม่รู้ตัวว่าเกือบสำลักเสียงหายใจตัวเองด้วยการแค่นหัวเราะอย่างนึกสมเพชตัวเอง 

นั่นสินะ... ควรจะรู้ตัวอยู่แล้วแท้ ๆ  


ความหวังที่ปราศจากความเป็นไปได้ผสมอยู่ด้วยนี่มันช่างโง่สิ้นดี 


“กลับไปนานแล้วครับ ตอนนี้ไม่อยู่ที่หอกับเพื่อนก็น่าจะอยู่บ้านใหญ่”ความน้อยเนื้อต่ำใจที่วาบในอกพาให้เขารีบเอ่ยปากลาเป็นเชิงไล่อีกฝ่าย แต่แขกยามวิกาลดันไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ 


ไม่ได้รั้ง ไม่ได้ขยับตัวอะไรมากไปกว่าคำที่เอ่ย 


“พี่อยากคุยด้วย ให้พี่เข้าไปได้มั้ย”





จริง ๆ เลยเว้ยไอ้คณา!

คนตัวสูงนึกอยากตบปากตบหน้าตัวเองแรง ๆ เป็นการลงโทษให้สาแก่ใจ เขาแค่คิดจะหาเรื่องคุยเพื่อยื้อเวลาอยู่กับคนตัวขาวก็เท่านั้น แต่สัญชาตญาณมันดันเอ่ยชื่อน้องชายอีกคนที่ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองมีชนักติดหลังอยู่ ผลที่ตามมาก็คือใบหน้าที่ปราศจากอารมณ์ กับแววตาที่เจือความเสียใจจนปิดไม่มิดของคู่สนทนา 

ร่างสูงเผลอกัดปากตัวเองแน่น ตอนก้าวเข้ามาในห้องสตูดิโอขนาดย่อมที่แม้จะยังจัดได้ไม่เรียบร้อยดีนัก แต่เพียงผิวกายสัมผัสบรรยากาศก็รับรู้ได้ถึงตัวตนเรียบง่ายระคนเหงาของเจ้าของห้อง 

คณาสาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่าไม่ทันคิดจริง ๆ ตอนที่พูดชื่อบัลลภ นั่นเพราะเขาสนิทใจกับเจ้าน้องชายตัวเล็กนั่นมาก นานวันผ่านไปบัลลภก็กลายเป็นน้องที่เขาเอ็นดูอีกคน ไม่ได้มีอะไรเกินเลยเหมือนอย่างที่ลัทธพลเข้าใจ หรืออาจจะกำลังเข้าใจเขาผิด 


...นั่นสินะ 

เขาไม่ทันคิดอะไรแบบนี้มากี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้


ไม่รู้ว่าเพราะตอนนี้คณาธิปตาสว่างจนเริ่มจะรู้อะไรบ้างแล้ว หรือเพราะว่าลัทธพลแสดงออกมากกว่าที่เคย เขาถึงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ไม่ดีนักของเจ้าของห้องที่แม้ในท้ายที่สุดก็ยอมเบี่ยงตัวให้เขาเข้ามานั่งตัวแข็งทื่ออยู่ในโซนห้องรับแขกของคอนโดขนาดย่อม 

“พี่จะไม่อ้อมค้อมนะลัท”แม้สมองที่เคยชาญฉลาดจากการวางแผนพัฒนาธุรกิจมานานนับปีจะสั่งให้คณาธิปถ่วงเวลาให้ได้อยู่กับคนตัวหอม ๆ คนนี้ให้นานที่สุด แต่ก็กลับพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกในใจที่อยากจะรู้คำตอบเร็ว ๆ จนโพล่งออกไปตรง ๆ จนได้

“ทำไมลัทถึงอยากเลิกกับพี่ล่ะ”

“เพราะผมรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่พี่ต้องการ”

เกิดหลุมอากาศใหญ่โตระหว่างบทสนทนาทันใด ด้วยเพราะคณาไม่ทันคิดว่าจะได้รับคำตอบที่รวดเร็วปานสายฟ้าฟาดแบบนั้น

และมันยังเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ชนาบอก กับสิ่งที่เขากลัวนั้นเป็นเรื่องจริง 

มือของคณาธิปชื้นเหงื่อ ครู่ใหญ่ทีเดียวที่เขาได้อ้าปากค้างเหมือนปลาพะงาบในน้ำ

“....ลัทรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

ความเงียบของคู่สนทนาพาให้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่ก็เพียงแวบเดียว เพราะรู้สึกขลาดกลัวสีหน้าที่จะได้รับจากคู่สนทนา

คู่สนทนาที่จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นคู่ชีวิตทางทะเบียน 

สีหน้าที่มักจะเรียบเฉยเจือรอยยิ้มจาง ๆ อยู่เสมอของลัทธพลไม่ได้มองมาที่เขา แต่ก้มลงมองมือตัวเองที่อยู่บนตัก “จริง ๆ  ก็... รู้มาตลอดนั่นล่ะครับ ตั้งแต่สมัยมหาลัย ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกที่งานเลี้ยง หรือตอนที่พี่สนิทกับลภมากจนได้มาเที่ยวเล่นที่บ้าน...

“พี่คุยกับลภถูกคอเสมอ จำวันสำคัญ จำเหตุการณ์ต่าง ๆ ของลภได้ เทียวรับเทียวส่งลภเสมอแม้ว่าจะไม่ว่าง... จำได้ว่าลภชอบหรือไม่ชอบอะไร” เลยเถิดจนเป็นยิ่งกว่าหมาหยอกไก่ก็ยังเคย แต่บัลลภยังเด็ก บวกกับคงคิดว่าเป็น(ว่าที่)พี่เขยจึงปล่อยผ่าน 

“….”

“ผมรู้อยู่แล้วล่ะครับ รู้ตัวเสมอว่าผมไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของนามสกุลที่ผมใช้จริง ๆ ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไหนจริง ๆ  แล้วก็รู้ด้วยว่าความรู้สึกแบบที่พี่มีให้ลภ จะไม่มีวันเป็นความรู้สึกแบบที่เรามี”

ทุก ๆ คำที่เอ่ยมามีแต่ชื่อบัลลภเต็มไปหมด

คณาธิปฟังไป ก็รู้สึกเหมือนโดนฝ่ามือที่มองไม่เห็นตบหน้าจนชาไปหมด แม้ว่าลัทธพลจะไม่ได้พูดเปรียบเทียบกันออกมาโต้งๆว่าแล้วเขาปฏิบัติกับลัทตรงกันข้ามอย่างสุดขั้วอย่างไร อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เขาเกลียดตัวเองเหมือนกันที่ทุกอย่างที่อีกฝ่ายว่ามามันเป็นจริงทุกอย่าง

นั่นเพราะเมื่อก่อน ลัทไม่เคยอยู่ในสายตาของคณาเลยจริง ๆ


“พี่ขอโทษ”สุดท้ายคนที่หัวใจไม่อยู่กับตัวเสียตั้งแต่หน้าประตูก็เอ่ยเสียงเบาหวิว 

ตั้งแต่วินาทีแรกที่แต่งงาน คณาธิปเตรียมใจอยู่เสมอว่าอาจจะมีสักวันที่เขาต้องเอ่ยปากขอแยกทางกับคนตรงหน้า จะเรียกว่าการที่อีกฝ่ายดันเป็นคนพูดออกมาเสียเองนั้นผิดแผนไปเสียหน่อย แต่สุดท้ายปลายทางมันก็เหมือนกัน

แต่มันเป็นปลายทางที่เขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีกแล้ว 


คณาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่ามันเคยเป็นสิ่งที่เขาต้องการ 


“ขอโทษทำไมกันครับ มันเป็นเรื่องธรรมดานี่ ลภเป็นเด็กพลังบวก ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรู้สึกสดใสกันทั้งนั้น”

ลัทธพลยังคงมีรอยยิิ้มติดอยู่บนใบหน้า บ่งบอกว่าทุกคำที่พูดออกมาอาจกดตัวเองอยู่บ้าง แต่กระนั้นก็รักน้องชายมากจริง ๆ  

ใช่ ลัทพูดถูก ลภเป็นเด็กน่ารัก ยิ่งถ้าเทียบกันกับลัท ลัทเหมือนสีหมอง ๆ ที่ดูเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา กับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน อยู่ใกล้แล้วก็รู้สึกอึดอัดสิ้นดี 

แต่มันไม่แปลก บุคลิกและท่าทางทั้งหมดของลัททั้งหมดเกิดจากปมในใจที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะมีใครรัก หลายครั้งคณายังนึกสงสัยว่าลัทรักตัวเองบ้างไหม ภูมิใจในตัวเองบ้างหรือเปล่า หรือเพราะว่าไม่เคยรัก ไม่เคยอ่อนโยนกับความรู้สึกตัวเองเสียบ้างเลย  


ใคร ๆ ถึงได้ไม่อยากที่จะรัก จะอ่อนโยนกับลัทเช่นกัน

เพราะจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง คนตรงข้ามเขาจึงทำลายความเงียบอีกครั้ง “พี่คณา ความรู้สึกคนเรามันห้ามกันไม่ได้นะครับ ผมเองก็ต้องขอโทษพี่ด้วยเหมือนกัน ทั้งที่รู้ทั้งรู้มาตลอดแต่ก็ยังทำให้พี่เสียเวลามาตั้งห้าปีเต็ม ความจริงแล้ววันนั้นถ้าผมจะกล้าพอสักนิดที่จะบอกเจ้าสัวให้รอจนกว่าลภจะเรียนจบ ให้เป็นธนศิลาคนน้องแทนที่แต่งงานกับพี่ เรื่องมันอาจจะไม่ต้องวุ่นวายแบบนี้ก็ได้”

“พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะลัท”คณารีบแก้ตัวทันใดเมื่อหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด “โอเค พี่ยอมรับว่าที่ผ่านมาพี่....”

“ที่ผ่านมาพี่คณาดีกับผมมาตลอดครับ”ร่างบางยืนยันหนักแน่น มองสบดวงตาที่ฉายแววเสียใจของคู่สนทนาแล้วก็อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเองก็เสียใจไม่แพ้กัน “พี่เป็นสามีที่ดีของผม ชีวิตคู่ของผมเพอร์เฟ็กต์ได้ก็เพราะพี่ ตลอดห้าปีที่ผ่านมามันมีช่วงเวลาดี ๆ มากมายที่ผมเองก็อยากเก็บมันไว้แม้ว่าเราจะหย่ากันแล้วก็ตาม...”

“…..”

“ผมถึงอยากให้เราจบกันด้วยดี ผมยังรัก และหวังดีกับพี่เสมอ ระดับพี่จะหาคนรักใหม่สักคนไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย มันไม่ช้าเกินไปหรอกครับ แต่สำหรับเราผมไม่เห็นประโยชน์ที่จะยื้อเวลาออกไป ทางที่ดีเราควรจะหย่ากันให้เร็วที่สุด...”

“ลัท พี่ขอร้อง ไม่พูดเรื่องหย่าได้มั้ย”


พอสิ้นประโยคของเขา บทสนทนาก็ไม่เพียงชะงัก แต่ยังเปิดโอกาสให้เจ้าเครื่องปรับอากาศส่งเสียงประกาศความมีตัวตนของมัน 

...เป็นตอนนั้นที่คณาธิปเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของลัทธพลเข้ามาแทนที่ 

“...ทะ ทำไมล่ะครับ ผมตอนนี้นอกจากเก้าอี้บริหาร ก็ไม่ได้มีอะไรให้พี่อีกแล้วนะ”

เขาวางมือที่ชื้นเหงื่อของตัวเองลงบนเข่า ราวกับมันจะช่วยยืนยันกับตัวเองว่าพูดเสียที พูดออกไปเสียทีถึงความจริงที่ชัดแจ้งในใจก่อนอะไร ๆ มันจะสายเกิน 


“ก็พี่รักลัท ทำไมพี่ต้องหย่า”


มันเหมือนมีใครไม่รู้มากระตุกเข้าที่หัวใจทันทีที่พูด แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกตลอดชีวิตการแต่งงานห้าปีของพวกเขาที่ได้เอ่ยคำ ๆ นี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดทั้งที่รู้สึก

และคณาธิปก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายเองก็รู้สึกถึงสิ่งนี้เช่นกัน 


คำบอกรักที่ไม่ใช่การบอกออกไปส่ง ๆ ตามหน้าที่ ตามสถานะเหมือนที่ผ่านมา 


ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แต่คราวนี้คณาธิปกล้าพอที่จะพิจารณาเครื่องหน้าบนใบหน้าอีกฝ่ายแล้ว ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาทำให้เขานึกรู้ทันทีว่าลัทกำลังคิดอะไร


ลัทกำลังลังเลกับคำพูดของเขา 

เพราะตัวเองไม่เคยเชื่อว่าจะได้รับความรัก


“บางที... ห้าปีที่ผ่านมาอาจทำให้พี่สับสน”


นั่นปะไร


คณาธิปเผลอกำมือแน่น กล้ำกลืนความเสียใจที่อยากด่าตัวเองตอนมองใบหน้าตรงข้ามแล้วนึกรู้เสียหมดว่าลัทกำลังคิดอะไร และรู้สึกอย่างไร

ที่ผ่านมาเขารู้ทั้งหมดแต่ก็เลือกที่จะละเลย จนตอนนี้มันเลยสายเกินแก้แล้วใช่ไหม


“ลัท พี่ยืนยันทุกคำที่พี่พูด พี่รักลัท ไม่ต้องการหย่า และพี่ไม่ได้กำลังสับสนอะไรทั้งนั้น ห้าปีที่แล้วพี่อาจจะแต่งงานกับลัทธพล ธนศิลา แต่ตอนนี้พี่รักลัท ลัทที่เป็นลัท ต่อให้ลัทไม่ได้นามสกุลนี้ พี่ก็ยืนยันคำเดิมว่าพี่รัก”

“….”

“เชื่อพี่หน่อยได้มั้ยลัท สักครั้ง... พี่เสียใจที่ที่ผ่านมาพี่มองข้ามความรู้สึกของลัท ตอนนี้พี่ตาสว่างแล้ว ให้โอกาสพี่ได้มั้ย”

เขาขยับเข้าไปใกล้ อยากดึงร่างที่พยายามคุมตัวเองอย่างยิ่งไม่ให้สั่นเข้ามากอดเอาไว้ให้ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเป็นหลักฐาน แต่นั่นกลับทำให้ลัทดูตกใจและถอยห่าง... 

กำแพงที่ลัทก่อขึ้นมามันสูงเกินกว่าที่เขาจะก้าวเข้าไป ดึงอีกคนกลับมาอยู่ข้างกันเหมือนอย่างเก่าแล้วจริงหรือ 


พอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียศูนย์ ลัทธพลก็กลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด

หนี 


“ผมขอยืนยันคำเดิม ขอเวลาให้ผมสักอาทิตย์นะครับ”

คณาธิปมองรอยยิ้มของคนอ่อนวัยกว่าด้วยหัวใจที่เจ็บปวด มันเป็นยิ้มแบบเดิม 

ยิ้มในแบบของคนที่ไม่ถูกรักของลัทธพล


ยิ้มที่ตีความไม่ออกว่ากำลังสุข หรือกำลังทุกข์ใจ


แม้ใจจะอยากอยู่ต่อมากแค่ไหน แต่เมื่อเจ้าของสถานที่ไม่เพียงเอ่ยปากไล่ แต่ยังลุกขึ้นกดดันเดินมาส่งถึงหน้าประตู ชายร่างสูงก็ต้องลุกตามบ้างอย่างเสียไม่ได้ 

“ดูเหมือนว่า... ข้างในจะไม่มีปิ๊กกีต้าร์นะ ลองเปิดดูก่อนสิ” ทันใดที่ถึงหน้าประตูคนส่งกีต้าร์ก็พูดออกมาโต้ง ๆ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 

คณารู้ดีว่าทั้งกีต้าร์และปิ๊กนี้เป็นของดูต่างหน้าที่สำคัญมากของคุณพ่อผู้ล่วงลับของลัท มองดูอีกฝ่ายที่พยายามแสดงออกว่าไม่ได้ร้อนรนแต่ก็ปิดแทบไม่มิดตอนควานหาในกระเป๋ากีต้าร์ด้วยสีหน้าติดจะยุ่งเล็กน้อยเมื่อไม่เจอเจ้าพลาสติกสามเหลี่ยมอันเล็ก 

“สงสัยจะอยู่ที่ไหนสักที่ในห้องนั่นแหละ เดี๋ยวพี่จะกลับไปหาให้แล้วพรุ่งนี้เอามาให้นะ”

“อย่าลำบากเลยครับ เดี๋ยวผมกลับไปเอาเองก็ได้”ลัทธพลปฏิเสธแทบจะในทันทีราวเครื่องตอบอัตโนมัติ


แต่บังเอิญว่าคณาธิปเองก็เป็นเครื่องดื้อด้านอัตโนมัติเหมือนกัน 

ชนาพูดถูก เขานอนไม่หลับแค่ไม่กี่วัน แต่ลัทล่ะนอนไม่หลับมาแล้วกี่ปี

เรื่องแค่นี้ถ้าทำไม่ได้ ถ้าพิสูจน์ให้เห็นไม่ได้ เขาเองก็ไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ลัทจะต้องเชื่อคำว่ารักของเขาเลย


“ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่อยู่บ้าน ถ้าลัทไปแล้วไม่ค้างพวกท่านอาจจะสงสัยอะไรก็ได้ ถ้ายังไงให้พี่เอามาให้จะดีกว่า” เขาไม่เปิดโอกาสให้คนตัวขาวที่ยังยืนอึ้งด้วยตามไม่ทันอยู่อย่างนั้น ฉวยโอกาสส่งยิ้มให้ก่อนบอกลาโดยไม่รอรับประโยคเชิงปฏิเสธใดอีก 

“แล้วพี่จะมาใหม่”

บอกว่าจะมาใหม่

เพราะพรุ่งนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายที่จะมา






“พี่ไม่เห็นรู้เลยว่าลัทลาพักร้อน”คณาธิปขมวดคิ้ว เปิดปากว่าทันทีที่อีกฝ่ายเปิดประตูห้องให้เขาในเวลาหนึ่งทุ่มของวันถัดมา 

ทันใดที่รีบเคลียร์งานเสร็จ ชายหนุ่มก็รีบรุดไปที่บริษัทธนศิลา ความตั้งใจเดิมก็คืออยากพาไปดินเนอร์ ไปหาอะไรอะไรอร่อยๆทานกันแล้วเขาจะถือโอกาสพูดเรื่องยกเลิกการหย่าขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ สวย ๆ ของโรงแรมหรูใจกลางเมืองที่จำได้ดีว่าลัทบอกว่าชอบ แต่แม่เลขาคนสวยหน้าห้องที่เอาแต่มองหน้าเขางง ๆ อยู่ตั้งนานสองนานก็เอ่ย 

‘คุณลัทลาพักร้อนอาทิตย์นึงไม่ใช่เหรอคะ?’

“อยากพักผ่อนยาว ๆ บ้างน่ะครับ เลยฉวยโอกาสช่วงนี้ บอร์ดเองก็เข้าใจว่าผมกำลังอยู่ในช่วงเวลาทำใจเหมือนกับธนศิลาคนอื่น”

บอร์ดเข้าใจว่าอย่างนั้น แหงล่ะ พวกนั้นยังไม่รู้น่ะสิว่ากรรมการคนเก่งกำลังคิดจะหย่า คณาธิปดูออกว่าคนรักของเขาแค่กำลังพยายามเนียนตีตัวออกห่างก็เท่านั้น 

คิดแล้วก็ได้แต่ลอบกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคอ เขาเคยชินแต่กับลัทที่ว่าง่าย อะไรก็ได้มาตลอด ไม่เคยเจอลัทโหมดดื้อเงียบ ขังตัวเองไม่ยอมเปิดรับใครแบบนี้เลย


แม้เขาจะรับรู้มาตลอดถึงการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างหลานสองคนของตระกูลใหญ่โตนี้

แต่ไม่เคยสนใจเลยจริง ๆ ว่าลัทเก็บความเสียใจนี้มานานเท่าไหร่

ไม่เคยสนใจเอาเสียเลย


“งั้นไปหาอะไรทานกันนะ”

“ผมสั่งพิซซ่าแล้วน่ะครับ”

“สั่งพิซซ่าเหรอ?”

เจ้าของห้องพยักหน้าหงึกหงัก ไม่รู้ว่ากลัวเขาจะไม่เชื่อหรือไงถึงได้รีบบอก

“พี่กินด้วยสิ นี่ตั้งแต่กลางวันยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวมาก ๆ ”

คณาธิปขอหน้าตาเฉย แถมยังยิ้มหน้าตายเหมือนสบายใจชะมัดทั้งที่สองมือชื้นเหงื่อไปหมด 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนอย่างลูกชายคนโตของวรรณสิงขรน่ะเหรอจะต้องง้อใคร ด้วยสถานการณ์และโอกาสที่มักจะเอื้ออำนวยให้อยู่เสมอเลยทำให้ไม่เคยต้องหน้าด้านมาก่อน


แต่วันนี้ด้านได้อายอด 

เขาเผยยิ้มกว้างขึ้นทันใดที่ลัทธพลถอนหายใจ 


“เข้ามาก่อนสิครับ”

“งั้นเอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปทานที่ร้านกันนะ โอเคไหม หรือว่าลัทอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”ไม่เพียงแต่มาขอแบ่งพิซซ่าเจ้าของห้อง จับจองพื้นข้างโซฟาหน้าทีวี แต่คณายังเอ่ยชวนออกมาทันใดอีกด้วย

“อย่าลำบากพี่เลยครับ ผมชอบทำอะไรทานง่าย ๆ มากกว่า”

คนฟังพยักหน้าทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวพิซซ่าตุ้ย ๆ เพราะหิวอยู่เหมือนกัน “ลำบากอะไรกันลัท นั่นร้านโปรดลัทไม่ใช่เหรอ เห็นไปกับลภทีไรก็ไปแต่ร้านนั้น”

คำตอบต่อมาทำคนที่สายตามองรายการกีฬาหน้าทีวีถึงกับชะงัก

“นั่น... ร้านโปรดของลภน่ะครับ”ว่าแล้วพี่ชายดีเด่นของบัลลภก็เอ่ยชื่อเมนูโปรดของน้องออกมายาวเป็นหางว่าว ทุกเมนูล้วนเป็นเมนูที่คณาตั้งใจจะสั่งในคืนนี้เสียด้วย


ทั้งหมดนั่น... ไม่มีอะไรที่ลัทชอบสักนิดเลยเหรอ? 

ที่ผ่านมาเคยทำตามใจตัวเองสักครั้งบ้างไหมนะ


  พิซซ่าในมือใหญ่ของคณาเกิดแห้งขึ้นมาทันตา แต่พอเห็นลัททำท่าจะหยุดทานตามเขาถึงได้ฝืนกลืน ๆ มันไปพร้อมกันกับที่รีบเอ่ยสร้างบทสนทนาขึ้นมาใหม่ 

“ลัท จากนี้ไปบอกพี่ตรง ๆ ได้มั้ย ว่าอะไรที่เป็นความชอบของลัทจริง ๆ  อะไรที่ไม่เกี่ยวกับลภ ไม่เกี่ยวกับคนอื่น อะไรที่เป็นตัวลัทจริง ๆ ”

“…มันไม่เห็นจะสำคัญตรงไหนเลย”

“สำคัญสิ สำคัญสำหรับพี่มาก ๆ ด้วย”เขาแย้งเสียงดุ มองอีกคนที่ก้มหน้าก้มตากินทำเหมือนไม่สนใจ กระนั้นก็รู้ว่าลัทยังฟังอยู่ทุกคำที่เขาพูด


ง้อก็ส่วนง้อ แต่ดุก็ต้องให้ดุเหมือนกัน 

ไม่มีใครอยากเห็นคนที่รักต้องเป็นทุกข์เพราะความคิดของตัวเองกันหรอก 


“ลัทจะทำเหมือนตัวเองไม่มีค่ากับใครก็ได้ แต่ลัทจะทำตัวเองให้ไม่มีค่าไม่ได้ และพี่ก็จะไม่ยอมให้ลัททำแบบนั้นอีกแล้ว”

“…ใช่ว่าผมไม่เคยพูด กับพี่... ผมเคยพูดตั้งหลายครั้ง ว่าผมชอบหรือไม่ชอบอะไร พี่จำได้มั้ยว่าพี่พูดกับผมว่าไง”

คนฟังสั่นหน้า ทั้งที่สัญชาตญาณเริ่มรับรู้ได้ว่ามันคงไม่ใช่ความทรงจำที่ดีนักของลัทแหง ๆ  แต่เขาก็ยังขอฟังทั้งที่ใจเต้นถี่


“พี่บอกกับชนาว่า น่าเบื่อจัง คนอะไรจืดชืด”

“คนอะไรวะ ชืดชิบหาย นี่กูแต่งงานกับพระเหรอ”

เสียงที่เขาบ่นนินทาลับหลังกับชนาธิปผู้เป็นน้องทั้งยังกลั้วหัวเราะไม่หยุดลอยเข้ามาในหัวทันที เขาปากหมาพอจะพูดอะไรแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ

ถ้าไม่ติดว่ายังอยากง้อลัท อยากแก้ไขตัวเอง อยากมีลัทอยู่ในชีวิตต่อไปล่ะก็ คณาคงปีนไปกระโดดหน้าต่างแล้ว 

อีกฝ่ายพยายามแล้ว หลายครั้งที่พยายามจะเปิดใจ คิดว่าภายในระยะเวลาห้าปีมันเป็นไปได้หรืออย่างไรที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนหนึ่งโดยที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลยสักครั้ง แล้วใครต่อใครก็พากันไซโคเสียขนาดนั้นว่าการเป็นตัวของตัวเองนั้นเป็นเรื่องดีที่ควรทำ 


แต่ลัทเป็นแล้ว และมันก็ไม่เห็นจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร


“…” คนฟังได้แต่เงียบ ทำได้แค่นั่งซึมซับความสำนึกผิดที่ตัวเองควรจะมีให้เร็วกว่านี้จนเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ 

เจ้าของห้องตัวเล็กนั่งคุดคู้อยู่บนโซฟา ในมือมีพิซซ่าที่ดูก็รู้ว่ามันคงไม่น่าอร่อยแล้วตั้งแต่คณาธิปมาปรากฏตัวอยู่หน้าประตู 

หลังจบมื้ออาหารที่แสนกร่อยลงไป คณาธิปก็เริ่มแปลงร่างเป็นพระเอกหนุ่มเจ้าบทบาททันที


“พี่ง่วงมากเลยลัท ของีบสักแปปแล้วเดี๋ยวพี่กลับนะ”


ลัทธพลมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ลัทก็ยังคงเป็นลัทที่เขารู้จัก อีกฝ่ายยังคงไม่ปฏิเสธคำขอของเขาเหมือนที่ผ่านมา

“ผมมีงานต้องทำนะครับ ถ้าพี่จะออกไปตอนไหน ผมฝากล็อกประตูห้องด้วยก็แล้วกัน”ว่าจบร่างโปร่งก็หิ้วคอมและแฟ้มเอกสารทั้งหลายแหล่เข้าห้องนอนตามนิสัยเดิมทั้งที่ใจเริ่มแอบคิด 

เปลี่ยนโซฟาดีไหมนะ คราวบัลลภก็ทีนึง แต่ว่าไม่เท่าไหร่หรอกเพราะน้องมาหาเพราะคิดถึง 

แต่นายคนนี้นี่สิ

คิดอะไรอยู่แน่ก็ไม่รู้ ดูไม่ออกเลย 


คนตัวสูงที่นอนเอกเขนกบนโซฟาลอบยิ้มมอง ถึงจะจำของโปรด ของชอบของลัทไม่ได้ แต่คณามั่นใจว่ารู้จักนิสัยลัทไม่แพ้ใครแน่ อีกฝ่ายชอบหอบงานทั้งหลายไปทำงานบนเตียง แล้วก็ม่อยหลับไปมันทั้งอย่างนั้นนั่นแหละ 

“ไหนว่าพักร้อนไง”เขาอดไม่ได้จะหยอกเสียงใส ลัทยังไงก็ยังเป็นคุณลัทบ้างานของลูกน้องอยู่เสมอ 

“ไหนว่าง่วงไงครับ”คนถูกบุกรุกห้องมองกลับมาอย่างจับผิด

โอเค บางทีคณาอาจจะเข้าใจไปเองว่าลัทยังคงเป็นลัทคนเดิม

คณาแกล้งทำตาปรือ ทำเหมือนว่าไอ้ก้อนแป้งซอสมะเขือเทศในท้องมันทำให้จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ทั้งที่ยังถือวิสาสะครองรีโมททีวีเอาไว้ในมือ ลอบมองรูปร่างสะโอดสะองในเสื้อยืดคอกลมธรรมดาตัวโคร่งกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ยิ่งมองเขาก็ยิ่งสะท้อนในอก


ผู้ชายที่ดูสบาย ๆ คนนี้ กลับเป็นคนที่มีแผลใจหยั่งรากลึกจนยากจะถอนมันออกมาได้

ผู้ชายคนนี้ที่เคยรักเขามาก จนถึงตอนนี้ก็ยังรักอยู่ เขามั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองหรอก แต่ลัทเป็นคนแบบนี้แหละ ถ้ารักแล้วก็คือรัก 

เขายังมีโอกาส จนกว่าจะครบอาทิตย์ เขายังพอมีเวลาที่จะทำให้ลัทเปลี่ยนใจไม่หย่า

หรืออย่างน้อยก็ยืดเวลาออกไป ให้เขามีเวลาทำให้ลัทเปลี่ยนใจเพิ่มมากขึ้น 

เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ลัทที่รักเขา

แต่เขาเองก็รักลัทเหมือนกัน 


คณาธิปก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ สี่ทุ่ม... เวลานี้ล่ะ เขาถือวิสาสะก้าวเข้าไปในห้องนอนเล็กๆที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินที่เป็นสีโปรดของอีกคนแล้วก็ได้แต่ยิ้มให้กับภาพตรงหน้า 

ลัทธพลคอพับคออ่อนทั้งที่คอมยังอยู่บนตัก ใครบอกก็คงไม่เชื่อว่าตอนนี้คณาธิป วรรณสิงขร ผู้ชายตัวโตอย่างเขากำลังมาใจเต้นแรงให้กับกองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนเตียงเพียงด้านเดียว

เขารู้ว่าลัทไม่ได้ตั้งใจจะให้ท่าเพราะประตูห้องนอนที่ปิดเอาไว้ แต่มันเป็น ‘ความเคยชิน’ ต่างหาก

แต่ก่อนตอนที่ต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกัน ลัทแบ่งแยกสัดส่วนความรกของตัวเองชัดเจน ดังนั้นต่อให้หลับคากองเอกสาร กองเอกสารพวกนั้นก็ไม่ล้ำมาฝั่งที่คณานอน


มันเป็นความใส่ใจเล็ก ๆ ตามสไตล์ของลัท

และนี่ก็เป็นความใส่ใจเล็ก ๆ ของเขาที่ลัทเองอาจจะไม่เคยรู้ หรือคิดไม่ถึงเช่นกัน 


มือใหญ่ค่อย ๆ ยกแล็ปท็อปเครื่องบางออกจากตักอีกฝ่าย กดให้มันอยู่ในโหมดพักหน้าจอ ก่อนจะรวบกองเอกสารอย่างระมัดระวังเพราะนึกรู้ว่ามันอาจจะถูกแบ่งหมวดไว้ให้เจ้าตัวได้อ่านค้างไว้ไปไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างหัวเตียง

เขายกผ้าห่มขึ้นคลุมให้ร่างบนเตียงอย่างแผ่วเบา ลอบมองสีหน้าหลับสนิทของใครอีกคนพร้อมกับรอยยิ้ม

ได้แต่ภาวนาอีกคืน... ว่ามันคงจะไม่สายเกินไปที่คน ๆ นี้จะรับรู้ถึงความในใจ


การกระทำอ่อนโยนน่ะเคย

“พี่รักลัทนะ”

แต่คำพูดนี้น่ะ ไม่เคย


ดวงตาเขามองนิ้วเรียวข้างซ้ายของอีกคนแล้วก็ได้แต่โหวงในใจ แหวนแต่งงานที่ลัทธพลสวมใส่ติดตัวอยู่เสมอตามสัญญา วันที่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอหย่า เจ้าตัวถอดมันส่งคืนให้เขาอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีการลังเลอะไรทั้งสิ้น

ภาพที่ตอนนั้นเขาช็อกเกินกว่าจะแสดงปฏิกิริยาอะไรออกไป ทำได้แต่นั่งหน้าโง่ ๆ  ยอมรับแหวนล้ำค่านั้นมา

แล้วก็ต้องมานั่งเสียใจอยู่อย่างนี้

แต่เขาจะรอ

เขารอได้เสมอ

และจะไม่หยุดพยายาม จนกว่าลัทจะยอมสวมแหวนวงนี้อีกครั้ง ครั้งนี้เขาจะทำให้แน่ใจว่าลัทรักเขา เหมือนที่ลัทรู้ว่าเขาก็รักลัทมาก

ไม่มีเหตุผลอื่นใดมาข้องเกี่ยวทั้งนั้น 

หากมีโอกาส... คณาธิปสาบาน เขาจะบอกให้ชัดทุกความรู้สึก จะไม่เว้นช่องว่างใดๆให้คู่ชีวิตคนนี้ต้องคิดมากอีก จะบอกรัก จะทำให้รู้ว่ามีค่าแค่ไหน

เขาเคารพการตัดสินของลัท เขาคิดว่ามันคงเป็นการให้เกียรติเพียงอย่างเดียวที่อีกฝ่ายต้องการในเวลานี้ แต่ระหว่างนี้...​ คณาก็จะใช้ตั้งแต่แผนที่หนึ่งถึงล้าน เพื่อแสดงให้ลัทเห็นว่าตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่ากำลังจะเสียคนที่รักไปจากความผิดพลาดในอดีตของตัวเอง 


  ตีหนึ่งกว่า ๆ ที่รู้สึกตัวขึ้นมา และตอนนี้เจ้าของห้องที่งัวเงียก็ยืนทำหน้าปั้นไม่ถูกอยู่ตรงโซนห้องนั่งเล่นกับร่างสูงที่นอนพาดเอากับโซฟาของเขา ท่าทางไม่ได้สบายอะไรนักหรอก แต่... ไม่รู้สิ 

ลัทธพลอยากได้แค่ปิ๊กกีต้าร์ ไม่ใช่ร่างสูงเฉียดร้อยเก้าสิบเซนติเมตรบนโซฟานี่สักหน่อย 

คณาธิป วรรณสิงขร

ดูเหมือนลัทจะประมาทผู้ชายคนนี้เกินไปจริง ๆ  


ลัทธพลไม่รู้ว่ามันมีวันต่อมา ต่อมา และต่อ ๆ มาได้อย่างไร จู่ ๆ เขาก็ได้เห็นหน้าคณาธิปหน้าห้องทุกวัน อีกฝ่ายไม่ตื๊อ ไม่เซ้าซี้ให้เขาไปไหนทั้งนั้นราวกับจะเริ่มเรียนรู้นิสัยติดบ้านของเขาแล้ว ไม่พอยังหอบหิ้วเอาขนม หนังสือ แผ่นหนังทั้งหลายแหล่ที่บัลลภกระซิบกระซาบกับเขาว่าเจ้าตัวไปตื๊อให้ชนาธิปถามมาให้ว่าอะไรบ้างที่เป็นของโปรดของพี่ลัท หาเรื่องมาหาเวลาอยู่ด้วยกันเสมอ แม้จะเป็นแค่นอกเวลางานก็เถอะ


ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เพราะหากคณาธิปลางานมาคลุกคลีติดหนึบกับเขาทั้งวัน ลัทปณิธานกับตัวเองเลยว่าจะย้ายหนีเหมือนกัน! แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายพอจะคาดการณ์ได้จึงไม่ทำ(ถึงขนาดนั้น) 

 

นอกจากนี้ก็มักจะมีเหตุผลพิลึกกึกกือมาใช้พื้นที่ส่วนตัวของเขาอยู่เสมอ...


‘วันนี้ประชุมทั้งวันเลย พี่ขับกลับบ้านไม่ไหว ขอนอนนี่ก่อนนะ’

‘พอดีพี่มาธุระแถวนี้พอดี ลัทอยากทานอะไรมั้ยพี่จะซื้อขึ้นไปให้’


ไปจนถึง...

‘แม่บ้านลาหยุด ไอ้ชนาก็ไม่อยู่บ้าน พี่ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวอะ’

‘ออฟฟิศไฟดับแหละ ทำงานไม่ได้เลย ขอยืมใช้ไวฟายหน่อยนะ’


อันที่จริงคงไม่แฟร์นักถ้าบอกว่าพี่คณาหน้าด้าน เพราะเขาเองก็บ้าพอกันที่เชื่อเหตุผลพวกนั้น 

ไม่หรอก ไม่ได้เชื่อ แค่ยอมให้อีกฝ่ายอ้างเหตุผลพวกนั้นเข้ามาเท้งเต้งในห้องของเขา เนียนหลับไปบนโซฟา แล้วก็ล้างหน้าล้างตากลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดทำงานในวันรุ่งขึ้น

บางวันถ้าคณาธิปตื่นทัน เขาที่กำลังง่วงเหงาหาวนอนเพราะลุกขึ้นมาทำงานดึก ๆ จนตื่นสายโด่งจะได้เห็นอาหารเช้าง่าย ๆ วางไว้บนโต๊ะอีกด้วย จากรสชาติปะแล่ม ๆ จะอร่อยก็ไม่ใช่กินไม่ได้ก็ไม่เชิงทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือของผู้ชายที่จับปากกาเซ็นเอกสารมากกว่าจับตะหลิว

เป็นอย่างนี้จนจะครบอาทิตย์ จะว่าช้าก็ไม่ช้า เร็วก็ไม่เร็ว... และถ้าลัทธพลจะไม่เข้าใจอะไรผิดไปนัก พอ ๆ กันกับความเอาใจใส่ที่เปลี่ยนไปและแสนชัดเจนของคณา ลัทเองก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในหัวใจของตัวเองเช่นกัน 


  จู่ ๆ ... ก็ไม่อยากให้วันนี้มาถึง

วันที่ตัวเองเคยรอคอยมาเกือบยี่สิบปี 


วันที่เขาลั่นวาจาไว้ว่าจะกลับไปที่คฤหาสน์ของสามี และเจรจาตกลงเรื่องการหย่ากับคุณพ่อคุณแม่วรรณสิงขร แน่นอนว่าทางคุณหญิงละอออองนั้นไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว รายนั้นน่ะไม่เคยสนใจอะไรเขาหรอก

แต่เพราะสับสนและหวั่นไหวประหลาดกับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของคณาที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของห้องใหม่ห้องนี้ไปเสียแล้ว ถึงได้ตัดสินใจออกมาเดินเตร็ดเตร่ที่ห้างสรรพสินค้าแถวคอนโดแทน เพราะคอนโดที่ควรจะเป็นที่พักใจ พักสมอง ให้คิดทบทวนอะไรเงียบ ๆ ของเขาคนเดียวมันดันกลายเป็นที่ ๆ ทำให้หวนคิดถึงวันเวลาเก่า ๆ ไปเสียแทน


ทั้งหมดก็เพราะการบุกรุกเข้ามาโดยไม่คาดฝันของคณาธิป 


ความตั้งใจเดิมของลัทธพลคือภายหลังการหย่าเสร็จสมบูรณ์ เขาจะค่อย ๆ โอนถ่ายงานที่เป็นความรับผิดชอบของตัวเองให้กับคนอื่น บัลลภอาจจะแบ่งรับแบ่งสู้อยู่บ้าง แต่เขามั่นใจว่าสองพี่น้องวรรณสิงขรจะช่วยได้ดี แล้วเมื่อหมดห่วง หมดหน้าที่กับทุกอย่าง เขาจะกลับไปอยู่บ้านของพ่อที่ต่างจังหวัด

บ้านที่เป็นของเขา เขาที่เป็นลัทธพล ลัทธพลที่ไม่ได้แบกนามสกุลธนศิลาเอาไว้นั่นแหละ

เขานึกว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะผู้ใหญ่อย่างคุณหญิงละอออองมารดาของบัลลภคงไม่คิดขัด ดีเสียอีกที่จะไล่ตัวน่ารำคาญอย่างเขาออกไปจากบ้านได้เสียที ตัวเขาเองก็จะได้เป็นอิสระ ลัทไม่อยากพูดหรอกว่าตัวเองไม่ชอบงานบริหาร เขาไม่เคยคิดมากอยู่แล้วว่าตัวเองอยากหรือไม่อยากทำอะไร 

ตอนนั้นเลือกเรียน เพราะคิดว่าอาจทำให้คุณปู่กับคุณป้ารักเขา เอ็นดูเขาขึ้นมาบ้างที่เขาได้ทำตัวเป็นประโยชน์สมกับเป็นหลานชายคนโตของธนศิลา


แผนของเขาสำเร็จมาครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือก็แค่เขาต้องตัดใจให้เด็ดขาด...

...จากผู้ชายอย่างคณาธิป 

ผู้ชายที่ทำให้เขาได้รู้จักการรักใครข้างเดียวเป็นครั้งแรกในชีวิต 

แม้แผนตื๊อมาให้เห็นหน้าเกือบทั้งวัน ห้อมล้อมเขาด้วยความเอาอกเอาใจ ใส่ใจต่าง ๆ นานาจะทำให้เขาหวั่นไหวอย่างมาก แต่ระยะเวลามากกว่าห้าปี... ห้าปีที่เขาต้องก้มหน้ายอมรับกับทุก ๆ สายตาที่มองมา... เอาเข้าจริงเขายังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าที่ผ่านมาเขาเคยอยู่ในสายตาของใครบ้าง

ความกล้าทั้งหมดที่รวบรวมเพื่อเอ่ยปากขอหย่าในวันนั้นมันย้อนกลับเข้ามาถามเขาอย่างจัง 

มันคุ้มกันแล้วหรือ มันจะถูกลบเลือนลงไปง่ายดายกับเวลาไม่ถึงห้าวันนี้เหรอ

เขาไม่ได้โกรธคณาธิป ไม่ได้เกลียดด้วย คนอื่น ๆ ในบ้านธนศิลาก็เช่นกัน นั่นเพราะทั้งหมดที่ผ่านมาเขาเป็นคนเลือกเองว่าจะยอมอยู่ในสถานะนี้ สถานะที่ทำตัวเองเพื่อประโยชน์ของคนอื่นมาตลอด


ครั้งนี้ลัทเองก็เลือก แค่เป็นการเลือกเพื่อตัวเองคนเดียวเท่านั้น 


เริ่มแรกเขาจะเป็นเพียงคนที่มีนามสกุลธนศิลา หลังจากนั้นก็ค่อยหางานทำ ด้วยดีกรีระดับนี้เขาคงพอจะทำอะไรได้บ้าง แม้ว่าจะต้องเริ่มต้นใหม่อย่างน้อยก็น่าจะสบายใจกว่าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา...

…มั้ง

ถ้าคณาธิปจะยอมปล่อยให้เขาอยู่เงียบ ๆ โดยไม่ก้าวก่ายอะไรเลย เขาคงจะตัดสินใจได้ง่ายกว่านี้ อย่างมากก็คงมีคิดถึง มีอาลัยอาวรณ์ แต่คงไม่เสียดายเลยที่จะเดินจากไป ทั้งที่ตั้งใจจะไปอย่างเงียบ ๆ แท้ ๆ  

ให้ตายเถอะลัทธพล

คิดแล้วมันก็เจ็บใจ ทำไมถึงปล่อยให้ผู้ชายคนเดียวมามีอิทธิพลกับชีวิตตัวเองขนาดนี้


ร่างโปร่งตกใจจนสะดุ้งโหยงเมื่อทันใดที่แตะคีย์การ์ดเข้ากับประตูห้อง เพียงเพื่อจะเห็นร่างสูงคุ้นตาของคณาธิปถลาเข้ามาหาด้วยสีหน้าซีดเผือด

ใบหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มโล่งใจขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้าเขา

“ลัท...!”

“ก็ผมน่ะสิ แล้วนี่มัน...”นี่มันอะไรกัน เป็นคำพูดต่อไปของเจ้าของห้องที่เลือนหาย เมื่อจู่ ๆ คนตัวโตก็ถือวิสาสะคว้าเขาเข้าไปกอดจนเต็มรัก

เพราะยังงงเลยทำได้แต่ยืนนิ่ง ด้วยความสูงกว่าเกือบช่วงหัวทำให้เขาได้ยินเสียงชีพจรของวรรณสิงขรคนพี่ชัดเจน มันเต้นถี่รัวอย่างกับว่าพี่คณาเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมายังไงยังงั้น 


“...พี่นึกว่าลัททิ้งพี่ไปแล้ว”


ตอนกำลังงงนั่นเองสายตาเขาก็เลื่อนไปเห็นโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่กำลังสั่งเป็นเจ้าเข้าอยู่บนเคาน์เตอร์ใกล้ ๆ  อ้อใช่ ก่อนออกไปเขาลืมเอาโทรศัพท์มือถือไปนี่นะ

พอเริ่มจับต้นชนปลายได้เขาก็ถอนหายใจเข้าใส่อ้อมกอดอบอุ่นของคนพี่ ก่อนจะดันตัวออกอย่างสุภาพเพื่อจะอธิบายให้คนกระต่ายตื่นตูมได้ฟังชัด ๆ  แต่ก็ช้ากว่าคนตัวโตที่ชิงพูดขึ้นมาก่อน 


“พี่ขอโทษ มันมากไปใช่มั้ย พี่ขอโทษ”


ลัทยืนอึ้ง ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายอธิบายตามมายาวเหยียด


“พี่บอกแล้ว ว่าถ้าลัทชอบหรือไม่ชอบอะไรให้บอก ถ้าลัทรำคาญพี่ก็ให้บอก พี่จะได้รู้ตัวว่าพี่ต้องทำยังไงต่อ...”

คณาธิปเม้มปาก ถึงจะโดนดันตัวออกห่างจากอ้อมกอดแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ ยังไม่ใช่ตอนนี้แน่ ๆ  หลังจากที่เขาเสียใจจนแทบบ้าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้นที่เข้ามาในคอนโดอีกฝ่ายเพราะวันนี้เคลียร์งานได้เร็วกว่าทุกวัน 


มันเป็นแค่ความว่างเปล่า แต่เหมือนจะฆ่าเขาจนตายให้ได้ 


ความรู้สึกเมื่อตอนนั้นมันย้ำชัดถึงความตั้งใจของเขา

คณาธิปจะไม่มีทางปล่อยมือจากลัท อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ 

จะยื้อเอาไว้จนวินาทีสุดท้าย

และนี่ก็ยังไม่ใช่วินาทีสุดท้าย ชายหนุ่มผู้ดื้อดึงเชื่ออย่างนั้น


“ผมแค่ออกไปเดินเล่น...”คนอ่อนวัยกว่าตอบ จู่ ๆ ก็ไม่กล้าสบดวงตาที่มองตรงมาอย่างวิงวอนด้วยไม่ชินเอาเสียเลยจนพาเดินเลี่ยงไปยังโทรศัพท์ที่เห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับเกือบกว่าสี่สิบสาย มีชื่อของบัลลภแซมมาเล็กน้อย คงเพราะคนตรงนี้จะตื่นตูมยกใหญ่จนโทรตามเขากับน้องชาย 

แต่แน่นอนว่าเกือบทั้งหมดนั้นเป็นของคนที่อยู่ด้วยกันตอนนี้

“พี่กลัว ลัท... พี่กลัวจริง ๆ นะ”

ลัทธพลไม่ตอบ และยังคงฝืนไม่หันไปมองร่างสูงที่ก้าวเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ข้างตัว 


“พี่มีเวลาแค่ห้าวันเอง แต่ลัทเจ็บเพราะพี่มาตั้งกี่ปีแล้ว แล้วดูสิ ห้าวันที่ผ่านมามันยิ่งพิสูจน์ว่าพี่เป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องแค่ไหน ในขณะที่ลัทรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ พี่กลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลัทตั้งหลายอย่าง...”


“พี่คณา”คนที่ฟังอยู่นานเอ่ยขัด หันไปสบตากับใครอีกคนในที่สุด “ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไม ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพี่ต้องลงทุนทำขนาดนี้ แต่ผมน่ะ ไม่ได้ต้องการความสงสารหรอกนะครับ ไม่เคยต้องการเลยสักนิด”

คนตัวเล็กกว่ากลืนก้อนแข็ง ๆ ลงคออย่างยากลำบาก เขาถอยหนีตอนที่คู่สนทนาเขยิบเข้ามาใกล้ อีกฝ่ายเข้าใจว่านั่นคือสัญญาณจึงหยุดระยะห่างของตัวเองเพียงเท่านั้น 

“ถ้าเรื่องนี้จะมีคนผิด ผมเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ผมผิดที่รู้ทั้งรู้มาแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ยังใช้สถานะทั้งหมดรั้งพี่เอาไว้ พี่เป็นผู้ชายที่ดีนะครับพี่คณา ก่อนเราจะแต่งงานกัน ไม่ว่าพี่จะพูดยังไง พี่ก็ยังเป็นพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่ง คนที่คิดถึงผมด้วยเสมอในวันที่ใครต่อใครคิดถึงแต่ลภ”

ร่างสูงเรียกชื่อเขา แต่เขาส่ายหน้า ร้องขอเสียงเบาให้ฟังเขาให้จบ

“พี่เป็นคนดี ไม่แปลกถ้าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาพี่จะรู้สึกผิดที่ไม่เคยรู้เลยถึงความในใจของผม ผมผิดเองที่ไม่เคยบอกพี่ตรง ๆ ว่าพี่คิดยังไง หลังจากเราหย่ากัน ถ้าพี่ยังต้องการ ผมไม่ได้ขอให้เราตัดขาดจากกัน ผมจะยังเป็นน้องชายคนหนึ่งที่ถ้าพี่เรียกผมก็จะมาหา เป็นญาติคนหนึ่งของพี่หลังจากชนาแต่งงานกับลภ... แต่ถ้าทั้งหมดที่พี่ทำอยู่นี่เป็นเพราะความสงสาร ผมขอบอกเลยว่าผมไม่ต้องการ”


ในที่สุดคณาธิปก็ได้พูด “ใช่ แต่ก่อน จนถึงตอนนี้ พี่สงสารลัท ใครต่อใครมองมาก็รู้ว่าลัททำงานหนักแค่ไหน พยายามมากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ด้วยตัวเอง วันที่เปิดพินัยกรรมวันนั้นพี่ถึงไม่พอใจ พี่รู้ว่าลัทจะไม่พูดอะไร แต่พี่... พี่คิดถึงความรู้สึกของลัท เพราะลัทไม่เคยพูดอะไรเลย ลัทเงียบมาตลอด”

“….”

“ถ้าลัทคิดว่าพี่ทำเพื่อสมบัติ เพื่อผลประโยชน์อะไรนั่น โอเค พี่ยอมรับ ว่ามันเคยเป็นจุดประสงค์หลักของพี่ในการแต่งงานกับลัท มันเป็นจุดประสงค์ของพี่จริงๆเมื่อห้าปีก่อน... ห้าปีก่อนนั้นคนที่พี่ชอบก็คือลภ คนที่พี่คิดว่าเราเข้ากันได้ทุกอย่างก็คือลภ”

“…”

“แต่ตลอดห้าปีที่เราแต่งงานกัน ตลอดห้าปีที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันมีตอนไหนสักตอน พี่เองก็บอกไม่ได้ว่าตอนไหน แต่มันเป็นตอนที่ทำให้พี่มองลัทที่เป็นลัท เป็นลัทที่ทำให้พี่ลืมเรื่องผลประโยชน์บ้า ๆ ระหว่างตระกูลนั่นไปหมด ทำให้พี่รู้ว่าในบรรดาพี่น้องของธนศิลา คนที่พี่เอ็นดูเขาเหมือนน้องชายก็คือลภ แต่ลัทไม่ใช่ ลัทแตกต่างออกไป”


คนฟังแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพราะรู้แน่ว่าคณาจะต้องไม่พลาดโอกาสนี้วิงวอนกันผ่านทางสายตา

สายตาที่บอกว่าผู้ชายคนนี้... เป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด

การยอมรับ และความรักจากใครสักคน

ลัทไม่รู้ตัวว่าตัวเองร้องไห้ กระทั่งตอนที่จู่ ๆ ภาพปลายรองเท้าหนังของผู้ชายตรงหน้าพร่าเบลอไป


“ห้าปีที่แล้ว คนที่พี่รักอาจจะไม่ใช่ลัท แต่ระหว่างห้าปีนั้นจนถึงตอนนี้พี่กล้าพูดได้เต็มปาก ว่าพี่รักลัท แค่ลัทคนเดียวเท่านั้น”


คนหนึ่งพร่ำบอกว่ารักจนหมดหัวใจ

อีกคนได้ยินชัดทุกคำ แต่ทั้งใจกลับไม่กล้าพอที่จะเชื่อ


เป็นเขาจริงๆเหรอ เขาที่ชื่อลัทธพล ธนศิลา

เขาเนี่ยเหรอ

เป็นครั้งแรกที่มีคนเลือกเขา 

เป็นครั้งแรกที่มีคนมายืนบอกปาวๆว่ากลัวที่จะสูญเสียเขาไป

เป็นครั้งแรกที่มีคนมายืนบอกว่ารัก

มันดีเกินไปหรือเปล่า ถ้านี่เป็นความฝัน เขาจะติดอยู่ในนี้ตลอดไปไหม​? 


ลัทธพลเกลียดหัวใจตัวเองเสียจริง 


เกลียดหัวใจตัวเองที่เร่งรีบซึมซับคำพูดหวานซึ้งทั้งหลายของสามีทางทะเบียนเข้ามา เกลียดหัวใจตัวเองที่เต้นแรงลิงโลดตอบรับอย่างน่าเกลียด เกลียดหัวใจตัวเองที่ดันทรยศแผนแห่งการเป็นอิสระของตัวเอง 

เกลียดหัวใจตัวเองที่มันอยากให้โอกาส...


“พี่เคารพการตัดสินใจของลัท แต่พี่ก็ไม่อยากให้ลัทไปไหนเหมือนกัน”

ใบหน้าแดงก่ำของคนฟังทำให้หัวใจของคณาธิปวูบโหวง

ทุกประโยค ทุกคำมันถูกเรียบเรียงมาอย่างดีจนน่าเหลือเชื่อ อาจเพราะสมองสั่งให้เขาพูดจาดี ๆ  ให้ลัทเข้าใจเขาได้ง่าย ๆ 

ทั้งที่จริงแล้วเขาอยากตีโพยตีพาย คุกเข่าตรงนี้ ร้องขอ และรั้งเอาไว้จนสุดแรงไม่ให้ลัทไปไหน 

แต่สุดท้ายเขาก็ทำแค่ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสะอื้นจนตัวโยน หยุดอยู่ที่ระยะห่างเพียงช่วงแขน

เขาพร้อมที่จะกอดลัท

แต่ลัทล่ะ ลัทเต็มใจจะอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้งไหม

ลัทอยากจะเสี่ยงกับผู้ชายห่วย ๆ อย่างเขาอีกหรือเปล่า 


เพราะเขาคือคณาธิป วรรณสิงขร จึงอยากให้คำตอบเป็น ใช่

แต่หากเขาคือลัทธพล ธนศิลา... 

ผ่านไปหลายนาที ร่างโปร่งถึงได้ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเองลวก ๆ  ในที่สุดก็ตัดสินใจเสมองออกไปทางอื่นได้สำเร็จ ไม่สนใจร่างกายสูงใหญ่ของผู้ชายตรงหน้าที่มองมาทางเขาไม่วางตาตอนที่ยื่นมือออกมาพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบ 


“ปิ๊กกีต้าร์ของผมล่ะ”

คณาธิปรู้สึกเหมือนมีใครเอาไม้มาตีหัวเขาแรง ๆ 


หมดแล้ว 

โอกาสทั้งหมดที่ยังเหลือ

“ลัท...”

“พี่เอามาตลอดเลยไม่ใช่เหรอครับ”


เขามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า หัวใจบีบรัดจนราวกับมันจะแบ่งแยกตัวเองออกมาแล้วสลายหายไป 

ที่ผ่านมาเขาเอาเรื่องกีต้าร์มาเป็นข้ออ้าง เพราะเขารู้ว่าลัทจะไม่ไปไหนโดยไม่มีมันเด็ดขาด


แต่ลัทเลือกแล้ว นี่คือคำตอบ

คำตอบที่ไม่มีเขาอยู่ในนั้น 


หากเป็นในสถานการณ์อื่น มันสมองระดับคณาธิปแล้วคงไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงง่าย ๆ  แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่น และเหตุผลนั้นก็คือลัท การได้เป็นอิสระคือความต้องการของลัทมาตลอด

เขาลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะเคารพการตัดสินใจของลัท ดังนั้นเขาก็ต้องทำตามที่พูด

อย่างไรเสียลัทก็สัญญาแล้วว่าเราจะยังติดต่อกันได้ 

แน่นอน แค่หย่าก็เกินใจจะทนไหวแล้ว ลืมเรื่องตัดขาดกันไปได้เลย 


คณายื่นปิ๊กกีต้าร์ในกระเป๋ากางเกงส่งให้อีกฝ่ายพร้อมกับเอ่ย

...เอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มรินไหล เพราะลำพังหัวใจที่เจ็บปวดไม่อาจเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้

“พี่ขอโทษนะ ถ้าพี่จะยังวอแว ยังทำให้ลัทรู้สึกรำคาญอยู่บ้าง แต่นั่นก็เพราะพี่รักลัท... แต่ลัทไม่ต้องสนใจพี่หรอก” ก็รักไปแล้ว จะให้ถอยกลับมาคิดต่อกันเป็นแค่ญาติมันจะเป็นไปได้อย่างไร 


คณายิ้มกับตัวเอง ยิ้มโง่ ๆ นั่นแหละ ... 


  เขาวางวัตถุอันเล็กลงบนมือนิ่ม มือที่เขามีโอกาสที่จะได้จับเอาไว้แน่น ๆ นับครั้งไม่ถ้วน พร้อมกับบอกรักสักล้าน ๆ ครั้ง 

เพียงคิดจะแก้ตัวในอนาคตก็สายเกิน ไม่มีโอกาสสำหรับเขาอีกแล้ว 


“ยังมีอีกอย่างครับ”

“…?”

ลัทธพลใช้แววตาฉ่ำน้ำนั้นมองดวงตาแดงก่ำของคนตัวสูง 

“แหวนแต่งงานของผม... ผมขอคืนได้มั้ยครับ”

“ลัท...”คณาธิปมองร่างเล็กอย่างไม่เชื่อสายตา “พี่ขอได้ไหม พี่อยากเก็บเอาไว้เป็นของสำคัญ เอาไว้ดูต่างหน้าว่าลัทเคย...”

“เคย?”ลัททวนคำ “ถ้าพี่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว ก็ได้ครับ แล้วแต่พี่ก็แล้วกัน”

“หมายความว่า...”

คนอ่อนวัยกว่าเสมองไปทางอื่นเพราะจู่ ๆ ก็นึกกระดากขึ้นมา “ก็... อีกตั้งปีกว่า กว่าลภจะจบ ไหนจะยังต้องใช้เวลาเรียนรู้งานอีก ไหนจะงานแต่งลภกับชนาอีก จู่ ๆ ผมจะตัดสินใจไปไหนกะทันหันคงไม่ดี ถ้าตัดเรื่องอื่นออกไปตระกูลธนศิลาเองก็เลี้ยงดูผมมาอย่างดี...”


คณาธิปอ้าปากค้าง ยังจับต้นชนปลายไม่ทันถูกคู่สนทนาตัวเล็กกว่าก็ก้าวเข้ามาใกล้ 


“การจะออกจากบอร์ดอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องใหญ่แน่ถ้าคน ๆ นั้นคือผมที่รับผิดชอบโครงการตั้งหลายอย่าง อย่างไรเสียผมก็ต้องเคลียร์ทุกอย่างให้มันเรียบร้อยก่อน...”


ลัทเผยยิ้มทั้งที่จมูกยังแดงแจ๋


“เท่ากับว่าพี่คณาน่าจะยังมีเวลามากกว่าห้าวันที่จะยื้อให้ผมอยู่ ถ้าพี่ยังอยากทำนะ...!”

ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีคนขี้แกล้งก็โดนดึงเข้าไปกอดแน่นอีกรอบ

ต่างกันที่คราวนี้ลัทเต็มใจให้กอด ด้วยการยกแขนทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบแผ่นหลังกว้าง... 

แผ่นหลังที่เคยเอนนอนเคียงข้างกันมาตลอดห้าปี 


สุดท้ายลัทก็ยังเป็นลัท เขายังคงเป็นตัวเอง 

ตัวเองที่คิดถึงคนอื่นก่อน

แต่คงไม่ผิด หากคนอื่นคนนั้น เป็นคนที่เขารักจนหมดหัวใจ 


“ลัทธพลเป็นคนเจ้าเล่ห์ ใจร้ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“คนใจร้ายจริง น่าจะเป็นคนที่เตรียมจองทริปไปเที่ยวฝรั่งเศสให้คุณพ่อคุณแม่มากกว่า”

คนที่กำลังสะอื้นอยู่ถึงกับตัวแข็ง กระพริบตาปริบ ดีนะกอดกันอยู่ลัทจึงไม่ทันเห็นสีหน้าเหมือนเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินขนมของเขา 

“พี่อยากรั้งลัทเอาไว้ให้นานที่สุดนี่...”เด็กโดนจับได้เสียงอ่อย กระนั้นก็ถือโอกาสกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “แล้วพี่ก็คิดไม่ออกแล้วด้วยว่าจะรั้งลัทเอาไว้ได้ยังไง”

“ก็เลยส่งคุณพ่อคุณแม่ไปไกลๆแทนเนี่ยนะครับ?”

คนมีชนักติดหลังซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นแล้วอือออ 

“พี่ไม่อยากหย่านะลัท จะตอนนี้หรือตอนไหนพี่ก็ยืนยันว่าพี่ไม่หย่า”

“อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงได้ครับ”ลัทว่า ดันตัวเองออกจากอ้อมแขนแข็งแรงเพราะชักจะหายใจไม่ออกขึ้นมาซะแล้ว “แต่เอาเป็นว่าตอนนี้ผมจะเชื่อพี่ก็แล้วกัน เห็นแก่หน้าตลกๆของพี่ตอนคิดว่าผมหนีไปแล้วน่ะ”

“หน้าโง่จริงๆเลยเนอะนายคนนี้เนี่ย”นายคณาธิปชี้ตัวเองแล้วก็ทำหน้าเลี่ยน 

“ผมไม่ได้พูดนะครับ”

“ไหน ๆ ก็จองทริปให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว เราไปจัดงานแต่งกันที่นู่นเลยไหม”

ลัทธพลหรี่ตามอง “ก็แต่งไปแล้วจะแต่งอะไรอีกเยอะแยะ เปลืองตังค์”

“งานครั้งที่แล้วน่ะลืม ๆ มันไปเถอะ เพราะแต่งครั้งนี้พี่จะทำให้ลัทรู้ให้ได้ ว่าเป็นงานแต่งงานที่เกิดจากความรักของพี่จริง ๆ  ไปคุกเข่าขอแต่งงานหน้าหอไอเฟลเลยเป็นไง”

ทั้งที่แก้มจะแดงมิแดงแหล่อยู่แล้วแต่คนฟอร์มจัดก็ยังวางหน้านิ่งให้กับแผนเล่นใหญ่ของผู้ชายที่ไม่รู้จักคำว่าเล่นเล็กสักเท่าไหร่ “ผมบอกแล้วเหรอว่าผมรักพี่”

“ลัท...”

สีหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกรอบของคณาพาให้ลัทหัวเราะออกมาจนได้ 

เห็นแบบนั้นคนถูกแหย่ก็ชักเป็นฝ่ายกระเง้ากระงอดทั้งที่ตัวโตเป็นยักษ์ 

“รักพี่มั้ย บอกก่อน”

“ไม่บอก ไว้ไปบอกหน้าหอไอเฟล” 

ลัทยิ้ม เป็นยิ้มที่คราวนี้ทั้งเจ้าตัวและคณาแน่ใจ

ว่ามันเป็นรอยยิ้มแห่งความสุขของลัทธพล 


ยิ้มที่แวบหนึ่งคนมองเห็นลักยิ้มบุ๋มที่ข้างแก้มดูน่ารัก


และคณาธิปก็สัญญากับตัวเอง ว่าเขาจะรักษารอยยิ้มนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด 

ตอนนั้นเองที่คณาคิดได้ว่า เมื่อห้าปีที่แล้ว มันอาจเป็นรอยยิ้มนี้ก็ได้


... ที่ทำให้เขาตกลงเป็นคู่ชีวิตของลัทธพล



- จบ - 


Talk : ฮายยยยยยยยยย อ่านจบกันแล้วรึนี่ 

ก็เป็นพล็อตลั่นค่ะ ไม่มีอะไรเล้ย -_-  ใจจริงอยากลองแบบวายไทยมานานมากแล้ว แต่ว่าก็ยังลบภาพคริสเลย์(รวมถึงชานแบค) ออกไปไม่ได้เลยค่ะ สารภาพตามจริง

นานมากแล้วที่ไม่ได้เขียน มันต้องมีอะไรพิลึกพิลั่นอยู่ในนี้แน่ๆ ทั้งตัวเองก็ไม่ถนัดแนวดราม่าแบบนี้ซะด้วย ขนาดชื่อเรื่องยังแบบ ฮื้ม? เลย แต่ก็พยายามถ่ายทอดออกมาเท่าที่หัวสาวอ้วนคนนึงจะคิดออก 


คาแร็กเตอร์ของเลย์ เอ้ย ลัทในเรื่อง อยากให้แทนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใตของคนขี้ใจน้อยค่ะ ว่าบางทีแล้วเราอาจจะได้มองข้ามสิ่งสำคัญ การกระทำเล็กๆน้อยๆที่แสดงออกถึงการใส่ใจ หรือคนที่รักเราโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเราตั้งป้อมเอาไว้ก่อนแล้วว่าเรานั้นไม่่ใช่คนสำคัญ 


ว่ากันว่า เราจะเลิกเป็นคนขี้น้อยใจได้ ไม่ใช่ด้วยการที่เราได้ทุกอย่างที่เราต้องการ แต่เป็นการที่เรารู้จักรักและเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ 


ดีจังที่ลัทเลือกเชื่อใจพี่คะน้า เห้ยย คณา อีกสักครั้ง อย่าเพิ่งเลยเนอะ ให้โอกาสเขาหน่อย (เขารวย) 


คิดถึงทั้งการเขียน และนักอ่านที่น่ารักทุกคนเสมอนะคะ 

ไว้ถ้ามีอะไรลั่นๆ(?) มาอีก จะพยายามเข็นมาให้ได้อ่านกันอีกแน่นอนค่ะ 





ผลงานอื่นๆ ของ แมวพุงโต // Maria Testarossa

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

19 ความคิดเห็น

  1. #19 Lucky
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:57

    แแต่งดีมากๆค่ะ

    อ่านไปก็นึกถึงตัวเองไปบ้าง

    ทำให้ซึ้งรู้สึกเข้าใจตัวละครมากๆ

    ดีมากๆ (´∀`)♡

    #19
    0
  2. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 18:55
    แงงงงงง เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองคนมากๆเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆเลยด้วย มันซึ้ง มันดี เพอร์เฟคไปหมด ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้ได้อ่านนะคะ รักค่ะ<3
    #18
    0
  3. #17 mykray (@chaengkray) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 21:38
    เราชอบมากเลยค่ะ แอบอยากให้คนน้องใจแข็งอีกนิด อยากสมน้ำหน้าคนพี่ ปากลั่นบ่อยดีนัก หมั่นไส้ค่ะ

    ปล.ไม่ว่าจะเป็นแบบวายไทยหรือคริสเลย์เราก็ชอบทั้งสองแบบเลยค่ะ
    #17
    0
  4. วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:41
    ในความรู้สึกของตัวเอง ไม่อยากให้ลัทคืนดีด้วยเลย อยากเห็นนายคณาเจ็บกว่านี้
    #16
    0
  5. #15 BOSS SP
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 21:30

    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ อ่านหลายรอบมาก ???????? แอบอยากให้มีตอนพิเศษอยากเห็นฉากหวานๆของคู่นี้ 

    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ

    #15
    0
  6. #14 ohhyes4 (@ohhyes4) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:22
    ชอบมาก
    #14
    0
  7. #13 supine.ty (@yoyafah) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 01:19
    อื้อหืม น้ำตาซึมสูดน้ำมูกฝืดๆเลยค่ะ แพ้ปมคนโดนมองข้ามอะไรแบบนี้มาก ยิ่งคาแรตเตอร์แบบคุณลัท(ต้องเรียกว่าคุณลัท!)ยิ่งอินใหญ่ ที่เจ็บสุดน่าจะเป็นตอนที่บอกว่าลัทพยายามเปิดใจให้ตาพี่แล้วแต่ดันโดนบอกว่าจืดชืดเสียอย่างนั้น อันที่จริงแอบอยากให้ลัทหนีไปให้ไกลแต่ดูสภาพตาพี่แล้วไม่น่ารอดจบอย่างนี้ก็ดีต่อใจค่ะ ทั้งใจพระนายและใจคนอ่าน 5555555

    ไม่รู้ว่าเราข้ามฟิคเรื่องนี้ไปได้ยังไงตั้งนาน นี่ถ้าไม่ว่างจนมานั่งไล่ดูคงอดอ่านฟิคดีๆแน่

    เรื่องนี้เป็นเอยูวายไทยที่เขียนได้โดนใจเรามากเลยค่ะ ทั้งสไตล์การเขียนที่พอดิบพอดี โครงเรื่องกับคาแร็คเตอร์ที่ลงตัว ได้แต่คิดว่าเสียดายที่ไม่ใช่ฟิคยาว ไม่อย่างนั้นคงได้แินไปกับคุณลัทจนตาบวมแน่ๆ555555

    ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่เขียนงานดีๆออกมา ดีใจที่คริสเลย์มีฟิคแบบนี้จริงๆ หลังจากนี้ก็หวังว่าคุณลัทจะรักตัวเองและได้รับความรักจากตาพี่คะน้ายิ่งๆขึ้นไป แล้วจะรอติดตามผลงานนะคะ :)
    #13
    0
  8. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:36
    ฮือออออออ มันดีมากกกกก อ่านแล้วน้ำตาซึม งืออออออ เป็นเรื่องที่ทั้งบาดใจทั้งอุ่นใจ แงงงงงงงง รักกกกกกก อยากให้เป็นเรื่องยาวๆ แต่ก็คงจะขาดใจตอนเค้าตัดพ้อกัน ฮือออออ เรื่องสั้นแหละกำลังดีเนอะๆ ชอบมากๆเลยค่า
    #12
    0
  9. วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 14:48

    ดีมากกก สตอรี่-ภาษาสวยมากๆด้วย แต่ต้องอ่านพักอ่านพักตลอดเลยเพราะไม่งั้นร้องไห้แน่ๆ อึดอัดใจแทนลัท ฮือ ต่อไปนี้ก็จะมีความสุขแล้วน้า

    #11
    0
  10. วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 14:06

    ดีใจมากๆเลยค่ะ ดีใจที่ได้เจอเรื่องนี้ แต่เราแอบอยากให้คนพี่เจ็บนานกว่านี้อีกค่ะข้อหาเมินน้องเรา เรื่องนี้เยียวยาจิตใจที่โหยหาคริสเลย์ของเรามากเลยค่ะ

    #10
    0
  11. วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 01:44

    อ่านไม่ได้ค่ะคนแต่งงหนูอยากอ่านมันไม่มีเนื้อหา
    #9
    1
    • 19 สิงหาคม 2561 / 11:00
      เปิดมาแล้วหน้าตาเป็นยังไงเอ่ย พอดีไรท์ลองเช็คดูแล้ว ยังอ่านได้ปกตินะค้า
      #9-1
  12. #8 เอเรียล
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 13:18

    ไม่รู้ว่าจะเริ่มคอมเมนต์อะไรก่อนดี ตื่นเต้นไปหมดเลยค่ะ ฮาาาาาาาาา


    ก่อนอื่นอยากบอกว่าเซอร์ไพรซ์และดีใจมากกกกกกค่ะที่ได้อ่านฟิคคริสเลย์ดีๆแบบนี้ คิดถึงคู่นี้มากกกกกกกกกกค่ะ


    อ่านอล้วอินมากค่ะ น้ำตาไหลตอนท้ายๆ แบบเข้าใจลัทนะคะ แล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้โรแมนติกแบบไม่ลืมหูลืมตา คือคนที่แอบชอบมาข้างเดียวเป็นปีๆ จู่ๆจะให้มาทิ้งความรู้สึกหน่วงๆในใจเพื่อกลับไปโดยใช้เวลาไม่กี่วันมันก็ดูจะเกินจริงไปหน่อย ดีใจที่ตอนจบลัทให้โอกาสกับตัวเองและพระเอกอีกครั้งค่ะ


    นี่แอบจิ้นคู่รองด้วย เสียดายที่ไม่ได้มีบทบาทหวานๆของชานแบคมากนัก


    คิดถึงผลงานเก่าๆของไรเตอร์นะคะ

    #8
    0
  13. #7 BeMine_ (@nnnut_kj) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:47
    ร้องไห้เป็นน้ำตกเลยยยยยย ลุ้นแทบแย่!!!!!
    #7
    0
  14. วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 08:50

    อ่านไป ปาดน้ำตาไป สูดน้ำมูกไป อินเวอร์วัง ฮือออ ทำไมชีวิตน้องลัทต้องระทมขนาดนี้ลูก ตอนอิพี่ปล่อยมือเพราะข้อความเข้านี่อย่างโหว่งอ่ะ แบบ...เฮ้ย! ปล่อยทำไม รักบ้างป้ะเนี่ย แต่ดีใจที่สุดท้ายมันชัดเจนว่ารักไหมอ่ะนะ ให้อภัยก็ได้

    #6
    0
  15. #5 ถ้วยดอกไม้
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 23:15

    สนุกมากๆเลยค่ะ ตอนแรกเศร้ามาก น้ำตาซึมเลย อยากอ่านตอนที่ไปฝรั่งเศสเลยค่ะว่าจะน่ารักขนาดไหน

    #5
    0
  16. #4 666
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:39

    สนุกมากๆเลยค่ะ อยากให้มีต่อเลย สงสารคุณลัทมากๆเลยค่ะ ดีนะที่พี่คณารู้ใจตัวเอง

    #4
    0
  17. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 20:29
    อ่านเพลินมากๆเลยค่ะ
    สงสารคุณลัทจังง ดีนะที่ทุกอย่างไม่สายเกินแก้
    เกือบไปแล้วไหมล่ะคะ? คุณคณาาาา5555
    เนี้ยหลงรักคุณเลย์ เฮ้ยย!! ลัทสุดๆเลยย
    #3
    0
  18. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 19:41

    ร้องไห้ตามเลยฮืออออ

    #2
    0
  19. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 18:29

    น่ารักกกก ตอนแรกเศร้ามากกกก แต่สุดท้ายก็มีความสุข ^^

    #1
    0