คัดลอกลิงก์เเล้ว

CRASH (ฤดูร้อน2015)

โดย Maritian

ชื่อของผมคือแครช และก่อนที่ผมจะตาย ผมจะเล่าให้ฟังว่าความรักนั้นโหดเหี้ยมกับผมมากเพียงใด... (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เรื่องสั้นฤดูร้อน 2015)

ยอดวิวรวม

409

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


409

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


3
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ก.ค. 58 / 19:01 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ
เรื่องสั้นเรื่องนี้แต่งสำหรับการประกวดเรื่องสั้นฤดูร้อนปี 2015
ภายใต้ธีม "หนี... ไปพักร้อน"
เรื่องนี้ธีมจะปรากฏหลังจากดำเนินเรื่องไปแล้วสักพัก(ใหญ่ๆ)
ไม่ขอบอกละกันว่าหนีอะไรไปพักร้อน เชื่อว่าหลังจากอ่านจบทุกคนคงจะสามารถตอบได้เอง

ขอบคุณที่ให้ความสนใจและอ่าน
หวังว่าจะชอบกันค่ะ



และขอบคุณภาพแฟนอาร์ตสวยๆ จากท่านสุภาพบุรุษผู้มีผมสีม่วง ท่าน Death With Love ค่ะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 8 ก.ค. 58 / 19:01

บันทึกเป็น Favorite


เรื่องสั้นฤดูร้อน 2015

CRASH

 

                ผมกำลังจะตาย

                นั่นคงทำให้จินตนาการอันแสนโหดเหี้ยมและวิปริตของคุณกระชุ่มกระชวยใช่ไหม สิ่งมีชีวิตพึงพอใจกับการได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นเจ็บปวด หรือมากกว่านั้น ตาย คุณไม่จำเป็นต้องยอมรับหรอก แต่มันเป็นอย่างนั้นเสมอ คิดว่าอะไรทำให้ภาพยนตร์เลือดสาดไล่ฆ่าได้รับความนิยมนักล่ะหากไม่ใช่สัญชาตญาณดิบที่ไม่มีใครปฏิเสธได้มันเรียกร้องให้เพลิดเพลินไปกับเลือดและความตาย เราทุกคนต่างแสวงหาหนทางที่จะทำร้ายผู้อื่นอย่างเงียบๆ ผมเองก็เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด ผมมีของรักของผมที่ผมจะไม่มีวันทำร้าย แต่สิ่งอื่นหรือ ผมจะไม่ลังเลเลยที่จะฉีกทึ้งสิ่งอื่นออกเป็นชิ้นๆ การได้มองผู้อื่นย่อยยับขณะที่คุณยังยืนอยู่อย่างแข็งแกร่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่สุด

                ชื่อของผมคือแครช ที่แปลว่าชนกระแทกนั่นแหละ และช่างบังเอิญอย่างโหดร้าย ที่ในขณะนี้ชีวิตของผมก็กำลังแตกสลายเป็นล้านเสี่ยงและจมหายไปในพื้นหญ้าเหมือนกัน โดยมีชายหญิงชราคู่หนึ่งที่ไม่เคยคิดจะฆ่าใครมาก่อนยืนอยู่เหนือตัวผมท่ามกลางแสงสุดท้ายของวันอันยาวนาน พวกเขากำลังมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ ขณะที่พวกเขาคิดว่าจะทำอย่างไรกับร่างของผมดี

                คุณเชื่อไหมว่าทั้งหมดนี้เกิดจากอะไร

                ความรักไงล่ะ

                สิ่งที่เขาลือกันว่าสวยงาม อ่อนหวาน และนุ่มละมุนที่สุดนั่นล่ะ

                แต่คุณก็รู้นี่ว่าความรักนั้นสามารถอันตรายได้มากแค่ไหน มันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณบ้าคลั่ง และความหึงหวงก็เป็นสาเหตุยอดนิยมอันดับต้นๆ ของการฆาตกรรม เอาล่ะ อย่าพึ่งตื่นเต้นตกใจที่ผมพูดถึงการฆาตกรรมนักเลย ใช่แล้ว ชายชราที่ยืนค้างอยู่ตรงนั้นเป็นคนฆ่าผม แต่นี่เป็นการฆาตกรรมหรือเปล่า ผมคงต้องบอกว่าไม่ ถึงผมจะเกลียดคริสโตเฟอร์มากแค่ไหน ผมก็ไม่หยาบช้าขนาดจะโยนความผิดทั้งหมดให้เขาได้ ฆาตกรที่แท้จริงน่ะหรือ ก็ฟิโอน่าไงล่ะ ฟิโอน่ายอดรักของผมเอง คุณอาจไม่เข้าใจว่าผู้หญิงที่ผมรักนักรักหนา เฝ้าประคบประหงมทุกคืนวันจะฆ่าผมได้อย่างไร ดังนั้น ผมจะขอเล่าตั้งแต่ต้นเลยก็แล้วกัน

                ผมยอมรับละว่าผมเองก็ไม่ใช่ใครสักคนที่เด็กๆ ควรจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ผมหมดชีวิตวัยหนุ่มไปกับการเดินเตร่อยู่ข้างถนน ไม่มีครอบครัว ไม่มีบ้านให้กลับ วันๆ ก็หาเรื่องชนกระแทกให้เสียเลือดกับพวกอันธพาลจรจัดไปเรื่อย พอแก่ตัวลงก็ไม่น่าแปลกใจที่จะไม่มีใครใคร่ใส่ใจอะไรผมนัก ผมเองก็คิดว่าตนเองต้องตายแน่แล้วเมื่อครั้งมีเรื่องกับพวกจรจัดครั้งล่าสุด ขาผมเลือดโชก ผมได้แต่เดินกะเผลกออกมาจากซอยมืดๆ เพื่อจะหาที่ตายที่อยู่ใต้แสงแดดและมีอากาศปลอดโปร่งกว่านี้เท่านั้นเอง

                และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอ

                ฟิโอน่ากำลังจะเดินกลับเข้าบ้านพอดีกับที่ผมทิ้งร่างโชกเลือดลงบนสวนหน้าบ้านของเธอ แน่นอนว่าเธอตกใจมาก ผมเองก็จำอะไรไม่ได้มากนักหรอกเพราะสติก็ใกล้จะดับวูบเต็มที แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังจำติดตามาจนถึงทุกวันนี้ก็คือใบหน้าอันสวยงามและเรือนผมสีทองประหนึ่งแสงอาทิตย์ของเธอ

เธอพาผมส่งโรงพยาบาลและมาเยี่ยมเป็นประจำขณะที่ผมกำลังพักฟื้น นอกจากนี้ เธอยังออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ผมอีกด้วย ทว่า แม้ร่างกายจะแข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ จิตใจผมก็ยังหม่นหมอง โรงพยาบาลเป็นสถานที่น่ารังเกียจ คนไข้ถูกบังคับให้นอนรวมกันในห้องเหม็นอับที่มีเพียงแผงกั้นเล็กๆ ที่ป้องกันไม่ให้ไอ้บ้าข้างๆ มายุ่มย่ามกับผมเท่านั้นเอง กลิ่นในโรงพยาบาลก็น่าสะอิดสะเอียน คุณโทษผมไม่ได้หรอกที่ผมจะอารมณ์เสียและหยาบคายต่อทุกคน ก็ขนาดหมอยังปฏิบัติต่อผมเหมือนผมเป็นเด็กปัญญาอ่อนควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่เลย! ทุกวันผ่านไปอย่างทุกข์ทรมาน ช่วงเวลาเดียวที่ผมมีความสุขในโรงพยาบาลบ้าๆ นี้คือเมื่อฟิโอน่ามาเยี่ยม ดังนั้น คุณคงไม่แปลกใจว่าผมดีใจมากแค่ไหนที่ฟิโอน่าตัดสินใจยอมให้ผมไปอยู่ที่บ้านของเธอ ฟิโอน่าช่างสวยงามและมีเมตตาเหลือเกิน และยิ่งอยู่ใกล้กับสิ่งที่แสนสกปรกโสโครกอย่างผม เธอก็เป็นดุจเทพธิดาที่ฉุดผมออกมาจากความชั่วร้ายโสมมเลยทีเดียว แต่พลังแห่งความดีของเธอคงจะไม่แข็งแกร่งพอ เพราะดูเหมือนว่าความเลวร้ายของผมจะติดต่อไปที่เธอด้วยหลังจากที่ผมตระหนักถึงสิ่งที่เธอทำกับผมวันนี้...

จิตใจผมพาลจะคิดถึงการหักหลังของฟิโอน่าอยู่เรื่อย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนถึงขนาดต้องข้ามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เลย เอาละ ให้ผมเล่าต่อก็แล้วกันนะ

เราไม่ได้แต่งงานกันแน่นอนละ ผมรู้ว่าพ่อแม่ของฟิโอน่าคงไม่เห็นด้วย คริสโตเฟอร์กับแอนนาเบลล์เป็นคนหัวโบราณที่รักสะอาดมากอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขารังเกียจความสกปรกของผม และผมก็ตอบแทนความเกลียดชังนั้นด้วยสิ่งเดียวกันที่เท่าเทียมหากไม่มากไปกว่าที่พวกเขาเกลียดผม แต่พวกเขาก็เข้ามาขวางระหว่างผมกับฟิโอน่าไม่ได้หรอก สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจว่าผมมีดี คือความมั่นคงในความรัก ลองผมรักใครเข้าให้แล้ว ผมพร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิตทีเดียว และภายในคืนแรกที่ผมกับฟิโอน่านอนร่วมเตียงกัน ผมก็ตระหนักว่าผมพร้อมจะยอมแลกทุกสิ่งบนโลกเพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เธอ ฟิโอน่าคนสวยของผม ผมรักเธอเหลือเกิน...

เวลาผ่านไป ร่างกายของผมก็หายดีในที่สุด และคุณต้องยอมรับว่าถึงผมจะชราภาพและเต็มไปด้วยบาดแผล ที่จริงผมก็ยังดูดีอยู่ไม่น้อย ประกอบกับการที่ผมรักเธอสุดหัวใจและพยายามแสดงให้เธอเห็นอย่างสม่ำเสมอ ตอนนั้นผมเชื่อว่าฟิโอน่าเองก็หลงรักผมหัวปักหัวปำเหมือนกัน ชีวิตกับฟิโอน่าในช่วงแรกมันช่างแสนสุข ชื่อแรกที่เธอเรียกเมื่อตื่นก็คือชื่อของผม และชื่อสุดท้ายที่เธอขานก่อนนอนหลับก็เป็นชื่อของผมเหมือนกัน พวกเราไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ คนอื่นมองผมด้วยความอิจฉาเสมอที่ได้แฟนที่ทั้งสาวและสวย พวกเขาก็แค่อิจฉาน่ะ อย่างเดียวที่ผมอาจจะยังไม่ได้ดั่งใจก็คือเรือนร่างของเธอ ก็แหม สัญชาตญาณความเป็นชายย่อมเรียกร้องให้คุณรู้สึกอยากทำกิจกรรมอันแสนเร่าร้อนอยู่แล้ว แต่ฟิโอน่าก็ยังไม่ยอมเสียทีทั้งที่ผมพยายามเล้าโลมเธออยู่หลายครั้งหลายหน ผมคิดว่าเธอคงอยากรอหลังจากที่พวกเราแต่งงาน (พ่อแม่ของเธอเป็นคาทอลิก และนั่นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมเกลียดพวกเขา) ผมเคารพและให้เกียรติที่รักของผม ผมรอได้

และเพื่อให้คุณเห็นว่าผมรักฟิโอน่ามากเพียงใด ผมจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้วให้ฟัง

มันเป็นค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ผมและฟิโอน่ากำลังนอนขดอยู่ด้วยกันเพื่อปกป้องตนเองจากความหนาวเย็น แต่กลางดึกคืนนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงบางอย่าง ผมอาจแก่แล้ว แต่ผมก็ยังหูดีไม่แพ้ใคร และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยที่ผมตื่นขึ้นมากลางดึก

ผมมักตื่นขึ้นมากลางดึกและเฝ้ามองฟิโอน่าที่กำลังหลับอย่างหวงแหนเสมอ อย่าหาว่าผมทำตัววิตถารไปเลยนะ พวกคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าตอนกลางคืนมันอันตรายแค่ไหน ในความมืดที่ตาของคุณมองไม่เห็น และในความเงียบสงัดที่หูของคุณไม่ได้ยินอะไร นั่นแหละตอนที่อันตรายที่สุด และผมสาบานว่าจะปกป้องฟิโอน่าด้วยชีวิต ผมจะเป็นตาที่มองเห็นและหูที่ได้ยินของเธอเมื่อเธอนอนหลับเอง

และคืนนั้นก็เป็นคืนที่ผมได้พิสูจน์ตัวเองในที่สุด เพราะมีโจรขึ้นบ้านของพวกเรา

ฟิโอน่าลืมล็อกประตูหลังบ้านและไอ้สารเลวนั่นก็แอบเข้ามา มันกำลังอยู่ที่ชั้นล่าง พยายามแบกคอมพิวเตอร์ออกไปเมื่อผมวิ่งลงไปถึง แวบแรกมันมองผมแล้วชั่งใจ คุณคิดดูสิ! มันชั่งใจว่าผมจะเป็นพิษภัยอะไรหรือเปล่า ไอ้หน้าโง่เอ๋ย และนั่นแหละจุดที่มันพลาดไป มันประเมินผมต่ำเกินไป ผมพุ่งเข้าใส่มันอย่างไม่ลังเล ไอ้ขี้ขลาดวิ่งแจ้นออกไปนอกบ้านแทบไม่ทันทั้งที่ผมยังไม่ทันแตะตัวมันด้วยซ้ำ แต่แค่นั้นมันยังไม่พอหรอก ผมวิ่งตามมันออกไป ย่ำลงบนหิมะด้วยเท้าเปล่า ปากก็ตะโกนด่ามันไม่หยุดจนเพื่อนบ้านตื่นกันเลยทีเดียว ฟิโอน่าวิ่งตามลงมา กอดจูบผมเป็นการใหญ่ ไม่ต้องบอกคุณก็คงรู้ว่าผมภูมิใจแค่ไหนที่ได้พิสูจน์ให้ฟิโอน่าเห็นว่าผมพร้อมจะทำแม้แต่เรื่องที่บ้าบิ่นที่สุดเพื่อปกป้องเธอ

คุณคงคิดว่าหลังจากเหตุการณ์นี้ ฟิโอน่าคงเทิดทูนผมเสียจนไม่มีวันคิดจะนอกใจไปหาชายอื่นใช่ไหม

คุณคิดผิดแล้ว

ทุกอย่างเริ่มขึ้นในฤดูร้อนถัดไป

จริงๆ แล้วผมชอบฤดูร้อนมากนะ แม้อากาศจะเหนียวเหนอะหนะชวนให้เกียจคร้านก็ตาม แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ผมและฟิโอน่าได้ใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด กลางวันยาวนานและกลางคืนก็สั้นลง พวกเราสามารถออกไปข้างนอกได้บ่อยเท่าที่ต้องการ มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีใช่ไหม แต่ไม่ ไม่ใช่เลย ฤดูร้อนล่าสุดของผม ฟิโอน่าทำให้ใจผมสลาย ทั้งยังย่ำยีศักดิ์ศรีสุดท้ายของผมไปจนมิดดิน!

ลางร้ายเริ่มปรากฏเมื่อฟิโอน่ากลับบ้านช้าลง เมื่อผมถาม เธอก็ไม่เคยอธิบายว่าทำไม ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับตัวเอง ไม่ไว้หน้าผมเลยสักนิด ต่อมา เธอก็เริ่มหมดเวลาวันละนานๆ ไปกับการคุยโทรศัพท์กับใครบางคนที่ชื่อคาร์ล ไอ้คาร์ลนี่มันใครกันวะ ผมตะโกนถาม แต่เธอไม่สนใจ เธอไม่พยายามจะปิดบังความสัมพันธ์ของเธอเลยด้วยซ้ำ และเมื่อคุณคิดว่าทุกอย่างคงจะไม่สามารถแย่ไปกว่านี้ได้ ชีวิตก็จะทำให้คุณแปลกใจได้เสมอ

เธอพาคาร์ลมาที่บ้าน

เธอ พา มัน มา

ผมเกลียดมันตั้งแต่เมื่อแรกเห็น ไอ้ผู้ชายผอมเก้งก้างที่มองผมด้วยความเห็นใจและหัวเราะใส่ผมงั้นเรอะ จะมีอะไรที่ทำให้ผมคลุ้มคลั่งมากกว่านี้ได้อีกไหม ฟิโอน่าแนะนำว่านี่คือเพื่อนของเธอ เพื่อนกับผีน่ะสิ เห็นได้ชัดว่าหมอนี่ต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลที่จะไม่อ้าปากเลียเธอเหมือนไอศกรีมแท่ง แต่คุณก็คงเข้าใจนะว่าผมทำอะไรไม่ได้มากนัก จะให้ผมตะเพิดหมอนี่ออกไปนอกบ้านก็กระไรอยู่ในเมื่อพวกเขายืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตัดสินใจทำเดี๋ยวนั้นเลยคือ ผมจะจับตามองไอ้คาร์ลนี่ไม่วางตาเลยทีเดียว ทุกๆ การกระทำของมันจะถูกผมจ้องมอง มันจะไม่มีวันได้ทำอะไรทุเรศๆ ใส่ฟิโอน่าเด็ดขาด!

ผมตั้งใจจะทำให้ช่วงเวลาที่คาร์ลมายุ่มย่ามกับฟิโอน่าเป็นนรกสำหรับไอ้หน้าจืดนั่น และผมไม่อยากจะโอ้อวดหรอกนะ แต่ผมทำได้ดีทีเดียว ผมไม่เปิดโอกาสให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเลยสักนิด ผมแสดงความเป็นเจ้าของฟิโอน่าอย่างชัดเจน และมั่นใจด้วยว่าฟิโอน่าก็ต้องขยะแขยงไอ้หมอนี่เหมือนกัน ก็แหงอยู่แล้ว ไอ้คาร์ลนี่มันมีอะไรดีบ้างล่ะ นอกจากปากพล่อยๆ กับแขนก้างๆ ของมัน

ไม่น่าเชื่อเลยว่ากลับเป็นฟิโอน่าที่ทรยศผมได้ลงคอ

เธอคิดจะหนี

ผมจับเธอได้คาหนังคาเขาขณะที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับคาร์ล ตอนผมย่างเท้าเข้ามาในห้อง ฟิโอน่ากำลังยืนพิงกำแพง มือเกี่ยวสายโทรศัพท์เล่นพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานหยดย้อยที่เธอไม่ได้ใช้กับผมนานมากแล้ว “แน่นอนค่ะ ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว หนีหรือ คุณจะพูดอย่างนั้นก็ได้นะ เราจะหนีไปให้ไกลเลย” เธอหัวเราะคิกคักก่อนจะหันมาเห็นผม “อ้อ... ฉันต้องวางแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าแครชต้องการอะไร สวัสดีค่ะ”

เธอคิดจะหนีไปกับไอ้คาร์ลนั่นเรอะ ผมคิดอย่างเจ็บปวด เจ็บปวดมากเสียจนผมสูญเสียความสามารถในการส่งเสียงไปเลย แต่โธ่เอ๋ย ฟิโอน่าผู้โหดเหี้ยมก็ยังไม่สังเกตเห็นความทุกข์ทรมานของผม หรือถึงเธอสังเกตเห็นเธอก็คงจะไม่สนใจอยู่ดี จากความเจ็บปวดก็กลายเป็นความซึมเศร้า และจากความซึมเศร้าก็กลายเป็นความโมโหอาฆาตพยาบาท ผมตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่มีใครได้แตะต้องฟิโอน่าของผมแน่

ผมรอวันที่คาร์ลจะมาที่บ้านอีกหน และเมื่อมันมา ผมจะจัดการกับมัน

ระหว่างนั้น ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆ ผมรู้สึก... ป่วย นั่นดูเหมือนจะเป็นคำที่ใกล้เคียงที่สุด ผมตัวร้อน รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านและกระวนกระวายไปหมด อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ ความดุร้ายซุกซ่อนอยู่ในตัวพวกเราทุกคน และตั้งแต่ผมรู้แผนการหนีตามกันไปของฟิโอน่าและคาร์ล เจ้าความดุร้ายนี้ก็เหมือนจะสำแดงตนออกมาอย่างไม่เกรงเลย ผมรู้ตัวว่าผมกำลังจะเป็นโรคประสาท แต่อนิจจา! ฟิโอน่ากลับจัดกระเป๋าเดินทางอย่างสบายอกสบายใจ อย่างโจ่งแจ้ง อย่างไม่สนใจต่อสายตาโกรธเกรี้ยวของผมเลยสักนิด เธอเห็นผมเป็นตัวอะไร ไอ้แก่หน้าโง่ที่เธอจะเดินหนีไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ

วันศุกร์ถัดไปมาถึง และมันเป็นวันที่ผมต้องจบชีวิตลง

เผื่อคุณยังไม่รู้ มันคือวันนี้นี่แหละ

ฟิโอน่าขับรถพาผมไปที่บ้านพ่อแม่เธอ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมเกลียดพอๆ กับเจ้าของของมันนั่นแหละ กระเป๋าเดินทางอัดอยู่เต็มคันรถของเธอและเธอดูมีความสุขมากอย่างเห็นได้ชัด เธอเปิดวิทยุดังสนั่นและพยายามชวนผมคุย บอกว่าพ่อแม่เธอจะดูแลผมขณะที่เธอไม่อยู่ ไม่ว่าฟิโอน่าจะทำเช่นนั้นเพราะคิดว่าผมโง่จนมองแผนการของเธอไม่ออกหรือแค่ต้องการจะเย้ยหยันว่าผมแพ้เกมความรักนี้อย่างสิ้นเชิงแล้ว ผมก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ถึงผมรู้ มันก็คงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรอยู่ดี

คริสโตเฟอร์กับแอนนาเบลล์ออกมารับลูกสาว ท่ามกลางอากาศร้อนระอุยามบ่ายของฤดูร้อน ผมรู้สึกเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวนทิ้งไว้ พวกเขานั่งรับแดดกันอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เฝ้าคอยใครคนหนึ่งที่แม้แต่คนที่โง่เง่าที่สุดในโลกก็ยังบอกได้ว่าใคร และเมื่อเขาคนนั้นมาถึง นั่นแหละคือตอนที่ระเบิดเวลาของผมจะนับถอยหลังถึงศูนย์ แต่ก่อนหน้านั้น ผมต้องซ้อมมือให้พร้อม คุณเข้าใจใช่ไหมว่าผมหมายถึงอะไร

บ้านของคริสโตเฟอร์และแอนนาเบลล์เป็นประเภทที่คุณเรียกได้ว่ากึ่งบ้านกึ่งฟาร์มขนาดย่อม พวกเขามีสัตว์หลายประเภทแออัดกันอยู่ในพื้นที่ว่างหลังบ้าน และหนึ่งในนั้นก็คือไก่ไข่ตัวอวบอ้วนหลายตัว ที่อาศัยอยู่ในเล้าไม้เล็กๆ ที่คริสโตเฟอร์สร้างเองกับมือ

ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไก่ ก็เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างโพคาฮอนตัสและฮิตเลอร์ คือไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กันเลย สิ่งที่ผมทำลงไปไม่ได้เกิดจากความโกรธแค้น แต่เกิดจากความคลุ้มคลั่งในความรัก ความต้องการที่จะเห็นอะไรสักอย่างย่อยยับลงไปตรงหน้า ผมปรารถนาให้สิ่งนั้นเป็นคาร์ล ผมหลับตาลง นึกภาพคาร์ลกำลังดีดดิ้นขอความเมตตาจากผม นึกภาพสีหน้าของฟิโอน่าเมื่อผมฉีกชู้รักของเธอออกเป็นชิ้นๆ

ผมฆ่าไก่หมดเล้า

เสียงเครื่องยนต์รถของคาร์ลดังขึ้นเป็นเวลาเดียวกับที่ไก่ตัวสุดท้ายขาดใจตายพอดี จนถึงตอนนั้น ตัวผมก็เปื้อนเลือดเต็มไปหมด แต่การสังหารหมู่นี้ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีหรืออิ่มเอิบ ตรงกันข้าม มันทำให้ผมรู้สึกกราดเกรี้ยวยิ่งกว่าเก่า เหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟนั่นละ ผมคำรามกับตัวเองก่อนจะวิ่งกลับไปหน้าบ้าน หัวสมองเต็มไปด้วยการฆ่าฟัน ตกลง คุณจะหาว่าผมเสียสติไปแล้วก็ได้ คุณคงไม่เข้าใจความรู้สึกอันรุนแรงนี้ ทั้งหมดเกิดจากความรักความหึงหวงหรือ จนถึงตอนนั้น ผมก็ไม่แน่ใจอีกต่อไปว่าสิ่งชั่วร้ายอันใดที่ขับเคลื่อนให้ผมเหี้ยมโหดได้ถึงปานนั้น

คาร์ลยืนอยู่ตรงนั้นกับฟิโอน่า กำลังช่วยเธอขนข้าวของใส่รถของเขา พวกเขากำลังจะหนีตามกันไปอย่างไม่เกรงใจผม สีหน้าอันเปรมปรีดิ์ของคนสองคนที่ทำลายจิตใจอันรวดร้าวของผมเสียย่อยยับเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถทนมองได้เลย ผมพุ่งทะยานไปข้างหน้าก่อนจะโจมตีคาร์ลทันที

เลือดพุ่งออกมา คาร์ลล้มลง มือกุมขาที่เป็นแผลเหวอะหวะ ฟิโอน่ากรีดร้อง มันเป็นภาพที่สวยงามเหลือเกิน

ผมอาจจะฆ่าคาร์ลตายคามือไปแล้วก็ได้หากคริสโตเฟอร์ไม่วิ่งออกมาพร้อมกับปืนลูกซองกระบอกโต ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายตาฝ้าฟางของชายชราจะแหลมคมถึงปานนั้น เขาเล็งและยิงอย่างชำนาญ กระสุนพุ่งทะลุตัวผม มันเกือบๆ จะเหมือนฝันเลยล่ะ เพราะผมไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย ผมกระเด็นไปอีกด้านก่อนจะล้มลงนอนแผ่อยู่บนหญ้า

ฟิโอน่าน้ำตาอาบหน้า ไม่ใช่เพราะพ่อของเธอพึ่งจะฆ่าผมหรอก แต่เพราะคาร์ลต่างหาก ไอ้คนเลวนั่งกุมขาที่เลือดออกอยู่บนพื้น หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ฟิโอน่าคนสวยของผมวิ่งเข้าไปประคองไอ้โง่นั่น “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เราต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย มานี่เถอะ ฉันจะขับเอง”

พวกเขาไม่แม้แต่จะหันมามองผมด้วยซ้ำเมื่อพวกเขาขึ้นรถและขับจากไป และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นคนรักและชู้ที่หนีตามกันไปของเธอ

ผมยังนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น ร่างกระตุก ม่านตาขยาย จนถึงตอนนี้ ความโกรธเกรี้ยวก็ยังไม่ลดลง ผมอยากจะลุกขึ้นมาขย้ำคริสโตเฟอร์และแอนนาเบลล์ หรือใครก็ตามที่อยู่ตรงนั้น แอนนาเบลล์ชะโงกหน้ามองผมด้วยสายตาแสดงความเวทนา แต่เธอไม่คิดจะช่วยชีวิตผมหรอก อย่างที่บอกนั่นแหละ พวกเขาเกลียดผมจะตายไป ความตายของผมจะทำให้พวกเขารู้สึกดี อย่างที่ควรจะเป็น

“เป็นเพราะอากาศร้อนหรือเปล่า” เธอหันไปถามสามี คริสโตเฟอร์เม้มปาก

“ก็เป็นไปได้ แย่จริงๆ ที่ทริปไปเที่ยวของฟิโอน่าต้องล่มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม”

“แล้วคาร์ลล่ะ เขาจะเป็นอะไรไหมคะ”

“เขาไม่เป็นอะไรหรอก พวกหมอจะให้วัคซีนเขา”

“เราน่าจะฝังแครชนะคะ” แอนนาเบลล์แนะนำ ราวกับว่าผมไม่ได้นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น “หรือจะรอฟิโอน่ากลับมาก่อน เธอผูกพันกับเขามาก ไม่น่าเลย... ฟิโอน่าน่าจะสังเกตว่าพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไป”

“ไม่ใช่ความผิดของใครหรอก” คริสโตเฟอร์ก้มลงมองผม สีหน้าแสดงความสงสาร แต่ผมรู้ว่าจิตใจของเขาคงเบิกบานแม้ว่าเขาเองจะไม่อยากยอมรับก็ตาม บทเรียนที่ผมได้น่ะหรือ ความจงรักภักดี ความรักที่คุณเฝ้าทะนุถนอมรดน้ำพรวนดินให้มันงอกงาม กลับใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่จะสูญเปล่าไป ดังนั้น อย่า อย่าเชื่อ...  “แต่ผมว่าเรารีบฝังแครชก่อนเถอะ มันอาจจะไม่ปลอดภัยที่จะทิ้งศพไว้ อ้อ... เราเก็บเจ้านี่ไว้ให้ฟิโอน่าดูต่างหน้าก็แล้วกัน”

อย่าเชื่อมนุษย์เด็ดขาด

ขณะที่พูด เขาก็เอื้อมมือมาปลดปลอกคอของผมออก

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Maritian จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 17:09
    .

    เป็นเรื่องสั้นที่ให้ความรู้สึกว่ามาแนวนิยายแปลเลยทีเดียว นับว่าฉีกจากนิยายเรื่องอื่นๆในการประกวดเรื่องหนึ่ง ทั้งบทและการนำเสนอ เสียคะแนนไปหน่อยตรงที่รู้สึกว่าไม่ค่อยตอบโจทย์ธีมหนีไปพักร้อนเท่าไหร่ เพราะความเด่นถูกประเด็นความหึงหวงเบียดไปหมด หน้าร้อนเป็นเพียงแค่ฉากประกอบเสริมเท่านั้น ไม่ได้ดึงเสน่ห์ของตัวฤดูมาเป็นองค์ประกอบของเรื่องนัก เพราะนึกในมุมต่างดูว่าถ้าเหตุการณ์นี้เกิดในฤดูอื่น แครชเองก็อาจโดนจุดจบได้ไม่ต่างกันใช่ไหมล่ะครับ แค่อาจช้าหน่อยเพราะอุณหภูมิกระตุ้นไม่มากเท่า

    หรือไม่งั้นก็ต้องปรับในส่วนบทบรรยายในท่อนที่ว่า ฤดูร้อนล่าสุดของผม เป็น ฤดูร้อนครั้งสุดท้ายในชีวิตของผม น่าจะทำให้อิมแพคของประเด็นหนักขึ้นครับ เพราะมันจะไปมัดกับฉากเปิดตัวและปิดตัวไปโดยปริยายเลย

     

                ในคะแนนส่วนต่างๆกัน ในเรื่องของการใช้ภาษานั้น ผมถือว่านิยายเรื่องนี้ทำได้ดีมากเรื่องหนึ่งเลย ไม่พบคำผิดชัดเจนอะไร สำนวนและภาษาก็ไหลลื่นดี ภาษาเรียบง่ายแต่เห็นภาพ เข้ากับจังหวะ และเข้ากับคาแรกเตอร์ตัวละคร  ส่วนสะดุดก็มีประปรายในเรื่องของคำซ้ำครับ อาทิเช่น แต่สิ่งอื่นหรือ ผมไม่ลังเลเลยที่จะฉีกทึ้งสิ่งอื่นออกเป็นชิ้นๆ ถ้าเปลี่ยนคำหลังเป็น มัน แทนก็น่าจะให้อารมณ์ที่หนักกว่าและลื่นขึ้นนะครับ หรืออีกฉากเช่น พวกเขากำลังมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ ขณะที่พวกเขาคิดว่าจะทำอย่างไรกับร่างของผมดีท่อนซ้ำและขัดแย้งครับ ถ้าปรับเป็น เพราะคิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไรกับร่างของผมดี น่าจะเนียนกว่านี้

     

                ในส่วนของพล็อตและการเดินเรื่องนั้น ผู้เขียนพยายามจะหักมุมไม่ให้ผู้อ่านเดาออกว่า Crash คืออะไร หลอกให้คิดว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง  ก็ถือว่าเป็นการพยายามสร้างปมน่าสนใจให้กับเรื่อง แต่ทีนี้พอมามองย้อนในมุมกลับว่าเมื่อรู้แล้วว่า Crash คืออะไร ก็จะรู้สึกว่าวิธีการคิดนั้นออกจะผิดธรรมชาติสัตว์ไปสักหน่อยนะครับ

    ผมมีโอกาสได้อ่านกระทู้สัตว์เลี้ยงในพันทิปพอประมาณ หรืออ่านการ์ตูนแนวนี้พอตัว และเลี้ยงสุนัขมาบ้าง จะคุ้นตาว่าโดยธรรมชาติแล้วสัตว์จะมองผู้เลี้ยงในรูปแบบต่างๆกันไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายที่ต้องปกป้อง เป็นสิ่งของที่หวงแหนห้ามใครแย่งไป แต่กับประเด็นทางเพศนี่ ผมว่าค่อนข้างจะมองได้ยากหน่อย  ก็มีบ้างที่สัตว์บางตัวละคิดแปลกๆ เหมือนที่เราเห็นคลิปตลกที่สุนัขตัวเล็กๆที่เลี้ยงไว้จะกระดกเอวใส่สะโพก หรือน่องเจ้านาย แต่ก็นั่นก็เป็นไปตามสัญชาตญาณตามฤดูกาล หรือแรงขับมากกว่า มันจึงควรจะเป็นความต้องการทางเพศที่ไม่เกี่ยวกับความริษยาแบบมนุษย์

    อีกทั้งปกติสุนัขที่หวงเจ้านายมักจะแสดงออกและกันท่าเจ้านายเสมอที่มีโอกาส การที่พยายามนำเสนอให้สะกดอารมณ์เอาไว้จนถึงจุดระเบิดเลยกลายเป็นดาบสองคมไปครับ คือแทนที่ผู้อ่านจะหลงผิดทางตามปมที่หลอกไว้ (ซึ่งก็จะมีคนหลงบ้าง) แต่มันกลับทำให้ความสมจริงของสุนัขเปลี่ยนไป

    อีกจุดที่คิดว่าน่าจะผิดจากความจริงก็คือฉากสังหารไก่หมดเล้า ประสบการณ์ส่วนตัวเช่ยเคยที่มีโอกาสได้ไปฟาร์มไก่ และเคยไปบ้านญาติที่เลี้ยงไก่นั้น ถึงไก่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปกติจะไม่อะไรมาก แต่ถ้ามันโวยวายหรือตกใจขึ้นมาล่ะก็ จะป่วนเอาเรื่องเลยนะครับ ทั้งร้องทั้งวิ่งทั้งบินหนี นั่นก็คือในฉากที่ว่ามันควรจะโกลาหลเอาเรื่องเลยนะ คนทำฟาร์มเองน่าจะตื่นตัวรีบวิ่งมาดูเสียมากกว่าปล่อยให้ CRASH ละเลงหมดคอกไป

     

    #9
    2
    • 8 มิถุนายน 2558 / 17:09

      อย่างไรก็ดี ถ้าตัดประเด็นสมจริงส่วนนี้ไป ก็ถือว่าการวางพล็อตเรื่องนี้ทำได้ลงตัวดีที่วางปมแล้วผูกกับตัวละครทั้งหมดได้แบบชัดเจน แม้ว่าบางตัวละครอาจจะถูกกล่าวถึงน้อยไปหน่อยเพราะเป็นการมองในมุมของ Crash
      สำหรับการหักมุมนั้น ก็ถือว่าพยายามทำได้ดีระดับหนึ่ง ด้วยประเด็นที่เล่นยากไปสักนิด แต่ก็เป็นพล็อตที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในเรื่องสั้น และเป็นการจบในแบบที่ไม่คุ้นตาด้วย ก็ได้คะแนนความแปลกใหม่ไป
      จริงๆข้อคิดที่แฝงมาก็ดีมากด้วยนะครับ คำสอนทางศาสนาเองก็สอนไว้ว่าอย่ายึดติดจนเกินไป เพราะรักมากเวลาผิดหวังก็แค้นมากไปด้วย เอามาผูกได้ดี แต่เสียอย่างดีก็คือการนำเสนอมันไม่ออกไปในเชิงสัตว์เลี้ยงที่หวงเจ้านายสักเท่าไหร่ และบทเองก็ไม่ส่งไปอย่างสมเหตุสมผสด้วย เพราะดูๆไปแล้วฟิโอน่าก็น่าจะยังรักและปฏิบัติกับ Crash ดีอยู่ อย่างดีก็แค่ลดเวลาให้ไปบ้าง ถ้า Crash จะเกลียดก็ควรเกลียดคาร์ลมากกว่าจะเกลียดมนุษย์ทุกคนที่รวมถึงฟีโอน่าด้วย

      วิจารณ์ไปเยอะเลยแต่ที่โดนหักไปส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของความสมเหตุสมผล และการกระทำในคะแนนโครงเรื่องเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่คะแนนภาษา และพล็อตนั้นได้มาเยอะเลยทีเดียวครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสั้นที่สนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ เสียอย่างเดียวคือธีมความเป็นหน้าร้อนน้อยไปนิดเท่านั้นเอง แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าร้อนล่ะนะ อย่างน้อยการไปพักร้อนของฟีโอน่าก็ทำให้ Crash มายังจุดนี้ได้


      K.W.E.
      วิจารณ์ เมื่อ 20 เม.ย. 58
      #9-1
    • 8 มิถุนายน 2558 / 17:09
      เนื่องจากต้องลงคำวิจารณ์ทั้งหมด 44 เรื่อง ผมอาจไม่ได้แวะเวียนมาหน้านิยายเรื่องสั้นบ่อยๆ
      หากสงสัยหรือมีประเด็นประการใด หรืออยากพูดคุยทักทายแลกเปลี่ยนความเห็นใดๆ สามารถติดต่อผ่านทางกระทู้หลักได้เลยนะครับ

      http://www.dek-d.com/board/view/3516168/

      พอดีตั้งตอบกระทู้นั้นไว้ เวลามีอัพเดทจะรู้ตัวทันทีน่ะครับ
      #9-2
  2. วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 13:54
    โธ่ไม่นะแครช...อารมณ์ขค้นเพราะอากาศร้อน555
    #8
    0
  3. วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 22:10
    เรื่องนี้สนุกมาก ๆ ค่ะ  การบรรยายสุดยอดเลยค่ะ  อ่านแล้วไหลลื่นมาก ๆ  

    แต่ส่วนที่งง ๆ  คือการบรรยายความคิดของสุนัขเรื่องการแต่งงาน  อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ  ถึงแม้เราจะไม่สามารถอ่านใจน้องหมาได้  แต่น้องหมาไม่น่าจะคิดแบบนี้นะคะ  ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ



    #7
    0
  4. วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 22:09
    เรื่องนี้สนุกมาก ๆ ค่ะ  การบรรยายสุดยอดเลยค่ะ  อ่านแล้วไหลลื่นมาก ๆ  

    แต่ส่วนที่งง ๆ  คือการบรรยายความคิดของสุนัขเรื่องการแต่งงาน  อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ  ถึงแม้เราจะไม่สามารถอ่านใจน้องหมาได้  แต่น้องหมาไม่น่าจะคิดแบบนี้นะคะ  ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ



    #6
    0
  5. แวะมาอ่านเรื่องสั้นที่เข้ารอบคัดเลือก...

    สนุกดีค่ะ ชอบการบรรยาย รู้สึกว่ามันมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แต่แอบคิดว่าตอนต้นเรื่องดำเนินเรื่องเร็วไปนิด (อาจจะเพราะกติกากำหนดให้เรื่องยาวได้มากสุดแค่ 12 หน้า)

    ชอบไอเดียมากๆ...ยอมรับว่านึกไม่ถึงค่ะ โดนไปเต็มๆ 555 เป็นหมาที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนมากมาย แต่ตงิดใจนิดนึงตรงที่หมาดันอยากร่วมเพศกับเจ้าของ (ฟิโอน่า) มันแลแปลกๆ ไหมคะ... =w=;;

    รวมๆ แล้วชอบมากค่ะ สมกับเป็น 10 เรื่องสุดท้าย สู้ๆ ต่อไปนะคะพี่มะลิ
    #5
    0
  6. วันที่ 20 เมษายน 2558 / 22:46
    มาลงชื่ออ่านและให้คะแนนครับ

    ไว้จะมาลงบทวิจารณ์ภายหลังนะครับ
    #4
    0
  7. วันที่ 17 เมษายน 2558 / 22:17
    สงสารไก่... ไม่สิ รีบตัดหญ้ามาเสิร์ฟด่วน
    #3
    0
  8. ชอบเรื่องนี้อะ
    #2
    0
  9. วันที่ 7 เมษายน 2558 / 13:21
    เผอิญได้อ่านอีกเรื่องที่ร่วมประกวด ที่มีโทนเรื่องคล้ายๆ กันไปก่อน เลยแอบเดาตัวเอกได้
    แต่ยอมรับว่า เรื่องนี้หลอกได้มากกว่าอีกเรื่องที่ได้อ่านไป
    ผมนึกขึ้นได้ก็ตรง แครชบอกว่าตัวเอง "ชราภาพ" "แก่"
    ซึ่งมนุษย์ทั่วไปมักจะเลือกบอกว่า ตัวเองมีอายุเท่าใดและมากกว่าฟิโอน่ากี่ปี

    อีกอย่าง แครชมีแต่บทบรรยาย ไม่มีบทพูด ทำให้รู้ว่าไม่สามารถพูดกับใครได้
    แม้พูดกับคนไม่ได้ แต่ก็เขียนบทพูดได้ครับ พูดไปโดยไม่รับการตอบใดๆ จากอีกฝ่าย

    ทว่า เพราะการตั้งใจจะปิดบังตัวตนของตัวเอก จึงทำให้บางจุดขาดความสมจริง
    อย่างเรื่องแต่งงาน การคิดจะได้ครอบครองร่างกายฟิโอน่า
    ถึงผมจะไม่รู้ความรู้สึกนึกคิดของสุนัข แต่เชื่อว่าคงไม่คิดเช่นนี้แน่นอน
    ความรู้สึกต่อเจ้าของ น่าจะเป็นความรักประเภทภักดีหรือเถิดทูนมากกว่า ในเชิงชู้สาว
    ถึงแม้สุนัขจะมีพฤติกรรมหื่นใส่เจ้าของ แต่ก็เป็นไปตามสัญชาตญาณ หรือช่วงติด
    เพราะงั้นการบรรยายความรู้สึก(บางอย่าง)ของแครชจึงรู้สึกขัดแย้งอย่างมาก

    โดยรวม อ่านเรื่องราวของแครชสนุกดีนะครับ แต่ไม่หักมุมตอนท้ายเรื่อง (เว้นแต่เดาไม่ออก)
    เรียกว่าฟิลลิ่งต่างๆ ของแครชมาเต็มจริงๆ ครับ (และก็มีเกินอีกด้วย)

    ขอให้เรื่องนี้เข้ารอบ 10 เรื่องสุดท้ายครับผม ^^
    #1
    1
    • 7 เมษายน 2558 / 18:03
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ จะนำไปปรับปรุงในโอกาสหน้าๆ แน่นอน เสียดายจังหักมุมไม่สำเร็จ

      ตอนแรกก็จะให้แครชมองฟิโอน่าเหมือนเป็นโมเดลแม่เหมือนกัน แต่พอบรรยายถึงความรู้สึกจงรักภักดี เทิดทูนแล้ว รู้สึกได้ทันทีเลยว่านี่เป็นพฤติกรรมของสุนัข เลยออกมาครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ ฝีมือไม่ถึง ตรงนี้ยอมรับเลยค่ะ

      ขอบคุณอีกครั้งที่อ่าน โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายของท่านนี่ เราอยากให้เป็นจริงมากเลย เพี้ยงงง
      #1-1