"เจ้าคือมังกรบูรพา เจ้าคือคนสุดท้ายของครอบครัว จงสู้และมีชีวิตรอด ต้องไม่ทรยศต่อผืนแผ่นดินที่เจ้าพึ่งพาอาศัย จงตอบแทนคุณแผ่นดินนั้นประดุจแผ่นดินเกิด" คำพูดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวข้ามานานตั้งแต่ยังเด็ก เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ข้ายังสู้ชีวิตต่อไป เรือสำเภาลำหนึ่งที่กำลังเดินทางข้ามโพ้นทะเลจากเซี่ยงไฮ้ เพื่อนำพาชาวจีนกลุ่มหนึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาผืนแผ่นดินที่อยู่ใหม่ และมีเด็กทารกน้อยอยู่คนหนึ่ง
ที่อยู่ในความดูแลของชายฉกรรจ์ถึงสี่คน "เราต้องรักษาชีวิตนายน้อยเอาไว้ให้ได้!! แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต พวกเราก็ไม่เสียดาย" จากนั้นคนที่อุ้มเด็กอยู่ก็เอาผ้าสีแดงผืนนึงออกมาแล้วผูกไว้ที่ข้อมือของทารกน้อย "นายน้อยหากพวกเราทั้งสี่ไม่ได้อยู่กับนายน้อยจนโต ข้อให้สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตของนายน้อยนั้นมีความสำคัญขนาดไหน นายน้อยจะต้องรอดขึ้นฝั่ง นั่นคือคำสาบานของพวกเราทั้งสี่!!!!" เวลาผ่านไปหลายขวบปี
สุดท้ายก็ถึงฝั่งเรือได้เทียบท่าที่เมืองๆนึงในยามวิกาล ทั้งสี่คนร่างกายไม่ค่อยสู้ดีนักเหตุมาจากการเดินเรือ ทั้งสี่รีบพาทารกน้อยที่โตขึ้นมามากแล้วลงจากเรือและรีบวิ่งไปตามถนน แต่วิ่งไปได้ไม่นานก็ต้องหยุดชะงักเพราะมีคนกระโดดข้ามห้วมาขว้างทางทั้งสี่ไว้ "อ่าวๆๆ พี่ชายทั้งสี่เพิ่งเดินทางถึง ไม่คิดจะไปดื่มสุราคลายเหนื่อยกันบ้างหรือ?" สามคนเดินขึ้นมาบังคนที่อุ้มเด็กไว้แล้วชักกระบี่ออกมาจากฝักแล้วตั้งท่ารับพร้อมกันทั้งสามคน
"เจ้าโจรชั่ว!! จักรวรรดิชิงส่งเจ้ามาใช่มั้ย!?" ผู้ชายตรงหน้าก็หัวเราะดังออกมา "สมแล้วกับการเป็นสี่องครักษ์พิทักษ์มังกร งั้นข้าจะไม่อ้อมค้อมส่งเด็กมาหรือว่าจะทรมารก่อนตายล่ะ" ทั้งสี่คนตะโกนพร้อมกันว่า "ยอมตาย!!!! ถวายชีวี!!!!" จากนั้นคนที่สี่ก็พาเด็กหนี้
สามคนที่เหลือกระโดดพุ่งใส่ ชายตรงหน้าทันทีกระบี่ขิงทั้งสามกำลังจะพุ่งถึงตัวเขาแต่ไม่ถึงเขารับกระบี่ทั้งสามเล่มด้วยลมปราณ เขายื่นนิ่งโดยไม่ขยับเขยื้อน
"ทำได้กันแค่นี้เองเหรอ?" จากนั้นเขายกมือขึ้นมาทำให้ทั้งสามคนกระเด็นออกไป "พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก" ทั้งสามลุกขึ้นมายื่นแล้วตั้งท่าโดยให้สองคนอยู่ข้างหน้าแล้วย่อตัวลงโดยเหยียดขาขวาไปข้างหน้า แล้วอีกคนยื่นอยู่ตรงกลางยกกระบี่แนบหน้าติดกับหน้า "เพลงกระบี่สี่ประสานงั้นหรือ? น่าสนใจดีแต่เหมือนจะขาดไปหนึ่งนะ" จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นหลังคาตามองครักษ์อีกคนไป ทั้งสามเลยกระโดดตามขึ้นหลังคาตามไป
องครักษ์คนที่สี่พาเด็กไปถึงโรงงิ้วแห่งนึง จากนั้นชายนักฆ่าก็กระโดดลงมาขว้างหน้าไว้
"จะรีบไปไหนล่ะ?" ทันใดนั้นเขาก็พุ่งมือเข้ามาหวังจะคว้าจับเด็ก ทันใดนั้นองครักษ์อีกสามคนก็พุ่งกระบี่ลงมาขวางแล้วตวัดกระบี่เป็นคลื่นพลังใส่ เขากระโดดถอยหลังพลิกตัวหนี้แล้วตวัดเก้าอี้มารับพลังแทน "น้องสี่ไม่เป็นอะไรนะ?" องครักษ์คนที่สี่ส่ายหัวตอบว่าไม่เป็นไร เขาวางเด็กไว้ที่โต๊ะและหันกลับมารับมือกับนักฆ่าพร้อมกันทั้งสี่คน
คนที่สี่ไม่รอช้าชักกระบี่ออกมาแล้วพุ่งใส่นักฆ่าทันที เขากระโดดข้ามหัวมาเพราะตั้งรับไม่ทัน พอข้ามาอีกสองคนก็แทงกระบี่เข้ามา เขาเอามือต้านกระบี่ไว้แล้วปัดออก แล้วซัดฝ่ามือใส่ทั้งสองคนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพง อีกสองคนพุ่งเข้ามาทั้งด้านหน้าและหลังเขากระโดดหมุนตัวหลบกลางอากาศ แล้วฉีกขาออกถีบไปที่หลังของทั้งคู่ ทั้งสี่คนกลับไปรวมตัวกันเพื่อตั้งหลัก "อ่าวๆ คิดอะไรอยู่ก็จงรีบซะ"
"ข้าให้โอกาศพวกเจ้าอีกครั้งเดียว" จากนั้นทั้งสี่ก็ตั้งท่ากระบี่สี่ประสาน พอนักฆ่าเห็นก็ตั้งท่ารับจากนั้นสองคนหน้าก็กลิ้งตัวเข้าไปฟันที่ขา แต่เขากระโดดหลบได้ทันใดนั้นอีกสองคนก็กระโดดมาทางด้านบนฟันลงมา เขาเอากันกระบี่ไว้ทำให้โดนกดลงไป ส่วนขาก็ถูกอีกสองคนขัดไว้ด้วยกระบี่ทั้งสี่ยกตัวเขาลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วโยนขึ้นเขาไปจากนั้นก็แทงกระบี่ขึ้นมาเพื่อจะปลิดชีพเขา แต่เขาพลิกตัวแล้วหันลงมาต้านกระบี่พวกนั้นไว้
ทั้งห้าคนต่างดันพลังกันไปกันมาอยู่นาน แต่ท้ายที่สุดนักฆ่ากำลังภายในแกร่งกว่า เลยดันพลังลงมาจนกระบี่ทั้งสี่เล่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เขาลงมาถึงพื้นรวบรวมพลังแล้วซัดฝ่ามือใส่ทั้งสี่คนพร้อมกัน ทั้งสี่กระเด็นขึ้นไปบนเวทีงิ้วและกระอักเลือดทุกคน จากนั้นเขาก็หันไปหาเด็กและเดินไปหาเขาจับเด็กนอนลงกับโต๊ะแล้วง้างมือจะซัดฝ่ามือใส่ แต่ทันใดนั้นเขาก็ถูกซัดด้วยพลังของใครบางคนไปกระแทกกับกำแพง เขากระเสือบกระสนลุกขึ้นมา
และกระอักเลือดออกมาเยอะมาก เขาพยายามมองหาว่าฝีมือใคร จากนั้นก็มีคนแก่คนนึงเดินถือไม้ไผ่ผูกน้ำเต้าถือไก่น่องใหญ่ออกมา แล้วมายืนกินต่อหน้าเขา "ตาแก่เจ้าเห็นมั้ยว่าใครทำข้า?" ตาแก่ไม่สนใจยืนกินไก่ต่อ "หูหนวกหรือไงไม่ได้ยินที่ข้าถามหรือ?" ตาแก่ก็ยังไม่ตอบยืนกินไก่จนหมดน่อง อยู่ดีๆตาแก่ก็ปากระดูกไก่ใส่หน้าของนักฆ่า นักฆ่าโมโหอย่างมากเลยเดินเข้ามาใกล้ๆ "มันจะมากไปแล้..." พูดยังไม่ทันจบตาแก่ก็อบน้ำ
ในน้ำเต้ามาพ้นใส่หน้า นักฆ่าทนไว้ซัดฝ่ามือใส่แต่ตาแก่เอนซ้ายหลบตามด้วยทางจากนั้นก็กระโดดเอาไม้ไผ่ดีที่หัว ทำให้นักฆ่าหมดความอดทนสุดๆ ได้รวบรวมลมปราณแล้วซัดฝากมือออกมา ตาแกเหน็บไม้ไว้ที่หลังแล้วเริ่มเดินลมปราณวาดมือทั้งสองข้างเป็นวงกลมแล้วรวมพลังไว้ที่มือขวาแล้วซัดฝ่ามือออกมา พลังฝ่ามือของตาแก่พุ่งทำลายพลังฝ่ามือของนักฆ่า และพุ่งต่อไปใส่ตัวของนักฆ่าที่อยู่ห่างกันถึงสองเมตร
แล้วโดนเต็มๆตัวของนักฆ่าทำให้เขากระเด็นตกน้ำหายไป จากนั้นตาแก่ก็เดินจากไปองครักษ์ทั้งสี่เลยรีบพยุ่งตัวกันขึ้นมา แล้วไปคุกเข่าขอบคุณตาแก่ "ขอบคุณท่านผู้อวุโส
ที่ช่วยเหลือพวกเราสี่พี่น้องไว้ พวกเราทั้งสี่ขอทราบชื่อเสียงเรียงนามของผู้อวุโสได้หรือไม่?" ตาแก่ยื่นมองหน้าทั้งสี่คนแล้วก้เดินทะลุพวกเขาไป "อย่างน้อยก็ช่วยบอกพวกเราได้มั้ยว่าที่นี่คือที่ใดกัน?" มีเสียงตอบกลับมาว่า "เมืองสยาม!!"
จากนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นหรือว่าเจอผู้เฒ่าคนนั้นอีกเลย........... "อาเหลียง...เลิกโม้ได้หรือยังว้า....มาช่วยนวดเส้นก๊วยเตี๋ยวนี่หน่อยเร็ว.... / ครับแปะ" ข้าได้เดินไปนวดเส้นก๊วยเตี๋ยวให้อาแปะเตรียมทำก๊วยเตี๋ยวให้ลูกค้า "ลื้อจะขี้โม้กับไอ้นิทานก่อนนอนนี่เยอะไปแล้วม้าง....เล่าซะเป็นตุเป็นตะเชียวเตรียมตัวล่ะเดี๋ยวลูกค้าจะเริ่มมากันแล้ว / ครับแปะ" ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเล่าแล้วทำไมผมถึงมีผ้าที่เขียนคำว่า
"เจ้าคือมังกรบูรพา เจ้าคือคนสุดท้ายของครอบครัว จงสู้และมีชีวิตรอด ต้องไม่ทรยศต่อผืนแผ่นดินที่เจ้าพึ่งพาอาศัย จงตอบแทนคุณแผ่นดินนั้นประดุจแผ่นดินเกิด" ล่ะแปะ.....
อารัมภบทยาวไปหน่อยครับต้องขอโทษด้วย แต่รับประกันความสนุกแน่นอน ถึงจะเปลี่ยนแนวแต่ ความมันและสนุกจะเพิ่มขึ้นแน่นอน
การรันตีจาก
Pencil45
twitter : @BigPing4
ไปตามได้เผื่อมีข่าวบอก และ จะได้พูดคุยกันได้
ความคิดเห็น