นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF (YURI) – My Absolutely Blooming

โดย LovePenguin

กลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ผสมผสานกลิ่นของผลไม้รสหวานอย่างลงตัว ลอยอวลอยู่จางๆ ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเธอคนนั้น ทำให้หัวใจของฉันเริ่มหวั่นไหว

ยอดวิวรวม

269

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


269

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ส.ค. 61 / 21:19 น.
นิยาย SF (YURI) – My Absolutely Blooming

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ส.ค. 61 / 21:19


คุณเชื่อไหมว่า การตกหลุมรักใครสักคน ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะความคิด การกระทำ หรือแม้แต่รสนิยม และความชอบ ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อคำกล่าวนั้นเลย จนกระทั่งมาเจอกับตัวเอง. . .


ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เกลียดน้ำหอมมากอย่างฉัน จะมีวันที่หลงใหลมัวเมาไปกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงระยับ จนเผลอซื้อมาตั้งไว้ดูเล่นเพียงแค่เพราะว่าคุ้นเคยกับกลิ่นของมัน และเหมือนคนที่เสพติดความหอมรัญจวนใจถึงขั้นที่วันไหนไม่ได้กลิ่นนั้น จะมีอาการหงุดหงิดกระวนกระวายคล้ายคนบ้า กลิ่นดอกไม้เมืองหนาวผสมผสานเข้ากับกลิ่นของผลไม้รสหวานอย่างลงตัว ลอยอวลอยู่จางๆ ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเธอคนนั้น

.

.

.

“ลำดับต่อไปหมายเลข 14 เชิญที่ห้องสัมภาษณ์ค่ะ”

ฉันเอ่ยขึ้นหลังได้รับสัญญาณจากหัวหน้าที่กำลังเข้าประชุมร่วมกับผู้บริหารให้เรียกคนที่มานั่งรอสัมภาษณ์งานรายต่อไป พลางมองไปยังคนที่ขานรับพร้อมกับลุกขึ้นเดินมาตรงที่ฉันยืนอยู่ เด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกระโปรงทรงสุภาพส่งยิ้มบางๆ มาให้ ทว่ารอยยิ้มที่สว่างไสวของคนตรงหน้ากลับทำให้ฉันตาพร่าจนได้แต่ยืนนิ่งงันไปชั่วครู่


น่ารัก


คำหนึ่งผุดขึ้นมาในสมอง น่าแปลกสำหรับคนที่ไม่เคยหวั่นไหวกับใครมาก่อนอย่างฉัน ที่พลันหัวใจก็เต้นเร็วแรงขึ้นมาเมื่อเผลอมองสบดวงตากลมโตใสแป๋วคู่นั้น เจ้าของร่างเล็กเดินมาหยุดนิ่งตรงหน้าฉัน เอ่ยถามเสียงเบาราวกระซิบ


“เข้าไปได้เลยไหมคะ”


“เอ่อ...อ๋อ เชิญค่ะ เข้าได้เลยค่ะ”

เพราะมัวแต่จ้องหน้าอีกฝ่าย จนเกือบลืมทำหน้าที่ของตัวเองไปเสียสนิท รีบกุลีกุจอไปเคาะประตูสองสามทีเพื่อขออนุญาต ก่อนจะเปิดประตูออกแล้วผายมือเป็นสัญญาณให้คนที่ยืนรออยู่หน้าห้องเข้าไปภายใน


“ขอบคุณนะคะ”

เด็กสาวหันมาส่งยิ้มให้แต่ในแววตานั้นเจือไว้ด้วยความขบขัน นั่นคงจะเป็นเพราะฉันเผลอแสดงท่าทางเงอะงะออกไปจนดูเหมือนไม่ใช่มืออาชีพเอาเสียเลยแน่ๆ ทั้งที่ตอนเรียกคิวผู้รอสัมภาษณ์สิบสามคนก่อนหน้านั้นก็ทำได้ตามปกติไม่มีอะไรที่ทำให้ออกอาการคล้ายกับเครื่องบินที่ตกหลุมอากาศอย่างนี้


“ขะ...ขอให้ เอ่อ ชะ...โชคดีในการสัมภาษณ์นะคะ”


คำพูดประโยคเดิมที่ใช้มาสิบสามครั้งตั้งแต่เช้านี้ กลายเป็นประโยคที่ตะกุกตะกักคล้ายเป็นเรื่องยากเย็นเสียเหลือเกินกว่าจะหลุดออกจากปากไปได้ รอยยิ้มที่ส่งมาให้จึงเหมือนจะกว้างกว่าเดิมหลายเท่านัก ก่อนที่เจ้าของรอยยิ้มจะก้าวเข้าไปภายในห้อง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่หวานละมุนราวกับผลไม้ จนเผลอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดอย่างลืมตัว ลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองเคยไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมมากแค่ไหน

.

.

.

“ฉันว่าแกต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ คนที่ไม่เคยใช้น้ำหอมเลยตลอดสามสิบกว่าปีที่เกิดมา จู่ๆ ก็ชวนมาซื้อน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้”


เสียงบ่นกระปอดกระแปดของเพื่อนรักในวัยเด็กเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าประหลาดใจราวกับถุงกระดาษในมือฉันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่แปดของโลกอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วภายในคือขวดน้ำหอมราคาแพงที่บรรจุไว้ในกล่องกำมะหยี่สุดหรูสมราคาตามโลโก้ของแบรนด์ที่ข้างถุง


“บ้าเบ้ออะไร แหมแกก็พูดเกินไป ฉันก็แค่อยากลองใช้ดูเหมือนคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง”

ฉันได้แต่ทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนเถียงเพื่อนสนิทกลับไปข้างๆ คูๆ ทั้งที่รู้ตัวดีว่าเหตุผลที่ตัดสินใจซื้อคืออะไร


“หึ! คนอื่นที่ไหน แกเคยสนใจโลกกับใครเขาด้วยเหรอ อย่าว่าแต่น้ำหอมเลย ขนาดเสื้อผ้าแกยังไม่เคยใส่ใจกับเรื่องแฟชั่นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับน้ำหอมที่แกเกลียดแสนเกลียด ต้องมาบ่นให้ฉันฟังจนหูชาทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟฟ้าแล้วเจอคนอาบน้ำหอมต่างน้ำมาน่ะ”


“ก็ไม่ได้บอกว่าชอบน้ำหอมนี่ ฉันแค่อยากลองใช้กลิ่นนี้เท่านั้นเองนี่นา ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยวะ”

สายตาของเพื่อนสนิทที่มองมายังฉันที่ยืนกอดถุงกระดาษในมือแนบกับอกไว้แน่น ชนิดศีรษะจรดปลายเท้าแล้ววกกลับขึ้นไปด้านบนใหม่ ก่อนจะกลอกตามองบนพร้อมกับถอนหายใจเสียงดัง จนผู้คนที่เดินผ่านไปมามองเราสองคนด้วยสายตาแปลกๆ กันไปหมดแล้ว


“โอ๊ย! เชื่อแกแมวก็ออกลูกเป็นไข่แล้ว บอกมาตรงๆ ดีกว่า เพราะน้องเบอร์สิบสี่อะไรของแกนั่นใช้น้ำหอมนี่ใช่ไหม แกถึงมาซื้อตามน้องเขาน่ะ เดี๋ยวนี้ทำตัวเป็นแฟนคลับตามติ่งแม้กระทั่งน้ำหอมที่ใช้เชียวเหรอวะ”


คล้ายถูกเพื่อนรู้ทัน ฉันจึงได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำเถียงกลับไปอย่างเคยไม่ได้ รู้อย่างนี้ไม่เล่าให้ฟังก็ดีหรอกว่าซื้ออะไรบ้างตามที่เห็นน้องเบอร์สิบสี่คนนั้นใช้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา หรือล่าสุดอย่างน้ำหอมในมือนี่ก็ด้วย ที่ผ่านมามันก็แค่อยากลองเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองดู แต่กับของที่เพิ่งซื้อวันนี้มันมีเหตุผลบางอย่างที่ต่างออกไปก็เท่านั้น เหตุผลที่ว่าน้องคนนั้นถูกส่งไปอบรมที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทถึงสามเดือน และฉันจะไม่ได้กลิ่นหอมๆ ที่โชยมาแตะจมูกเหมือนอย่างเคยตั้งนาน แค่ผ่านไปสองวันนี้ก็หงุดหงิดงุ่นง่านเป็นบ้า บางทีฉันคงเสพติดกลิ่นน้ำหอมของน้องไปแล้ว


“ช่างฉันเหอะน่า นี่มันก็เย็นมากแล้ว ขอบใจนะที่มาเป็นเพื่อน เรากลับบ้านกันเถอะ”

ฉันไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเพื่อนตัวดีที่รู้ทันไปเสียทุกอย่างอีกแล้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัวเอง แค่นึกถึงใบหน้าเนียนใสกับดวงตากลมโตนั่น หน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาราวกับกำลังจะเป็นไข้ คงเพราะวันนี้ประชุมติดต่อกันยาวนานเกินไปแถมแอร์ในห้องประชุมก็ยังหนาวอย่างกับอยู่ขั้วโลกเหนือขนาดนั้น จะเป็นหวัดขึ้นมาก็คงไม่แปลก


“เออๆ พอหมดประโยชน์ก็ทิ้งกันเลยนะ รีบกลับบ้านไปฉีดน้ำหอมของแกเลยไป ฉันมีนัดเล่นฟิตเนสกับเทรนเนอร์วันนี้ กลับดีๆ อย่ามัวแต่เหม่อจนนั่งรถไฟฟ้าเลยสถานีที่ต้องลงอีกล่ะ”

เพื่อนสนิทวัยเด็กส่ายหน้าน้อยๆ อย่างหมั่นไส้แกมเอือมระอาเหมือนอย่างทุกที ก่อนจะโบกมือไหวๆ แล้วเดินไปอีกทาง ทิ้งให้ฉันยืนคว้างอยู่กลางห้างสรรพสินค้าเพียงลำพัง


เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำหลังจากขึ้นห้องนอนมาก็คือเปิดขวดน้ำหอม กลิ่นผลไม้รสหวานที่คุ้นเคยแผ่กำจายลอยอวลอยู่ในอากาศ ฉันสูดกลิ่นนั้นเข้าปอดลึกๆ ราวกับโหยหามานาน ทว่า มีบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไป


“ไม่เหมือน...มันไม่ใช่กลิ่นแบบนี้นี่นา”

ฉันได้แต่เบ้หน้าแล้วรีบเดินไปเปิดหน้าต่างห้องให้อากาศถ่ายเท พลางใช้มือปัดๆ ไล่กลิ่นที่ตลบอบอวลชวนเวียนหัวในอากาศให้หายไป ทั้งที่มั่นใจว่าซื้อมาถูกต้องตามที่เคยแอบหลอกถามไว้แท้ๆ แต่พอลองฉีดในอากาศดูแล้ว ไม่เห็นจะหอมหวานเหมือนกับกลิ่นที่ลอยฟุ้งออกมาจากกายของเธอคนนั้นเลยสักนิด


“หรือว่าบางที...บางทีมันอาจจะเป็นคนละรุ่นกันก็ได้มั้ง”

คนไม่เคยใช้น้ำหอมแต่อยากจะลองใช้เพราะใครบางคนได้แต่บ่นกับตัวเอง แม้จะรู้สึกเสียดายเงินอยู่บ้างนิดหน่อย แต่เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยส่งข้อความไปลองแอบถามเจ้าตัวอีกทีแล้วกัน

.

.

.

ให้ตายเถอะ! ฉันนอนไม่หลับ


ไม่เคยมีครั้งไหนที่อยากเร่งวันเร่งคืน เร่งเวลาให้ถึงเช้าไวๆ จะได้รีบตื่นเช้าไปทำงานเหมือนอย่างคืนนี้เลยสักนิด ทั้งที่พรุ่งนี้ก็ไม่ได้มีประชุม หรืองานด่วนอะไรที่ต้องกังวลใจจนข่มตาให้หลับลงได้ยากมากมาย แต่ราวกับว่ามีบางเรื่องที่รบกวนจิตใจฉันอยู่ ผุดลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมากดเปิดเล่น หวังว่าจะช่วยทำให้รู้สึกง่วงได้บ้าง กดเข้าแอพลิเคชั่นยอดนิยมในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไล่สายตาไปตามสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ มีภาพของคนที่เคยกดติดตามเอาไว้มากมาย ทั้งภาพอาหารหน้าตาน่ารับประทานชวนให้ท้องหิว ภาพวิวทิวทัศน์อันแสนงดงาม ยังไม่รวมถึงภาพดาราศิลปินที่โปรโมทสินค้าหลากหลายแบรนด์ แต่ในบรรดาภาพเหล่านั้นกลับไม่มีอะไรที่เรียกความสนใจให้ฉันกดปุ่มรูปหัวใจส่งไปให้เจ้าของภาพได้เลย นับเป็นเรื่องดีเพราะมันทำให้รู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ช่างน่าเบื่อ ดวงตาเริ่มหนักและปรือลงทีละน้อยจนอยากจะล้มตัวลงนอนเต็มที แต่มือเจ้ากรรมดันเผลอสไลด์หน้าจอเลื่อนไปเจอภาพหนึ่งที่ทำให้ตาสว่างขึ้นมาทันใด


ภาพรอยยิ้มอันอ่อนหวานของสาวน้อยน่ารักคนนั้น ดวงตากลมโตสดใสที่จับจ้องมองมายังเลนส์กล้องคล้ายดังมีหมู่ดาวนับร้อยนับพันที่แข่งกันส่องแสงสว่างพร่างพรายเป็นประกายระยิบระยับในคืนจันทร์แรม ทำเอาฉันตาพร่า หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่ กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอหยุดหายใจไปนานสองนานก็ตอนที่ได้แต่อ้าปากพะงาบเหมือนคนที่ขาดอากาศหายใจเกือบตายนั่นล่ะ ได้แต่คิดวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่


ฉันว่าแกไม่ได้ชอบน้ำหอมอะไรนั่นหรอก แกชอบเด็กคนนั้นเข้าแล้วมากกว่า


เสียงของเพื่อนรักลอยแว่วเข้ามาในหู ฉันรีบกดปิดหน้าจอแล้ววางโทรศัพท์กลับคืนที่เดิมอย่างรวดเร็ว ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ หลับตาปี๋พยายามปฏิเสธคำที่เพื่อนบอกอยู่ในหัวซ้ำๆ แต่ยิ่งทำเท่าไร ภาพรอยยิ้มเมื่อครู่ก็ยิ่งติดตาติดตรึงอยู่ในสมองไม่เลือนหายไปเสียที พลันสายลมบางเบาจากเครื่องปรับอากาศก็พัดพาเอากลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในห้องนอนมาให้ฉันเผลอสูดดมเข้าเต็มปอดจนเคลิ้มไป ในที่สุดคืนนั้นฉันก็หลับสนิทสมดังใจแถมยังฝันดีอีกด้วย

.

.

.

ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยอารมณ์ที่สดใสเบิกบานเป็นพิเศษ แต่งหน้าแต่งตัวเตรียมไปทำงานด้วยความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนมายาวนานหลายชั่วโมง ทั้งที่ความจริงเพิ่งจะหลับตาลงได้เพียงแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงดีเท่านั้น ฉันหยิบขวดน้ำหอมรูปทรงสวยงามที่ภายในบรรจุน้ำสีชมพูใสขึ้นมาปะพรมลงบนร่างกาย กลิ่นหอมหวานนั้นทำให้นึกถึงภาพในความฝันแล้วได้แต่เผลอยิ้มกว้างจนเมื่อยแก้ม ท่ามกลางทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ที่มองออกไปได้ไกลจนสุดตา เด็กสาวคนนั้นส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างอ่อนโยน เราสองคนจับมือออกวิ่งไปด้วยกันบนผืนหญ้าอันอ่อนนุ่มด้วยเท้าเปล่า เสียงเล็กๆ ที่หัวเราะต่อกระซิกหยอกเย้ากันและกันอย่างร่าเริง ทำให้ฉันละสายตาไปจากใบหน้าเนียนนั้นไม่ได้เลย รู้สึกตัวอีกทีเสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นเสียแล้ว แม้ภาพต่างๆ ในความฝันจะเลือนหายไปบ้าง แต่ความรู้สึกอิ่มเอมในใจยังคงชัดเจน ฉันส่งยิ้มให้ตัวเองในกระจก


บางที...นั่นอาจเป็นคำตอบที่หัวใจรู้ดีอยู่แล้วก็เป็นได้

********************************************************************************************************************************************************


Writer's talk

สวัสดีค่า LovePenguin เองนะคะ ยังจำกันได้อยู่ไหม ห่างหายไปจากวงการนิยาย YURI นานพอสมควร พอจะกลับมาเขียนใหม่เลยต้องเคาะสนิมกันเยอะหน่อย ส่งเรื่องสั้นมาชิมลางก่อน เรื่องยาวขอดองอีกแป๊บ เดี๋ยวจะตามมาเร็วๆ นี้จ้า


สำหรับพลอตเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ความประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในออฟฟิศ เป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการไปทำงานของเราในทุกวันนี้ จริงๆ อยากบอกว่าอย่าเรียกว่านิยายเลย ให้เรียกว่าเป็นฟิคของ LovePenguin จะดีกว่า 555+ เพราะมันคงเป็นได้แค่ฟิคที่ไม่มีวันเป็นจริงไปได้ล่ะเนอะ ^^!

ใครอ่านแล้วช่วยคอมเม้นต์กันหน่อยนะคะว่ามันเป็นยังไงบ้าง จะได้มีกำลังใจในการแต่งเรื่องต่อไปเนอะ เพราะว่า "1 ความคิดเห็นของคนอ่าน คือ 1 กำลังใจที่สำคัญของนักเขียน"


ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ


ว่าแต่...จะไม่มีใครไปแอบตามหาน้องเบอร์สิบสี่ของเราใช่ไหม อย่านะ อย่าเลย เรากลัวแว้ววววว >_<



ผลงานอื่นๆ ของ LovePenguin

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 godzilla_gz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 08:11

    ชอบ อยากให้มีตอนต่อไป!
    #2
    2
    • #2-1 LovePenguin(จากตอนที่ 1)
      4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:16
      ขอบคุณค่า เดี๋ยวจะลองแต่งเป็นเรื่องยาวดูนะคะ
      #2-1
    • 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:26
      ไรท์สุโค่ยจะรอ!
      #2-2
  2. #1 roykam
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 22:06
    น่ารักค่ะ เป็นความแอบรักเล็กๆ ที่น่าหยิก บรรยายเรื่องน้ำหอมได้ดีจนเราเผลอสูดกลิ่น ชีวิตสาวออฟฟิศเนอะ
    #1
    1
    • 4 สิงหาคม 2561 / 22:19
      เย้!!! เม้นต์แรก ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ การแอบรักมันก็ทำให้หัวใจชุ่มชื่นดีเนาะ

      แต่...แต่สำหรับคนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างเราแล้วนั้น มันคือเรื่องต้องห้าม...ห้ามใจ ท่องไว้ๆๆ น้องงงง 555+
      #1-1