[FanFic Gintama Yaoi] Spirit สองจิตวิญญาณ

ตอนที่ 10 : 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 พ.ย. 60

09

นายอีกแล้ว นายเป็นใครกันแน่

พูดอะไรของนาย ไอบ้าเอ๊ย

 

                ร่างสูงยืนจ้องผู้ชายที่นั่งจับมือเล็กของทากาสุงิที่นอนหลับอยู่ เขาเดินเข้าไปหมายจะปัดมือชายคนนั้นให้ออกจากร่างเล็ก แต่ร่างกายก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กยิ่งกระชับมือของอีกคนให้แน่นขึ้น รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นจากชายร่างสูง มือใหญ่กำแน่นเขาขบกัดริมฝีปากคนเห็นแนวสันกรามได้อย่างชัดเจน

.

ป๊อก ป๊อก

.

                เสียงเห่าเล็กๆของซาดาฮารุปลุกให้ร่างสูงสะดุ้งขึ้นมา นัยน์สีแดงสบเข้ากับแว่นตาดำที่ก้มต่ำจนหน้าแทบจะชนกัน กินโทกิยกตัวขึ้นแล้วเอาหัวโขกอีกฝ่ายจนต้องลงไปนอนกุมหัวกันทั้งคู่

 

“มันเจ็บนะคินโทกิ ทำอะไรของนายเนี่ย”

“นั่นมันคำถามของฉันต่างหาก คิดจะทำอะไรของนาย”

“อ้อ เห็นนายไม่ตื่นสักที ทากาสุงิเองก็เรียกนายตั้งหลายครั้งแล้ว ฉันเลยคิดว่าต้องจูบเหมือนในนิทาน”

“นายควรไปเช็คสมองบ้างนะ”

 

                กินโทกิใช้ไม้ค้ำพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาพร้อมกับเสียงเปิดประตูหน้าบ้านที่ร่างเล็กเปิดเข้ามาพร้อมกับถุงอาหารในมือ ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนโซฟามองร่างเล็กที่หิ้วถุงเข้าไปในครัวและเดินออกมาพร้อมกับข้างของคนสามคนและสุนัขอีกหนึ่งตัว

.

.

.

                ช่วงเวลาบ่ายของวันร่างสูงใหญ่ของซากาโมโต้กำลังนอนเกลือกกลิ้งเล่นเกมบนสมาร์ทโฟนอยู่บนโซฟาเบด ข้างๆกันคือกินโทกิที่นอนเล่นอยู่กับซาดาฮารุ ร่างเล็กถอนหายใจปลงๆกับเพื่อนตัวใหญ่ที่ดูจะไร้ประโยชน์มากๆ เพราะตั้งแต่เมื่อคืนที่ซากาโมโต้มาที่บ้านจนตอนนี้นอกจากกิน นอน เล่น ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ

 

“ทัตสึมะ นายมาทำอะไรที่นี่กันแน่เนี่ย”

“ก็มาช่วยนายดูแลคินโทกิไง”

 

                ร่างสูงใหญ่ตอบคำถามทั้งที่ตาและมือกำลังจดจ่อกับเกมในสมาร์ทโฟนอยู่ พอเขาหันไปมองร่างสูงทันทีที่สบตากันอีกฝ่ายก็หลบตาทำเป็นไม่สนใจ

 

“ฉันขอขึ้นไปนอนพักข้างบนก่อนนะ ฝากที่เหลือด้วยนะทัตสึมะ”

“โอ้ ไว้ใจได้เลย”

 

ได้ตรงไหนล่ะ ไอ้บ้าเอ๊ย

 

                ร่างเล็กกรอกตาไปมาอย่างรู้สึกรำคาญแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสอง เสียงปิดประตูจากด้านบนดังขึ้นทำให้ร่างสูงใหญ่ของซากาโมโต้ก็วางโทรศัพท์ลงข้างๆตัวเขาพลิกตัวมานอนตะแคงหันหน้าเข้าหากินโทกิพลางยกมือมาเท้าหัวเอาไว้

 

“คินโทกิ นายพักนี้ดูจะเย็นชาไปหน่อยมั้ง”

“ป่าวนิ”

“นี่ไง ไอ้พูดคำตอบคำเนี่ยแหละที่ดูเย็นชาขึ้น”

“.....”

“นายเมื่อก่อนอยู่ห่างทากาสุงิไม่ได้เลยนะถ้าไม่จำเป็นน่ะ”

“นั่นมันเมื่อก่อน”

“ก่อนนายจะประสบอุบัติเหตุน่ะนะ”

“.....”

“ทากาสุงิเป็นเพื่อนของฉัน นายก็เป็นเพื่อนของฉัน ซึระด้วย”

“.....”

“แต่ว่านะคินโทกิ ถึงจะดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจแต่ถ้านายทำยังคอยทำให้เพื่อนของฉันเสียใจล่ะก็นะ”

“....แล้วไงล่ะ”

“ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้หรอก แต่ทั้งฉันกับซึระคงไม่มานั่งมองเฉยๆแบบนี้หรอก”

“.....”

“....ทากาสุงิจะซื้อขนมกินเล่นติดบ้านไว้บ้างมั้ยนะ”

 

                ซากาโมโต้พูดพลางส่งสายตาแข็งกร้าวมาให้กินโทกิก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงและท่าทีกลบเกลื่อนโดยลุกไปหาของในครัวแทน ร่างสูงจ้องกลับด้วยสายเอาเรื่องเช่นกันเขาใช้ไม่ค้ำพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วเดินตามร่างสูงใหญ่เข้าไปในครัว มือของกินโทกิกระชากไหล่ของเพื่อนให้หันมากลับมาอย่างแรง

.

เพล้ง!

.

                เสียงแก้วน้ำตกกระทบกับพื้นจนแตกปลุกให้ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแต่ความรู้สึกปวดหัวทำให้เขาชะงัก มือเล็กยกขึ้นมานวดขมับของตัวเองเบาๆ เสียงวิ่งตึงตังดังขึ้นและเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

                แสงสว่างที่สว่างขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ร่างเล็กต้องหรี่ตาลงและกระพริบๆสองสามทีเพื่อปรับสายตาและทันทีที่สายตาชินแสงนัยน์ตาสีเขียวคู่สวยก็สะท้อนภาพของร่างสูงที่ค่อยๆเดินเข้ามาหา

 

“กินโทกิ”

“เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งลงมานะเฮ้ย”

 

                ร่างเล็กเอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายอย่างแผ่ว เขารีบหย่อนเท้าลงกับพื้นแต่เสียงร้องเตือนอย่างร้อนรนก็ดังขึ้นทำให้เขาชะงักสายตาเลื่อนไปมองตรงพื้นเบื้องล่าง มีเศษแก้วแตกกระจัดกระจายเต็มพื้นพร้อมกับน้ำใสๆที่เจิ่งนองเต็มพื้น

 

“เดี๋ยวฉันจัดการเอง นายนอนดูฉันเก็บเศษแล้วไปเถอะ”

“กินโทกิ”

“คนป่วยก็นอนเฉยๆซะถ้านายลงเก็บเองมีหวังเลือดตกยางออกแน่ๆ ฉันทนเห็นเลือดนายหยดลงพื้นไม่ได้หรอกนะ”

“กิน....”

“นายนอนดิ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ปัดแก้วน้ำตกลงมาแตกได้นะ ถึงมันจะเป็นเพราะฉันวางไม่ดีเองก็เถอะ เฮ้ย!!

 

                ร่างเล็กกระโจนโถมตัวใส่ร่างสูงที่นั่งคุกเข่าเก็บเศษแก้ว มือใหญ่กำเศษแก้วในมือข้างนึงส่วนอีกข้างก็กอดเอวของอีกฝ่ายแล้วเอนตัวลงไปด้านหลัง

 

“โอ๊ย เจ็บๆๆ ทำอะไรของนายฮะ?”

“.....”

“ชินสุเกะ?”

“กินโทกิ”

 

                ร่างสูงระบายรอยยิ้มเมื่อรู้สึกแรงกอดที่แน่นขึ้น เขาปล่อยเศษแก้วออกจากมือเลือดสีแดงสดไหลหยดลงพื้น มือข้างที่ยังคงกอดเอวของร่างเล็กก็ออกแรงกอดให้แน่นยิ่งขึ้นแล้วค่อยๆใช้ศอกพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงกินโทกิเพิ่มแรงกอดเพื่อกดให้คนตัวเล็กขยับตัวเข้ามาใกล้จนเท้าเล็กของอีกฝ่ายมาเหยียบอยู่บนเท้าของตัวเอง

 

“ชินสุเกะคุง แบบนี้กินซังก็เก็บเศษแก้วไม่ได้นะสิ”

 

                น้ำเสียงทะเล้นเอ่ยหยอกร่างเล็กในอ้อมกอดที่ยังซุกหน้าลงกับไหล่ของเขา แขนยาวคลายออกจากเอวของอีกฝ่ายแต่แรงกอดจากแขนเรียวก็เพิ่มขึ้นทันทีที่รู้สึกอ้อมกอดที่ถูกคลายออก

 

“อย่าปล่อยฉันนะ”

“หึๆๆๆๆฮ่าๆๆๆ”

“หยุดหัวเราะนะเจ้าโง่”

“ฝันร้ายเหรอจ๊ะ ชินสุเกะคุง”

 

                ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาแว๊ดใส่เสียงหัวเราะของคนตัวสูงที่โยกตัวไปมาราวกับจะปลอบเด็กที่สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย มีใหญ่ลูบเบาๆที่เรือนผมสีเข้ม

 

“ไม่ปล่อยนายไปหรอกน่า ฉันไม่เคยต้องปล่อยให้นายอยู่คนเดียวเลยนิ”

.

.

.

                มือเล็กพันผ้าพันแผลที่มือใหญ่ข้างนึงของร่างสูง นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองอย่างรู้สึกผิดที่ตัวเองทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจนอีกฝ่ายเจ็บตัว หลังจากกลัดผ้าพันแผลเรียบแล้วมือเล็กก็ยกมือใหญ่ที่มีผ้าพันแผลมาแนบกับใบหน้าเขาหลับตาพริ้มรับความรู้สึกอบอุ่นจากมือของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีแดงจ้องมองภาพร่างเล็กตรงหน้าดูสายตาอ่อนโยน

 

“ถ้านายไม่สบายแล้วจะทำตัวน่ารักอย่างนี้ ฉันไม่อยากให้นายหายป่วยเลย”

“...ฉันกำลังฝันอยู่รึเปล่า”

“ถ้านายคิดว่ากำลังฝันอยู่แสดงว่านี่ความฝัน และถ้านายคิดว่านี่ความจริงแสดงว่านี่ก็คือความจริง”

“.....”

“ยังไงซะฉันตรงหน้านายก็เป็นตัวจริงของนายอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ”

“อื้อ”

.

เพล้ง

.

                เสียงแก้วน้ำตกกระทบกับพื้นจนแตกปลุกให้ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมา ขาเรียวที่หย่อนลงกับพื้นก็ต้องชะงักมองแม้ห้องจะมืดแต่ที่บนพื้นก็ไม่ได้มีเศษหรือแม้แต่น้ำเจิ่งนอง ทากาสุงิก้าวลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

.

.

                ในห้องครัวมือของกินโทกิกระชากไหล่ของเพื่อนให้หันมากลับมาอย่างแรงจนแก้วกระเบื้องในมือตกลงมาแตก นัยน์ตาสีแดงจ้องมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตาเกรี้ยวกราด กินโทกิเดินเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายโดยไม่สนฝ่าเท้าเปล่านั้นจะเหยียบเศษแก้วด้านล่างหรือไม่เขายกมือกระชากผมคนตรงหน้าให้ก้มมามองหน้าตรง

 

“ชินสุเกะเป็นของฉัน ฉันคือคนที่จะอยู่ข้างๆเขา”

 

                ร่างสูงเดินถอยหลังออกมา เท้าที่เต็มไปด้วยเลือดเดินย่ำบนพื้นราวกับไม่รู้สึกเจ็บ แต่พอเดินไปถึงหน้าประตูห้องครัวก็พอดีกับที่ร่างเล็กของทากาสุงิมายืนอยู่ที่หน้าประตูที่ขาเรียวมีซาดาฮารุที่ยืนแนบชิดตัวสั่นอยู่ ร่างเล็กล้มลงอุ้มลูกสุนัขนัยน์ตาสีเขียวเหลือบไปเห็นเท้าของร่างสูงที่เต็มไปด้วยเลือด

 

“เกิดอะไรขึ้นกินโทกิ ทัตสึมะ”

 

                นัยน์ตาสีแดงจ้องมองลูกสุนัขที่ถูกกอดไว้แนบอกของร่างเล็ก มือใหญ่ของร่างสูงผลักไหล่ของอีกฝ่ายแล้วเดินผ่านออกมา นัยน์ตาสีเขียวเลื่อนมามองเพื่อนที่ยืนอิงเคาน์เตอร์ห้องครัวอยู่ร่างสูงใหญ่หันมาสบตากับร่างเล็ก

 

“ไปดูกินโทกิเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง”

 

                ร่างเล็กยืนลังเลนิดหน่อยพอเห็นรอยยิ้มกว้างจากร่างสูงใหญ่เจ้าตัวเลยพยักหน้ารับแล้วเดินออกมาจากหน้าห้องครัว แม้ว่าเขาจะปล่อยเจ้าซาดาฮารุให้ลงเดินกับพื้นแต่เจ้าตัวน้อยก็คงเดินตามติดเขาไม่ห่าง

                ทากาสุงินั่งคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าร่างสูงมือเล็กยกเท้าที่โชกเลือดขึ้นมาเขาค่อยๆใช้ผ้าเช็ดเลือดออกจาดเท้าและกดรอบๆบริเวณฝ่าเท้าที่ถูกแก้วตำ

.

.

.

“ให้ตายสิ หมู่นี้พวกนายโผล่หน้ามาที่โรงพยาบาลบ่อยเกินไปแล้วนะ”

 

                เสียงบ่นพึมพำของเพื่อนร่างโปร่งบางดังขึ้นที่กวาดสายตามองเพื่อนสองคนที่คนหนึ่งมารักษาแผลกับอีกคนที่มาส่งห้องทำแผล หลังจากที่ร่างเล็กดึงเศษแก้วและทำความสะอาดแผลเรียบร้อยแล้วแต่เพราะฝ่าเท้าทั้งสองข้างค่อนข้างจะถูกเศษแก้วทิ่มหลายที่เลยทำให้เลือดไหลไม่หยุดจนต้องพาร่างสูงมาส่งโรงพยาบาล

 

“กินโทกิ ยิ่งนายทำตัวแบบนี้ทากาสุงิจะยิ่งเหนื่อยมากขึ้นนะ”

“.....”

“แล้วก็นายซากาโมโต้ ฉันให้นายไปช่วยทากาสุงิดูแลกินโทกิไม่ใช่ให้ไปเพิ่มปัญหา”

“ฮ่าๆโทษทีก็ฉันก็ทำสุดความสามารถแล้วนะ”

“ให้ตายสิ ทากาสุงิล่ะ”

“หมอนั่นดูซีดๆฉันเลยบอกว่าจะพาคินโทกิมาเองนะ”

“แทนที่หมอนั่นจะได้พักบ้างนะ เจ้าพวกไม่มีประโยชน์”

.

.

.

                หลังจากเช็ดพื้นจนสะอาดเรียบร้อยดีร่างเล็กของทากาสุงิก็มาซุกตัวนอนใต้ผ้าห่มที่ห้องนอนชั้นสองพร้อมกับเจ้าซาดาฮารุที่มานอนซุกอยู่ข้างๆ

 

“อย่าปล่อยฉันนะ กินโทกิ”

 

                ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่นหลังทำให้คนตัวเล็กเริ่มง่วงนอน เปลือกตาค่อยๆปิดลงภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราคือภาพเบลอๆของเจ้าซาดาฮารุที่จ้องมองเขาตาแป๋ว

_____________________________________________________________________________________________________

Talk : กลับมาแล้วหลังจากที่หายไปนานมากกกกกกกกก...ก ไม่รู้ว่ายังมีใครอ่านอยู่มั้ยแต่ก็ยังอยากลงให้จบ แฮร่! ก็เช่นเดิมสำหรับคนที่หลงเข้ามาอ่านสามารถคอมเม้นติชมได้ตามสะดวกเลยนะคะและก็ขอขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านเช่นกัน และหลังจากนี้จะรีบมาอัพต่อให้เร็วที่สุด (หากพบคำผิดคำตกสามารถแจ้งได้เลยนะคะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น