[FanFic Gintama Yaoi] Spirit สองจิตวิญญาณ

ตอนที่ 11 : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 พ.ย. 60

10

                ร่างสูงมองร่างเล็กนั่งเล่นกับซาดาฮารุอยู่บนพื้น วันนี้ร่างเล็กที่ดูจะอารมณ์ดีและผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อหลายวันที่ผ่านมา เสียงหัวเราะคิกคักและเสียงดุลูกหมาน้อยอย่างไม่จริงจังลอยมาเข้ามาในโสตประสาทของร่างสูง

 

“ชินสุเกะ น้ำ”

“อ่ะ เดี๋ยวไปเอามาให้นะ”

 

                กินโทกิตะโกนเรียกร่างเล็กด้วยเสียงไม่เบานักจนคนที่นั่งอยู่กับพื้นสะดุ้งตัวและรีบลุกเดินเข้าไปในครัว ร่างสูงมองไปที่เท้าของตัวเองที่ผ้าพันแพ้อยู่ทั้งสองข้างมือใหญ่หยิบไม้ค้ำที่วางไว้ข้างๆแล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นเดินตามเข้าไปในห้องครัว เสียงครางหงิงๆที่ใกล้กับทางเข้าห้องครัวทำให้เขาไปมองขายาวข้างซ้ายเตะเข้าที่กลางลำตัวของซาดาฮารุจนมันรีบวิ่งหนีออกไปหลบใต้โซฟา

 

“กินโทกิ ลุกมาทำไมไม่เจ็บแผลที่เท้ารึไง”

 

                ทากาสุงิที่เดินถือแก้วน้ำออกมาเห็นร่างสูงที่ยืนขวางประตูอยู่ ร่างสูงเดินดันคนตัวเล็กให้เดินถอยหลังไปเรื่อยๆจนแผ่นหลังไปชนกับเคาน์เตอร์อีกฝั่งของห้องมือใหญ่สัมผัสกับแก้มของร่างเล็ก

 

“มีอะไรรึเปล่า”

“วันนี้นายสนใจแต่ซาดาฮารุนะ”

“เห็นมันมาคลอเคลียเลยคิดว่ามันจะเหงา”

“แล้วฉันล่ะ”

“.....”

“ทั้งที่ปกติต้องเรียกหาฉันตลอดแท้ๆ”

 

                ร่างสูงเลื่อนมือลงมาจับข้อมือข้างที่ถือแก้วน้ำอยู่ของร่างเล็กแล้วดึงเข้าไปหาตัวเองก่อนจะค่อยๆดื่มน้ำโดยที่มือเล็กยังคอยจับแก้วอยู่ นัยน์ตาสีแดงปลายตามองอีกฝ่ายดวงตาของอีกคนที่สั่นระริก เขาละริมฝีปากออกจากแก้วน้ำคนตัวเล็กชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

 

“เรียกหาแต่ฉันเหมือนเมื่อก่อนนะเข้าใจมั้ย”

“.....”

“ฉันเองก็จะเรียกหาแต่นายเหมือนกัน”

 

                ร่างเล็กพลิกตัวหันหลังให้ร่างสูง หัวใจเขาเต้นระรัวแต่มันไม่ได้เต้นด้วยความรู้สึกเขินอายเหมือนเมื่ออย่างเคยเขากำลังรู้สึกกลัว มือเล็กวางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์แล้วบีบมันอย่างแรงราวกับว่าจะระบายความรู้สึกกดดันตอนนี้ออกไป

 

“ตอบฉันสิ ชินสุเกะ”

 

                ยิ่งพอหันหลังให้ร่างสูงก็ยิ่งขยับตัวให้แนบชิดกับตัวเขามากขึ้นไปอีก แขนขวาของร่างสูงกอดเอวของคนตัวเล็กเอาไว้ก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่ลาดของคนในอ้อมแขน

 

“ฉันคิดว่านายไม่ชอบที่จะเรียกหาฉัน”

“ไม่ใช่ซะหน่อย”

“.....”

“ชินสุเกะต้องคอยเรียกหาแต่ฉัน สนใจแค่ฉัน แค่ฉันก็พอ”

 

                ใบหน้าของร่างสูงคลอเคลียอยู่แถวซอกคอและใบหน้าของร่างเล็ก ท่อนแขนละออกจากเอวแล้วค่อยๆเลื่อนสูงขึ้นมามือใหญ่ลูบไล้บริเวณลำคอและกำเบาๆที่รอบลำคอเล็ก ร่างเล็กกำลังตัวสั่นทั้งนัยน์ตาสีเขียวคู่สวยสั่นไหว หัวใจเต้นถี่ระรัว มือทั้งสองข้างยิ่งบีบแก้วน้ำแรงขึ้นไปอีก

 

“เข้าใจนะ ชินสุเกะ”

“.....”

“เป็นอะไรไปตัวสั่นเชียว”

 

                น้ำเสียงทุ้มกระซิบเข้าที่ข้างๆใบหู มือขวาที่กำหลวมๆรอบคำคอค่อยๆเพิ่มแรงขึ้นทีละนิดและค่อยๆคลายออกทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา

 

“อ๊ะ!

 

                ร่างเล็กเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อฟันคมของร่างสูงกัดเข้าที่หลังต้นคอจนเกิดเป็นรอยฟันและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แขนเรียวยกขึ้นไปจับตรงที่โดนกัดและแทบจะทันทีมือใหญ่ก็กุมเข้าที่ข้อมือของเขา แรงบีบที่ข้อมืออย่างไม่ค่อยออมแรงทำให้เขาต้องพลิกตัวกลับไปมือข้างถูกจับไว้ถูกประคองโดยมือใหญ่ ร่างสูงก้มตัวลงมาทาบริมฝีปากลงกับหลังมือเล็กโดยที่นัยน์ตาสีแดงนั้นยังคงจ้องมองมาที่ร่างตรงหน้า

 

“ออกไปกันเถอะ ฉันอยากนั่งคุยเล่นแบบสบายๆกับนายนะ”

.

.

.

                ที่โซฟาเบดร่างสูงกำลังนั่งคลอเคลียกับร่างเล็กที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆอย่างใกล้ชิด มือขวาสัมผัสกับผิวแก้มและใช้นิ้วโป้งรูปไล้เบาๆ ริมฝีปากของร่างสูงขบเม้มเข้าที่ลำคอจนเกิดรอยแดงใบหน้านั้นขยับขึ้นมาคลอเคลียกับใบหน้าของอีกฝ่าย

 

“กิน...กินโทกิ”

“หืม?”

 

                ร่างสูงขานรับเสียงเรียกโดยริมฝีปากนั้นยังคลอเคลียอยู่กับใบหน้าของร่างเล็ก แขนขวาตวัดเกี่ยวเอวเล็กให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาเบียดชิดกับตัวเองมากยิ่งขึ้น

 

“นาย...บอกว่าอยากจะ...คุยเล่นกัน”

“พูดมาสิ เล่าเรื่องของนายให้ฉันฟัง”

“พอ พอก่อนนะ ฉันรู้ไม่ค่อยดี”

 

                แผ่นหลังเล็กสัมผัสกับพื้นผิวของโซฟาและลำคอของเขาก็ถูกมือใหญ่จับเอาไว้แล้วออกแรงบีบเบาๆ นัยน์ตาสีเขียวสวยเลื่อนไปสบเข้ากับดวงตาสีแดงที่มองมาด้วยสายตาตัดพ้อ มือเล็กจับมือของร่างสูงแล้วดันให้ออกห่างจากลำคอของตัวเอง

                มือใหญ่ที่ถูกดันออกจากลำคอของอีกฝ่าย ร่างสูงรู้สึกถึงแรงต่อต้านจากร่างเบื้องล่างแล้วยิ่งรู้สึกเจ็บปวดเข้าไปอีก มือขวารวบมือทั้งสองข้างของร่างเล็กเอาไว้แล้วใช้แขนซ้ายข้างที่ใส่เฝือกกดเข้าที่ลำคออีกฝ่าย นัยน์ตาสีเขียวค่อยๆปรือลงราวกับว่าจะยอมแพ้

.

แปะ

.

หยดน้ำตาของร่างด้านบนหยดลงบนใบหน้าของร่างเล็ก แรงกดของแขนซ้ายที่ลำคอคลายลงแต่มือขวาที่ยังรวบมือของเขาเอาไว้ไม่ได้คลายออกตาม

 

“เพราะอะไรถึงรู้สึกไม่ดีล่ะ ชินสุเกะ”

“.....”

“เพราะไม่สบายเหรอ”

“..ป่าว”

“งั้นก็เพราะฉัน”

“..ไม่ใช่ คือ”

“จะโกหกทำไมล่ะ”

“.....”

 

                มือขวาปล่อยจากมือทั้งสองข้างที่รวบไว้แล้วใช้หลังมือตบเข้าที่ใบหน้าของร่างด้านใต้จนมุมปากแตก ร่างสูงผละตัวออกห่างและหายใจเข้าออกแรงๆราวกับระงับอารมณ์ตัวเอง ร่างเล็กค่อยๆลุกขึ้นนั่งสายตามองไปยังอีกฝ่ายอย่างระแวง

 

“ชินสุเกะ ทำไมถึงรู้สึกไม่ดีเวลาอยู่กับฉัน”

“.....”

“รังเกียจเหรอ กลัวเหรอ หรือว่าทั้งสองอย่าง”

“.....”

“ตอบมาสิ เป็นใบ้เหรอ!?”

 

                ร่างสูงตวาดพร้อมกับขว้างปาข้าวของต่างๆนาๆที่อยู่ใกล้มือลงพื้น นัยน์ตาสีแดงตวัดหันกลับมามองร่างเล็กนั่งหลบสายตาอยู่ข้าง

 

“..แค่รู้สึกว่านายเปลี่ยนไป”

“ตรงไหนล่ะที่เปลี่ยน”

“.....”

“หน้าตานี้ไม่ใช่กินโทกิรึไง เสียงนี้ไม่ใช่กินโทกิรึไง ตรงไหนล่ะที่เปลี่ยนไป”

“..ฉันไม่รู้”

“บ้าเอ๊ย!!!

 

                กินโทกิลุกขึ้นเดินไปดึงรูปที่แขวนอยู่ตรงผนังลงมา เขาจ้องมองรูปภาพนั้นด้วยสายตาเครียดแค้นมือใหญ่ปารูปลงกับพื้น      เสียงแตกของกระจกบนกรอบรูปแล้วตัวตอบที่ปริออกและมีรอยร้าวเล็กน้อยรูปภาพที่อยู่กรอบหลุดออกมาด้านนอก ร่างสูงก้มลงหยิบรูปภาพขึ้นมาแล้วยื่นให้ร่างเล็ก

 

“ฉีดทิ้งสิ ชินสุเกะ”

“กินโทกิ”

“ฉีดมันทิ้งสิ”

“ขอล่ะ อย่าเลยนายชอบรูปนี้มากเลยนะ”

“นายมัวแต่ยึดติดกับฉันก่อนหน้านี้ ถ้าลืมๆมันไปซะนายก็รู้สึกดีกับฉันในตอนนี้เอง”

“ฉันทำมันไม่ได้หรอก และก็ไม่ยอมให้นายฉีกมันด้วย”

 

                ทากาสุงิแย่งรูปภาพมาไว้กับตัวเอง เขาเตรียมจะลุกหนีแต่แขนของอีกฝ่ายก็ยื่นมากระชากเรือนผมสีเข้มเอาไว้จนเสียหลักล้มลง ร่างเล็กกอดรูปภาพไว้แนบกับอกของตัวเอง

 

“ฉันอยากให้นายกลับมา ฉันต้องการกินโทกิคนเดิม!!

 

                ความอบอุ่นที่ด้านหลังทำให้ร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของร่างสูงที่ประดับรอยยิ้มอ่อนโยน แขนยาวที่โอบเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยน นัยน์ตาสีแดงที่จ้องมองใบหน้าของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่

 

“กินโทกิ”

“นายจะให้ฉันกลับไปไหนล่ะ ก็เคยบอกแล้วนิ ฉันไม่เคยต้องปล่อยให้นายอยู่คนเดียว

 

                มือใหญ่แตะเบาๆที่แผลตรงมุมปากนัยน์ตาสีแดงมองสำรวจร่างตรงหน้า ร่างเล็กจ้องมองร่างสูงตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสน ท่อนแขนเรียวยื่นใบสัมผัสกับใบหน้าอีกฝ่าย

.

ป๊อก

.

                เสียงเห่าของเจ้าซาดาฮารุที่ถูกลืมเรียกสติของทั้งคนที่จ้องมองกันอยู่เงียบๆ ร่างสูงหัวเราะเบาๆแล้วยื่นมือไปลูบหัวลูกสุนัขสีขาวตัวน้อยที่นั่งหลับตาพริ้มทันทีที่ถูกสัมผัส

 

“ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนายเยอะแยะเลย”

 

                ร่างสูงพูดนำขึ้นมาโดยที่ไม่ได้หันไปมองร่างเล็ก เขาละมือออกจากหัวของลูกสนุขตัวน้อยแล้วลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือไปให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่กับพื้น

 

“ก่อนอื่นก็ซองเอกสารของฉัน อันที่ฉันจะอ่านให้นายฟังตอนที่ฉันอยู่ในโรงพยาบาล”

 

                ทากาสุงิยืนมองร่างสูงที่กำลังท่าค้นหาของในกองหนังสือที่เขาเคยขนลงมาให้กินโทกิอ่านตอนกลางคืนเวลาที่เขาออกไปทำงาน แค่แปปเดียวมือใหญ่ก็ชูซองเอกสารขึ้นมาแล้วยื่นให้ร่างเล็ก

 

“เปิดอ่านมันสิ”

 

                เขาทำตามอย่างว่าง่ายมือทำการเปิดซองเอกสารแล้วหยิบกระดาษเอสี่ออกมา แต่ว่ามันว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่บนกระดาษแม้แต่เพียงรอยหมึก เขาเลื่อนสายตาขึ้นไปสบมองกับคนตรงหน้า

 

“นั่นคือความรู้สึกของฉันที่มีต่อนาย”

“..ว่างเปล่ารึไง”

“ป่าว มันเขียนออกมาไม่ได้ต่างหาก”

“.....”

“เปิดซองดูอีกทีสิ”

 

                ร่างเล็กเปิดซองออกกว้างและล้วงมือเข้าไปข้างในสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่เล็กและเย็น เขาหยิบมันออกมาดู

                แหวนคู่ที่เป็นทองคำขาวแบบเรียบๆ

                ร่างสูงหยิบแหวนในมือของร่างเล็กมาไว้กับตัวเอง เขาก้มหน้าลงและขยี้หัวตัวเองแรงๆพลางถอนหายใจออกมา

 

“แต่งงานกับฉันนะชินสุเกะ ถึงเราจะอยู่ด้วยกันมาก่อนแล้วก็เถอะ แต่ฉันก็อยากจัดงานแต่งกับนายอยากจะขอนายแต่งงานต่อหน้าคนเยอะๆ อยากจะให้ทุกคนได้รู้ว่านายเป็นของฉัน”

“เจ้าโง่ ไม่ต้องทำแบบนั้นฉันก็เป็นของนายอยู่แล้ว”

“ยื่นมือมาสิ”

 

                ร่างเล็กยื่นมือออกไปด้านหน้าโดยที่ร่างสูงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายให้ มันไม่พอดีและค่อนข้างหลวม นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองใบหน้าที่เหมือนจะมีเสียงแตกเพล้งดังออกมาแล้วหัวเราะออกมา

 

“นายเนี่ยแย่จริงๆ ไซส์นิ้วของฉันก็ไม่รู้เนี่ยนะ”

“คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้บ้างแหละ”

“ทั้งๆที่นายมักจะละเอียดอ่อนกับเรื่องกับของฉันแท้ๆย้อนแย้งกันจริงๆ”

“ผิดหวังรึไง”

“ป่าว ดีใจที่สุดเลยล่ะถ้าพวกซึระมาเป็นสักขีพยานด้วยก็คงดี”

“สักขีพยานก็มีอยู่หนึ่งตัวตรงนี้แล้วไง”

 

                ทั้งสองคนหันไปมองลูกสุนัขตัวน้อยที่นั่งจ้องมาทางพวกเขาทางแป๋วแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกันๆ ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้กับร่างเล็กและรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้

 

“งั้นแหวนของฉันฝากไว้กับนายจนกว่าจะถอดไอ้เฝือกบ้าๆนี่ออกแล้วกันนะ อย่าทำหายล่ะ”

“ฉันเก็บของเรียบร้อยผิดกับนายนะ”

“ฮ่าๆนั่นสินะก็เป็นเมียที่ดีนิ”

“เจ้าบ้ากินโทกิ”

“งั้นต่อไปมาคุยกันเรื่องของฉันนะ”

 

                นัยน์ตาสีแดงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง ร่างสูงส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับร่างเล็กที่ดูเหมือนจะเกร็งตัวขึ้นมาและมือใหญ่ลูบหัวอีกฝ่ายอย่างปลอบโยน ทากาสุงิจ้องอีกฝ่ายกลับแล้วระบายรอยยิ้มให้กับอีกฝ่ายเช่นกัน

_____________________________________________________________________________________________________

Talk : กลับมาลงต่อแล้วจ้าเป็นตอนที่คิดว่าแย่ที่สุดเท่าที่เคยแต่งมาเลยเขียนๆลบๆบ่อยมาก อันนี้คือความรู้สึกที่อยากจะสื่อออกมาในการเขียนแต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ดีพอเท่าไหร่ยังไงก็จะพยายามแก้ไขแล้วปรับปรุงต่อไปนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #8 ดอ ชฎา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 20:11
    มีความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่คุณกิน ใครก็ไม่รู้สิงร่างคุณกิน 555 แล้วยังความรู้สึกแปลกๆ ที่ใครก็ไม่รู้ว่ายุ่งกับทากะแต่มองไม่เห็นนั่นอีกล่ะ อาจจะเป็นคุณกินตัวจริงก็ได้ ถถถถ
    #8
    0