คัดลอกลิงก์เเล้ว

[GINTAMA] KAMUI X SOYO The Future

โดย Libran

“คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ เมื่อเช้าฉันหวาดกลัวคุณ แต่ตอนนี้ความคิดของฉันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ” by Soyo [END] [END]

ยอดวิวรวม

1,630

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


1,630

ความคิดเห็น


21

คนติดตาม


63
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.ย. 61 / 01:03 น.
นิยาย [GINTAMA] KAMUI X SOYO The Future

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
YATO KAMUI
เอเลี่ยนฮันเตอร์รุ่นใหม่ไฟแรง มาโลกมนุษย์เพื่อมาเยี่ยมน้องสาวคนเดียวของตน






TOKUGAWA SOYO
อดีตท่านหญิงแห่งเอโดะ เพื่อนซี้ปึ๊กของคางุระ







หลังลบนิยายเรื่องเก่าไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แม้แต่พล๊อตก็หายเกลี้ยงด้วยผลของการกำจัดไวรัส ทำให้ตอนนี้ต้องเริ่มจากศูนย์ใหม่อีกรอบค่ะ 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.ย. 61 / 01:03


ฉบับรีไรท์ครั้งที่ ๒


 

ชั้นชื่อ โทกุงาว่า โซโยะ อดีตท่านหญิงและน้องสาวคนเดียวของโชกุน โทกุงาว่า ชิเงะชิเงะ โชกุนรุ่นที่สิบสี่แห่งรัฐบาลบาคุฟุ เมื่อหลายปีก่อนได้เกิดเหตุการณ์แย่งชิงอำนาจ ทำให้ท่านพี่ชิเงะชิเงะต้องหลบหนีไปต่างเมือง และเสียชีวิตจากการลอบวางยาพิษในเวลาต่อมา

ฉันเสียใจกับการจากไปของท่านพี่มาก ฉันผู้เป็นน้องสาวนั้น ไม่มีสิทธิเสียงอยู่ในบาคุฟุ หลังจากนั้นก็เริ่มใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาสามัญ โดยมีเพียงข้ารับใช้คนสนิทติดตามมา

ถึงตระกูลโทกุงาว่าจะตกต่ำลง แต่การเป็นอยู่ไม่ได้ขัดสนเนื่องจากสมบัติที่ดินมากมายที่รุ่นก่อนๆ ทำไว้...ยังคงเป็นชนชั้นสูง ที่มีเพียงชื่อประดับ

ญาติห่างๆ พาฉันไปดูแล ในเวลานั้นฉันยังคงเป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบกว่าๆ ชีวิตต่อจากนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉันเริ่มทำใจกับเรื่องของพี่ชายได้แล้ว และใช้เวลาว่างในการศึกษาเรื่องต่างๆ ที่สมัยก่อนฉันไม่อาจทำได้

เริ่มไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่น มีเพื่อนมากมาย ฉันโด่งดังในโรงเรียนไม่น้อย มีคนเข้าหาเพื่อผลประโยชน์ก็เยอะ ฉันได้เริ่มใช้ชีวิตอย่างแท้จริงที่นั้น...

ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะมีเพื่อนมากมาย แต่เพื่อนที่สนิทและเข้าใจมากที่สุดก็คือคางุระจังอยู่ดี เราเขียนจดหมายหากันบ่อยๆ เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมากมาย นานแล้วที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน ฉันได้รับข่าวว่าเพื่อนของฉันตกลงคบกับคุณโอคิตะ จึงรีบเขียนจดหมายแสดงความยินดีส่งไปให้ คู่นี้เขากัดกันมานานจริงๆ กว่าจะรู้ใจตัวเอง

ฉันเรียนจบชั้นมัธยมปลายตัดสินใจศึกษาต่อในสาขาเฉพาะทาง เวลานั้นเป็นช่วงปิดเทอมในที่สุดก็ได้มีเวลานัดเจอกับคางุระสักที ฉันมาเอโดะที่ไม่ได้มานานนั่งรอคางุระที่ร้านขนมหวาน

เค้กหลายชิ้นตรงหน้าทำให้ฉันมีความสุขกับการละเมียดชิมแต่ละชิ้น พร้อมนั่งชมทิวทัศน์ของเอโดะที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป ช้าจังเลย... ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา คิดว่าคางุระน่าจะติดธุระ จึงนั่งรอต่อไป เค้กบนโต๊ะเริ่มหายลงไปในกระเพาะช้าๆ เริ่มกลุ้มใจว่าจะหมดก่อนคางุระมา จึงตัดสินใจวางซ้อมลง

อืม อ่านหนังสือฆ่าเวลาดีกว่า...

ปึก!

หลังจากก้มหน้าลงอ่านตัวอักษรบนแผ่นกระดาษสักพัก เสียงอีกฝั่งนึ่งของโต๊ะเรียกความสนใจฉัน เมื่อคิดว่าเป็นคนที่นั่งรออยู่ จึงเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพืชสมุนไพรพิษทั่วโลกเอ่ยว่า คางุระ ไม่ได้เจอ...เอ๊ะ!?

ริมฝีปากที่โค้งขึ้นชะงัก คนตรงหน้าใส่ชุดสไตล์จีนสีทึบ ผมยาวสีส้มอมแดงถักเปียเดียว ดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับมหาสมุทร ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มประดับ ถึงจะคล้ายกับคางุระขนาดไหนแต่ไม่ใช่เธอ... เมื่อคนตรงหน้าเป็นผู้ชาย รูปร่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉันเคยพบเขาเมื่อหลายปีก่อนแต่จำได้ไม่ลืม ว่าหวาดกลัวคนคนนี้ขนาดไหน พี่ชายแท้ๆ ของคางุระจัง

...คุณคามุอิ

ไงชายหนุ่มทักด้วยรอยยิ้มประจำ เขาไม่รอให้ฉันพูดอะไรก็นั่งลงแล้วเริ่มจัดการขนมบนโต๊ะอย่างหิวโหย ฉันอึ้งเมื่อเจอกับคนที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอกันอีก

ในจดหมายคางุระเล่าถึงพี่ชายตัวเองที่ได้กลับตัวกลับใจ ด้วยความช่วยเหลือของทุกคน และกลายเป็นเอเลี่ยนฮันเตอร์ต่อสู้กับความชั่วร้ายทั่วอวกาศ ด้วยสายเลือดยาโตะในตัวไม่อาจอยู่เฉยๆ และความบ้าเลือดชื่นชอบความแข่งแกร่งเป็นนิสัยไม่ได้หายไป ฉันคิดว่างานเอเลี่ยนฮันเตอร์ เป็นงานที่เหมาะสมกับเขามากเลยล่ะ

ค คุณคามุอิ!” เสียงสั่นเทาเมื่อเรียกชื่ออีกฝ่าย เป็นปฏิกิริยาที่ฉันไม่ตั้งใจให้เกิดขึ้น แต่ภาพการเจอกันครั้งแรกนั้นช่างติดตาจนเผลอแสดงความหวาดกลัวในใจออกมา

ถึงจะรู้ว่าเขากลับตัวกลับใจแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ฉันทำตัวเป็นปกติได้ เมื่อไม่รู้จุดประสงค์การมาของเขา

ชายหนุ่มผมเปียสนใจแต่ขนมหวานตรงหน้า เขากินเค้กสามปอนด์ที่ฉันสั่งมาเพื่อต้อนรับคางุระเป็นพิเศษไปครึ่งก้อนด้วยความเร็วที่น่าทึ้ง ก่อนยกน้ำขึ้นดื่มและวางช้อนลง จ้องฉันที่หลังพิงเก้าอี้นั่งให้ห่างมากที่สุด

น่าแปลกที่อดีตท่านหญิงกล้ามาที่เมืองเอโดะคนเดียว ไม่กลัวใครลอบทำร้ายรึไงคามุอิพูด เขาเคาะโต๊ะกวาดสายตามองรอบตัวราวกับหาสิ่งผิดปกติในร้าน

ฉะ ฉัน...สมองประมวลผลคำพูดนั้นเชื่องช้า ราวกับมีบางอย่างอุดตันในระบบความคิด ประกอบกับความไม่ไว้วางใจทำให้ฉันเลือกจะเงียบต่อไป

ชายหนุ่มตรงหน้ามีแผ่รังสีอันตรายออกมาตลอดเวลา ช่างไม่เข้ากับร้านขนมหวานแม้แต่น้อย คนในร้านร่วมถึงพนักงานยังลอบมองมาที่โต๊ะนี่บ่อยๆ ฉันได้แต่หวังว่าเขาจะไม่รำคาญสายตาคนพวกนั้นแล้วจัดการคนในร้านทั้งหมดในทีเดียว

ทันใดนั้นเอง คามุอิลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าไปหาพนักงานชายคนหนึ่ง และวินาทีต่อมามือแกร่งก็คว้าคออีกฝ่ายยกขึ้นช้าๆ จนขาลอยจากพื้น คนในร้านเห็นฉากนั้นก็กรี๊ดร้องด้วยความตกใจ ฉันเบิกตากว้างผุดลุกขึ้นจากที่นั่ง

เหมือนสิ่งที่คิดจะกลายเป็นจริงซะแล้ว!

มีพนักงานและลูกค้าที่ช่วยกันเข้ามาล้อมเพื่อช่วยเหลือพนักงานดวงซวยคนนั้นอย่างสุดความสามารถ แต่พอเข้าใกล้ก็โดนดีดกระเด็นถอยหลังราวกับถูกโจมตีด้วยพลังภายใน คามุอิกระชากคอเสื้อของผู้หวังดีแถวนั้นขึ้นมา คนทั้งสองในเงื้อมือมัจจุราชพยายามดิ้นรนหลบหนีสุดความสามารถ

คุณคามุอิ ทำอะไรคะ!” พอฉันเห็นท่าไม่ดีก็ถลาไปเรียกเขา แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้มากกว่าระยะห่างหนึ่งเมตร ชายหนุ่มหันมาเอียงคอเล็กน้อย ด้วยใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรขัดกับสองมือที่กำรอบคอผู้เคราะห์ร้าย

ไม่รู้เหรอ เธอกำลังโดนหมายหัวจากพวกนี้นะ ท่านหญิงฉันตกใจระคนสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน มองคนที่อยู่ในกำมือของชายหนุ่ม ในเหตุการณ์ตื่นตระหนกนั้นฉันเหลือบเห็นบางคนวิ่งหนีออกจากร้านไป

ฉันโดนหมายหัวงั้นเหรอ... เพราะอะไรล่ะ ฉันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่น่า หลายปีผ่านมาฉันก็ใช้ชีวิตอย่างปกติ หรือเพราะฉันกลับมาที่เมืองเอโดะเลยทำให้บางกลุ่มเริ่มเคลื่อนไหว...

ฉันผู้เป็นน้องสาวของอดีตโชกุนแห่งเอโดะ...

จับตัวไปแก้แค้น...เรียกค่าไถ่...ทรมานร่างกาย...

ฉันนึกได้ทันที ถึงแม้ตระกูลโทกุงาวาจะไม่มีอำนาจเท่าเมื่อก่อน แต่กระกูลของฉันก็เป็นชนชั้นสูง เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ไม่ว่ากับใครก็ตาม...

โจรสองคนที่ครั้งแรกคิดว่าเป็นผู้เคราะห์ร้ายเริ่มมีท่าทางรุนแรงขึ้น แต่ก็ไม่อาจหลุดรอดออกจากกรงเล็บของยาโตะหนุ่ม ใบหน้าซีดเซียวทำให้รู้ว่าใกล้หมดลมหายใจเต็มที

ฉะ ฉันจะโทรเรียกตำรวจ คุณคามุอิอย่าเพิ่งทำอะไรทั้งสองคน รอให้ตำรวจมาจัดการต่อดีกว่านะคะไม่ว่าเปล่าฉันหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าข้างตัว แล้วยกหูขึ้นโทรหาหมายเลขฉุกเฉินทันที ยังคงมองชายหนุ่มไม่ละสายตาเพื่อสังเกตว่าเขายอมปล่อยโจรพวกนั้นหรือไม่

สวัสดีค่ะ ที่นี่มีโจรลักพาตัวสองคน ช่วยมาด่วนเลยนะคะก่อนที่โจรพวกนั้นจะถูกยาโตะจัดการฉันรัวคำพูดด้วยหัวใจระทึก

คามุอิได้ยินส่งเสียงหัวเราะออกมา ฉันบอกสถานที่ให้ปลายสายรับรู้แล้ววางสายลง มองเขาอย่างหวาดๆ บอกเป็นนัยว่าปล่อยโจรพวกนั้นได้แล้ว คามุอิหันไปมองสองคนนั้นแล้วจัดการโขกหัวพวกมันลงพื้นขัดเงาเบื้องล่าง โจรทั้งสองแน่นิ่งไปพร้อมเลือดที่ไหลออกมา ฉันตกใจจนเผลอยกมือขึ้นปิดปาก เพราะตัวการยืนอยู่ทำให้ไม่กล้าเข้าไปดูชัดๆ ว่าโจรพวกนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

พวกนั้นเล่นวางยาสลบช้างลงไปในเค้กของเธอเชียวนะ คงอยากให้เธอหลับไม่ตื่นอีกเลยล่ะมั้งคามุอิเอ่ยเรียบๆ ก่อนก้าวข้ามร่างพวกนั้นมาหา 

ฉันกลืนน้ำลายลง “ฉันไม่เป็นไร

แน่อยู่แล้ว คนที่โดนคือฉันต่างหากคามุอิว่าอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนมองเค้กที่กินไปเพียงเดียวด้วยสายตาเย็นชา

คุณโดนวางยา!? รู้สึกอย่างไรบ้างคะ รอก่อน ฉันจะรีบโทรเรียกรถพยาบาลให้มาที่นี่!!” ฉันกังวลว่าพี่ชายของเพื่อนสนิทจะเป็นอะไรไปเพราะตัวเองเป็นสาเหตุ รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็โดนชายหนุ่มเข้ามาประชิด ก่อนปัดมือของฉันลง

“อย่าทำเรื่องเอิกเกริก ฉันไม่เป็นอะไรทั้งนั้น” เขาหันพูดกับพนักงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล ช่วยบอกตำรวจด้วยว่ายังมีพวกที่หนีรอดอยู่ อย่าให้ฉันเจอพวกมันอีกครั้ง เพราะพวกมันจะตายคามือฉันแน่”

คามุอิพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มขัดแย้งกับคำพูดสิ้นเชิง ก่อนเดินจากไป ฉันมองเขาสลับกับโจรสองคนนั้น แล้วตัดสินใจวางเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะ วิ่งตามชายหนุ่มออกจากร้านไป

สิ่งที่ได้เห็นในวันนี้ทำให้ฉันรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ ยังคงเป็นคนน่ากลัวเหมือนเดิม...

แต่ว่า...เขาก็ช่วยฉันไว้ นี่คงเป็นสิ่งที่ต่างจากครั้งแรกที่เจอกันล่ะมั้ง

ฉันเดินตามแผ่นหลังกว้างด้วยความหนักใจ เขาบอกว่าโดนยาสลบเข้าไปแต่กลับไม่เป็นอะไร และห้ามไม่ให้ฉันโทรเรียกรถพยาบาลอีก แทนที่ฉันจะหนีไปกลับเดินตามหลังเขา เพื่อแน่ใจว่าเขาไม่เป็นไรจริงๆ

ฉันควรพูดขอบคุณเขา...

คุณคามุอิคะ ฉัน เอ่อ..ขอบ

ท่านหญิง ไม่มีอะไรทำรึไงถึงมาเดินตามคนอื่นต้อยๆ แบบนี้คามุอิหันกลับมาเอ่ย ทำให้ฉันชะงักเท้าแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา

ฉันไม่มีอะไรทำค่ะฉันพูดตามตรง เมื่อวันนี้ฉันว่าจะใช้เวลาเที่ยวกับคางุระอย่างเต็มที่ แต่กลับมาเจอพี่ชายเธอแทน

คามุอิเลิกคิ้วขึ้น ฉันอธิบายเพิ่มเติม “...ก็วันนี้ฉันนัดกับคางุระจังไว้ว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน

ฉันลืมบอกเธอไปเหรอ...น้องสาวฉันฝากบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา

“...คุณก็ไม่บอกฉันตั้งแต่แรกโซโยะเอ่ยเสียงเบา ไม่คิดว่าเพื่อนจะไม่ว่างมาหาแถมยังให้พี่ชายมาบอกแทนอีกด้วย

ตอนนั้นเอง อยู่ๆ ร่างสูงของชายหนุ่มก็โงนเงนไปมา เขาครางอย่างหงุดหงิดสะบัดศีรษะสองสามครั้ง ฉันสังเกตอยู่นานรีบเข้าไปถามว่า เป็นอะไรไหมคะ

มือเอื้อมไปเขย่าแขนเพื่อเรียกสติ คามุอิใช้ดวงตาที่เลื่อนลอยมองแล้วดึงแขนตัวเองออกมา ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างกลับค่อยๆ โน้มตัวลงแทน

อ๊ะคุณคามุอิ!!” ฉันตกใจเมื่อร่างสูงล้มลงมาทับฉันตามแรงโน้มถ่วงของโลก ฉันพยายามทรงตัวไว้แต่ไม่ได้ผล ทรุดนั่งบนพื้นอย่างแรง อีกฝ่ายตัวหนักอย่างกับก้อนหินยักษ์บนภูเขา พยายามต้านทานเท่าไหร่ก็เสียแรงเปล่า เหตุการณ์นี้สร้างความหนักใจไม่น้อย แต่เพราะพวกเราอยู่กลางถนนที่มีคนเดินผ่านไปมา ไม่นานก็มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ

โซโยะหอบหายใจ เมื่อกี๊ราวกับเล่นกีฬายกน้ำหนักยังไงยังงั้น

ขอบคุณค่ะพลเมืองดีคนหนึ่งเห็นเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้า ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อย่างมีน้ำใจ ฉันน้อมรับน้ำใจเหล่านั้นแล้วหยิบผ้าขึ้นมาซับเหงื่อ กลิ่นแปลกๆ ในผ้าทำให้ฉันรู้สึกอ่อนเพลีย สติค่อยๆ ดับวูบลง...

ความคิดสุดท้ายคือฉันโดนวางยาซะแล้ว...

.

.

.

ฉันรู้สึกตัวเมื่อนอนอยู่ที่ไหนสักแห่ง มีกลิ่นสนิมแสบจมูกจนปลุกฉันตื่นขึ้น แต่เมื่อลืมตากลับเห็นเพียงความมืดของผ้าที่ถูกมัดปิดดวงตาไว้ มีเสียงพูดคุยดังอยู่ไม่ไกล เสียงดังใกล้เข้ามาพร้อมกระชากใบหน้าฉันขึ้น

ตื่นแล้วเหรอ? โซโยะจังเสียงนั้นเป็นของหญิงสาว เธอหัวเราะขึ้นจมูกอย่างสะใจ

“...ต้องการอะไรฉันพยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น แต่เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เธอคนเดิม เป็นเสียงของผู้ชายหลายคนแทน

แน่นอนว่าเป็นเงินของเธอไงล่ะ ในร้านนั้นเธอทำพวกฉันไว้แสบเลยนะ ดีที่เราตามดูเธอต่ออีกหน่อยจนมีโอกาสจับตัวมาได้ง่ายๆสิ่งที่ได้ยินเรียกความทรงจำสุดท้ายย้อนมา เธอถูกคนที่เข้ามาทำเป็นช่วยเหลือจับตัวไว้ พร้อมกับผู้ชายคนนั้น

คุณคามุอิฉันถามกลุ่มคนพวกนั้น พวกคุณทำอะไรกับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า

ฉันมั่นใจว่าพี่ชายของคางุระต้องหนีไปได้ ปกติก็อาจปล่อยฉันไปตามยถากรรม แต่ว่าเขาเองก็หมดสติไปเหมือนกัน

ห่วงตัวเองดีกว่าไหม ผู้ชายที่เป็นฮีโร่ช่วยเธอในร้านนั้น อาจเป็นคนที่ทำร้ายเธออย่างเย็นชาที่สุดก็ได้นะเสียงหัวเราะดังครืนรอบตัว โดยที่ฉันไม่อาจเข้าใจ

หมายความว่ายังไง?” เพราะดวงตาถูกปิดไว้ มือถูกมัดไว้ไพล่หลัง เท้าข้างหนึ่งมีโซ่เหล็กถ่วงรั้งไม่ให้ขยับไปไหนได้ ฉันได้แต่สะบัดหน้าออกจากมือของผู้หญิงคนนั้นและเขยิบถอยห่างเล็กน้อย

ผู้ชายคนนั้นฟื้นขึ้นมาจากยาสลบหลังจากหลับไปแค่ยี่สิบนาที แล้วยอมทำข้อตกลงกับพวกเราด้วยการขายเธอไงล่ะ ใช่ไหม? คามุอิคุงประโยคข้างหลังกำลังพูดกับใครอีกคน

อืม ใช่แล้วน้ำเสียงคุ้นหูดังตอบคำของพวกนั้น ราวกับสาดน้ำเย็นลงมายังร่างของโซโยะ เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาและหยุดลง ฉันเบื่อการเล่นเป็นฮีโร่ซะแล้ว ยังไงบทผู้ร้ายก็เหมาะกับฉันมากกว่า...ท่านหญิงคิดว่างั้นไหม

“...” ฉันเม้มปาก ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

ก่อนที่เงินค่าไถ่จะมาถึง แล้วเธอจะถูกขายไปที่อื่น อยากสั่งเสียอะไรหรือเปล่าเสียงหัวเราะน่าขยะแขยงดังกังวานรอบตัว

ฉันเงียบ และเอ่ยช้าๆ ถ้าอย่างงั้น ฝากบอกคางุระจังว่าฉันคิดถึงเธอมาก บอกท่านอาที่ฉันไม่ได้อยู่ทดแทนบุญคุณท่าน บอกปู่ที่คอยดูแลฉันมาตลอด และบอกคุณคามุอิ...ฉันไม่สามารถบังคับเสียงหลังจากนั้น เมื่อนึกถึงอนาคตที่กำลังมาถึง “ตอนนั้นขอบคุณมากที่ช่วยฉันไว้

โลกสวยจังนะคุณหนู ในสมองมีแต่ทุ่งดอกไม้หรือไงหญิงสาวคนเดิมพูดขึ้น ตามด้วยเสียงหัวเราะครืนของทุกคน ฉันไม่รู้ว่าพวกนั้นทำสีหน้ายังไง ได้แต่เงียบรอจนเสียงพวกนั้นเงียบลง

คามุอิใช้น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยว่า เธอมันไร้ประโยชน์ พอไม่มีใครมาช่วยก็ทำอะไรเองไม่ได้สักอย่าง

คนพวกนั้นทยอยกันออกไป จนเหลือแค่ฉันกับชายคนหนึ่งเฝ้าจับตา หลังจากที่พวกมันเอาโทรศัพท์ส่วนตัวไปคุยกับครอบครัวที่อุปการะฉันด้วยตัวเอง ฉันพยายามไม่แสดงความหวาดกลัวออกมา ความจริงเรื่องการลักพาตัวก็เคยเกิดขึ้นกับฉันบ้าง และท้ายที่สุดก็จบด้วยการที่พวกนั้นเข้าคุกด้วยฝีมือของคุณลุงทั้งหมด

เสียงเอะอะดังขึ้นหลังจากโจรพวกนั้นปล่อยฉันไว้ในห้องโดยไม่ถอดผ้าปิดตา ฉันได้ยินเสียงชายเฝ้าห้องบ่นอย่างรำคาญ

แกร๊ก แอ๊ด...

บานประตูเหล็กเปิดเข้ามาอีกครั้งด้วยฝีมือของยาโตะหนุ่ม ตามที่ชายคนนั้นเอ่ยเรียกชื่อ

ขอโทษที พอดีอยากซ้อมฝีมือสักหน่อย แต่คนอื่นดันร่วงซะแล้ว

แกทำอะไร แล้วเลือดที่มือมาจากไหน...ชายคนนั้นพูดได้เท่านั้นก็เงียบลง ตามด้วยแรงกระแทกดังบนพื้น

ก็ทำแบบนี้ไง...น้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อนดังขึ้น ก่อนที่เสียงรองเท้ากระทบกับพื้น ฉันรู้สึกเบาหวิวทันทีเมื่อท่อนแขนแข่งแกร่งช้อนร่างฉันขึ้นมา ตามด้วยเสียงโซ่ที่มือและเท้าแตกหักง่ายดาย

ฉันรู้สึกคว้างเมื่อขาไม่ได้แตะพื้น ในความมืด ได้ยินเพียงเสียงและสัมผัสของมือใหญ่ที่โอบอุ้มร่างด้วยกำลังที่มี ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผ่านหน้าผากอย่างน่าหวาดเสียว

อย่าเพิ่งถอดผ้าปิดตาดีกว่า ถ้าไม่อยากเห็นสภาพตอนนี้คามุอิว่า ฉันที่ยกมือขึ้นจับผ้าชะงักค้าง เขาอุ้มฉันเดินออกจากสถานที่เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมคละคุ้ง

อากาศบริสุทธิ์และสายลมพัดเบาๆ ทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองได้ออกมาข้างนอกแล้ว ก่อนจะวางฉันลงบนพื้นหญ้า

คุณทำอะไรกับพวกนั้นฉันถามเมื่อพยุงตัวยืนเองได้แล้ว

วางใจได้ ไม่ตายหรอก เอาโทรศัพท์ไปโทรหาอาเธอซะสิคามุอิยัดแท่งสีเหลี่ยมที่น่าจะเป็นโทรศัพท์มาให้ แต่ฉันส่ายหน้าพูดว่า

พวกนั้นโทรหาคนที่ชื่อ ‘สุดที่รัก’ ใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี่ยวเขาก็มาจัดการต่อเอง

นั้นไม่ใช่เบอร์อาของเธอเหรอแต่เบอร์ฉุกเฉินก็เป็นชื่อนี้

ชื่อจริงเขาชื่อว่ามัตสึไดระ เป็นลุงที่คอยช่วยฉันจากพวกลักพาตัวพวกนั้น

“งั้นเหรอ ถึงว่าเธอดูไม่ค่อยกลัวตอนที่ถูกลักพาตัว

ใครว่า...ฉันกลัวมากตอนที่คุณคามุอิกลายเป็นพวกนั้น ถึงแม้สุดท้ายแล้วคุณก็ช่วยฉันออกมาก็เถอะโซโยะไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าจริงๆ จะคิดจะทำอะไรก็เดาอารมณ์ไม่ออก

ฉันเป็นตัวแถมที่ถูกจับมาพร้อมเธอ ทำไมฉันต้องยอมถูกพวกมดปลวกจับมัดแถมพ่นคำพูดดูถูกกันล่ะ

แต่คุณก็ช่วยฉันไว้อีกแล้วนะคะ

เสียงในลำคอดังขึ้น ยังไงเธอก็เป็นเพื่อนของคางุระ ถ้าไม่ช่วยเธอตอนนี้ เด็กคนนั้นก็ตามมาช่วยเธออยู่ดี

ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะคะ คุณคามุอิฉันยิ้มและกล่าวด้วยความจริงใจ

ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องว่า ทำไมไม่ถอดผ้าปิดตาออกล่ะ อยู่แบบนี้ไม่อึดอัดรึไง

ก็คุณบอกว่าอย่าเพิ่งถอดผ้าไม่ใช่เหรอคะ?” ฉันตอบอย่างเป็นเรื่องถูกต้อง

“...ฉันคงประเมินระดับสมองเธอสูงไปสินะ

“...” ฉันยกมือถอดผ้าออก ปรับแสงที่ลอดเข้ามาของเวลายามเย็น เรายืนอยู่กลางลานโล่งๆ ไม่ไกลจากบ้านสังกะสีผุๆ หลังหนึ่ง หลังจากนั้นจึงหันกลับมามองเขาที่ยืนมองฉันด้วยความขบขัน

............

 

ค่ะ หนูไม่เป็นอะไรเลย...ค่ะ ฝากคุณลุงด้วยนะคะโซโยะพูดกับปลายสายจบจึงกดวางสาย แล้วรีบวิ่งตามให้ทันคนข้างหน้า

หลังจากเกิดเหตุการณ์ลักพาตัวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงกว่าหน้านี้ ลุงมัตสึไดระก็โทรมาเมื่อเห็นสภาพของเหล่าโจรที่บ้านร้างนั้น ฉันจึงเล่าตามความจริงว่าตัวเองถูกช่วยจากพี่ชายของเพื่อนสนิท ก่อนถูกซักถามยาวกว่าจะวางสายลงในที่สุด

คามุอิพาฉันเดินเข้ามายังตัวเมืองอีกครั้ง และหาร้านกินมื้อเย็น ความจริงเขาไม่ได้ชวนฉันหรอกแต่ฉันอยากเป็นเจ้ามือเลี้ยงในโอกาสที่ช่วยเหลือฉันไว้ในวันนี้ เขาเลือกร้านราเมนแห่งหนึ่งที่ท่าทางอร่อยแล้วเข้าไปสั่งอาหารทันที

ฉันมองราเมนถ้วยที่ส่งมาทีเดียวห้าถ้วยด้วยความอึ้ง ไม่นานราเมนเหล่านั้นลงไปนอนในกระเพาะของชายหนุ่ม ในขณะที่ฉันยังกินได้ไม่กี่คำ... ความจุของกระเพาะของสองพี่น้องยาโตะเป็นที่ประจักษ์แก่โซโยะอีกครั้ง อดสงสัยไม่ได้ว่ายาโตะทุกคนกินจุขนาดนี้กันหมดเลยหรือเปล่า?

พวกเรานั่งกินอาหารด้วยกันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ขนาดฉันยังสับสนกับตัวเองเลยว่ามันเป็นไปได้ยังไง คนสองคนเจอกันครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ชายหนุ่มคิดจะฆ่าเธอตั้งแต่แรกเห็น หากไม่ได้คุณโอคิตะช่วยไว้ในตอนนั้น คงไม่มีโอกาสที่ฉันจะมานั่งถามตัวเองในตอนนี้แน่นอน

พี่ชายของคางุระคนนี้โหดร้ายและเลือดเย็น ไม่เข้ากับใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาเลย ฉันคิดว่าชีวิตนี้ อวกาศกว้างใหญ่คงไม่เหวี่ยงให้เรามาเจอกันอีกแน่นอน คนแบบเขาเข้าใจยากและไม่อาจคาดเดา เหมือนกับตอนที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นทำเรื่องน่าตกใจแบบนั้น

คิดว่าวันนี้คงได้สนุกกับคางุระ กลายเป็นว่าถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่กับคุณคามุอิแทน... ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ฉันที่คิดว่าพี่ชายของคางุระ นอกจากหน้าตาและสีผมใกล้เคียงกันก็ไม่มีอะไรเหมือนกันอีก แต่วันนี้ฉันได้เห็นบางมุมของเขามากขึ้น... ทำให้อคติในใจลดลงไปเล็กน้อย

เอาเป็นว่าอาหารมื้อนั้นหมดไปกับความกินจุของชายหนุ่ม ถ้วยถูกวางซ้อนกันยี่สิบกว่าใบ สูงกว่าศีรษะของพวกเรา ฉันคิดว่าจะเลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทนฉันกลับไม่ได้พกเงินมาเพียงพอ...

คามุอิส่ายหน้าเหมือนนึกไว้อยู่แล้ว ก่อนควักเงินจ่ายค่าอาหารทั้งหมดรวมราเมนของฉันถ้วยหนึ่งด้วย

ฉันเดินหน้าซึมออกมาจากร้าน สัญญาว่าครั้งหน้าถ้าพบกันอีก จะไม่ลืมหยิบบัตรเครดิตมาด้วย!

ขอบคุณสำหรับราเมนนะคะ

เลิกขอบคุณสักที วันนี้ฉันฟังคำนี้จนเบื่อแล้วคามุอิกรอกตาเบื่อหน่าย

เอ่อ ถ้าครั้งหน้าพบกันอีก ฉันขอแก้มือเลี้ยงคุณอีกรอบนะคะ

ชายหนุ่มหัวเราะ เดินออกจากร้านราเมน ไม่กลัวฉันแล้วเหรอ ท่านหญิง เมื่อเช้ายังตัวสั่นไม่หยุดเลยนี่

ฉันเถียง “ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น” 

เชื่อเถอะ เธอเป็นแบบนั้น ท่านหญิง

คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ เมื่อเช้าฉันหวาดกลัวคุณ แต่ตอนนี้ความคิดของฉันเปลี่ยนไปแล้วค่ะโซโยะเร่งฝีเท้ามาเดินข้างชายหนุ่ม คามุอิเลิกคิ้วเล็กน้อย

ฉันไม่น่ากลัวแล้ว?”

ไม่...คุณน่ากลัว แต่ฉันมั่นใจว่าคุณจะไม่ทำร้ายฉัน เพราะฉันเป็นเพื่อนของคางุระจัง น้องสาวของคุณ ไม่มีเหตุผลที่คุณต้องฆ่าฉันอีกแล้ว

ท่านหญิง...อยู่ๆ คามุอิก็หยุดฝีเท้าลง ใช้สีหน้าแปลกใจมองฉัน ไม่มีคนสติดีที่ไหนวางใจเผ่ายาโตะ ที่เป็นนักล่าหรอกนะ ฉันขอเตือนด้วยความหวังดี

ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเป็นคนสติดีคนแรกที่วางใจพวกคุณ ฉันกับคางุระจังเป็นเพื่อนกันได้ นั้นทำให้ฉันรู้ว่ายาโตะไม่ต่างไปจากพวกเรา พวกคุณก็มีหัวใจและความรู้สึกเหมือนกัน

ฉันไม่ชอบที่เธอบอกว่าพวกเราเหมือนกันนะคามุอิเบี่ยงหน้ากลับไปแล้วเดินต่อทันที

ตอนนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว มีเพียงแสงจากดวงไฟข้างทางที่ส่องสว่างอยู่ เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่เราสองคนเดินข้างกันแบบนี้

เธอจะพักอยู่ที่เอโดะนานเท่าไหร่

คะอ้อ...คิดว่าอีกสามวัน ทำไมเหรอคะอยู่ๆ คำถามไร้ที่มาก็เอ่ยขึ้นทำให้ฉันแปลกใจ

ไว้จะบอกให้คางุระมาหาเธอ

จริงเหรอขอบคุณมากเลยค่ะ คุณคามุอิ

อืม

เนื่องจากเพื่อนสาวคนนี้ไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัวสักที นอกจากโทรศัพท์บ้านของร้านสารพัดที่แอบโทรจนค่าโทรศัพท์บานนั้น ฉันคิดว่านอกจากอาหารที่อีกฝ่ายต้องการ อีกอย่างก็น่าจะเป็นโทรศัพท์นี่ล่ะ เราจะได้คุยกันสะดวกขึ้นด้วย

จะกลับที่พักเลยไหมคามุอิถามอีกครั้ง ฉันพยักหน้าเมื่อคิดว่าเวลาล่วงเลยไปอาจทำให้คนอื่นเป็นห่วงได้ บอกที่อยู่เธอมาสิ

คุณจะไปส่งฉันเหรอคะ?” เรื่องน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นอีกแล้ว ฉันรอฟังคำยืนยันจากชายหนุ่มนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าเธอถูกลักพาตัวไปอีกครั้ง ฉันก็โดนน้องสาวว่าเอาน่ะสิโซโยะพยักหน้าขึ้นลงอย่างเห็นด้วย หัวใจเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แล้วจึงบอกทางแก่อีกฝ่ายทันที

ตลอดทางที่เดินมาถึงหน้าโรงแรมหรู เราไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย ฉันก้มตัวบอกลาเขา ก่อนเดินผ่านป้ายโรงแรมขึ้นไปกดลิฟท์

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ คุณคามุอิ

 

เมื่อร่างเล็กลับสายตาแล้ว คามุอิยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นแปลกไปเมื่อนึกถึงคำพูดอำลาของโซโยะ

คนที่วางใจเสือเพราะตัวเองอุ้มลูกเสือไว้ในอ้อมแขน คิดว่าจะไม่ถูกทำร้าย ช่างเป็นความคิดที่โง่เหลือเกิน อย่างที่โจรพวกนั้นพูดไม่มีผิด...หัวสมองเด็กนั้นมีแต่ทุ่งดอกไม้รึไง ถึงเห็นสัตว์ร้ายเป็นสัตว์เลี้ยงไปได้?

ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าสีดำสนิท ดวงดาวเปล่งประกายเคียงข้างพระจันทร์เหมือนทุกวัน เขายกรอยยิ้มที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ความหมาย

 

ถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะทำอะไรกับเธอดีนะ ท่านหญิง?

 

-----END-----

 



ครั้งแรกอยากทำเป็นเรื่องยาว แต่เนื้องจากสาเหตุทั้งหลายแหล่ทำให้เรื่องนี้จบในตอนเดียว ไรท์เป็นสาวกคู่แรร์ค่ะ โดยเฉพาะคู่ของคามุอิกับโซโยะที่การพบกันครั้งแรกช่างเลวร้ายเหลือเกิน อยากจะหาอ่านคู่นี้ก็หายาก ทนไม่ไหวแต่งเองอ่านเองซะเลย (ฮา)

LIBRAN

ผลงานอื่นๆ ของ Libran

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

21 ความคิดเห็น

  1. #21 NadnichaPedin (@NadnichaPedin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 18:23

    เราก็สาวกคู่แรร์เหมือนกันค่ะ5555 ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #21
    0
  2. วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 11:03

    โอ้ยยยย ชอบคู่นี้จังค่ะ เขียนออกมาได้สนุกมากอ่านไปยิ้มไป ภาษาสวยด้วย<3

    #20
    0
  3. วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 01:15
    อยากให้ต่อเรื่องยาวมากค่า สนุกมาก!ภาษาสวยกินใจสุดๆค่ะ
    #19
    0
  4. วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 00:02

    ได้โปรดแต่งอีกเถอนะคะ แต่งดีมาก ชอบมากๆ เลย

    #18
    0
  5. #17 Pl Cheng
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:24

    ??‘?????????❤️????

    #17
    0
  6. วันที่ 5 เมษายน 2561 / 20:34
    แต่งต่ออออ5555
    #16
    0
  7. วันที่ 4 เมษายน 2561 / 00:01
    ชอบมากกก อยากให้เขียนตอนยาว555555
    #15
    0
  8. วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 13:51
    รอค่าาาา
    #14
    0
  9. #13 Ladda Pt (@starz48312) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 01:42
    ไรต์เหมือนเค้าาาาาาาาเลยย
    #13
    0
  10. วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 01:10
    นึกว่าเราจิ้นคู่ อาเฮีย x เจ้าหญิง อยู่คนเดียวซะอีก ^^
    หาอ่านคู่นี้ยากมากๆ ตามเนื้อเรื่องจริงก็ดูจะเป็นไปไม่ได้ด้วย
    แต่ไรท์ทำฝันของเราให้กลายเป็นจริง ปลื้มอ่ะ อยากให้มีตอน 2 ต่อจริงๆ
    ถึงจะแค่ตอนเดียว แต่อ่านไปยิ้มไป ปกตินอกจากหมวยเล็ก
    เราก็ไม่เคยเห็นอาเฮียแกมีโมเม้นท์กับสาวๆเลย พอมาจับจิ้นกับเจ้าหญิง
    มันน่ารัก ไม่ได้หวานแหว๋วกุ๊กกิ๊ก แต่ทำไมถึงทำเราเขินได้นะ?

    (ถ้ามันไม่เป็นไปตามมังงะ&อนิเมะ) สมมติว่า โอคิตะคุงช่วยเจ้าหญิงไม่ได้
    แล้วเจ้าหญิงจะถูกพวกยาโตะจับตัวไปมั้ย? เห็นลุงอาบูโตะแกว่าต้องจับไปนี่นะ
    โซโยะจังปกตินางก็ซื่อๆ ซนๆ (แอบซาดิสม์ถ้าครบแก๊งค์ 3 สาว)
    ถ้าจับตัวไปจะเป็นยังไงนะ? คามุอิก็เคยพูดไว้ว่าไม่ชอบฆ่าผู้หญิง ^^
    #12
    0
  11. #11 W-SMiss (@w-skymoon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 18:47
    อยากอ่านเรื่องยาวจริงๆๆๆ
    #11
    0
  12. #10 sunhydrangea (@sunhydrangea) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 08:07
    โอโห้ววว เจอเรือลำเดียวกันแล้วค่ะคู่นี้หาอ่านยากมากจริงๆTT ขอบคุณที่แต่งออกมาให้ได้อ่านกันนะคะ ชอบมากกกกกก
    #10
    0
  13. #9 Haruna
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 08:42
    โห้ยยยย.. ถึงจะไม่ได้ดูหวือหวา เลิศหรู หรืออลังการ แต่รู้สึกละมุน กลมกล่อม กำลังพอดีมากจริงๆ ถึงจะเป็นเพียงฟิคตอนเดียวจบ แต่ก็จบได้ประทับใจมากเลยค่ะ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายให้ฟังเลย นอกจาก.. ขอบพระคุณไรท์ที่ใจดีแต่งฟิคดีๆ แบบนี้มาให้ได้อ่าน ติดตามชม ถ้ามีโอกาส.. แต่งคู่นี้อีกนะคะ เค้าเองก็ชอบคู่นี้เหมือนกัน มันอาจจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่เพราะอย่างงี้เลยคิดว่า.. มันดูลงตัวที่สุดแล้วจริงๆ ค่ะ ^^
    #9
    0
  14. วันที่ 26 เมษายน 2560 / 20:20
    เป็นคู่ที่หาอ่านยากมากพอๆกับเกรด4ในสมุดพก 555+
    #8
    0
  15. วันที่ 15 เมษายน 2560 / 13:37
    เรื่องยาวได้ไหมคะ น่าติดตามมากๆเลยค่ะ
    #7
    0
  16. #6 foreverone (@mintgd18) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 10:55
    โอ้ยดีงามมมมมม อยากไห้แต่ตอนยาวอ่าาาาา
    #6
    0
  17. #5 ki_Nyx (@ki_Nyx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 01:35
    ชอบมากเลยค่ะ
    #5
    0
  18. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:11
    นึกว่าชอบคู่นี้คนเดียว T^T เป็นพระคุณจังค่ะ แต่งมาบ่อยๆนะคะชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบมากกๆๆๆๆๆๆ
    #4
    0
  19. #3 Kamui
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 05:15
    สั้นๆแต่ชอบแต่อีกนะคะรออ่านค่าา

    #3
    0
  20. วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:09
    สนุกกกกกกกกกมากๆๆๆ
    #2
    0
  21. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 07:32
    ตอนแรกไม่ได้ดูว่าใครเขียน พออ่านจบเจอชื่อไรท์...สมแล้วที่เขียนสนุกแบบนี้ เป็นกำลังใจให้จ้ะ
    #1
    0