God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 168 : ตอนที่ 160 แผนการของตระกูลศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    1 ม.ค. 64

                ที่ลานประลองแห่งบรรพชนมาร เนื่องจากปัญหาลับที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้สถานที่แห่งนี้ แม้ว่าจวินเฟิงซื่อเทียนจะยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด ทว่าเนื่องจากนี่เป็นปัญหาใหญ่ที่สามารถสร้างปัญหาให้แก่ดินแดนราชันย์ทั้งหมด ดังนั้นกระทั่งจักรพรรดิมารบรรพกาลทั้งสามต่างก็ได้นัดหมายกันเพื่อทำการตรวจสอบลานประลองแห่งนี้อีกครั้งก่อนที่จะถึงเวลา

จวินเฟิงซื่อเทียนยืนอยู่บนลานประลองที่เก่าแก่และรายล้อมไปด้วยดาบกระบี่โบราณ ดวงตากวาดมองซึมซับบรรยากาศเก่าๆที่มันคุ้นเคย ด้านหน้าของมันคือร่างของชายสองคนที่เป็นทั้งสหายสนิทและศัตรูฟ้าประทาน เมื่อนึกถึงวันคืนที่พวกมันสามคนปะทะกันจวินเฟิงซื่อเทียนก็พลันหัวเราะออกมาเบาๆ

มีอะไรน่าขำงั้นรึ เจ้ามารเพลิงชายร่างยักษ์ที่สะพายดาบขนาดใหญ่อยู่บนแผ่นหลังแค่นเสียงถาม ดาบเล่มนี้คืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนราชันย์ สมบัติวิเศษระดับขั้นจักรวาล ดาบพลิกปฐพี อาวุธที่ทำให้จักรพรรดิมารดาบฮั่วกงเหวินสามารถใช้เคล็ดวิชาดาบมารบรรพกาลขั้นสมบูรณ์ได้อย่างเต็มกำลัง หากปราศจากอาวุธชิ้นนี้เกรงว่าคงยากที่จะหาดาบที่สามารถทนรับพลังของฮั่วกงเหวินได้

คงจะเสียสติจากธาตุไฟเข้าแทรกกระมัง ผู้ฝึกฝนพลังเพลิงมารบรรพกาลรักษาสติของมันมาได้หลายร้อยปีก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว หากวันใดมันเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาข้าคงไม่ประหลาดใจเลยสักนิดชายร่างผอมสูงที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งเอ่ย ดวงตาสีโลหิตมองที่ร่างของจิวนเฟิงซื่อเทียนด้วยความเหยียดหยาม

แน่นอนว่าเจ้าของดวงตาสีโลหิตผู้นี้ก็คือหลินซื่อ จักรพรรดิมารโลหิตผู้แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม

จวินเฟิงซื่อเทียนหัวเราะเสียงดัง หลินซื่อ หากข้าที่ฝึกฝนเพลิงมารบรรพกาลถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนเสียสติ เช่นนั้นผู้ที่ใช้วิชาโลหิตมารบรรพกาลเช่นเจ้าก็คงบ้าคลั่งไล่สูบเลือดผู้อื่นเช่นกันกระมัง เฮอะๆ ข้าเพียงคิดถึงช่วงเวลาที่พวกเราฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายบนลานประลองแห่งนี้เท่านั้น

รำลึกความหลังอันใดไร้สาระฮั่วกงเหวินตอบกลับอย่างเย็นชา พวกเจ้าตรวจสอบแล้วใช่หรือไม่

หลินซื่อหรี่ตาลงเล็กน้อย แน่นอน จากการตรวจสอบของข้า ผนึกที่พวกเราร่วมมือกันสร้างขึ้นมาใหม่ยังอยู่ในสภาพปกติดี มิได้มีร่องรอยผิดปกติอันใด นอกจากนี้สมบัติบรรพชนมารก็มิได้แสดงสัญญาณของการตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอันใด

อืม ข้าเองก็ไม่เห็นความผิดปกติเช่นกัน ตามการคาดการณ์ของข้า ขอเพียงไม่มียอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์ขั้นสามขึ้นไปลงมือบนลานประลองนี้ สมบัติบรรพชนมารสมควรที่จะตกอยู่ในสภาวะหลับใหลไปตลอดกาล ไม่อาจก่อปัญหาใดๆเป็นแน่จวินเฟิงซื่อเทียนเอ่ย

เซียนสวรรค์ขั้นสามงั้นรึหลินซื่อประหลาดใจเล็กน้อย ยามที่สมบัติบรรพชนมารตื่นขึ้นครั้งแรก นั่นเพราะพวกเราทั้งสามคนที่เวลานั้นมีพลังขั้นเซียนสวรรค์ขั้นสี่ทั้งสามคนลงมือเต็มกำลัง จึงกระตุ้นให้สมบัติบรรพชนมารตื่นจากการหลับใหล ดังนั้นหากมันจะตื่นขึ้นอีกครั้งสมควรเป็นเซียนสวรรค์ขั้นสี่จึงจะทำได้มิใช่หรือ

จวินเฟิงซื่อเทียนส่ายหน้า ข้าคิดในมุมที่แย่กว่านั้น ครั้งแรกที่มันตื่นขึ้นจากพลังของพวกเราสามคน มันตื่นจากการหลับใหลเป็นระยะเวลานานนับพันปี ทว่าหลังจากการตื่นครั้งแรกเห็นได้ชัดว่ามันสมควรจะง่ายขึ้นในการตื่นครั้งถัดไป ดังนั้นพวกเราจึงควรระมัดระวังให้มากขึ้นเช่นกัน

ฮั่วกงเหวินพยักหน้า อืม เรื่องนี้ฟังดูมีเหตุผล ถึงอย่างไรสมบัติบรรพชนมารก็มิใช่สมบัติวิเศษทั่วไป พวกเราควรประเมินอันตรายของมันเอาไว้สูงสักหน่อยถึงจะป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

เฮอะ ช่างเถอะถึงอย่างไรคนที่มีพลังระดับเซียนสวรรค์ขั้นสามก็มิใช่จะหาตัวได้ทั่วไป หากมีตัวตนระดับนั้นเข้ามาใกล้พวกเราย่อมตระหนักได้ก่อนอยู่แล้ว เวลานี้เรามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญกว่ากันเถอะ ข้าพนันร้อยล้านหยกศิลาลมปราณว่าผู้ชนะในการประลองราชันย์รุ่นเยาว์จะต้องเป็นบุตรสาวของข้า หลินอี้หรานอย่างแน่นอนหลินซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น

ฮั่วกงเหวินเลิกคิ้ว หลินซื่อ เจ้าลืมบุตรชายของข้าฮั่วตงฟางไปแล้วงั้นรึ อย่างไรผู้ชนะในการประลองก็ต้องเป็นบุตรชายของข้า ข้าพนันร้อยล้านหยกศิลาลมปราณเช่นกัน

โฮ่ ดูเหมือนพวกเจ้าจะเชื่อมั่นอย่างมากเลยสินะ เช่นนั้นข้าขอร่วมสนุกด้วยก็แล้วกัน อย่างไรก็ตามหนึ่งร้อยล้านหยกศิลาลมปราณนั้นเป็นจำนวนที่น้อยเกินไปสำหรับพวกเรา ดังนั้นข้าขอเพิ่มเดิมพันเป็นห้าร้อยหยกศิลาลมปราณ พนันว่าบุตรสาวบุญธรรมของข้าซ่งหงเสวี่ยจะเป็นผู้ชนะจวินเฟิงซื่อเทียนหัวเราะร่า

หลินซื่อแค่นเสียง บุตรสาวบุญธรรมของเจ้าได้ข่าวว่ามีพลังเพียงแค่ระดับราชันยุทธ์เท่านั้นนี่ เจ้าคิดว่าจะสู้กับบุตรสาวของข้าที่เป็นถึงจักรพรรดิมนุษย์ได้งั้นรึ ยังไม่นับรวมเรื่องที่ว่าบุตรสาวของข้าสามารถเอาชนะจักรพรรดิปฐพีก็ยังได้ บุตรสาวบุญธรรมของเจ้าเพียงแค่เข้าร่วมสนุกๆก็พอ อย่าได้คาดหวังที่จะชิงอันดับหนึ่งเลย

อืม ถึงอย่างไรอายุของนางก็ยังน้อยกว่าหลินอี้หรานและบุตรชายของข้าฮั่วตงฟางอยู่สองปี พลังของนางจะด้อยกว่าก็มิใช่เรื่องน่าอายอันใด สำหรับเจ้าหลินซื่อ เฮอะๆ บุตรสาวของเจ้าไม่มีทางชนะบุตรชายของข้าได้เป็นแน่ รู้หรือไม่เวลานี้ระดับพลังของฟางเอ๋อใกล้จะทะลวงขั้นจักรพรรดิปฐพีเต็มทีแล้ว เกรงว่าครึ่งปีผ่านไประดับพลังของมันคงข้ามผ่านไปสู่ขั้นจักรพรรดิปฐพีได้ ถึงเวลานั้นบุตรสาวของเจ้าก็ยากที่จะเอาชนะแล้วฮั่วกงเหวินเอ่ยขึ้น

ฮึ่ม พวกเจ้าไม่ต้องมาวุ่นวายเรื่องเสวี่ยเอ๋อของข้า ข้ายินดีเดิมพันข้างบุตรสาวบุญธรรมห้าร้อยล้านหยกศิลาลมปราณ พวกเจ้ากล้าลงเดินพันกับข้าหรือไม่จวินเฟิงซื่อเทียนคำราม

ฮั่วกงเหวินหัวเราะ เจ้าเฒ่าเพลิงคิดว่าข้ากลัวงั้นรึ ห้าร้อยหยกศิลาลมปราณก็ห้าร้อยหยกศิลาลมปราณ ข้าเอาด้วย

หลินซื่อแค่นเสียง ถึงอย่างไรหรานเอ๋อของข้าก็ต้องเป็นอันดับหนึ่ง ห้าร้อยหยกศิลาลมปราณของพวกเจ้าข้าขอรับเอาไว้ก็แล้วกัน

ดี ตกลงตามนี้ เดิมพันที่ห้าร้อยหยกศิลาลมปราณ!!!” ทั้งสามเอ่ยออกมาพร้อมกัน

 

ที่หอมารอัคคีบรรพกาลซ่งไป่หลางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเปิดดวงตาขึ้น สัญลักษณ์รูปดอกบัวของเคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของชายหนุ่ม พลังขั้นห้ารวมวิญญาณพลันทะยานขึ้นจนถึงระดับขั้นสูงสุดของระดับราชันยุทธ์ในพริบตา

จากการฝึกฝนของข้ารวมถึงการฝึกกระดูกศักดิ์สิทธิ์จนถึงจุดสูงสุด พลังของข้าเวลานี้เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิมนุษย์อย่างแน่นอน สำหรับจักรพรรดิปฐพีแม้จะไม่อาจเอาชนะแต่ก็ไม่พ่ายแพ้โดยง่าย อย่างไรก็ตามสภาวะของวิชากายาบัวพิสุทธิ์ยังคงอยู่ได้เพียงชั่วสิบก้านธูปเท่านั้น หากต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งหรือการต่อสู้ที่ยืดเยื้อนับว่าอันตรายยิ่งนักซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ

เจ้าสามารถใช้โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ได้นี่เซี่ยหยางเอ่ยขึ้นมา

ซ่งไป่หลางส่ายหน้า โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณสามารถช่วยฟื้นฟูพลังของข้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วก็จริง ทว่าการใช้โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณหลายๆครั้งติดต่อกันจะทำให้ผลลัพธ์ของมันด้อยลงอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นหากข้าใช้วิชากายาบัวพิสุทธิ์จนถึงขีดจำกัดและใช้โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณ ครั้งแรกข้าจะสามารถสู้ต่อได้อีกราวชั่วแปดก้านธูป และหากยังฝืนสู้และใช้โอสถต่อไป ระยะเวลาที่ข้าสามารถสู้ได้จะเหลือเพียงราวชั่วสามก้านธูปเท่านั้น กล่าวคือนี่มิใช่วิธีที่ยั่งยืนเท่าใดนัก

เซี่ยหยางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า เช่นนั้นข้าพอมีวิธีที่น่าจะช่วยได้ วิชากายาบัวพิสุทธิ์ของเจ้าสาเหตุที่ทำให้มันสิ้นเปลืองพลังก็เพราะมันเป็นวิชาต่อต้านสวรรค์ที่มีพลังแข็งแกร่งเกินไป อันที่จริงหากไม่ใช่เพราะเจ้าใช้วิธีฝึกฝนแตกต่างจากคนทั่วไปเกรงว่าแค่ใช้งานสักหนึ่งชั่วก้านธูปก็ยากที่จะคงสภาพวิชาเอาไว้ได้แล้ว ดังนั้นหากเจ้าต้องการฝืนขีดจำกัดให้นานขึ้น เจ้าจะต้องทำให้พลังดั้งเดิมของเจ้าทรงพลังมากพอที่จะรองรับพลังของวิชาต่อต้านสวรรค์ให้ได้

ทำให้พลังดั้งเดิมของข้าแข็งแกร่งเพียงพองั้นหรือซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย อาจารย์ ท่านมีวิธีใดที่จะทำให้พลังดั้งเดิมของข้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เซี่ยหยางตอบ วิธีแรกเป็นวิธีทั่วไปนั่นคือการดูดซับพลังของสมบัติวิเศษที่เหมาะสมกับพลังของเจ้า อย่างไรก็ตามสมบัติวิเศษเหล่านี้เป็นเรื่องของวาสนา สิ่งที่หาง่ายย่อมไม่มีคุณค่า สิ่งที่มีคุณค่านั้นมีแต่ต้องใช้โชควาสนาจึงจะไขว่คว้ามาได้

วิธีที่สองคือการใช้โอสถวิเศษ แน่นอนว่าด้วยฐานะของเจ้านี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อันใด ทว่าเจ้าก็ได้ใช้โอสถช่วยเหลือในการฝึกฝนไปมากแล้ว นอกจากจะสรรหาสูตรโอสถที่สาบสูญมาเพิ่มเติมได้วิธีนี้ก็นับว่าไม่อาจใช้ได้แล้วเช่นกัน

วิธีที่สามคือการฝึกฝนวิชาที่จะช่วยเพิ่มพูนระดับพลังภายในของเจ้า ยกตัวอย่างเช่นเคล็ดลมหายใจชำระกายาที่เฉินจือหยาเคยพูดถึง แม้ว่าเคล็ดลมหายใจชำระกายาจะเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับมหัศจรรย์เท่านั้นแต่มันก็เป็นวิชาที่จะช่วยส่งเสริมร่างกายและพลังภายในของเจ้า

ซ่งไป่หลางพยักหน้า ข้าศึกษาเคล็ดลมหายใจชำระกายามาระยะหนึ่งแล้ว เวลานี้แม้ไม่นับว่าชำนาญแต่ก็นับว่าใช้งานได้ค่อนข้างดี ระดับพลังภายในของข้าเพิ่มขึ้นมาขั้นหนึ่งแต่ก็ไม่นับว่ามากมายอันใดนัก

นั่นเพราะเคล็ดลมหายใจชำระกายาเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับมหัศจรรย์เท่านั้นเซี่ยหยางถอนหายใจเบาๆ เดิมทีข้าตั้งใจจะรอให้เจ้าทะลวงไปยังขั้นราชันยุทธ์เสียก่อนจึงจะให้เจ้าเริ่มฝึกฝนวิชานี้ แต่เนื่องจากเจ้ามีความแข็งแกร่งเหนือกว่าขั้นรวมวิญญาณทั่วไปดังนั้นข้าคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอันใดหากเจ้าจะเริ่มฝึกวิชานี้ตั้งแต่ตอนนี้

ซ่งไป่หลางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที วิชาที่เซี่ยหยางถ่ายทอดให้มันแต่ละวิชาล้วนแต่เป็นวิชาชั้นยอดที่เป็นดั่งไพ่ตายของมันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวารีแปลงลักษณ์หรือเคล็ดหยาดวารีหมื่นสังหาร อาจารย์ เคล็ดวิชาที่ว่าคือวิชาอันใด

เคล็ดวิชาระดับสวรรค์ ผลึกวิญญาณนิรันดร์

ผลึกวิญญาณนิรันดร์ วิชาระดับสวรรค์งั้นรึซ่งไป่หลางรู้สึกได้ถึงความทรงพลังของวิชานี้จากชื่อของมัน แม้ว่ามันจะเป็นวิชาระดับสวรรค์เช่นเดียวกับวิชาอื่นๆทว่าเห็นได้ชัดว่ามันมิใช่วิชาระดับสวรรค์ทั่วไป มิเช่นนั้นเซี่ยหยางคงไม่รอให้มันฝึกฝนจนถึงระดับราชันยุทธ์ก่อนที่จะถ่ายทอดวิชานี้ให้

วิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์มิใช่วิชาประเภทใช้ต่อสู้ แต่เป็นวิชาที่ฝึกฝนเอาไว้เพื่อเพิ่มพูนพลังวิญญาณและพลังลมปราณภายในร่าง สำหรับระดับพลังที่เจ้าจะได้รับหลังฝึกวิชานี้ข้าไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนกับเจ้าได้ อันที่จริงวิชานี้จะทรงพลังมากเพียงใดก็ล้วนขึ้นอยู่กับแก่นแท้จิตวิญญาณของผู้ฝึกเท่านั้น

ขึ้นอยู่กับแก่นแท้จิตวิญญาณของผู้ฝึกงั้นหรือซ่งไป่หลางทวนคำด้วยความสงสัย

อืม คนแต่ละคนจะมีแก่นแท้จิตวิญญาณที่แตกต่างกัน ยิ่งแก่นแท้จิตวิญญาณแข็งแกร่งมากเพียงใดผลลัพธ์ของผลึกวิญญาณนิรันดร์ก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกันการฝึกฝนวิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์ก็จะยากยิ่งขึ้นเช่นกัน

ท่านอาจารย์ เช่นนั้นวิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์นี้ส่งผลต่อพลังของท่านมากน้อยเพียงใดซ่งไป่หลางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น

เซี่ยหยางหัวเราะเบาๆ วิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์ ข้าฝึกสำเร็จระดับหนึ่งตอนที่มีพลังขั้นจักรพรรดิฟ้า เวลานั้นข้าสามารถเอาชนะอนุเซียนได้ จากนั้นเมื่อข้าทะยานสู่ระดับอนุเซียนขั้นหนึ่ง ข้าสามารถเอาชนะอนุเซียนขั้นสามได้ เมื่อข้าบรรลุวิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์ที่จุดสูงสุดยามที่ข้าบรรลุระดับเซียนสวรรค์ ข้าสามารถต่อกรกับเซียนสวรรค์ระดับสามได้ นี่ก็คือผลลัพธ์ของวิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์ที่มีต่อข้า

จักรพรรดิฟ้าเอาชนะอนุเซียนได้ซ่งไป่หลางตะลึงไปชั่วขณะ จากประสบการณ์ของมันความแตกต่างระหว่างจักรพรรดิฟ้าและอนุเซียนนั้นยิ่งใหญ่อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นสงครามที่สำนักพงไพร เห็นได้ชัดว่าการมีตัวตนของอนุเซียนผู้หนึ่งสามารถพิชิตจักรพรรดิฟ้าจำนวนมากได้อย่างง่ายดายยิ่ง

ดั่งที่ข้าเอ่ย วิชานี้สามารถเพิ่มพูนพลังวิญญาณและพลังลมปราณของคนผู้หนึ่งขึ้นอยู่กับแก่นแท้จิตวิญญาณของคนผู้นั้น ดังนั้นเจ้าฝึกฝนวิชานี้และทดลองด้วยตนเองเถอะว่ามันจะส่งผลกับเจ้าเช่นไร อย่างไรก็ตามอย่าได้คาดหวังมากนัก วิชานี้อาจจะส่งผลมหาศาลหรือกระทั่งสามารถเป็นวิชาที่ไร้ประโยชน์ได้เช่นกัน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับแก่นแท้วิญญาณของเจ้า

ซ่งไป่หลางพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่น อาจารย์ ข้าจะฝึกฝนวิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์นี้

อืม มีเวลาอีกราวครึ่งปี แม้ว่าจวินเฟิงซื่อเทียนจะยืนยันว่าเรื่องสมบัติบรรพชนมารมิมีปัญหาอันใดทว่าลางสังหรณ์ของข้าได้เตือนถึงบางสิ่งบางอย่าง บางทีนี่อาจเป็นเพียงการวิตกจริตของข้าเท่านั้น อย่างไรก็ตามข้าอยากให้เจ้าเตรียมความพร้อมเผื่อเอาไว้เซี่ยหยางถอนหายใจเบาๆ

นั่นเพราะในการประลองนั้นหงเสวี่ยเองก็เข้าร่วมอยู่ด้วย หากเกิดปัญหาขึ้นอย่างที่ลางสังหรณ์ของข้ากระตุ้นเตือนอันตรายครั้งนี้จะส่งผลถึงนางเช่นกัน ผู้ที่จะปกป้องนางได้ก็คือข้าและเจ้า

แต่การประลองราชันย์รุ่นเยาว์จักรพรรดิมารทั้งสามเองก็จับตามองอยู่ตลอด หากเกิดปัญหาอันใดขึ้นข้าคิดว่าพวกมันจะต้องจัดการแก้ไขในพริบตาเป็นแน่ซ่งไป่หลางไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก

หากพวกมันทั้งสามแก้ไขได้ข้าย่อมไม่เรียกมันว่าปัญหา เอาเถอะเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้น พวกเราไม่อาจรู้อนาคตได้ แต่การพัฒนาของเจ้าอย่างไรก็เป็นสิ่งจำเป็น ขอเพียงมีความแข็งแกร่งมากพอย่อมไม่ต้องกังวลถึงปัญหาในอนาคต ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แก่เจ้า จงเริ่มฝึกฝนเถอะเซี่ยหยางเอ่ยก่อนจะเริ่มถ่ายทอดเคล็ดวิชาผลึกวิญญาณนิรันดร์เข้าสู่จิตวิญญาณของซ่งไป่หลาง

 

ระยะเวลาครึ่งปีให้หลังผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วยิ่ง ขณะที่งานประลองราชันย์รุ่นเยาว์กำลังจะเริ่มต้น ที่ชายขอบของดินแดนราชันย์พลันบังเกิดประตูมิติเชื่อมดินแดนขนาดเล็กขึ้น ประตูเชื่อมดินแดนขนาดเล็กเช่นนี้นับว่าเป็นสิ่งที่พิเศษยิ่งนัก มันมิใช่ประตูที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและหากพิจารณาอย่างละเอียด มันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังของสมบัติวิเศษที่เกี่ยวข้องกับมิติและกาลเวลา

สมบัติวิเศษระดับนี้นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก หลังจากที่ประตูปรากฏขึ้น ร่างสามร่างได้ทะยานผ่านประตูออกมาก่อนที่มันจะปิดลง เป็นชายชราหนึ่งคนและชายหญิงอีกคู่หนึ่ง คนทั้งสามล้วนมีบุคลิกสูงส่งและแลดูทรงพลังอย่างยิ่ง

ท่านผู้อาวุโส พวกเราจะมุ่งหน้าไปที่ลานประลองแห่งบรรพชนมารเลยหรือไม่ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นมา

มิต้องรีบร้อนเฉินลู่ หากพวกเราไปที่นั่นโดยไม่ระมัดระวังก็มีแต่จะถูกตรวจจับโดยจักรพรรดิมารทั้งสามเท่านั้น รอให้การประลองราชันย์รุ่นเยาว์เริ่มต้นขึ้นก่อน ถึงเวลานั้นประสาทสัมผัสส่วนใหญ่ของดินแดนราชันย์จะจับจ้องไปยังการประลอง ทำให้พวกเราลงมือได้สะดวกขึ้นชายชราตอบกลับ

ข่าวลือนั้นเป็นความจริงงั้นหรือท่านผู้อาวุโส ที่ว่าสมบัติแห่งบรรพชนมารถูกปิดซ่อนเอาไว้ที่ลานประลองแห่งบรรพชนมารหญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เรื่องนี้พวกเรากำลังจะได้พิสูจน์กันในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามมันมิได้สำคัญมากนัก หากข่าวนี้เป็นเพียงเรื่องหลอกลวงพวกเราก็ยังมีเป้าหมายอื่นที่ต้องทำ นั่นคือสังหารอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของดินแดนราชันย์ทั้งหมดคำตอบอันเย็นชาของชายชราทำให้ชายหญิงทั้งสองสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

ท่านผู้อาวุโสลำดับที่สิบสี่แห่งตระกูลศักดิ์สิทธิ์เฉินหย่งลงมือด้วยตนเอง เฮอะๆ อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของดินแดนราชันย์ช่างเคราะห์ร้ายเสียจริง




-------------


สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน หลังจากนี้ไปผมจะลงแพคเกจต่อไปซึ่งคิดว่าน่าจะได้ลงไม่เกินวันที่ 10 นะครับ อดใจรอกันสักครู่และหลังจากนี้ผมจะพยายามลงให้ได้อาทิตย์ละ 10 ตอน(วันธรรมดา 2 ตอน และวันหยุด 1 ตอน) ขอบคุณทุกคนที่ติดตามครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #310 dfrdz007 (จากตอนที่ 168)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 21:25
    ขอบคุณคับ
    #310
    0