God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 167 : ตอนที่ 159 เรื่องราวของสมบัติบรรพชนมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    30 ธ.ค. 63

                ท้องพระโรงจักรพรรดิมารอัคคี จวินเฟิงซื่อเทียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับทำการเปิดพิธีอย่างเรียบง่ายและจบด้วยการแสดงความยินดีกับหลี่เฉียน ผู้ได้รับตำแหน่งอ๋องมารอันดับที่สิบห้าของวังจักรพรรดิมารอัคคี

            เวลานั้น อ๋องมารรุ่นก่อนๆได้ปรากฏตัวขึ้นทำให้ผู้คนในท้องพระโรงรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของพวกมัน อ๋องมารสิบกว่าคนเหล่านั้นล้วนแต่เป็นอัจฉริยะในรุ่นของพวกมัน คนที่แข็งแกร่งที่สุดเวลานี้มีพลังอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นจักรพรรดิฟ้า ใกล้บรรลุขั้นอนุเซียนเต็มทีแล้ว คนอื่นๆก็ล้วนแข็งแกร่งโดดเด่นกว่ายอดฝีมือในรุ่นเดียวกัน ส่วนมากล้วนเป็นจักรพรรดิฟ้าและมีเพียงสามคนที่ยังเป็นจักรพรรดิปฐพีอยู่

            แม้จะอยู่ในห้องส่วนตัวทว่าซ่งไป่หลางก็ยังสามารถมองเห็นบรรยากาศในท้องพระโรงผ่านนัยน์ตาอัคคีได้ตลอดเวลา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก สมแล้วที่เป็นหนึ่งในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด แม้แต่สำนักพงไพรเองก็ยังมียอดฝีมือขั้นจักรพรรดิฟ้าเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนมากล้วนเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่าห้าสิบปีขึ้นไป แต่วังจักรพรรดิมารอัคคีกลับมีจักรพรรดิฟ้าที่อายุต่ำกว่าสี่สิบปีอยู่หลายคน

            เซี่ยหยางพยักหน้า เพราะเหตุนี้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จึงไม่กล้าเปิดศึกกับดินแดนราชันย์โดยตรง ความแข็งแกร่งของขั้วอำนาจวังจักรพรรดิมารดาบและวังจักรพรรดิมารโลหิตเองก็มิได้ด้อยไปกว่าวังจักรพรรดิมารอัคคีเลย แม้แต่ขั้วอำนาจขนาดกลางและเล็กของดินแดนราชันย์ก็ยังมิสามารถดูถูกได้ นี่คือที่มาของความแข็งแกร่งของดินแดนราชันย์

            เวลานี้ข้าจึงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดลู่เหอจึงเป็นเพียงตัวตนระดับกลางๆของดินแดนราชันย์เท่านั้นซ่งไป่หลางถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงจักรพรรดิอสรพิษมาร เวลานั้นการเผชิญหน้ากับจักรพรรดิอสรพิษมารเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างมาก หากผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็มีโอกาสพบเจออันตรายถึงตายโดยง่าย

            เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เซี่ยหยางพลันนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมา เฉินจือหยา เจ้าเคยได้ยินเรื่องของสมบัติบรรพชนมารมาก่อนหรือไม่

            สมบัติบรรพชนมารเฉินจือหยาทวนคำด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง เรื่องนี้ข้าเคยเห็นในบันทึกของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ทว่ามันเป็นเพียงสิ่งที่ถูกเขียนไว้อย่างไร้หลักฐานรองรับเท่านั้น ว่ากันว่าสมบัติบรรพชนมารเป็นสิ่งที่มีอยู่ตั้งแต่ยุคสมัยที่ทวยเทพและมารบรรพกาลยังมีชีวิตอยู่ มันเป็นสมบัติวิเศษอันทรงพลังของเผ่ามารบรรพกาลที่สามารถทำให้เหล่าเทพสั่นกลัวและไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรง เจ้าได้ยินชื่อนี้มาจากที่ใด

            เซี่ยหยางมีท่าทีเคร่งขรึมเล็กน้อย เรื่องนั้นไม่สำคัญ ข้าได้ยินว่าราวๆสองร้อยปีก่อนได้เกิดปรากฏการณ์การตื่นขึ้นของสมบัติบรรพชนมาร เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่

            สองร้อยปีก่อนเฉินจือหยาครุ่นคิดเล็กน้อย ช่วงเวลานั้นข้ายังมิได้มายังดินแดนราชันย์ ทั้งยังมิได้รู้จักกับซื่อเทียนดังนั้นจึงไม่อาจให้คำตอบเจ้าได้ แต่หากเจ้าต้องการรู้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์รู้เกี่ยวกับสมบัติบรรพชนมารมากน้อยเพียงใด ข้าบอกเจ้าได้เพียงว่านี่ไม่ใช่ข่าวที่ทุกคนในตระกูลรับรู้ บางทีมันอาจถูกคนบางกลุ่มปกปิดเป็นความลับเพื่อป้องกันมิให้ถูกแย่งชิงผลประโยชน์ไป

            เช่นนี้เองเซี่ยหยางถอนหายใจ ดูเหมือนว่าความขัดแย้งภายในตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะรุนแรงไม่น้อย กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างสมบัติบรรพชนมารกลับยังมีการปกปิดเป็นข้อมูลลับเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบภายใน นี่นับเป็นข่าวดีอย่างหนึ่งสำหรับมัน

            การตื่นขึ้นของสมบัติบรรพชนมารเมื่อสองร้อยปีก่อนงั้นรึ ถ้าเป็นเรื่องนี้ข้าสามารถบอกสิ่งที่ข้ารู้ให้แก่เจ้าได้นะ มารเซี่ยจวินเฟิงซื่อเทียนบรรลุหน้าที่ของมันแล้ว ดังนั้นมันจึงกลับมายังห้องส่วนตัวและนั่งลงบนโต๊ะอาหารร่วมกับเฉินจือหยา

            เจ้าเฒ่า เล่าสิ่งที่เจ้ารู้มา

            จวินเฟิงซื่อเทียนไม่พอใจเล็กน้อย มารเซี่ย ที่จริงแล้วเรื่องนี้นับเป็นเรื่องภายในดินแดนราชันย์ เจ้าถือเป็นคนนอกกลับกล้าขู่ให้ข้าบอกเล่าเรื่องราว นี่มันใช้ได้ที่ไหนกัน

            จะเล่าหรือไม่เล่า หากเจ้าไม่เล่าข้าจะไปถามจากจักรพรรดิมารโลหิตเองแล้วคำขู่ของเซี่ยหยางได้ผลอย่างชัดเจน เนื่องจากจวินเฟิงซื่อเทียนยังต้องการความช่วยเหลือจากเซี่ยหยางในการรักษาเฉินจือหยา ดังนั้นมันจึงต้องยอมเล่าเรื่องราวออกมาในที่สุด

            สองร้อยปีก่อนที่ลานประลองแห่งบรรพชนมาร ข้า ฮั่วกงเหวินและหลินซื่อได้ประลองฝีมือกันเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ใดคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนราชันย์ แต่การประลองในครั้งนั้นจบลงโดยมิอาจรู้ผลแพ้ชนะ นั่นก็เพราะปรากฏการณ์การตื่นขึ้นของสมบัติบรรพชนมารที่ว่า

            พวกเจ้าสามคนประลองกันงั้นรึเซี่ยหยางรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที ฮั่วกงเหวินคือนามของจักรพรรดิมารดาบ และหลินซื่อคือนามของจักรพรรดิมารโลหิต แม้ว่าจะเคยมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการปะทะกันของจักรพรรดิทั้งสามทว่ากลับไม่มีข่าวไหนที่ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง แต่เนื่องจากจวินเฟิงซื่อเทียนเป็นผู้เอ่ยถึงเรื่องนี้ด้วยตนเองดังนั้นนี่จะต้องเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน

            จวินเฟิงซื่อเทียนพยักหน้าก่อนจะเล่าต่อว่า เวลานั้นเมื่อพลังของพวกเราทั้งสามปะทะกัน คลื่นพลังอันรุนแรงได้กระตุ้นให้สมบัติบรรพชนมารที่ถูกผนึกอยู่ใต้พื้นลานประลองแห่งบรรพชนมารตื่นขึ้นจากการหลับใหลและพยายามที่จะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการผนึก

            คิ้วของเซี่ยหยางและเฉินจือหยาขมวดเข้าหากันทันที หากสมบัติบรรพชนมารถูกผนึกเอาไว้ นั่นย่อมหมายความว่ามันเป็นสมบัติวิเศษที่อันตรายอย่างแท้จริง มิเช่นนั้นเผ่ามารบรรพกาลย่อมไม่เลือกผนึกมันและปิดซ่อนเอาไว้เป็นแน่

            ถูกต้อง ข้าและอีกสองคนที่เหลือก็ตระหนักได้เช่นกันว่าพวกเราได้แตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง ดังนั้นทันทีที่รู้ว่าสมบัติบรรพชนมารได้ตื่นขึ้น พวกข้าจึงได้เลิกต่อสู้กันและได้ร่วมมือกันเพื่อสร้างผนึกใหม่ขึ้นมายับยั้งการตื่นของสมบัติบรรพชนมาร โชคดีที่มันยังถูกถ่วงรั้งจากผนึกดั้งเดิมดังนั้นการร่วมมือของพวกข้าจึงสามารถหยุดยั้งมิให้มันหลุดออกจากผนึกได้ และเวลานี้มันก็ได้กลับไปหลับใหลอีกครั้งจวินเฟิงซื่อเทียนถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต

            อย่างไรก็ตามเนื่องจากพลังของสมบัติบรรพชนมารนั้นมหาศาลยิ่งนัก ดังนั้นวินาทีที่มันตื่นขึ้น ยอดฝีมือทั่วทั้งดินแดนราชันย์ต่างก็ตระหนักได้ถึงการมีอยู่ของสมบัติวิเศษชิ้นนี้ แต่ยังดีที่ไม่มีผู้ใดสามารถตามหาร่องรอยของมันได้พบ มิเช่นนั้นดินแดนราชันย์คงต้องพบเจอกับภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่

            เซี่ยหยางแค่นเสียง เจ้าเฒ่า เจ้าพลาดแล้ว มิใช่ว่าไม่มีผู้ใดค้นพบร่องรอยของมัน อย่างน้อยๆข้าก็รู้จักอยู่ผู้หนึ่งที่ค้นพบร่องรอยของมันแล้ว ที่ดินแดนตราสูญศิษย์ของข้าได้พบเจอกับจักรพรรดิฟ้าผู้หนึ่งที่หลบหนีจากดินแดนราชันย์ไปยังสถานที่แห่งนั้น ก่อนที่จะหลบหนีไปมันสืบเสาะจนพบว่าตำแหน่งที่เกิดปรากฏการณ์ที่ว่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับลานประลองแห่งบรรพชนมาร ทั้งยังเกี่ยวข้องกับการประลองของพวกเจ้าทั้งสามอีกด้วย

            จักรพรรดิฟ้างั้นรึจวินเฟิงซื่อเทียนตื่นตะลึงทันที เป็นไปไม่ได้ ลานประลองแห่งบรรพชนมารมิใช่สถานที่ที่จักรพรรดิฟ้าธรรมดาจะสามารถเข้าถึงได้ หรือต่อให้มีผู้พยายามลุกล้ำเข้าไปในเขตลานประลอง ข้าและจักรพรรดิอีกสองคนย่อมต้องรับรู้ถึงตัวตนของมันเช่นกัน

            ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่ามันใช้วิธีการอันใด แต่มันสามารถสืบจนรู้เรื่องนี้ได้จริงๆ โชคดีที่เกิดปัญหาระหว่างมันและตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ที่บงการอยู่เบื้องหลังเสียก่อน มิเช่นนั้นเวลานี้เบาะแสที่ว่าคงรู้ไปถึงหูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วเซี่ยหยางส่ายหน้าอย่างระอาใจ เนื่องจากมีคนหนึ่งที่สามารถสืบจนค้นพบเบาะแส เช่นนั้นข้าขอให้เจ้าคาดเดาไว้ก่อนเลยว่าอาจจะมีผู้อื่นที่สืบจนรู้เรื่องนี้อีก และให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ตลอดเวลาจะเป็นการดีที่สุด

            จวินเฟิงซื่อเทียนมีสีหน้าเคร่งขรึม นี่นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างแท้จริง สมบัติบรรพชนมารมิใช่สิ่งที่ใครจะควบคุมได้ กระทั่งเหล่ามารบรรพกาลยังตัดสินใจผนึกมันเอาไว้ วันใดที่มันถูกปลดปล่อยออกมาย่อไม่มีเรื่องดีเกิดขึ้น

            เซี่ยหยางถอนหายใจ คราแรกข้าก็หลงคิดยินดีเกี่ยวกับเบาะแสที่ได้รับ ยังคิดจะทดลองให้ไป่หลางไปสำรวจตามเบาะแสเผื่อจะมีวาสนาได้ครอบครองสมบัตินี้ นึกไม่ถึงมันกลับเป็นสมบัติที่อันตรายไปเสียได้ ช่างเถอะ ถือเสียว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนก็แล้วกัน

            ซ่งหงเสวี่ยพลันเอ่ยถามด้วยความกังวลเล็กๆ ท่านพ่อ สถานที่จัดการประลองราชันย์รุ่นเยาว์ก็คือลานประลองแห่งบรรพชนมารเช่นกัน หากเรื่องสมบัติบรรพชานมารเป็นจริงเช่นนั้นมิใช่ว่าพวกเราควรหลีกเลี่ยงสถานที่แห่งนั้นหรอกรึ

            จวินเฟิงซื่อเทียนส่ายหน้า มิจำเป็น หลังจากที่รู้เรื่องนี้ข้าได้ตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่ามีเพียงระดับพลังของข้าและจักรพรรดิอีกสองคนเท่านั้นที่มีพลังพอจะกระตุ้นผนึกของสมบัติมารบรรพกาลได้

            มีเพียงพลังระดับสามจักรพรรดิเท่านั้นที่จะกระตุ้นให้สมบัติตื่นจากการหลับใหลงั้นรึเซี่ยหยางครุ่นคิดเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ควรระวังเอาไว้ แม้ว่าตัวตนของพวกเจ้าทั้งสามจะจัดว่าเป็นตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในดินแดนราชันย์ แต่บนโลกใบนี้มิได้มีเพียงพวกเจ้าที่มีพลังระดับนี้

            เป็นดังที่เซี่ยหยางกล่าว บนโลกใบนี้ยังมีผู้ที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับสามจักรพรรดิมารบรรพกาลอยู่ ยกตัวอย่างเช่นตัวเซี่ยหยางเอง หรือเฉินจือหยาที่อยู่ในสภาวะสมบูรณ์ ทั้งสองมีศักยภาพมากพอที่จะกระตุ้นให้สมบัติมารบรรพกาลตื่นขึ้นเช่นกัน ยังมียอดฝีมือของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทั้งผู้อาวุโสหลักและสามยอดผู้อาวุโส คนเหล่านี้ก็มีพลังไม่ด้อยไปกว่าสามจักรพรรดิมารบรรพกาลเช่นกัน

            เรื่องนี้ข้าเองย่อมตระหนักดี อย่างไรก็ตามตราบใดที่ยังไม่มีผู้ใดค้นพบความลับเรื่องนี้มันก็ยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลนัก เพื่อที่จะปกปิดเรื่องนี้ข้า ฮั่วกงเหวินและหลินซื่อต่างก็คิดเช่นเดียวกันว่าแทนที่จะเลี่ยงการใช้งานลานประลองแห่งบรรพชนมารให้เกิดความผิดปกติ การปล่อยให้มันถูกใช้งานเป็นวิธีการปกปิดที่ดียิ่งกว่า ขอเพียงระมัดระวังมากพอก็ไม่ต้องกังวลว่าจะกระตุ้นให้สมบัติชิ้นนั้นตื่นจากการหลับใหลอีกครั้งจวินเฟิงซื่อเทียนตอบกลับ

            เอาเถอะ นี่เป็นเพียงความกังวลของข้าเท่านั้นเซี่ยหยางถอนหายใจ

            งานเลี้ยงดำเนินผ่านไปจนจบ ของขวัญของผู้อาวุโสฟู่แห่งสำนักพงไพรที่ฝากมอบให้แก่หลี่เฉียนทำให้ท้องพระโรงปั่นป่วนไปชั่วขณะ กระทั่งอ๋องมารรุ่นก่อนๆยังอดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุกด้วยความรู้สึกอิจฉา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในขั้นจักรพรรดิฟ้า หากในอดีตเมื่อได้รับตำแหน่งอ๋องมารพวกมันมีโอกาสได้รับโอสถเหล่านี้ เกรงว่าพวกมันคงสามารถบรรลุถึงระดับขั้นอนุเซียนได้สำเร็จแล้ว

            หลังจากงานเลี้ยงวังจักรพรรดิมารอัคคีก็กลับคืนสู่ช่วงเวลาแห่งความสงบอีกครั้ง ซ่งไป่หลางและซ่งหงเสวี่ยต่างเริ่มต้นการฝึกฝนภายในหอมารอัคคีบรรพกาล พลังปราณธาตุอัคคีของสถานที่แห่งนี้มิได้ด้อยไปกว่าพลังธาตุพฤกษาในหอเทพพฤกษาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นซ่งไป่หลางจึงสามารถซึมซับพลังและฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วยิ่ง

            นอกจากฝึกฝนโดยการซึมซับพลังแล้ว ซ่งไป่หลางยังใช้โอสถวิเศษควบคู่ไปกับการใช้หยกศิลาลมปราณซึ่งปริมาณหยกศิลาลมปราณที่ซ่งไป่หลางครอบครองอยู่ มันมากพอที่จะใช้ฝึกฝนพลังได้นานนับพันปีเลยทีเดียว

            ระหว่างที่ฝึกฝนพลัง ซ่งไป่หลางยังแบ่งเวลาไปใช้ปรุงโอสถชำระไขกระดูกเพื่อฝึกฝนรากฐานศักดิ์สิทธ์ให้พัฒนาขึ้นอีกด้วย เมื่อเห็นว่าศิษย์ของตนเข้าสู่ช่วงเก็บตัวฝึกฝนเซี่ยหยางเองก็วางใจและใช้เวลาไปกับการรักษาเฉินจือหยา ตามการคาดการณ์ของเซี่ยหยาง ตราบใดที่อาการของเฉินจือหยาสามารถฟื้นฟูได้โดยไม่ติดขัด นางสมควรที่จะกลับสู่สภาวะที่สมบูรณ์ภายในครึ่งปี

            อันที่จริงอาการของเฉินจือหยาก่อนหน้านับว่าร้ายแรงอย่างมาก หากเปลี่ยนเป็นผู้ปรุงโอสถทั่วไปคงไม่สามารถรักษานางให้หายขาดได้หรือกระทั่งไม่สามารถช่วยชีวิตของนางเอาไว้ได้ ทว่าเซี่ยหยางนั้นมิได้ใช้วิธีการรักษาตามฉบับผู้ปรุงโอสถ วิธีที่มันใช้คือการใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของมันขับไล่พลังเพลิงมารบรรพกาลที่แทรกซึมในร่างของเฉินจือหยาออกไป จากนั้นจึงใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของมันเช่นกันช่วยกระตุ้นให้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ในร่างของเฉินจือหยากลับคืนสู่สภาวะดั้งเดิมของมัน ที่เหลือก็เพียงแค่ปล่อยให้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่ฟื้นสภาพกลับคืนมาทำหน้าที่รักษาร่างกายของนางด้วยตนเองเท่านั้น

            เมื่อการรักษาดำเนินไปถึงจุดหนึ่งเซี่ยหยางก็ตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วเฉินจือหยาไม่สมควรจะอาการหนักถึงเพียงนี้ เนื่องจากตอนที่ซ่งไป่หลางใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ช่วยซ่งหงเสวี่ยจากอาการเพลิงแฝงร่าง แม้ว่าจะเป็นการฝืนใช้พลังจนเกินตัวแต่ก็ยังอยู่ในจุดที่สามารถรักษาฟื้นฟูได้

            เมื่อเทียบกันแล้วพลังของเฉินจือหยาแข็งแกร่งกว่าซ่งไป่หลางหลายเท่า แต่นางกลับทุ่มเทพลังรักษาซ่งหงเสวี่ยจนถึงจุดที่พลังของนางไม่อาจหวนคืน นั่นเป็นไปได้ว่าอาการเพลิงแฝงร่างแท้จริงแล้วรุนแรงกว่าที่มันคาดคิดมากนัก หากมิใช่เพราะเฉินจือหยาทุ่มเทพลังของนางจนเกินขีดจำกัด อาการเพลิงแฝงร่างอาจสังหารซ่งหงเสวี่ยไปก่อนหน้าที่นางจะได้พบเจอกับซ่งไป่หลางเสียอีก

            ทำให้คนระดับเฉินจือหยาต้องฝืนขีดจำกัดจนถึงจุดนี้ ทั้งยังไม่อาจรักษาอาการเพลิงแฝงร่างจนหายขาดสมบูรณ์ แท้จริงแล้วเกิดอันใดขึ้นกับหงเสวี่ยกันเซี่ยหยางขมวดคิ้วด้วยความกังวลเล็กน้อย จากที่ซ่งหงเสวี่ยเคยเล่าให้ฟัง นางได้พบกับโอกาสบางประการและหลังจากนั้นพลังเพลิงมารบรรพกาลในร่างของนางก็ทรงพลังมากขึ้นจนทำให้เกิดอาการเพลิงแฝงร่าง โอกาสอันใดที่ทำให้พลังของนางทะยานถึงจุดที่เฉินจือหยาไม่อาจยับยั้งเอาไว้ได้สำเร็จ

            บางทีข้าควรถามเรื่องนี้กับเจ้าเฒ่าจวินเฟิงซื่อเทียนสักหน่อยถึงอย่างไรซ่งหงเสวี่ยก็นับได้ว่าเป็นหลานสาวแท้ๆของมัน เซี่ยหยางย่อมไม่สามารถปล่อยเรื่องอันตรายเช่นนี้เอาไว้เฉยๆ

            เวลาหกเดือนผ่านไปอาการของเฉินจือหยานับว่าคงที่แล้ว ทำให้ความกังวลที่เป็นดั่งหนามทิ่มแทงจิตใจของจวินเฟิงซื่อเทียนสลายหายไปในที่สุดจนมันแทบจะจัดงานเลี้ยงขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเนื่องจากตัวตนของเฉินจือหยาเป็นความลับสุดยอด ดังนั้นจวินเฟิงซื่อเทียนจึงได้แต่จำใจกัดฟันไม่จัดงานฉลองเอิกเกริกในแบบที่มันชื่นชอบ

            เวลาครึ่งปีที่ผ่านมา ภายใต้บรรยากาศของหอมารอัคคีบรรพกาลและหยกศิลาลมปราณนับหมื่นก้อน ในที่สุดพลังของซ่งไป่หลางได้ทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณและใกล้จะทะลวงถึงขั้นราชันยุทธ์เต็มที นอกจากนี้กระดูกศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุดเช่นกัน อีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุสู่ขั้นกล้ามเนื้อศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ

            เวลานี้ซ่งไป่หลางรู้สึกราวกับว่ามันเป็นมัจฉาที่ติดอยู่ในแง่งหินกลางลำธาร พยายามแหวกว่ายให้หลุดพ้นแต่กลับไม่สามารถหยุดออกไปได้ ความรู้สึกที่น่าอึดอัดเช่นนี้ทำให้ซ่งไป่หลางรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

            หากไม่สามารถก้าวข้ามอาการติดขัดนี้ไปได้ก็ยากที่จะทะยานสู่ขั้นราชันยุทธ์ แม้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันในเวลานี้จะสามารถเผชิญหน้าได้กระทั่งจักรพรรดิมนุษย์แต่ซ่งไป่หลางก็ยังรู้สึกไม่พอใจสักเท่าใดนัก

            ขณะเดียวกันการพัฒนาของซ่งหงเสวี่ยก็นับได้ว่าไม่เลวเช่นกัน ระดับพลังของนางทะยานจนถึงจุดสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ อีกเพียงก้าวเดียวก็สามารถไปถึงขั้นจักรพรรดิมนุษย์ได้แล้ว ตามที่นางได้คาดการณ์เอาไว้ ก่อนที่การประลองราชันย์รุ่นเยาว์จะเริ่มขึ้น ระดับพลังของนางจะเพิ่มพูนขึ้นตามอัจฉริยะจากอีกสองขั้วอำนาจได้ทันอย่างแน่นอน

            โดยเฉพาะพลังของเพลิงมารบรรพกาลที่แม้แต่จวินเฟิงซื่อเทียนก็ยังกล่าวด้วยตนเองว่าพลังของนางในเวลานี้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเพลิงมารบรรพกาลของมันเมื่ออายุห้าสิบปีเลยทีเดียว นี่คือเรื่องของพรสวรรค์และโชคชะตาอย่างแท้จริง

            อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดก็คือ ผู้ที่พัฒนาตนเองได้รวดเร็วมากที่สุดจะไม่ใช่ทั้งซ่งหงเสวี่ยและซ่งไป่หลาง แต่กลับเป็นเด็กหนุ่มเทียนอี้ที่เดิมทีมีพลังขั้นสองราชันยุทธ์ เวลานี้กลับทะยานจนถึงขั้นเจ็ดราชันยุทธ์ ความรวดเร็วในการพัฒนาของมันสามารถเอ่ยได้ว่าเป็นการพัฒนาแบบเดือนต่อเดือน ความเร็วในการฝึกที่สูงส่งถึงเพียงนี้แม้แต่จวินเฟิงซื่อเทียนยังอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง

            เด็กหนุ่มที่ไร้พรสวรรค์เพราะขาดการเชื่อมต่อพลังธาตุกลับฝึกฝนพลังลมปราณได้รวดเร็วราวกับติดปีกโบยบิน นอกจากนี้หลังจากพยายามซึมซับเคล็ดวิชากระบี่ตัดมิติอย่างต่อเนื่อง ทำให้เวลานี้เทียนอี้ได้เข้าสู่ขอบเขตปราชญ์กระบี่แล้ว นับว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านกระบี่ที่ห้าร้อยปีจะปรากฏตัวสักคนหนึ่งอย่างแท้จริง


----------------------------------


ตอนนี้ลงเผื่อๆไว้ เผื่อพรุ่งนี้จะไม่ว่างครับ Happy New Year ล่วงหน้านะครับนักอ่านที่น่ารักทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #309 dfrdz007 (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 00:02
    ขอบคุณคับ
    #309
    0
  2. #308 Lipolimtus (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 20:12
    Happy New Year's ครับ💜💜
    #308
    0