God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 120 : ตอนที่ 115 เข้าสู่สวนสมุนไพรวิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    3 มี.ค. 63

ร่างวิญญาณของเซี่ยหยางล่องลอยเคว้งคว้าง สีหน้าดำมืดฉายแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด เป็นท่านสินะที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ผิดปกติของสวนสมุนไพรวิเศษนั้น

            เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้น หากซ่งไป่หลางได้ยินเสียงนี้ย่อมระบุได้ในทันทีว่าเป็นเสียงของจิตวิญญาณบรรพกาลจากดินแดนตราสูญ ในอดีตภายใต้การช่วยเหลือของนางทำให้อาการบาดเจ็บจากพิษศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยหยางได้รับการรักษาเยียวยาจนหายดี

            ข้ามิได้ลงมืออันใดมากมาย เพียงแค่ยื่นมือเข้าไปแก้ไขค่ายกลนั้นเล็กน้อยเท่านั้น จิตวิญญาณบรรพกาลเอ่ย

            ค่ายกลนั้น เซี่ยหยางขมวดคิ้ว

            สวนสมุนไพรวิเศษ ค่ายกลเซียนพฤกษา กระทั่งตัวเซียนพฤกษาเอง ทั้งหมดล้วนถือกำเนิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือของข้า จิตวิญญาณบรรพกาลเอ่ย มันก็คือส่วนหนึ่งของอักขระเทวะต้นกำเนิด

            เช่นนี้เอง เซี่ยหยางพลันเข้าใจเรื่องราว เซียนพฤกษาที่เป็นดั่งตำนานของดินแดนเทพพฤกษา สามารถสรรค์สร้างมิติอันร้ายกาจเช่นสวนสมุนไพรวิเศษ ทั้งยังค่ายกลเซียนพฤกษาที่สามารถบดทำลายยอดฝีมือขั้นอนุเซียนได้ ทั้งหมดนี้หากเอ่ยว่าเป็นผลมาจากอักขระเทวะต้นกำเนิดที่มีมาตั้งแต่ยุคเทพเจ้าบรรพกาลย่อมนับว่าสมเหตุสมผล

            เซียนพฤกษาผู้นั้น เป็นเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มศิษย์ของเจ้า เป็นอัจฉริยะด้านอักขระค่ายกล ทั้งยังมีพรสวรรค์ด้านการปรุงโอสถอย่างยิ่ง ยามนั้นข้าได้ถ่ายทอดความรู้อักขระเทวะต้นกำเนิดแก่มัน จากนั้นเฝ้ามองการใช้ชีวิตของมันตลอดเวลา นับว่าเป็นคนที่ทำให้ข้ารู้สึกสนุกสนานได้ไม่น้อย

            ในเมื่อท่านคอยจับตามองมันตลอดเวลา ย่อมรู้จักสวนสมุนไพรวิเศษของมันเป็นอย่างดี แท้ที่จริงแล้วมันสร้างสถานที่แห่งนั้นเอาไว้เพื่อสิ่งใดกันแน่ เหตุใดจึงต้องมีการจำกัดขอบเขตของผู้ที่เข้าสู่พื้นที่สวนสมุนไพร และมีวิธีการใดที่ข้าจะสามารถเข้าไปยังสวนสมุนไพรแห่งนั้นได้ เซี่ยหยางรีบถาม ยามนี้แม้ว่าจิตวิญญาณของเซี่ยหยางจะยังดำรงอยู่ในร่างของซ่งไป่หลาง ทว่ากลับไม่อาจรับรู้สถานการณ์ของศิษย์ตนได้เลย

            เรื่องนี้นับว่าซับซ้อนไม่น้อย ข้าจะอธิบายเจ้าไปเรื่อยๆแล้วกัน ระหว่างนี้พวกเราก็มารอชมสิ่งที่จะเกิดขึ้นกันสักหน่อยเถอะ จิตวิญญาณบรรพกาลยิ้มแย้มก่อนที่เบื้องหน้าของเซี่ยหยางจะปรากฏรอยแยกขึ้น บนรอยแยกพลันฉายภาพของคนสองคน หนึ่งคือเด็กหนุ่มที่เซี่ยหยางคุ้นเคย อีกหนึ่งคือหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีเขียวพฤกษา

            เซี่ยหยางย่อมจดจำได้ว่าก่อนที่ซ่งไป่หลางจะเข้าสู่สวนสมุนไพรวิเศษ รั่วอวี่ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับใช้พลังปริศนาผลักดันหั่วเฟิงออกไป จากนั้นจึงดึงซ่งไป่หลางเข้าสู่สวนสมุนไพรวิเศษ สำหรับเรื่องนี้เซี่ยหยางรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก มิเช่นนั้นตนอาจต้องเปิดเผยตัวตนต่อหน้าฟางเจี่ยลื่อไปแล้ว

            ด้านในมิติสวนสมุนไพรวิเศษ ระดับพลังธรรมชาติของสถานที่แห่งนี้นับว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก เป็นรองพื้นที่ส่วนนอกของค่ายกลธรรมชาติเพียงเล็กน้อยเท่านั้นโดยเฉพาะพลังธาตุพฤกษานั้นนับว่าหนาแน่นเข้มข้นอย่างยิ่ง เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเติบโตของพืชสมุนไพรทั้งมวล

            กวาดสายตาเพียงหนึ่งรอบซ่งไป่หลางพลันสูดลมหายใจด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บ สมุนไพรวิเศษที่หาได้ยากในสถานการณ์ปกติเมื่อเข้าสู่มิติแห่งนี้กลับพบได้จำนวนมากตามรายทาง ทั้งยังดูคล้ายกับเป็นสมุนไพรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมิได้เกิดจากการลงมือเพาะปลูกอย่างตั้งใจอันใด

            รั่วอวี่ดึงแขนของซ่งไป่หลาง รีบตามข้ามา อย่าหยุดอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้านานเกินไป พวกเราไม่อาจแน่ใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาหลังจากนี้จะเป็นคนของสำนักพงไพรหรือไม่

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย พวกเราควรรั้งอยู่บริเวณด้านหน้าก่อนหรือไม่ หากมีคนของสำนักพงไพรตามเข้ามาแล้วต้องเผชิญหน้ากับศัตรู เราน่าจะยื่นมือช่วยเหลือร่วมมือกันจัดการศัตรูเป็นอันดับแรก

            รั่วอวี่กลับส่ายหน้า เจ้าสำนักรวมทั้งท่านปู่ของข้ากำชับเอาไว้ เป้าหมายหลักก็คือพวกเราสองคนจะต้องเข้าสู่พื้นที่ด้านในของสวนสมุนไพรให้จงได้ หากไปถึงตำหนักหมื่นสมุนไพรได้ก็เท่ากับประสบความสำเร็จแล้ว

            ตำหนักหมื่นสมุนไพร ซ่งไป่หลางประหลาดใจ ดูเหมือนรั่วอวี่จะมีข้อมูลของสวนสมุนไพรวิเศษอยู่กับตัว บางทีอาจเป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากจวินเม่ยหรือผู้อาวุโสรั่ว

            รั่วอวี่พยักหน้าก่อนจะรีบพาซ่งไป่หลางมุ่งไปยังทิศทางหนึ่งพลางเอ่ยปากอธิบายเพิ่มเติม พื้นที่สวนสมุนไพรวิเศษนี้ สาเหตุที่มีการแบ่งแยกขอบเขตของผู้เข้าถึงนั่นเพราะมันมิได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสวนสมุนไพรแต่แรก เป้าหมายแต่เดิมของสถานที่แห่งนี้ก็คือการเป็นสถานที่ทดสอบ

            สถานที่ทดสอบ?” ในค่ายกลธรรมชาติ เซี่ยหยางสีหน้าแปรเปลี่ยน มันเองก็ได้ยินสิ่งที่รั่วอวี่พูดเช่นกัน

            เซียนพฤกษาในตำนานนั้น ไม่เพียงเป็นผู้สร้างสวนสมุนไพรวิเศษ อันที่จริงสมควรเอ่ยว่าคนผู้นั้นคือผู้ที่สร้างสรรค์ดินแดนเทพพฤกษาแห่งนี้ขึ้นมา คำพูดของรั่วอวี่ทำให้ซ่งไป่หลางตกตะลึงถึงขีดสุด

            รั่วอวี่ไม่หยุดเคลื่อนไหว นางปรายตามองซ่งไป่หลางก่อนจะเอ่ยถาม เจ้ารู้หรือไม่ว่าดินแดนเทพพฤกษาดำรงอยู่ด้วยสิ่งใด

            ต้นมหาพฤกษา คำตอบนี้เรียบง่ายยิ่ง ซ่งไป่หลางที่เคยศึกษาตำราจักรวาลพฤกษาย่อมสามารถตอบได้ในทันที ในห้วงความคิดของเด็กหนุ่มพลันบังเกิดความเข้าใจบางอย่างขึ้น

            รั่วอวี่พยักหน้ายืนยัน ถูกต้อง เซียนพฤกษาผู้นั้น ก็คือผู้ที่ปลูกต้นมหาพฤกษา สรรค์สร้างแกนกลางของดินแดนเทพพฤกษาขึ้น และสวนสมุนไพรวิเศษนี้ก็คือมิติภายในต้นมหาพฤกษานั่นเอง

            เพาะปลูกต้นมหาพฤกษา ซ่งไป่หลางไร้คำพูด ต้องเป็นผู้ที่มีพลังสูงส่งเพียงใด เชี่ยวชาญพลังธาตุพฤกษาเพียงใดจึงจะสามารถเพาะปลูกต้นมหาพฤกษาที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นได้

            หากสวนสมุนไพรวิเศษแห่งนี้คือพื้นที่ภายในต้นมหาพฤกษา เหตุใดทางเข้าของมันจึงไม่ใช่ด้านในสำนักพงไพรกัน ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

            รั่วอวี่เผยยิ้มจนใจ นั่นเพราะนับตั้งแต่พื้นที่นี้ถูกสร้างขึ้น ยังไม่เคยมีผู้ใดที่ผ่านการทดสอบของเซียนพฤกษา และไม่มีผู้ใดได้รับอำนาจครอบครองที่แท้จริงของต้นมหาพฤกษา ทางเข้าที่อยู่ในสำนักพงไพรก็คือทางเข้าสำหรับผู้สืบทอดโดยชอบธรรมเท่านั้น ส่วนทางเข้าที่พวกเราผ่านมาคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบ

             เช่นนั้นบททดสอบนี้มีไว้เพื่อผู้ใดกัน ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

            แน่นอน ย่อมต้องเป็นการคัดเลือกผู้สืบทอด ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดในการรับช่วงต่อจากเซียนพฤกษา สืบทอดอุดมการณ์และความหวังของคนผู้นั้น รั่วอวี่ตอบกลับ

            ระยะเวลายาวนานที่ผ่านมากลับไม่มีผู้ใดเหมาะสมพอที่จะผ่านการทดสอบของเซียนพฤกษาได้แม้แต่คนเดียว อย่างไรก็ตามท่านปู่ได้บอกข้าว่าเวลาที่เหมาะสมมาถึงแล้ว และนั่นเป็นเหตุผลที่ท่านปู่และเจ้าสำนักพงไพรต้องการให้เจ้าและข้าเข้ามายังสวนสมุนไพรแห่งนี้ให้จงได้

            หรือว่าคุณสมบัตินั้นจะเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์เจตจำนงค์แห่งโอสถ?” ซ่งไป่หลางตกตะลึง

            รั่วอวี่พยักหน้า ถูกต้อง เจตจำนงค์แห่งโอสถเป็นพรสวรรค์ที่มีอยู่เพียงในตำนานเท่านั้น ในความเป็นจริงผู้เดียวในประวัติศาสตร์ที่ครอบครองพรสวรรค์นี้ก็คือเซียนพฤกษา ดังนั้นหากจะมีผู้ใดเหมาะสมกับการรับสืบทอดและผ่านบททดสอบนี้ได้คนผู้นั้นย่อมเป็นเจ้า

            ทั้งสองคนเคลื่อนที่ตรงไปเรื่อยๆ แม้ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าจำนวนมากที่ทำให้คนทั่วไปสามารถตาลุกวาวได้ ทว่าสำหรับซ่งไป่หลางและรั่วอวี่กลับมิได้แสดงความตื่นเต้นอันใดแม้แต่น้อย ทั้งสองคนเคลื่อนที่ต่อเนื่องราวกับมิได้มองเห็นสมุนไพรเหล่านั้น

            ขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้าทางเข้ามิติสวนสมุนไพรวิเศษ ร่างของคนจำนวนมากได้ปรากฏตัวขึ้น หกคนนั้นเป็นราชันยุทธ์ของฝ่ายสำนักพงไพร ทว่าที่เหลืออีกสิบกว่าคนกลับเป็นกลุ่มคนที่แลดูไม่คุ้นเคย มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เป็นคนของสำนักห้วงทมิฬ

            รีบไป ราชันยุทธ์ของสำนักพงไพรเอ่ยอย่างเร่งร้อน จำนวนคนของพวกมันเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอย่างหนักหน่วงแล้ว ฝ่ายสำนักพงไพรฉวยโอกาสสร้างช่องว่างแล้วพุ่งเข้ามาได้สำเร็จเพียงหกคน แต่อีกฝ่ายกลับครองพื้นที่ส่วนมากของทางเข้าเอาไว้ทำให้ส่งคนเข้ามาได้มากกว่า ทั้งยังมีผู้ที่แข็งแกร่งอยู่บนจุดสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ถึงสี่คน เทียบกันแล้วราชันยุทธ์ของสำนักพงไพรมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นขั้นสูงสุด

            อีกฝ่ายราวกับมิได้สนใจตัวตนของคนทั้งหกจากสำนักพงไพร เพียงมองดูคนกลุ่มนั้นหลบหนีไปอย่างเร่งร้อน จากนั้นชายผู้หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น

            เห็นว่าซ่งไป่หลางอยู่ในพื้นที่สวนสมุนไพรแห่งนี้แล้ว เป้าหมายของพวกเราก็คือสังหารซ่งไป่หลาง เก็บเกี่ยวสมุนไพรล้ำค่าตามรายชื่อคำสั่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และสำรวจพื้นทีด้านในของสวนสมุนไพรให้ลึกที่สุด ชายที่เป็นผู้นำเอ่ยออกมา มันคืออัจฉริยะจากตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ เป็นน้องชายของหั่วเฟิงที่มีระดับพลังขั้นสิบราชันยุทธ์นามว่าหั่วฟู่

            ตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์ได้เตรียมพร้อมที่จะส่งคนมาเข้าร่วมสำรวจสวนสมุนไพรวิเศษอยู่ก่อนแล้ว เดิมทีคิดแผนการเอาไว้มากมายที่จะแย่งชิงโอกาสเข้าร่วมมา นึกไม่ถึงอยู่ๆค่ายกลเซียนพฤกษากลับเกิดปัญหาขึ้น ทำให้ตระกูลหั่วได้ฉวยโอกาสจากความวุ่นวาย ปล่อยให้สำนักพงไพรสู้กับสำนักอื่นๆส่วนตนเองรอฉกฉวยผลประโยชน์ในตอนท้าย

            ลำพังพลังของสำนักอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษาต่อให้รวมตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์เข้าไปก็ยังไม่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสำนักพงไพรได้มากนัก ทว่าตระกูลหั่วนั้นลงมือย่อมมีเบื้องหลังคอยสั่งการ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองมิได้สั่งเปล่าแต่ยังหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ไม่น้อย อย่างฟางเจี่ยลื่อก็นับว่าเป็นไพ่สำคัญที่ทำให้ตระกูลหั่วมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

            สุดท้ายภายใต้การช่วยเหลือของฟางเจี่ยลื่อ แม้จวินเม่ยจะพยายามพลิกสถานการณ์แต่ก็ไม่อาจส่งคนของสำนักพงไพรเข้ามาได้เกินครึ่ง กลับเป็นคนของตระกูลหั่วและสำนักห้วงทมิฬที่ส่งคนมามากกว่าสิบคนในขอบเขตราชันยุทธ์และอีกสิบกว่าคนในชั้นขอบเขตจักรพรรดิ นับได้ว่าแผนการของฝ่ายตระกูลหั่วประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง

            หั่วฟู่ที่เป็นผู้นำของกลุ่มราชันยุทธ์ก่อนหน้าได้รับข้อมูลสำคัญจากหั่วกั๋วเลิ่นเจ้าสำนักห้วงทมิฬ ซ่งไป่หลางที่เป็นอุปสรรคสำคัญในอนาคตย่อมต้องฉวยโอกาสนี้กำจัดทิ้งไปเสีย มิเช่นนั้นหากอยู่ภายนอกเกรงว่าต่อให้ต้องแลกมาด้วยสงครามจวินเม่ยก็จะต้องปกป้องคนผู้นี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถ ยากที่จะกำจัดได้อีก

            หั่วฟู่เป็นอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส อายุยี่สิบสี่ปีฝึกฝนจนระดับพลังถึงขั้นสูงสุดของราชันยุทธ์ มันประเมินว่าตนเองจะสามารถก้าวไปถึงขั้นจักรพรรดิฟ้าได้ก่อนอายุสามสิบห้าปี แม้แต่หั่วเฟิงที่ถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งก็ยังไม่อาจไปถึงได้ ด้วยจุดนี้ทำให้มันมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงมาก ดังนั้นมันจึงมิได้ให้ความสนใจกลุ่มราชันยุทธ์ของสำนักพงไพรแม้แต่น้อย

            กระทั่งตัวตนของซ่งไป่หลาง มันเองเพียงรับคำขอของหั่วกั๋วเลิ่นมาทว่ามิได้คิดจริงจังมากนัก หากพบเจอก็สังหารเสียถือว่าไม่ใช่ธุระยากเย็นอันใด แต่หากไม่พบมันก็มิได้ใส่ใจจะทุ่มเทตามหา สำหรับมันแล้วการสำรวจมิติสวนสมุนไพรจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

            ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน หั่วเฟิงเองก็เข้าไปในขอบเขตขั้นจักรพรรดิเช่นกัน หากมันได้รับผลประโยชน์จากที่นี่แต่เราไม่ได้รับ มิเท่ากับว่าการไล่ตามจะยากเย็นขึ้นไปอีกขั้นหรอกรึ เฮอะ ข้าไม่มีทางยกตำแหน่งผู้นำตระกูลแก่เจ้าโดยง่ายแน่

           

            ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ยังคงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วคงที่ ทว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งทั้งสองจำต้องหยุดลงเนื่องจากถูกขัดขวางเอาไว้ ดวงตาของซ่งไป่หลางสั่นไหวเจือด้วยความตื่นเต้นและวิตกกังวล

            สิ่งมีชีวิตมายาปรากฏตัวขึ้น แม้มันจะยังไม่สังเกตเห็นคนทั้งสองทว่าระดับพลังอันน่าตกตะลึงของมันทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ในพื้นที่ขอบเขตขั้นราชันยุทธ์แต่สิ่งมีชีวิตมายานี้กลับมีพลังสูงส่งถึงขั้นจักรพรรดิปฐพี ระยะห่างสองขั้นนี้ยากนักที่จะชดเชยได้แม้จะเป็นอัจฉริยะที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับขั้นก็ตาม

            ไม่ดีแล้ว สิ่งมีชีวิตมายานี้ลักษณะภายนอกมองดูคล้ายหมาป่า แม้จะไม่ได้มีขนาดตัวใหญ่โตนักทว่าด้วยพลังของมันประสาทสัมผัสย่อมไม่อ่อนด้อย หากพวกเราก้าวล้ำเข้าไปในระยะรับรู้ของมันจะหนีรอดก็ยังนับว่ายากเย็นยิ่ง ซ่งไป่หลางเอ่ย

            รั่วอวี่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ สำหรับเรื่องสิ่งมีชีวิตมายาพวกนี้ นับว่าเป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน ท่านปู่เองก็มิได้บอกข้าว่าควรจะทำเช่นใด ท่านบอกว่าขอเพียงไม่ยอมแพ้และมองหาโอกาส ข้ากับเจ้าก็จะสามารถเข้าไปยังตำหนักหมื่นสมุนไพรได้สำเร็จ

            ซ่งไป่หลางยิ้มเจื่อนๆ ไม่มั่นใจนักว่าปัญหานี้ขอเพียงไม่ยอมแพ้ก็จะสามารถแก้ได้สำเร็จ

            เด็กหนุ่มรีบกวาดตามองไปทั่วบริเวณ บางทีอาจจะสามารถหาเส้นทางที่วนอ้อมหมาป่าตัวนี้ไปได้ ทว่ากลับพบว่าเส้นทางนี้เป็นพื้นที่จำกัด มิอาจวนอ้อมหลบไปได้เนื่องจากถูกปิดล้อมไว้ด้วยกำแพงพฤกษา จะให้ฝ่ากำแพงพฤกษาไปก็ไม่อาจกระทำได้เพราะความแข็งแกร่งของกำแพงเหล่านี้ใกล้เคียงกับกำแพงพฤกษาของจวินเม่ยเจ้าสำนักพงไพรเลยทีเดียว

            นี่ ระหว่างที่กำลังสังเกต ซ่งไป่หลางพลันพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง หลังจากพัฒนาอวัยวะต่างๆแล้วดวงตาของซ่งไป่หลางก็เฉียบคมมากขึ้น นับเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่พัฒนาจนแข็งแกร่งแทบจะถึงขีดสุดแล้ว จากระยะที่ไกลหลายร้อยจั้งกลับมองเห็นเส้นขนบนตัวของหมาป่าตัวนั้นได้ และยิ่งเมื่อเพ่งสมาธิจ้องมองภาพเส้นขนนั้นก็ยิ่งปรากฏรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น

            กลับเป็นอักขระ!!?’ ซ่งไป่หลางตกตะลึง

            เส้นขนขนาดเล็กที่มีความละเอียดอ่อนนั้นกลับเกิดขึ้นจากการเรียบเรียงอักขระเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อพิจารณาจากเรื่องนี้บางทีสิ่งมีชีวิตมายาอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากอักขระทั้งหมดใช่หรือไม่

            ข้อมูลของสิ่งมีชีวิตมายานั้นเลือนรางอย่างมากสำหรับยุคปัจจุบัน เรื่องที่ว่ามันถือกำเนิดขึ้นมาอย่างไรถูกบันทึกเอาไว้มากมายทว่าส่วนมากล้วนเป็นเพียงทฤษฎีคาดเดาเท่านั้น ซ่งไป่หลางเร่งสำรวจทั่วร่างของมันก่อนที่จะเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ

            มิใช่อักขระธรรมดา เป็นอักขระที่มีระดับสูงส่งมาก ซ่งไป่หลางสามารถบอกได้ทันทีว่ามันมีบางอย่างคล้ายคลึงกับอักขระเทวะต้นกำเนิด

            เมื่อคิดถึงจุดนี้ซ่งไป่หลางก็เริ่มเข้าใจถึงความยอดเยี่ยมของสถานที่แห่งนี้ เดิมทีซ่งไป่หลางเองก็นึกสงสัยอยู่แล้วว่าด้วยระดับพลังของเซี่ยหยาง หรือกระทั่งอนุเซียนที่ทรงพลังอย่างจวินเม่ยหรือฟางเจี่ยลื่อเหตุใดจึงไม่ฝืนเข้ามาในพื้นที่สวนสมุนไพรนี้ด้วยตนเอง กลับเลือกที่จะยอมรับกฏเกณฑ์ของพื้นที่นี้โดยมิต่อต้าน

            อาจบางที พื้นที่นี้ล้วนถูกสร้างด้วยกฏเกณฑ์ของอักขระระดับเดียวกับอักขระเทวะต้นกำเนิด อักขระที่แข็งแกร่งระดับทวยเทพบรรพกาล ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับใดก็ไม่อาจต้านทานได้

            แนวคิดของซ่งไป่หลางนับว่าถูกต้องหลายส่วนแล้ว แต่นั่นยังมิอาจช่วยให้คำตอบได้ว่าจะสามารถจัดการกับสิ่งมีชีวิตมายาได้อย่างไร

            รั่วอวี่ที่ครุ่นคิดอย่างเงียบงันพลันเอ่ยขึ้น เจ้ารอที่นี่ ข้าจะทดลองใช้ผงโอสถนิทราระดับสูงกับมัน แม้สิ่งมีชีวิตมายาจะต่างจากสัตว์ปีศาจ แต่ในด้านกายภาพมันก็ยังดูคล้ายสิ่งมีชีวิตทั่วไป บางทีอาจจะใช้ได้ผลความคิดของนางนับว่าจนปัญญาแล้วมิเช่นนั้นคงไม่ใช้วิธีที่เสี่ยงถึงเพียงนี้

            ซ่งไป่หลางส่ายหน้า ข้าไม่คิดว่ามันจะได้ผล จากที่ข้าสังเกตหมาป่าตัวนี้ทั่วร่างล้วนประกอบด้วยอักขระ แม้ภายนอกจะดูเหมือนสัตว์ปีศาจแต่กลับมิใช่สิ่งมีชีวิตที่แท้จริง ให้ข้าลองดูเถอะ

            ประกอบด้วยอักขระ รั่วอวี่ทวนคำอย่างสงสัย แม้นางจะมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมและมีความรู้เชิงอักขระเล็กน้อย ทว่านางมิได้มีความรู้รวมถึงใกล้ชิดกับอักขระระดับสูงเช่นเดียวกับซ่งไป่หลาง ประสบการณ์ทางด้านนี้นับว่าด้อยกว่าหลายส่วนมิอาจตระหนักรับรู้ได้ในทันที

            ซ่งไป่หลางมิรอคำตอบแต่กลับพุ่งตัวไปด้านหน้า ขณะเดียวกันสองมือสะบัดออกสรรค์สร้างอักขระขึ้นมาเบื้องหน้าของตน

            หมาป่ามายาตระหนักได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่ล่วงล้ำเข้าสู่อาณาเขตรับรู้ของตน มันพลันหันร่างมาหาซ่งไป่หลาง ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยมสีแดงก่ำคล้ายโลหิต

            มองเห็นดวงตาอันน่าหวาดหวั่นนั้น ซ่งไป่หลางมิได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแต่กลับเผยรอยยิ้มเชื่อมั่น

            นั่นเพราะในดวงตาข้างขวาของหมาป่ามายา ซ่งไป่หลางสังเกตได้อย่างชัดเจนถึงอักขระที่แฝงอยู่ด้านใน เป็นอักขระชีวิตหรือก็คือแกนกลางของสิ่งมีชีวิตมายาตนนี้

            อย่างที่คิด เป็นอักขระเทวะต้นกำเนิดจริงๆ ซ่งไป่หลางคิดในใจอย่างตื่นเต้น หากเป็นคนผู้อื่นแม้จะมองเห็นอักขระที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของมันก็ยังยากที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทว่าซ่งไป่หลางเป็นผู้ที่มีความรู้ของอักขระเทวะต้นกำเนิด เอ่ยโดยง่ายก็คือมีความรู้เดียวกันกับเซียนพฤกษา ในเมื่อสร้างได้ก็ย่อมลบได้ เซียนพฤกษาสร้างบททดสอบเรื่องสิ่งมีชีวิตมายาขึ้นเดิมทีต้องการใช้ทดสอบไหวพริบของผู้คนว่าจะรับมือหรือหลบรอดจากสิ่งมีชีวิตมายาได้อย่างไร นึกไม่ถึงกลับถูกผ่านขั้นนี้โดยผู้ที่ใช้วิธีเดียวกับตนเองแก้ไขอักขระลงโดยตรง

            ทว่าซ่งไป่หลางนั้นคิดง่ายเกินไป ด้วยความรู้ที่มีการจะใช้อักขระลบอักขระย่อมทำได้ ทว่าก่อนที่จะลบสำเร็จย่อมต้องประทับอักขระลงไปให้ถูกเป้าหมายเสียก่อน หมาป่ามายาอย่างไรก็มีความแข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิปฐพี จะลบอักขระบนตัวของมันต้องดูเสียก่อนว่าซ่งไป่หลางมีปัญญาจับมันไว้ได้หรือไม่

            น่าเสียดายที่ความยินดีเพียงเล็กน้อยก่อให้เกิดความประมาท และความประมาทนี้ก็แทบจะทำให้เด็กหนุ่มต้องแลกมาด้วยชีวิต


-------------------------------------------------

ลงแบบปกติสามตอนแล้วจากนั้นจะเริ่มลงแบบอ่านล่วงหน้านะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #250 Donsawan019 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 07:46
    มี ebook ขายไหมค่ะ
    #250
    1
    • #250-1 Lanar(จากตอนที่ 120)
      2 กันยายน 2563 / 07:48
      อยู่ในระหว่างการทดลองทำครับ ถ้าทำเสร็จแล้วจะบอกน้า
      #250-1
  2. #222 Jeab1969 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 17:03
    จิตวิญญาณบรรพกาลแม่งเลอะเทอะวุ่นวายเป็นตัวละครที่ห่วยแตกไม่ได้สร้างสรรค์ปัญญาอ่อน
    #222
    0
  3. #179 dfrdz007 (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 11:15
    thank u
    #179
    0