[Naruto Short Fic] The Villain of Akatsuki {sasosaku}

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ก.พ. 61





               ภายในงานการเดินแบบการกุศลที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังคับคั่งไปด้วยแฟนคลับของนายแบบหนุ่มคาสโนว่าแห่งปีอย่าง อุจิวะ ซาซึเกะ

               "หมอนั่นก็ไม่เห็นจะหล่อเลย...กริ๊ดกันอยู่ได้ เนอะซากุระจัง" นารุโตะบ่นด้วยความหงุดหงิด วันนี้ทั้งเขาและซากุระได้รับภารกิจพิเศษนั่นก็คือมาช่วยคุ้มกันอุจิวะ ซาซึเกะให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

               "ซาซึเกะคุงงง!" ฮารุโนะ ซากุระร่วมวงตะโกนเรียกชื่อนายแบบหนุ่มพร้อม ๆ กับแฟนคลับทั้งหลายโดยที่ไม่สนใจนารูโตะที่ชวนคุยเลยแม้แต่น้อย



                   เหตุการณ์นี้ทำให้นารูโตะรู้สึกหมั่นไส้เจ้าซาซึเกะนี่มากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงใครอีกคนที่แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่าง ๆ

               "ซวยแล้วไง ไหนบอกว่าพวกโคโนฮะไม่ยื่นมือเข้ามาสอดกับงานนี้?" ซาโซริหันไปโวยใส่เจ้าพ่อมือระเบิดทันที

               "ก็สายมันรายงานมาอย่างงี้นี่หว่า"

               "สืบจริงหรือแกแกล้งแต่งเรื่องมั่ว ๆ กันแน่ฟะ!"

               "ช่างเถอะน่านายท่าน พวกโคโนฮะมานี่ก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง เราจะได้ทำงานให้เสร็จ ๆ ยัยโหนกซากุระนั่นตายเงินก็เข้ากระเป๋าเรา" เดอิดาระยิ้มเย็น

               "เฮอะ คิดว่ามันง่ายรึไง ยายโหนกนั่นหนังเหนียวจะตายไป"


 

         โอโรจิมารุจ้องมองนายแบบหนุ่มในสังกัดตัวเองอย่างไม่วางตาหลังจากที่เขายืนคุยกับแม่ตำรวจสาวผมสีชมพูอยู่นานสองนาน

               "ซาซึเกะพี่ว่ารีบเข้าไปแต่งตัวได้แล้ว" เธอเอ่ยปรามน้อย ๆ

               "งั้นเดี๋ยวเดินแบบเสร็จแล้วเจอกันนะ" ซาซึเกะโบกมือลาซากุระพร้อมกับส่งยิ้มที่คิดว่าชนะใจสาวไปให้กับเธอ

               "แล้วเจอกันจ้ะซาซึเกะคุง"

 


               "ซากุระจังอะ เอาแต่คุยกับหมอนั่น!" ชายหนุ่มผมเหลืองพูดออกมาด้วยความน้อยใจเมื่อคู่หูในภารกิจครั้งนี้เดินเข้ามาหา

               "ก็ช่วยไม่ได้นี่ เขามาชวนฉันคุยก่อน"

               "ชิ! ไอ้เราก็ขอเดทเป็นล้านรอบ ถูกต่อยกลับมาทุกรอบแต่พอหมอนั่นคุยดีด้วยนิดหน่อยก็กระดี้กระด้าเชียว!"

               "นา-รุ-โตะ!" เสียงหักนิ้วมือเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ดีว่าเดี๋ยวจะเจออะไร นารุโตะจึงชิงวิ่งหนีให้พ้นเงื้อมมือของซากุระ

 



                  การเดินแบบครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ซาซึเกะได้รับค่าตอบแทนอย่างมหาศาลจากผู้ว่าจ้าง อีกไม่พอยังได้รับของขวัญจากแฟนคลับจนต้องใช้รถอีกคันนำกลับบ้าน แน่นอนล่ะวันนี้นับว่าเป็นวันที่พิเศษที่สุดของเขาวันหนึ่งก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าออกจะรู้สึกรำคาญเสียงกริ๊ดกร๊าดที่ดังจนเกินงามของพวกแฟนคลับสาวน้อยสาวใหญ่ก็ตามแต่แค่ได้เห็นดวงตาอันเปล่งประกายของใครบางคนก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


               ยิ้มอะไรเหรอจ๊ะซาซึเกะคุง? เสียงที่พยายามดัดให้ดูเป็นสาวของโอโรจิมารุดังขึ้นเมื่อเห็นนายแบบในสังกัดของตัวเองนั่งยิ้มอยู่ตรงหน้ากระจกนานสองนาน

               ปะเปล่าหรอก นายแบบหนุ่มพยายามรีบตีสีหน้าเคร่งขรึมแทบจะทันที

               ฮึคงจะกำลังนึกถึงแม่ตำรวจสาวคนนั้นสินะ โอโรจิมารุแบะปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงซากุระที่มาทำหน้าที่คุ้มกันเด็กในสังกัดของเขาวันนี้

               ไม่ใช่ คิ้วเรียวของซาซึเกะขมวดมุ่นเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกกล่าวหาว่ากำลังคิดถึงฮารุโนะ ซากุระ

              ใช่! เขายอมรับว่าพึงพอใจหล่อนอยู่ไม่น้อยแต่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น ที่ทำดีและเข้าไปพูดคุยกับหล่อนนั่นเป็นเพราะเขามีจุดประสงค์แอบแฝงต่างหาก เรื่องจุดประสงค์นั่นจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด

 



              ดวงตาสีเทาอันน่าหลงใหลของซาโซริจ้องมองไปยังห้องแต่งตัวของซาซึเกะด้วยความครุ่นคิด ตอนนี้หน้าห้องไม่ได้มียายโหนกซากุระและเจ้าหนวดแมวนั่นยืนเฝ้าแล้วคราวนี้คงจะเป็นทีของเขาและเดอิดาระที่จะได้จัดการภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากเพนให้เสร็จสิ้น

               พร้อมรึยังครับนายท่าน?เดอิดาระกระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

               เออเริ่มแผนกันได้เลย งานนี้รับรองว่าเราจะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ๆ

 



               ซากุระจังจะรีบเดินไปทำไม หมอนั่นก็เดินแบบเสร็จแล้วนี่นาเราก็ไม่ต้องไปคุ้มกันหรอกนารุโตะบ่นอิดออดหลังจากที่เดินตามซากุระต้อย ๆ ไปยังห้องแต่งตัวของซาซึเกะ

               นายไม่ได้ฟังที่ท่านซึนาเดะบอกรึไงยะว่าให้คุ้มกันจนซาซึเกะคุงกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย!” ใบหน้าสวยหันมาตะหวาดแว้ดใส่คู่หูแทบจะทันที

               ก็ได้ ๆ ถ้าไม่เห็นว่ามากับซากุระจังนะ ฉันไม่คุ้มกันเจ้าบ้าขี้เก๊กนั่นหรอก ชายหนุ่มผมเหลืองเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด เมื่อนึกไปถึงท่าทางอันขี้เก๊กของอีกฝ่าย เห็นแล้วหมั่นไส้อยากจะอัดหน้าหมอนั่นให้น่วมเลย!

 


บึ้ม ตู้ม! เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วห้างสรรพสินค้า ทำให้ผู้คนที่มาร่วมงานและผู้คนที่กำลังช็อปปิงตกใจกับเสียงระเบิดเป็นอย่างมาก หลายคนต่างพากันวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นจนทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

               นารุโตะซากุระหันมาสบตากับนารุโตะเล็กน้อย เป็นอันว่าทั้งสองต่างรู้หน้าที่ดีว่าควรจะทำอะไรเป็นอันดับแรก

         ร่างบางของซากุระรีบวิ่งออกไปตามเสียงระเบิดที่ได้ยินเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ฝูงชนอยู่ในความสงบ ส่วนนารุโตะก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อติดต่อไปยังสำนักงานตำรวจโคโนฮะให้ส่งกำลังเสริมมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์พร้อมกับวิ่งไปยังห้องแต่งตัวของซาซึเกะเพื่อคุ้มกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับนายแบบหนุ่ม



ห้องแต่งตัว

               พี่ว่าเรารีบหนีออกไปกันเถอะซาซึเกะคุงโอโรจิมารุเขย่าแขนนายแบบหนุ่มด้วยความกลัวเมื่อได้ยินทั้งเสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องของผู้คนที่อยู่ข้างนอก

               ฮึอยากจะหนีก็หนีสิ ชายหนุ่มตอบกลับออกมาด้วยความเฉยชา ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด คิดว่าเดี๋ยวสถานการณ์ก็คงสงบลงเอง พวกโคโนฮะจมูกไวจะตายไปเดี๋ยวก็คงแห่กันมา

               ไม่ยักรู้ว่านายแบบของเราจะกล้าหาญซะขนาดนี้นะ เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่ถูกกระชากออก

               ว้าย! แกเป็นใครทำไมถึงหล่อขนาดนี้…” โอโรจิมารุพยายามเบาเสียงประโยคสุดท้ายให้ตัวเองได้ยินเพียงแค่คนเดียว

              พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย ผมสีชมพูเข้มนั่น ดวงตาสีเทาที่จ้องมองเข้าไปแล้วยิ่งทำให้รู้สึกจั๊กกะจี้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เสียงทุ้มอันนุ่มหูนั่นอีก ทั้งจมูกและปากที่เป๊ะและลงตัวกันอย่างเห็นได้ชัดแบบนั้น นี่มันอะไรกัน เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมไม่เจอกับผู้ชายคนนี้ในวันอื่นกันนะ จะได้ลากมาเป็นเด็กในสังกัดซะเลย

               ทำไมจะต้องบอกยายป้าอย่างแกด้วยละฟะฉันมีธุระกับไอ้หัวเป็ดขี้เก๊กนี่!”

               วาจาที่เปล่งออกมาช่างขัดกับใบหน้าอันหล่อเหลาทำให้สาวเทียมอย่างโอโรจิมารุรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อยที่ได้ยินวาจาอันเราะร้ายแต่เธอก็รู้สึกชอบอกชอบใจ มันต้องแบบนี้สิถึงจะเร้าใจ

 


               แกทำอะไรของแกวะไอ้นายท่านซาโซริ! ภารกิจเราไม่ใช่ไปหาเรื่องไอ้หัวเป็ดนั่นนะ!” เดอิดาระตะโกนลั่นเมื่อเห็นว่าซาโซริไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก

               หุบปากของแกไปเลยเฟ้ย!” เขาตะโกนตอบกลับมาพร้อมกับก้าวขาเข้าไปใกล้ซาซึเกะเรื่อย ๆ อยากจะรู้นักว่าหมอนี่มีอะไรดี ยายโหนกนั่นถึงได้หลงขนาดนั้น!

               แกคิดจะทำอะไรของแก?ซาซึเกะเอ่ยถามพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น เขาใช้ศิลปะการป้องกันตัวได้ไม่ค่อยจะดีซะด้วยสิ ถ้าหากว่าไอ้บ้านี่เกิดพุ่งเข้ามาต่อยคงจะไม่รอด

               อย่ายุ่งกับซาซึเกะคุงนะคุณคนหล่อ!” โอโรจิมารุตะโกนลั่นเมื่อเห็นว่าซาโซริกำลังเอื้อมมือไปจับคอเสื้อของนายแบบในสังกัด

               เงียบปากไปเลยยายป้าสาวเทียม!”

               แกก็ไม่ได้ดูหล่ออะไรนี่หว่าแต่ก็เอาเถอะวันนี้แกก็ช่วยฉันหน่อยก็แล้วกัน ไม่ว่าเปล่าวายร้ายแห่งแสงอุษาออกแรงดึงคอเสื้อของซาซึเกะพร้อมกับดึงให้ชายหนุ่มเดินตามออกไปโดยไม่สนใจเสียงขอร้องของโอโรจิมารุและเดอิดาระที่ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย



              ร่างสูงของทั้งตัวประกันและวายร้ายก้าวพ้นออกจากประตูห้องแต่งตัวได้ไม่ทันไรก็ต้องตกใจเมื่อตำรวจหนุ่มผมเหลืองยืนจังก้าท่าทางเอาเรื่องอยู่ตรงหน้าห้อง

               ปล่อยเจ้าขี้เก๊กนั่นซะซาโซริ!” อุซึมากิ นารุโตะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ากำลังเข้าสู่โหมดดาร์ก

               เห้ย ๆ ใจจริงก็ไม่อยากจะจับไอ้หัวเป็ดนี่หรอกแต่ก็คงปล่อยตอนนี้ไม่ได้ ใบหน้าอันอ่อนวัยของซาโซริกระตุกยิ้มเย็นขึ้นมา ถ้าหากว่าคนตรงหน้าต้องการที่จะสู้กับเขาล่ะก็ เขาก็จะพุ่งเข้าสู้อย่างไม่ลังเลเลยล่ะ

               ฉันไม่ยอมให้นายจับเจ้าหมอนี่ไปง่าย ๆ หรอก

              น้ำเสียงอันทรงพลังและหนักแน่นของนารุโตะทำให้ตัวประกันอดที่จะหันไปมองท่าทางการกระทำของนารุโตะไม่ได้ ยิ่งได้มองดวงตาสีฟ้าอันเปล่งประกายนั่นแล้วยิ่งทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้ว่านารุโตะและตัวเขาเองจะดูไม่ค่อยกินเส้นกันสักเท่าไหร่ก็ตาม

               หัวดื้อกันจริง ๆ เลยนะพวกโคโนฮะนี่…” ในแวบหนึ่งใบหน้าของซากุระลอยเข้ามาในห้วงความคิดของซาโซริอย่างจังแต่เขาก็พยายามไล่มันออกไปถ้าไม่อย่างนั้นคงจะไม่เป็นอันทำอะไรทั้งวันแน่ ๆ

 


               บึ้ม! เสียงระเบิดลูกเล็กที่ถูกเดอิดาระปาเข้ามากลางวงของทั้งสามคนดังขึ้นพร้อมกับควันสีขาวที่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว ทำให้นารุโตะสูญเสียการโฟกัสไปชั่วขณะและสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นข้อได้เปรียบของซาโซริที่จะหาช่องทางหลบหนีออกไป

 

               เร็ว ๆ สิวะไอ้นายท่านซาโซริ นี่แกจะไปไหนของแกน่ะหา!” เดอิดาระตะโกนลั่นเมื่อเห็นว่าซาโซริยังคงลากซาซึเกะให้ตามตัวเองไป

               แกจะไปทางไหนก็ไปเลย ฉันมีภารกิจอีกหนึ่งภารกิจ

               อะไรกันฟะแกนะแก ภารกิจเหลวไหลน่ะสิไม่ว่า กลับถึงองค์กรเมื่อไหร่ฉันจะรายงานให้หัวหน้า!”

               รายงานไปเถอะวะ ไอ้หัวหน้าเพนมันไม่ใยดีอยู่แล้ว ไอ้หัวหน้าติ๊งต๊องพรรค์นั้น!”

 


              คิ้วสวยของซากุระกระตุกอยู่หลายครั้งหลังจากที่เธอและกำลังเสริมช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์อันวุ่นวายที่เพิ่งจะเกิดขึ้นและต้นตอของเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี้ก็คงไม่พ้นฝีมือของพวกแสงอุษาโดยเฉพาะเจ้าซาโซรินั่น!

               ฝากทางนี้ด้วยนะอิโนะฉันจะไปดูทางโน้นหน่อย ว่าจบหญิงสาวก็รีบออกวิ่งไปทางห้องแต่งตัวของซาซึเกะด้วยความรวดเร็ว หวังว่านารุโตะคงจะไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรเลวร้ายขึ้นนะ



               แค่กแค่กซากุระจัง…” ชายหนุ่มผมเหลืองฝ่าดงควันออกมาก็พบว่าหญิงสาวผมสีชมพูวิ่งเข้ามาหาพอดิบพอดี

               เป็นอะไรมากมั้ยนารุโตะ? แล้วซาซึเกะคุงล่ะ? ดวงตาสีมรกตฉายแววถึงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่รู้ว่าเป็นห่วงใครกันแน่ระหว่างเพื่อนร่วมงานและนายแบบคาสโนว่าคนนั้น

               ถูกซาโซริลักพาตัวไปแล้ว! เจ็บใจจริง ๆ พวกมันใช้ระเบิดควันกับฉัน



ติ๊ด ติ๊ด 

              เสียงโทรศัพท์มือถือของซากุระดังขึ้นขัดจังหวะ เธอจึงไม่ได้พูดตอบอะไรกับนารุโตะ มือเรียวรีบหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับกดรับโดยที่ไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่ามันเป็นเบอร์ของใคร

               ฮัลโหล…” หญิงสาวกรอกเสียงไปถึงปลายสายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไหร่

               ว่าไงยายโหนกคงกำลังวิ่งวุ่นหาตัวไอ้หัวเป็ดนี่สินะถ้าอยากได้ล่ะก็ตามมาเอาที่ดาดฟ้าสิตู้ดตู้ดตู้ด ปลายสายถูกตัดไปทันทีหลังจากที่ฝ่ายนั้นพูดจบ

               หนอย! เจ้าบ้าซาโซริ!” ซากุระสบถดังลั่นก่อนที่จะวิ่งไปยังทางดาดฟ้า

              ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกปลื้มซาซึเกะก็ตามเถอะแต่ถ้าใครหลายคนมาเห็นท่าทางที่เธอรีบตามไปช่วยเขาขนาดนี้ล่ะก็คงจะคิดไปตาม ๆ กันว่าเธอน่ะไม่ได้แค่ปลื้มเขาเพียงแค่อย่างเดียวแต่ถึงใครจะว่ายังไงก็ช่าง ตอนนี้มันเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องช่วยเหลือชีวิตของประชาชนคนบริสุทธิ์ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย!

 



บนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้า XXX

            ชายหนุ่มผมสีชมพูเข้มยืนกอดอกมองตัวประกันที่ถูกมัดอย่างครุ่นคิด หลายวันมานี้เวลาเปิดดูโทรทัศน์ทีไรก็มักจะเห็นแต่ข่าวบันเทิงของหมอนี่เป็นประจำ ทั้งข่าวลือที่ว่าหมอนี่คาสโนว่า หมอนี่ไม่ชอบผู้หญิง หมอนี่เป็นไม้ป่าเดียวกันแต่ก็ไม่มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเลยสักนิดเดียวแต่ดูท่าทางว่าเจ้าหัวเป็ดกับยายโหนกนั่นคงจะกิ๊กกันอย่างไม่ต้องสงสัย

               แกน่ะกำลังกิ๊กกับยายโหนกอย่างนั้นเหรอ? ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอ่ยปากถามตัวประกัน

               กิ๊กไม่กิ๊กทำไมจะต้องบอกนายด้วย?

               อยากโดนซ้อมรึไงฟะ!” ซาโซริรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อยเมื่อซาซึเกะไม่ยอมตอบคำถามของเขา

               หุบปากเน่า ๆ ของแกเอาไว้ไปพูดในคุกซะ!” เสียงใสของซากุระดังขึ้นแทบจะทันทีที่วิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้าชั้นบน

               ไม่เอาล่ะปากของฉันมันบอกว่าอยากจะเอาไว้จุ๊บเหม่งของเธอมากกว่า ซาโซริกระตุกยิ้มเล็กน้อย

               บะบ้าน่า!” หญิงสาวตะโกนลั่นเมื่อได้ยินคำพูดบ้าบอจากเขา ให้ตายสิทำไมตอนนี้หน้าจะต้องมาร้อนผ่าวด้วยคำพูดบ้าบอของหมอนั่นด้วยนะ!

                ถ้าอยากได้ตัวของหมอนี่ล่ะก็เธอก็แลกด้วยตัวของเธอสิ เสียงทุ้มของเขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะให้อีกชีวิตใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับตัวประกัน

               ว่าไงนะ! มีอย่างที่ไหนกัน ซากุระตะโกนดังลั่นเมื่อได้ยินข้อเสนอสุดบ้าบอของวายร้ายแห่งแสงอุษา

               มีที่นี่แหละว่าไงอย่าตัดสินใจช้าสิ ไม่งั้นไอ้หัวเป็ดนี่ตกตึกตายแน่


            ฮารุโนะ ซากุระกัดริมฝีปากด้วยความชั่งใจว่าควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ถ้าหากว่าหาทาถ่วงเวลาไว้นารูโตะจะต้องตามมาช่วยได้ทันแน่ ๆ แต่ว่าถ้ามัวแต่ถ่วงเวลาเจ้าบ้าซาโซรินั่นอาจฆ่าซาซึเกะ

               ฉันจะนับหนึ่งถึงสามถ้าเธอยังไม่ยอมล่ะก็ไอ้หัวเป็ดนี่ไม่รอดแน่เอ้าหนึ่ง…”

               ฉันยอมก็ได้!” เธอตะโกนออกไปอย่างสุดเสียงเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มที่จะนับแล้ว อย่างน้อยตอนนี้ขอให้ซาซึเกะคุงปลอดภัยก็พอ เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าบอนี่เลยสักนิดเดียวเพราะงั้นเธอก็ควรจะเสียสละเพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

               หึใจกล้าจริง ๆ ซาโซริกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ

 


              ซากุระไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะยอมตัดสินใจทำอะไรบ้าระห่ำแบบนี้ 'ยอมแลกชีวิตตัวเองกับซาซึเกะเนี่ยนะ' เธอคิดในใจพร้อมกับพยายามหาเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ มาสนับสนุนหรือว่าบางทีเธออาจจะไม่ได้แค่ปลื้มซาซึเกะแต่ว่าความรู้สึกรักหรืออะไรแบบนั้นมันแทบจะไม่ปรากฏขึ้นเลยเมื่อเธอมองเขาที่ถูกซาโซริลากไปมัดไว้กับเสาเหล็กใกล้ ๆ กับประตูที่ขึ้นมายังดาดฟ้า

         มันเป็นหน้าที่ที่ตำรวจผู้พิทักษ์ประชาชนพึงกระทำ หน้าที่และประชาชนมาก่อนเสมอ เธอเพิ่งจะระลึกถึงข้อนี้ได้

               "ทีนี้ก็ไปกันได้แล้วยายโหนก" ซาโซริเหยียดยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเขา

               "ถ้าฉันหนีจากแกได้เมื่อไหร่ แกไม่ได้ตายดีแน่!" เธอตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความแค้น

               "คงจะไม่มีวันนั้นหรอกนะเพราะว่าฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอเด็ดขาด"

                รอยยิ้มที่แสนจะกวนประสาทนั้นทำให้ซากุระแทบอยากจะอัดคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้หายแค้นแต่ทว่าเธอก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเงียบเพราะมือของเธอถูกเขาใช้เชือกพันธนาการไว้เรียบร้อยรวมไปถึงข้อเท้าก็ด้วย

 

               "ซากุระจัง ไอ้ขี้เก๊กฉันมาช่วยแล้ว!"

              เสียงอันคุ้นหูที่ซากุระปรารถนาจะได้ยินดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูดาดฟ้า ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอฉายแววให้เห็นความหวังขึ้นมาอยู่เนือง ๆ เมื่อเสียงของอุซึมากิ นารูโตะผู้ที่มาทันเวลาและช่วยชีวิตเธอไว้ได้ตลอดดังขึ้น

               "เปล่าประโยชน์...ไว้ค่อยตามมาเล่นซ่อนหากันนะ!"

 

                นารูโตะเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กันกับซากุระเมื่อซาโซริแบกเธอพาดบ่าพร้อมกับกระโดดลงตึกไปด้วยความรวดเร็ว

               "ความสูงขนาดนี้คงยากที่จะรอด...นอกซะจากว่ามีทริกเด็ด ๆ" ชิกามารุออกความเห็นก่อนที่จะหันไปมองนารูโตะที่กำลังทำสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก

               "ทุกครั้ง...ฉันช่วยซากุระจังได้ตลอดแต่ทำไม...คราวนี้...โธ่เว้ย!" ชายหนุ่มขบฟันแน่น ความรู้สึกโกรธกำลังคุกกรุ่นอยู่ภายในจิตใจ เขารักเธอ...

               "เห้ยมีคนรอให้นายไปช่วยอยู่นะ" ชิกามารุพูดพลางบุ้ยปากไปยังซาซึเกะที่จ้องเขม็งไปทางนารูโตะ

               "นายก็ไปช่วยสิ!"

               "ไม่ล่ะ...เห็นหมอนี่แล้วหงุดหงิด ฉันไปช่วยอิโนะก่อนล่ะ น่ารำคาญจริง ๆ เลย"

 


               "คงรักยายนั่นมากสินะ..." ซาซึเกะเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบระหว่างที่นารูโตะแกะเชือกเพื่อให้เขาเป็นอิสระ

               "........" 

               ชายหนุ่มผมเหลืองไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขารู้สึกเสียใจเกินกว่าที่จะพูดอะไรออกมาในตอนนี้ รู้ดีว่าซากุระไม่ได้รักเขาเลยสักนิดแต่จะทำยังไงได้ในเมื่อใจมันรักไปแล้ว ก็จะรักต่อไปถึงแม้จะไม่ได้ความรักกลับมาก็ตาม

               "หึ เพิ่งเคยเห็นคนเป็นแบบนี้เพราะความรัก" ซาซึเกะยังคงพูดออกมาขณะที่นารูโตะจัดการแก้เชือกให้เขาสำเร็จ

               "หุบปากนายซะ คนไม่เคยรักใครอย่างนายไม่เข้าใจความรู้สึกหรอก!" นารูโตะหันมาตวาดด้วยความหงุดหงิด

               "คิดว่าฉันไม่เคยรักใครงั้นเหรอ!" นายแบบหนุ่มเริ่มขึ้นเสียงที่ปนไปด้วยความน้อยใจแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคงสัมผัสมันไม่ได้

              นารูโตะรู้สึกไหววูบข้างในจิตใจเล็กน้อยเมื่อทั้งคำพูดและสายตาของซาซึเกะที่มองมายังเขามันเหมือนกับว่ามีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น

               "ตามฉันมา...โอโรจิมารุคงตามหานายจ้าละหวั่นแล้ว" เขาเลือกที่จะไม่ต่อบทสนทนาบ้า ๆ จึงเลือกที่จะยื่นมือแกร่งไปดึงข้อมือของอีกฝ่ายให้ตามออกมาจากที่ตรงนั้น

 

 


              ชุดยูคาตะสีชมพูถูกโยนมากองอยู่ตรงหน้าของซากุระหลังจากที่เธอถูกวายร้ายแห่งแสงอุษาอย่างซาโซริพามาอยู่ในห้องของเขา เธอไม่แม้แต่จะใส่ใจคนที่โยนชุดให้ เธอกลับเหลียวมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อสังเกตหาทางหนีทีไล่เอาไว้

               เปลี่ยนซะยายโหนก เห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าร่างบางที่นั่งอยู่บนโซฟาสีดำเหลียวไปมองรอบ ๆ ห้องของเขา

               ไม่!” เสียงใสเอ่ยออกมาต่อต้านด้วยความรวดเร็ว เธอไม่อยากจะทำตามคำสั่งของหมอนี่เลยแม้แต่น้อยแค่ยอมแลกชีวิตตัวเองกับซาซึเกะก็เกินพอแล้ว

               สงสัยฉันคงจะต้องเป็นคนเปลี่ยนให้เธอซะแล้วล่ะมั้ง ซาโซริยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าซากุระโกรธจนหน้าแดง เธอไม่ตอบอะไรออกมาพร้อมกับหยิบชุดยูคาตะที่เขาหามาให้หายแวบเข้าไปในห้องน้ำ

 



องค์กรแสงอุษา

               ยายตำรวจนั่นหายตัวไปพร้อมกับไอ้ซาโซริอย่างงั้นเหรอ? เพนเอ่ยถามเดอิดาระเมื่อเขากลับเข้ามารายงานภารกิจ

               ครับหัวหน้านายท่านซาโซริเป็นบ้าไปแล้ว

               คงจะไม่พ้นอยากจะฮุบเงินค่าจัดการไว้เองล่ะสิท่า เพนตอบกลับพร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะเอ่ยต่อว่า 

               ถ้าอย่างนั้นนายก็พยายามหาทางติดต่อเจ้าหมอนั่นซะ อย่าลืมนะว่าเรารับค่าจ้างมาแล้วครึ่งหนึ่งถ้าไม่รีบจัดการฉันก็จะไม่มีเงินเข้าบ่อน

               ว่าไงนะเพน?!” เสียงโคนันดังขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่หัวหน้าองค์กรพูดออกมา นั่นมันเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัวและร้ายกาจที่สุด

               คือว่าฉันก็พูดไปงั้นเองแหละน่าไม่มีอะไรหรอก ชายหนุ่มส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเลขาสาวพร้อมกับรีบเดินหนีไปอีกทางเพื่อที่จะเลี่ยงฟังคำเทศนาจากหล่อน

 



              ภายในร้านราเม็งในย่านฮิโนะคุนิตอนใต้เริ่มมีบรรยากาศอึมครึมขึ้นมาเมื่อถ้วยราเม็งถูกนำมาเสิร์ฟแต่หญิงสาวผมสีชมพูก็ยังคงนั่งจ้องมันอยู่อย่างนั้นโดยไม่ยอมกินเลยสักนิดเดียว

               ไม่หิวรึไง? ซาโซริเห็นอาการผิดปกติแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่พาเจ้าหล่อนไปถึงห้องพักของเขาแล้วแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากจะยอมรับว่าต้นเหตุที่ทำให้หล่อนเป็นแบบนี้มาจากความเห็นแก่ตัวของเขาล้วน ๆ

               “….” ซากุระเงียบเป็นคำตอบ เธอไม่แม้แต่จะปริปากพูดอะไรออกมาเลย ยิ่งทำให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกหัวเสียขึ้นมา

               ถ้าเธอไม่กินฉันจะป้อนให้นะ เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับจ้องเธอตาเขม็ง

               นายจะจับฉันมาเพื่ออะไร? ในที่สุดคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของเธอก็เอ่ยออกมาจนได้

               บอกไปเธอก็คงไม่เชื่อ…” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อนึกไปถึงเหตุผลจริง ๆ ที่เขาพาตัวเธอมา ไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องบ้าบออะไรแบบนี้ลงไปได้

               หมายความว่าไง? คิ้วสวยของซากุระขมวดมุ่นทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ซาโซริเอ่ยออกมา เธอนึกหาเหตุผลไม่ออกเลยว่าทำไมวายร้ายอย่างเขาจะต้องมาพาตัวเธอออกมาจากตรงนั้นด้วยทั้ง ๆ ที่ควรจะฆ่าเธอด้วยซ้ำ

               ของแบบนี้ต้องใจเย็น ๆ สิครับคุณผู้หญิงถ้าอยากจะรู้จริง ๆ ล่ะก็ช่วยกินราเม็งถ้วยนั้นเถอะแล้วคืนนี้ก็ช่วยไปเที่ยวงานดอกไม้ไฟกับฉันแล้วฉันจะบอกเธอ เขาหันมายิ้มร่าเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เริ่มจับตะเกียบขึ้นมา

               ที่ฉันกินนี่ไม่ใช่เพราะอยากจะรู้อะไรหรอกนะ หิวหรอกย่ะ!”

 


สำนักงานตำรวจโคโนฮะ

               นารูโตะรู้สึกกระวนกระวายใจตั้งแต่กลับมาจากเรื่องวุ่นวายแล้ว ในหัวของเขามีแต่ภาพที่ซากุระถูกเจ้าวายร้ายนั่นจับตัวไปและเขาก็ไม่สามารถช่วยเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว ทุก ๆ ครั้งเขาไม่เคยพลาด เขาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ตลอดแต่ครั้งนี้มันกลับแตกต่างไป

               กังวลเรื่องซากุระล่ะสิ เสียงทุ้มของคาคาชิดังขึ้นอยู่ข้างหลังทำให้ชายหนุ่มผมเหลืองรีบหันกลับไปมองด้วยความรวดเร็ว

               ครับครูผมช่วยซากุระจังไว้ไม่ได้ ตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเป็นยังไงบ้าง เจ้าหมอนั่นจะทำอันตรายอะไรซากุระจังรึเปล่า

               ฉันคิดว่าหมอนั่นคงทำอะไรไม่ได้หรอก ซากุระน่ะเก่งจะตายไปหล่อนต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วส่วนเธอน่ะอย่าคิดมากจนเกินไปเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้เราจะออกไปตามหาซากุระกัน 

               คาคาชิส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้กับลูกศิษย์เล็กน้อย เขารู้ดีว่านารูโตะรู้สึกยังไงกับซากุระแต่สำหรับซากุระนั้นเขามองไม่ออกเลยสักนิด

               นารูโตะคุงมีคนมาหาจ้ะ เสียงใสของชิสึเนะดังขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้งหลังจากที่คาคาชิเดินจากไป



              นารูโตะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ยามเย็นแบบนี้ยังมีคนมาหาเขาอีก จะว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยจะมีใครมาหาเขานักหรอก แอบหวังลึก ๆ ให้เป็นซากุระ หวังให้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งก็เท่านั้น

              ภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดยูคาตะสีน้ำเงินซึ่งตัดกับผิวสีขาวของเขายืนรออยู่หน้าสำนักงานทำให้นารูโตะส่ายหน้าด้วยความไม่ชอบใจ ทำไมเจ้าหัวเป็ดขี้เก๊กนี่จะต้องตามมาราวีถึงถิ่น

               ซื้อมาให้…” ซาซึเกะเอ่ยออกมาด้วยความแผ่วเบา เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องพาตัวเองมาอยู่ที่นี่เวลานี้

               ให้ฉันเนี่ยนะ? นารูโตะเอ่ยถามด้วยความตกใจ

               อืม…” สีหน้าและแววตาของซาซึเกะยังคงเรียบเฉยทั้ง ๆ ที่ก้อนเนื้อที่อยู่ภายในหน้าอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวแรงราวกับกลองรบถ้าหากว่าอยู่นานกว่านี้เขาคงจะต้องเผลอพูดอะไรออกไปแน่ ๆ

               ไม่เห็นจะต้องซื้อมาให้เลย!” 

               นารูโตะเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความงุนงงพร้อมกับมองไปทางนายแบบหนุ่มด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ ก็แหงล่ะ หมอนี่ก็คือคู่แข่งดี ๆ ของเขานี่เอง ยังจำตอนที่ซาซึเกะยืนคุยกับซากุระอย่างสนิทสนมได้ทุกฉาก

               เหอะคงจะไม่รับของจากใครนอกจากซากุระล่ะสิท่า น้ำเสียงปนน้อยใจถูกเปล่งออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

               อย่ามาหาเรื่องกันนะไอ้หัวเป็ด!” นารูโตะชูกำปั้นด้วยความหงุดหงิด เขาไม่อยากจะมีเรื่องทะเลาะกับใครในตอนนี้

               ฉันก็แค่พูดไปตามที่ตัวเองคิดมันผิดด้วยรึไง

               กลับไปซะแล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ชายหนุ่มผมเหลืองพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งพล่านในจิตใจอย่างหนักหน่วง

               งั้นก็ช่วยรับราเม็งนี่ไว้ด้วยก็แล้วกันแล้วจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก

               น้ำใส ๆ กำลังจะเอ่อล้นที่ขอบตา อุจิวะ ซาซึเกะจึงพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ ตอนนี้มือแกร่งของเขาสั่นเทาจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ เขาพยายามยื่นถุงราเม็งที่ตั้งใจซื้อมาแทนคำขอบคุณให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า

               ขอบใจ นารูโตะรับมันมาด้วยความรวดเร็วพร้อมกับหันหลังเดินกลับเข้าไปในสำนักงานทันที เขายอมรับว่าเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับตัวเองเล็กน้อย ทำไมจะต้องมารู้สึกเสียใจที่พูดจาไม่ดีกับเจ้าหมอนั่นด้วย

 



              ถ้วยราเม็งถูกวางลงอย่างช้า ๆ หลังจากที่ซากุระจัดการจนเกลี้ยง เธอยอมรับว่าความหิวเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิด เธอหันหน้าไปมองคนที่นั่งข้าง ๆ ก็พบว่าเขานั่งจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว

               มีอะไร? เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าอันอ่อนวัยของซาโซริเลือนหายไป

               เปล่าเวลาเธอไม่ได้ใส่เครื่องแบบของโคโนฮะนี่ดูดีชะมัดรู้ตัวรึเปล่า

               บะบ้าเหรอ หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความประหม่าเล็กน้อย ไม่เคยถูกใครชมตรง ๆ แบบนี้เลยสักครั้งแต่ไม่สิหมอนี่เป็นพวกวายร้ายเป็นศัตรูกับโคโนฮะ เธอจะไม่ยอมหลงเชื่อคำพูดของเขาเด็ดขาด ไม่มีทาง!

               ฉันไม่ได้โกหกนะ เขาเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน ทำไมจะไม่รู้ว่าพวกโคโนฮะฝังจิตฝังใจเกลียดแสงอุษามากขนาดไหน แต่เรื่องความรู้สึกที่เขามีมันก็ไม่สามารถห้ามไว้ได้หรอก

               ใครว่าฉันสนล่ะ ซากุระรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที แววตาของเขาที่จ้องมายังเธอนั้นบ่งบอกได้ว่าพูดความจริงทุกประการ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็จะเป็นไปได้เหรอว่าเขาชอบเธอ? มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน

 


            ซากุระเพิ่งจะรู้สึกได้ว่าการที่เธอยอมแลกชีวิตตัวเองกับตัวประกันอย่างซาซึเกะนั้นมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากเท่าไหร่ ตอนนี้เธอออกจะรู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่ต้องกลับไปนั่งทำงานเครียด ๆ ที่สำนักงาน ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านมักจะมาแจ้งเหตุและที่สำคัญตอนนี้เธอก็สามารถเดินเที่ยวเตร่ได้ตามใจชอบโดยไม่กังวลเลยว่าจะต้องกลับไปทำงานเมื่อไหร่

            ดวงตาสีเทาอันคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณเทศกาลดอกไม้ไฟ เขาสังเกตเห็นว่าผู้คนทุกเพศทุกวัยต่างพากันสวมชุดยูคาตะและดูท่าทางจะมีความสุขกับงานในคืนนี้อย่างมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ต่างพากันตื่นเต้นยกใหญ่เมื่อได้หน้ากากมาครอบครอง

               ดูท่างานเธอคงจะยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลามาเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟ ซาโซริเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบระหว่างเขาและซากุระ

               ก็ประมาณนั้นน่ะงานที่สำนักงานยุ่งมากเลยฉันไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่หรอก เธอหันไปตอบพร้อมกับยิ้มให้กับเขา ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่ซากุระเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและไม่ได้รู้สึกว่าเธอถูกซาโซริจับตัวมาเลยแม้แต่น้อย

               งั้นเหรอ…” ซาโซริตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะรอยยิ้มของยายโหนกพลังช้างสารนี่แท้ ๆ ที่ทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็น

               แล้วแบบนี้นายไม่ถูกพวกคนในองค์กรตามตัวเอาเหรอ?

               ไม่หรอก...นอกซะจากว่าเจ้าเดอิดาระมันจะเอาเรื่องที่ฉันทำไปเมื่อตอนเช้าไปบอกไอ้หัวหน้าเพน

               นายอาจจะโดนไล่ออกก็ได้นะ หญิงสาวพูดพลางหัวเราะคิก เมื่อคิดไปว่าหัวหน้าองค์กรระดับวายร้ายอย่างเพนอาจจะไล่ชายหนุ่มที่เดินข้าง ๆ เธอออกจากงาน

               ทุกวันนี้ก็เหมือนกับทำงานฟรีนั่นแหละน่าไปดูทางโน้นกันเถอะ



              บางทีมันอาจจะเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้ จากเริ่มแรกคือการไม่ชอบหน้าและรู้สึกรังเกียจแบบสุด ๆ แต่พอได้มาคลุกคลีด้วยแบบไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้ได้เห็นมุมมองอีกด้านของเขา ซากุระมองซาโซริที่กำลังพยายามช้อนปลาทองด้วยความขะเม้กขะเม้นพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าความสุขแบบนี้มันก่อตัวขึ้นในใจตั้งแต่เมื่อไหร่แต่มันก็ชัดเจนพอที่ทำให้เธอรู้สึกว่าอยากจะหยุดเวลานี้ไว้นาน ๆ

               แย่จริง ๆ ฉันได้มาแค่ตัวเดียว ชายหนุ่มพูดพลางชูถุงพลาสติกที่ใส่ปลาทองโชว์ให้หญิงสาวตรงหน้าดู เมื่อกี้เขาอุตส่าห์โม้กับหล่อนไว้แท้ ๆ ว่าจะช้อนปลาทองมาสักสองตัว

               ก็นายมันไร้ความสามารถนี่นาแบร่ เธอแลบลิ้นล้อเลียนเขาเล็กน้อย

               ก็ดีกว่ายายโหนกที่เอาแต่มองเฉย ๆ ละน่า

               ว่าไงนะยะ!” ดวงตาสีเขียวมรกตวาววับด้วยความโหดเหี้ยม เธอพร้อมที่จะจัดการกับเขาได้ทุกเมื่อหากว่ายังพูดอะไรที่ไม่เข้าหูออกมาอีก

               อ้อเปล่าหรอกไม่มีอะไรอ๊ะฉันว่าเรารีบไปกันเถอะ!”


              ซาโซริรีบคว้าข้อมือบางของซากุระออกมาจากร้านช้อนปลาทองด้วยความรวดเร็วเพราะเขาบังเอิญเหลือบไปเห็นนารูโตะที่อยู่ในชุดเครื่องแบบของโคโนฮะกำลังพยายามมองหาเป้าหมายอยู่และเป้าหมายที่พวกโคโนฮะต้องการก็คงไม่พ้นซากุระ ตอนนี้เขายังไม่อยากจะเสียเธอไปทุกอย่างกำลังไปได้สวยถึงแม้ว่ามันออกจะดูบ้าระห่ำเกินไปหน่อย

 

แฮ่ก แฮ่ก เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันเมื่อซาโซริลากซากุระวิ่งมาหยุดอยู่ที่เนินเขา ที่นี่คงจะเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขาและเธอ พวกโคโนฮะคงจะไม่ตามมาจนถึงเนินเขาแห่งนี้

 

               ทำไมเธอถึงไม่คิดจะหนีหรือหาทางทำร้ายฉันล่ะ ชายหนุ่มเอ่ยออกมาขณะที่ค่อย ๆ นั่งลงบนพื้นหญ้านุ่ม

               ทีแรกฉันก็คิดอยู่หรอกแต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน

               ห๊ะ? เธอหมายความว่ายังไง?

               ก็ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองได้เป็นอิสระจากทุกอย่าง

               แล้วเธอจำที่ฉันบอกตอนที่เรากินราเม็งได้มั้ยที่บอกว่าจะบอกเหตุผลที่พาตัวเธอมา

               เอ๋จำได้สิแต่ว่า ดูนั่นสิ! ทางโน้นเริ่มจุดพลุกันแล้ว


              ซาโซริจำเป็นต้องหันไปดูพลุดชุดแรกตามเสียงของซากุระ เขารู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเวลามาดูแบบนี้ทุกปีแต่ปีนี้เขาไม่ได้มาดูคนเดียวเหมือนทุกครั้งแต่กลับมียายโหนกที่เขาตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นมานั่งดูด้วย

               ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย ว่าหัวโหนกของเธอน่ะมันน่าจุ๊บชะมัดเลย

               จะบ้ารึไงยะ…”


            ฮารุโนะ ซากุระรู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่น ๆ จากริมฝีปากของซาโซริบริเวณหน้าผากของเธอ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสิ่งที่เขาเคยพูดกับเธอไว้ตั้งแต่ตอนนั้นจะเป็นความจริง สัมผัสจากเขาทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังล่องลอยอยู่บนนภากว้าง เหมือนกับว่ากำลังได้รับอิสระที่แท้จริงถ้าตอนนี้สามารถขอพรได้หนึ่งข้อเธออยากจะให้หยุดเวลาตรงนี้ไว้ให้นานที่สุด 

 


               ซากุระจัง อยู่แถวนี้มั้ย?!”

              เสียงอันคุ้นหูดังขึ้นทำให้ซาโซริรีบถอนจุมพิตบนหน้าผากของซากุระออกแทบจะทันที เขาพอจะรู้ดีว่าตอนนี้เวลาของเขาใกล้หมดลงเต็มทีแล้ว เสียงของพวกโคโนฮะใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ถึงเขาจะเคยบอกหล่อนไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่มีวันปล่อยหล่อนเด็ดขาดแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่คำขู่ก็เท่านั้น 

               นารูโตะ…” ซากุระพึมพำออกมาเบา ๆ ตอนนี้ข้างในจิตใจของเธอกำลังสับสนอย่างหนัก ใจหนึ่งเธออยากจะกลับไปกับเพื่อน ๆ แต่อีกใจหนึ่งเธอก็ยังอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

               ฉันคงต้องไปแล้วล่ะยายโหนกขอบใจที่ยอมทำตามข้อเสนอนะ ชายหนุ่มแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่มันไม่ใช่ยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข มันเป็นยิ้มที่รู้สึกสมเพชตัวเองมากกว่า

               ดะเดี๋ยวสิ นายยังไม่ได้บอกเลยนะว่าทำไมถึงได้…”

               ฉันบอกเธอไปเมื่อกี้แล้วไง ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?

               ไม่นะ!”

               หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกแต่คงจะไม่ได้เจอแบบดี ๆ สักเท่าไหร่


              สายลมวูบใหญ่พัดเข้ามา ทำให้ซากุระรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่เธอเหม่อมองตามแผ่นหลังของซาโซริที่เดินออกไปไกลลิบจนไม่เหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า


..........................................................................................................................


ช่วง...คุยกันหลังอ่าน

มาแล้วนะคะฟิคสั้น กว่าจะหาเวลามาแต่งได้นี่แทบแย่5555555 ต้องเสียน้ำตาไปกับวิจัยหลายลิตร(โม้)  วันนี้คงจะได้อัพแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก่อนนะคะ ส่วนเรื่อง Behind The scene Konoha Love Story คงจะยังไม่ได้อัพเพราะไรท์ยังไม่ได้แต่งต่อเลยแต่จะพยายามแต่งตอนต่อไป รู้สึกว่าดองไว้นานเกินละT^T ฟิคซาโซซากุเหลืออีกตอนก็จะจบแล้วนะคะ ตอนนี้แอบใส่โมเม้นระหว่างนารุซาซึเล็กน้อย 555555 ยังไงก็ฝากติดตามทั้งสองฟิคจนจบกันด้วยนะคะ แล้วเจอค่า 


<3 


ขอบคุณธีมสวย ๆ จากเบอร์ลินค่า


cr. ภาพ https://www.hdwallpapers.in/fireworks-wallpapers.html


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #7 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:56
    ชอบอารมณ์ในฟิคนี้จัง
    ตอนจะฮาก็ฮาสุดๆ ซึ้งก็ซึ้งสุดๆ หวานก็หวานสุดๆ มีหลากอารมณ์ขั้นกัน อ่านได้ไม่เบื่อเลย
    รออ่านตอนจบอยู่นะ
    #7
    1
    • #7-1 LadyTyrell (@LadyTyrell) (จากตอนที่ 2)
      27 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:11
      ขอบคุณค่า ขอบคุณอีกครั้งขอบคุณจริง ๆ
      ตอนลงตอนที่2 ก็แอบกลัวว่ามันจะแปลก ๆ มั้ย คือตอนแรกเหมือนจะฮา แต่พอมาตอนสองแลดูไม่ฮาแล้วอะไรแบบนี้ รู้สึกประหม่าสุด ๆ เลย T_T

      คุณ ITSFREAKINGCOOL,MAN! ทำเรานั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่หน้าจอคอมเลยตอนนี้
      <3
      #7-1
  2. #4 AmoilThanaphornz (@AmoilThanaphornz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 00:07
    รอต่อน้าค้าาาา
    #4
    1
    • #4-1 LadyTyrell (@LadyTyrell) (จากตอนที่ 2)
      25 ธันวาคม 2560 / 00:22
      ฟิคสั้นนี่รอหน่อยนะคะแต่ว่าพรุ่งนี้ฟิคยาวมาแน่ ๆ เพิ่งปั่นเสร็จเลย XD
      แล้วเจอกันนะคะ
      รักกก <3
      #4-1