[Naruto Short Fic] The Villain of Akatsuki {sasosaku}

ตอนที่ 3 : Final chapter [อัปแก้ไขคำผิดค่ะ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 เม.ย. 61







               ซากุระจัง!”

              น้ำเสียงตื่นเต้นของอุซึมากิ นารูโตะถูกเปล่งออกมาด้วยความรวดเร็วเมื่อในที่สุดเขาก็เจอคนที่ทุกคนในสำนักงานตำรวจกำลังช่วยกันตามหา

             เสียงที่เจือไปด้วยความตื่นเต้นปนดีใจที่ดังขึ้นอยู่ข้างหลังทำให้ฮารุโนะ ซากุระต้องพยายามรีบกลบเกลื่อนสีหน้าอันสับสนของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ

              นารูโตะ…”

              ฉันอยู่นี่แล้วซากุระจัง...ฉันมาช่วยซากุระจังแล้ว ไอ้หมอนั่นมันอยู่ไหน? ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปด้วยความรวดเร็วแต่เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของอีกฝ่ายเขาก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ

              หมอนั่นซาโซริน่ะเหรอ?

              นารูโตะพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ เขานึกแปลกใจเล็กน้อยที่ซากุระจังของเขาดูใจเย็นกว่าปกติมาก จนตัวเขาเองเริ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างในใจของซากุระที่เริ่มจะเปลี่ยนไป

              ไปตั้งนานแล้วล่ะ…”

             หมายความว่ายังไงกัน? นารา ชิกามารุที่เดินเข้ามาสมทบรีบตั้งคำถามขึ้นมาทันที

              ก็หมายความตามนั้นนั่นแหละว่าแต่พวกนายพากันมาทั้งสำนักงานเลยรึไง?

              ซากุระค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนจากพื้นหญ้านุ่มพร้อมกับพยายามเหลียวมองไปรอบ ๆ บริเวณนั้น เผื่อว่าคนที่เพิ่งจะทิ้งให้เธอจมอยู่กับความรู้สึกสับสนจะยังคงอยู่ในแถบนี้แต่สุดท้ายเธอก็พบเพียงแค่แสงสว่างจากงานดอกไม้ไฟและความว่างเปล่า

 


องค์กรแสงอุษา

              ประตูบานเลื่อนของห้องนั่งเล่นอันเป็นที่รวมตัวของเหล่าวายร้ายแห่งแสงอุษาถูกเลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นภาพชายหนุ่มผู้มีเครื่องหน้าที่เข้ากันอย่างลงตัวโดยเฉพาะดวงตาสีเทาอันหน้าหลงใหลและผมสีชมพูเข้มที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ บวกกับรูปร่างสูงโปร่งเมื่อเวลาอยู่ในชุดยูกาตะแล้วก็ยากยิ่งที่จะห้ามให้ไม่หันกลับไปมองเป็นซ้ำสอง

              หายหัวไปไหนของแกวะซาโซริ

              ผู้ที่เป็นหัวหน้าเพียงหนึ่งเดียวของพวกวายร้ายเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ร่างสูงที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในห้องรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ท่าทางและอาการโมโหจนเลือดขึ้นหน้าของเพนมันกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกชอบใจ

              ก็ไปเดทมาน่ะสิ ถามอะไรโง่จริง เขาตอบพลางหย่อนก้นนั่งบนโซฟาอย่างไม่แยแส

              นี่แกหัดให้ความเคารพกับหัวหน้าบ้างสิวะไอ้นายท่าน!”

             เสียงเดอิดาระคู่หูของเขาดังสวนขึ้นทันควันซึ่งข้อนั้นซาโซริก็รู้ดี ไม่ว่าเขาจะเอ่ยวาจากวนประสาทเพนออกมากี่ครั้งเจ้าคู่หูนี่ก็มักจะเอ่ยขัดเขาทุกครั้งไป

              หัวหน้าอย่างเจ้าหมอนี่น่ะเหรอที่น่าเคารพน่ะ…”

              ทุกคนในห้องนั่งเล่นต่างพร้อมใจกันมองไปที่บุรุษผู้มาใหม่เป็นตาเดียวกัน พลางคิดไปว่าวันนี้เขาช่างแปลกไปกว่าเดิมไม่เหมือนดังเช่นทุกครั้ง ปกติแล้วซาโซริไม่เคยมีท่าทีเย็นชากับทุกคนขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยได้ค่าจ้างจากเพนมาตั้งนานเขาก็ไม่เคยมีท่าทีเฉยเมยเลยสักครั้ง

              มองอะไรกันนักหนาฟะพวกแก

              จู่ ๆ ร่างสูงของซาโซริก็ผุดลุกขึ้นมาจากโซฟาแล้วก็มีท่าทีกลับมาเป็นเหมือนปกติ ทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกสับสนกับท่าทางนั้นเป็นอย่างยิ่ง

              แกเป็นอะไรของแกกันแน่วะแล้วยายซากุระนั่นแกจัดการมันแล้วใช่ไหม? เพนเปิดปากถามสมาชิกองค์กรอีกครั้ง

              แม่นั่นหนีไปได้ ฉันเลยแก้เซ็งด้วยการไปช้อนปลาทองที่งานดอกไม้ไฟ ซาโซริตอบพลางชูถุงพลาสติกที่ใส่ปลาทองให้ทุกคนในห้องนั่งเล่นดู

              พวกแกสองคนนี่มันใช้ไม่ได้เลย! แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้เข้าบ่อนฟะเนี่ย หัวหน้าองค์กรกุมขมับด้วยความหงุดหงิด

              ว่าไงนะเพน ไหนลองพูดอีกทีซิ! แม่จะจับตุ๋นแล้วยัดลงชักโครกไปซะเลยดีไหม!” หญิงสาวเพียงคนเดียวในองค์กรรีบเอ่ยออกมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่หัวหน้าไม่เอาไหนอย่างเพนพูด

              ปะเปล่าจ้ะ ก็แค่พูดไปงั้นเองงั้นฉันขอตัวก่อนล่ะ ว่าจบหัวหน้าผู้ไม่เอาไหนก็รีบผุดลุกจากที่นั่งพร้อมกับเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นด้วยความรวดเร็ว

             เอาล่ะฉันลืมแจ้งเรื่องนี้ไปเลยคุณโรซี่จังเค้าส่งจดหมายมาเร่งให้พวกเราจัดการกับซากุระให้เรียบร้อยภายในวันเสาร์นี้ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะเปลี่ยนไปจ้างพวกมือปืนแทน

              จะบ้าเหรอโคนันฉันกับเจ้าบ้าเดอิดาระเพิ่งไปก่อเรื่องกันมาเองนะจะไม่ให้เว้นช่วงกันเลยรึไง?

              ถ้านายไม่เต็มใจที่จะทำงานนี้อิทาจิกับคิซาเมะรอเสียบอยู่ รู้ไว้ด้วย

              ปลาทองที่เขาช้อนมาได้จากงานเทศกาลดอกไม้ไฟกำลังว่ายอยู่ในโหลแก้วอย่างมีชีวิตชีวา ทำให้เจ้าของป้ายแดงอย่างอากาซึนะ โนะ ซาโซริอดที่จะจ้องมองนาน ๆ ไม่ได้

              เมื่อยิ่งได้จ้องเจ้าปลาทองตัวนั้นแล้วก็ยิ่งทำให้เขาคิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตัวเขาเองแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ ยิ่งภาพตอนที่เขาและซากุระพากันเดินเล่นในงานเทศกาลดอกไม้ไฟกันอย่างสนุกสนานยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในจิตใจ เขารู้ดีว่าเธอและเขาไม่มีทางที่จะลงรอยกันได้ ถึงจะมีความรู้สึกที่ล้นอยู่เต็มอกมากมายแค่ไหนก็ตามเถอะ มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

 

              ดวงตาสีมรกตจ้องมองออกไปข้างนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ถ้าสามารถขอพรได้หนึ่งข้อเธอก็อยากจะขอย้อนเวลากลับไปในตอนนั้นอีกครั้งตอนที่ลืมหน้าที่และความเป็นจริงไว้ข้างหลังแล้วเดินเล่นในงานเทศกาลดอกไม้ไฟให้เหมือนกับไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

             ทำไมนะ…”

              ทำไมเราจะต้องรู้สึกว้าวุ่นและสับสนขนาดนี้ด้วย

              ทั้ง ๆ ที่เราควรจะสลัดภาพของเจ้าหมอนั่นออกไปจากความคิดแต่ก็กลับทำไม่ได้

              เรือนผมสีชมพูอันน่ามองปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดมาระลอกใหญ่ ทำให้ซากุระสัมผัสได้ถึงความเศร้าสร้อยที่ผ่านมากับสายลมราวกับมันจะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกกับเธอว่าชายคนนั้นก็รู้สึกไม่ต่างไปจากเธอ

 

              เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

              เจ้าของใบหน้าคมเข้มที่ประดับไปด้วยขีดสัญลักษณ์หนวดแมวตรงข้างแก้มเอ่ยออกมาด้วยความสงสัยพลางยกแก้วสาเกขึ้นมาจิบเพราะหลังจากที่พาซากุระจังไปส่งถึงห้องก็ไม่มีทีท่าว่าเธอจะยอมเอ่ยปากอะไรออกมาซึ่งมันผิดปกติสำหรับเขาอย่างมาก

              ซากุระจังไม่เคยเป็นแบบนั้นมาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว มันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังดึงความสนใจของเธอไป

              หรือว่าอาจจะเกี่ยวกับเจ้าซาโซรินั่น-” ยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยคเสียงลูกค้าคนใหม่ก็ดังขึ้นจนทำให้เขาต้องหันไปมองด้วยความสนอกสนใจ

              ภาพชายหนุ่มที่เขาคุ้นหน้าพร้อมกับหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงกำลังเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่ฝ่ายชายทำท่าเหมือนจะไม่แยแสและคงจะรู้สึกรำคาญฝ่ายหญิงจนเต็มทน

              กลับกันเถอะนะซาซึเกะคุงฉันว่านายดื่มเยอะเกินไปแล้ว

              หุบปากเธอไปซะแล้วก็ช่วยไสหัวไปไกล ๆ ด้วย!”

              ร่างสูงหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนารูโตะพร้อมกับตะโกนสั่งพนักงาน

              ขอเหมือนเดิม!”

              เสียงของเขาช่างฟังดูขื่นขมเป็นอย่างมากและข้อนั้นนารูโตะก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าไอ้หัวเป็ดขี้เก๊กอย่างหมอนั่นจะไปมีเรื่องอะให้เดือดเนื้อร้อนใจมากมายเพราะชีวิตหมอนั่นออกจากเพอร์เฟ็คเสียจนบางครั้งเขาเองยังนึกอิจฉาอยู่ในใจ

              พอเถอะนะซาซึเกะคุง

              เสียงใสที่ปนไปด้วยความเศร้าของหญิงสาวผมสีแดงเพลิงคนนั้นยังคงดังเข้ากระทบโสตประสาทของนารูโตะอย่างไม่ขาด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะไม่หันไปมองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

              เธอมันน่ารำคาญสุด ๆ เลยคาริน! ฉันไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรกับผู้หญิงที่ตามตื้อผู้ชายอย่างเธอเลยสักนิด ไสหัวไปซะอย่าให้ได้พูดเป็นครั้งที่สองขออีกแก้ว!”

              อุซึมากิ คาริน นารูโตะเพิ่งจะตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เขาเห็นคนนั้นเป็นญาติห่าง ๆ ทางฝั่งมารดาของเขาเองแล้วเธอไปรู้จักกับเจ้าหัวเป็ดนั่นได้ยังไงกันนะ

              นายจะไปรู้อะไรล่ะ! ที่ฉันยอมตามนายต้อย ๆ นี่ก็เพราะว่าฉันรักนาย! เข้าใจไหม!”

              หึรักฉันอย่างนั้นเหรอ? อย่ามาทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย ถ้าเธอบอกว่าเพราะเธอรักฉันเธอเลยตามฉันแบบนี้ แล้วทำไมคนอย่างฉันถึงไม่ไล่ตามไอ้ซื่อบื้อคนนั้นกันล่ะ?

              มือแกร่งวางแก้วสาเกลงด้วยความรวดเร็วพร้อมกับหันไปจ้องหน้าหญิงสาวที่เพิ่งจะสารภาพรักกับเขาเพื่อรอฟังคำตอบ

              มะหมายความว่านายมีคนที่รักอยู่แล้วงั้นเหรอ?

             โลกทั้งใบของอุซึมากิ คารินหยุดหมุนไปโดยฉับพลันเมื่อได้ยินคำพูดคำนั้นจากปากของชายหนุ่มที่เธอรัก เธอเฝ้าตามดูแลเขาอยู่ไม่ห่างและบางครั้งเขาเองก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธเธอเหมือนครั้งนี้ ทุกการกระทำของเขามันเลยทำให้เธอเข้าใจไปว่าเขาอาจจะมีใจให้เธออยู่บ้าง

              ฟังนะฉันจะไม่พูดซ้ำสองอีกฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้วรักทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขารักคนอื่นจนหมดหัวใจ มันน่าสมเพชใช่ไหมล่ะ? เอาเถอะเชิญเธอหัวเราะเยาะได้ตามสบายเอามาอีกแก้ว!”

              น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อสาเกแก้วนี้เข้าไปอยู่ในปาก ทำไมกันนะทำไมเขาจะต้องนึกถึงไอ้คนซื่อบื้อพรรค์นั้นด้วย แม้จะรู้ตัวเองดีว่าคนงี่เง่าอย่างหมอนั่นไม่มีทางที่จะเข้ามาเฉียดใกล้กับคนอย่างเขาแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะลบภาพของชายผู้นั้นไปได้เลยสักครั้ง

 

              ฉะฉัน….ฮึก!”

              เสียงสะอื้นของคารินทำให้นารูโตะรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาจับใจ อยากจะเข้าไปปลอบเธออยู่หรอกแต่จากสภาพการณ์แล้วคงจะไม่ดีที่จะเข้าไปยุ่งเรื่องของสองคนนั้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจควักเงินออกมาจากกระเป๋าเตรียมพร้อมที่จะจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด

              แต่ทว่าโชคชะตามันช่างเล่นตลกกับเขาเสียเหลือเกินเมื่อดันหันไปสบตาเข้ากับคารินและดูท่าทางเหมือนว่าเธอจะจำเขาได้

              นะนารูโตะใช่ไหม?

              เสียงกระทบกันของรองเท้าส้นสูงกับพื้นไม้หยุดลงเมื่อเจ้าของร่างบางเดินมาอยู่ข้างตัวเขา อุซึมากิ นารูโตะจึงจำใจต้องส่งยิ้มให้เธอด้วยความเป็นมิตร

              ใช่เธอคือคารินสินะ

              หญิงสาวได้เพียงแต่พยักหน้าตอบรับก่อนที่จะพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยอะไรบางอย่างที่ทำให้นารูโตะรู้สึกปวดหัวออกมา

              ฝากดูแลซาซึเกะคุงแทนจะได้ไหม? น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนคนที่นั่งฟังอยู่ต้องพยักหน้ารับอย่างช่วยไม่ได้

              แล้วทำไมไม่โทรให้โอโรจิมารุมารับล่ะ? ทำไมต้องเป็นฉันด้วย

              พี่โอโรจิมารุพาเด็กในสังกัดคนอื่นไปออกงานฮึก

              เธอหยุดร้องไห้ได้แล้วคารินฉันรับปากว่าจะช่วยดูหมอนั่นให้ก็ได้แต่เธอได้โปรดหยุดร้องไห้ทีเถอะ มือแกร่งรีบล้วงเข้าไปในฮาโอริเพื่อควานหาผ้าเช็ดหน้า

             ภาพชายหนุ่มที่กำลังเอื้อมมือใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้กับหญิงสาวที่เพิ่งจะสารภาพรักกับเขาไปหยก ๆ  ทำให้ไฟในใจของเขาเดือดปะทุขึ้นมาจนยากที่จะควบคุมนั่นก็เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนคนเดียวที่สามารถทำให้ใจเขาเต้นสั่นไม่เป็นจังหวะ

              เนี่ยน่ะเหรอที่บอกว่ารักซากุระ?

              น้ำเสียงอันคุ้นหูที่เจือปนไปด้วยความไม่สบอารมณ์ดังขึ้นทำให้นารูโตะต้องหยุดชะงักมือจากการเช็ดน้ำตาให้กับคารินพร้อมกับรีบหันกลับไปมอง

            เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาจึงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำระหว่างพวกเขาทั้งสามคน

              ฉันถามไม่ได้ยินรึไง?!” ไม่ว่าเปล่าซาซึเกะรีบเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อด้านหลังของนารูโตะด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ฝ่ายนั้นต้องหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วลุกขึ้นยืนตามแรงดึง

              ฉันไม่จำเป็นจะต้องตอบคนอันธพาลอย่างนายถ้ายังไม่อยากถูกจับโยนเข้าคุกก็รีบกลับไปซะ!”

              หึนายไม่กล้าจับฉันหรอกเพราะว่านายกลัวว่าซากุระจะโกรธนาย ซาซึเกะมองนารูโตะด้วยแววตาเย้ยหยัน

              ทั้งคำพูดและสายตาเย้ยหยันที่นารูโตะคิดว่าน่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมามันทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งจนถึงขีดสุดจึงตัดสินใจจ่ายเงินและคว้าแขนคนปากร้ายอย่างเจ้าหมอนั่นให้ออกมาจากร้านด้วยความรวดเร็ว ในเมื่อท้าทายว่าเขาไม่กล้าจับก็จะแสดงให้ดูว่าคนอย่างเขาไม่จำเป็นจะต้องใช้ซากุระมาอ้าง!

              คิดจะขู่ให้ฉันกลัวเหรอ?...โอ๊ย!” นายแบบหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ ตำรวจหนุ่มก็หยุดเดินพร้อมกับโยนเขาเข้าไปข้างในตรอกแคบ ๆ

              ฉันเกลียดนายจริง ๆ นารูโตะพูดพลางยื่นมือแกร่งของตัวเองตรงไปยังลำคอของซาซึเกะ เขาบีบคอของนายแบบหนุ่มจนฝ่ายนั้นเกือบจะขาดอากาศหายใจ

              แต่ฉะฉันรักนายแค่ก!”

              เพียงแค่คำว่ารักที่ออกมาจากปากของคนตรงหน้าก็ทำให้คนที่ได้ยินปล่อยมือออกจากลำคอของเขาด้วยความรวดเร็ว

              ไม่จริง…”

              น้ำเสียงอันแผ่วเบาเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากอันได้รูปของนารูโตะด้วยความสับสนและก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรออกมาเป็นประโยคที่สองทุกอย่างก็แทนที่ด้วยริมฝีปากบางของซาซึเกะจนหมด

              ความรู้สึกแปลกใหม่แผ่ซ่านเข้าไปในจิตใจของตำรวจหนุ่มด้วยความรวดเร็ว ถึงจูบนี้มันจะเกิดขึ้นจากความเมาของใครอีกคนแต่มันก็เป็นรสชาติจูบที่ไม่เลวเลยทีเดียว มันแทบจะทำให้เขาจินตนาการถึงใบหน้าใสของซากุระไม่ออก ทุกจินตนาการทุกเสี้ยววินาทีของจูบครั้งนี้มันกลับมีแต่ภาพของซาซึเกะเข้ามาแทนที่

              ฉันจะแสดงให้นายเห็นว่าความรักที่ฉันมีให้นายมันไม่ใช่เรื่องโกหก…” น้ำเสียงอันแหบพร่าถูกเปล่งออกมาหลังจากที่ซาซึเกะถอนจูบจากนารูโตะอย่างอ้อยอิ่ง

              ฉันรักซากุระ-” ยังไม่ทันได้เอ่ยจนจบประโยคร่างสูงของซาซึเกะก็ล้มพับลงไปกองกับพื้น ทำให้นารูโตะจำเป็นต้องยกร่างที่เล็กกว่าเขาไปเพียงนิดเดียวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 


สำนักงานตำรวจโคโนฮะ

              ข่าวด่วนจากจิไรยะบอกว่าวันนี้พวกแสงอุษาจะลงมืออีกครั้งอย่าลืมกำชับให้พวกที่มีเวรตรวจตราทุกคนให้ระวังตัวกันด้วยล่ะ

             รับทราบค่ะท่านซึนาเดะ ซากุระพยักหน้ารับคำพร้อมกับรีบเดินออกจากห้องของผู้บังคับบัญชาเพื่อไปรายงานให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ทราบ

              ขณะที่เดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวไปสู่ห้องนั่งเล่นก็ไม่ได้ทำให้ซากุระหยุดคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าครั้งนี้จะได้เจอเขาอีกหรือไม่และก็คงจะเป็นอย่างที่เขาเคยบอกไว้ว่าเธอและเขาคงจะไม่มีทางได้เจอกันในแบบที่ดีสักเท่าไหร่

 



              ระเบิดดินเหนียวถูกยัดใส่ในหุ่นกระบอกด้วยความชำนาญพร้อมกันนั้นคู่หูในภารกิจครั้งนี้ก็เช็ครีโมตระเบิดเป็นที่เรียบร้อย ซาโซริจึงมั่นใจขึ้นมาอีกเปราะหนึ่งว่าครั้งนี้เดอิดาระจะไม่ทำให้แผนพังแต่พอมานึก ๆ ดูแล้วเขากลับรู้สึกไม่อยากจะทำภารกิจนี้เลยสักนิด มันเป็นภารกิจที่ล่อให้หญิงที่เขารักออกมาสังเวยชีวิตชัด ๆ แต่ผู้ที่ได้รับหน้าที่นั้นก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากตัวเขาเอง

             แสงแดดของยามบ่ายก็ยังไม่สามารถทำให้ฮารุโนะ ซากุระรู้สึกท้อแท้กับการลาดตระเวนในวันนี้เลยแม้แต่นิด เธอกลับรู้สึกมีพลังและแรงฮึดในการออกลาดตระเวนครั้งนี้ นั่นก็เพราะว่ามันอาจจะทำให้เธอได้เจอกับวายร้ายแห่งแสงอุษาอย่างซาโซริอีกครั้ง

              เป้าหมายเดินมาทางนั้นแล้วครับนายท่านซาโซริ เดอิดาระพูดกับวิทยุสื่อสารด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คู่หูของเขารู้สึกตื่นเต้นไปด้วย

              เออรู้แล้วไม่ต้องตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นก็ได้ถ้าฉันจัดการยายโหนกนั่นเสร็จเมื่อไหร่นายก็โยนระเบิดทับทันทีเลยก็แล้วกัน พูดจบชายหนุ่มจึงวางวิทยุสื่อสารทิ้งไว้ก่อนที่จะกระโดดลงไปเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

             ว่าไงไม่เจอกันนานนะ คงจะคิดถึงฉันมากล่ะสิ!”

              น้ำเสียงและท่าทางกวนประสาทของซาโซริไม่ได้ทำให้ซากุระรู้สึกโมโหเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอกลับรู้สึกดีใจอย่างถึงที่สุดเพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เจอกับเขาอีกจนได้

              ซาโซริ!” เธอตะโกนชื่อเขาออกมาด้วยความตื่นเต้นราวกับเด็กสาวที่เจอสิ่งของที่ถูกใจ

             ฉันบอกเธอแล้วนะว่าถ้าเจอกันอีกครั้งมันคงจะไม่ใช่การเจอกันที่ดี ไม่ว่าเปล่าชายหนุ่มรีบหยิบปืนพกออกมาจากแจ็กเก็ตด้วยความรวดเร็ว

              นี่นาย…” ดวงตาสีมรกตฉายแววตกใจอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกเสียใจที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป

              เธอไม่ได้โง่นะยายหัวโหนก ชายหนุ่มแสยะยิ้มด้วยความเหี้ยมเกรียม

              นั่นสินะไม่ว่าจะยังไงนายกับฉันเราก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเสมอมาเพราะฉะนั้นฉันก็จะไม่ยอมปล่อยนายไปเหมือนกันไอ้พวกวายร้าย!” มือบางหยิบคาตานะประจำตำแหน่งที่ห้อยไว้ออกมาด้วยความรวดเร็ว

             คราวนี้ก็มาดวลกันว่าดาบซามูไรเชย ๆ ของพวกตำรวจจะสู้กับปืนพกของพวกเราได้ไหม

              อย่ามาทำเป็นปากดีไปหน่อยเลยน่า!”

              คาตานะอันคมกริบถูกเหวี่ยงออกไปด้วยความรวดเร็ว ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าต้องรีบกระโดดหลบอย่างสุดความสามารถ

              การสู้กันครั้งนี้ทั้งเธอและเขาต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นการต่อสู้ที่เจ็บปวดเพียงใดเพียงแค่ได้เห็นแววตาของฝ่ายตรงข้ามก็รู้ดีว่าต่างไม่มีใครอยากจะสู้กันทั้งนั้นแต่คำว่าหน้าที่มันกลับค้ำคอจนทำให้ไม่สามารถหยุดการต่อสู้นี้ลงไปได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

              เห็นแก่ว่าเธอเป็นผู้หญิงนะ

              ซาโซริโยนปืนทิ้งลงหลังคาไปหลังจากที่ทั้งเขาและซากุระต่างผลัดกันรุกและผลัดกันรับจนมาได้สังเวียนที่เหมาะเจาะซึ่งก็คือดาดฟ้าของตึกร้างแห่งนี้

              อย่ามาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษไปหน่อยเลยอย่างนายน่ะจะทำยังไงก็เป็นพวกวายร้ายอยู่วันยันค่ำ!”

              นั่นสินะ!”

              คุไนเป็นฝูงกำลังลอยมาทางซากุระด้วยความรวดเร็ว เธอจึงรีบใช้คาตานะของตัวเองปัดออก

 


ด้านเดอิดาระ

              เป็นยังไงบ้างวะเดอิดาระ? เสียงของเพนเอ่ยออกมาตามปลายสายเมื่อเดอิดาระรีบรับโทรศัพท์

              กำลังสู้กันอย่างดุเดือดเลยครับหัวหน้านายท่านนี่สุดยอดจริง ๆ ขนาดที่ว่าโยนปืนทิ้งแล้วยังสู้กับยายโหนกนั่นได้!”

              น้ำเสียงตื่นเต้นของเดอิดาระทำให้เพนรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที เขาไม่ใช่คนโง่อะไรเขามีแผนสำรองไว้เสมอและแน่นอนว่าตอนนี้อิทาจิและคิซาเมะก็คงจะกำลังหาโอกาสเหมาะเจาะที่จะจัดการยิงซากุระให้ตายภายในนัดเดียว

              เอาล่ะแกรีบหาทางให้ซาโซริออกมาจากตรงนั้นได้แล้ว เพนรีบเอ่ยสั่งการเดอิดาระทันทีเมื่อคิดได้ว่าหากไม่ยอมดึงซาโซริออกมาเขาอาจจะเสียสมาชิกฝีมือดีไปจากการถูกลูกหลงก็เป็นได้

              หมายความว่าไงครับหัวหน้าอย่าบอกนะว่าพวกเราเป็นแค่ตัวล่อ!”

             นายท่านซาโซริครับ! เดอิดาระเรียกนายท่านซาโซริ เปลี่ยน!”

              นายท่านซาโซริครับ! เดอิดาระเรียกนายท่านซาโซริ เปลี่ยน!

              เมื่อเรียกไปตั้งสองครั้งก็ไร้เสียงตอบกลับจากซาโซริ

              หรือว่านายท่านจะทิ้งวิทยุสื่อสารของเราไปแล้ว!” 

              ชายหนุ่มรีบวิ่งออกจากที่กำบังด้วยความรวดเร็วพร้อมกับตรงไปยังตึกที่ซาโซริและซากุระกำลังห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

              อากาซึนะ โนะ ซาโซริรู้ดีว่าแผนการฆ่าซากุระครั้งนี้ทั้งเขาและคู่หูเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งก็เท่านั้นเพราะคนอย่างเพนมักจะมีแผนสำรองเสมอ เขารู้ดีว่าอิทาจิและคิซาเมะกำลังซุ่มอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพื่อรอจัดการกับซากุระเพราะอย่างนั้นเขาจึงอยากจะเป็นคนปลิดชีพผู้หญิงที่เขารักด้วยตัวเอง หรือบางทีถ้ามันเป็นไปได้เขาก็อาจจะเลือกทางที่ดีกว่านี้นั่นก็คือ

 

ปัง!

 

             เสียงปืนดังขึ้นมาหนึ่งครั้งทำให้ฮารุโนะ ซากุระรู้สึกตกใจเล็กน้อยเพราะซาโซริโยนปืนของเขาทิ้งไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

              แขนที่โชกไปด้วยเลือดสีแดงฉานทำให้เธอตระหนักได้ว่าซาโซริไม่ใช่เจ้าของปืนและตอนนี้ก็ต้องมีใครสักคนที่กำลังคิดจะปลิดชีวิตของเธอหรือไม่ก็ซาโซริ

              แผลแค่นี้ฉันไม่ตายหรอกนะชีวิตที่ฉันอยู่มาจนถึงตอนนี้ก็เพื่อฆ่าเธอเท่านั้น…”

              ชายหนุ่มกัดฟันทนรับความเจ็บปวดที่แล่นเขาสู่ร่างกายจากกระสุนปืนพร้อมกับจับคุไนออกวิ่งเพื่อเข้าปะทะกับซากุระ

              ถ้านายว่าอย่างนั้นชีวิตที่ฉันอยู่มาจนถึงตอนนี้ก็เพื่อจับนายเข้าคุกเช่นกัน!”

              แววตาสีเทาและสีมรกตอันน่าหลงใหลทั้งสองจ้องกันอย่างไม่วางตาราวกับมันกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกความรู้สึกที่สื่อผ่านทางสายตานั้นอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

              นายท่านซาโซริ!”

             จนกระทั่งเสียงตะโกนเรียกของเดอิดาระทำลายทุกสิ่งทุกอย่างลงเมื่อเสียงของหมอนั่นทำให้ซาโซริหันไปเจอกับตำแหน่งที่อิทาจิและคิซาเมะซ่อนตัวอยู่

 

ปัง!

 

              เสียงปืนนัดที่สองดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นวายร้ายแห่งแสงอุษากระโดดรับเอาความเจ็บปวดจากลูกกระสุนแทนหญิงสาวที่ไอ้ผู้จัดการตัณหากลับอย่างโอโรจิมารุหมายหัวไว้

            ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่เขาเคยยิ้มให้เธอในงานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ผ่านมา

              ซาโซริ!”

              ซากุระตะโกนชื่อเขาดังลั่น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวจนตอนนี้เธอปะติดปะต่อเรื่องราวแทบไม่ทัน จนกระทั่งร่างสูงของเขาค่อย ๆ กระเด็นออกจากดาดฟ้าดึกไปราวกับภาพสโลว์โมชั่น

              ฉัน-รัก-เธอหนีไปซะก่อนที่-”

              น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตาสีมรกตคูสวยอย่างหนักหน่วงเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน เธอพยายามเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือของเขาไว้แต่สุดท้ายก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าเมื่อร่างของเขาตกลงไปห่างจากตัวตึกหลายต่อหลายเมตร

              ทุกอย่างคงจบลงแล้วสินะ…” เธอพึมพำออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนที่จะคุกเข่าลงกับพื้นและไม่แม้แต่จะสนคำพูดของเขาที่บอกให้เธอรีบหนีไป

              มันจะไปมีประโยชน์อะไรอีกถ้าหากว่าฉันหนีไปแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ตามจับวายร้ายอย่างนาย!”

              ซากุระจัง! ฉันมาช่วยแล้ว

              เสียงทุ้มของนารูโตะดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครอีกมากมายแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซากุระรู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว มันเหมือนกับว่าความรู้สึกที่เธอสับสนตั้งแต่วันนั้นมันถูกปลดแอกไปเป็นที่เรียบร้อย ปลดแอกและก็หายไปกับร่างไร้วิญญาณของชายคนนั้น

 

3 เดือนต่อมา

            ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติดังเฉกเช่นเดียวกับทุกวันแต่มันจะไม่ปกติก็ตรงที่จู่ ๆ นารูโตะก็เลิกชวนเธอไปเดทจนบางทีเธอก็นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่นกันแน่และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มักจะรบกวนจิตใจเธอเสมอมาก็คือจู่ ๆ วายร้ายแห่งแสงอุษาอย่างซาโซริถูกลบชื่อออกจากบัญชีดำของสำนักงานตำรวจโคโนฮะ

              เฮ้อเอาอีกจนได้สินะ เธอส่ายศีรษะให้กับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องพร้อมกับก้าวขาเข้าไปข้างใน

              แสงไฟในห้องส่องสว่างขึ้นมาด้วยความรวดเร็วเมื่อซากุระกดเปิดสวิตซ์ไฟที่อยู่ตรงมุมห้องแต่แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อสายตาพลันเหลือบไปเห็นสิ่งแปลกปลอมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือที่ติดอยู่กับระเบียง

              หุ่นกระบอกเด็กผู้ชายผมสีชมพูนั่งอย่างเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมกันนั้นปากของมันยังอ้าออกเผยให้เห็นกระดาษแผ่นเล็กสีขาวที่ถูกสอดไว้อย่างเป็นระเบียบ เจ้าของห้องอย่างเธอจึงรีบดึงปืนพกออกมาตามสัญชาตญาณพร้อมกับเดินสำรวจรอบห้องแต่ก็กลับพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านดู

 

เธอรู้ไหมว่าหัวเหม่งของเธอน่ะมันน่าจุ๊บชะมัดเลย






END


.................................................................................................................................................................................

ช่วง...คุยกันหลังอ่าน
กริ๊ดดดด ในที่สุดก็จบแล้วค่ะ จบไปแล้วววหลังจากที่ดองไว้เป็นชาติเศษ T_T  ไม่รู้ว่าตอนจบจะถูกจริตของท่านผู้อ่านทุกท่านหรือไม่ 5555 แต่ตัวเราเองรู้สึกชอบนะ (แหนะอวยตัวเองอีกละ) ถ้าอ่านจบก็อ่านใหม่อีกรอบก็ได้นะคะหรือจะติดตามผลงานเรื่องอื่นก็ได้เด้อ และก็ขอขอบคุณรีดเดอร์ที่กดเฟบ กดกำลังใจแล้วก็คอมเม้นต์ทุกคนด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านค่า <3 

cr. ภาพแรก https://tenaxius.deviantart.com/art/SasoSaku-662367372
ภาพสอง https://invisibleninja12.deviantart.com/art/Dark-558965560

ขอบคุณธีมสวย ๆ จากเบอร์ลินด้วยค่ะ 


B
E
R
L
I
N
 Tiny Hand
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

8 ความคิดเห็น