โลกสวยในความรู้สึก ตอน ความคิดถึง

โดย LaPerouse

ยอดวิวรวม

45

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


45

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


4
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ม.ค. 65 / 16:13 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

คนเรานั้นย่อมมีกระบวนการทางความคิดหรืออารมณ์ที่เรียกว่า “ความรู้สึก” 
ซึ่งเป็นธรรมชาติและธรรมดาของเราทุกคน และ “ความรู้สึก” นั้น เป็นคำสั้นๆ เรียบง่าย และเป็นสิ่งที่เราพบเจอ เกิดขึ้นกับเราแทบจะตลอดเวลา 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ม.ค. 65 / 16:13


คนเรานั้นย่อมมีกระบวนการทางความคิดหรืออารมณ์ที่เรียกว่า “ความรู้สึก” 
ซึ่งเป็นธรรมชาติและธรรมดาของเราทุกคน และ “ความรู้สึก” นั้น เป็นคำสั้นๆ เรียบง่าย และเป็นสิ่งที่เราพบเจอ เกิดขึ้นกับเราแทบจะตลอดเวลา 
        เทียบคำนี้ตามคำนิยามในภาษาอังกฤษ “Feeling” (noun.) which means an emotional state or reaction. 
        ซึ่งคำว่า “ความรู้สึก” ในทางวิชาการอาจหมายถึง สภาวะของอารมณ์หรือปฎิกิริยาของอารมณ์ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 
        ในทางไวยกรณ์ภาษา ความรู้สึก เป็นคำนามที่ไม่สามารถจับต้องได้ หรือที่เรียกว่า Abstract noun. เพราะฉะนั้น เราจึงควรที่จะทำความเข้าใจว่า ความรู้สึก มันก็คือความรู้สึก มีความหมายในตัวของมันเอง มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ได้แค่รู้สึก 
        และที่เรารู้สึกต่อสิ่งๆใดนั้น มันก็คงเป็นเหมือนการที่เราเอาบางความรู้สึกไปไว้ในคนๆนั้น หรือสิ่งๆนั้น  …บ่อยครั้งที่เราชอบความรู้สึกดีๆ และเกลียดความรู้สึกต่างๆที่ไม่ดี 
        แต่…เรากลับไม่ค่อยทำความรู้จักและพยายามเข้าใจมันให้มากเท่าที่ควร และใช้ชีวิตอยูกับมันอย่างปกติสุขได้ เพราะอย่างไรก็ตาม ความรู้สึก มันก็คือสิ่งๆนึงที่อยู่ในความคิด ในสมอง เปรียบดังเลือดหรืออากาศที่ไหลเวียนในสมองของเรา

ความรู้สึกนั้น มักจะถูกแยกออกเป็นดีและแย่ แต่ก็ยังมีหลายคน…ที่เคยมีมากกว่าสองความรู้สึกนี้ หรือภาวะที่ไม่สามารถบอกและอธิบายได้้ว่าดีหรือไม่ดี อาจจะเป็นคนเย็นชาที่ไม่รู้สึก หรือเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารออกมาได้กันนะ??

แล้วในเมื่อเราต้องพบเจอกับความรู้สึกเหล่านี้บ่อยมาก จึงคิดว่ามันสำคัญมาก
ที่เราจะใช้ชีวิตกับพวกมันให้ได้  ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกแบบใดเข้ามา ควรทำความเข้าใจ ยอมรับ เคารพ และเปลี่ยนให้เป็นพลังบวกแก่ตัวเราในการใช้ชีวิต เปรียบดังเช่นระบบการฟอกเลือดในร่างกายที่มันคอยเปลี่ยนและฟอกเลือดเสียให้กลายเป็นเลือดดีในการดำรงชีพ 
        จึงพอจะคิดให้เห็นภาพว่า สมองหรือความคิดเราก็ควรมีระบบนี้เช่นเดียวกัน ที่คอยเปลี่ยนความรู้สึกแย่ๆ ให้กลายเป็นพลังและความสุข ที่ทำให้เรายิ้มได้ขณะร้องไห้ ยิ้มให้ความเศร้าในจิตใจ ยิ้มให้กับตัวเองเมื่อเจอสิ่งเลวร้าย ดังนั้น จึงจะยกตัวอย่างมุมมองที่มีต่อบางความรู้สึก 
ที่ทำให้มันกลายเป็นด้านบวก เช่น

“ความคิดถึง”
          คนเรามักจะคิดถึงหรือนึกถึงบางอย่างที่เคยผูกพัน ในขณะที่มันอยู่ห่างแสนไกล 
ยิ่งผูกพันมากเคยใกล้ชิดในการใช้ชีวิตเรามากเท่าไหร่ ความรู้สึกคิดถึงก็ย่อมมีมากขึ้นเท่านั้น... 
ในคำว่าความคิดถึงนั้น มีหลากหลายความรู้สึกที่ปนอยู่ในนั้น 
          และเช่นเดียวกัน…เราต่างก็ตีความหมายของความรู้สึกคิดถึงแตกต่างกันออกไป บ่อยๆครั้ง
ที่เราคิดถึงคนที่เราเคยทะเลาะกันทุกวันในเวลาที่เขาไม่อยู่ บ่อยๆครั้ง…ที่เราคิดถึงคนที่เคย
ทำให้เรารำคาญ 
          บางคนติดอยู่กับความคิดถึงในอดีต เช่น เรื่องราวดีๆในวันเก่าๆ หรือประสบการณ์่เลวร้ายที่เคยผ่านมา บางคนติดกับบ่วงความคิดถึงในปัจจุบัน เช่น คน สิ่งของ หรือสถานที่ ที่ตอนนี้กำลังอยู่ไกลจากเรา 
          บางคนก็กังวลกับความคิดถึงที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น กังวลกับการจากลาที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะคิดหรือรู้สึกแบบไหน 

          แต่มีสิ่งที่เรารู้กันดีคือ…มันมักจะมีความเจ็บปวดและทรมาณอยู่ในความคิดถึง 
เหมือนดังหลายๆ เพลงกี่ยวกับความคิดถึงที่ฟังแล้วทำให้เรารู้สึกเศร้าและดำดิ่งกับความรู้สึกนี้ (เช่นดัง เพลงคิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว, เธอเก่ง, กลับมาได้ไหม, ทำได้เพียง, เหตุผลที่ทนเหงา)            ความคิดถึงมันช่างเศร้าและทรมาน บางคนคิดถึงคนรักที่จากไปจนไม่เป็นอันกินอันนอน บางคนคิดถึงบ้านจนเกิดอาการ Homesick บางคิดคิดถึงแต่ความหลังจนเดินต่อไปไม่ได้ 
         ซึ่งตอนนี้…ความคิดถึง มันได้กลายเป็นความทุกข์และทรมาน อยากจะให้สิ่งๆนั้น
อยู่ใกล้ๆกับเรา อยู่ข้างเราเช่นเดิม เราต้องร้องไห้ เสียใจทุกๆครั้งที่ความห่างไกลก้าวเข้ามาในชีวิต

…แต่ความจริงแล้วนั้น หากเรามองให้ลึกลงไปจริงๆนั้น เราจะค้นพบว่า 
เราไม่ได้ทุกข์เพราะความคิดถึง แต่เป็นเพราะสิ่งๆนั้น คน หรือสถานที่ต่างหาก 
ที่เรายึดติดกับมันมากจนเกินไป มากจนรู้สึกขาดหรือห่างจากมันไปไม่ได้ มากจนความกลัวได้เข้ามาครอบงำในจิตใจ ว่าถ้าหามันไม่อยู่ข้างๆกายเราแล้วมันจะหายไป(สูญหาย หรือเปลี่ยนแปลงไป) ความกลัวและความยึดติดเหล่านี้ ทำให้ความคิดถึงเกิดเป็นความทุกข์และทรมาณ 
         หากว่ากันที่ความเป็นจริงแล้วนั้นเราย้อนกลับไปทำความเข้าใจในอีกด้านของเหรียญ 
มองให้เจอและเข้าใจอีกมุม อาจจะพบว่า ความคิดถึงคือความรู้สึก และความรู้สึกก็คือสภาวะ
ทางความคิด ความคิดเกิดขึ้นในสมองและจิตใจของเราเอง 
         ดังนั้น ลองหลับตาและจิตนาการตามว่า ในระบบของความคิดถึงนั้นประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ ตัวเรา ความรู้สึก และสิ่งๆนั้น และในทุกๆครั้งที่เรารู้สึกกับอะไรบางอย่าง เราก็เอาความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของตัวเราเอง ย้ายไปใส่ลงในสิ่งๆนั้นที่เรารู้สึกกับมัน ความรู้สึก
ที่เรามีทั้งหมดมันจึงถูกกักเก็บในคน สิ่งของ หรือสถานที่นั้นจนหมด ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาสิ่งๆนั้นมันก็อยู่ข้างกายเรามาตลอด อยู่ในสายตา ทำให้เรารู้สึกได้เสมอว่าเรามีมันอยู่และมันจะปลอดภัย และพอเมื่อถึงเวลาที่สิ่งนั้นต้องไกล ความรู้สึกทั้งหมดของเราก็ย่อมติดไปด้วย มันเลยทำให้เรากังวล กลัวว่ามันจะหายไป กลัวว่ามันจะไม่อยู่ในสภาพเดิม กลัวไปหมดทุกอย่าง

 

หลักความเป็นจริงของธรรมชาติที่ทุกๆคนรู้ดีคือ ไม่มีสิ่งใดที่คงอยู่ตลอดไป เวลาย่อมพัดพา หรือทำลายมันเสมอ สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคือ เมื่อเราเอาความรู้สึกของเราไปใส่ในภาชนะนั้นๆ 
เมื่อกาลเวลาทำให้ภาชนะพังลงไป สิ่งที่อยู่ข้างในก็ย่อมสลายไปเช่นกัน ถ้าหากเราต้องมานั่งกังวลถึงความรู้สึกของตัวเราเองทุกครั้งที่ต้องฝากความรู้สึกเราไว้กับบางสิ่งที่อยู่ในที่ไกลๆ 
หากเราไม่ไว้ใจว่ามันจะยังคงอยู่หรือทำใจไม่ได้หากมันหายไป 

งั้นมันก็เรื่องง่ายๆ “ก็เก็บความรู้สึกเอาไว้กับตัวเองสิ” เก็บทุกๆความรู้สึกที่มีไว้ที่ตัวเรา แทนที่เราจะเติมความผูกพัน ความรู้สึกลงในสิ่งอื่นเราก็เปลี่ยนเป็นมาเติมไว้ในใจเราเอง 
มันคล้ายๆ กับเด็กโลกสวยที่แอบรักใครสักคน หรือติ่งเกาหลีที่มีความสุขในโลกของตัวเอง
ที่ได้คอยรัก คอยคิดถึง คอยมองจากมุมของเราเอง ตัดเรื่องความห่างไกลออก ตัดเรื่องที่ว่าเขา
หรือสิ่งนั้นจะอยู่ที่ไหน ไม่ได้ความหวังว่าสิ่งนั้นต้องเป็นหรือเหมือนกับที่เราเป็น 
        มันจึงไม่เคยสำคัญเลยสักนิดว่าสิ่งๆนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะความรู้สึกของเรา 
มันถูกเก็บไว้ในใจของเราเอง และไม่ว่าสิ่งๆนั้นจะอยู่ที่ไหน จะมีอยู่หรือไม่ มันก็ไม่เคยสำคัญ เพราะความรู้สึกมันยังคงอยู่เหมือนเดิม อยู่ในใจของเรา ไม่มีปัจจัยอื่นมาทำลายมันได้
นอกจากตัวเราเอง 

จากเดิมที่ระบบความคิดถึง เป็นการถ่ายโอนความรู้สึกเราเอาความคิดถึงมาทำเป็นเชือกที่เรียกว่าความผูกพันมัดตัวของเรากับสิ่งนั้นเอาไว้ แล้วค่อยๆปล่อยความรู้สึกเราใส่ไว้ในสิ่งนั้น พอถึงเวลามันยึดออก มันก้กลายเป็นความทุกข์ เพราะสิ่งๆนั้นได้กลายเป็นศูนย์กลางความรู้สึกของเรา
        แต่หากเมื่อใดที่สามารถที่จะทำความเข้าใจ เห็นภาพสิ่งที่ได้อธิบายไปนั้น ความคิดถึงก็อาจไม่เป็นความทุกข์อีกต่อไป ซึ่งนั้นอาจเรียกหรือให้คำนิยามมันว่า “ความคิดของคนที่เห็นแก่ตัว” หมายถึงเห็นความรู้สึกของตัวเราเองมาก่อนเสมอ เราค่อยๆเปลี่ยนมุมมองใหม่ 
เรายังคงรู้สึกเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะเป็นศูนย์กลางความรู้สึกของตัวเราเอง 
เราเอาความคิดถึงมาทำเป็นเชือกที่เรียกว่าความผูกพัน แต่เราเอามามัดความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งๆนั้นไว้กับใจของเรา มัดความรู้สึกที่เรามีไว้ในใจเราให้แน่น เติมทุกๆความรู้สึกไว้ในใจเราให้เต็ม 
แล้วเราจะกลายเป็นศูนย์กลางความรู้สึกของตัวเอง ที่ไม่ว่าสิ่งๆนั้นจะอยู่ไหน เป็นอย่างไรไม่สำคัญ เพราะเราก็ยังคงรัก คิดถึงในแบบของเรา ทุกๆความรู้สึก มันจะอยู่กับเราเสมอ 
        และทุกๆครั้งที่เราคิดถึง มันก็จะอบอุ่นด้วยความรู้สึก ความทรงจำดีๆต่างๆ ที่เราใช้มัดใจของเราไว้ มันจะมีความสุขเสมอเมื่อเราคิดถึง ต่อให้ดูเหมือนเศร้าแค่ไหน แต่ในใจเรา
มันก็จะยังคงยิ้ม…ยิ้มให้กับความรู้สึกที่เรามี 
        เพราะเมื่อความคิดถึงเป็นความรู้สึก และเมื่อเรารู้สึกคิดถึง มันก็ควรจะต้องอยู่กับตัวเราเอง ไม่ใช่การทรมานเพราะความรู้สึกเราอยู่ที่อื่น เราไม่ติดความรู้สึกของเราไว้กับสิ่งอื่น 
เพราะมันไม่แน่นอน เราเก็บทุกๆความรู้สึกไว้ในใจเรา เพราะเราสามารถมีมันไว้
ตราบเท่าที่เราต้องการ 
         ความคิดถึงมันจะกลายเป็นความรู้สึกดี เป็นพลังให้เราใช้ชีวิตต่อไป เป็นสิ่งที่เราเข้าใจเสมอว่าสิ่งดีๆมันเคยเกิดขึ้น และมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว ไม่ว่าวันข้างหน้าจะมีโอกาสเกิดขึ้นกับเราอีกครั้งหรือไม่ แต่เราก็มีความรู้สึกในครั้งเก่าที่เราเก็บเอาไว้ในใจเราเสมอ เราจึงไม่รอ 
เวลา…จึงไม่มีความหมาย ระยะ…ทางจึงไม่สำคัญ เพราะเราไม่ได้ต้องการให้มันมีตลอดเวลา 
หรือตลอดไป เพราะว่ามันเป็นไปได้ยาก 
         และต่อให้เราพยายามจะเก็บมันเช่นนั้น มันก็เหนื่อยมากเกินไปจนไม่มีความสุข 
เราจึงเปลี่ยนเป็นเก็บสิ่งที่มันได้เกิดขึ้นแล้ว ไว้กับเราก็พอ เพราะตราบใดที่มันยังคงอยู่ในใจเรา 
มันก็จะอยู่กับเราเสมอ มันไม่ใช่การคิดถึงสิ่งนั้น แต่เป็นการคิดถึงเราดีๆกับสิ่งๆนั้น 
เพราะฉะนั้นจงยิ้มทุกครั้งเมื่อคิดถึง 

 

****(เพลง จะได้ไม่ลืมกัน –เบิร์ด ธงชัย, ลมหนาวและดาวเดือน -ปนัดดา)**** 

ไกลสุดฟ้า ก็ไม่สามารถกั้นเรา

แค่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ

แต่การได้รักเธอ นั่นคือของสำคัญกว่า

และมันมีค่ามากเกินกว่าสิ่งไหนไหน

 

ฉันขอสัญญา จะจำทุกเรื่องราว

ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ

ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดไป

เผื่อวันสุดท้ายที่ฉันหายใจ จะได้ไม่ลืมเธอ 

...อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/3106

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

×