{รามเกียรติ์} ธิดากุมภกรรณ

ตอนที่ 2 : บทที่ ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    14 ก.พ. 64

บทที่ ๒

 

กัญวราเริ่มเติบใหญ่ตามเวลาที่ผ่านไปครั้นแตกเนื้อสาวนางงดงามสมเป็นเทพธิดาเสียงเล่าลือเรื่องความงามของนางเริ่มขจรไปทั่วกรุงลงกาเมื่อนางได้แสดงร่ายรำในงานฉลองกรุงหรือฉลองครบรอบการสถาปนากรุงลงกา

เสียงเล่าลือมากมายตั้งแต่ในวังจนถึงนอกวังเอ่ยชื่นชมพระภาติยะของท้าวทศพักตร์หรือพระธิดาของกุมภกรรมนั่นงามล้ำทั้งการร่ายรำและกายากับน้ำใจ  ทำเอาท้าวทศพักตร์ชื่นพระทัยไปถึง ๓ วัน ที่มีพระภาติยะเป็นดุจดวงแก้วงามวิจิตรสมที่ได้ครอง  แล้วได้ประทานรางวัลเป็นภูษางามสีทองหีบใหญ่  สีวิกา(เสลี่ยง)และขออะไรก็ได้อีก ๑ ข้อ

“สิ่งเหล่านี้ล้ำค่ามากเกินกว่าที่หลานจักรับไว้ได้เพคะ”

“รับไปเสียเถอะ  แม่หลานรัก  ลุงได้ชื่นจิตสมอุราถึง ๓ วัน  เจ้าเป็นเด็ก  ผู้ใหญ่มอบสิ่งของให้ก็ควรรับ”

“เพคะ  หลานจักรับไว้”

“ดีๆ!”

 

ผ่านไปเพียงเดือนเดียวได้มีพระราชสาสน์มากมายถึงท้าวทศพักตร์ในเนื้อความนั้นคือการสู่ขอพระภาติยะซึ่งเป็นธิดากุมภกรรณ  แต่ท้าวทศพักตร์ได้ทรงปฏิเสธไปเพราะไม่เห็นผู้ใดเหมาะกับหลานสาวของตนแล้วทรงประทานคำสัจย์ว่าจะไม่ฝืนใจนางให้อภิเษกกับผู้ใด

“มีพระราชสาสน์สู่ขอพระธิดาองค์อุปราชแห่งกรุงลงกาจากเมือง…”ราชทูตต่างเมืองอ่านราชสาสน์ยังไม่จบก็

“กูปฏิเสธ!!  กูจักไม่ยกหลานให้ผู้ใดทั้งนั้น  จงเลิกส่งสาสน์มาสู่ขอกัญวรา ดวงแก้ววิจิตร  พระหลานรักของกู!!”ท้าวทศพัตร์กระทืบพระบาทาเสียงดังสนั่นไปทั่วท้องพระโรง “ประกาศออกไปว่าหากยังส่งมาอีก  กูจักยกทัพไปถล่มให้จมธรณี!!”

“พระเจ้าค่ะ!!”

 

เรื่องเหล่านี้ได้รับรู้โดยทั่วกันส่วนเจ้าตัวต้นเหตุนั้นก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนั่งมวนยาสูบผสมดอกปีปและเจียนหมากจีบพลูในตำหนักของตนรอบข้างมีนางกำนัลของรับใช้ไม่ห่างกาย  พอทำเสร็จก็สั่งให้นางกำนัลยกไปที่ศาลากลางสวนวังหน้าเพื่อนำถวายพระบิดาเพราะตนจะลงครัวปรุงพระกระยาหารถวาย

กัญวราเดินนำหน้านางกำนัลยักษ์ทั้ง ๔ ตน ไปยังห้องเครื่อง  เมื่อเหล่าวิเสทเห็นพระธิดาองค์อุปราชวังหน้าจึงก้มลงหมอบกราบ

“ลุกขึ้นทำตัวตามสบายเถิด  ข้าจักลงมือปรุงเครื่องเสวยถวายพระบิดา”

“ถ้าเช่นนั้นพวกหม่อมฉันเหล่าวิเสทจักช่วยหนาเพคะ”หัวหน้าวิเสทเอ่ย

“ได้จ้ะ  งั้นเตรียมกะปิทำน้ำพริก ปอกฟักหั่นซี่โครงหมู ย่างหมู ต้มไข่ด้วยหนา  จริงสิ”

“อันใดหรือเพคะ”นางกำนัลถาม

“ข้าเห็นดอกดาหลาข้างตำหนักของข้า  งามดี  เจ้าไปเก็บมาให้ข้าหนา  แม่พัดแม่มล”กัญวราหันไปสั่งนางกำนัลให้ไปเก็บ

“เพคะ”ถอยห่างออกไปทำตามคำสั่ง

“ดอกดาหลา  เอาดอกดาหลามาทำอันใดเพคะ”หัวหน้าวิเสทได้ถามด้วยความไม่รู้

“ทำน้ำยำคลุกกับหมูย่าง  ข้าได้ตำหรับมาจากแม่ปัทมาบงกชทิพย์  ไปทำตามที่ข้าสั่งได้แล้ว”

“เพคะ”

กัญวราให้วิเสทโขลกน้ำพริกส่วนตนเองคอยปรุงเพราะนางนั้นมือแกะสลักผักกับฟักที่ปอกแล้วระหว่างรอซี่โครงเปื่อย  วิเสทอีกนางได้บอกกัญวราว่าหมูย่างได้ที่นางจึงบอกวิธีทำน้ำยำผสมดอกดาหลาทีละขั้นแล้วคอยชิมจัดแจงแกะสลักเสร็จจึงลุกจากตั่งไปดูอาหารอย่างอื่นต่อ  ขนมนั้นห้องเครื่องได้ทำเอาไว้แล้วคือขนมต้มขาว

กระยาหารสำรับคาวหวานถูกจับเตรียมใส่พานเสวยแล้วเป็นที่เรียบร้อยก่อนเพลาเชิญพานเสวยขึ้นตำหนัก  นางกำนัลได้เชิญกัญวราไปสรงน้ำแต่งตัวเสียใหม่ก่อนจักไปเข้าเฝ้าพระบิดาบนตำหนัก

“สรงน้ำเถิดเพคะ  เดี๋ยวหม่อมฉันจักให้แม่วดีกับแม่โมลาคอยช่วยหนาเพคะ  ส่วนหม่อมฉันกับแม่มลจักเตรียมพระภูษาให้”

“จ้ะ  ข้าฝากด้วย  แต่งกายเสร็จจักได้เสวยพร้อมพระบิดาตามรับสั่ง”

“เพคะ”

หลังจากที่จัดการแต่งกายเรียบร้อยแล้วกัญวราก็รีบไปเข้าเฝ้าพร้อมเสวยกระยาหารเย็นด้วย  กัญวราได้สังเกตเห็นว่าสำรับที่นางปรุงถวายนั้นเป็นที่พอพระทัยอย่างมากแล้วทรงตรัสถามกับนางเมื่อสงสัยว่ากระยาหารสำรับนี้คืออะไรได้มาจากไหน  ในพานเสวยนั้นมีน้ำพริกปลาสลิด แกงจืดฟักซี่โครงหมู ไก่ผัดขิง หมูย่างดอกดาหลาและขนมต้มขาว

“พ่อเพิ่งได้รู้วันนี้ว่าดอกดาหลาก็นำมาทำกินได้ด้วย”กุมภกรรณเอ่ยกับธิดาบุญธรรมของตน

“หมูย่างดอกดาหลาเพคะ  เอาหมูที่ย่างจนหอมมาคลุกกับน้ำยำผสมดอกดาหลา  ลูกได้มาจากแม่ปัทมาเพคะ  นางเชี่ยวชาญเรื่องงานบ้านงานเรือนมากนัก  ไหนเลยจะเล่นดนตรีได้ไพเราะ  ร่ายรำได้งดงามจับตาจับใจทีเดียว”

“ลูกพูดเหมือนว่าตนไม่มีอะไรเทียบได้”นางจันทวดีเอ่ยอย่างขำๆ

“แต่ละนางมีความชำนาญที่สุดต่างกันไป  ส่วนลูกชำนาญเรื่องแกะสลักที่สุดเพคะ”

“แกะสลักงามสมคำอ้างทีเดียว  ตั้งแต่ผักยันฟักในแกง  พ่อนี้มีบุญแท้ที่เทพทรงเมตตา  ว่างๆเจ้าลองทำของเสวยไปถวายพระปิตุลาของเจ้าดูเถิด  เห็นตรัสบ่นว่าอยากเสวยรสมือเจ้าอีก”

“เพคะ  ลูกจักลองทำไปถวาย”

 

กัญวราไม่ปล่อยให้เพลาล่วงเลยไปหลายวันจึงได้ลงห้องเครื่องทำกระยาหารว่างสัก ๒-๓ อย่าง จัดใส่พานครอบฝาอย่างดีแล้วไปเข้าเฝ้าพระปิตุลากับพระปิตุจฉาในยามบ่ายที่สวนขวัญเนื่องจากเป็นเวลาพักผ่อนของท้าวทศพักตร์  นางมาถึงได้พบรณพักตร์ที่ตอนนี้มีนามใหม่คือ อินทรชิต เพราะชนะพระอินทร์ได้ ตอนนี้กำลังสนทนาอยู่กับพระบิดาพระมารดาบนพระแท่นนางจึงเข้าไปหาหมอบกราบก่อนจักนั่งหลังตรง

“นี้ผู้ใดหรือพระเจ้าค่ะ”อินทรชิตเอ่ยถาม

“กัญวราอย่างไรเล่า  เจ้าออกไปศึกษาพระเวทย์เสียนาน  แลนางก็เก็บตัวบำเพ็ญอยู่ในตำหนักของนาง  อีกอย่างเจ้ากลับมาไม่ทันงานฉลองกรุง”นางมณโฑบอก

“เจ้ามาหาลุงถึงนี่  มีอะไรรึเจ้า”

“หลานปรุงกระยาหารว่างมาถวายให้ลองเสวยเพคะ”นางกล่าวเสร็จก็หันไปรับพานมาจากนางกำนัลวางบนพระแท่นแล้วเปิดฝาครอบ

“เจ้าทำสิ่งใดมาให้ลุงรึพระหลานรัก  งดงามจนไม่เหมือนของกิน”

“นี่คือม้าฮ่อ  หรุ่มหรือล่าเตียง  แลขนมช่อผกากรองเพคะ  หลานได้มาจากแม่ปัทมาเพคะ  แต่รสมือยังไม่เท่านางเลย”

“มาๆ  ลุงจักลอง…  อันนี้เรียกว่าอะไรนะ”

“ม้าฮ่อเพคะ  เป็นหมูผัดกับถั่วลิสงให้มีรสเค็มหวานตัดกับรสเปรี้ยวของผลไม้เพคะ”

“อืม  รสชาติดีๆ  ต่อไปเป็นหรุ่ม  ลุงพูดถูกใช่รึไม่”

“ทรงตรัสถูกเพคะ”

“อืมๆ  อันนี้ก็ถูกปากลุงนัก  ดูจักถูกใจพี่เจ้าด้วยหนา”

 

เวลาผ่านไปไม่กี่ปีกรุงลงกาได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเนื่องจากท้าวทศพักตร์ไปลักนางสีดามาจากพระราม  หลายวันต่อสวนขวัญอันงดงามต้นไม้ได้ถูกหักทำร้ายจนย่อยยับต่อด้วยกรุงลงกาเกิดไฟไหม้ลามไปทั่วพระนครจนหมดความงดงามด้วยฝีมือวายุบุตร  กัญวราทราบด้วยความกระจ่างจากการมองผ่านดวงแก้ววิจิตรที่เป็นสื่อกลางระหว่างเทพธิดาทั้ง ๗ นางคงต้องหาเวลาขอพบเทพธิดานางอื่นบ้างแล้ว

กรุงลงกาได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยฝีมือของพระอินทร์และเหล่าเทวดา  ยามนั้นเทพธิดาบางนางก็ได้ลงมาหากัญวราด้วยความคิดถึงนั้นคือ ‘วีณาพร พิณมนตรา’ กับ ‘ปภาวี พระพัชนีโบกชีวา’ และ ‘ปาริมา พระฉายส่องภพ’ จึงได้นั่งสนทนากันในตำหนักของกัญวรา

“บุรุษในดวงใจของพี่ปัทมาแสบนัก  เล่นเผ่ากรุงยักษ์เสียวอดวาย”

“เจ้าก็เอ่ยพาทีติดเล่นเสมอนะ  ปภาวี”กัญวราเอ่ย

“น้าหญิงมีเรื่องอันใดไม่สบายใจหรือเจ้าคะ”วีณาพรเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เรื่องพระนางมณโฑ”

“สมเป็นปาริมา พระฉายส่องภพ”กัญวราเอ่ยชมปาริมาที่ชอบนั่งนิ่ง “ใช่แล้ว  น้ากลุ้มใจเรื่องนี้  พระนางรักสวามีแลบุตรของตน  รวมทั้ง…”

“องคต  พระโอรสของพญาพาลี  และพระราชโอรสที่จะเกิดในภายภาคหน้า”ปาริมาพูดเบาๆ “งั้นหลานจักไปอยู่รับใช้พระนางในร่างกุมารีอายุ ๘ ปี  น้าหญิงคิดว่าเป็นเช่นไรเจ้าคะ”

“น้าฝากเจ้าด้วยแล้วกัน  ส่วนวีณาพรกับปภาวีก็ไปคอยแวะเวียนหาปัทมาด้วยแล้วกัน  ปล่อยนางเอาไว้ผู้เดียวคงมิดี”

“เจ้าค่ะ  น้าหญิง”

“งั้นแยกย้ายเสียดีกว่า  อีกวันสองวันน้าจะพาปาริมาไปพบพระนางมณโฑ”

“งั้นข้าสองคนลาก่อนนะเจ้าคะ”วีณาพรกับปภาวีถอยออกจากตำหนักไป

“ปัทมาได้บอกกล่าวเรื่องต่อจากนี้ไปอีกหลายปี  เจ้าคิดเห็นเป็นประการใด”

“เขาเป็นบุรุษที่หลานรักอย่างสุดใจ  แต่ไม่หลงจนมืดมัว  เขาเป็นเทพบุตรที่ทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจอีกไม่นานต้องลงมาจุติเพื่อรับเคราะห์ถึงขั้นชีพวาย  หลานคิดว่าจักช่วยให้เขาไปทางที่ดีที่สุดเท่าที่หลานจะดึงเขาได้”

“ดีแล้ว”

 

------------

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

สวัสดีค่ะ  ทุกท่านที่หลงเข้ามา  ไรท์พาลูกสาวอีก ๓ นางมาฝาก เดี๋ยวจะหาเวลาไปเปิดเรื่องทิ้งเอาไว้แล้วหาเวลาไปพิมพ์ลง  ก็คงอีกนานเพราะสมองไรท์นั้นหมุนเร็วที่สุดคือ ฤดูหนาว  ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ  อาจขาดๆหายๆก็ขออภัยด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 ฮิเมะ กามิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:09
    ไอเผาบ้านเขามีตัวเดียว😂

    เป็นลิงหางไหม้เลย555555555
    #6
    0
  2. #4 PANDAN12146 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:31
    หนึ่งในนั้นมีชื่อเหมือนเราเลยค่ะ
    #4
    1
    • #4-1 กุลธิดา(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:36
      ชื่ออะไรคะ เดี๋ยวสปอยล์คู่ให้
      #4-1