{รามเกียรติ์} ธิดากุมภกรรณ

ตอนที่ 1 : บทที่ ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    10 ก.พ. 64

บทที่ ๑

 

กรุงลงกาเป็นเกาะกลางสมุทรที่มีเขาสูงชื่อ นิลกาฬ เป็นเมืองอสุรพงศ์และเหล่ายักษ์ทั้งหลาย กษัตริย์แห่งกรุงลงกาคือ ทศกัณฐ์ เป็นบุตรคนโตของท้าวลัสเตียนกับนางรัชฎาและเป็นหลานของท้าวมาลีวราช

ท้าวทศพักตร์มองเหล่าโอรสธิดาทั้งหลายรวมทั้งหลานซึ่งเกิดจากน้องๆที่วิ่งเล่นกันบ้างก็นั่งอ่านตำราบ้างก็นั่งกรองมาลัยกับเหล่าสนม  พอหันพักตร์ไปทางพระศรีอนุชา  องค์อุปราชวังหน้า นาม กุมภกรรณ ได้เสด็จมาเยี่ยมตอนนี้ประทับบนพระแท่นใกล้ๆพระองค์ด้วยสีพระพักตร์นิ่งเรียบปนเหงาหงอยจึงได้ตรัสถามพระศรีอนุชา

“พระน้องเอย  กุมภกรรณ  เหตุไฉนจึงได้มีสีหน้าเช่นนั้น  มีเรื่องทุกข์ใจใดจงบอกกล่าวพี่มาเถิด”

“ข้าพระบาทนั้นแลเห็นหลานมากมายก็ชื่นจิต  แต่นึกคิดเสียดายที่ตัวข้าพระบาทหาได้มีวาสนาที่จักมีโอรสหรือธิดาเป็นของตนไม่  พอครั้นจะขอมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมก็มิได้รู้สึกรักหรือถูกชะตาไม่”

“เช่นนั้น  พระน้องลองไปขอประทานจากพระอิศวรกับพระแม่อุมาเทวีดูสิ  พระน้องรัก  ทั้งสองพระองค์ทรงเมตตาต่อทุกชีวิต”

“ถ้าเช่นนั้นข้าพระบาทจักไปยังเขาไกรลาศเพื่อเข้าเฝ้าขอประทานบุตรสักคนในวันพรุ่ง”

“พี่ขออวยพรเอาใจช่วยพระน้องรัก  หวังว่าพี่จักมีหลานเพิ่มมาสักคนให้ชื่นใจ”

 

กุมภกรรณเหาะกลับวังหน้าเพื่อแจ้งความประสงค์ของตนกับชายานาม จันทวดี และสนมเอกนาม คันธมาลี ให้ได้ทราบว่าตนนั้นจะไปขอประทานบุตรสักคนจากพระอิศวรกับพระแม่อุมาเทวีในวันพรุ่งนี้  นางทั้งสองต่างก็ยินดีจึงได้ภาวนาให้เทพเมตตาพระสวามีของนาง

 

ยามสุริยันเริ่มเคลื่อนขึ้นขอบฟ้าองค์อุปราชวังหน้าได้เหาะขึ้นนภาลัยมุ่งไปยังเขาไกรลาศ  ครั้นเมื่อได้เข้าเฝ้าเทพผู้เรืองฤทธิ์ทั้งสองพระองค์  กุมภกรรณคลานเข้าหมอบกราบอย่างนอบน้อมแล้วได้บอกแจ้งกิจธุระของตนตามที่พระอิศวรได้ตรัสถาม

“กุมภกรรณ  อุปราชวังหน้าแห่งกรุงลงกา  มาถึงไกรลาศคีรีด้วยมีเหตุอันใดฤา”

“ข้าพระบาทนั้นรู้ซึ้งถึงพระเมตตาของทั้งสองพระองค์นั้นกว้างใหญ่ไพศาลเหนือสิ่งอื่นใด  ข้าพระบาทนั้นมีชายาสนมเอกแต่ไร้ซึ่งวาสนาเรื่องโอรสธิดา  ข้าพระบาทใคร่จักมาขอประทานบุตรจากทั้งสองพระองค์พระเจ้าค่ะ”

“ฟังคำเจ้าเราสงสารเป็นยิ่งนัก  มีเพียงแต่พระชายาแห่งเรา  อุมาเทวี  ที่จักช่วยเลือกบุตรอันประเสริฐให้เจ้าได้”

“เรามีสิ่งวิเศษที่ได้เลือกเทพธิดาประจำเป็นเจ้าของ ๗ สิ่ง ๗ ภพ ๗ นาง  เราจักให้เจ้าได้พบพวกนางในร่างกุมารี” พระแม่อุมาตรัสแล้วหันไปรับสั่งนางอัปสรรับใช้ไปเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ มาเข้าเฝ้า

รอเพียงอึดใจเทพธิดาในร่างกุมารีตัวน้อยวัยประมาณ ๓ - ๔ ปี คลานมาเข้าเฝ้าตามรับสั่งของพระแม่อุมาเทวีดูน่ารักน่าเอ็นดูแตกต่างกันไปทั้ง ๗ นาง เพียงนามกรก็บ่งบอกถึงอุปนิสัยของแต่ละนางได้เป็นอย่างดี

เทพธิดานางที่ ๑ ‘บงกชทิพย์’ นามกร ‘ปัทมา’ ดอกบัว

เทพธิดานางที่ ๒ ‘ดวงแก้ววิจิตร’ นามกร ‘กัญวรา’ หญิงผู้ประเสริฐ

เทพธิดานางที่ ๓ ‘พระฉายส่องภพ’ นามกร ‘ปาริมา’ ให้ลุถึงฝั่ง  สามารถทำสำเร็จ

เทพธิดานางที่ ๔ ‘พิณมนตรา’ นามกร ‘วีณาพร’ เสียงอันไพเราะของพิณ

เทพธิดานางที่ ๕ ‘พระพัชนีโบกชีวา’ นามกร ‘ปภาวี’ ผู้มีอำนาจ

เทพธิดานางที่ ๖ ‘ธำมรงค์คงกระพัน’ นามกร ‘นิพิษฐา’ ผู้ดำรงมั่น  มั่นคง

เทพธิดานางที่ ๗ ‘สังวาลเรืองฤทธิ์’ นามกร ‘บุณยวีร์’ ดีและกล้าหาญ

“เจ้าลองดูเอาเถิด  เว้นแต่บงกชทิพย์ปัทมาเพราะนางจะต้องไปจุติอีกภพตามพระบัญชาสวามีเรา  จะเหลือเพียง ๖ ที่กลับมาแล้ว”

กุมภกรรณหันไปมองกุมารีน้อยทั้ง ๗ ได้พินิจมองอย่างตั้งใจแลตั้งจิตมั่นถึงโชคชะตาที่จะเป็นไป  พอนึกถึงในนิมิตเมื่อนานมาแล้วเคยได้ดวงแก้วอันงามวิจิตรมาครอบครองแล้วตนนั้นแสนจะรักแสนรัก  หวงก็แสนจะหวง  จึงได้มองไปที่กุมารีเทพธิดานางที่ ๒ นามกร กัญวรา ที่ตนเห็นว่ารักแลเอ็นดูเหมือนสายเลือดแท้ๆจึงไปทูลต่อพระแม่อุมาเทวี

“ข้าพระบาทขอเทพธิดานางที่ ๒ เพราะนึกถูกชะตาแลรักดุจสายเลือดในอก”

“กัญวรา  มาถวายตัวเป็นธิดาของกุมภกรรณเถิด”พระแม่อุมาตรัสเรียก

“เพคะ” กัญวราเดินเข่าไปหมอบกราบเคารพ

“ข้าพระบาทรู้สึกสุขล้นอุราที่ได้ธิดามาเลี้ยงดูอุ้มชูให้ชื่นจิต  ข้าพระบาทขอบพระทัยทั้งสองพระองค์  พระเมตตาครานี้มิรู้จะมีสิ่งใดตอบแทนได้เลยพระเจ้าค่ะ”

“จงจำคำเราเอาไว้ว่าเทพธิดาเหล่านี้มีหนทางของตน  ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์บังคับได้หากไม่ยินยอม  วาจายามจริงจังจงฟังแลพินิจให้ดีจะมีคุณแก่ผู้ฟัง  กัญวราเองก็เช่นกัน”พระแม่อุมาเทวีตรัสอย่างจริงจัง

“ข้าพระบาทจักจำไว้ให้ดีพระเจ้าค่ะ”กุมภกรรณน้อมรับ

“งั้นเจ้าก็กลับไปลงกาพร้อมธิดาของเจ้าเสียเถิด  ให้วงศาคณาญาติของเจ้าได้รับขวัญเจ้าดวงแก้วเถิด  ขอให้เป็นสุขแลตั้งมั่นอย่างที่เคยเป็นเทพทั้งหลายคุ้มครองเจ้าเสมอกัญวรา”พระอิศวรตรัสพร้อมอวยพร

 

กุมภกรรณกราบทูลลาเทพทั้งสองพระองค์แล้วถือกัญวราที่กลายเป็นดวงแก้ววิจิตรเหาะกลับวังหน้ากรุงลงกา  ดวงแก้ววิจิตรส่องแสงไปทั่วเมื่อถึงเขตเกาะลงกายักษ์หลายตนรู้สึกอัศจรรย์เมื่อพบเห็นแสงอันงดงาม  บาทาแตะพสุธาแสงอันส่องสว่างก็เหลือเพียงแสงเรืองรองเพียงบางเบาแล้วกลายเป็นกุมารีน้อยวัย ๓ ปี ให้กุมภกรรณอุ้มแทน

“ถึงแล้วหนาเจ้า  วังหน้าของกรุงลงกา  พ่อจักพาเจ้าไปพบมารดาทั้งสองของเจ้าหนา”

“เพคะ  พระบิดา”

ภายในท้องพระโรงวังหน้ามีชายาและสนมเอกของกุมภกรรณนั่งรอบนพระแท่นอย่างสงบเท่าที่จะทำได้เพราะต่างคนก็ตื่นเต้นเสียเหลือเกินเมื่อทราบว่าเจ้าวังหน้าเสด็จกลับมาถึงแล้ว

กุมารีน้อยในอ้อมพระกรเจ้าวังหน้าดูน่ารักน่าเอ็นดูผิวขาวผ่อง หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผมสีดำสนิิทมวยเป็นจุกปักมีมาลัยดอกมะลิ  สวมเสื้อคอกระเช้าสีหรดาล นุ่งโจงกระเบนสีครามรัดด้วยเข็มขัดนาคทองคำ ใส่สร้อยทองเส้นเล็ก สวมกำไลทั้งข้อมือและข้อเท้ามีกระพรวน  กุมภกรรณวางกัญวราข้างพระแท่นเมื่อเดินมาถึง

“นี่คือ เทพธิดานางที่ ๒ ‘ดวงแก้ววิจิตร’ นามกร ‘กัญวรา’ หญิงผู้ประเสริฐ ที่พระแม่อุมาประทานมาเป็นธิดาให้พี่”

“ช่างน่ารักน่าเอ็นเหลือเกินเพคะ  กัญวราจ๋า  แม่มีนามว่า จันทวดี  ส่วนนั่นก็แม่เจ้าอีกคนนามว่า คันธมาลี”

“ลูกขอกราบพระบาทพระมารดาทั้งสองเพคะ”กัญวราถอยหลังแล้วนั่งลงก้มกราบ

“กิริยางามสมเป็นเทพธิดา  มาให้แม่ได้ชื่นใจเสียหน่อยเถิดเจ้า”นางจันทวดีอุ้มธิดาคนแรกไปนั่งบนพระแท่นแล้วหอมแก้มกลมทั้งสองข้าง “ชื่นใจนัก”

“ในตอนบ่ายพ่อจักพาเจ้าไปเข้าเฝ้าพระปิตุลาของเจ้าหนา”กุมภกรรณเอ่ย

“เพคะ  พระบิดา”

“ดีๆ  ถ้าเช่นนั้นน้องหญิงทั้งสองพาลูกของเราไปกินข้าวกินปลาเถิด  พี่จักเร่งว่าราชการ”

“เพคะ  มากัญวราแม่จักอุ้มเจ้า”

นางจันทวดีอุ้มกุมารีน้อยเดินนำสนมเอกและนางกำนัลออกจากท้องพระโรงไปนั่งที่ศาลาในสวนของวังหน้าพร้อมกับสั่งให้นางกำนัลไปนำสำรับกระยาหารมาให้  พอได้สำรับมาแล้วจันทวดีกับคันธมาลีต่างพากันป้อนกัญวราและคอยเอาอกเอาใจพร้อมสนทนาถามไถ่

“ในบรรดาทั้ง ๗ นาง เจ้าเป็นนางที่ ๒ ทำไมเจ้าถึงเป็นน้าเสียล่ะ”นางจันทวดีได้ถาม

“เรียงตามฤทธานุภาพสิ่งที่ได้ครองเพคะ  และลูกอายุจริงก็มากอยู่สมควร”

“อายุจริงมิสำคัญ  สำคัญที่ตอนนี้เจ้าอายุ ๔ ปี”

“เพคะ”

ในเวลาบ่ายกุมภกรรณได้พากัญวราไปเข้าเฝ้าท้าวทศพักตร์ในเพลานี้กำลังทรงสำราญที่สวนขวัญ  กุมภกรรณให้ธิดาบุญธรรมของตนเดินเข่าถือพานธูปเทียนแพเข้าถวายแก่พระปิตุลาเจ้าพระนครกรุงลงกาและพระปิตุจฉาพระมเหสีของพระองค์

“โอ้!!  น่าชื่นจิตชื่นใจมากทีเดียว  ได้หลานเพิ่มอีก  น่ารักน่าเอ็นดูโตขึ้นคงจักงามไม่น้อย”ทศกัณฐ์ทรงพระสรวลอย่างปลื้มปิติ

“ดูคุ้นๆหนา  ที่แท้ก็ดวงแก้ววิจิตร  เทพธิดากัญวรา”นางมณโฑยิ้มบางๆ

“น้องรู้จักมาก่อนฤา”

“เพคะ  ผู้ใดจักเห็นเป็นลูกหลานก็ตามเถิด  แต่หม่อมฉันจักยังคงให้ความเคารพนางอยู่หลายส่วน  เพราะนางอายุมากกว่าหม่อมฉัน”

“เอาเถิดๆ  นี่คือรณพัตร์โอรสของลุงเอง  ส่วนแม่หนูที่ตั้งไข่อยู่นั่นก็ธิดาของอาพิเภกของเจ้า นาม เบญกาย”

“เพคะ”

 

------------

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

สวัสดีค่ะ  ทุกท่านที่หลงเข้ามา  ไรท์นำมาลงช้าไปนิดเพราะคิดชื่ออีก ๕ สาวใน ‘ชุด สิ่งวิเศษ’ ส่วนคู่นั้นเลือกมาแล้ว รายนามพระเอกของเราคือ สุครีพ, หนุมาน, นิลพัท, องคต, มัจฉานุ, ไพนาสุริยวงศ์, อสุรผัด  เป็นวานรเกือบทั้งหมดเลยส่วนของแต่ละนางจะเป็นยังไงรอกันไป  เพราะไฟในการแต่งของไรท์มีแต่ช่วงฤดูหนาว  ฝากติดตามด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 noname0211 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:02
    ถ้าอย่างนั้นก็ตัดหนุมานไปได้เลยเพราะเขาเป็นว่าที่สามีของน้องปัทแล้ว😳
    #3
    0