Identity V "เอกลักษณ์ทั้ง 5"

ตอนที่ 12 : ประตูมิติเชื่อมโยงวิญญาณ โลกแห่งความสุขจอมปลอมของลัคกี้ กาย *complete*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    4 ม.ค. 63

ในโลกที่อยู่ห่างไกลออกไป ไกล แสนไกล.... มันเป็นโลกที่ไม่มีความโหดร้าย มันเป็นโลกที่ไม่มีอะไรเลย ทะเลที่แห้งเหือด มีเพียงทรายสีขาวที่แห้งแล้ง และคฤหาสน์สีขาวล้วนตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางทะเลทราย


 

มันช่างเป็นโลกที่เงียบเหงาเสียจริง


 

"พี่อันนนน!!"


 

แต่ก็ไม่ได้เงียบไปซะทีเดียว ในคฤหาสน์หลังนั้น ยังมีอีกสองชีวิตที่อาศัยอยู่กันอย่างเงียบสงบ สองพี่น้องลึกลับที่ไม่เปิดเผยแม้กระทั่งชื่อของตนเอง บัดนี้ พวกเขาได้หลุดพ้นจากคำสาป กลับกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีดวงตากระดุมอีกต่อไป ร่างกายก็ไม่ใช่ตุ๊กตาขาดๆ อีกทั้งยังไม่ต้องมานั่งระแวงหลังว่าจะมีใครมาทำร้าย


 

"ว่าไงลัคกี้?"


 

ฝ่ายถูกเรียกขานรับด้วยน้ำเสียงสดใส อันลัคกี้กาย กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่นอันเงียบสงบ ก่อนที่เจ้าน้องชายตัวแสบจะโผเข้ามากอดเขาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ตั้งตัว


 

"น้องหิวแล้วง่า...ทำไรให้กินหน่อยจิ"


 

อีกมุมหนึ่งของลัคกี้ กาย ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน มันเป็นด้านที่มีเพียงคนสำคัญจริงๆ เท่านั้นที่จะได้เห็นมัน ความจริงแล้วลัคกี้นั้นเป็นคนที่อ้อนเก่งเอาการ แต่เขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นเลยเสียมากกว่า จะมีแต่พี่ชายของเขาเท่านั้นที่ได้เห็นด้านนี้


 

"อืมมม..น้องอยากกินอะไรล่ะ?"


 

ฝ่ายถูกอ้อนถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ความสุขเล็กๆของสองพี่น้องนี้ช่างอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกิน แต่ทว่าลัคกี้นั้นกลับไม่รู้ตัวเลยว่าอีกไม่นาน ความสุขเล็กๆของเขานี้กำลังจะหายไป และเขาจะถูกดึงกลับไปยังโลกที่แสนโหดร้ายดังเดิม


 


 


 


 


 

"เคยได้ยิน ประตูมิติเชื่อมโยงวิญญาณ ไหมล่ะ??"


 

หลังจากการปรากฎตัวของผู้อยู่เบื้องหลัง ทุกๆคนต่างมารวมตัวกันอยู่ในอีกเขตหนึ่งของห้องสมุด มันเป็นห้องสมุดที่มีข้อมูลทุกๆอย่างเกี่ยวกับเซอร์ไวเวิลและฮันเตอร์ เป็นข้อมูลแบบเจาะลึกสุดๆ เลยก็ว่าได้ และในนั้นยังระบุวิธีอัพเกรดความสามารถ และการซ่อมแซมไอเทมที่พังไว้ด้วยเช่นกัน


 

มิส ไนติงเกลเอ่ยปากจะซ่อมกุญแจมิติของฟิโอน่าให้ และอัพเกรดความสามารถในการเปิดประตูมิติเชื่อมโยงกับวิญญาณ หรือที่เรียกว่าการโทรจิต แต่ต้องแลกกับการถูกเนิฟความสามารถติดตัวบางอย่างไปเช่นกัน


 

การเปิดห้องสมุดแห่งนี้ต้องใช้แต้มสะสมทั้งหมดที่เล่นมาเป็นจำนวนมาก เซอร์ไวเวิลกับฮันเตอร์จึงต้องเอาแต้มทั้งหมดมารวมกันถึงจะมากพอที่จะเปิดห้องสมุดแห่งนี้ได้ แต่ก็นับว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าอยู่พอสมควร


 

วูบบบบบบบบบบ!!


 

พิธีอัพความสามารถของฟิโอน่าได้เริ่มขึ้น ตอนนี้พวกเขาเหลือเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ความกดดันเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่เริ่มเหลือน้อยลง ผู้อยู่เบื้องหลังบอกไว้ว่า ถ้าไปช่วยลัคกี้ กาย ออกมาจากโลกหลังความตายไม่ทัน วิญญาณและจิตเชื่อมต่อกับร่างทั้งหมดจะถูกตัดขาด และเขาก็จะตายอย่างสมบูรณ์ ซึ่งโจ๊กเกอร์ไม่มีวันยอมให้มันเป็นแบบนั้น


 

ในคราวของอันลัคกี้ กาย ดูเหมือนว่าเบ็นจะพาเขากลับมาไม่ทัน ร่างกายของเขาจึงตัดการเชื่อมต่อกับวิญญาณทั้งหมด และตายลงโดยสมบูรณ์


 

ไม่นานนักพิธีก็เสร็จเรียบร้อย ประตูมิติของฟิโอน่าถูกติดตั้งลงบนพื้น คราวนี้มันแตกต่างจากที่เธอเคยใช้นิดหน่อย ประตูมิติของเธอมีออร่าสีฟ้าสว่างวูบวาบไปมา อีกทั้งยังมีแรงดูดอ่อนๆ อยู่รอบๆ ประตูมิติ ทุกคนพร้อมใจกันเปิดทางให้สไมล์ลี่ย์เฟซในทันที


 

ตึก...ตึก...ตึก.....


 

ตัวตลกนักฆ่าค่อยๆ เดินเข้าไปหาประตูมิติที่กำลังส่องแสงสีฟ้าวูบวาบไปมา พร้อมกับความหวังในจิตใจที่จะพาคนรักของตนกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริง ฝ่ามือที่เป็นเพียงชุดมาสคอตค่อยๆ ยื่นไปด้านหน้า ก่อนที่ทุกๆอย่างจะกลายเป็นสีขาวโพลน


 

วาบบบบบบบบบบบบบบบ!!!


 

"ขอให้โชคดี...."


 

สิ้นเสียงคำอวยพรของมิสไนติงเกล ทุกๆอย่างได้ดับลงไปในที่สุด...


 


 


 


 


 

ร่างกายเปล่าไร้วิญญาณยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง จากที่เคยมีสีกลับค่อยๆซีดลงจนใกล้เคียงกับคำว่าสีเทา ลมเย็นๆพัดหวิวเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ดวงจันทร์ทอแสงสีขาวนวลที่ให้ความรู้สึกเงียบเหงาและว่างเปล่า หากกายเนื้อในโลกแห่งความเป็นจริงเริ่มซีดลง ณ โลกหลังความตาย วิญญาณที่เป็นเจ้าของร่างนี้จะเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ


 

"ปล่อยข้าออกไป!!!"


 

แต่ภายในห้องพักผู้ป่วยก็ไม่ได้เงียบเหงาอะไรมากมาย เสียงโหลแก้วใบใหญ่ที่ขยับดังกึกกักอยู่ในห้องนั้น หากใครที่เดินเข้ามาก็ต้องมีตกใจกันบ้าง เพราะสิ่งที่อยู่ในโหลแก้วนั้นคือวิญญาณในรูปแบบควันสีดำ ดวงตาสีอำพันสวยหากแต่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ไม่สามารถออกไปจากโหลแก้วผนึกวิญญาณของผู้อยู่เบื้องหลังได้


 

"ปล่อยข้าออกไป!!! ข้าจะไปหาฟิโอน่าของข้าาาา!!!"


 

แต่อนิจจัง ไม่มีใครเข้ามาในนี้เลยแม้แต่คนเดียว ปีศาจในโหลแก้วนั้นทำได้เพียงกรีดร้องต่อไป ท่ามกลางความเงียบงันในห้องนี้....


 


 


 


 


 

ยามเมื่อเท้าสัมผัสกับผืนทรายที่แห้งแล้ง แสงแดดอันเจิดจ้าที่ทำให้ฆาตกรอย่างเขาที่ไม่ได้เจอแดดมานานแรมปีแสบตาอย่างรุนแรง แต่ไม่นาน เขาก็ปรับสภาพได้ มองสำรวจบริเวณรอบๆ ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความแห้งแล้งและความว่างเปล่า


 

ตึก...ตึก...ตึก...ตึก.....


 

เมื่อไม่รู้ว่าจะเริ่มตามหาคนได้จากที่ไหน โจ๊กเกอร์จึงตัดสินใจเดินไปมั่วๆ เผื่อหวังว่าจะเจอกับอะไรบางอย่าง หรือเบาะแสอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับคนรักของเขาที่เข้ามาอยู่ในโลกหลังความตายนี้


 

ความแห้งแล้งนั้นทำให้เขาเริ่มท้อ มันไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย เดินไปทางไหนก็เจอแต่หาดทรายที่กว้างสุดลูกหูลูกตา เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองถูกส่งมาถูกที่หรือเปล่า หรือบางที เวลาของลัคกี้อาจจะหมดแล้วจริงๆ


 

แต่ในขณะนั้นเอง....


 

โจ๊กเกอร์สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เมื่อลองเพ่งดูดีๆ เขาก็พบกับคฤหาสน์สีขาวหลังโตที่ตั้งอยู่ลิบๆ และเพื่อความแน่ใจ เขาจึงเปิดใช้สกิลของตัวเองพุ่งไปยังทิศทางนั้นทันทีโดยไม่ลังเล ใจของเขาเริ่มมีหวังมากขึ้น เมื่อคฤหาสน์ตรงหน้าเขาไม่ใช่ภาพลวงตา มันชัดมากขึ้นเรื่อยๆ


 

ตึงๆๆๆๆๆๆ!!!!


 

และแน่นอน คนที่แอบมองอยู่ด้านในนั้นถึงกับตกตะลึง ความหวาดกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมจิตใจของตนเอง คนที่พรากคนสำคัญของตนไป และจะมาพรากความสุขครั้งที่สองของตนไป เขาต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อหยุดเรื่องพวกนี้


 

ถ้าจะให้ลงไปปิดประตูล็อกกลอนคงไม่ทันแล้วแน่นอน เพราะความเร็วในการเคลื่อนที่ของอีกฝ่ายนั้นเร็วมากจนน่ากลัว ลัคกี้พยายามหาอาวุธอะไรก็ได้มาป้องกันตนเอง ส่วนพี่ชายของเขานั้นกำลังทำอาหารให้เขาทานอยู่ในครัว เขาต้องทำทุกวิธีเพื่อปกป้องพี่ชายของตนเอง ไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนคราวที่แล้ว


 

"ลัคกี้!"


 

น้ำเสียงทุ้มพยายามเอ่ยเรียกชื่อของเขาซ้ำไปซ้ำมา แต่มีหรือที่เขาจะยอมออกไปหาคนที่ทำลายชีวิตพี่ชายของเขา...


 


 


 


 


 

50%


 


 


 


 


 

อันลัคกี้กายสัมผัสได้ถึงความผิดปกติมาพักนึงแล้ว แต่การที่เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารไม่ใช่ว่าเขาปล่อยปะละเลยเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกข้างหน้า แต่เขากำลังวางแผนบางอย่างในหัวอยู่ ซึ่งบางที ลัคกี้ กาย น้องชายของเขาอาจจะไม่ชอบก็ได้


 

อันลัคกี้เชื่อว่าน้องชายของตัวเองไม่ได้ถูกฆ่าตาย การมาเยือนที่คฤหาสน์สีขาวของเขานั้น ลัคกี้มาในรูปแบบที่เรียกได้ว่าโปร่งใสราวกับวิญญาณ แต่เมื่อเริ่มอยู่ไปได้พักหนึ่ง วิญญาณของเขาก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากแรกๆที่โปร่งใสไม่สามารถแตะต้องได้ กายของเขาได้เริ่มชัดขึ้น และสามารถจับต้องได้ภายในเวลาอันีวดเร็ว


 

บางที...น้องของเขาอาจจะทำเรื่องบ้าๆ อยู่ จนกระทั่งหลุดมาที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจ


 

เขาจึงพยายามที่จะหาทางส่งน้องตัวเองกลับไป แต่ทว่าลัคกี้ก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ในฐานะพี่ชายเขายอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้น้องของตัวเองตาย และมาอยู่กับเขาในโลกอันแสนอ้างว้างอันเป็นนิรันดร์แบบนี้ไม่ได้ เขาคือวิญญาณที่ถูกตัดขาดจากกายตุ๊กตาในเกมส์บ้าๆ เป็นวิญญาณที่เร่ร่อนอยู่ในที่แห่งนี้มานานมากแล้ว


 


 


 

การพังประตูเข้ามาเป็นวิถีปกติของคนอย่างเขา ไม่มีทางที่สไมล์ลี่ย์เฟซจะยอมยืนรอให้เจ้าบ้านมาเปิดประตูให้ ความรู้สึกแรกที่เขาเหยียบเข้ามาคือความรู้สึกสว่างจ้าและสะอาดบริสุทธิ์เสียจนเขารู้สึกแสบตา บางที มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฆาตกรที่จะทำความคุ้นชินกับสิ่งตรงกันข้าม


 

"คงต้องใช้กำลัง"


 

อาจดูเหมือนคนไม่มีสมอง แต่นี่คือวิธีเดียวที่ใช้ได้ผลที่สุดกับคนหัวรั้นอย่างลัคกี้ กาย ต่อให้มันจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแค่ไหนเขาก็ต้องทำ เขาจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับคนรักอีกครั้ง


 

ปั้งงงง!!!!


 

ปืนยิงพลุอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง เขม่าควันแดงๆที่ระเบิดตู้มต่อหน้าสไมล์ลี่ย์เฟซ ทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด ขนาดที่นี่ยังมีปืนยิงพลุที่เหล่าฆาตกรเกลียด เขาละอยากจะถล่มที่นี่ทิ้งให้ราบเป็นน่ากลองเสียจริง


 

ฟู่..ฟู่....


 

สะเก็ดไฟจากปืนยิงพลุได้เริ่มไหม้ลุกลามบนผืนพรม ก่อนจะเริ่มลามมายังข้าวของอย่างรวดเร็ว ลัคกี้กายที่ยืนตั้งหลักอยู่ไกลพอสมควร เมื่อเห็นสไมล์ลี่ย์เฟซยืนอยู่ท่ามกลางกองไฟก็ตกใจไม่น้อย ในใจของเขาหวาดกลัวที่จะทำคนตาย แต่เขาก็ลังเลที่จะเข้าไปช่วยอีกฝ่าย


 

โจ๊กเกอร์ที่เห็นความลังเลในสายตาของลัคกี้ก็พอเดาออก เจ้าตัวจึงเริ่มแสดงบทละครถูกไฟไหม้ทันที เสียงกรีดร้องที่เขาเลียนแบบเหยื่อที่เคยถูกเขาฆ่านั้นมันช่างเหมือนจริง เหมือนจนลัคกี้เกือบจะติดกับดักของเขา


 

'ไม่..ไม่....นั่นมันกับดัก!!'


 

ดวงตาสีส้มภายใต้หน้ากากเห็นลัคกี้สะบัดหัวไปมา พร้อมกับมองมาที่เขาด้วยสายตารู้ทัน โจ๊กเกอร์จึงจำเป็นต้องหยุดการแสดงเพียงเท่านี้ ริมฝีปากภายใต้หน้ากากแสยะยิ้ม ก่อนจะปรับแต่งจรวดของตัวเองและพุ่งมาทางลัคกี้อย่างรวดเร็ว


 

ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!


 

เสียงวิ่งนี้ทำให้ใจของลัคกี้เต้นระรัวเหมือนกับตอนลงสนาม สัญชาติญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขากระโดดฉีกไปอีกทางด้วยความรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างของเขาเกือบชนเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ และจรวดได้ถากลงไปที่น่องของเขาจนเลือดไหลซิบ ความเจ็บปวดที่ลัคกี้ไม่ได้สัมผัสมานาน ทำให้เจ้าตัวเริ่มเกิดอาการหวาดกลัว


 

"ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาดวยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องเอาด้วยกำลัง!!"


 

โครมมมมม!!!


 

เขาจงใจเอาจรวดทุบไปยังพื้นข้างที่ลัคกี้นอนอยู่ เขาไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายไปมากกว่านี้แล้ว และการต่อสู้ในครั้งนี้ โจ๊กเกอร์ภาวนาขาให้มันเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำมัน และถ้าหากเรื่องราวกลับมาสงบเหมือนเดิม เขาก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับอีกฝ่ายอีก เขาจะดูอยู่เงียบๆตรงนี้


 

การต่อสู้ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ในขณะที่เวลาชีวิตของลัคกี้กำลังร่อยหรอลง...


 


 


 


 

ในห้องพักผู้ป่วย หนึ่งร่างไร้วิญญาณ กับปีศาจร้ายอีกหนึ่งตนที่กำลังกรีดร้องหาทางออก แต่ทว่าจู่ๆมันก็เงียบไป เพียงเพราะมีเสียงบางอย่างดังออกมาจากนอกห้อง มันดังมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ....จนกระทั่งประตูห้องได้เปิดออก เผยให้เห็นผู้มาเยือนใหม่ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มแสยะ


 

"แกนี่มัน...ตัววุ่นวายจริงๆ เลยน้าาา~"


 

สิ่งที่น่ากลัวกว่าปีศาจ คือชายที่กำลังยืนจ้องปีศาจดวงตาสีอำพันในโหลแก้ว ไม่แม้แต่ชายตามองร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง


 

"ถ้าฉันเสียเจ้านี่ไป...ฟิโอน่าของแกก็จะถูกทำลายน้า~"


 

น้ำเสียงนั้นช่างน่าขนลุก โชคร้ายที่เงานั้นได้บดบังผู้มาเยือนจนมองไม่เห็นใบหน้า แต่น่าแปลก ที่รอยยิ้มแสยะแสนชั่วร้ายนั่น กลับเปล่งประกายชัดแจ๋วในความมืด


 

"ถ้าเป็นคนอื่นจะไม่ว่าอะไรเลย...แหม่..นายเกือบทำภรรยาฉันโกรธนะรู้มั้ย~"


 

เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ เขาก็เดินออกไปนอกห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน ความหน้าขนลุกและความงงงวยไว้ในห้องนี้ ทุกๆอย่างนั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย


 


 


 


 


 

บัดนี้ จากคฤหาสน์สีขาวที่แสนสงบสุขได้ลุกเป็นเพลิง การต่อสู้กันระหว่างโจ๊กเกอร์กับลัคกี้กำลังดำเนินไป อันที่จริงลัคกี้นั้นพยายามหนีเสียมากกว่า โดยมีโจ๊กเกอร์พยายามที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย


 

ปั้งงงงง!!!!


 

แฟลร์กันได้ถูกยิงใส่โจ๊กเกอร์เป็นรอบที่สอง การปรากฎตัวของอันลัคกี้ไม่ได้ทำให้โจ๊กเกอร์เบาลงเลยแม้แต่น้อย เขาเพิ่มความกระหายเลือด และความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งลัคกี้พลาดท่าเข้ามุมตัน


 

"ออกไปนะ!!"


 

สิ่งที่พอจะเป็นอาวุธให้กับเขาได้คือดาบที่ตกแต่งอยู่ภายในคฤหาสน์ ดวงตาสีฟ้าใสนั้นแน่วแน่บ่งบอกว่าจะทำมันจริงๆ ถ้าโจ๊กเกอร์เข้ามาใกล้อีกก้าวเดียว ฝ่ายไล่ต้อนจึงทำได้แค่ยืนอยู่ห่างๆ ประมาณ 5 เมตร ดวงตาสีส้มภายใต้หน้ากากจดจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าใสที่มีแต่ความดื้อรั้น


 

"นายควรกลับ..ลัคกี้!"


 

นี่คงเป็นการพูดแบบประณีประนอมมากที่สุดเท่าที่โจ๊กเกอร์จะทำได้ แต่เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมแค่ประโยคเดียว


 

"ฉันไม่กลับไปอีกแล้ว!!! ฉันพร้อมที่จะตาย! และอยู่ที่นี่!!!"


 

"แต่เวลาชีวิตของนายยังไม่ถึงฆาต!!"


 

"ฉันไม่สน!!!"


 

คำพูดของเขาทำให้โจ๊กเกอร์เริ่มรู้สึกหน่วง ความรู้สึกผิดในอดีตค่อยๆชัดเจนขึ้นอีกครั้ง วันนั้นที่เขาทำพลาด ใช่ว่าจะมีแค่ลัคกี้คนเดียวที่เจ็บ เบนก็เจ็บเช่นกัน มันเป็นความผิดพลาดที่เขาไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ทุกวันนี้เขาได้ความช่วยเหลือจากริปเปอร์ ไม่ให้โดนเบนฆ่า


 

"ขอโทษ...."


 

มันอาจจะฟังดูเป็นคำขอโทษแบบห้วนๆ แต่ทว่าถ้าไม่สังเกตุดีๆ ในคำขอโทษนั้นมีความรู้สึกผิดมากมายซ่อนอยู่ ความรู้สึกผิดต่อเพื่อน ต่อคนรัก ต่ออีกคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร


 

"........"


 

ไม่มีคำพูดออกมาจากใคร ทุกๆอย่างเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำ สภาพแวดล้อมรอบกายเริ่มเปลี่ยนไป ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ทรายขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นผืนดินที่แตกระแหง


 

สภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไป ก็เพราะความจริงที่ว่าลัคกี้กายพยายามจะจบชีวิตของตัวเอง โดยการยกร่างให้กับปีศาจ แล้วพาวิญญาณของตัวเองมาอยู่ที่นี่


 

"ลัคกี้...นี่นาย...ทำอะไรกับตัวนายกันแน่!!?"


 

นี่มันไม่ถูกต้อง อันลัคกี้ไม่คิดว่าน้องชายของตัวเองได้ทำสัญญายกร่างให้กับปีศาจ และจะเอาตัวเองมาขังไว้ที่นี่ เพื่ออยู่กับเขา ตลอดไป แต่ดูเหมือนว่าสัญญาจะเกิดข้อผิดพลาด ปีศาจกำลังจะมาทวงคำสัญญาคืน


 

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

 

ไม่มีอะไรดีทั้งนั้นหากทำสัญญากับปีศาจหรือซาตาน  สิ่งชั่วร้ายไม่เคยนำพาความสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืนมาให้ มีแต่จะพาลงนรกหุบเหวมากยิ่งกว่าเดิม  และอีกอย่าง การทำสัญญากับปีศาจนั้นเป็นอะไรที่บาปอย่างหนักถึงหนักที่สุด  นั่นหมายถึงเรายอมจำนนต่อความมืด และหันหน้าหนีจากแสงสว่าง

 

"ฉันจะไม่กลับ! ไม่กลับไปอีกแล้ว...ฉัน..ฉันยกร่างนั้นให้มันไปแล้ว!!!"

 

ลัคกี้กุมหัวตัวเองพลางตะโกนซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนเสียสติ  นั่นทำให้ผู้เป็นพี่ชายเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง

 

ยกร่างให้ไปแล้ว?

 

"มันหมายความว่าไง!!? นายยกร่างให้ใครไป!? ลัคกี้!!!??"

 

โจ๊กเกอร์ตะโกนถามกลับด้วยความร้อนรุ่มใจเขาก็ร้อนรนไม่ต่างจากอันลัคกี้เช่นกัน เขาก็รู้ในสิ่งที่อันลัคกี้รู้ การทำสัญญากับปีศาจ

 

 

 

 

 

"นี่มันจะครบกำหนดแล้วนะ!!"

 

เอมิลี่เอ่ยออกมาด้วยความเป็นกังวล  โจ๊กเกอร์ก็ยังไม่กลับมา ร่างที่นอนแน่นิ่งก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาเลยซักคราเดียว  หนำซ้ำยังใกล้เคียงกับคำว่าศพมากขึ้นเรื่อยๆ   คนอื่นๆ ในตอนนี้ก็มารวมตัวกันอยู่ในห้องพยาบาล เพราะมันกำลังจะครบกำหนดสามชั่วโมงแล้ว

 

"เจ้าตัวตลกนั่นมัวแต่ทำอะไรอยู่นะ!?"

 

แจ็คพึมพำออกมาพลางเอามือกุมขมับ  คราวที่แล้วอันลัคกี้ก็ถูกฆ่าและพากลับมาไม่ทัน  แล้วทีนี้ลัคกี้ก็กำลังจะตามไปอีกคน เผลอๆ  โจ๊กเกอร์อาจจะพ่วงตามไปด้วย เพราะเจ้าตัวดันเล่นไปทั้งวิญญาณและกายหยาบ  ผู้อยู่เบื้องหลังก็พึ่งมาเตือนในตอนที่โจ๊กเกอร์ก้าวผ่านประตูมิติไปแล้ว

 

 

 

'ถ้าหากครบสามชั่วโมงแล้ว...ลัคกี้กายยังไม่กลับมา...นั่นก็หมายถึงโจ๊กเกอร์ก็จะถูกขังอยู่ในนั้นชั่วนิรันดร์...'

 

 

 

ในขณะที่ทุกๆคนกำลังเป็นกังวล จู่ๆได้มีบางสิ่งบางอย่างถูกผ่าออกท่ามกลางความว่างเปล่า  ไอสีดำแผ่ยะเยือกออกมา พร้อมกับบางสิ่งขนาดเท่าตัวมนุษย์กระเด็นออกมาจากช่องนั้น....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #92 ApJam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 11:32
    รอไรท์มานานนนมากคิดถึงงง
    #92
    0
  2. #91 KAT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 22:24

    ม่ายยยยนะ​ลักกี้~ผัวมาตามกลับบ้านทำไมไม่กลับ¡¡¡¡¡//โดน​จรวดพุ่งใส่หน้า

    #91
    0
  3. #90 NightKung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:29

    มาแล้ววววววววว ในที่สุดก็มา //ล้องหั้ยยยยย

    #90
    0
  4. #80 BByuriAA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 17:01

    งั้นเราจะรอไรท์กลับมานะค๊าาาาา เป็นกำลังใจให้นะ

    #80
    0
  5. #79 KAT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 16:55

    จะรอต่อไปน่อ​ สู้ๆนะ

    ปล.ขอให้ไปได้สวย:)​

    #79
    0
  6. #78 Y mika (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 15:56

    นั่งรอเลยไรท์ แค่อย่าลืมเรื่องนี้ก็เพียงพอ
    #78
    0