ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 11 : ลบสิบเอ็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 907 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

          เมษาไม่ใช่คนเก็บอาการเก่งเท่าไหร่ ข้อนี้ชัดเจนทุกครั้งเวลาเธออยู่กับเจอร์

 

          หญิงสาวเหลือบมองใครบางคนที่นั่งไม่พูดไม่จาอยู่ที่เก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์มาครึ่งชั่วโมงแล้วได้แต่ขมวดคิ้ว

 

          “คนนี้เหรอเมษ?”

          “ใช่ค่ะเจ้” เธอวางที่คีบขนมลงในถาดก่อนจะยื่นจานแก้วให้รุ่นน้องที่มายืนรอรับอยู่ข้างๆ เจ้เจิงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันรับรู้ว่าหน้าตาคนที่ทำให้เจ้าขิงมันหูตกอยู่บ่อยครั้งหล่อดุใช้ได้เลย

          “มันนัดกันมาป่ะวะ..?” เมษงึมงำอย่างไม่เข้าใจ ไอ้เพื่อนตัวดีก็ไม่ค่อยชอบบอกหรอกว่าจะเข้ามาที่ร้านหรือเปล่า ตอนนี้ก็เลยเป็นงง ทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง

          “เมษ”

          “ฮะ?! เอ้อ...นันท์มีไร?” หญิงสาวฝืนยิ้มแห้งทั้งที่เหงือแตกพลั่ก มองอีกฝ่ายที่นั่งคนนมอุ่นเล่นเหมือนกำลังอึกอัก มีบางอย่างที่อยากถามแต่ก็ดูไม่กล้าจะพูดออกมาเท่าไหร่

 

          เซนส์ของเมษาบอกว่าวันนี้เจอร์คงจะไม่เข้ามา

 

          “คือ...”

 

          และนันท์คงต้องรอเก้อ

 

          “พี่เมษสวัสดีค่ะ”

          “ไงเรา?”

 

          แต่เซนส์ของเธอก็กระซิบเตือนอีกว่าไม่จำเป็นต้องบอกใครทั้งนั้น

 

          ปล่อยให้ธรรมชาติและเวลาดูแลปัญหาของคนคู่นี้ไปดีกว่า

 

          “หยิบกล่องนั้นไปวางให้น้องที” เธอสะกิดเรียกพนักงานที่ยังว่างและชี้ไปยังกล่องกระดาษขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่เปื้อนรอยพู่กันจนทำให้มันหน้าตาอาร์ตเหมือนเจ้าของ เมินคนอ้ำอึ้งไปเพราะขี้เกียจจะเสียเวลา

          “ดอปปิโอนะพี่เมษ”

          “ยอมใจเลยลูก โด๊ปกาแฟตอนห้าโมงเนี่ย” บทสนทนาฉบับไม่จำเป็นต้องมองหน้าดำเนินต่อเรื่อยๆ เหตุผลที่หนึ่งคือเธอกำลังยุ่งนิดหน่อย ส่วนเหตุผลที่สองคือเริ่มสนิทกับน้องที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้บาร์ไม่ไกลจากนันท์เท่าไหร่พอสมควร

 

          เหมือนไอ้พี่ชายมันจะได้น้องสาวคนใหม่ ล่าสุดก็ซื้ออุปกรณ์กับแผ่นรองกันเปื้อนเอาไว้ให้น้องเวลามานั่งทำงานที่ร้าน เย็นไหนว่างก็จะแวะเข้ามานั่งคุยงุ้งงิ้งกันเรื่อยเปื่อย เธอเลยได้รู้จักเด็กสาวโคตรติสท์ที่ชื่อไอด้าไปด้วย

 

          “ไม่อยากให้งานมันค้างคาค่ะพี่ ...เอ้อ วันนี้พี่เจอร์มามั้ยคะ?”

 

          เมษาเหลือบมองใครอีกคนที่หันหน้ามาทางนี้อย่างเผลอตัวราวกับรอคำตอบอยู่

 

          เฮ้อ...ถือว่าคุยกับไอด้าก็แล้วกัน

 

          “คงไม่มั้ง ปกติถ้าทำงานมันจะมาแค่วันพฤหัส” คล้ายได้ยินว่าน้องบ่นเสียดายเบาๆก่อนจะก้มไปรื้อสักอย่างในกระเป๋าของตัวเอง

          “งั้นหนูฝากอันนี้ให้พี่เจอร์หน่อยค่ะ”

          “หือ?”

 

          แผ่นกระดาษขนาดเอสองพร้อมกับตัวอักษรดีไซน์น่าสนใจยังไม่ทำให้ชะงักได้เท่าความหมายของประโยค เมษาเอื้อมมือไปรับเชื่องช้าเพราะสายตายังจดจ่ออยู่กับบางอย่างจนคนให้เองยังสังเกตได้

 

          “พอดีมีเรียน typography แล้วไม่รู้จะเขียนอะไรเลยนึกถึงอันนี้ จำได้ว่าพี่เจอร์ชอบ” คนเด็กกว่าลอบมองสีหน้าว้าวุ่นแปลกๆของอีกฝ่าย จากที่ไม่สงสัยกลายเป็นอยากรู้เรื่องราวของคนที่ถูกกล่าวถึงอย่างช่วยไม่ได้

          “มันบอกว่าชอบเหรอ?” ถามเสียงแผ่วเพราะกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง เมษามัวแต่โฟกัสกับความรู้สึกหม่นๆในหัวจนไม่ทันมองสายตาคมเฉี่ยวอีกคู่ที่ไล่อ่านแผ่นกระดาษนั้น

 

          ‘You broke my heart, but I still love you with all the pieces.’

 

        ใครบางคนนิ่งงัน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่วนเวียนจนน่ารำคาญเริ่มจางลงเมื่อพบว่ามันเกิดจากอะไร

 

          เพราะคาใจกับสิ่งที่ปนอยู่ในน้ำเสียงตอนที่ได้ยินชื่อตัวเองจากปากของอีกคน

 

        มันเว้าวอนและต้องการจนเหมือนจะขาดใจ นันท์ไม่ได้โง่จนไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนว่ายามที่เขาอ่อนลงเจอร์เองหวานขึ้นแค่ไหน พอเขาเลิกฟาดฟันด้วยความรุนแรง เสียงเรียกที่เปล่งออกมามันนุ่มนวลตั้งเท่าไหร่

 

          ถ้าไม่ได้เข้าข้างตัวเองเกินไปก็คิดว่าเข้าใจแล้ว...

 

          “เปล่าค่ะ แค่เห็นว่าพี่เจอร์จ้องไม่หยุดเลย” นันท์มองหน้าเด็กสาวคุ้นตาอย่างไม่ปิดบัง ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ถือสาเขา เพราะเจ้าตัวกำลังมองเมษาอย่างจับสังเกตเหมือนค้นหาบางอย่างเช่นกัน

 

          “พี่เจอร์มีแฟนแล้วเหรอคะ?”

 

        เพื่อนสนิทเจ้าของชื่อเงยหน้ามามองคนถามตื่นๆ เริ่มได้สติอีกครั้งตอนที่น้องส่งยิ้มเบาบางมาให้ว่าไม่กดดันต้องการคำตอบ เธอเก็บของฝากชิ้นนั้นเขากระเป๋าตัวเองอย่างระมัดระวังพลางประมวลผลทุกอย่างในหัวตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

          แม้รู้อยู่เต็มอกว่าความหวังเป็นส่วนประกอบสำคัญของความทุกข์ แต่มันจะมีอะไรดีขึ้นมาในเมื่อตอนนี้เพื่อนเธอก็ไม่ได้มีความสุขอยู่แล้ว

 

          “โอ๊ย ไม่มีหรอกลูก มันไม่มีใครตั้งแต่ขึ้นปีสองแล้วมั้ง” สารติดตลกที่แฝงไปให้บางคนได้ยินด้วยถูกเมษามองเป็นโอกาส

 

          อาจจะดูเพ้อฝันหรือเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็อยากลองเสี่ยง

 

          “น่าเสียดาย” ไอด้าพูดขึ้นขณะเรียงอุปกรณ์วาดเขียนของตัวเองในมุมที่เจอร์มาจัดไว้ให้เพื่อจะไม่เกะกะเพื่อนตัวเองและน้องเองทำงานได้สะดวก

          “เป็นงั้นไป?”

          “หนูแค่คิดว่าถ้าพี่เจอร์ได้แสดงความรักกับใคร คนนั้นคงจะรู้สึกอบอุ่นมาก

 

          เมษาลอบยิ้ม รับกาแฟของเด็กหญิงมาวางให้บนท็อปลายไม้สีอ่อน

 

          “ก็อยู่ที่ว่าคนรับอยากได้รึเปล่า” เธอยักคิ้วให้คนตรงหน้า อย่างนึงที่ชอบคือไอด้าเป็นคนช่างสังเกตจนทำให้เข้าใจทุกอย่างง่ายดาย และครั้งนี้เมษาเห็นแววตาที่คลายความสงสัยพร้อมรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากหลังจบประโยค

          “นั่นสินะคะ”

 

          คนที่ยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบหันกลับมาทำงานต่อเมื่อคิดได้ว่าตัวเองพูดมากเกินไปแล้วสำหรับวันนี้ ทิ้งให้ร่างสูงบนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ไม่ห่างปวดหัวตุบกับเรื่องราวทั้งหมด นันท์เห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังก้มหน้าวาดอะไรสักอย่างที่หางตา สนใจจนเลิกสนใจและกลับมาใช้ความคิดกับเรื่องที่ควรจะมองด้วยอารมณ์มากกว่า สุดท้ายอาจารย์คนเก่งเลยตกอยู่ในลูป หลงทางกับเขาวงกตเดิมซ้ำๆเพราะตามหาเหตุผลมาอธิบายทุกอย่างมากเกินไป

 

          ก็นะ...สมองมนุษย์เป็นส่วนที่ฉลาดแต่บางทีกลับโง่มากๆจนน่ารำคาญ

 

          ไม่รู้ว่านั่งเหม่ออย่างไร้ประโยชน์อยู่นานขนาดไหน แต่คนตัวสูงกลับมาในสถานการณ์ปัจจุบันตอนได้ยินเสียงของเด็กหญิงคนเดิมทักทายใครสักคน จะไม่หันมองเลยสักนิดถ้าสิ่งที่ได้ยินไม่ทำให้คิ้วกระตุก และคำที่ตอบกลับมาเจือความเอ็นดูท่วมท้นจนสัมผัสได้

 

          “พี่เมษบอกว่าพี่ไม่เข้ามา คิดว่าคงไม่ได้เจอแล้ว”

          “ก็เฮียของใครไม่รู้ลากพี่มาเนี่ยดิ ตาจะปิดแล้วครับ”

 

          ตอนที่หันไปเขาเห็นจินเจอร์ที่ทำตาปรืออ้อนคนที่น่าจะชื่อไอด้าจนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆอย่างมันเขี้ยวของหญิงสาว นันท์มองเลยผ่านด้านหลังก่อนจะเผลอกำมือแน่นขึ้นมาเมื่อมีใครอีกคนที่เขาจำได้ดียืนอยู่ตรงนั้น

 

          “เฮียตกกระป๋องว่ะ”

          “จ่ายหนัก รักเยอะ” ไอด้าใช้ปลายพู่กันเคาะจานสีกับแผ่นรองเปื้อนที่พี่ชายคนโปรดซื้อมาให้ เรียกรอยยิ้มที่นันท์ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่จากเจอร์ชัดเจน

          “แล้วนี่เรา—”

 

          เขารู้สึกว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจตอนที่เจอร์สบตามาพอดี

 

          “นันท์..?” คนถูกเรียกทำได้แค่ผงกหัวทักทาย ปั้นหน้าไม่ถูกเมื่อกลายเป็นจุดรวมสายตาทั้งของไอด้าและผู้ชายข้างหลังเจอร์

          “นัดกันไว้เหรอมึง?” เมษาทำทีเป็นเข้ามาหาเพื่อนหลังเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด จินเจอร์นิ่งไป อยากจะส่ายหน้าปฏิเสธแต่พอมองนันท์ตรงๆก็ทำไม่ได้

 

          โคตรอ่อนแอ

 

          “เพื่อนคุณเหรอ?” เสียงของคุณเบลปัดเป่าความรู้สึกอึดอัดจนหายเกลี้ยง เจอร์ระบายยิ้มจางให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดก่อนจะตอบคำถามนั้นเหมือนที่เคยตอบกับน้องสาวตัวเอง

          “เพื่อนของเพื่อนครับ ชื่อนันท์”

 

          ข้อสรุปของนันท์กำลังถูกสั่นคลอนเมื่อพบกับระยะห่างมากมายที่เจอร์มอบให้ ทั้งสายตาและรอยยิ้มที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่น นันท์อยากจะลุกขึ้นแล้วกระชากอีกฝ่ายออกไปคุยให้รู้เรื่อง บีบบังคับให้บอกว่าทำไมถึงต้องปั่นหัวกันตลอดเวลาแบบนี้

 

          แต่ขอบตาแดงก่ำของใครบางคนที่พยายามกลั้นน้ำตายังคงตอกย้ำอยู่ในความคิด มันเป็นเหมือนคำว่ายับยั้งชั่งใจให้นันท์ทำแค่ผ่อนลมหายใจและทักทายคนมาใหม่เสียงเรียบตามมารยาทสังคม

 

          “สวัสดีครับ”

          “สวัสดีครับ ผมชื่อเบล เป็น...”

 

เขาเพิ่งรู้ว่าในร่างกายตัวเองมีปีศาจร้าย

 

และตอนนี้มันกำลังเต้นเร่ายามที่ผู้ชายคนนั้นทอดเสียงพลางสบตากับเจอร์เหมือนอยากขออนุญาตพูดอะไรที่มีความหมายสำคัญ

 

          “เพื่อนครับ คุณเบลเป็นเพื่อน” นันท์รู้สึกว่ามันร้อนจนอยากจะดึงมือเย็นๆของเจอร์เอามาไว้ข้างตัว ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของคนชื่อเบลอะไรนั่น

 

          เขากำลังจะทนไม่ไหว

 

          “ลูกชายว่างเปล่า? มาช่วยเจ้รับออร์เดอร์หน่อย” เจอร์หันมองรุ่นพี่ที่ท้าวเอวพร้อมส่งสายตาเห็นใจมาให้จากหลังเคาน์เตอร์ เขาพยักหน้ารับ ถึงจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีเท่าไหร่แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าควรทำยังไงจริงๆ

 

          คล้อยหลังคุณสถาปนิกเบลก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างน้อง ระบายยิ้มจางๆให้อีกคนที่มีสีหน้านิ่งเรียบตั้งแต่เขาเดินเข้ามา

 

          “คุณรู้จักคุณเจอร์นานแล้วเหรอครับ?” เป็นไปได้ก็อยากจะผูกมิตรกับเพื่อนของเจอร์เอาไว้ เบลเลยเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาทั้งที่ปกติถ้าเจอคนทำหน้าดุใส่ขนาดนี้คงไม่ยุ่ง

          “นาน” อีกฝ่ายตอบกลับมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงติดรำคาญจนเขาต้องบอกตัวเองว่าไม่ควรจะยื้อคุยต่อ เจ้าของรอยยิ้มสวยสะดุดตาเลยทำท่าจะหันหาน้อง บ่นไอด้าสักหน่อยที่สั่งกาแฟเข้มมากินอีกแล้ว

          “...คุณล่ะ?”

 

          ทว่าใครบางคนกลับรั้งเขาไว้ด้วยคำถามที่ห้วนจนนับเป็นประโยคไม่ได้

 

“ตั้งแต่นัดคุยเรื่องบ้านครั้งแรกก็...เกือบเดือนครับ”

“ทำบ่อย?” เบลไม่รู้ว่าเป็นธรรมชาติของเพื่อนคุณเจอร์คนนี้รึเปล่าที่ปากพูดกับคนอื่นแต่สีหน้ากลับตรงกันข้าม เขาเลยทำได้แค่ยิ้มรับและพยายามตีความเท่าที่เข้าใจ

“หมายถึงบ้าน? นี่เพิ่งครั้งแรกครับ”

“เปล่า ที่จีบคนร่วมงานไปทั่ว ทำบ่อยรึไง?”

 

          คราวนี้เขาชะงักพร้อมกับขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายที่ลอยหน้าลอยตาถามอย่างกวนประสาท ความรู้สึกบางอย่างบอกเบลว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แค่เพื่อนเฉยๆของเจอร์

 

          “คุณนี่เอง...ที่ทำคุณเจอร์เจ็บคอ” เบลเป็นคนยิ้มสวยอย่างที่กระตุกยิ้มมุมปากก็ยังมีเสน่ห์ และพอเห็นนันท์หรี่ตามองคล้ายกับจะเตือนว่าอย่ากวนอารมณ์ไปมากกว่านี้ เขาจึงเชื่อฟังด้วยการอธิบายต่อแบบอ้อมๆด้วยท่าทีสบายๆ

          “วันหลังให้เกียรติคุณเจอร์หน่อยก็ดีนะครับ ทำรอยขนาดนั้นเขาจะแต่งตัวลำบาก”

          “นันท์!

 

          เจอร์รีบตรงเข้ามาขวางทันทีที่นันท์ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับคุณเบล ท่าทีคุกคามที่เห็นชัดแม้จะห่างตั้งไกลทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น

         

          “ทำอะไร?” จินเจอร์ถามเสียงขุ่น ไม่รู้เลยว่าอาการคล้ายกับกำลังปกป้องใครอีกคนทำให้นันท์ฉุนจัด

          “มึงลืมของไว้ที่ห้อง ตามมาเอา” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองตามแผ่นหลังกว้างที่หุนหันออกไปอย่างอ่อนใจ เท่าที่จำได้คือเขาเช็กทุกอย่างดีแล้วไม่มีตกหล่น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจ้าตัวพูดคงจะเป็นข้ออ้างมากกว่าข้อเท็จจริง

          “ขอตัวนะครับคุณเบล”

 

          แต่จะทำยังไงได้ ไปคุยกันข้างนอกย่อมดีกว่าเสี่ยงให้ร้านของเมษาพังเละเทะอยู่แล้ว

          .

          .

          .

 

          ตามคนขี้โมโหมาจนถึงลานจอดรถก็กอดอกคอยนิ่งๆ รอฟังว่านันท์จะทำร้ายกันด้วยคำพูดไหนอีก ถ้าให้เดาก็คงจะต้องเกี่ยวกับเรื่องที่เขาหลายใจหรือมั่วไม่เลือกอะไรเทือกนั้น

 

          “มันจีบมึง”

 

          คนที่กำลังเดาสถานการณ์เล่นในใจชะงักค้างเมื่อไม่มีข้อไหนถูกสักอย่าง เจอร์สบตานันท์ที่เท้าแขนกับหลังคารถ มือหนากำแน่นเหมือนพยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

 

          และนั่นทำให้เจอร์แปลกใจ

 

          “แล้ว?” ที่ถามก็เพราะไม่รู้จริงๆว่าจุดประสงค์ของคำพูดนั้นคืออะไร จะบอกเล่าให้ฟังเพราะคิดว่าเขามองไม่ออก หรือต้องการให้ทำอย่างอื่นนอกเหนือกว่านี้

          “ชอบรึเปล่า?” ยิ่งคุยจินเจอร์ก็ยิ่งขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แถมตอนนี้ชักปะปนอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อยเพราะคำถามมันล้ำเส้นส่วนตัวกันอย่างไม่น่าให้อภัย

          “อะไรของมึงเนี่ยนันท์?”

          “ถามให้ตอบ”

          “จำเป็นต้องตอบด้วยหรือไง?” คนที่ถูกปาคำพูดไม่ดีใส่ไม่คิดจะอดทนไปมากกว่านั้น ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งฉายแววแข็งกระด้างกว่าเดิม เจอร์ไม่ชอบและไม่เคยชอบการถูกคนตรงหน้าไล่ต้อนตามความต้องการของเจ้าตัว เพราะอีกคนไม่สนใจสักนิดว่าทำแบบนั้นแล้วเขารู้สึกยังไง

 

ถามมาได้ว่าชอบคนอื่นรึเปล่า?

 

ก็อยากจะให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน...แต่ติดตรงที่มีมึงไงไอ้โง่

 

“ถ้าไม่ชอบมึงก็ปฏิเสธไปดิ จะให้ความหวังเขาทำไม?” ข้อสันนิษฐานเดียวที่มีสำหรับสาเหตุของอารมณ์ฉุนเฉียวที่เจอร์ได้รับตอนนี้เหมือนจะถูกเฉลยทีละนิด ความรู้สึกชาหนึบค่อยๆแล่นลามไปทั้งหน้าเมื่อเขารับรู้ว่าตัวเองเผลอคิดไปไกลแค่ไหน

 

ที่แท้ก็เพราะแบบนี้...

 

“ถ้าไม่ทำให้มันชัดเจนเขาก็จะติดอยู่กับมึง ตัดใจไม่ได้”

“เหมือนที่จรินทำกับมึงน่ะเหรอ?”

 

อย่างนันท์จะมาตามหึงหวงเขาทำไม ก็รู้อยู่แล้วว่าในสายตามีแค่คนคนเดียว

 

“เลิกทำให้เรื่องของกูกลายเป็นเรื่องของมึงสักที”

 

          ข้อนึงที่เราสองคนเหมือนกันคือการที่ไม่เคยเปลี่ยน

 

          และนั่นทำให้เขาเข้าใจ ทำให้พยายามอดทนกว่าที่ควรจะเป็นตลอดมา

 

          นันท์นิ่งเงียบเหมือนกับคำพูดของเขากระแทกเข้าไปในความรู้สึกอย่างจัง เจอร์แค่นยิ้มกับตัวเอง ฝืนริมฝีปากให้ยกขึ้นก่อนที่กำแพงที่สร้างไว้จะทลายลงจนเผลอแสดงความรู้สึกที่แท้จริงให้คนตรงหน้าเห็น

 

          “กูไม่ใช่จริน” อยากจะย้ำคำนั้นให้ชัด เน้นเข้าไปในความทรงจำของนันท์ว่าเขาไม่ใช่ ไม่คิดอยากเป็นภาพซ้อนทับในใจของใครอีกคนเลยสักนิด

          “ถ้านี่เป็นเหตุผลที่มึงตามเป็นบ้าเป็นบอกับกูก็พอเถอะนันท์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตัวแบบคนของมึง”

 

        ผัวะ!

 

        น้ำตาหยดแรกร่วงหล่นพร้อมกับความรู้สึกคาวที่คลุ้งไปทั้งปาก

 

          “พี่เจอร์!

 

          เขาได้ยินเสียงตะโกนเรียกของไอด้าและเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่วิ่งเข้ามาประคองตัวเขา จับใจความให้ดีก็เหมือนจะเป็นคุณเบลที่ห้ามน้องว่าอย่าเข้ามาขณะที่เจ้าตัวกอดไหล่เขาที่ทรุดลงกับพื้นเพราะแรงกระแทก

 

          “เกินไปว่ะคุณ” เจอร์จับแขนคุณเบลเป็นเชิงปรามไม่ให้พูดอะไรที่จะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงกว่านี้อีก เงยหน้ามองอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาวาววับเหมือนว่าหมัดเดียวที่ให้กันมันยังไม่พอ

 

          แต่แค่นี้ก็ชัดพอแล้ว

 

          ว่าบนโลกนี้ยังคงมีเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

“มึงว่าเขา” เจอร์พยักหน้ารับคำอธิบายที่ได้ยินด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน เป็นเพราะเขาเองที่พูดเสียหายถึงคนสำคัญของนันท์ เพราะแบบนั้นการจะทำรุนแรงใส่กลับคืนก็เป็นอะไรที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว

 

จินเจอร์รู้ดีว่าตัวเองเอาแต่ปกป้องและหาเหตุผลมารองรับการกระทำของอีกฝ่ายโดยไม่ลืมหูลืมตา รู้อยู่แก่ใจแต่ก็ทำเป็นไม่สน

 

“ขอโทษแล้วกัน”

 

ทั้งที่เจ็บถึงขนาดนี้แท้ๆ...

 

เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนโดยมีความช่วยเหลือจากคุณเบลอยู่ข้างๆ ความจริงก็แค่แสบในปากและมึนหัวนิดหน่อย แต่พอเห็นสายตานิ่งเรียบของคุณลูกค้าที่มองมาเขาก็เลือกที่จะไม่เถียงอะไร ตัดสินใจแตะข้อศอกอีกคนเป็นเชิงบอกให้เลิกเล่นเกมจ้องตากับนันท์แล้วแยกย้ายเสียที

 

“คุณเองก็ควรขอโทษ”

“ช่างเถอะครับคุณเบล” เขารีบบอกคนที่หันมาถอนหายใจหนักๆใส่กันอย่างตำหนิ ถึงมันจะดูเกินกว่าเหตุแต่ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนจนทำให้นันท์โมโห ให้ไปเค้นคออีกฝ่ายเอาคำขอโทษคงไม่จำเป็นขนาดนั้น

“เขาต่อยคุณ”

“ผมก็พูดไม่ดีเหมือนกัน ผมว่าเรา—”

“เจอร์ไม่ได้ชอบคุณ”

 

ทั้งเขาและคนข้างตัวชะงักนิ่งเมื่อนันท์โพล่งขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาที่เกิดขึ้น ยอมรับเลยว่ารู้สึกแย่ที่มีส่วนทำให้คุณเบลต้องมาเอี่ยวกับเรื่องขัดแย้งของเขา นึกโกรธคนพูดเหมือนกันที่พาลไปทั่วเหมือนกับไม่รู้จักโต

 

“ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์บอก” ทว่าน้ำเสียงราบเรียบกับสีหน้าเฉยชาของคุณเบลทำให้เขาหันไปมองอย่างคาดไม่ถึง

“แต่เรื่องอย่างนี้ผมขอฟังจากปากคุณเจอร์อย่างเดียวแล้วกัน เพราะเท่าที่ดู...คุณเองก็ไม่ได้รู้จักเขาดีเท่าไหร่

 

สายตาของคุณเบลบังคับให้เขาเดินตามออกมาโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก เจอร์ส่งยิ้มบางเบาให้ไอด้าที่รออยู่ตรงทางเข้าห้างไม่ไกลจากกันมากนัก เดาว่าคงจะได้ยินทุกอย่างที่พวกเขาพูดทั้งหมดตั้งแต่คุณเบลเดินเข้ามา

 

“เจ็บมากมั้ย?” น้องจ้องแผลมุมปากของเขาก่อนจะวกกลับมาสบตาอีกครั้ง คำถามที่ส่งมาเหมือนจะลึกซึ้งกว่าอาการทางร่างกายทั่วไป

 

และเขาเองก็อยากจะบอกกับใครสักคนเหมือนกัน

 

“เจ็บ...”

 

ว่าครั้งนี้มันรู้สึก

 

“มาก”

 

รู้สึกยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยอดทนมาเลยด้วยซ้ำ


_________________________________________________________________

ขอตัวไปซื้อยาให้นายขิงก่อนนะทุกคน

ถ้ามีรอบหน้าคงต้องแอดมิตแล้วป่ะเนี่ย ช้ำทั้งตัวเลยแงTT

#เหลือศูนย์


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 907 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #776 MeNe (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 04:06
    พระเอกปลอมป่ะคะะะะะ
    #776
    0
  2. #753 softless (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 11:22
    เครียดว่ะ
    #753
    0
  3. #747 mn_mind (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 15:00
    ปากหนักทั้งคู่ ไม่มีใครยอมอ่อน ฮืออ ทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้ว หวงก้างจังแน่จริงก็ปล่อยเค้าไปเส้
    #747
    0
  4. #746 thepankk_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 17:14
    ครั้งนี้ไม่เข้าข้างนะนันท์ ครั้งนึงเธอเคย judge เจอร์จากสิ่งที่เธอเคยเจอมาจริงๆ ไม่ว่าครั้งนี้จะด้วยเหตุผลอะไรแต่จะทำแบบนี้กับเพื่อนไม่ได้นะ
    #746
    0
  5. #730 Pcy_0627 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 19:17
    โกรธว่ะ
    #730
    0
  6. #727 lloollii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:20
    นันท์ เกินไปว่ะ-
    #727
    0
  7. #719 PeEarn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:01
    ฮื้ออออ เอานันท์ไปเก๊บบบบ
    #719
    0
  8. #715 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:29
    พังไปหมดแล้วเจอร์
    #715
    0
  9. #690 canookss (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 16:06
    เหม่ออีกแล้วฉันนน ฮือออ ไม่พูดไม่บอกสิ่งที่รู้สึกกันจริงๆ แรงใส่กันตลอดดด แต่ประทับใจคุณเบลกับน้องไอด้าง่ะะะ
    #690
    0
  10. #679 ศศพินทุ์ ปัคมา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 23:28

    โอ้ยยยย เจ็บ มาก

    #679
    0
  11. #657 CallistoJpt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 10:49

    ต่างคนก็ต่างแรงใส่กัน แง้ อึดอัดแทนแล้วววว

    #657
    0
  12. #630 Mr-understand (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 14:11
    ไม่มีใครแผ่วซักคนอะ คนทางนี้นอนเหม่อค่ะ
    #630
    0
  13. #616 Kibibiza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 14:50
    ก็กลับไปหาคนเก่าดิ
    #616
    0
  14. #564 llllovellll (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 02:36
    แรงทั้งคู่เลย พี่นันท์เป็นข่าเลยอ่ะ ขิงก็ราข่าก็แรง แง ตีพี่เจอร์1ทีที่พูดไม่ดีแล้วกอดๆนะคะ จำไว้นะพี่นันท์!
    #564
    0
  15. #503 pick-17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 19:01

    อยากตะโกนใส่หน้าเจอร์ว่า "สมน้ำหน้า แผลคนอื่นอย่ามาซ้ำเพราะอารมณ์ของตัวเอง" แฃะตะโกนใส่หน้านันท์ด้วยว่า "เป็นอาจารย์ก็รู้จักแยกแยะบ้าง แล้วจะมานั่งเสียใจทีหลัง"

    หึ

    (อินจัดอีกตอน แต่งเก่งมากค่ะไรท์)
    #503
    1
    • #503-1 GRAY628(จากตอนที่ 11)
      28 มีนาคม 2563 / 21:01
      กระทืบตุ่มหัวใจ
      #503-1
  16. #492 Cjmmygnp1143 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 00:02

    โอ้ยยยย เจ็บไปทั้งหัวใจทำไมยังทน
    ////ร้องไห้เหมียนหมา
    #492
    0
  17. #469 ILYSB™ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 22:03
    เอาแต่ปะทะกันไม่ยอมใช้เหตุผลคุยกัน จะเข้าใจกันเมื่อไหร่..
    #469
    0
  18. #463 oohsepuy95 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 10:29
    จะร้องแล้วนะ ฮือออออออออ
    #463
    0
  19. #454 tang_thai°°° (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:16
    ฮือ ไม่ต้องรักนันท์แล้วเจอร์ ไปหาคุณเบลดีกว่า
    #454
    0
  20. #419 Tnchrx000 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 14:10
    จิงเจอร์TT
    #419
    0
  21. #401 Ayyyye (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 04:25

    ควรพอ เจ้อเหรอ? ไม่ใช่ เรานี่แหละ ควรพอ! เป็นความน่ารำคาญทั้งพระทั้งนายจนอยากเข้าไปถีบขาคู่ทั้งคู่ รำคาญแต่หยุดอ่านไม่ได้ //เปลี่ยนไปถีบตัวเอง

    #401
    0
  22. #390 Noey5649 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 01:09
    โอ้ยยใจจะพังอะ
    #390
    0
  23. #377 กาลเวลา ไม่อาจกั้น (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 16:52
    อะไรของนันท์
    #377
    0
  24. #357 Liyanju (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 21:56
    ตีกันให้ตายเถอะ ชอบ
    #357
    0
  25. #343 ตาร์กีล่า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 14:29

    ช้ำใจสุดๆ ขอยาด่วนๆ

    #343
    0