ตอนที่ 24 : Grow step 24 Family life 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    23 พ.ค. 62


 

 

“ซอฮยอน ไปชงกาแฟให้คุณจองกุกหน่อย” โบราหันไปบอกรุ่นน้องที่เหลืออยู่คนเดียวในออฟฟิศ

 

ตอนนี้แผนกของเธอเหลือกันแค่สามคนคือเธอ เจ้านาย และรุ่นน้อง เนื่องจากคนอื่นๆ ออกไปคุยกับลูกค้า

 

จองกุกมองแก้วกาแฟบนโต๊ะตัวเองที่ยังเหลืออยู่กว่าครึ่งแก้ว เป็นไปไม่ได้ที่โบราจะมองไม่เห็น

 

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” หัวหน้าอายุน้อยกว่าถามตรงๆ ที่โบราให้ซอฮยอนออกไปชงกาแฟข้างนอก ก็เพราะมีเรื่องจะคุยกับเขาไม่ใช่หรือ เรื่องที่ไม่ต้องการให้ใครได้ยินน่ะ

 

“อาทิตย์ที่แล้วคุณไปหาซูจินที่คอนโดมาหรอคะ” โบราปล่อยหมัดหนักออกไป คิ้วของหัวหน้าที่ขมวดทันทีที่ได้ยินคำถามทำเอาเธอต้องถอนหายใจ เธอเชื่ออยู่แล้วล่ะว่าจองกุกไปหาซูจินที่คอนโดมาจริงๆ ไม่อย่างนั้นซูจินคงไม่กล้าพูดหรอก

 

“ทำไมถึงถามครับ” จองกุกถามกลับอย่างเดาไม่ได้

 

“ซูจินพูดว่า คุณใจดี ซื้อข้าวไปให้วันที่เขาไม่สบาย... เธอพูดแค่นั้นค่ะ แต่คนอื่นที่เอาไปพูดต่อ ..เขาไม่ได้พูดแค่นั้น คุณรู้จักปากคนใช่ไหมคะ”

 

จองกุกเข้าใจ มันก็ยากที่จะให้คนอื่นไม่ไปพูดต่อแบบเกินจริง หากรู้ว่าเขาไปถึงคอนโดของซูจิน การแสดงออกของซูจินก็ชัดเจนว่าชอบเขา แม้คนอื่นจะรู้ว่าเขาเองไม่ได้สนใจ แต่เรื่องชู้สาวในที่ทำงานก็เกิดขึ้นจนแทบจะเป็นปกติ อยู่ที่ว่าใครจะซื่อสัตย์กับคู่ครองของตนได้มากขนาดไหน

 

“...”

 

 

“ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ ถึงมายืนตรงนี้ ถึงคุณจะไม่ได้คิดอะไร แต่ซูจินชอบคุณมาก ถ้าคุณยังมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีแบบนี้อยู่ เธอจะคิดว่าคุณมีใจนะคะ ... ฉันพูดมากไปแล้วใช่ไหมคะ” โบราหยุดพูดด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ ของตัวเอง

 

 

โบรารู้ว่าจองกุกไม่คิดว่าเธอพูดมากหรอก เธอบอกไปแล้ว ว่าถ้าไม่เป็นห่วงคงไม่มายืนพูดเรื่องนี้ เธอไม่อยากให้หัวหน้าที่เธอเคารพรักต้องตกเป็นขี้ปากคนอื่น เธอรู้จักครอบครัวของหัวหน้า ทั้งจีมินและลูกทั้งสองของจองกุก หากผู้หญิงคนนั้นมาทำให้ครอบครัวนี้ต้องพังลง เธอคงเสียใจ

 

จองกุกเข้าใจถึงความห่วงใยนี้ เมื่อก่อนเขาไม่คิดว่าเขาจะต้องสนใจความคิดหรือคำพูดของคนอื่น เขาบริสุทธิ์ใจ ต่อให้ใครจะพูดอย่างไร แต่เขาก็ไม่สนใจ เขาซื่อสัตย์กับครอบครัว

 

 

แต่การทำงานหลายปีที่ผ่านมา จองกุกได้เรียนรู้ว่า เขาสามารถคิดและใช้ชีวิตแบบนั้นได้ถ้าเขาเป็นแค่พนักงานธรรมดา แต่การที่เขาเป็นหัวหน้าคน เป็นเจ้านายคน ความเคารพ ความเชื่อถือนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เขาจะกล้ามองหน้าลูกน้องได้อย่างไร หากมีคนมาพูดกับพวกเขาว่า หัวหน้าของคุณเล่นชู้ แม้จะเป็นแค่ข่าวลือ

 

 

“ขอบคุณมากๆ นะครับ” จองกุกพูดด้วยใจจริง เป็นจังหวะเดียวกับที่ซอฮยอนยกกาแฟเข้ามาพอดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่กี่วันผ่านไป ข่าวที่มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงที่หลายๆ คนพูดถึงเริ่มซาลง พนักงานฝ่ายบุคคลคนหนึ่งเดินเข้าแผนกการตลาด มุ่งตรงไปยังโต๊ะของหัวหน้าทีมทีมหนึ่งโดยไม่มีเอกสารอะไรอยู่ในมือ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มาคุยเรื่องงาน

 

 

“คุณจองกุกคะ” คนที่ถูกเรียกหันไปหลังจากได้ยิน ขณะที่กำลังคุยงานกับลูกน้องสาว

 

“ครับ?” จองกุกตอบรับอย่างงงๆ

 

“ซูจินขอคุยกับคุณสักครู่ได้ไหมคะ” ซูจินมองซอฮยอนตาขว้างก่อนเปลี่ยนไปทำตาหวานใส่จองกุก

 

 

“ตอนนี้หรอ” จองกุกถามให้มั่นใจ ซูจินดูเหมือนจะต้องให้ได้เดี๋ยวนี้ตอนนี้ ทั้งที่เขากำลังทำงานอยู่

 

“ค่ะ ไม่นานหรอก” ซูจินยืนยัน

 

 

จองกุกคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกไป

 

“ไปรอข้างนอกนะครับ เดี๋ยวผมออกไป” จองกุกพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนที่คุยกับคนอื่นๆ

 

ซูจินยิ้มให้เล็กน้อยให้เพื่อนชาย แต่ไม่วายมองแรงใส่ซอฮยอนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนเดินออกไปรอข้างนอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ตะกี้มองหนูตาขวางเลยอ่ะ” ซอฮยอนฟ้องพี่ๆ เมื่อหัวหน้าจอนเดินออกไป

 

“ใคร ซูจินหรอ” รุ่นพี่ผู้ชายอายุไม่ห่างกันมากถาม

 

“ค่ะ ... อย่าบอกนะ ว่าหึงหนู”

 

“โอ๊ยย จะมาหึงอาไร้ เมียเขายังไม่มาหึงเลย ตัวเองเป็นแค่คนร่วมงาน” โบรากระแหนะกระแหน

 

“หูย ห่างเหิน เขาบอกว่าเขาเป็นเพื่อนหัวหน้าเรานะครับ” อีกคนแกล้งพูด

 

“ก็ให้เป็นเพื่อนจริงเหอะ เชอะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างเพรียวระหงยืนมองวิวด้านล่างที่กั้นด้วยกระจกสีเทาเพื่อรอคนที่เธอเพิ่งแสดงความจำนงว่าต้องการคุยด้วยไป ตั้งแต่เกิดเรื่องที่คอนโดวันนั้น เธอยังไม่ได้คุยกับจองกุกเลย จองกุกยังทำตัวเป็นปกติคือแม้จะเจอเธอก็ไม่ทักทาย ส่วนเธอนั้นก็เลือกที่จะไม่ทักทายเขาก่อนเช่นกัน เรียกได้ว่าหนีหน้าก็ได้

 

ซึ่งน่าผิดหวังนิดหน่อย ที่จองกุกดูไม่ได้สนใจเลย

 

 

 

จองกุกเดินมายืนด้านข้าง ทิ้งระยะห่างพอสมควร ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่ลับตา แต่ก็ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเดินผ่านไปผ่านมา

 

ด้านหน้าเขาเป็นกระจกทั้งแผง จึงไม่ค่อยมีคนมาใช้พื้นที่ตรงนี้เพราะแดดส่องเข้ามา

 

ซูจินเห็นว่าจองกุกมาแล้วก็ยังไม่พูดอะไร จองกุกก็ไม่พูดอะไร ทั้งสองยืนมองการจราจรข้างล่างอย่างเงียบกันอยู่ครู่ใหญ่ ไม่ใช่ว่าซูจินไม่รู้จะพูดอะไร เธอแค่รอเวลาเท่านั้นเอง

 

 

ทำเหมือนไม่กล้าพูด จะดูน่าสงสารกว่าไม่ใช่หรอ

 

 

 

“ขอโทษนะ/ขอโทษนะ” แต่พอจะพูด ก็พูดพร้อมกันเสียอย่างนั้น

 

 

“จองกุกอย่าขอโทษได้ไหม เพราะแบบนั้นซูจินจะยิ่งรู้สึกผิด เราทั้งสองต่างก็รู้.. ว่าจองกุกไม่ผิดเลย” ซูจินก้มหน้าพูดเสียงอ่อน

 

ชายหนุ่มหันหน้าหนี เพราะไม่อยากมอง ถ้าความรู้สึกทุกอย่างของซูจินทำให้เรื่องวันนั้นเกิดขึ้น มันก็คือความรู้สึกดีๆ ให้โทษซูจินคนเดียวคงไม่ได้ เขาก็มีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นเหมือนกัน

 

“...”

 

“ซูจินรู้นะว่าจองกุกรู้ .. รู้ว่าซูจินคิดอย่างไง แต่จองกุกก็ยังใจดี ยังเป็นเพื่อนกับซูจิน ... แต่ซูจินกลับทำลายความสัมพันธ์ดีๆ นั้น จองกุกคะ..”

 

จองกุกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อซูจินทำท่าเหมือนจะขยับเข้ามาจับมือเขา แต่ก็โล่งอกที่เธอเปลี่ยนไปกุมมือของตัวเองแทน

 

“มันอาจจะมากไปนะ แต่เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ได้ไหม จองกุกช่วยลืมเรื่องวันนั้นไปได้ไหม นะ” ซูจินขอร้อง

 

 

จองกุกมองอย่างคิดหนัก เป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนหนึ่งไม่ยากหรอก เป็นเพื่อนกับซูจินก็ไม่ยากเหมือนกัน แต่ให้เป็นเพื่อนกับคนที่..

 

ที่ผ่านมาจองกุกก็รู้มาตลอดว่าซูจินคิดอย่างไร เขาก็ยังรักษาความสัมพันธ์มาได้ แล้วทำไมจะทำต่อไปไม่ได้

 

 

 

“แล้วแต่คุณก็แล้วกัน”

 

 

ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวที่ยิ้มน้อยๆ เพราะดีใจ

 

 

“และก็ .. ขอโทษ” พูดจบเขาก็เดินออกไป

 

 

จองกุกมั่นใจว่าจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก

 

 

 

 

 

ซูจินยิ้มให้กับความเป็นเพื่อนที่คงอยู่ เธอผิดเอง ... ที่ปล่อยให้จองกุกกลับไปในวันนั้น

 

ถึงจะมั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจองกุกจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก แต่ก็ยังดีที่จองกุกยังยอมเป็นเพื่อนกับเธอ

 

เพราะมันหมายความว่าเธอยังมีโอกาสที่จะทำให้ครอบครัวนี้ .. แตกแยก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องอาหารในภัตตาคารหรูถูกใช้เป็นที่นัดทานอาหารของเหล่าผู้บริหารอยู่เสมอเช่นวันนี้ หากเป็นงานที่ใช้สำหรับสังสรรค์ คนก็จะเยอะ แต่ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแสดงความยินดีกับฮันกูรึมที่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว จุนกอลยังต้องการคุยเรื่องสำคัญ ณ ที่นี้จึงมีเพียงเขา ฮันกูรึม และจอนจองกุกเท่านั้น

 

 

“ดีใจกับตำแหน่งใหม่ด้วยนะครับ หัวหน้า” จองกุกแสดงความยินดีอย่างนอบน้อม

 

“ขอบคุณ นายก็ทำได้ดีเลยนะ”

 

 

ในแต่ละปีนั้น ใช่ว่าทุกคนจะได้รับการโปรโมตไปเสียทั้งหมด หลายปีที่ผ่านมาจองกุกได้รับการสนับสนุนมาอย่างดี ถึงปีนี้จะไม่ได้รับการตอบแทนที่เห็นเป็นรูปธรรม แต่การที่เขาเป็นคนที่รองประธานเชื่อใจให้ทำงานสำคัญตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ถือเป็นสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่า

 

 

“เออ ช่วงนี้ฉันไม่เห็นซูจินตามไปไหนมาไหนกับพวกเราเลย” จุนกอลถามถึงคนที่ไม่ได้เห็นเสียนาน

 

“ไม่ตามก็ดีแล้วครับ ไม่ใช่ที่ที่เขาจะไปอยู่ด้วยเลย” กูรึมพูดแรงอย่างนั้น แต่น้ำเสียงยังแสดงความเอ็นดู

 

จองกุกที่ฟังอยู่ด้วยถึงกับยกยิ้ม เขาคิดแบบนั้นมาตลอดหลายปี แต่จะพูดได้อย่างไร คนที่อนุญาตก็มีแต่กูรึมกับจุนกอล

 

ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ งานใกล้งานไกล น้อยมากที่ซูจินจะไม่ไปด้วย เพราะอย่างนั้นคนถึงคิดว่าเขาสนิทกัน แต่หลังจากเรื่องนั้น .. อืมม ซูจินก็ตามติดเขาน้อยลง มันทำให้เขาสบายใจที่จะคุยกับซูจินในฐานะเพื่อนจริงๆ

 

 

 

“คุณอายุเท่าไหร่ปีนี้ จองกุก” จุนกอลถามหลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระ

 

“สามสิบครับ”

 

 

“คุณกูรึม .. สามสิบนี่ เป็นผู้จัดการได้หรือยัง”

 

“ถ้าเป็นจองกุก .. เป็นได้ครับ” ฮันกูรึมตอบเจ้านายที่หันมาถาม มันไม่เกี่ยวกับอายุหรอก

 

 

อีกแล้วสินะ ที่เขาได้ยินคำชมที่โจ่งแจ้งอย่างนี้ จองกุกยิ้มออกมาอย่างเคยชิน

 

“ฉันจะทำให้นายได้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด .. แต่นายช่วยทำให้ลูกชายฉันได้เป็นผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ได้ไหม”

 

 

“...”

 

“แทกังมีสาขาใหม่ที่อังกฤษ ถ้าฉันส่งนายไปทำงานที่นั่น ลูกชายฉันจะได้เป็นผู้อำนวยการ..”

 

จองกุกนั่งฟังรายละเอียดอยู่สักพัก นี่เป็นเรื่องการเมืองในบริษัท ถึงจุนกอลจะไม่อธิบายมากเขาก็เข้าใจ จองกุกรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจุนกอลจะเลือกเขา

 

 

“รู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันเลือกนาย”

 

 

เพราะจองกุกเป็นคนที่มีความสามารถ แม้แต่รองประธานอีกคนหนึ่งยังเคยมาทาบทามให้เขาไปทำงานด้วย จองกุกไม่ใช่คนที่ซื่อสัตย์ขนาดไม่ยอมเปลี่ยนเจ้านาย เขาก็เป็นคนที่ต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตคนหนึ่ง เขาเลือกผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับมากกว่า

 

 

“และรู้ใช่ไหมว่านายจะได้อะไรบ้าง”

 

 

แม้จะไม่คิดว่าจะเป็นตัวเองจะถูกเลือก แต่จองกุกคิดคำตอบไว้แล้ว

 

 

 

 

 

“ผมตกลงครับ ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แค่เป็นเรื่องของคนอื่นก็รวดเร็วอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหรือเรื่องที่มีผลกระทบกับบริษัท ทำให้เรื่องที่จองกุกต้องไปทำงานต่างประเทศยิ่งทำให้คนรู้เรื่องเร็วขึ้น

 

แม้ว่าหัวหน้าตัวเองต้องย้ายไปทำงานที่อื่น และต้องมีหัวหน้าคนใหม่มาทำงานในทีม ซึ่งไม่รู้ว่าจะดีเหมือนจองกุกที่เป็นเจ้านายคนเก่าหรือไม่ แต่พวกเขาก็ยินดี ที่จองกุกจะได้ก้าวหน้าในอาชีพการงาน

 

 

ต่างจากผู้หญิงอีกคน ที่เมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองต้องไปทำงานต่างประเทศ กลับไม่รู้สึกยินดี

 

 

“เดี๋ยว .. อย่าเพิ่งไป” กูรึมเรียกซูจินไว้ หลังหญิงสาวทำกิริยาไม่เหมาะสม มีอย่างที่ไหน มาหยิบเอกสารไปอย่างกระฟัดกระเฟียด

 

“มีอะไรคะ” ซูจินหันมาตอบเหวี่ยงๆ หน้าตาไม่พอใจมาก

 

กูรึมถอนหายใจ ที่ซูจินเป็นอย่างนี้คงเป็นเพราะรู้เรื่องที่จองกุกต้องไปต่างประเทศแล้วแน่ๆ เขารู้ทุกอย่างจากการสังเกตนั้นแหละ รู้ว่าซูจินชอบลูกน้องของเขา และรู้ว่าลูกน้องเขาไม่ได้มีใจให้ผู้หญิงคนนี้สักนิด

 

 

“ชอบจองกุกมากขนาดนั้นเลยหรอ”

 

หญิงสาวเงยหน้ามาจ้องตาขวาง ในเมื่อถามตรงๆ เธอก็จะตอบตรงๆ

 

“ค่ะ ชอบ ชอบมาก ชอบมานานแล้วด้วย”

 

“แต่จองกุกมีครอบครัวแล้วนะ” กูรึมพูดต่ออย่างอ่อนใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากเรียกสติ เขาว่าซูจินไม่ใช่คนไม่ดีขนาดนั้น

 

“ทราบค่ะ” ซูจินตอบอย่างเย่อหยิ่ง

 

 

“เธอเป็นเด็กน่ารักนะซูจิน อย่าเข้าไปทำลายครอบครัวที่อบอุ่นของจองกุกเลย”

 

“ทำไมคะ ไม่ให้เข้าไปทำลายครอบครัวที่อบอุ่นของจองกุก แล้วให้เข้าไปทำลายครอบครัวที่ร้าวฉานของพี่แทนหรอ..”

 

“ซูจิน!!


















































Talk :

 

Grow Kookmin มี 3 พาร์ทนะคะ
และตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของพาร์ท 2

เรานี่ก็เดินทางกันมาไกลเหมือนกันนะคะ
จำได้หรือเปล่า เปิดเรื่องมาจองกุกอายุ 16 เอง
ตอนนี้สามสิบแล้ว ทุกคนคงไม่ทิ้งเราใช่มั้ย ...




-------

ทุกคนดูอ่อนโยนหลังจากที่เราบอกไปว่าอย่าด่าเรา
เราซาบซึ้งใจมากๆ นะคะ
และเราก็รู้นั่นแหละค่ะ ว่าทั้งหมดเป็นเพราะว่าทุกคนอินไปกับตัวละคร

เอาจริงๆ เรารู้สึกกดดันนะคะ ถ้าเนื้อเรื่องไม่เป็นแบบที่ทุกคนคิด
ทุกคนจะผิดหวังในตัวเราหรือเปล่า.. อะไรแบบนี้





อืมมมม ...
เห็นมีหลายคนกังวลเกี่ยวกับตอนจบของโกรกุกมิน

ที่รักคะ เราจะไม่สปอยล์ตอนจบ เด็ดขาด!!!!!!

แต่เราจะเขียนตอนจบแบบที่ทุกคนต้องการค่ะ

เอางี้นะคะ เข้า @JM1310Than
ไปจิ้มเลย ว่าอยากให้จบแบบไหน







หวังว่าตอนจบที่ทุกคนต้องการ จะเป็นแบบที่เราเขียนไว้นะคะ

รักและขอบคุณทุกคนนะคะ #GrowKookmin



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

438 ความคิดเห็น

  1. #425 worldaomz (@worldaomz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 08:40
    เหนื่อยกับซูจิน ..........
    #425
    0
  2. #287 Phiphiprimpan (@Phiphiprimpan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 19:27
    ถ้าเทอไม่จบเทอมาตบกับเราได้นะซูจิน
    #287
    0
  3. #201 leenutcha (@leenutcha) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:27
    จะอยุ่กับไรท์จนจบเลยค่าาาา แต่ช่วยเอานังซูจินออกไปด้วยนะคะ รำคาญ!!!!มากๆๆเลยค่ะ จองกุกควรออกห่างนังนี่ได้และ ตามเก่งงง เหม็นนนน
    #201
    1
  4. #200 karong2 (@karong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:39
    ไม่ชอบที่จองกุกไม่ชัดเจนเเบบนี้เลยอ่ะ
    #200
    0
  5. #199 Sunthree_55 (@Sunthree_55) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 17:34
    ซูจินเป็นแบบเค้าหลงรักยุนอาเลยอ่ะ
    #199
    0
  6. #198 iiiiczy (@iiiiczy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 14:09

    โอ้ย หน่วงๆอะ กลัวใจจองกุกจริงๆ ทำไมใจดีอะไรขนาดนั้นนน

    #198
    0
  7. #197 ApasananPanjom (@ApasananPanjom) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 07:02
    รำคาญซูจินได้ป่ะ แบบ รำคาญอยากบวก!
    #197
    0
  8. #196 JunhoeJimin (@JunhoeJimin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 06:28
    อ่ะ ซูจินจะเอาไงไหนว่ามาดิ!! เหนื่อยเเล้วนะ ปล่อยจองกุกกไปเถอะ ปล่อยเขามีความสุขกับครอบครัวเถอะ
    #196
    0
  9. #195 jikookkookmin (@jikookkookmin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 06:18
    ทำไมได้กลิ่นมาม่ารสต้มยำง่ะ
    นังซูจินก้โอ้ยยยยย จองกุกก้อีก งานนี้สงสารเเม่จีม
    #195
    0
  10. #194 <3JM (@Ai_Aluvis) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 06:05
    แง๊ อ่านเรื่องนี้ทีไรใจหวิวทุกที ตราบใดที่ซูจินยังไม่หายไปคือก็ยังกว่าอ่ะว่านางต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งกุกไปแน่ๆ กุกก็ใจดีจัง พ่อคนดี โถๆ เครียดเลย
    #194
    0
  11. #193 ThanatchaMeechun (@ThanatchaMeechun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 00:41
    เมื่อไหร่อีซูจีมันจะออกไปจากพร็อตเรื่องซักที รำคานมันเต็มทนล่ะนะ!!!!
    #193
    0