คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Assassination Classroom] ชั่วโมง April Fool's Day (Karma x Nagisa)

โดย MyNameHentai

เมื่อคำโกหกจากการแกล้งเล่นๆของนางิสะกลายมาเป็นคำสารภาพรักจากใจของคารุมะมาดูกันว่าเรื่องวุ่นๆในวันเอพิวฟูของทั้งคู่มันจะเป็นเช่นไร...

ยอดวิวรวม

7,085

ยอดวิวเดือนนี้

303

ยอดวิวรวม


7,085

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


127
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ก.ค. 60 / 18:20 น.
นิยาย [Fic Assassination Classroom] April Fool's Day (Karma x Nagisa) [Fic Assassination Classroom] ชั่วโมง April Fool's Day (Karma x Nagisa) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ดีจ้า~ไรท์พึ่งเคยเอาลงDek-dเป็นครั้งแรกอาจจะใช้คำพูดที่ไม่ค่อยเป็นนิยายๆซักเท่าไหร่ก็ต้องขออภัย ณ ที่นี่ด้วยนะฮะ นามปากกาของไรท์คือ"คุโระเนโกะ"นะฮะ ส่วนคู่ที่จะเเต่งในเรื่องเเรกคือ..."คารุมะ x นางิสะ"หรือ"คารุนางิ"...จาก Assassination Classroom นั้นเอง ไรท์ชอบคู่นี้มากๆจนมโนออกมาเป็นเรื่องๆได้เลยพอเอาเรื่องนี้ไปคุยกับเพื่อนที่ชอบคารุนางิเหมือนกันก็เลยชวนกันมาเเต่งนิยาย ตอนเเรกๆก็ เเต่งลงสมุดเล่นๆเเต่พอนานๆไปก็เริ่มจริงจังมากขึ้นจนสุดท้ายก็เอามาลงใน Dek-dให้ทุกคนได้อ่านกันอะนะ เรื่องที่จะบอกก็มีเเค่นี้เเหละ...อ๋อ!...อีกอย่างเรื่องนี้เป็น ช x ช นะใครไม่ชอบขออันเชิญกดออกไปได้เลยนะส่วนใครที่ไม่ได้กดออกก็ขอเชิญอ่านให้สนุกนะ  บาย~
#ปล.ของฝากเล็กๆน้อยๆนะฮะ




_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ก.ค. 60 / 18:20


ผมเป็นนักเรียนคนหนึ่งในห้อง3-Eชื่อ'ชิโอตะ นางิสะ'วันนี้ที่ห้องของพวกเราคึกคักกันเป็นพิเศษถ้าถามว่าทำไมล่ะก็ วันนี้เป็นวันที่ 1 เมษายนหรือวันเอพริลฟูลนั้นเองเป็นวันที่สามารถพูดโกหกได้โดยที่อีกฝ่ายจะไม่โกรธทุกคนในห้องจึงพร้อมใจกันเเกล้งใส่"อาคาบาเนะ คารุมะคุง"ส่วนสาเหตุที่เขาโดนก็เพราะเขาเป็นคนที่หน้าหมั่นไส้ที่สุดในห้อง

คารุมะคุงเป็นคนที่ชื่นชอบการกวนประสาทเป็นชีวิตจิตใจถ้าไม่ได้กวนซักวันเเทบจะขาดใจตายกันเลยทีเดียวเเละอีกอย่างเขาเป็นคนที่ชอบเเกล้งชาวบ้านทุกวันโดยเฉพาะผมT^T ผมเองก็ชักอยากจะเเกล้งคารุมะคุงขึ้นมาบ้างเเล้วสิที่ผ่านมาคารุมะคุงเเกล้งผมไว้ตั้งเยอะโอกาศเอาคืนก็มีเเต่วันนี้นี่เเหละ^^

'อืมมมมม~...เเล้วจะเเกล้งยังไงดีล่ะ'

ผมใช้เวลาในการวางเเผนเเกล้งคารุมะคุงอยู่นานสองนาน ก็เเน่ล่ะผมไม่มีหัวในเรื่องพวกนี้นี่น่าใครมันจะไม่เหมือนคารุมะคุงล่ะที่ในหัวมีเเต่คำพูดเสียดเเทงจิตใจคนไปทั่วน่ะ ถ้ามีคนที่มีนิสัยเหมือนกับคารุมะคุงก็ดีน่ะสิผมจะได้ไปขอคำปรึกษาเรื่องนี้กับคนคนนั้นซะเลย

"คิดอะไรอยู่เหรอนางิสะ"จู่ๆสาวสวยผมยาวสีทองก็เดินมาทักผม เธอชื่อ'นากามูระ ริโอะ'เป็นผู้หญิงที่มีนิสัยเหมือนคารุ-จริงสิ!เอาเรื่องนี้ไปปรึกษานากามูระซังดีกว่า

"เอ่อ...คือนากามูระซังผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาหน่อยจะได้มั๊ยครับ"

"อยากจะปรึกษาเรื่อง'เอาไอที่อยู่ตรงหว่างขา'ออกสินะ~อืมๆฉันเข้าใจนายอยากจะเป็นหญิงเต็มตัวเเล้วล่ะสิ~"นากามูระลากเสียงยาวเป็นการกวนประสาทร่างบางได้ดีเลยทีเดียว

"ไม่ใช่เเล้วครับ!"ด็อกเทล แกงเกอร์ รึไงเนี่ยที่ผมพูดเเบบนี้ก็เพราะวันก่อนผมไปหาคารุมะคุงเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับวิชาเลขเเต่ก็โดนตอบกลับมาเเบบนี้เป๊ะเลย

"เอ้า?ไม่ใช่หรอกเหรอ"นากามูระถามย้ำอีกครั้งเพื่อความเเน่ใจ

"ก็ใช่น่ะสิครับ!"ตอบด้วยเสียงหนักเเน่น

"เเล้วเรื่องที่อยากจะปรึกษาคืออะไรเหรอ?"วนกลับมาเรื่องเดิมได้ซักที

"คือผมอยากจะลองเเกล้งคารุมะคุงดูน่ะครับไหนๆก็เป็นวันเอพริลฟูลทั้งที"

'น...น่ารัก♥หมอนี่จะน่ารักไปไหนเนี่ยท่าทีที่เขินอายกับร่างกายที่เหมือนผู้หญิงนั้นอีกนี่ขนาดเราเป็นผู้หญิงเเท้ๆยังสู้ความน่ารักนั้นไม่ได้เลย'นากามูระที่กำลังรู้สึกอึ้งกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเเต่ก็ต้องหยุดอึ้งไว้เเค่นี้ก่อนเพราะเธอต้องช่วยร่างตรงหน้าคิดเเผนการเเกล้งเพื่อนผมเเดงซะก่อน

"เดี๋ยวแป็บนึงนะขอคิดก่อน"นี่ขนาดเป็นนากามูระซังนะเนี่ยยังต้องขอเวลาคิดเลย ถ้าเป็นคารุมะคุงล่ะก็...นั้นสินะ 'คิดปุ๊บทำปั๊บ'ทำนี้คงเหมาะที่สุดเเล้วล่ะ

ติ๊ก ต๊อก ติ๊ก ต๊อก...ผ่านไป 30 วินาที

"คิดออกแล้ว!!"เวลาผ่านไปได้ไม่นาน(ก็เเค่ 30 วิเองมันจะไปนานอะไร)นากามูระก็ปิ๊งไอเดียเด็ดออกมาได้เเล้ว

"ยังไงหรอครับ?"ผมรีบถามออกไปด้วยความตื่นเต้นเเละเเววตาที่เป็นประกายระยิบระยับ ก็นะคนมันอยากแกล้งนี่จะให้ทำอะไรก็ยอม...

"เอาหูมานี่สิ...ซุบซิบ ซุบซิบ...เเล้วก็พูดอย่างงี้นะ...ซุบซิบ ซุบซิบ...เเล้วก็อย่างงี้...เข้าใจมั๊ย"สงสัยผมคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ซะแล้ว ถ้าคารุมะคุงโดนแบบนั้นเข้าไปก็คงเสียใจน่าดูเลยผมเองก็ด้วย มันดูเเรงไปรึเปล่าผมก็ไม่เเน่ใจเหมือนกัน

"มันจะไม่เเรงไปหน่อยเหรอครับนากามูระซัง"ร่างบางถามสิ่งที่เขาคิดอยู่ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

"ไม่หรอกน่าคนอย่างหมอนั้นไม่สะทกสะท้านกับคำพูดเเค่นี้หรอก~(มั้งนะ)"นากามูระยิ้มกริ่มหน้าระรื่นมือทั้งสองผายไปไว้ด้านหลังและนำนิ้วชี้กับนิ้วกลางมาไขว้กันไว้เป็นความหมายแฝงถึงการ'โกหก'

"งั้นเหรอครับ"

"ก็ใช้น่ะสิ เอ้า!รีบไปได้เเล้ว"ว่าเเล้วนากามูระซังก็ผลักผมไปหาคารุมะคุงเเทบจะทันที

"ค...คารุมะคุง"

"เห~...มีอะไรงั้นเหรอนางิสะคุง~"เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งเรือนผมสีเเดงสดนัยน์ตาสีอำพันสวยหันมาหาร่างบางที่มาอยู่ข้างหลังเขา

"ค...คนอย่างคารุมะคุงน่ะ...ผ...ผมเกลียดที่สุด!"สิ้นสุดประโยคจากร่างบางความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วห้องบรรยากาศภายนอกห้องเรียนหยุดนิ่งลง ลมที่พัดให้ความรู้สึกสบายจนถึงเมื่อกี้กลับหยุดลง ไม่มีเสียงซุบซิบคุยกันของนักเรียนหรือแม้แต่เสียงนกร้อง

'อาคาบาเนะ คารุมะ'นักเรียนที่ใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกๆวัน(โดดเรียนคาบเช้าทุกๆวัน ไปหาเรื่องชกต่อยกับพวกนักเลงทุกๆวัน กวนประสาทชาวบ้านทุกๆวัน แกล้งนางิสะคุงทุกๆวัน)
เเละเป็นนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเป็นที่ 2 ของโรงเรียนคุนุกิงาโอกะ โรงเรียนชื่อดังเเต่ที่จริงเเล้วเป็นโรง เรียน 2 มาตราฐาน เรื่องนั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง!!!ตอนนี้ทำไมผมถึงโดนคนที่ชอบบอกว่าเกลียดล่ะ?

ใช่คนที่ผมชอบก็คือ'ชิโอตะ นางิสะ'นางิสะคุงเป็นคนเดียวที่ทำให้ในหัวของผมมีแต่ภาพของเขาได้ทุกเวลาแต่ตอนนี้หัวของผมมันว่างเปล่ามีเเต่สีขาวโพลนเต็มไปหมดคิดอะไรไม่ออกเลยไม่รู้จะทำหรือพูดอะไรต่อ ไม่รู้ ไม่รู้.....



ในหัวที่ว่างเปล่าของผมก็คิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้...'จริงสิ!วันนี้เป็นวันเอพริลฟูลนี่น่า นางิสะคุงต้องพูดโกหกผมเเน่ๆ' พอผมคิดได้อย่างงั้นจึงถามออกไป

"นางิสะคุงโกหกสินะ"ขอร้องล่ะบอกว่าโกหกที่เถอะ ผมสวดมนต์อ้อนวอนให้นางิสะพูดโกหกถึงการโกหกจะเป็นเรื่องไม่ดีเเต่ขอเเค่วันนี้ช่วยโกหกทีเถอะนะ

".........."นางิสะคุงไม่ได้ตอบอะไรกลับมาทำเพียงเเค่เดินหนีไปเเต่การกระทำนั้นทำเอาตัวผมไม่มีเเรงเหมือนสติจะหลุดหายไปไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเเต่ก็ต้องทำใจเเละเรียนคาบต่อไป

คาบที่ 3 ภาษาต่างประเทศ

อาจารย์ที่สอนคือ'อาจารย์เอรีน่า เจราวิช'หรืออีกชื่อที่ผมตั้งให้เธอคือ'บิชท์'สาวสวยผมบลอนซ์ทองจากเมืองนอกเธอเป็นครูประจำวิชาของห้อง 3-E เเต่ตัวจริงของเธอนั้นคือ'นักฆ่า'ที่ถูกส่งมาลอบสังหารเจ้าปลาหมึกตัวสีเหลืงหรือ'อาจารย์โคโระ'เจ้านั้น(?)เป็นทั้งครูประจำชั้นเเละก็เป้าหมายของพวกเราทุกคน...เเต่ก็ช่างเถอะผมไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก(ไรท์:ถึงจะพูดเเบบนั้นเเต่ก็อธิบายซะยาวเชียวนะ~//โดนสายตาอาฆาตจับจ้อง)
เรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเรื่องของนางิสะคุงต่างหากโดนบอกว่าเกลียดซะเเล้วจะทำไงต่อดีล่ะ 

'ไปขอโทษดีมั๊ยน้า~เเต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย
โธ่เอ๊ย!คิดมากไปก็ไม่ได้อะไรเริ่มง่วงซะเเล้วสินอนดีกว่า' ในระหว่างที่ร่างสูงกำลังเข้าสูงห้วงนิทรา อาจารย์สาวสวยก็เริ่มหงุดหงิดกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก

"ในการออกเสียงตัวRกับตัวLมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากแต่ถ้าพวกแกพยายามก็จะพูดได้สำเร็จเข้าใจมั๊ยไอพวกเด็กเหลือขอทั้งหลาย สำหรับคนที่พยายามฉันก็จะให้รางวัลเป็นจูบที่หวานชื่นเเบบสุดๆไปเลย แต่สำหรับคนที่ไม่พยายามก็จะเจอเเบบนี้...อาคาบาเนะ!!!" อาจารย์สาวสวยพูดชื่อของเด็กหนุ่มผมเเดงที่นอนฟุบโต๊ะอยู่หลังห้องพร้อมปาชอล์คไปที่เด็กหนุ่มหมายจะทำให้โดนกลางกระบานเเต่ก็...

พรึ่บ!

ร่างของเขาเบี่ยงตัวหลบจากชอล์คที่ปามาใส่อยากรวดเร็วพร้อมปล่อยรังสีอํามหิตกลับไปอย่างเเรง

"วันนี้เจ้าคารุมะเป็นอะไรของมันเนี่ย?" 'มาเอฮาระ ฮิโรโตะ'ผู้ชายที่มีเรือนผมสีทองเหลื่อมส้มนิดๆหันมาถามนากามูระ

"ไม่รู้สิ~"ถึงจะตอบว่าไม่รู้เเต่ที่จริงรู้ดีเชียวเเหละก็หล่อนเป็นคนบงการเบื้องหลังหนิ นากามูระตอบคำถามของมาเอฮาระไปอย่างกวนๆพร้อมหันไปหาเพื่อนผมฟ้าที่อยู่ข้างๆเป็นความหมายนัยๆประมาณว่า'ลองไปถามเขาดูสิ' 

"เเล้วนายล่ะนางิสะรู้รึเปล่า?"สาวตัวเล็กผมสีเขียวเธอเป็นเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของเขา'คายาโนะ คาเดเดะ'หันมาถามเพื่อนผมสีฟ้าอย่างสงสัย ทำให้ตอนนี้ทั้งสามคนหันมาหานางิสะกันหมดเลย คนที่โดนจ้องมองอ้ำอึ้งไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

"เอ๋!?...อ...เอ่อคือ..."สุดท้ายเขาก็ต้องจำใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทั้งสามคนฟัง

"55555สมน้ำหน้าเจ้าคารุมะมัน!"หลังจากที่ทั้งสองคนได้ฟังเรื่องจากเจ้าตัวจบเรียบร้อยเเล้วมาเอฮาระก็อดขำไม่ได้จนต้องระเบิดออกมาอย่างเต็มที่เเถมพูดเสียงดังด้วย

พรึ่บ!

เสียงการปาบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคยเเต่คราวนี้กลับไม่ใช้ชอล์คเเต่เป็นมีดสีเขียวที่เอาไว้สำหรับสังหารอาจารย์ปลาหมึกมันลอยผ่านหน้าเสือผู้หญิง(?)ที่กำลังนินทาเขาอยู่ไปไม่ถึงมิล เเละเเน่นอนว่ามาจากเด็กหนุ่มผมเเดงที่นั่งเเผ่รังสีอยู่หลังห้องและเป็นคนที่เขากำลังนินทาอยู่นั้นแหละ

ปัก!

"กรี๊ดดดดดดดด!!!"มีดที่ลอยผ่านหน้ามาเอฮาระไปก็ได้ไปปักที่กระดาษดำเฉียดคอของอาจารย์บิชท์ไม่ถึงมิลเช่นกัน

"ทำบ้าอะไรเนี่ยไอบ้าคารุมะ!!"มาเอฮาระเริ่มโวยวายเมื่อเกือบถูกฆาตกรรมโดยเจตนา

"โทษที โทษที พลาดไปหน่อย~"

"ไม่หน่อยเเล้วเฟ้ย!!"เถียงกลับทันควัน

"อ้อเหรอฉันพึ่งรู้นะเนี่ย~งั้นคราวหน้าจะเอาให้เเม่นๆเเบบกลางกระบาลไปเลยดีมั๊ย~"ถึงจะจิตตกกับเรื่องเมื่อเช้าเเต่ก็ยังกวนประสาทได้เหมือนเดิม

"ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นนนน!!!"มาเอฮาระรีบค้านกับข้ออ้างที่ฟังดูไม่ขึ้น ในระหว่างที่กำลังวุ่นวายอยู่นั้นสายตาของคารุมะและนางิสะก็ประสานกับโดยไม่รู้ตัวทำให้คารุมะต้องเบนหน้าหนีอีกฝ่าย เช่นเดียวกันนางิสะก็หลุบสายตาลงต่ำด้วยความรู้สึกผิด

กรี๊งงงงงงงงงง~

"อ๊ะ!?ดูเหมือนว่าจะหมดเวลาเเล้วสินะ" คายาโนะเอ่ยขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงออดหมดเวลาคาบที่สามเเละต่อไปก็เป็นเวลาพักกลางวันของพวกเรา

"อาจารย์บิชท์ค่ะหมดเวลาเเล้วนะค่ะรีบไปได้เเล้วมั๊งค่ะ นี่ก็เป็นเวลาพักเที่ยงเเล้วด้วย~"นากามูระเอ่ยบอกอาจารย์บิชท์ที่ตอนนี้ยืนตัวเเข็งเป็นหินไปเรียบร้อยเเล้วด้วยเสียงที่ขี้เล่นติดกวนนิดๆ

"นี่ไล่ฉันเลยเหรอ!?"เมื่ออาจารย์บิชท์ค่อยๆได้สติกลับมาก็หันไปถามพวกนักเรียนของตนที่ขับไสไล่ส่งเธอเมื่อหมดชั่วโมงสอน

"ก็ใช่น่ะสิครับถามอะไรโง่ๆ"โอคาจิมะเสริม

"อ...เอ่อ...เดี๋ยวนะ!นี้หลอกด่าว่าฉันโง่งั้นเหรอ!"อาจารย์บิชท์รีบถามกลับเพราะพึ่งรู้ตัวว่าถูกหลอกด่า

"ไม่ใช่หรอกครับ...ด่าตรงๆเลยต่างหากล่ะครับจารย์~"มุรามัตซึตอบไปอย่างกวนๆ

"หน๊อยเจ้าพวกเด็กบ้า!!!"อาจารย์บิชท์เริ่มเลือดขึ้นหน้า

"เเล้วอาจารย์ไม่ไปพักบ้างเหรอค่ะ"ฮินาโนะถามกลับพร้อมลอยยิ้ม

"อ...เอ่อนั้นสิเนอะ"ได้ยินที่นักเรียนหญิงผมสั้นสีส้มเเล้วอาจารย์บิชท์เองก็รู้สึกอยากจะพักขึ้นมาบางเหมือนกัน

"รีบๆไปพักได้เเล้วน่าจารย์บิชท์"เทราซากะตอกย่ำคำว่าบิชท์หนักๆ

ฉึ่ก!

เสียงของลูกสอนศรที่มีคำว่า'บิชท์'เสียดทะลุเเทงใจดำของเธอเข้าไปเต็มๆ วิญญาณของอาจารย์บิชท์หลุดลอยออกไปอีกครั้ง ร่างไร้วิญญาณของอาจารย์บิชท์ค่อยๆเดินออกไปจากห้องเรียนอย่างโซซัดโซเซ

"นางิสะกินข้าวกัน^^"เมื่อจบการกวนประสาทอาจารย์บิชท์เเล้วคายาโนะก็หันข้างมายิ้มให้นางิสะในมือถือข้าวกล้องสีเขียวพูดชวนนางิสะให้มากินข้าวด้วยกัน

"อืม"นางิสะตอบรับคำชวนของคายาโนะอย่างเต็มใจ(ตามมารยาท)

"จะว่าไปเเล้ว...งั้มๆ...ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า...งั้มๆ...คารุมะคุงคนนั้นจะ... งั้มๆ ...จิตตกได้เพราะคำพูดของนายน่ะ ...งั้มๆ..."คายาโนะพูดพรางเคี้ยวอาหารกลางวันที่เตรียมมาไป

"อย่าพูดไปทานไปสิครับคายาโนะ"นางิสะพูดเตือนคายาโนะที่ทำกริยามารยาทบนโต๊ะอาหารไม่เรียบ ร้อย

"อ๊ะ!?โทษทีๆมันเผลออะนะ เเหะ เเหะ" คายาโนะหัวเราะเเห้งๆให้กับการกระทำที่พึ่งรู้ตัวของตน

"นี่คายาโนะผมควรจะไปบอกความจริงกับคารุมะคุงดีหรือเปล่าครับ"นางิสะยกหัวข้อเรื่องที่ตัวเองกลุ้มใจมาคุยในระหว่างทานอาหารกลางวัน

"อืมมม...ก็ดีนะตอนหลังเลิกเรียนก็ไปบอกความจริงกับคารุมะคุงซะนะ^^" ยิ้มให้กำลังใจกับเพื่อนผมฟ้า มันเป็น การให้กำลังใจเเบบฉบับของเธอ

"ขอบคุณสำหรับการให้กำลังใจนะครับ"ได้ฟังคำให้กำลังใจจากเพื่อนสาวเเล้วเขาเองก็รู้สึกสบายใจ

《ขอตัดมาตอนเย็นหลังเลิกเรียน》

ในห้อง3-Eหลังเลิกเรียนที่นักเรียนทุกคนน่าจะกลับบ้านกันไปได้เเล้ว กลับมีร่างของคนสองคนอยู่ในห้อง ร่างบางเรือนผมสีฟ้าที่กำลังรวบรวมความกล้าเเละร่างสูงที่กำลังเป็นหมาหงอย(?)อยู่ใช่พวกเขาคือ อาคาบาเนะ คารุมะ เเละ ชิโอตะ นางิสะ (พระเอกเเละนางเองของเรานั้นเอง)

ครืดดดดด~

เสียงลากเก้าอี้ไม้จากทางด้านหน้าห้องเรียนและแน่นอนว่าคนที่ทำคือร่างบาง เขาเดินไปหลังห้องไปยังโต๊ะของเพื่อนสนิทผมแดง

"คารุมะคุง~อรุณสวัสดิ์ยามเย็นนะครับ"ร่างบางเดิมมานั่งยองๆตรงข้างซ้ายของเพื่อนผมเเดงที่ฟุบโต๊ะโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยเเม้เเต่น้อย

"น...นางิสะคุง!?...เกลียดฉันเเล้วไม่ใช่เหรอยังจะมีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกันอีกล่ะ?"พอเรียกสติกลับมาได้เเล้วเขาก็หันไปมองร่างบางที่มานั่งข้างๆตัวเขาพร้อมถามคำถามกลับอย่างรัวด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวเหมือนคนใกล้ตาย
(คารุมะ:เเล้วอยากตายปะล่ะไรท์~
    ไรท์:เกรงใจครับพี่!!!)

"เอ่อคือเรื่องนั้น...ผ...ผมโกหกน่ะขอโทษนะคารุมะคุง"ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูงตามเดิมพร้อมก้มหัวขอโทษเพื่อนผมแดง 

"...0.0..."เมื่อได้ฟังคำสารภาพทั้งหมดแล้วตัวเขาก็กลับมาร่าเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หัวใจที่หอเหี่ยวถูกเติมเต็มจนพองโต ในหัวที่ก่อนหน้านี้ว่างเปล่าตอนนี้กลับมีความคิดที่จะแกล้งร่างบางผุดขึ้นมาเต็มไปหมด

"ฉันไม่ยกโทษให้หรอกนะ~"คารุมะพูดพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา นางิสะคุงบังอาจมาทำกับฉันได้นะฉันจะเอาคืนเป็นสองเท่าไม่สิสิบเท่าเลยคอยดู

"ท...ทำไมล่ะครับ?ผมก็ขอโทษคารุมะคุงไปเเล้วหนิ"ตัวเขาไม่เข้าใจกับคำพูดนั้นทั้งที่เขาก็บอกขอโทษไปแล้วเเต่ทำไมอีกฝ่ายถึงยังไปยกโทษให้อีก

"ไม่ก็คือไม่"คารุมะพูดปฏิเสธเสียงแข็ง

"เเล้วคารุมะคุงจะให้ผมทำยังไงคารุมะคุงถึงจะยกโทษให้ล่ะครับ"

'ติดกับแล้ว'
 
"หึ"ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเเละหางเดวิลปรากฎขึ้นมาให้เห็นถึงความเจ้าเล่ห์

"?"

"จูบฉันหน่อยสิ"ถึงจะเป็นประโยคสั้นๆเเต่ก็ได้ใจความชัดเจน คารุมะผละจากที่นั่งของตนแล้วเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย

"เอ๋!!!เเต่ว่าเรื่องเเบบนั้นมัน0///0" ร่างบางตกใจอย่างหนักเมื่อได้รู้ว่าคนที่เขาไปง้อ(?)บอกให้ทำอะไรใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่อ

"ถ้านางิสะคุงไม่ยอมทำฉันก็จะไม่ยอมคุยกับนางิสะคุงอีกเลยนะ~"คารุมะเสนอข้อตกลงที่รู้ๆกันอยู่เเล้วว่ายังไงนางิสะก็ต้องยอม

"......"ร่างบางเงียบไปซักพักใหญ่ถึงจะเห็นนิ่งๆแบบนี้ก็เถอะนะ...'จ...จะทำยังไงดีผ...ผมต้องจูบคารุมะคุงเลยนะ จ...จูบ///'ในหัวตอนนี้กำลังตีกันวุ่นเลยทั้งความเขิน อาย ดีใจ ตื่นเต้น 

"จะทำหรือไม่ทำ"คารุมะใช้คำพูดบีบให้อีกฝ่ายยอมโดยเร็ว

"ท...ทำก็ได้ครับ///"สุดท้ายตัวเขาก็ต้องยอมกับความเอาเเต่ใจของเพื่อนร่างสูง

"ดีมากอ๊ะ...เร็วสิ^^"ร่างสูงที่ตอนนี้กำลังยิ้มร่าโน้มหน้าให้ลงมาเท่ากับความสูงของร่างเล็กอย่างพอดี ใบหน้าค่อยๆเข้าไปใกล้ร่างเล็กอย่างช้าๆ

ก...ใกล้มาก!!หัวใจเต้นเเรงไม่หยุดเลย 

ริมฝีปากของร่างทั้งสองค่อยๆประกบกันอย่างช้าๆเป็นการจูบที่อ่อนนุ่ม 

"0///0!!!!!"นัยน์ตาสีฟ้าสดเบิกตากว้างเมื่อคารุมะใช้ลิ้นร้อนรุกร่ำเข้ามาในโพรงปากของเขา 

ลิ้นหนาค่อยๆไล่ต้อนลิ้นเล็กๆของนางิสะอย่างหยอกล้อไปมา นางิสะเริ่มที่จะขัดขืนกับการกระทำของคารุมะใช้มือที่บอบบางดันแผงอกของคารุมะออกเพื่อที่จะหลุดพ้นจากจูบอันเร้าร้อนแต่ก็ไร้ผล คารุมะกลับใช้มือเรียวดันท้ายทอยของเขาให้เข้ามารับจูบอันเร้าร้อนไว้

"อื้อออออ"การจูบของพวกเขาผ่านมาเป็นเวลานานจนร่างบางเริ่นที่จะขาดอากาศหายใจและร้องบอกอยู่ในลำคอ คารุมะที่เห็นดังนั้นจึงยอมปล่อยให้ร่างบางเป็นอิสระและเมื่อร่างบางถูกปล่อยก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที

"อร่อยมากๆเลยล่ะ"คารุมะที่ยืนมองภาพคนที่เขาพึ่งจับจูบไปได้ไม่กี่นาทีหอบหนักอยู่กับพื้นและมีใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำพึมพำออกมาเบาๆ

"อ...อะไร...แฮ่กๆ...นะ...ครับ...แฮ่กๆ"นางิสะถามออกมาด้วยความยากลำบากพร้อมกอบโกยอากาศเข้าปอดมากที่สุด

"เปล่าหรอกไม่มีอะไร"

"ค...เเค่นี้ก็พอแล้วใช่มั๊ยครับ///"

"อืม^^"

"งั้นพวกเราก็กลับกันเถอะครับ"ผมรีบเปลี่ยนเรื่องที่คุยเพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าที่เเดงเป็นมะเขือเทศจากสถานะการเมื่อกี้นี้และกำลังจะไปหยิบกระเป๋ากลับบ้านเเต่ก็โดนคารุมะคุงพูดขัดขึ้นมาซะก่อน

"คงจะยากอยู่นะ"คารุมะพูดด้วยท่าทีสบายๆเหมื่อนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ทำไมล่ะครับ?"เเค่เดินกลับบ้านเองมันจะไปยากอะไร? ผมหันไปถามอีกครั้งด้วยใบหน้าที่งุนงง

"นางิสะคุงก็ลองมองออกไปข้างนอกดูสิเดี๋ยวก็รู้เองเเหละ~"คารุมะไม่ยอมบอกคำตอบที่เเน่ชัดออกมาแต่กลับชี้นิ้วไปทางหน้าต่าง

"ข้างนอก?ฝนมันจะตกลงมารึไงนะ"ผมพึมพำออกมาก่อนที่จะหันไปตามที่นิ้วมือของคารุมะคุงชี้ไป

                                                               ฝ...ฝนตก!!!!!!!!

นางิสะรีบวิ่งไปที่ข้างหน้าต่างเพื่อดูให้เเน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป ในระหว่างที่พวกเขากำลังจู๋จี๋(?)กันฝนก็ดันตกลงมาซะงั้นอย่างกับว่าพระเจ้าประทานฝนนี้มาเพื่อให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันนานขึ้นอีกนิดก็ยังดีและมันก็ได้ผลดีทีเดียว

"ตกลงมาซะแล้วสิ~"คารุมะชโงกหน้าเดินตามมาดูอย่างทองไม่รู้ร้อน

"เเย่ล่ะสิ!?ผมลืมพกร่มมา!?"นางิสะพึ่งนึกได้ว่าเขาลืมพกร่มมาทั้งที่ตอนเช้าเขาเองก็ฟังคำพยากรณ์อากาศแล้วแท้ๆ

"บังเอิญจังนะ~ฉันก็ลืมเหมือนกัน"

"มันไม่ใช่เวลามาใจเย็นอยู่นะครับ!"

"ทำไมล่ะ?"

"เฮ้อ~แล้วที่นี้พวกเราจะกลับยังไงล่ะครับ"

"วิ่งฝ่าฝนไปไง~"คารุมะเสนอวิธีแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุดสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้...(เหรอ)

"อ...เอางั้นเลยหรอครับ"

"อืม รีบไปเถอะก่อนที่ฝนมันจะตกหนักไปมากกว่านี้น่ะนะ~"

"ตะ...แต่ว่า..."
 
"เร็วๆสิ นางิสะคุง~"

"อ่า...ครับ"เเละเเล้วพวกเขาสองคนก็วิ่งฝ่าฝนไอย่างเร็วก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงบ้านหลังหนึ่ง

ณ บ้านอาคาบาเนะ

"เเล้วทำไมถึงเป็นบ้านคารุมะคุงล่ะ?" 

"ก็บ้านฉันอยู่ใกล้กว่าบ้านของนางิสะคุงนี่น่าเเล้วอีกอย่างถ้าฉันไปส่งนางิสะคุงก่อนฉันก็ต้องเดินกลับคนเดียว น่ะสิ"คารุมะพูดให้เหตุผล(?)และหยิบกุญแจขึ้นมาไขประตู

"เเล้วT_T"

"ก็ฉันเหงา~"หันกลับมายิ้มอย่างร่าเริงนี้คือสีหน้าของคนที่มีอาการเหงางั้นเหรอ?

'ทำตัวเป็นเด็กไปได้นี่พวกเราอยู่ ม.3 เเล้วนะ!!!'นางิสะเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการเอาเเต่ใจของคนตรงหน้าเขาจริงๆ

"ไหนๆก็มาเเล้วเข้ามาก่อนสิเดี๋ยวฉันเตรียมผ้าขนหนูให้ แล้วอีกอย่างอยู่ในชุดเปียกๆแบบนั้นเดี๋ยวก็หวัดกินหรอกนะ"นิ้วเรียวชี้ไปยังชุดที่เปียกของนางิสะพร้อมยกยิ้มที่มุมปากนิดๆ


"อื้ม....งั้นก็ขอรบกวนหน่อยนะครับ"ร่างบางยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างว่าง่าย เพราะอะไรน่ะเหรอก็รู้ๆกันอยู่ว่ายังไงเขาก็เถียงเเพ้อยู่ดีนั้นเเหละถึงจะดิ้นรนเเค่ไหนสุดท้ายก็ไม่รอด สมมุติว่าถ้าตอนนี้เขารีบวิ่งหนีไปก็คงจะโดนไล่ตามจนหาตัวเจอเเละโดนอุ้มกลับมาอยู่ดีเพราะฉะนั้น...ยอมๆไปเถอะ...

'คิดซะว่ามาสำรวจสถานที่ใหม่ละกัน'
.
.
.
.
.
.
.

"อ๊ะ...นี่ผ้าขนหนู"เมื่อทั้งสองคนเขามาหลบฝนกันเรียบร้อยเเล้วคารุมะก็ส่งผ้าขนหนูให้นางิสะที่นั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนโซฟาที่ห้องรับแขก

"ขอบคุณครับ"นางิสะกล่าวคำขอบคุณเเละยื่นมือไปหยิบผ้าขนหนูมาว่างบนตัก แกะยางรัดผมออกทั้งสองข้างออกผมสีฟ้าถูกปล่อยสยายยาวประบ่าและมีหยดน้ำฝนเกาะตามเส้นผมก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้แห้ง

"ท่าทางจะไม่หยุดตกง่ายๆแฮะ นางิสะคุงจะค้างที่นี่ก็ได้นะ~"คารุมะพูดพลางย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาอีกด้านตรงข้ามกับของนางิสะ

"เอ๋!? จะดีเหรอครับ?"นางิสะเด้งตัวจากโซฟาอีกฟากหนึ่งมายังโซฟาที่มีคารุมะนั่งอยู่อย่างตื่นเต้นตัวเขาไม่เคยได้ไปนอนค้างบ้านใครมาก่อนเลย นี้จึงเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเขาเลยก็ว่าได้

"อ...อืม ดีสิมีเพื่อนมานอนที่บ้านก็ต้องสนุกอยู่แล้ว"คารุมะตกใจนิดๆเมื่อจู่ๆนางิสะก็พุ่งเข้ามาใกล้ก่อนจะตอบยินยอมให้นอนค้างได้ มีคนที่ชอบมานอนที่บ้านทั้งทีมันก็ต้องสนุกอยู่แล้ว จริงมั๊ย? J
(ไรท์:เดี๋ยวๆคำว่า'สนุก'ในที่นี้หมายถึงอะไรหรอ?
คารุมะ:มันก็ต้องเรื่องบน...
ไรท์:okพอๆ)

"งั้นขอรบกวนซักคืน...นะครับ"คำว่า'เพื่อน'หรอ...ตัวผมอยู่ในสถานะเพื่อน...สินะ นั้นสิมันก็ต้องเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วถึงผมอยากจะอยู่ในสถานะอื่นก็เถอะนะ นางิสะตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาบางแทบไม่ได้ยิน

"ถ้าเป็นนายล่ะก็..."คารุมะพูดเว้นไว้ก่อนที่แขนเรียวจะโอบเอวบางดึงลงมานั่งตักแกร่งของตน

"หวา!?"ด้วยแรงอันมหาศาลที่ดึงตัวนางิสะลงมา ทำให้เขาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเซล้มลงไปซบหน้าลงกับแผงอกของอีกฝ่ายอย่างจัง เดี๋ยวสิ!แบบนี้ก็แสดงว่าผมกำลังคร่อมตักคารุมะคุงอยู่น่ะสิ!////

"...จะมานอนที่นี่ตลอดไปเลยก็ยังได้นะ~"พอนางิสะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับดวงตาสีเหลืองอัมพันที่ฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด คารุมะก็เอ่ยกระซิบประโยคที่มีความหมายเป็นนัยที่ข้างหู ลิ้นร้อนค่อยๆไล่เลียใบหูเล็กอย่างเย้าหยอก

"อ๊ะ...คารุ...มะ...อื้อ~...คุง"ไล่ลงไปเรื่อยๆจนลงมาถึงลำคอขาวและทำการขบเม้มลอยกลีบกุหลาบสีแดงสดแสดงความเป็นเจ้าของ

"หืม?อะไรงั้นหรอ~นางิสะคุง"คารุมะผละออกจากต้นคอขาวพร้อมช้อนตามองนางิสะที่ตอนนี้กำลังหอบหนักจากการทำคิสมาร์กของเขา ภาพนั้นทำให้คารุมะแทบอดใจไม่ไหวอยากจะจับร่างบางกดตรงนี้ซะจริง

Rrrrrrrrrrr

เสียงสั่นจากการเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของคารุมะดังขึ้นมาขัดจังหวะเลิฟซีน(ที่สุดแสนจะฟิน)ของพวกเขาสองคนแต่คารุมะก็ยังไม่ยอมผละออกจากของเล่นของเขา(?)ซ่ำแล้วยังทำเป็นไม่สนใจอีกต่างหาก

Rrrrrr Rrrrrr Rrrrrr

มือถือในกระเป๋ากางเกงยังคงสั่นอย่างต่อเนื่องไปเป็นจังหวะจนกว่าจะมีใครซักคนมารับสาย คารุมะยังคงทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจซักนิด จนนางิสะที่ควบคุมสติของตนกลับมาได้แล้วเอ่ยปากถาม

"จ...จะไม่รับสายหน่อยหรอครับ?"นางิสะพูดน้ำเสียงที่ฟังดูสั่นนิดๆและใบหน้าขึ้นสี

"อะไรงั้นหรอ?"คารุมะยังคงทำเป็นใสซื่อฉีกยิ้มกว้างและถามถามกลับไปหน้าตาเฉยอย่างกับเด็กที่หนีความผิดไม่มีผิด

"สายเข้าไม่ใช่หรอครับ?นั้นน่ะ"คราวนี้นนางิสะไม่ทำเพีบงพูดอย่างเดียว มือเล็กยกขึ้นมาในระดับอกก่อนจะใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่กระเป๋ากางเกงข้างขวาของคารุมะและกระตุกนิ้วสองสามที

"ชิ"คารุมะสถบออกมาเบาๆก่อนจะล้วงมือไปหยิบมือถือเจ้ากรรมขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงและกด...ตัดสายทิ้ง!!!...และเก็บมันกลับเข้าที่เดิม

"เดี๋ยวสิครับคารุมะคุงจะตัดสายทิ้งทำไมน่ะ"

"ก็มันน่ารำคาญ"คารุมะตอบไปอย่างปัดๆด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างแรง

"ถึงมันจะน่ารำคาญแต่ก็ไม่ควรไปตัดสายทิ้งแบบนั้นนะครับถ้าเกิดคนที่เขาโทรมามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยล่ะครับจะทำยังไง"นางิสะดุให้กับคำตอบแบบเด็กๆที่คารุมะตอบมา

"นายเป็นแม่ฉันรึไง"พูดไปก็ปลายตามองนางิสะไปอย่างงอนๆ

"เอ๋?จะว่าไปคุณพ่อกับคุณแม่ของคารุมะคุงไปไหนเหรอครับเข้ามาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นเจอเลย"นางิสะเริ่มตั้งข้อสงสัยขึ้นมาใหม่เมื่อคารุมะพูดถึงเรื่องคุณแม่

"เห~นางิสะคุงสนใจเรื่องครอบครัวของฉันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?"คารุมะพูดใส่ร่างตรงหน้าที่กำลังนั่งทับตักของเขาอยู่อย่างแหย่ๆกะจะทำให้หน้าหวานนั้นขึ้นสีแดงเล่นๆเป็นการสนุก

"ก...ก็นิดนึงนะครับ-///-"ใบหน้าหวานขึ้นสีตามที่คารุมะกะไว้จริงๆแต่

"//////"คำถามที่คารุมะพูดไปเพื่อตั้งใจจะเเกล้งอีกฝ่ายให้หน้าเเดงเล่นๆเเต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาหน้าเเดงด้วยเช่นกัน

"คารุมะคุงไม่สบายรึเปล่าครับหน้าเเดงเชียว///"นางิสะที่เห็นใบหน้าขึ้นสีแดงๆเหมือนจะเป็นไข้ของคารุมะก็ได้ทักขึ้นแต่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเพราะอะไร

"นายก็เหมือนกันนั้นเเหละ///"คารุมะที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายก็ถามกลับ

"ไม่ได้เเดงซักหน่อย"พูดไปก็ทำเเก้มป่องไปจนอยากจะเอามือเข้าไปหยิกซักรอบสองรอบจริงๆ

"อ่อ!จะว่าไปฉันลืมบอกเรื่องสำคัญไปซะสนิทเลย"คารุมะกำหมัดหลวมๆพร้อมทุบลงไปบนฝ่ามือเบาๆเหมือนพึ่งนึกเรื่องสำคัญออก

"เรื่องอะไรเหรอครับ?"

"นายยังจำเรื่องที่ฉันขอให้นายจูบฉันได้ใช่มั๊ย"

"อืม"จำได้สิไอคำขอไม่สิคำสั่งมาก กว่าที่ให้ผมจะ...จูบ/// พอนึกถึงเรื่องที่เขาผ่านเจอมาใบหน้าของร่างบางก็เริ่มขึ้นสีอีกครั้ง

"ดีใจจังเลยที่นายยังจำได้อยู่นะ~"เห็นใบหน้าที่ขึ้นสีนั้นเเล้วคารุมะก็อดที่จะพูดหยอกไม่ได้

"เลิกเเกล้งผมซักทีเถอะครับ"นางิสะรู้ทันว่าคารุมะคิดที่จะใช้คำพูดแกล้งเขาอีกเหมือนทุกครั้ง

"จ้าๆ"ร่างสูงตอบไปเเบบส่งๆโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกผิดเลยซักนิด

"เเล้วตกลงเรื่องสำคัญที่ว่ามันเกี่ยวอะไรกับคำสั่งนั้นเหรอครับ?"

"ฉันโกหกน่ะ^^"หันมายิ้มให้อย่างร่าเริงสุดๆที่ได้แกล้งร่างบาง ไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่ในใจเลยซักนิด

สตั้น 3 วิ
 
ความเงียบค่อยๆคืบคลานเข้ามาเหมือนกับอยู่ในป่าช้าที่ผีโผล่ออกมาเมื่อไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลกก่อนที่คารุมะจะโบกมือไปมาหน้าเพื่อนผมฟ้า

"นางิสะคุง~"

"..."

"นางิสะคุงงงงงงงง~~"

"..."

"นางิสะจัง"

"...!?..."

"นา-งิ-สะ-จัง♥"

"อย่าย้ำคำว่า'จัง'จะได้มั๊ยครั-!?"เมื่อได้สติกลับคืนมานางิสะก็พบว่าหน้าของคารุมะได้เข้ามาใกล้มากห่างไปไม่ถึงสิบเซนซะด้วยซ้ำ

"อะไรเหรอ?"คารุมะที่เห็นใบหน้าหวานขึ้นสีก็แกล้งทำเป็นใสซื่อแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม

"อ...อย่านะก...ใกล้เกินไปแล้ว0///0"นางิสะใช้แรงทั้งหมดดันแผงอกของคารุมะออกเพื่อให้หน้าของเขาทั้งสองคนออกห่างกันและแน่นอนว่าไร้ประโยชน์เหมือนเคย

"เห~นางิสะคุงเกลียดฉันเหรอ?0^0" คารุมะทำสายตาอ้อนๆและน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าๆปนกวนนิดๆเป็นการแกล้งที่เขาถนัดและดูเหมือนว่านางิสะจะติดกับซะด้วย

"ม...ไม่ใช่นะครับ"ไม่ใช่นะผมน่ะไม่ได้เกลียดคารุมะคุงซักหน่อยที่จริงแล้วผมน่ะชอบคารุมะคุงที่สุดเลย...อยากจะบอกออกไปให้คารุมะคุงได้รับรู้แต่ตัวผมในตอนนี้คง...

"แล้วนางิสะคุงคิดยังไงกับฉันล่ะ?"คารุมะเริ่มเปลี่ยนท่าทีมาจริงจังมากขึ้น ทั้งน้ำเสียง ทั้งสีหน้า และตำแหน่งจากตอนแรกที่นางิสะนั่งคร่อมอยู่บนตักคารุมะดีๆกลายมาเป็นว่าเขาโดนคารุมะคร่อมซะเอง

ตึก ตัก ตึก ตัก 

"ช.../////"อยากจะบอกความรู้สึกทั้งหมดที่มีออกไปให้รู้ว่าตัวผมน่ะ'ชอบคารุมะคุง'เเต่พอเวลาที่คารุมะคุงเข้ามาใกล้ทีไรหัวใจของผมเป็นต้องเต้นแรงทุกที

ใบหน้าของทั้งสองเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนของอีกฝ่าย หัวใจดวงเล็กๆของนางิสะเต้นแรงขึ้นจนเจ้าตัวทำอะไรไม่ถูก 

"...'ชะ'...อะไรเหรอนางิสะคุง?"เมื่อเห็นท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกของนางิสะเขาก็อดที่จะแกล้งไม่ได้

"ชะ...ชะ...ชิ่งหนี!!!"ว่าแล้วเขาก็ปัดมือข้างที่ไม่ได้ติกกับเบาะพิงตรงโซฟาของคารุมะออกอย่างแรงแล้วหลับหูหลับตาออกตัววิ่งสุดแรงขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน

"เดี๋ยวสินางิสะคุงจะไปไหนน่ะ!?"ผมมองตามนางิสะคุงที่หน้าแดงเป็นมะเขือเทศแดงก่ำจนสุดทาง

"แล้วจะวิ่งไปห้องไหนล่ะนั้น?"ผมยืนเกาหัวแบบงงแล้วตัดสินใจค่อยๆเดินตามนางิสะคุงไปอย่างช้าๆ
(ไรท์:ชีวิตslow lifeเนอะ)

ณ ที่มืดแห่งหนึ่งภายในบ้านของคารุมะ

"แล้วเราวิ่งมาห้องไหนล่ะเนี่ย?มืดจังสวิทช์ไฟอยู่ไหนกันนะ?"ผมค่อยๆเดินตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆเพื่อที่จะหาสวิทช์ไฟแต่ก็ดันสะดุดเข้ากับอะไรบ้างอย่างจนตัวถลาไปข้างหน้า ผมหลับตาปี๋เพราะรู้ชะตากรรมของตัวเองดีว่าจะต้องล้มหน้าทิ่มแน่นอน

โครม!!

"เอ๋?ไม่เจ็บแฮะ?"ผมดันตัวขึ้นก่อนที่จะสังเกตุว่าตัวเองพึ่งจะล้มไปแท้แต่ทำไมถึงไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย

"หืม?นุ่มจังเป็นเบาะสินะ?"ผมลองใช้มือกดลงไปที่สิ่งที่ตัวเองนั้งทับอยู่และสัมผัสที่ได้รับคือความนุ่มนิ่ม

"แล้วตกลงนี้มันห้องอะไรกันแน่เนี่ย!!!...อ๊ะ!?"ผมเริ่มที่จะหัวเสียเมื่อยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าห้องที่กำลังอยู่นั้นมันเป็นห้องอะไร

"ก็ห้องฉันไง~นางิสะคุง~^^"ก่อนที่จะมีเสียงของใครบ้างคนดังตามมาพร้อมกับแสงสว่างจากหลอดไฟในห้องที่ถูกเปิดและจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

"ค...คารุมะคุง...0///0"ร่างบางหน้าแดงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนผมแดงเพราะมันทำให้เขานึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้

《ขอย้อนกลับไปก่อนที่นางิสะ(จัง)จะลื่นล้ม》

 นางิสะคุงวิ่งไปห้องไหนกันนะ?อืมมม...ชั้นสองก็มีแค่3ห้อง ห้องนอนของพ่อกับแม่คนละห้องแล้วก็ห้องของเรา.....
 
'ลองไปดูห้องนอนแม่ก่อนก็แล้วกัน...'เมื่อตัดสินใจได้แล้วผมจึงเดินไปที่ห้องของแม่ แต่ผมก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียง โครม!!! ผมเดินตามหาต้นเสียงจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องของตัวเอง

'ไม่มั้งนางิสะคุงจะมาอยู่ห้องเราได้ไงจริงมั๊ย อะไรมันจะไปบังเอิ-'ผมคิดว่านางิสะคุงคงไม่ได้มาอยู่ในห้องของผมหรอก

"แล้วตกลงนี้มันห้องอะไรกันแน่เนี่ย!!"แต่ผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้ยินเสียงของนางิสะคุงที่ดังมาจากด้านในห้อง

'อยู่จริงๆด้วยเหรอเนี่ย นางิสะคุง~'ผมพูดกับตัวเองเบาๆพร้อมเปิดประตูเข้าไปในห้อง

"ก็ห้องฉันไง~นา-งิ-สะ-คุง"ไฟถูกเปิดขึ้นทำให้ทัศนียภาพรอบด้านสว่างขึ้นทันตาเห็น ผมมองไปยังร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงของผมอย่างเอ็นดู
(ไรท์:แหลลลลอยากจับกดสิไม่ว่า~
  คารุมะ:ก็ใช่น่ะสิ
  ไรท์:ได้เลยเดี๋ยวจัดให้จ้า^^)

"ค...คารุมะคุง...0///0"

   《กลับมาปัจจุบัน》

"นางิสะคุงมาอยู่ในห้องฉันยังไม่เท่าไหรหรอกนะ~แต่ว่านางิสะคุงมาอยู่บนเตียงฉันนี่สิ~"คารุมะแสยะยิ้มออกมาพร้อมมองไปรอบๆตัวของร่างที่นั่ง
อยู่บนที่นอนของตัวเขา

"เอ๋!?ม..ไม่ใช่นะผ...ผมกะ...ก็แค่////"นางิสะรีบหาคำอธิบายให้อีกคนเข้าใจแต่ก็ทำได้เพียงหลุบหน้าลงพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวและหัวใจที่เต้นแรง

"นางิสะคุงใจร้อนจังเลยนะ~คำถามที่ฉันถามไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้ตอบเลยนะ~"คารุมะคุงค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆมันทำให้หัวใจของผมเต้นแรงเข้าไปอีก

"ร...เรื่องนั้นมัน...////"ม...ไม่ไหวแล้วทำไมหัวใจของผมมันเต้นแรงแบบนี้นะยิ่งคารุมะคุงเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่หัวใจของผมมันก็ยิ่งเต้นแรงมากเท่านั้น

"ฉันน่ะชอบนางิสะคุงนะ0u0"

"เอ๋?!...ไม่จริง...ก...โกหก...สินะครับ...คารุมะคุง"หัวใจดวงเล็กๆของนางิสะเริ่มสั่นคลอนขึ้นมาที่ละนิดกับคำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ฟังมันจากปากของคารุมะจริงๆ

"ฉันไม่ได้โกหกนะฉันน่ะชอบนางิสะคุงจริงๆชอบมาตลอดเลย"คารุมะยังคงยืนยันว่าตัวเขานั้นชอบร่างบางสุดหัวใจ

"หยุดเถอะครับ..."แต่นางิสะก็ยังไม่อาจยอมรับความจริงที่ว่าร่างสูงนั้นชอบตัวเขา ในใจลึกๆแล้วเขาดีใจมากๆจนอยากจะร้องไห้ออกมาเชียวล่ะ

"ชอบมากๆ"

"ได้โปรด...พอซักที"น้ำเสียงของนางิสะเริ่มขาดๆหายๆจากการที่ต้องอดกั้นน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาได้ตลอดเวลา

"ชอบที่สุด"

"ฮึก...ผ...ผมน่ะ...ฮึก..."และในสุดท้ายตัวเขาก็ทนไม่ไหวน้ำตาที่นางิสะอดกลั้นไม่ให้มันไหลออกมาภายนอก ปัดนี้มันได้ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้นลงอาบแก้มขาวเนียนของนางิสะอย่างไม่ขาดสาย น้ำตานี้หาเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจไม่แต่กลับเป็นน้ำตาแห่งความสุข ความดีใจ ความปลื้มปิติและอีกหลายๆอย่างรวมกันที่ทำให้นางิสะปล่อยออกมา

"นางิ...สะคุง..."คารุมะถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของนางิสะเป็นทางยาวและหยดลงตักบางๆตัวเขาได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่กับที่ นี้ผมทำให้นางิสะคุงร้องไห้งั้นหรอ...

"ฮึก ฮือๆ ฮึก"เสียงสะอึกสะอื้นของนางิสะที่ดังเป็นระยะๆได้เรียกสติของเขากลับคืนมา ร่างกายค่อยๆขยับเข้าไปนั่งข้างๆนางิสะและโอบกอดร่างบางไว้แนบแน่น การกระทำของเขาทำนางิสะตกใจไม่ใช้น้อยแต่นางิสะก็ไม่ได้ขัดอะไร กลับกอดตอบเลยด้วยซ่ำ อ้อมกอดของคารุมะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยได้เสมอ

เมื่อเสียงสะอึกสะอื้นค่อยๆเงียบลงคารุมะจึงผละออกจากร่างของนางิสะช้าๆ มือก็เลื่อนไปปาดน้ำตาออกอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยประโยคจากใจของเขาในตอนนี้


"ใจเย็นๆนะนางิสะคุงไหนบอกฉันสิว่านายร้องไห้ทำไม หืม?"คารุมะลูบหัวนางิสะอย่างอ่อนโยนและถามด้วยน้ำเสียงที่แสนอบอุ่น

"ฮึก...ผ...ผม...ฮึก...แค่..ด...ดีใจครับ"นางิสะพูดด้วยความดีใจปนน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเป็นระยะๆ

"ดีใจ?"คารุมะทวนคำพูดของนางิสะอีกครั้ง

"ครับผมดีใจมากๆเลยที่คารุมะคุงคิดเหมือนกับผม..."

"งั้นก็หมายความว่า......"

"ผ...ผมก็ชอบคารุมะคุงครับ.///."

"......"เมื่อนางิสะพูดจบเส้นด้ายแห่งความอดทนอดกั้นที่อยากจะจับร่างบางกดก็ขาดดัง ตึ๋ง คารุมะก็กดไหล่ของนางิสะลงชิดแนบกับเตียงนุ่มและตามขึ้นมาคร่อมติดๆ

"จ...จะทำอะไรน่ะครับคะ...คารุมะคุง!?"

"ก็ไหนๆเราสองคนก็เป็นแฟนกันแล้วแถมนางิสะคุงยังอยู่บนเตียงฉันอีก..."

"อ...อย่าบอกนะว่า..."

"ก็ตามที่นายคิดนั้นแหละน้า~ฉันขอจับกินเลยก็แล้วกันนะ~นา-งิ-สะ-คุง♥"

"ย...อย่านะ!คารุมะคุง!"ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะยังไงก็หยุดคารุมะคุงไม่ได้อยู่แล้ว...

~Happy End~

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

คือไรท์มีเรื่องจะสารภาพฮะวันที่30เดือนเมษายนไรท์กำลังแต่งเรื่องนี้อยู่นะฮะยังไม่เสร็จและยังไม่จบพอจะกด"บันทึกแบบร่าง"ดันไปกด"บันทึกและเผยแพร่"ซะงั้น ตอนนั้นไรท์ไม่รู้ทำไงดีมีคนเข้ามาอ่านตั้ง3คนแล้วด้วย ก็เลยคิดว่าพรุ้งนี้(31 เมษายน)ค่อยมาแก้และพอมาถึงไรท์เลยตัดสินใจคัดลอกเนื้อหาทั้งหมดเอาไว้(ไรท์เอาลงในมือถือนะ)และนำไปวางในสมุดบันทึก ปรากฎว่ามันขึ้นมาว่า"มีจำนวนตัวอักษรสูงสุดแล้ว"....มันหยุดอยู่ตรง"ผม'อาคาบาเนะ คารุมะ'นักเรียนที่ใช้ชีว"เออ...ที่นี้แหละค่ะจะเอาไงล่ะแม่ง ประมาณ6โมงเย็นไรท์ก้ลองมาคิดว่าจะแก้ปัญหายังไงดีต้องลงใน1เมษานี้แล้วด้วยและไรท์ก็ลองโหลดสมุดบันทึกอันใหม่มาและลองว่าคลิปบอร์ดดูสรุปว่าได้ตอนนั้นไรท์ดีใจสุดๆอะ
#ปล.นี้คือสมุดบันทึกที่ไรท์ใช้

    

อ่อ!อีกอย่าง...Happy april fool's dayนะ






ผลงานทั้งหมด ของ MyNameHentai

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 คนคนคน
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 13:14

    แกะผมออกทั้งสองข้างออกคือ???แต่เนื้อเรื่องชวนจิ้นมากค่ะจะรอดูผลงานอื่นๆด้วยนะ

    #9
    1
  2. วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:29
    ชอบบบ อ่านแล้วยิ้มตามเลย>\\\\\< งืออ ดีงามพระราม9
    #8
    1
  3. วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:05
    วู้ววววว ฟินจังครับบบบบบบ5555 ชิ ตัง เม  โป้งงงงงง   (ภาพคารุมะx นางิสะ และอาซาโนะ)555
    #7
    3
    • 5 พฤษภาคม 2560 / 20:06
      ส้มมาจากไหนนนนนครับ55555
      #7-2
    • 6 พฤษภาคม 2560 / 16:00
      เอาแค่สองคนก็พอเนอะ 555+
      #7-3
  4. วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:06
    คารุมะมันร้ายคะ!!!!
    #6
    1
    • 27 เมษายน 2560 / 09:03
      คารุมัจจิเขาร้ายอยู่แล้วฮะ
      #6-1
  5. #5 มุกกี้
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 17:04
    สนุกมากเลยค่ะถ้ามีจะมาอ่านนะค่ะ
    #5
    1
  6. #4 Lovely Lonely
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:11
    กรี๊ดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆ><

    คารุนางิคือที่สุดค่ะ อิๆ

    ติดตามนะคะ<3
    #4
    1
    • 9 เมษายน 2560 / 17:43
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะฮะ^^
      #4-1
  7. #3 waritsaraaaa (@waritsaraaaa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 09:42
    แต่งอีกๆ! เอาฉากแบบนั้นมาเยอะๆเล๊ย!!!
    #3
    1
    • #3-1 KOKOMEOW (@KOKOMEOW) (จากตอนที่ 1)
      5 เมษายน 2560 / 09:57
      ได้เลยฮะเดี๋ยวจะจัดให้ตามคำขอ
      #3-1
  8. วันที่ 3 เมษายน 2560 / 21:30
    น่าย๊ากกก(.//////.)
    #2
    1
  9. วันที่ 1 เมษายน 2560 / 19:29
    นึกว่าจะผิดนัดแล้วซะอีก~
    นึกว่าจะลืมแล้วด้วย~
    #1
    1
    • 1 เมษายน 2560 / 19:31
      ไม่ลืมหรอกฮะ~ไรท์เส้จจิ
      #1-1