พิรุณราตรี

ตอนที่ 27 : บทที่13 : หลบหนี [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62

บทที่ 13

หลบหนี



ห้องทรงพระอักษรกำลังลุกเป็นไฟ พระวรกายสูงโปร่งของหานเจิ้นหมิงว่อนไปมาด้วยความร้อนพระทัย เสี้ยวพระพักตร์ซึ่งปรากฏริ้วรอยตามกาลเวลาเพียงเล็กน้อยนั้นตึงเขม็ง สุรเสียงแหบพร่าแปรเปลี่ยนเป็นคำรามกร้าว เหลียงเซียวเหยาสงบนิ่งไร้ซึ่งความหวาดหวั่น รับมือกับอารมณ์ดุร้ายของเจ้าผู้ครองแคว้นได้เป็นอย่างดี



ข้าเข้าใจว่าทัพหานสูญเสียเกินประมาณ แต่นี่ก็ผ่านมานานมากแล้ว เหตุใดแม่ทัพเหลียงเฟิงหู่จึงไม่ยอมออกรบเสียที!”



เขาโกรธกริ้วที่แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่สูญเสียไพร่พลไปมากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาถ่ายทอดคำสั่งซ้ำๆ แต่เหลียงเฟิงหู่กลับทำหูทวนลม มุ่งมั่นจะนิ่งเฉยต่อไปจนพวกทหารเสิ่นดูถูกดูแคลนกันถ้วนหน้า เขาอุตส่าห์สนใจศึกที่ชางเป่าเป็นพิเศษ คาดหวังเต็มเปี่ยมว่าจะรบชนะทัพราชสีห์ ไฉนเหตุการณ์จึงกลับตาลปัตรเช่นนี้!



ลูกๆ ของเจ้าควบคุมสถานการณ์ไม่อยู่มือแล้วเสนาบดีเหลียง



ชาวเซียนฉวี่ประโคมข่าวกันหนาหูว่าแม่ทัพเหลียงเฟิงหู่กบดานไม่ยอมออกมารับศึกกับแคว้นเสิ่น ท่าจะยอมสวามิภักดิ์องค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงในอีกไม่ช้าเป็นแน่ แรกทีหานเจิ้นหมิงทรงพระสรวลกับข่าวโคมลอย แต่นานวันเข้าใจก็เริ่มเอนเอียง เกิดศึกยืดเยื้อก็น่าปวดหัวมากพอแล้ว มาคราวนี้ตัวแม่ทัพกลับแข็งข้อต่ออ๋องเสียได้



จะมีก็แต่เหลียงเซียวเหยาที่เชื่อมั่นในตัวบุตรชาย เหลียงเฟิงหู่ไม่มีวันสวามิภักดิ์ต่อศัตรู



ฝ่าบาทพระทัยเย็นก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ โปรดอย่าทรงกริ้วลูกชายของกระหม่อมเลย ขี่หลังเสือยากจะลง แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่ต้องมีเหตุผลจำเป็นจึงได้กบดานยาวนานเช่นนี้



มันนานเกินไป ลูกชายของเจ้ากำลังทำให้ข้าวิตกเหมือนคนวิปลาส!”



ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารอีกกำมือ เขาหวั่นว่าเรื่องทั้งหมดจะลงเอยเช่นนั้น อยากรู้จนแทบกระอักเลือดว่าเหลียงเฟิงหู่กับเหลียงเสวี่ยเฟยคิดบ้าอะไรอยู่ เขามองคนไม่ผิด นางเหมาะสมกับตำแหน่งกุนซือ นางนำพาชัยชนะมาให้แก่ทัพหานหลายต่อหลายครั้ง ทว่าคราวนี้นางและพี่ชายกลับทำตัวขัดใจเขามากที่สุด!



อี้อ๋องปราบแม่ทัพจิ๋นไฉ่ของเปียนอ๋องได้อยู่หมัด ข้าวางแผนไว้ว่าเมื่อสิ้นศึกที่ชางเป่าจะให้อี้อ๋องแต่งกับลูกสาวเจ้าทันที นางเองก็อายุได้สิบเจ็ดหนาวแล้ว อี้อ๋องรอนางมานานมาก เจ้าน่าจะรู้ดีกว่าใคร



เหลียงเซียวเหยาค้อมศีรษะเล็กน้อย รับรู้และไม่เคยลืมเลือน



พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมทราบดี



หากข้ารู้ล่วงหน้าว่าทุกสิ่งจะผิดพลาด ข้าไม่มีทางแต่งตั้งนางขึ้นเป็นกุนซือเด็ดขาด



องค์ชายรองหานเหยียนอี้พึงใจในตัวบุตรสาวของเสนาบดีเหลียง เขาต้องการฐานอำนาจสกุลเหลียงเป็นทุนเดิมจึงจับน้องชายกับเหลียงเสวี่ยเฟยหมั้นหมายกันเสีย ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี พิธีอภิเษกสมรสพรักพร้อมจะจัดขึ้นในหนาวนี้



ทว่าไม่ทันการ



ศึกที่ชางเป่ายังไม่จบสิ้น อีกทั้งมีทีท่าจะยืดยาวไปอีกแสนนาน ซ้ำร้ายเขายังส่งว่าที่น้องสะใภ้ไปผจญความโหดร้ายกลางสนามรบด้วยมือของเขาเอง หากนางพ่ายศึกและจบชีวิตอยู่ที่เมืองชางเป่า เขาจะเล่าเรื่องบัดซบนี้ให้หานเหยียนอี้ฟังโดยไม่ละอายใจได้อย่างไร!



เป็นความผิดของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมไตร่ตรองถี่ถ้วน และไม่เสนอเสวี่ยเฟยให้ฝ่าบาททรงพิจารณา เรื่องยุ่งยากแสนลำบากใจคงไม่เกิดขึ้น



เพราะบุตรสาวผู้นี้ไม่เคยร้องขอสิ่งใดจากเขาแม้สักครั้งเดียว



บุตรสาวที่ไม่เคยได้ดั่งใจ บัดนั้นวอนขอความหวังสุดท้ายเพื่อให้เขายอมรับในตัวนาง



นางกำลังจะทำสำเร็จ ทว่าอุปสรรคและขวากหนามพร้อมใจกันกางกั้นเส้นชัย



แต่ถึงแม้เหลียงเสวี่ยเฟยพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ เขาก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าจะยอมรับในตัวนาง



ข้าไม่โทษว่าเป็นความผิดของเจ้า



พระวรกายแข็งแกร่งประทับบนพระที่นั่ง ดวงพระเนตรแวววาวพลันสงบลง เหลียงเซียวเหยารู้ดีว่าอีกเพียงแค่อึดใจเดียว ดวงพระเนตรคู่นั้นจะทวีความเดือดดาลมากยิ่งขึ้น



ข้าแต่งตั้งนางขึ้นเป็นกุนซือก็เพราะข้าเห็นตรงกับนาง สติปัญญาของลูกสาวเจ้าใช้งานได้จริงในสมรภูมิรบ ข้าไม่เพียงเล็งเห็นรูปโฉมกับชาติตระกูล แต่ปัญญาและไหวพริบคือสิ่งสำคัญ



เสวี่ยเฟยเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ กระหม่อมมั่นใจว่านางจะมีชีวิตรอดกลับมาพ่ะย่ะค่ะ



ฝีมือของนางไม่อาจทัดเทียมผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง ทว่าเหลียงเสวี่ยเฟยมีสติปัญญาล้ำเลิศ



อาวุธร้ายกาจที่บุตรีผู้นี้ใช้สังหารศัตรูคือความชาญฉลาด กับทักษะการตลบตะแลงซึ่งอิสตรีไม่สมควรจะมีติดตัวเป็นอย่างยิ่ง



เป็นสตรีร้ายกาจคนหนึ่ง ที่ถอดแบบมาจากสตรีอีกคนหนึ่ง



ข้าต้องการให้นางรอดกลับมาพร้อมกับกองทัพ และชัยชนะ!”



องค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงเจนสนามรบ ชาญศึกเป็นที่เลื่องลือ ฝีมือการประลองง้าวบนหลังม้าได้รับการกล่าวขานจากแคว้นสู่แคว้น เป็นขุนพลอัจฉริยะทางด้านการทหารผู้สามารถเอาชนะทัพข้าศึกที่มีกำลังมากกว่าหลายเท่า หากไม่เร่งกำจัดเสิ่นหยางหลงโดยเร็ว แคว้นเสิ่นต้องเป็นภัยในภายหลัง



เมื่อตีเอาเมืองชางเป่าได้ เขาจะรุกตีเมืองหน้าด่านของแคว้นเสิ่นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเมืองหย่งเซิง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะแว่นแคว้นที่เขากำลังกรำศึกด้วยนั้นมีอยู่มากมาย ต่างฝ่ายต่างกระหายการขยายดินแดน เรียกได้ว่ามีศึกสงครามอยู่ทั่วทุกสารทิศ



ลูกชายเจ้าเหน็ดเหนื่อยกับศึกนี้มามากพอแล้ว สมควรให้เขาพักเสียที



หัวใจผู้เป็นพ่อกระตุกวูบ เข้าใจความหมายโดยนัยชัดแจ้ง เจ้าอยู่หัวตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ เสนาบดีกลาโหมมือฉมังคู่พระทัยหานเจิ้นหมิงจึงเก็บสีหน้า เป็นห่วงบุตรชายจับใจ



รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ...ฝ่าบาท



ชายหนุ่มผุดลุกยืนเต็มความสูง เหลือบแลเสนาบดีเหลียงเพื่อค้นหาวี่แววความไม่พอใจ ทว่าเหลียงเซียวเหยาเก็บงำมันมิดชิด ไม่เปิดช่องว่างให้ผู้ใดได้แตะต้อง



ในเมื่อแม่ทัพเหลียงเฟิงหู่กระด้างกระเดื่องต่อเจ้าผู้ครองแคว้น สั่งอย่างไรกลับไม่ได้อย่างนั้น ข้าก็จะสั่งปลดแม่ทัพเหลียงเฟิงหู่ และส่งอี้อ๋องไปรับศึกกับองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงที่เมืองชางเป่าแทน!”



 ...



วันเวลาเคลื่อนคล้อย อายุก็เหลือน้อยลงทุกที



ดอกจวี๋ฮวาหลากสีสันสะบัดลู่ลม แสงแดดสะท้อนผิวทะเลสาบจำลองเกิดเป็นประกายระยับ ก้อนเมฆขยับปีกอ่อนนุ่มลอยละล่องเหนือหมู่แมกไม้ เหลียงเสวี่ยเฟยคลึงตัวหมากเล็กจิ๋วอย่างเบื่อหน่าย เท้าคางเหม่อมองท้องฟ้ายามจวนเย็นย่ำ นางคงเป็นคนเดียวในใต้หล้าที่เดินหมากกับตัวเอง หาได้มีคู่แข่งไม่



เบื่อจะแย่



นางเหงา นอกจากหนานไหก็ไม่มีใครคอยเล่นด้วย



กุนซือสาวปิดเปลือกตาลง หมายจะนอนหลับมันเสียตรงนี้ จู่ๆ ละอองเย็นเยียบก็ลอยมาตกที่ปลายจมูกของนาง กลิ่นหอมสะอาดแสนคุ้นเคยแทรกซึมความรู้สึกนึกคิด นางรู้ทันทีว่ามันคือสิ่งใด



หิมะตก...



นางเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น วางมือจากกระดานหมากแล้วกระโจนออกไปยืนอยู่กลางแจ้ง ฝีเท้าของนางรวดเร็ว แผ่วเบาและไร้ซึ่งสุ้มเสียง เหล่านางกำนัลจึงรู้สึกตัวช้า กว่าจะทันเห็นว่าแม่นางเหลียงลุกออกไปจากศาลากลางน้ำนานมากแล้ว ปุยหิมะก็กองพูนเต็มอุ้งมือน้อยๆ คู่นั้นเป็นที่เรียบร้อย



หิมะแรกของปีนี้งดงามตามท้องเรื่อง ความหนาวเย็นซึมซาบเนื้อกาย หยั่งรากลึกสู่ก้นบึ้งของจิตใจ ชั่วขณะหนึ่งนางนึกถึงบ้านที่แคว้นหาน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากก้มมองหิมะในอุ้งมือ แรกทีนางเกือบปล่อยมันทิ้งไป สุดท้ายนางก็นิ่งเฉยรองรับมันเนิ่นนานจนกระทั่งหิมะพูนสูงยิ่งขึ้น



มันหนาวเหน็บ กัดกินอณูเนื้อ นางมองข้ามความเจ็บปวด ฝืนเก็บมันไว้ด้วยลุ่มหลงความงดงาม



หนานไหวิ่งรี่มาชนหน้าแข้ง กลิ้งหลุนๆ ราวกับผลไม้ตกจากต้น มันกำลังตื่นหิมะและวิ่งเล่นสนุกสนาน ขนฟูฟ่องมีเกล็ดใสๆ เกาะพร่างพราว เจ้าแมวพุงกลมซุกซนเสียจนนางหลุดหัวเราะร่วน หิมะในมือหลอมละลายเชื่องช้ายามต้องแสงอาทิตย์ ทอประกายเรืองรอง งามอร่ามประหนึ่งของขวัญจากปวงเทพยดา



ชอบหิมะหรือ




พี่อี้กำลังมา พี่หลงว่ายังไงง

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

748 ความคิดเห็น

  1. #646 TyPPKfk (@TyPPKfk) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:50
    ผู้ใด๋มาาาา
    #646
    0