พิรุณราตรี

ตอนที่ 28 : บทที่13 : หลบหนี [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62

บทที่ 13

หลบหนี



ชอบหิมะหรือ



น้ำเสียงทุ้มห้าวดังขึ้นจากเบื้องหลัง ร่างอรชรหันขวับตามสัญชาตญาณในขณะที่ยังคงยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น เป็นเรื่องประหลาดใจที่เสิ่นหยางหลงกลับมาเร็วกว่าปกติ เรือนกายสูงกำยำสวมชุดเกราะองอาจเฉกเช่นเคย กลิ่นอายชายชาตรีคุกรุ่น ใบหน้าคมสันแสนเรียบเฉยแม้หิมะกำลังตกปรอยๆ กระนั้นนางกลับรู้สึกว่าแววตาเขาปรากฏรอยยิ้ม



จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า...องค์ชายราชสีห์ผู้นี้น่ะหรือจะยิ้มให้นาง



เพคะ...หม่อมฉันชอบหิมะ



จะหุบยิ้มตอนนี้ก็สายเกินแก้ แม่ทัพหนุ่มยืนนิ่งงันเหมือนหินสลัก เมื่อสังเกตอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่าใบหูทั้งสองข้างแดงจัด รอยยิ้มแรกของนางกระแทกเข้ากลางใจผู้เฝ้ามองอย่างจัง พวงแก้มกลมๆ รับกับดวงตาที่หยีลงคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว จมูกรั้นพาให้เอ็นดู ลักยิ้มบุ๋มน่ารัก สดใสและบริสุทธิ์



รอยยิ้มอ่อนหวานขับเน้นให้เจ้าก้อนแป้งดูบอบบางไปกันใหญ่ พลอยทำให้เขารู้สึกผิดที่เคยลงมือรังแกนางครั้งแล้วครั้งเล่า



เจ้าชอบหิมะ แต่ร่างกายของเจ้าอาจตรงกันข้าม



เสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเงินยวงลอยจากมือเสิ่นหยางหลงหล่นลงปรกศีรษะคนตัวเล็กอย่างแม่นยำ นางเซแซดด้วยตั้งรับกับน้ำหนักของเสื้อตัวนี้ไม่ทัน แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมๆ ที่ติดเสื้อมา แก้มที่แดงเป็นทุนเดิมพลันซับสีระเรื่อ รู้ว่าเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเขา นางรีบห่อตัวเองด้วยเสื้อคลุม ซุกใบหน้าเห่อร้อนลงต่ำราวกับลูกเต่าน้อยหดเข้ากระดอง



ขอบพระทัยเพคะท่านแม่ทัพ



นางกับเขาต่างนิ่งมองกันและกัน เหลียงเสวี่ยเฟยเป็นฝ่ายหลบตา เตรียมการจะเดินกลับเข้าไปในศาลากลางน้ำ ฝ่ามืออุ่นจัดก็เคลื่อนมาแตะที่ศีรษะ ก่อนจะออกแรงดันให้นางหันกลับมาประจันหน้ากับเขา เรือนร่างซวนเซเข้าปะทะแผงอกตึงแน่น ใกล้กันมากเกินควรเสียจนสตรีร่างสูงระหงเช่นนางแลดูแน่งน้อยไปถนัดตา



หิวหรือยัง



เป็นคำถามพื้นๆ ที่นางได้ยินจากปากเขาทุกวี่ทุกวัน แต่นางไม่เคยชินกับคำถามที่เคลือบแฝงด้วยความห่วงใยของเขาเลยสักครั้ง ครั้นถามจบเขาก็เงียบรอฟังคำตอบ จัดแจงเสื้อคลุมขนสัตว์หนานุ่มให้เข้าที่เข้าทางราวกับกำลังแต่งตัวให้ลูกสาว นางพยักหน้าหงึกหงัก หลุบจ้องมือหยาบกร้านผูกปมเชือกช้าๆ



จัดการตัวเองให้เรียบร้อย ข้าจะออกไปคุมแนวหน้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป



เสิ่นหยางหลงออกไปแนวหน้าทุกวัน และกลับมาหานางทุกเย็น



เขากำลังจะปล่อยให้นางนั่งเหงาอยู่กับหนานไหแค่สองคน



เขาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้นางไม่รู้สึกแปลกแยกไปจากแคว้นเสิ่น



ที่นี่มิใช่บ้านเกิดเมืองนอนของนาง บางครานางเปรียบตนเป็นส่วนเกิน เพราะเหล่านางกำนัลกับบ่าวไพร่ที่นางอยากพูดคุยด้วยเพื่อคลายเหงา พวกเขาก็ไม่กล้ามีปากมีเสียงด้วยเกรงจะเป็นความผิดหากข้องแวะกับเชลยมากเกินไป วันๆ นางจึงได้แต่เล่นกับหนานไห เย็บปักถักร้อย บ้างก็เดินเอื่อยไปมา ไร้ประโยชน์สิ้นดี



แต่เมื่อใดที่เสิ่นหยางหลงคอยอยู่ใกล้ๆ อย่างมากที่สุดเขาก็เห็นนางอยู่ในสายตา เขาทำให้นางมีตัวตนขึ้นมา และทำให้นางรู้สึกว่านางไม่ใช่เพียงแค่เชลยศึกที่ถูกเขาจองจำ แต่เป็นชาวแคว้นหานคนหนึ่งที่แม่ทัพใหญ่เสิ่นหยางหลงรับเลี้ยงไว้อย่างไร้เหตุผล โดยมีสถานะเชลยเป็นฉากบังหน้า



ท่านจะไปนานไหมเพคะ



นางเพียงต้องการรู้กำหนดกลับล่วงหน้า ฝ่ายเสิ่นหยางหลงตีความว่านางหมายฉวยโอกาสที่เขาไม่อยู่หลบหนีออกจากเมืองชางเป่า



เขายืนยันว่าเขาจะไม่เพิ่มกำลังพลในสถานที่แห่งนี้เพื่อป้องกันนางหลบหนี เคยเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้นต่อไป เขาก็อยากพิสูจน์กับตาตัวเองเหมือนกันว่าในระหว่างที่เขาออกไปแนวหน้า นางจะแผลงฤทธิ์หรือก่อเรื่องให้เขาตามล้างตามเช็ดหรือไม่



นางเป็นเด็กดีของเขามาโดยตลอด



เขามอบอิสระให้นาง ไม่ล่ามโซ่ ไม่ตีตรวน เพียงวางกรอบให้นางใช้ชีวิตอยู่แต่ในรั้วจวน



เขามอบความเชื่อใจให้นาง นางจะทำลายมันหรือไม่ เขาไม่อาจหยั่งรู้อนาคต



ขึ้นอยู่กับเหลียงเสวี่ยเฟยว่านางจะตัดสินใจเลือกหนทางใด



หม่อมฉันก็แค่สงสัย ที่ผ่านมาท่านทำให้หม่อมฉันเคยชินกับการร่วมโต๊ะกับท่าน ท่านจะกลับมาเมื่อใดเพคะ หม่อมฉันจะได้เตรียมตัวถูก



นางเคยชินกับการมีเสิ่นหยางหลงอยู่เคียงข้างกาย



นั่นแหละอันตรายที่นางหมายถึงตั้งแต่ตอนเริ่มต้น



ไม่มีกำหนดกลับชัดเจน



ประโยคตอบกลับกลายเป็นสิ่งยั่วยุชั้นเยี่ยม ชักจูงให้นางมองเห็นแสงแห่งความหวัง นางปั้นหน้าเป็นปกติเพื่อกลบเกลื่อนความคาดหวังที่กำลังเต้นเร่า ค่อยๆ โน้มกายลงอุ้มหนานไหก่อนที่มันจะวิ่งไปเกาะแกะเขา เสิ่นหยางหลงมิได้ตั้งท่าเป็นปรปักษ์ต่อสัตว์ทุกชนิด เขาอยู่กับหนานไหได้ แต่หนานไหชังน้ำหน้าเขาเสียอย่างนั้น



แล้วพี่ชายของหม่อมฉัน...



นางเว้นจังหวะ น้ำเสียงขาดห้วงเมื่อฝ่ายตรงข้ามจับจูงข้อมือให้เดินตามหลัง นางเดินตามเขาได้แค่สองสามก้าวเสิ่นหยางหลงก็ปล่อยมือจากนาง แต่หากเขาไม่สั่งให้นางหยุดเดิน นางก็หยุดไม่ได้



มันคือเงื่อนไขที่นางไม่สามารถปฏิเสธ



หิมะเช่นนางติดตามดวงตะวันเช่นเขาด้วยความเร็วสม่ำเสมอ รู้ทั้งรู้ว่าสักวันนางต้องหลอมละลายเพราะตะวันดวงนี้ นางกลับเลือกจะไปต่อโดยไม่หยุดยั้ง



เหลียงเฟิงหู่ยังย่ำอยู่ที่เดิม ไม่ต้องกังวลไปว่าเขาจะทอดทิ้งเจ้า



เขามองออกว่าทุกครั้งที่นางได้ยินเรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพี่ชาย เมื่อนั้นนางจะอ่อนไหว และสายตาที่นางใช้มองเขาจะแปรเปลี่ยนทันที แววตาคู่นั้นประกาศชัดว่าเขาคือปีศาจร้ายสำหรับนาง นางพยายามจะถอยหนี และเขาก็เป็นเพียงฝ่ายเดียวที่ฉุดรั้งนางกลับมา



นางเคยชินกับเขา



เช่นเดียวกับเขาที่เคยชินกับนาง



แม้จะเหมือนอยู่แล้วก็เถอะ



นัยน์ตาสีนิลคล้ายแฝงอารมณ์ชนิดหนึ่งที่ยากจะคาดเดา เหลียงเสวี่ยเฟยบ่ายหน้าไปอีกทาง คำพูดเถรตรงของเขากลับกลายเป็นเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจ มันเจ็บจนด้านชา แต่นางไม่สนใจ นางมองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างมาตั้งแต่เล็ก นางรู้ว่ามันเจ็บจนแทบยืนไม่ไหว แต่คนอย่างนางเหลือทางเลือกใดบ้าง...ก็ไม่มีตามเคย



หม่อมฉันไม่กลัวว่าตัวเองจะถูกใครทอดทิ้ง เพียงแค่ห่วงความปลอดภัยของพี่ใหญ่เท่านั้น



นางเคยลิ้มรสชาติของการถูกทอดทิ้ง เหตุใดต้องหวาดกลัวมันอยู่อีก



เจ้าก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเจ้าบ้าง



นกหวาดเกาทัณฑ์เช่นหานเจิ้นหมิงอาจพร้อมจะตัดเหลียงเฟิงหู่ออกจากศึกนี้เพื่อกำจัดความหวาดระแวง ส่วนจะกำจัดแม่ทัพเหลียงเฟิงหู่ด้วยวิธีการใด นับเป็นบทสรุปที่เขาเองก็จำเป็นต้องจับตามองทุกฝีก้าว



สงครามไม่เคยปรานีผู้ใด มีชนะก็ต้องมีแพ้ แน่นอนว่าสันติวิธีมิใช่ทางเลือกของข้า



เมื่อไม่มีสันติวิธีเข้ามาเกี่ยวข้อง ท้ายที่สุดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมย่อยยับ สงครามกำหนดจุดสิ้นสุดไว้เพียงสองสิ่ง คือกำชัยและปราชัย



ตกดึก หิมะขาวโพลนโปรยปรายปกคลุมผืนธรณี เหลียงเสวี่ยเฟยนอนหลับไม่เป็นสุขจึงลุกขึ้นมานั่งพิงขอบหน้าต่าง นางจ้องมองฟากฟ้าโปร่งแจ้งขณะนับดาวเรื่อยเปื่อย หมู่ดาวนับร้อยนับพันดวงส่องแสงแข่งกับดวงจันทร์ พวกมันสู้ไม่ได้...แต่ก็ยังยืนหยัดสู้ต่อทุกค่ำคืน



พี่สาว...พี่สาวจ๊ะ ข้าอยากออกไปด้านนอก ท่านไปกับข้าสักเดี๋ยวได้หรือไม่



นางอยากออกไปเดินตากลมในละแวกนี้ แลดูเอาแต่ใจไม่น้อยทีเดียว หญิงสาวสะกิดไหล่นางกำนัลซึ่งรับหน้าที่นอนเฝ้านางทุกเช้าค่ำ อีกฝ่ายปัดมือปัดไม้เหมือนนึกรำคาญแมลงวัน ครางอืออาในลำคอแล้วนอนคว่ำหลับอุตุ คาดว่าราตรีนี้อีกยาวไกล



อืม...



พี่สาวเกาก้นอวดนางอีกต่างหาก น่ารักเชียว



นางคิดถึงซีหลิว...เจ้าเด็กแก้มอวบ



ถ้าไม่มีใครไปไหนมาไหนพร้อมข้า...ท่านแม่ทัพต้องโกรธข้าแน่ๆ



นางระบายลมหายใจอย่างเศร้าสร้อย ทันใดนั้นความคิดร้ายกาจก็แล่นวาบ เหลียงเสวี่ยเฟยล้มเลิกความตั้งใจที่จะปีนกลับขึ้นไปบนเตียงกว้าง และเปลี่ยนทิศทางไปช้อนอุ้มหนานไหที่นอนกัดเล็บอยู่บนเบาะหนานุ่ม จากนั้นจึงฉีกเศษผ้ามัดมือมัดเท้านางกำนัล ม้วนผ้าเป็นก้อนกลมเพื่อยัดเข้าปากเจ้าตัว



รีบไปจากที่นี่เถอะหนานไห เราจะหนีกันแล้ว



นางปลดเสื้อขนจิ้งจอกมากอดแน่น ซุกหน้าลงซบกับมันนานสองนาน แล้วจึงตัดใจพับเก็บ วางไว้บนหมอนหนุนใบใหญ่ดุจของต่างหน้า



นางจะฉวยโอกาสที่เสิ่นหยางหลงออกไปแนวหน้า หลบหนีกลับไปหาพี่ใหญ่ที่ชายแดน



ภารกิจเสี่ยงตายครั้งนี้พลาดพลั้งไม่ได้เป็นอันขาด เพราะมันหมายถึงชีวิตและอิสรภาพของนาง



จำคำข้าให้ขึ้นใจ ข้าขีดกฎเกณฑ์ไว้ให้เจ้าเคารพและปฏิบัติ หากเจ้าฉีกกฎนั้นทิ้ง มันก็เรื่องของเจ้า แต่เมื่อผลแห่งการกระทำสะท้อนกลับคืนมา...เจ้าจะต้องรับมันเต็มๆ



คำเตือนของเขาดังกึกก้องในหัว นางแข็งใจขจัดมันทิ้งไปแม้จะอกสั่นขวัญแขวนเต็มประดา เขากล่าวราวกับว่าล่วงรู้อนาคตอันใกล้ และเมื่อการคาดการณ์เป็นจริง เขาก็จะสามารถตามจับนางกลับมาลงทัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนางจะโดนเขาทำโทษหนักหลายเท่าตัวแน่นอน



นางเลือกที่จะเสี่ยง



นางพร้อมน้อมรับผลแห่งการกระทำ ถ้าประท้วงบ้างก็อย่าว่ากันนะ



เหลียงเสวี่ยเฟยหลบอยู่ในมุมมืดที่เรือนหลังเล็ก ด้วยความที่มีรูปร่างเพรียวบางและฝีเท้าเบา นางจึงปีนป่ายขึ้นไปนอนหมอบบนหลังคากระเบื้อง เลือกจุดอับสายตารอคอยเหยื่อมาติดกับ นางปล่อยหนานไหนอนกลิ้งที่พื้นสบายเฉิบ เสียงร้องเหมียวๆ ของมันเรียกให้ทหารยามนายหนึ่งปรี่ออกจากกลุ่มลาดตระเวน เลียบๆ เคียงๆ มาชะเง้อมองหนานไหอย่างสนอกสนใจ



แมวของแม่นางเหลียงนี่หว่า เจ้ามาทำอะไรตรงนี้ฮึแล้วนายของเจ้าเล่า



อยู่นี่จ้า



ชั่วพริบตาเดียวกุนซือตัวแสบก็กระโดดลงจากหลังคา โถมทับนายทหารร่างยักษ์อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ฝ่ามือเรียวบางประจุพละกำลังมหาศาลอุดปากอุดจมูกชายหนุ่ม ตวัดแขนขวารัดลำคอเพื่อปิดกั้นอากาศ เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเขาดังอื้ออึงในลำคอ ดีดดิ้นทุรนทุรายก่อนจะหมดสติไปในที่สุด



พี่ชาย ข้าขอโทษที่ต้องทำร้ายท่าน อภัยให้ข้าด้วยนะ



เขายังไม่ตาย แค่สลบ อีกไม่นานเขาก็จะฟื้นขึ้นมากราบทูลองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงว่านางทรยศเขา



นางปลดชุดเกราะของเขามาสวมใส่อำพรางกาย ทาเขม่าดำของก้นหม้อทั่วใบหน้าพร้อมกับโพกผ้ามิดชิด ลากร่างอ่อนปวกเปียกไปนอนหลบพายุหิมะที่ใต้ถุนคับแคบก่อนจะจับหอกเดินลาดตระเวน กระทั่งทางสะดวกนางจึงปีนข้ามกำแพงท้ายจวนด้วยความชำนาญ แม้ไม่มีทางหมาลอดนางก็เผ่นได้



เหลียงเสวี่ยเฟยเหลียวกลับไปกวาดมองจวนกว้างใหญ่ เผลอกอดกระชับหนานไหแน่นขึ้น ความอ้างว้างเกาะกุมหัวใจ ท่วมท้นและซาดซัดรุนแรง นางสูดหายใจลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืน เก็บภาพเหตุการณ์ร้ายดีมากมายไว้ในความทรงจำส่วนลึกที่สุด



ทิ้งมันไปซะ



นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนางกับเขา




เผ่นก่อนไม่รอแล้วนะ น้องงงง

พอน้องหาย พี่หลงคงต้องร้องท่อนนี้!

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

761 ความคิดเห็น

  1. #647 TyPPKfk (@TyPPKfk) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:59
    หนีไปๆๆๆๆๆๆๆๆไปหาพี่เหลียงซะ
    #647
    0
  2. #584 badangle.y (@yuicezii) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 13:09
    ชอบรูปประกอบ
    #584
    1