five nights at freddy's [YAOI] นายต้องเป็นของฉันคนเดียว

ตอนที่ 44 : Ep.3ุ6 : เรื่องสนุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 มี.ค. 62









[Part Jeremy]

 

หลังจากที่ผมลงจากรถพี่โฟนผมก็เดินเข้าไปในร้าน และเดินไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที ผมตกใจอยู่กันที่จู่ๆพี่โฟนก็พาเพื่อนมาด้วย ตอนแรกที่ผมเจอพี่วินเซนท์ดูจากภายนอกแล้วดูเหมือนพวกนักเลวที่อยู่ตามมุมตึกเลย แต่จริงๆพี่วินเซนท์ใจดี ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนหน้าตาเลยสักนิด

พอถึงห้องทำงานผมก็นั่งลงที่เก้าอี้ แล้วพักสายตาสักพัก ถึงพี่โฟนจะบอกว่าพี่ไมค์ไปบ้านเพื่อน แต่ลึกๆแล้ว ผมกับไม่เชื่อว่าพี่ไมค์ไปบ้านเพื่อนจริงๆ เพราะเวลาที่พี่ไมค์ไปไหนจะโทรมาบอกผมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้โทรบอกพี่โฟนแทนมันดูแปลกๆ ต้องมีเกิดขึ้นแน่ๆ

 

“ไม่ๆ นี่แกคิดมากไปแล้วเจเรมี่ พี่โฟนเคยโกหกสักทีไหน เฮ้อ..ช่างเถอะ อะ..อะไรน่ะ” ผมสะบัดหัวไล่ความคิดออกไป ก่อนสายตาจะไปสะดุดกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีแก้วน้ำทับไว้อยู่ ผมจึงอ้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา

 

“พวกฉันรออยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงเมื่อวาน”

จาก ทอยเฟรดดี้

 

“ห้องขัดเลี้ยง ห้องที่จัดงานให้เราเมื่อวานสินะ“ ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะหยิบไฟฉายแล้วเดินออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังห้องจัดเลี้ยง ระหว่างทางมันมีแต่ความมืดเต็มไปหมดถ้าไม่ได้หยิบไฟฉายมาด้วยคงแย่แน่  ผมคงคิดไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ร้านพิซซ่าแต่เป็นบ้านผีสิงไปแล้ว ผมไม่ชินกับความมืดและความเงียบแบบนี้เลยจริงๆ มันเหมือนกับฉากในหนังเลย

ผมเดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็รู้เสียวสันหลังขึ้นมาพแหันไปมองด้านหลังก็ไม่เจออะไร ผมคงคิดไปเอง ผมไมสนใจแล้วเดินต่อ

 

ตึก ตึก ตึก ตึก

 

“อึก...” ผมหยุดเดินทันทีเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนเดินตามมา พวกทอยเฟรดดี้หรอไม่สิ พวกนั้นรออยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงนี่น่า แล้วใครละ ผมทำใจก่อนจะหันหลังไปดูพร้อมกับส่องไฟฉาย สิ่งที่เห็นก็คือ ผู้ชายผมสีเหลืองออกทอง มีหูเหมือนกับหูหมีสีเดียวกับผมแต่เข้มกว่า ใส่หมวกทรงสูงใบเล็ก ใส่ชุดเด็กเสิร์ฟที่ดูขาดๆ ยืนยิ้มให้ผม แต่รอยยิ้มนั้นเหมือนกับฆาตกรโรคจิตเลย ผมตัดสินใจหันหลังออกวิ่งไปสุดตัว แล้วมันก็วิ่งตามผมมาด้วย ความรู้สึกคือ ถ้าผมยังยืนอยู่ตรงนั้นต่อไปคงไม่รอดแน่

 

“แฮ่ก...แฮ่ก ..วิ่งต่อไม่ไหวแล้ว” ผมไม่ได้เป็นคนที่ชอบออกกำลังกาย เป็นเรื่องปกติที่จะเหนื่อยง่าย ผมวิ่งต่อไม่ไหวก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น ขาสั่นไปหมด ไม่มีแรงที่จะวิ่งต่อ

 

ตึก.ตึก...ตึก...ตึก

 

เสียงวิ่งที่ดังแต่แรกก็ค่อยๆเบาเปลี่ยนเป็นเสียงเดินช้าๆ เหมือนกับฆาตกรที่กำลังจะฆ่าเหยื่อของมัน ตอนนี้หัวใจของเต้นจนแทบจะทะลุออกมาจากตัวอยู่แล้ว ดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอ ผมกลัว ใครก็ได้ช่วยผมด้วย ใครก็ได้

 

“นี่นาย มานั่งทำอะไรตรงนี้เนี้ย” เหมือนมีเสียงสวรรค์เข้ามาช่วยผมไว้ ผมจึงเงยหน้าคือมา คนที่มาช่วยผมนั้น คือทอยเฟรดดี้

 

“ทะ..ทอยเฟรดดี้”

 

“เจเรมี่เป็นอะไรหรือเปล่า ทำน้ำตาคลอละ” ทอยเฟรดดี้ช่วยพยุงผมให้ลุกขึ้นก่อนจะถามผม

 

“ปะ..เปล่า แค่ฝุ่นเข้าตาเลยจะเช็ดออก ก็เลยเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ด แล้วเผลอทำตกก็เลยนั่งหาน่ะ” ผมโกหกทอยเฟรดดี้ไป เพราะผมไม่รู้ว่าทอยเฟรดดี้รู้จักเจ้าหุ่นหมีตัวเมื้อกี้หรือเปล่า

 

“อย่างนี้นี่เอง แล้วเจอหรือไง ให้ฉันช่วยหาไหม”

 

“ไม่เป็นไร ฉันเจอแล้วละ แล้วไหนบอกว่าจะรออยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงไม่ใช่หรอ”

 

“ก็เห็นนายไม่มาชะทีก็เลยจะมาตามน่ะ”

 

“อืมๆ งั้นไปกันเถอะ”

 

“อืม”


ทอยเฟรดดี้พยักหน้าก่อนจะเดินตามเจเรมี่ไป แต่ทอยเฟรดดี้ก็หยุดเดินแล้วหันไปมองด้านหลัง จ้องไปที่มุมนึงก่อนจะเดินตามเจเรมี่ไป

 

“ชิ อีกนิดเดียวเอง แต่ก็ช่างเถอะ เพราะคืนนี้ยังอีกยาว หึหึ” โกดเด้นเฟรดดี้พูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินหาไปในความมืด

 

 

 

 

“เย้ๆ เจเรมี่มาแล้ว คิดถึงจังเลย” พอผมเดินเข้าห้องมา ทอยชิก้าก็เดินเข้ามากอดผมทันที คนที่อยู่ในห้องก็มีพัพเพ็ท ทอยชิก้าแล้วก็บอนลูนบอย

 

“ชิก้าพอได้แล้ว” ทอยเฟรดดี้พูดเสียงเรียบก่อนจะจ้องทอยชิก้าเขม็ง

 

“ฮ่าๆ แค่นิดหน่อยเองทำไปหึงไปได้”

 

“หึงหรอ”

 

“อะ เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก นี่ๆ เจเรมี่มาเล่นไผ่กันเถอะนะ”

 

“เล่นไผ่หรอ แต่นี่มันเวลางานผมนะ”

 

“อืมๆ ไม่เป็นไรๆ พวกเราไม่ได้ทำอะไรเจเรมี่ชักหน่อย อีกอย่างเจเรมี่ก็รู้จักพวกเราทุกคนแล้วด้วย “ รู้จักทุกคนแล้วหรอ แล้วไอ้หมีสีเหลืองเมื้อกี้ไม่ใช่หุ่นของที่ร้านหรอ แล้วมันเป็นหุ่นของใครละ

 

“นี่ๆ เจเรมี่จะเล่นหรือเปล่า”

 

“อืมๆ เล่นสิ”

 

“งั้นผมเล่นด้วย” เสียงบอนลูนบอยดังขึ้ นพวกผมก็นั่งลงกับพื้นทอยชิก้าก็แจกไผ่ให้แต่ละคน

 

“ทอยเฟรดดี้กับพัพเพ็ทไม่เล่นหรอ” ผมหันไปถามทอยเฟรดดี้กัลพัพเพ็ท

 

“ไม่ละ ฉันของดูนายเล่นดีกว่า” ทอยเฟนดดี้พูดก่อนจะไปยืนข้างๆพัพเพ็ท

 

“ส่วนฉันไม่มีดวงเล่นพวกนี่ ขอดูอยู่เงียบก็แล้วกัน”

 

“เอาแบบนั้นก็ได้ แล้วทอยบอนนี่กับแมงเกิ้ลละ”

“บอนบอนเอาขยะของเมื่อวานไปทิ้งน่ะ ส่วนแมงเกิ้ลอีกสักก็มาแล้วละ” พัพเพ็ทพูดเสร็จก็หันไปพูดกับทอยเฟรดดี้ ส่วนผมก็นั่งเล่นกับทอยชิก้ากับบอนลูนบอย

 

 

 

 

 

 

หลังร้าน

 

“หึ..นึกว่านะไม่มาแล้วชะอีก”

 

“แหมๆ รุ่นพี่นัดผมมาทันทีทำไมผมจะไม่มาละครับจริงไหม” บอนนี่ยิ้มมุมปากกับคำพูดของทอยบอนนี่ เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าตัวจะพูดกวนประสาทแบบนี้อยู่แล้ว

 

“หึหึ นั้นสินะ แต่สำหรับพวกนายแล้วยามคนใหม่คนนั้นคงสำคัญมากสินะถึงได้จัดงานเลี้ยงให้ขนาดนั้นน่ะ”

 

“ อ่าว..รู้แล้วหรู้แล้วหรอครับ ถูกต้องแล้วละครับ เพราะพวกผมชอบเค้ามากถึงได้จัดงานเลี้ยงให้ ไม่เหมือนกับพวกรุ่นพี่ที่ทำร้ายยามคนแล้วคนเล่า โดยไร้ความรู้สึกหรอกนะครับ”

 

ตึก!!!


บอนนี่จับคอเสื้อของือยบอนนี่ก่อนจะเหวี่ยงให้ชิตกำแพงแล้วพุ่งมาจับคอทอยบอนนี่อีกครั้ง

 

“หึ..อย่ามาอวดดีให้มันมาก ไม่งั้นนายได้จับตัวเปล่าๆ”

 

“หึหึ..งั้นผมขอรับไว้เป็นคำชมแล้วกันนะครับ” ทอยบอนนี่พูดก่อนจะยกยิ้มกว้าง บอนนี่ทำหน้าไม่พอใจ ก่อนจะปล่อยทอยบอนนี่ให้เป็นอิสระ แล้วหันหน้าไปอีกทาง

 

“หึ..นั้นสินะ นั้นมันเป็นพรสวรรค์ของนายนี่ แต่ฉันขอเตือนไว้หน่อยละกัน ถ้าพวกนายคิดจะปกป้องยามนั้นละก็..ระวังจะจับนะ”

 

“ฮ่าๆ นั้นคงเป็นแค่ความเพ้อฝันสินะครับ เพราะว่า.....พวกผมจะไม่มีวันให้พวกรุ่นพี่ทำอะไรเค้าเด็ดขาด” ทอยบอนนี่พูดก่อนจะจ้องบอนนี่เขม็งด้วยสายตาที่สงบนิ่ง

 

“อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นสิ ฉันแค่มาเตือนเฉยๆ ไม่ได้จริงจังชะหน่อย”

 

“งั้นก็ขอบคุณที่เตือนนะครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัว” ทอยบอนนี่พูดก็จะเดินเข้าไปในร้านทันที บอนนี่ส่ายหน้าด้วยความสมเพช หันไปมองต้นไม้ที่อยู่ด้านหลัง

 

“มาแอบฟังคนที่เค่คุยกันแบบนี้ไม่ดีเลยนะ..ฟ็อกซี่” เมื่อชื่อตัวเองถูกพูดถึงฟ็อกซี่ก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้

 

“ก็แค่มาแอบดูนิดหน่อยไม่ให้เป็นไรเลย ที่นายละมาส่งสารเตือนแบบนี้ก็แย่น่ะสิ เอ๊ะ..หรือว่าที่มาเป็นเพราะเจ้ากระต่ายน้อยสินะ เป็นห่วงงั้นหรอ”

 

“พูดอะไรน่าขำชะมัด แล้วนายไม่ต้องไปดูคุณไมค์หรือไง”

 

“ไม่ละ เอาแต่ดูไมค์มันจะไปสนุกเท่ากับการได้ฆ่าน้องชายของไมค์ละ ฉันขอมาไล่ฆ่าาดีกว่าสนุกกว่าเยอะ” ฟ็อกซี่พูดก่อนจะแสยะยิ้ม แล้วยกตะขอคือมาลูบ

 

“หึหึ..นั้นสินะ” 

 

 

ทางอีกมุมหนึ่ง

 

“พะ..พวกรุ่นพี่จะฆ่าคุณเจเรมี่ ตะ..ต้องรีบไปบอกพวกเฟรดดี้”

 

ตึก


แมงเกิ้ลพูดก่อนจะหันหลังเพื่อไปที่ห้องจัดเลี้ยง แต่ก็ชนกับบางอย่างจนล้มไปกับพื้น แมงเกิ้ลส่ายหัวเบาๆก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

 

“ระ..รุ่นพี่..เฟรดดี้” แมงเกิ้ลพูดด้วยเสียงที่สั่นและตัวสั่นไปเท่าตัว

 

“จะไปไหนหรอ แมงเกิ้ล”










================================================================================


จบไปแล้วจ้า รอเค้านานไหม คือมีปัญหานิดหน่อยนะ คือมีปัญหากับที่บ้านนิดหน่อยเนอะ เลยไม่ได้มาอัพก็หน่วงนิดหน่อย

ไม่มีอารมณ์จำทอะไรเลย เข้าใจเค้าหน่อยนะ เหมือนจะมีเรื่องแล้วแฮะติดตามดูกันน ส่วนเวลาการอัพจะอัพวันเว้นวันนะ

ไปละ คอมเม้นด้วยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

148 ความคิดเห็น

  1. #129 Sujitrasaetang71 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 22:44
    มาต่อนะค่าาา กำลังลุ้น
    #129
    1
    • #129-1 KNE_FT(จากตอนที่ 44)
      30 เมษายน 2561 / 23:07
      รับทราบคะะ
      #129-1
  2. #127 Mizuru_San (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 21:07
    เจเรมี่ฉันนนน จะรอดมั้ยเนี่ยน้อง โฮ -หมีทองดูหลอนมากในหลายๆความหมาย(ฮา)
    #127
    1
    • #127-1 KNE_FT(จากตอนที่ 44)
      25 เมษายน 2561 / 21:42
      555 มันอาจยืนอยู่ข้างหลังตัวเองก็ได้น้าาา~~
      #127-1
  3. #126 ILovePin (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 17:53
    ทิ้งทุกอย่างแบบไม่รอช้า
    #126
    1
    • #126-1 KNE_FT(จากตอนที่ 44)
      25 เมษายน 2561 / 18:25
      ทิ้งไรหว่า555
      #126-1