นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Just Love At 3 [EUNSEO X SEOLA]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


- บทความนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีแต่อย่างไร -




#JUSTLOVEAT3







เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.ค. 62 / 21:22



#JUSTLOVEAT3


....ตีสาม....

...หลังจากวันนั้น...

...ฉันก็เฝ้ารอเวลาตีสามทุกวัน..

..เพื่อที่จะได้พบเธอ..

...3 เดือนก่อน...


      " โว้ย!!!! " ฉันตะโกนเสียงดังลั่นกลาง 4 แยกอย่างไม่เกรงใจใคร และคงไม่มีใครออกมาฉันเกรงใจด้วย

ก็ในเมื่อตอนนี้มันตี 3 เวลาที่คนส่วนใหญ่ในเมืองนี้กำลังหลับใหล  

     ยกเว้น คนส่วนน้อยอย่างฉัน

     คิม ซอลอา พนักงานบริษัทตัวเล็ก ๆ ผู้น่าสงสาร ที่ถูกหัวหน้าร่างเทอะทะนั่น สั่งให้ไปทำงานมาส่งใหม่ในชั่วข้ามคืน

     เพียงเพราะฉันไม่ยอมตอบรับคำเชิญของหล่อนที่จะชวนไปเดทในสวนสนุกอาทิตย์หน้า

     ...แล้วมันคือความผิดของฉันหรือไง! ที่ฉันไม่ได้ชอบหล่อนน่ะ!

     แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนำร่างเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันและโน๊ตบุ๊คเพื่อนตายไปนั่งจุ้มปุ๊กที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านแถว ๆ คอนโดจนร้านเขาปิด

     ...แล้วไล่ฉันออกมา อย่างนี้ไง!!

     การเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดจะกลับคอนโด จนกว่าจะง่วง เป็นสิ่งที่ฉันค่อนข้างจะชื่นชอบทำหลังจากเลิกงาน ตอนวันที่อากาศดี ๆ

     แต่...ไม่ใช่ตอนเร่งด่วนแบบนี้

     ..นี่ฉันเดินวนจนจะครบ 10 กิโลแล้วนะ ! เฮ้อ !

     สงสัยคงต้องกลับไปนอนร้องไห้กอดใบลาออกแนบอกที่คอนโดแน่ ๆ ฮือ...

     แย่แน่ ๆ เลยตัวฉั -- เอ๊ะ เหมือนจะเจออะไรเข้าแหะ

     ใช่จริง ๆ ด้วย เย้ !! 

     ฉันกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ อย่างลืมตัว ในใจกล่าวขอบคุณพระเจ้าเป็นพัน ๆ ครั้ง

     และแล้ว...พระเจ้าก็ประทานพรตอนตี 3 ให้ได้เจอกับที่ ๆ เหมาะกับการทำงานอย่างม้านั่งยาวตัวหนึ่งในสวนสาธารณะอย่างนี้ให้กับฉัน !

     แสงไฟที่นี่ดูสว่างใช้ได้เลยทีเดียว

     แต่..ดูเหมือนจะไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ดูยุ่งในเวลาแบบนี้

     มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอาบแสงไฟอยู่บนม้านั่งตัวนั้น ดูเหมือนเธอจะนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ หน้าตาดูอ่อนเยาว์ จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ไหนจะผมยาวสีทองนั่นที่ช่วยขับผิวพรรณของเธอให้ดูสว่างขึ้นจากเดิม ซึ่งพอลองมองจากตรงนี้ ที่ห่างจากม้านั่งตัวนั้นประมาณ 5 เมตรแล้ว เธอไม่ต่างกับหลอดไฟนีออนที่กำลังเรืองแสงอยู่  

     อืม...บางทีเธออาจจะอาบน้ำด้วยโอโม่ก็ได้นะ น่าคิดแหะ 

     ร่างสูงเพรียวนั่งไขว่ห้างอวดขาเรียวยาว เธอสวมเสื้อสีขาวตัวโคร่งกับหมวกไหมพรมสีดำ และรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังเหมือนพวกนักเต้น street dance

     ดูสวยและเท่ในเวลาเดียวกัน แถมดูลึกลับเบา ๆ อีก

     น่าสนใจแหะ คน ๆ นี้

     ฉันไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปหาเธอและขอเธอนั่งด้วย ถึงแม้ว่าจะนั่งคนละฟากก็เหอะ

     สายตาที่จดจ่ออยู่กับโทรศัพท์ เงยขึ้นมามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เกรงใจ ใบหน้านิ่งจ้องฉันอยู่หลายวิ เป็นสายตาที่ดูเหมือนคนกำลังเห็นอะไรที่มันดูแปลก..

     เอ๊ะ หรือว่ามีอะไรติดหน้าฉัน....นอกจากความสวย

     ฉันยกผมขึ้นมาทัดหู แก้เขินกับความสวยของตัวเอง

     เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะกลับไปสนใจเครื่องสื่อสารในมือต่อ

     ฉันรีบนั่งแล้วจัดการท่าทางและเครื่องมืออย่างไม่รอช้า 

     พลันนึกขึ้นได้ว่า สายตาของเธอคงหมายถึง... 

     พูดแล้วก็อาย..ตอนนี้หน้าฉันคงมีสีแดงมาแต้มที่แก้มแน่ ๆ

     ตอนนี้ร่างของฉันมันดูไม่ได้เอาซะเลย ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าที่ไร้เครื่องสำอางมันแผล็บ แต่โชคดีที่ฉันไม่ลืมทาปากให้แดง ตามคติประจำตัว ' หน้าช่างแม่ง ปากแดงไว้ก่อน ' ทำให้ฉันมั่นใจขึ้นเป็นกอง

     ไหนจะเสื้อยืดสีขาวเก่า ๆ ที่ยืดย้วยเต็มที กับ กางเกงวอร์มขายาวสีแดงที่พร้อมจะหลุดตลอดเวลา หากไม่มีเชือกฟางราคาถูกมัดแก้ขัดไว้ แถมด้วยรองเท้าแตะเป็ดน้อยสีเหลืองฟู ๆ ที่ใส่อีก

     ครบเซ็ตเลยแหะ 

     เฮ้อ...นี่มันชุดนอนที่พร้อมจะนอน แต่นอนไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยนี่นา


..........


     ฉันนั่งพิมพ์งาน โดยมีเธอที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ

    รู้สึกเหมือนจะถูกคอยเหล่มองอยู่เป็นระยะ ๆ แต่จะพูดว่าเธอมองอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกหรอก ในเมื่อฉันก็เหล่มองเธออยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน

     และฉันก็พึ่งสังเกตเห็นสิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนตักเธอ หลังจากเรานั่งเหล่ใส่กันได้เกือบ 5 นาที...

' นาฬิกาปลุกสีแดง '

     เอามาด้วยทำไมนะ ? ถึงจะรู้ว่าเสียมารยาทก็เถอะ แต่ขอลองถามดูหน่อยดีกว่า

     " ขอโทษนะคะ " เสียงฉันดังขึ้นทำลายความเงียบระหว่างเรา

     " ... " สายตานิ่ง ๆ ถูกส่งมายังฉันเงียบ ๆ 

     " พกนาฬิกาปลุกมาทำไมหรอคะ ?  " 

     " .... " 

     เธอเงียบไปสักครู่ จนฉันรู้สึกคิดผิดที่พลั้งปากออกไป คงจะถามอะไรผิดไปอย่างมหันต์

     " ขอโทษค่ -- " 

     " --ไม่รู้สิ....แค่กำลังรอ....ล่ะมั้ง " จู่ ๆ เสียงเธอก็ดังขึ้นขัดคำขอโทษของฉัน

     มือบางแตะไปที่นาฬิกาเบา ๆ ก่อนจะหันมาอมยิ้มให้ฉันน้อย ๆ

     น่ารักดีจัง เวลาเธออมยิ้มน่ะ 

     " รอ ? งั้นก็สู้ ๆ นะคะ " 

     " .... " 

     " ขอบคุณ " 

     " ยินดีค่ะ " ฉันมอบรอยยิ้มจากใจส่งไปถึงเธอ

     หลังจากนั้น บทสนทนาระหว่างเราก็ถูกตัดจบไปอย่างง่าย ๆ

     ทุกอย่างจะกลับมาอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

     เธอกลับไปก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เช่นเคย

     ส่วนฉันก็คงต้องรีบทำงานบ้าง เพราะถ้ามัวแต่เล่นคงเสร็จไม่ทันคืนนี้

     แต่ในความเงียบนั้นย่อมมีเสียง...

     ...มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาของเธอที่ดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบระหว่างเรา 2 คน


...........


     เวลาผ่านไปจวนจะครบชั่วโมง เธอก็ยังคงนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ ฉัน

     " ดูเยอะจังนะ งานน่ะ " เธอเปล่งเสียงออกมาเบา ๆ หลังจากเงียบอยู่นาน

     " เป็นปกติของพนักงานบริษัทน่ะค่ะ " ฉันขำเบา ๆ ให้กับคำตอบที่น่าสมเพชของตัวเอง

     " หรอ... ดูเหนื่อยจังเลยนะ อาชีพเนี่ย "

     " ไม่หรอกค่ะ สนุกดี " ฉันยิ้มให้เธอ " แล้วคุณล่ะคะ ทำงานอะไร? "

     " .... "

     " นักเต้นหรือนางแบบ "

     " ..... "

     " นักร้องหรือนักแสดง " 

     " ... "

     " อืมมมมม " 

     " .... "

     " หรือเป็นไอดอล " 

     " .... " 

     " พิธีกรล่ะ "

     " ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ " เธอส่ายหน้าไปมา " ต่อให้ทายอะไรมา ยังไงก็ไม่ถูกหรอก"

     " ทำไมล่ะคะ ?? หรือว่าตกงาน ? " สายตาเธอฉายแววเศร้าลงนิดหน่อย 

     ฉันจึงรีบตบปากตัวเองที่พูดอะไรไม่คิดออกไปอีกแล้ว

     " ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเศร้าหรอกนะคะ " ฉันรีบก้มหัวขอโทษเธอ

     " ไม่ได้เศร้าสักหน่อย...แค่อยากลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบบ้างน่ะ " เธอมองไปที่งานของฉันอีกครั้ง

     " แสดงว่าตอนนี้ทำงานที่ไม่ชอบอยู่ ก็เลยไม่อยากพูดถึงสินะคะ " ฉันพูดพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

     " อืม -- ก็ไม่เชิงว่าตอนนี้หรอก อนาคตมากกว่าที่ต้องทำ " เธอพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าลงเล็กน้อย

     " คุณคงมีเหตุผลส่วนตัวสินะคะ " ฉันพยักหน้าให้เธอเบา ๆ

     " ก็คงงั้นล่ะมั้ง เฮ้อ ! " เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ 

     " ... "

     " .... " 

     " งั้นก็สู้ ๆ นะคะ " 

     " ....สู้หรอ ? " 

     " ค่ะ ต้องสู้เท่านั้น ! " 

     " งั้นขอถามอะไรหน่อยสิ "

     " ค่ะ " ฉันตอบรับคำเธออย่างหนักแน่น

     " ระหว่างสิ่งที่ตัวเองชอบ กับ สิ่งที่ถูกบังคับให้ทำเพราะคิดว่าดี " เธอมองหน้าฉันอย่างคาดหวัง 

     " เธอจะเลือกอะไร "

     " อืม--ยากเหมือนกันนะคะ " ฉันพูดพลางนึกถึงสิ่งที่ตัวเองจะตอบ

     " แต่ถ้าเป็นฉัน คงเลือกสิ่งที่ชอบค่ะ บังเอิญว่าฉันเป็นพวกเอาแต่ใจ เลยตามใจตัวเองมากกว่า "

     " อย่างนั้นเองหรอ...น่าสนใจแหะ " เธอยกยิ้ม " ขอบคุณนะ สงสัยพรุ่งนี้ฉันต้องลาออกซะแล้วล่ะ "

     " ตัดสินใจแล้วหรอคะ ? "

     " อืม ต้องสู้ไม่ใช่หรอ " 

     " ค่ะ ดีจริง ๆ เลยนะคะ ได้ลาออกจากงานที่ตัวเองไม่ชอบเนี่ย ดีสุด ๆ ไ-- "

     " --โรงเรียน...ลาออกจากโรงเรียนน่ะ " เธอพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ช่างเป็นคนที่มุ่งมั่--ห้ะ!!! โรงเรียน!!

     " เดี๋ยวนะคะ โรงเรียน? " เธอพยักหน้าเบา ๆ

     ซวยแล้วไง !! ฉันไปแนะนำเด็กอายุไม่ถึง 20 ให้ลาออกจากโรงเรียน

     " อายุเท่าไหร่หรอคะ? " น้ำเสียงที่ดูตกใจของฉัน คงทำให้เธอดูงงนิดหน่อย

     " ปีนี้ก็จะ 19 แล้ว " เธอตอบอย่างไม่รู้ร้อน

     ต่างจากฉันที่รู้สึกร้อน ๆ ที่ไม่ยอมถามเธอให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

     " ห้ะ!! 19 เองหรอ " ฉันถามเธออีกรอบ

     " อืม " 

     " งั้นอย่าพึ่งลาออกเลย--เรียนปีสุดท้ายให้จบก่อน " ฉันพยายามพูดห้ามเธอ ซึ่งคงดูย้อนแย้งกับคำตอบที่ฉันตอบเธอไป

     " -- ไม่เอาด้วยหรอก " เธอปฏิเสธเสียงแข็ง

     " ต้องสู้ไม่ใช่รึไง "

     " ไม่ใช่สู้แบบนี้สิคะ " 

     " ฉันก็เลือกสิ่งที่ชอบไง--เพราะบังเอิญฉันก็เป็นพวกเอาแต่ใจเหมือนกัน "

     " ก็ฉันไม่รู้ ว่ากำลังคุยกับเด็กมัธยมปลายอยู่ " ฉันตอบตามที่ฉันคิด " ทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกอายุให้เร็วกว่านี้ "

     " ฉันผิดสินะ หึ " 

     " ... " 

     " --เพราะเป็นเด็กสินะ ถึงไม่มีสิทธิเลือก --"

     คำพูดตัดพ้อนั่นทำเอาฉันใจสั่นเบา ๆ

     " ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ " ฉันรีบพูดขึ้น ก่อนที่เธอจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

     " แล้วหมายความว่าไง !  " เธอย้อนถามฉันแทบจะทันที

     เฮ้อ! ไม่น่าหาเรื่องเข้าตัวเลยแหะ

     " เอ่อ--ไม่รู้! " 

     " ...แล้วสุดท้า-- " 

     " --แต่ว่าต้องเรียนนะ เรียนให้จบด้วย สัญญากับฉันสิ " ฉันยื่นนิ้วก้อยให้เธอเกี่ยว

     เธอมองนิ้วก้อยฉันสักพัก ก่อนจะปัดมือฉันเบา ๆ

     " ทำไมล่ะ ? ทำไมต้องเรียน " 

     " เอ่อ เพราะไม่รู้เหตุผลไงถึงต้องเรียนให้รู้ " ฉันพยายามพูดสิ่งที่ฉันคิดได้ตอนนั้น

     " แล้วถ้าไม่เรียนล่ะ จะไม่รู้เหตุผลรึไง " เสียงเธอเริ่มอ่อนลง

     " ใช่ พอเรียน ปีนี้จบแล้วก็จะเลิกเรียนก็ได้นะ " ฉันนึกสงสารเธอจับใจ " ขอแค่เธอหาเหตุผลให้เจอแค่นั้น "

     " .... " 

     " .... "

     " ... "

     " --ก็ได้ " เธอตอบอย่างไม่เต็มเสียงมากนัก

     " ดีแล้วแหละ  " ฉันยิ้มให้เธอ 

     " พอถึงวันนั้น ช่วยบอกเหตุผลให้ฉันฟังด้วยก็แล้วกันนะ เด็กน้อย " 

     " เธอ.. " เธอเปล่งเสียงออกมาเบามาก จนฉันแทบไม่ได้ยิน

     " อะไรนะ " 

     " เปล่า " 

     " อืม งั้นหรอ " 

     " แต่มีข้อแม้...เมื่อไหร่ที่ฉันเรียนจบ เธอจะต้องไปงานปัจฉิมฉันนะ " เธอยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าฉัน เลียนแบบฉันที่ยื่นให้เธอเมื่อครู่นี้

     " ไม่งั้นฉันจะลาออก-- " 

     และแน่นอนว่า...ฉันรีบยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วเธอ (แม้ว่าจะไม่ได้เต็มใจมากก็เหอะ) ทันทีที่เธอพูดจบ

     เป็นเหมือนคำสัญญาใจท่ามกลางแสงจันทร์เลยแหะ

     " แน่นอน--ว่าแต่เธอชื่ออะไร เรียนที่ไหนล่ะ เด็กน้อย " ฉันรีบพูดรัว ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจ ขณะที่นิ้วเรายังเกี่ยวกันอยู่

     " อึนซอ ซน--ส่วนเรื่องสถานที่ ไว้จะบอกในแชทนะ " รู้สึกเหมือนกำลังถูกขอเบอร์ ควรเขินดีไหมเนี่ย

แต่เขินดีกว่าเพราะเธอสวย กรี๊ด!!

     สวยจน มีออร่ายิ่งกว่าหน้าผากของฉัน (แม้ว่าจะตัดหน้าม้าบังแล้วก็เหอะ)

     " อ่า..เอาจริงหรอ "

     " อืม " และก็เป็นฉันที่ใจอ่อน ยอมบอกเบอร์เธอไป ถึงอยากจะทำเป็นเล่นตัวสักหน่อยก็เถอะ

     " แล้วเธอชื่ออะไร? " เธอถามฉัน ขณะเมมเบอร์ไว้ในเครื่องโทรศัพท์สุดหรู

     " จะดีหรอ? " ฉันแกล้งทำน้ำเสียงเหมือนผู้หญิงใส ๆ ที่ลืมไปว่าแจกเบอร์ให้เขาไปแล้ว

     " เอาเถอะน่า--เธอยังรู้ชื่อฉันแล้วเลย " เธอเซ้าซี้ฉัน

     " ก็ได้ ๆ เด็กน้อย--ฉันชื่อ ซอลอา -- "

     " คิม--คิม ซอลอา ใช่ไหม? " เธอพูดนามสกุลฉันได้ถูกอีกต่างหาก

     รู้ได้ยังไงกันนะ หรือฉันเคยเจอเธอมาก่อน อืม..

     " ฉันเคยเห็นชื่อนี้ที่บริษัทพ่อน่ะ " เธอทำหน้านึกถึงตอนนั้น

     " ถ้าจำไม่ผิด..เคยเห็นเธอตอนแอบหลับอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วย น่าจะถ่ายไว้ด้วยมั้-- "

     นั่นไง..ซวยแล้วไหมล่ะ ก็ว่าทำไมเด็กคนนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหน คุ้น ๆ เป็นไงล่ะ ไม่คุ้นธรรมดา คุ้นแบบเป็นลูกท่านประธานซะด้วย เห็นตอนไหนไม่เห็น ดันมาเห็นตอนหลับ โดนไล่ออกแน่ ๆ เลยฉัน

     " ขอโทษค่ะ ๆๆ " ฉันรีบลุกก้มหัวให้เธอ

     " ไม่เห็นต้องขอโทษเล-- "

     " อย่าไล่ฉันออกนะคะ ขอร้องล่ะ ! " ถ้าฉันถูกไล่ออกล่ะก็..โดนแม่ด่าแน่ ๆ ไหนจะค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อีก โอ๊ย ! แย่แล้ว ๆ 

     " ไม่ต้องกลัวฉันหรอกน่า...ไม่บอกพ่อหรอก ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย " เธอพูดดักคอฉันในขณะที่ฉันยังคงก้มหัวอยู่

     " อีกอย่าง..หลังกินข้าวเที่ยง มันก็ง่วงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ขนาดพ่อยังแอบหลับเป็นประจำเลย "

     " .... " 

     " ดีไม่ดี ฉันอาจจะบอกพ่อ เรื่องที่เธอขยันขนาดเอางานมาทำข้างนอกด้วย " 

     " .... "

     " พ่อต้องดีใจแน่ ที่มีพนักงานที่ขยันแบบเธอน่ะ "

     " .... " 

     " เงยหน้าสักทีเถอะ "

     " จะดีหรอคะ? "

     " อืม..ปวดหลังแย่เลย "

     " อ่า..ขอบคุณค่ะ " หลังจบคำ เธอก็ทำหน้ามุ่ยทันที

     " ไม่ต้องทำตัวสุภาพจนเกร็งแบบนี้หรอก -- ฉันไม่ได้ให้เงินเดือนเธอสักหน่อย " เธอพูดติดตลก

     " ค่อยไปเกร็งตอนอยู่กับท่านประธานนู้น "

     " เอางั้นหรอคะ ? " 

     " อืม พูดเหมือนเดิมเถอะ " 

     ฟู่ ! โล่งอกไปที อย่างน้อยก็ไม่โดนไล่ออก

     " อ่า...แล้วไม่กลับบ้านหรอคะ เดี๋ยวท่านประธานจะเป็นห่วงเอานะ " ฉันถามเธอ หลังพึ่งนึกได้ว่าตอนนี้ตี 4 กว่าแล้ว

     " ไม่เห็นต้องรีบกลับสักหน่อย ลุงนั่นไม่เคยสนใจอะไรนอกจากงานอยู่แล้ว " เธอพูดพลางมองนาฬิกาบนตักที่ยังคงเดินไปเรื่อย ๆ  

     " อีกอย่างฉันออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ลุงนั่นไม่เคยรู้เรื่องอะไรกับฉันหรอก"

     " หรอ--ดีจังนะ " ฉันพูดในขณะที่มือเริ่มกลับมาทำงานอย่างเป็นประวิงอีกครั้ง และออกจากรีบเร่งขึ้นอีกนิด เพราะเวลาเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ 

     " อืม-- " และก็ขอบคุณเธอ ที่เหมือนจะรู้ ยอมนั่งนิ่ง ๆ และไม่พูดอะไรอีก


.............


     เวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะตี 5 ซึ่งงานของฉันก็เสร็จพอดี

     ฉันรีบส่งไฟล์งานไปทางเมล์ให้หัวหน้า แล้วรีบเก็บของก่อนที่จะมีใครตื่นแล้วเดินออกมาเห็นฉันในร่างหมีแพนด้า ขอบตาดำปี๋แบบนี้

     แต่เมื่อหันไปข้าง ๆ ก็พบว่าเด็กน้อยคนนั้น คนที่คิดว่าเธอจะกลับไปแล้ว กำลังนอนหลับฝันดี เธอกอดนาฬิกาปลุกแนบอก

     แม้ว่าจะนั่งหลับบนม้านั่งในท่าที่ชวนให้ปวดคอ แต่ออร่าความสวยก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด หรือไม่ก็อาจจะทวีคูณเลยก็ได้

     ฉันจ้องภาพตรงหน้าสักพัก ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาถ่ายความไร้เดียงสาของคนที่อยากจะลาออกจากโรงเรียน

     ปลุกดีไหมนะ?? ฉันได้แต่คิดในใจ ใจนึงก็อยากปลุก อีกใจก็ไม่อยากขัดความสุขของคนตรงหน้า

     ฉันจึงปล่อยให้คนตรงหน้าหลับไปอีกสักพัก เพราะยังไงวันนี้ฉันก็คงไม่รีบมาก เพราะมันคือวันหยุดของฉัน

     แต่จู่ ๆ เสียงนาฬิกาปลุกของเธอก็ดังขึ้น เธอสะดุ้งขึ้นมาจากภวังค์ความฝันแทบจะทันที

     " เป็นไงบ้าง เด็กน้อย หลับสบายไหม?? " ฉันยิ้มให้เธอที่กำลังทำหน้ามึนงง

     " อืม--กี่โมงแล้วเนี่ย " เธอพูดด้วยน้ำเสียงสลึมสลือ

     มือเรียวยกขึ้นขยี้ตาเหมือนเด็กตัวน้อย ๆ อย่างน่ารัก

     " ตี 5 ครึ่ง " ฉันตอบเธอเสียงหวาน

     " โอ๊ย! ตาย ๆ ตี 5 ครึ่ง " เธอรีบลุกขึ้นอย่างลนลาน กอดนาฬิกาปลุกไว้แนบอกแล้ววิ่งออกไปด้วยความเร็ว 

     เธอใช้เวลาไม่กี่วิ ในการวิ่งไปไกลสุดลูกหูลูกตา ราวกับเป็นนักวิ่งลมกรดแห่งชาติ 

     ฉันนั่งขำเธออยู่บนม้านั่งเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เธอก็วิ่งกลับมา เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน

     เอวิ่งมาหยุดตรงหน้าฉัน แล้วยืนนิ่งไปสักพัก 

     " เหนื่อยไหม เด็กน้อย " สังเกตจากเม็ดเหงื่อบนหน้าใส ๆ ของเธอ ก็รู้ว่าคงวิ่งไปไกลน่าดู

     " ... " 

     " เป็นอะไรไปล่ะ ? " 

     " ... " 

     ตอนนี้หน้าเธอดูเครียดเหมือนคนกำลังใช้ความคิดเลยแหะ งั้นตอนนี้ฉันคงต้องอยู่เงียบ ๆ เหมือนเดิมจะดีกว่า 

     " .... " 

     " .... " 

     " .... " 

     " วันนี้วันเสาร์ใช่ไหม?? " เธอที่ยังคงมึนงงอยู่ ก้มหน้ามาถามฉัน

     " ใช่จ้ะ " ฉันตอบเธอ พร้อมรอยยิ้มเอ็นดู 

     การลุกไปยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ เป็นสิ่งที่ดูคิดผิดสุด ๆ เพราะฉันดูเหมือนเด็ก ทั้ง ๆ ที่อายุมากกว่า อย่างช่วยไม่ได้

     เจ้าเด็กนี่ท่าทางจะกินนมเยอะ สงสัยฉันต้องกลับไปกินนมบ้างแล้ว จะได้สูงเท่าเธอ หึ

     " ฟู่ !! " อยู่เธอก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ 

     " คงเหนื่อยน่าดูเลยนะ " เธอส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ฉันไม่เชื่อหรอก วิ่งไปไกลซะขนาดนั้น

     " ปกติออกกำลังกายบ้างไหม ? "  

     " ก็ทุกวัน.. " เธอพูดพร้อมกับปาดเหงื่อที่ติดอยู่ตามใบหน้าสวย

     " แข็งแรงจังนะ "  

     " อืม.. " 

     " ... "

     " .... " 

     " ... " 

     " กลับบ้านกันไหม?? " เสียงชวนของฉัน ทำลายความเงียบระหว่างเราได้ดี

     " ไม่เป็นไร กลับก่อนเลย " เธอก้าวเท้า กลับไปนั่งที่เดิม

     " เอางั้นหรอ ? " 

     " อืม..ยังไม่อยากกลับน่ะ " 

     " งั้นเดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อนก็แล้วกันนะ " ฉันพูดพลางเดินกลับไปนั่งประจำที่เหมือนเธอ

     เธอหันมามอง ก่อนจะส่งสายตาสงสัยมายังฉัน ฉันยิ้มให้เธอน้อย ๆ 

     " ...ยังไม่อยากกลับเหมือนกัน "

     " .... " 

     " ... " 

     " ... "  หาว~ ง่วงจัง

     " .... " 

     " ..... " 

     " .... "

     ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่เรานั่งเงียบ ๆ ใส่กันแบบนี้ แต่มันทำให้ฉันรู้สึกว่า....

     ....หนังตาฉันมันกำลังจะปิด ก่อนที่โลกข้างหน้าจะค่อย ๆ มืดลง และดับในที่สุด

     " .... " 

............


     ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ตัวฉันอุ่นขึ้นอย่างแปลก ๆ เหมือนตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้อง แล้วห่มผ้าหนา ๆ กลางอากาศที่ออกจะหนาว ๆ หน่อย 

     รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากจะลุกไปไหน ขอนอนอีกสักหน่อยดีกว่า 

     " .... " 

     " นี่ ตื่นได้แล้ว " เสียงใครน่ะ ทำไมถึงอยู่ในความฝันฉันได้ 

     " .... "

     " ..เธอ " แถมยังสะกิดตัวฉันได้อีก

     " ... " 

     ช่างเป็นความฝันที่สมจริง ยิ่งกว่าหนัง 3D 

     " .... " 

     " เธอ ๆ " 

     " ... " 

     " เฮ้ย ๆ " 

     " ... " 

     " นี่ " โอเค ๆ เริ่มรำคาญแล้วนะ

     " ... " 

     " เฮ้ ๆ " 

     " ... " 

     " ตื่น " 

     " ... " 

     " ตื่น ๆ " ฉันเริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ

     " ... " 

     " ยัยขี้เซา " เฮ้ย ! เป็นใครถึงมาว่ากันได้

     ดวงตาที่เคยหนักอึ้ง ตอนนี้กลับยกขึ้นได้อย่างสบาย

    ฉันมองหาคนที่ว่าฉันเมื่อครู่อย่างขุ่นเคือง ใครกันกล้ามาว่าฉัน ว่า ขี้เซา

    แต่กลับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องฉันก่อนที่ฉันจะจ้องไปยังมัน 

     ความอบอุ่นยังคงปกคลุมฉันอยู่ คงเป็นเพราะแสงอาทิตย์ในยาม 6 โมงเช้า กับ....

     ...เธอ ที่กอดฉันไว้แนบกาย ช่างดู...

     " เฮ้ย ! " การผลักเธอให้ปล่อยตัวฉันไป เป็นความคิดที่ดีที่สุดในตอนนั้น

     ฉันรีบลุกขึ้นจากม้านั่ง แล้วยืนจ้องหน้าคนที่แอบขโมยกอดตอนหลับอย่างไม่วางตา

     " เฮ้อ~ ตื่นสักที " เธอพูดพลางลุกจากม้านั่งบ้าง บิดกายเล็กน้อย เพื่อขจัดความปวดเมื่อย

     " เมื่อยไปหมด "

     " แอบกอดฉันหรอ ? " น้ำเสียงขุ่นเคืองของฉันอาจทำให้เธอดูร้อนใจบ้าง...มั้ง

     " เปล่า " เธอตอบเสียงเรียบ

     " ไม่เชื่อ ! " 

     " ก็แล้วแต่เธอ " 

     " แล้วไม่คิดจะอธิบายหน่อยรึไง ! " 

     " ไม่จำเป็นหรอก เธอรู้ตัวของเธอดีอยู่แล้ว "

     อะไรกัน คำพูดคำจาชวนงงจนน่าหงุดหงิดพวกนี้ เธอลืมไปแล้วหรือไง ว่าฉันเป็นคนเสียหายนะ หึ 

     ฉันเดินกลับไปคว้าข้าวของบนม้านั่งอย่างรวดเร็ว ยกมันขึ้นกอด ก่อนจะมองไปทางเธอด้วยสายตาเอือม ๆ 

     " ฉันกลับแล้วนะ " 

     " อืม.. " 

     " นี่ แล้วไม่คิดจะกลับบ้านบ้างหรอ ? " 

     " ไม่รู้สิ " 

     " กลับเถอะ " สาบานได้ว่าฉันไม่ได้เป็นห่วงเธอเลย แม้แต่น้อย..แค่คิดว่าเธอสมควรกลับบ้านไปน้อนพัก ในฐานะวัยรุ่นไฟแรงคนนึงก็แค่นั้น

     " ไม่เอาหรอก " 

     " จริงอ่ะ ? "

     " อืม " 

     " แน่ป่ะ ? " 

     " อืม "

     " เฮ้อ ! ตาเธอดูไม่ไหวแล้วนะ " ดวงตาของเธอตอนนี้ดูลอย ๆ ไม่เหมือนเมื่อตอน 2 ชั่วโมงก่อน

     " .... " 

     " งั้นฉันขอสั่งเธอในฐานะที่เธอแอบกอด-- " 

     " --เธอเป็นคนมากอดฉันเอง " 

     " ห้ะ ! ว่าไงนะ " 

     " เธอละเมอมากอดฉันเอง "

     " ฉันเนี่ยนะ ! ละเมอ ! บ้าน่า ! "

     ฉันเกิดความรู้สึกร้อน ๆ ที่หน้าอย่างบอกไม่ถูก  ตอนนี้หน้าฉันอาจจะกำลังแดง เพราะความเขินอยู่แน่ ๆ

     " อืม.. "

     " .... "

     " งั้นในฐานะคนเสียหายก็คงจะตอบว่า..ไม่กลับ "

     " ...ละเมอ ? "

     " .... "

     " เราอาจจะฝันไป เพราะนอนน้อย..มั้ง " ฉันปลอบใจตัวเองเบา ๆ ก็ปกติฉันเคยนอนละเมอที่ไหนกันเล่า นี่มันน่าอายสุด ๆ ละเมอต่อหน้าคนที่พึ่งเจอแค่ข้ามคืนเนี่ย !

     งั้นทำเป็นไม่สนใจ ไม่ได้ยินก็แล้วกัน

     " เฮ้อ ! ทำไมเธอดื้อจัง " 

     " ... " 

     " เป็นเด็กก็ต้องนอนสิ " 

     " ... " 

     " นอนเยอะ ๆ จะได้สูง ๆ "

     " งั้นแสดงว่า.. " 

     " .... " 

     " ตอนเด็กเธอไม่ค่อยนอนหรอ ? " 

     " ห้ะ ? " 

     " ก็ไม่เห็นสูง... " 

     " ... " นังเด็กคนนี้มันวอนนัก ฮึ้ย ! ถ้าไม่ใช่คนหน้าตาดี แม่จะตบให้ตัวเท่ากันเลย ชิ

     " งั้นก็เรื่องของเธอแล้วกัน " 

     " ... " 

     " ฉันคงต้องกลับบ้านไปนอนก่อนล่ะ "

     ฉันเลิกหวังที่จะทำให้เธอได้กลับบ้านไปนอน แล้วเดินหอบข้าวของจากไปเงียบ ๆ 

     เราคงจะพบกันอีกทีวันปัจฉิม...ล่ะมั้ง

     " เดี๋ยว ! " เสียงตะโกนจากคนที่ม้านั่งดังขึ้น ทันทีที่ฉันเดินห่างจากม้านั่งได้เพียง 2 ก้าว

     ตอนนี้ภายในใจมีแต่คำถามและความสงสัยอัดแน่นจนเต็มไปหมด...

     ...เธอจะตะโกนทำไม ในเมื่อแค่เรากระซิบกันก็ได้ยิน ??

     ฉันหันมาเธอที่ลุกขึ้นยืนจากม้านั่ง เธอเดินมายืนข้างฉัน ทำท่าทีเป็นมองไปทางอื่น อย่างไม่สนใจกัน

     " เปลี่ยนใจ... " สายตาเจ้าเล่ห์ของคนตัวสูงนั้น หลืบมาสบตาฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว

     " ...อยากกลับบ้าน "

     " ...อืม " ยัยเด็กคนนี้หนิ มันน่าโดนสักป๊าบ ฉันถามอยู่นานก็ไม่คิดจะกลับ คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกในละครน้ำเน่ารึไงนะ หึ

     ฉันได้แต่เก็บความหงุดหงิดไว้ในใจ แล้วก้าวเดินออกไป พร้อมเธอ

     เราเดินกันไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ที่สาดส่องทางให้ เวลานี้คงเป็นเวลาที่งดงามที่สุดของชั่วโมง

 ฉันตัดสินใจหยุดซื้อข้าวเช้าที่ร้านสะดวกซื้อ ชื่อดัง ซึ่งเปิด 24 ชั่วโมง หลังจากที่เดินมาได้เพียง 1 กิโล

     แต่ถ้าจะให้บอกตามตรง....ก็คงจะต้องพูดว่ายังไม่มีร้านไหนเปิดสักร้าน ทำให้ต้องมากินข้าวกล่องที่นี่ อย่างเลือกไม่ได้

     ภายในร้านที่มีเพียงพนักงานหนุ่มหน้าคมในเครื่องแบบคนหนึ่ง ร่างสูงดูโยกเยกไปมา เหมือนตั้งท่าจะหลับบนเคาน์เตอร์สีนวลให้ได้ ดวงตาปรือมองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยความมึนงง 

     " ยินดีต้อนรับครับ " เสียงงัวเงียกล่าวต้อนรับเบา ๆ ให้เรา 2 คนได้ยิน ทันทีที่เดินเข้ามา

     เราใช้เวลาไม่นานในการเลือกสรรค์ ก่อนจะรีบจ่ายเงิน แล้วเดินออกมานอกร้าน เพื่อให้พนักงานได้แอบงีบหลับบ้างสักเล็กน้อย 

     ฉันถามถึงที่อยู่ของเธอ เพื่อจะเดินมาส่ง ให้รู้ว่าเธอปลอดภัยดี โชคดีที่มันไม่ไกลจากที่นี่มากนัก และมันก็ไม่ไกลคอนโดที่ฉันอยู่เหมือนกัน

     เรานั่งกินอาหารเช้าบนม้านั่ง หน้าร้านสะดวกซื้อข้างกัน

     ฉันกัดข้าวปั้นเย็น ๆ คำโตและดื่มนมรสจืดจนอิ่ม เธอก็เช่นกัน เธอแบ่งไส้กรอกรมควันให้ฉัน หลังจากที่กัดขนมปังไส้ถั่วแดง และดื่มนมรสช็อกโกแลตไปอีกอึกใหญ่ ๆ 

     เรานั่งนิ่ง ๆ กันสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นเดินย่อย

     ซึ่งสิ่งที่เล่าไปทั้งหมด...ฉันไม่เคยทำอย่างนี้กับใครมาก่อน ตลอด 25 ปีที่เกิดมา เธอคนนี้คือคนแรก และอาจจะเป็นคนเดียวด้วย...มั้งนะ


.............


     และในที่สุด เราก็เดินมาถึงคอนโดของเธอ ซึ่งเป็นคอนโดชื่อดังในย่าน ที่จัดได้ว่าค่อนข้างหรู เพราะที่นี่มีแต่พวกคนรวย ๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือนักร้องชื่อดัง ก็มักจะพักอยู่ที่นี่ กันหลายคน

     ที่นี่หรูและแพงมาก ขนาดที่ฉันคิดว่า ทำงานทั้งชีวิตก็ยังซื้อซักห้องไม่ได้

     " หาว ! " ฉันแกล้งยกมือขึ้นมาป้องปากหาว เพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นาน

      " ไหน ๆ ก็ถึงแล้ว ฉันไปก่อนนะ " ไม่ต้องรอคำพูดใดตอบกลับ ฉ้นก็หันหลังเตรียมจะวิ่งหนีไปจากที่นี่

     " เดี๋ยว ! " เธอตะโกนขึ้นมาเบา ๆ " มีของจะให้ ! "

     " ไม่เป็นไร " ท่าทีเกรงใจของฉันคงใช้ได้ผล..

     " เข้ามาก่อน " 

     เธอผลักให้ฉันเข้ามานั่งรอเธอที่ล็อบบี้ ก่อนที่เธอจะวิ่งไปไหนสักที่ ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเป็นห้องของเธอ

     ภายในล็อบบี้ มีพนักงานหลายคนกำลังเดินวุ่นไปมา ทำให้ฉันเลือกจะนั่งที่เก้าอี้ตรงมุมห้อง ซึ่งไม่ค่อยมีใครเดินมาแถวนี้

     แม้ว่าระยะเวลาที่เธอให้รอ มันจะไม่ได้ยาวนาน แต่มันก็ทำให้คนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนอย่างฉันสามารถหลับได้ง่าย ๆ ยิ่งมีแอร์เย็น ๆ แบบนี้ ยิ่งง่ายต่อการนอนเข้าไปอีก

     ซึ่งฉันต้องพยายามอย่างมาก ในการข่มมันเอาไว้ หาว! ยิ่งพูดก็ยิ่งง่วงแหะ นอนรอเลยละกัน

     " มาแล้ว ๆ  " เธอวิ่งหอบมาหาฉันด้วยสภาพเหงื่อเต็มตัว เหมือนขึ้น ลงบันไดมา หรือว่า ที่นี่ไม่ลิฟต์คงเป็นไปได้ยากเลยแหละ คอนโดแพงขนาดนี้

    ในมือของเธอมีนาฬิกาปลุกสีแดงเหมือนกับเรือนที่เธอพกไปที่สวนสาธารณะด้วย

     เพียงแต่..ต่างตรงที่ว่าเรือนนี้น่าจะไม่มีถ่าน เพราะฉันไม่ได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินแม้แต่นิดเดียว

     เธอยืนใส่ถ่านและปรับนู่น ปรับนี่เต็มไปหมด อยู่ตรงหน้าฉัน  

     และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตามเธอต้องการแล้ว เธอก็ยื่นนาฬิกาเรือนนั้นให้ฉัน ซึ่งฉันก็รับมาถืออย่างงง ๆ

     " ฉันให้ " เธอพูดในขณะที่ฉันสำรวจนาฬิกาไปทั่ว ฉันสังเกตเห็นว่าเข็มนาฬิกาปลุกชี้ไปที่เลข 3 แต่มันคือ เลข 3 ของเวลาไหนกันนะ

     " ตี 3....ฉันตั้งปลุกไว้ที่ตี 3 " เธอพูดเหมือนว่ารู้อยู่แล้วว่าฉันจะถามอะไรเธอ

     " ฉันอยู่ที่ม้านั่งตัวนั้นทุกวัน ตอนตี 3  "

     " ไปทำอะไรหรอ? " ฉันค่อนข้างงงที่เยาวชนคนนี้ไปนั่งเล่นที่นั่นทุกวัน

     " แต่ก่อนก็ไม่รู้หรอ แค่รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังรออะไรสักอย่าง... " เธอพูดเหมือนที่ฉันถามเรื่องนาฬิกาปลุก ตอนนั่งอยู่ที่สวนสาธารณะนั่นเลย

     " ...แต่ตอนนี้เหมือนจะรู้แล้วล่ะ " เธอจ้องหน้าฉันนิ่ง ก่อนจะยกยิ้มหวานให้เบา ๆ

     เฮ้อ! รู้สึกเหมือนว่าฉันจะโดนเด็กอ่อยยังไงชอบกล

     " อ่า..ขอบคุณนะ " ฉันหลบสายตาเธอ ก่อนจะบ่ายเบี่ยง " งั้นฉันกลับบ้านแล้วนะ "

     " อืม.. " แล้วเธอก็เดินจากฉันไป ปล่อยให้ฉันนั่งนิ่งพร้อมกับเสียงเข็มนาฬิกาคนเดียว เป็นเด็กที่แปลกจริง ๆ


............


     หลังจากนั้น..ทุกคืนเวลาตี 3 นาฬิกาปลุกสีแดงที่วางไว้ข้างเตียงก็มักจะดังขึ้นตลอด

     เธอก็นั่งอยู่บนม้านั่งตัวนั้นพร้อมกับนาฬิกาปลุกของเธอตลอดเช่นกัน

     เรามักจะนั่งคุยกันเพียง 10 นาที ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน เพราะเธอต้องไปเรียน ส่วนฉันก็ต้องทำงาน ในตอนเช้า ทำให้ฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนชุดก่อนออกจากบ้านเลยสักครั้ง

     และดูเหมือนว่าวันไหนที่ฉันไม่สามารถที่จะไปหาเธอ เธอก็จะโทรมาหาฉันแทน

     ซึ่งบางครั้งฉันก็อยากจะบอกเธอเหมือนกันนะ ว่าเวลาตี 3 มันเป็นเวลาที่ง่วงมาก ! แต่..สำหรับเธอแล้วคงไม่ใช่

     ถึงแม้ว่าเธอจะโทรมา แต่เธอไม่เคยพูดกับฉันก่อนเลย เป็นการโทรที่ค่อนข้างจะแปลกและเปลืองค่าโทรศัพท์ในระดับหนึ่ง

     แต่ฉันกลับไม่เคยคิดรำคาญ คิดเพียงว่านั่นเป็นเพียงความน่ารักของเด็กน้อยคนนี้เท่านั้น

     เอ๊ะ ! หรือว่าฉันจะหลงเสน่ห์เด็กน้อยคนนี้แล้วก็ไม่รู้

     แต่ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่า...ใกล้จะถึงตี 3แล้ว ฉันคงต้องออกไปหาเด็กคนนั้นก่อน


-- ขอบคุณที่รับฟังเรื่องราวของฉันนะ --


..........



- THE END -


- KA0B00N -




-- บทความนี้เป็นการแต่งเรื่องแรกของข้า หากมีจุดใดที่ท่านถูกใจ หรือ มีจุดใดที่ท่านไม่ถูกใจ สามารถติชม ตักเตือนได้ตลอดนะเจ้าคะ -- 

..ด้วยรักและปลาทู..

KA0B00N


 -- บทความนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีใด ๆ หากผิดพลาดประการใด ข้าขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย -- 


  




  

ผลงานอื่นๆ ของ KA0B00N

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น