คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย 2jae : in the theater 2jae : in the theater | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

warning!!  : ตอนเดียวจบนะคะ ฟิตใสๆหัวใจสี่ดวง ฮ่า~


















ฟึ่บบ~~


   เสียงยุบลงของเบาะในโรงหนังดังขึ้นท่ามกลางเสียงดังของโฆษณาในโรง เวลาตอนนี้ก็สี่สุ่มเข้าไปแล้ว ถ้าเป็นโรงหนังโรงอื่นๆ อาจไม่มีฉายหนังรอบดึกขนาดนี้ 

  "อิมแจบอม" เลือกที่นั่งตรงกลางข้างบนสุด เพราะเป็นที่ที่เห็นชัดที่สุด  แจบอมเป็นคนติดการดูหนังมาก และแน่นอน เขาจองที่ตรงนี้ได้ทุกครั้ง

   คุณลองคิดภาพดูนะ ชีวิตของชายหนุ่มที่มีอาชีพนักแต่งเพลงอิสระจะมีภาระอะไรมากมายนักเชียว ในทุกๆวัน แจบอมใช้เวลานอนอยู่บ้านบ้าง ออกไปเที่ยวหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงบ้าง ... แต่ละวันของเขาน่ะ ไม่มีอะไรมากมายหรอก สบายๆ แต่เขาก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือหรอกนะ

   แจบอมชอบใช้เวลาในการพักผ่อนไปกับการดูหนังในโรงมากกว่าที่บ้าน เขาคิดมาตลอดว่าการดูหนังในโรง ทำให้รู้สึกอินกับหนังมากกว่าการเปิดมือถือหรือคอมดูที่บ้าน เขาชอบดื่มด่ำกับความรู้สึกในโรงหนังมากเลยแหละ

   'การดูหนังทำให้เราสามารถลืมปัจจุบันไปได้ชั่วขณะ'
  นี่แหละคติประจำใจของแจบอม

    วันนี้เรื่องที่เขาดูเป็นหนังสยองขวัญ ถ้าถามเขาว่า ชอบหนังแนวนี้หรอถึงเลือกมาดู ก็คงตอบว่าไม่เท่าหนังรักโรแมนติกหรอก หนังที่เขาชอบมากที่สุดคือหนังรักโรแมนติก แต่ว่าพอดีหนังรอบดึกขนาดนี้มีแต่หนังเรื่องนี้น่ะสิ แต่เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แจบอมดูได้หมดอยู่แล้ว
  
ฟึ่บบบ~

   คราวนี้ไม่ใช่เสียงยุบตัวของเก้าอี้อันเนื่องมาจากอิมแจบอมเป็นคนนั่งอีกต่อไป แจบอมละสายตาจากโฆษณาตรงหน้าที่ถูกฉายในจอใหญ่เล็กน้อยก่อนจะมองผู้มาใหม่

   ผู้มาใหม่ดูอายุประมาณแจบอม อาจเด็กกว่านิดหน่อย เขามีผมสีบลอนด์ทองอ่อนๆ ถึงในโรงจะมืด แต่แสงจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ก็ทำให้แจบอมพอเห็นได้ว่าเขาเป็นคนหน้าตาดีระดับหนึ่งเลย และที่สำคัญ ...เขาเลือกที่นั่งติดกับแจบอมเลย

  มันน่าแปลกอยู่นิดๆเหมือนกัน ทั้งๆที่โรงหนังก็ไม่ได้แน่น คนดูไม่ถึง20คนด้วยซ้ำ  ทำไมเขาคนนี้ถึงเลือกที่นั่งข้างแจบอมขนาดนี้นะ 
  แจบอมคิดในใจแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากมาย...

   เวลาในโรงผ่านไปไวอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่นานหนังก็ดำเนินเรื่องมาจนกลางเรื่อง เรื่องราวของหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่ง เขาเป็นใบ้ พูดไม่ได้ตั้งแต่กำเนิด แต่เขามีสามารถมองเห็นสิ่งลี้ลับได้ เอาง่ายๆก็ มีsix senseนั่นแหละ สำหรับคอดูหนังอย่างแจบอม เรื่องนี้จัดอันดับความน่ากลัวได้แค่ประมาณห้าเต็มสิบ เผลอๆอาจจะสี่เต็มสิบด้วยซ้ำ แจบอมนั่งดูฉากที่เด็กชายคนนั้นถูกผีกำลังจะตามล่าเอาชีวิต พรางเบะปากและส่ายหน้าเบาๆ

 ... ทำให้น่ากลัวกว่านี้ไม่ได้รึไงนะ เด็กชะมัด... เขาคิดในใจ


ทว่าจู่ๆ...

"วิ่งหนีเร็ว  ฮึกก..."

 เสียงสะอื้นจากบุคคลข้างๆทำให้แจบอมมองทางต้นเตียง ตอนนี้แสงจากจอสะท้อนให้เห็นว่าคนข้างๆกำลังร้องไห้ ... อินขนาดนี้เลยรึไงนะ แจบอมคิดขำๆในใจ

  ฉากในหนังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เด็กคนนั้นวิ่งหนีผีร้ายด้วยความเร็วสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ แต่ทว่าเพราะการวิ่งเร็ว ทำให้เด็กน้อยสะดุดของจนล้มเสียก่อน

" อ๊ะ... ลุกขึ้นมาซี่ เร็วๆ ฮือออ"

 เสียงคนข้างๆยังโวยวายไม่หยุด แจบอมละสายตาจากจอเป็นครั้งที่สองก่อนจะหันไปมองคนข้างๆชัดๆ ภาพที่แจบอมเห็นคือคนผมทองกำลังนั่งเอามือปิดปากอยู่ ตาเล็กสองตาก็เต็มไปด้วยน้ำใสๆ

 ถ้ากลัวขนาดนี้แล้วจะมาดูทำไมเนี่ย.. แถมมาดูคนเดียวอีก... แจบอมคิดในใจ

  และแล้วจุดพีคของเรื่องก็มาถึง เด็กคนนั้นกำลังจะตายเพราะถูกผีร้ายลากเอาวิญญาณไป คนข้างๆปิดตามิด เนื้อตัวสั่นระริก ทำเอาแจบอมอดสงสารไม่ได้ 

หมับ~
 แจบอมตัดสินใจดึงมือของคนข้างๆไว้ก่อนจะบีบมันไว้แน่นเพื่อทำให้คนตัวเล็กกว่าคลายความกลัว คนตัวเล็กพยายามจะชักมือกลับแต่แจบอมก็ดึงเอาไว้ก่อน แถมจับแน่นขึ้นอีก แจบอมแอบเห็นทางหางตาว่าคนข้างๆหันมามองหน้าเขาอยู่หลายวินาที แต่แจบอมก็ทำเป็นไม่สนใจและโฟกัสสายตาไปที่จอมอนิเตอร์ ไม่นานคนตัวเล็กก็เข้าสู่โลกของหนังอีกครั้ง มือทั้งสองจับกันไว้หลวมๆ ทั้งสองไม่ได้พูดอะไร ...

    การจับมือกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยคุยหรือเจอกัน มันอาจแปลกสำหรับบางคน แต่สำหรับแจบอม เขาไม่ได้คิดอะไรหรอก เขาคิดว่านี่เป็นการช่วยเหลือเขามากกว่า 

  ในที่สุด หนังเรื่องนี้ก็ดำเนินมาจนถึงตอนจบ วิญญาณของเด็กน้อยไปสู่สุขคติ แจบอมสังเกตเห็นคนข้างน้ำตาไหลเป็นครั้งที่สิบ
   หนังจบลงแล้ว... คนตัวเล็กเลยค่อยๆดึงมือออกจากแจบอม แจบอมไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะหนังก็จบลงแล้ว แต่อยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนไป 

อ่า... เขิน สินะ บรรยากาศแบบนี้...
แจบอมคิดในใจ

  ทั้งสองนั่งอยู่ในโรงอยู่โดยไม่มีใครพูดอะไร คุณคิดดูนะ คนสองคน ไม่เคยรู้จักกัน แต่นั่งจับมือกันเป็นชั่วโมงในโรงหนัง มันก็ไม่แปลกที่เขินกันนิดหน่อย...
  หนังก็จบลงไปกว่าสิบนาทีแล้ว แจบอมจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ อ่า... แค่หนังจบแล้วไม่ลุกออกจากที่นั่งกันอยู่แค่สองคนในโรงเป็นเวลาสิบนาทีนี่ก็แปลกแล้วคุณ ถ้านั่งกันต่อแบบนี้มีหวังไม่ต้องกลับบ้านแน่
  ทว่าจู่ๆ พอแจบอมลุกขึ้นแล้วกำลังก้าวขาออกจากบริเวณนี้ ก็มีเสียงพูดขึ้นมาก่อน

"อะ..เอ่อ ขอบคุณนะครับ" นี่คือประโยคแรกที่พูดโดยคนตัวเล็กกว่า แจบอมหันหลังกลับไปมองคนตัวเล็กที่ก้มหน้าพูดและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แจบอมระบายยิ้มออกมาน้อยๆก่อนจะตอบกลับไป

"อ่า..ไม่เป็นไรหรอก ฉันเห็นนายกลัวมากก็เลย... จับมือไว้ " 
  ประโยคตอบกลับของแจบอมมันแปลกๆรึเปล่านะ ทำไมคนตัวเล็กฟังแล้วก้มหน้าลงไปมากกว่าเดิมอีก อีกนิดนึงหน้าก็จะติดกับหัวเข่าแล้ว ...

"คะ..ครับ..." คนตัวเล็กพูดทั้งๆที่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น 

"งั้น...ไปก่อนนะ" 

    ไม่รู้อะไรทำให้แจบอมต้องพูดประโยคนี้ออกไป เขารู้แค่ว่า ถ้าเขาเดินออกจากโรงหนังโดยไม่ได้บอกลาคนตัวเล็ก มันจะดูเสียมารยาท ... จริงๆนะ แจบอมคิดแบบนั้น  แปลกดีเหมือนกันบทสนทนากับคนคนนี้เป็นบทสนทนาที่แปลกที่สุดเท่าที่แจบอมเคยเจอมาเลย คนสองคนมาดูหนัง แล้วพอคนนึงจะไป แล้วต้องบอกลากันนี่มันแปลกจริงๆ

  แจบอมไม่เห็นคนตัวเล็กพูดอะไรเลยหันหลังกลับไป แต่ทว่าอยู่ๆก็มีเสียงเรียกขึ้นเป็นครั้งที่สอง

"เดี๋ยวก่อนครับ เอ่อ... พี่... ชื่ออะไรหรอครับ"  คนตัวเล็กถามขึ้น แต่รอบนี้เขาไม่ได้หลบตาเหมือนรอบก่อนๆ แต่มองมาที่แจบอม ถึงจะมืดแต่แจบอมก็สังเกตได้ไม่ยากว่าตอนนี้ใบหน้าของคนตัวเล็กขึ้นสีชมพูน้อยๆ แจบอมมองภาพตรงหน้าอย่างเอ็นดู...

"อิมแจบอมครับ พี่ชื่อแจบอม"

"อ่า... ผม.... ชเว ยองแจนะครับ"

"อืมม d e f x x x j b นะ " แจบอมพูดทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่มองหน้าอีกคน ทิ้งไว้ให้คนตัวเล็กหน้าขึ้นสีขึ้นไปอีกกว่าเดิม...




‪Youngjae Special part :‬

‪โอ้ย นี่ผมจะถามชื่อพี่เขาดีไหมนะ พี่เขาดีมากเลยอะ จับมือผมด้วย เมื่อกี้ผมแค่แกล้งบีบน้ำตาเองนะ ไม่คิดว่าผลตอบรับจะดีขนาดนี้ ฮือออ และที่สำคัญคือพี่เขาหล่อมากอะ ผมอยากรู้จักพี่เขา  ทำไงดี ฮื่อออออ‬
‪แต่ๆ ทุกคนครับ แต่เมื่อเช้าผมพึ่งเล่นทวิตแล้วอ่านเจอทวิตนี้เองนะ...‬


‪   'ถ้าอยากรู้จักหรืออยากสนิทกับใคร ก็ให้รีบไปทำความรู้จัก ถ้าโลกมันไม่ได้กลม แล้วเราไม่ได้มาเจอกันอีก เรานี่แหละที่จะรู้สึกเสียดาย'‬

‪  อ่า... งั้นเอาเป็นว่า‬

‪1..‬

‪2...‬

‪3....‬

"เดี๋ยวก่อนครับ เอ่อ... พี่... ชื่ออะไรหรอครับ"  ผมถามไปแล้วครับ ถามไปแล้ว... พี่เขาจะมองผมแปลกรึเปล่านะ โอ้ยย

   ผมตัดสินใจเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าพี่เขาอีกรอบเพื่อจะได้มองเห็นหน้าพี่เขาชัดๆ เอาจริงๆตั้งแต่เดินเข้าโรงหนังมาก็อยากทำความรู้จักกับพี่เขาตั้งแต่แรกเลย แค่คิดว่าถ้าเราออกตัวแรงไปมันจะดูไม่งาม ผมเลยแสดงเป็นคนขี้กลัวๆ ผมเคยอ่านมาเขาบอกแบบนี้แหละผู้ชายชอบ!


"อิมแจบอมครับ พี่ชื่อแจบอม"

"อ่า... ผม.... ชเว ยองแจนะครับ" ตอบแบบคีพลุคเข้าไว้ยองแจ...

"อืมม d e f x x x j b นะ "  พูดจบพี่เขาก็เดินไปเลย แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นี่... ไอดีกาเกาใช่ไหมนะ 

ไอดีกาเกา
ไอดีกาเกา
ไอดีกาเกา

พระเจ้าช่วย !!! 



finally ~~~ end!!!!



talk : มาแบบงงๆ555555555555555555 พล็อตนี้คืองงมาก งงสุดๆ อะไรก็ไม่รู้5555555555 เป็นยังไงกันบ้างอ่า อยากลองเขียนฟิคใสๆหัวใจสี่ดวงกับเขาบ้าง (แต่ยองแจเราไม่ใสนะคะ555555) คอมเม้นมาบ้างน้า เราอยากรู้ว่าเป็นไงบ้าง พึ่งเริ่มหัดแต่งง่า ฮือออออ

ps. โค วทที่ยองแจอ่านเจอในทวิตอันนี้จริงๆแล้วคือเราอ่านเจอเองค่ะ555555 ขอให้เครดิตตรงนี้นะคะ เครดิตโควทนี้คือของแอค  ‪Q4k27th_  ฮะ  ขอบคุณมากนะค้า~><‬
  

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มี.ค. 60 / 19:03


ผลงานอื่นๆ ของ Justahumanbeing

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 เมษายน 2560 / 19:51
    ยองแจใสๆไม่มีจริงอ่ะ 55555555555 ยัยแจนเนียนมากกกกกกก
    #6
    0
  2. วันที่ 2 เมษายน 2560 / 19:17
    มั่นใจว่าถ้าเราไปนั่งตะโกนปาวๆในโรงหนัง อิผุ้ข้างๆได้ถีบหัวออกมาแน่ๆ5555555555
    หน้าตาถึกทึนขนาดนี้

    ยองแจใสๆไม่มีจิงสินะ
    #5
    0
  3. วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 09:38
    พี่แกมีแถม
    #4
    0
  4. #3 S91
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 00:45
    เเหมอิพี่เเจบอมน้องเขาถามเเค่ชื่อเเถมไอดีเลยนะ น้องยองเเจก็ไม่เบานะคะลูก555
    #3
    0
  5. วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 21:21
    ยองแจนี่ไม่ใสจริงๆ555555555555แกล้งบีบน้ำตา นี่ก็คิดไปซิ เป็นคนอ่อนไหวง่ายใช่มั้ยย55555555แต่พี่เค้าก็อ่อยนะให้ไอดีก่อนด้วยย
    #2
    0
  6. วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 21:11
    โถ่ว นี่ก็คิดว่ายองแจขี้กลัวเลยหาที่นั่งติดกับคนในโรงละบังเอิญเป็นแจบอมงี้ ยองแจใสๆไม่มีจริงสินะ ฮ่าๆ
    #1
    0