Murder : นิราศในใจกับการเดินทางของใครก็ตาม - Murder : นิราศในใจกับการเดินทางของใครก็ตาม นิยาย Murder : นิราศในใจกับการเดินทางของใครก็ตาม : Dek-D.com - Writer

    Murder : นิราศในใจกับการเดินทางของใครก็ตาม

    โดย Juniorgugen

    เจ้าสาวผู้ร่ำรวยได้รับจดหมายขู่ฆ่า ทำให้ผมและนักสืบต้องออกเดินทางไปกับทริปล่องเรือฮันนีมูนครั้งนี้ พร้อมกับเหล่าแขกที่ทุกคนล้วนได้ประโยชน์จากการตายเธอและไม่น่าไว้วางใจ

    ผู้เข้าชมรวม

    78

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    12

    ผู้เข้าชมรวม


    78

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  หักมุม
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  16 เม.ย. 67 / 01:24 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    ในเช้าวันที่อากาศสดใส ผมถูกรับเชิญให้ออกเดินทางไปกับคุณฮอค์กิ้นนักสืบชื่อดังผู้ผ่านการไขคดีมากมายมานับไม่ถ้วน ซึ่งผมถูกเชิญในฐานะผู้ติดตาม ตามคำเชิญของคู่รักบ่าวสาวผู้ลาภมากรวยที่กำลังจะแต่งงานในเร็ววันนี้ แต่พวกเขากลับได้รับจดหมายข่มขู่จากแฟนเก่า

    “คุณคิดว่าไง” นักสืบถามผมขณะกำลังก้าวเท้าขึ้นเรือยอชส่วนตัวสุดหรูที่กำลังออกเดินทางไปล่องมหาสมุทรแปซิฟิก 3 วัน 2 คืนสำหรับทริปครั้งนี้ “การโดดเดี่ยวบนเรือที่ไม่มีทางหนี เหมาะมากสำหรับการฆาตกรรม” นักสืบพูดต่อและยิ้มมายังผม ซึ่งกำลังเมาเรือที่โคลงเคลงไปมา

    ถึงแม้เขาจะพูดอย่างนั้นก็เถอะแต่ยุคสมัยนี้ยังจะมีการฆ่ากันด้วยเรื่องผัวๆเมียๆอีกเหรอ ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น จนกระทั่งไปเห็นผู้หญิงหนึ่งที่ปรากฏบริเวณท่าเรือ เธอจ้องมองมายังคู่รักทั้งสองอย่างไร้รอยยิ้มและอาฆาตมาดร้ายอย่างที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ ทำลายบรรยากาศอันครื้นเครงบนเรืออย่างชะงัดนัก

    “เธอคือแฟนเก่าเจ้าบ่าว” นักสืบพูด “เธอถูกทิ้งเพราะฝ่ายชายมาแต่งงานกับคุณหนูผู้ดีที่รวยกว่าเธอหลายเท่า…ช่างน่าสงสาร”

    หนีไปแต่งงานกับคนรวยงั้นเหรอ ผมคงมองเป็นเรื่องปกติสำหรับโลกที่เศรษฐกิจย่ำแย่ล่ะมั้ง ทุกคนก็อยากมีชีวิตสุขสบาย ถึงแม้จะยอมแลกกับความรักอันเลอค่าแต่ปากท้องก็ย่อมสำคัญกว่า เธอช่างน่าสงสารจริงๆ

    ผมถามนักสืบถึงความเป็นไปได้ของฆาตกรที่ส่งจดหมายข่มขู่ เขายิ้มตอบพร้อมพยักหน้าให้เดินตามเขา

    “คุณดูสิ คนพวกนี้” เราขึ้นมายังดาดฟ้าเรือมองเหล่าแขกที่ถูกเชิญมาโดยบ่าวสาว “คนรับใช้ที่ชอบแอบขโมยสมบัติ แม่บ้านประจำตัวที่โกธรแค้นเจ้านายจากการกดขี่ น้องชายไม่เอาไหนที่หวังฮุบมรดก เพื่อนที่แอบชอบตั้งแต่เด็กแต่ไม่เคยสมหวังเลยสักครั้ง ทนายแสนละโมบที่สูบเงินของตระกูลหรือแม้แต่เจ้าบ่าวที่แต่งงานเพื่อหวังสมบัติของเธอ” นักสืบจุดบุหรี่สูบ “ทำไมเธอถึงเชิญแขกที่อยากฆ่าเธอมาเยอะขนาดนี้กันนะ”

    อย่างที่นักสืบบอก เธอเชิญพวกเรามาเพราะเกรงกลัวจดหมายข่มขู่ที่เธอคิดว่ามากจากแฟนเก่าของฝ่ายชาย แต่เธอไม่เคยคิดจะระแวงคนรอบตัวเธอเลยงั้นเหรอ 

    “เงินมันหอมและหวานจริงๆนั่นแหละ ขนาดเรายังมาที่นี่เพราะเงินเลย” นักสืบตบไหล่ผมก่อนเดินจากไป

    ค่ำคืนนั้นผมได้แอบสังเกตพฤติกรรมของทุกคนบนเรือเพื่อพยายามหาเบาะแสจากจดหมายข่มขู่นั่น ตัดแฟนเก่าของฝ่ายชายอยู่บนบกไม่มีทางจะฆ่าเธอได้ ถึงเธอจะดูเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด 

    แม่บ้านประจำตัวที่ยิ้มให้เธอทุกครั้งที่ทำงานแต่พอลับหลังก็กำหนัดแน่นราวกับอยากจะฆ่าให้ตาย

    คนรับใช้ก็ชอบอาสาเข้าไปทำความสะอาดห้องเธอเพื่อขโมยของ

    น้องชายที่ไม่เอาไหน ก็ถูกเธอต่อว่าต่อหน้าคนอื่นจนอับอาย

    เพื่อนที่แอบชอบก็ทำทีเป็นห่วงเธอและชอบชวนคุยเพื่อขออยู่สองต่อสอง แต่เธอก็ตีตัวออกห่างตลอด 

    ทนายจอมละโมบก็พยายามตามตื้อให้เซ็นเอกสารบางอย่างตลอดเวลา

    และเจ้าบ่าวที่ดูพยายามจัดการเอกสารธุรกิจของเธออย่างมีพิรุธ

    ช่างน่าสงสารจริงๆที่ทุกคนคอยจ้องแต่จะทำร้ายเพราะเงินอันมหาศาลของเธอ แน่นอนว่าใครก็อยากได้ นั่นจึงทำให้ผมวิตกกังวลและระแวงทุกคนไปหมดว่าเธออาจจะถูกฆาตกรรมเมื่อใดก็ได้หรือจากใครก็ได้บนเรือลำนี้

    กลางดึกคืนนั้น เกิดเสียงปืนดังสนั่นมากจากห้องเจ้าสาว ขณะที่ผมกำลังวิ่งไปยังห้องนั้น น่าแปลกที่ผมเจอเจ้าบ่าววิ่งออกมาจากห้องข้าง ๆ เขาไม่ได้นอนกับเธองั้นเหรอ และผมมารู้ตัวอีกทีว่าแขกทั้งหมดที่ถูกเชิญมาทุกคนนอนห้องติดกันหมดเลยและเธอแยกไปนอนชั้นบนคนเดียว น่าจะเพราะเธอเองคงพอรู้ว่ามีหลายคนคิดจะฆ่าเธอ

    พวกเราแขกทั้งหมดต่างวิ่งกรูไปยังห้องของเธอ เสียงหอบเหนื่อยของเจ้าบ่าวที่ดูกังวลมากที่สุดดังชัด แต่คนใช้หรือแม่บ้านก็เก็บอาการที่แอบดีใจไม่ค่อยอยู่ จนผมสงสัยพวกเธอเป็นสองคนแรก

    ทันใดนั้นเมื่อทุกคนพยายามพังประตูห้องเข้าไป นักสืบก็เปิดประตูสวนออกมาจากห้องของเธอ “เธอตายแล้ว” คำเดียวสั้นๆ ทำให้เจ้าบ่าวเข่าทรุดและทุกคนก็ตกตะลึงพลางปิดปากด้วยความตกใจ หรืออาจจะปิดบังรอยยิ้มอันนี้ก็ไม่ทราบได้

    เจ้าบ่าวรีบรุดตัวเพื่อจะเข้าห้องไปในทันที แต่นักสืบก็ห้ามไว้โดยอ้างว่าอาจเสียรูปคดีและเพื่อคงสภาพของบริเวณเกิดเหตุไว้ ถึงแม้ทั้งสองจะถกเถียงกันยกใหญ่ แน่ล่ะเจ้าสาวของตัวเองตายไปทั้งคนก็คงอยากจะเข้าดูหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่นักสืบก็ยื่นรูปสภาพศพของเธอให้ทุกคนดู

    เธอนอนจมกองเลือดในชุดนอนบางเฉียบที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน มีรอยยิงที่ลำตัวและข้าวของในห้องกระจัดกระจาย นั่นยิ่งทำให้ทุกคนดูร้อนรนกว่าเดิม เหมือนกับอยากพิสูจน์การตายของเธอด้วยตัวเอง แต่นั่นก็ไม่มีผล นักสืบลงกรล็อคห้องห้ามใครเข้าเด็ดขาดจนกว่าตำรวจะมาถึง

    ทุกคนแยกย้ายกับกลับห้อง เหมือนทุกคนจะงุนงงสงสัยกับการที่เธอตายมากกว่าการเสียใจที่เธอตาย แม่บ้านกับคนใช้แอบไปคุยกันสองคน ทนายกับน้องชายเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกัน เจ้าบ่าวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกดาดฟ้าคนเดียว ทุกคนในที่นี้ได้ประโยชน์จากการที่เธอตายทั้งหมด

    “จบเสียที” นักสืบเดินมาทักผม อะไรจบกัน คนที่จ้างเรามาคุ้มครองพึ่งตายไปนะ เราทำอะไรผิดพลาดไปแน่

    “ใจเย็นสิ เขากำลังมา” นักสืบจุดบุหรี่สูบมองไปยังเจ้าบ่าวที่ยืนบนดาดฟ้า ปรากฎไฟสีฟ้าแดงขึ้นตรงหน้าเขา เรือตำรวจมาถึงแล้ว

    นี่พวกเราอยู่กลางมหาสมุทรนะ ทำไมตำรวจมาถึงเร็วขนาดนี้ราวกับพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

    “ก็เราอยู่ห่างจากฝั่งแค่ไม่กี่ไมล์เอง” ผมงุนงงกับคำตอบ แต่เรานั่งเรือออกมาไกลถึงกลางมหาสมุทรแล้วนะ

    “ไม่ เราออกมาแค่ไกลพอที่จะไม่เห็นฝั่งและผมก็ให้กัปตันขับวนไปเรื่อย ๆ”

    นี่มันเรื่องบ้าอะไร คุณสั่งให้เขาขับวนไปมาเพื่ออะไร

    “จะได้จับคนร้ายได้ไว ๆ ไง”

    เสียงหวอดังสนั่นทะเลที่แสนเงียบสงบยามค่ำคืน แสงสีแดงน้ำเงินตัดกับแสงจันทร์ไปมา แขกทุกคนยกเว้นผมกับนักสืบถูกพาตัวไปกับตำรวจ และการปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มของ ‘โซฟี’ เจ้าสาวแสนสวยที่ควรจะตายไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว กลางดาดผ้าเรือพร้อมจ้องมองแขกทุกคนที่กำลังลงเรือตำรวจ

    การเดินทางยังไม่จบ ผมกับนักสืบใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญต่อบนเรือลำนั้นต่อ ทั้งที่เมื่อคืนวานพึ่งเกิดคดีฆาตรกรรมมามาด ๆ นักสืบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟังขณะที่เรากำลังนอนอาบแดดกันบนดาดฟ้าเรือ

    “ฆาตกรคือเจ้าบ่าว ถึงเขาจะไม่ได้ฆ่าก็เถอะแต่เรามีหลักฐานจากการสอบสวนแฟนเก่าของเขาที่ทั้งคู่วางแผนแกล้งเลิกกัน เพื่อฝ่ายชายจะได้แต่งงานและฆ่าเธอเพื่อหวังสมบัติของโซฟี หลังจากเขาคิดว่าเธอตายไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือ เขาก็ออกไปทิ้งปืนที่พกมาด้วยลงทะเลไป” นักสืบจุดบุหรี่สูบ “น้องชายกับทนายถูกจับคดียักยอกทรัพย์ พวกเขาร่วมมือกันแอบกอบโกยผลประโยชน์จากธุรกิจของเธอมาตลอด เมื่อทั้งคู่รู้ว่าเธอตายแล้ว จึงพยายามทำสัญญาเพื่อแบ่งสมบัติกันและเตรียมรับมรดกก้อนโต ส่วนแม่บ้านกับคนรับใช้ก็ถูกจับเพราะหลังจากรู้ว่าเธอตายก็ได้แอบเข้าไปค้นห้องของเธอและขโมยทรัพย์สินของเธอจำนวนมาก” 

    เธอคงเสียใจที่ทุกคนต่างหวังให้เธอตายเพื่อหวังเงินทองจากเธอ เพราะพวกเขาคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ตอนนั้นคิดว่าเธอตายจริง ๆ ผมรู้สึกหดหู่แทนโซฟี แต่ก็แอบดีใจที่เธอได้หลุดจากวงโคจรคนเลวพวกนี้เสียที ผมยกเบียร์เย็นๆ ดื่มจากกระป๋องจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นยืนขอตัวไปอาบน้ำ

    “อ่อ แล้วก็เพื่อนที่แอบชอบโซฟีมาตั้งแต่เด็ก” นักสืบพูดขึ้นพร้อมบี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ “เขากระโดดน้ำตายหลังจากเห็นภาพศพของเธอ”ในเช้าวันที่อากาศสดใส ผมถูกรับเชิญให้ออกเดินทางไปกับคุณฮอค์กิ้นนักสืบชื่อดังผู้ผ่านการไขคดีมากมายมานับไม่ถ้วน ซึ่งผมถูกเชิญในฐานะผู้ติดตาม ตามคำเชิญของคู่รักบ่าวสาวผู้ลาภมากรวยที่กำลังจะแต่งงานในเร็ววันนี้ แต่พวกเขากลับได้รับจดหมายข่มขู่จากแฟนเก่า

    “คุณคิดว่าไง” นักสืบถามผมขณะกำลังก้าวเท้าขึ้นเรือยอชส่วนตัวสุดหรูที่กำลังออกเดินทางไปล่องมหาสมุทรแปซิฟิก 3 วัน 2 คืนสำหรับทริปครั้งนี้ “การโดดเดี่ยวบนเรือที่ไม่มีทางหนี เหมาะมากสำหรับการฆาตกรรม” นักสืบพูดต่อและยิ้มมายังผม ซึ่งกำลังเมาเรือที่โคลงเคลงไปมา

    ถึงแม้เขาจะพูดอย่างนั้นก็เถอะแต่ยุคสมัยนี้ยังจะมีการฆ่ากันด้วยเรื่องผัวๆเมียๆอีกเหรอ ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น จนกระทั่งไปเห็นผู้หญิงหนึ่งที่ปรากฏบริเวณท่าเรือ เธอจ้องมองมายังคู่รักทั้งสองอย่างไร้รอยยิ้มและอาฆาตมาดร้ายอย่างที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ ทำลายบรรยากาศอันครื้นเครงบนเรืออย่างชะงัดนัก

    “เธอคือแฟนเก่าเจ้าบ่าว” นักสืบพูด “เธอถูกทิ้งเพราะฝ่ายชายมาแต่งงานกับคุณหนูผู้ดีที่รวยกว่าเธอหลายเท่า…ช่างน่าสงสาร”

    หนีไปแต่งงานกับคนรวยงั้นเหรอ ผมคงมองเป็นเรื่องปกติสำหรับโลกที่เศรษฐกิจย่ำแย่ล่ะมั้ง ทุกคนก็อยากมีชีวิตสุขสบาย ถึงแม้จะยอมแลกกับความรักอันเลอค่าแต่ปากท้องก็ย่อมสำคัญกว่า เธอช่างน่าสงสารจริงๆ

    ผมถามนักสืบถึงความเป็นไปได้ของฆาตกรที่ส่งจดหมายข่มขู่ เขายิ้มตอบพร้อมพยักหน้าให้เดินตามเขา

    “คุณดูสิ คนพวกนี้” เราขึ้นมายังดาดฟ้าเรือมองเหล่าแขกที่ถูกเชิญมาโดยบ่าวสาว “คนรับใช้ที่ชอบแอบขโมยสมบัติ แม่บ้านประจำตัวที่โกธรแค้นเจ้านายจากการกดขี่ น้องชายไม่เอาไหนที่หวังฮุบมรดก เพื่อนที่แอบชอบตั้งแต่เด็กแต่ไม่เคยสมหวังเลยสักครั้ง ทนายแสนละโมบที่สูบเงินของตระกูลหรือแม้แต่เจ้าบ่าวที่แต่งงานเพื่อหวังสมบัติของเธอ” นักสืบจุดบุหรี่สูบ “ทำไมเธอถึงเชิญแขกที่อยากฆ่าเธอมาเยอะขนาดนี้กันนะ”

    อย่างที่นักสืบบอก เธอเชิญพวกเรามาเพราะเกรงกลัวจดหมายข่มขู่ที่เธอคิดว่ามากจากแฟนเก่าของฝ่ายชาย แต่เธอไม่เคยคิดจะระแวงคนรอบตัวเธอเลยงั้นเหรอ 

    “เงินมันหอมและหวานจริงๆนั่นแหละ ขนาดเรายังมาที่นี่เพราะเงินเลย” นักสืบตบไหล่ผมก่อนเดินจากไป

    ค่ำคืนนั้นผมได้แอบสังเกตพฤติกรรมของทุกคนบนเรือเพื่อพยายามหาเบาะแสจากจดหมายข่มขู่นั่น ตัดแฟนเก่าของฝ่ายชายอยู่บนบกไม่มีทางจะฆ่าเธอได้ ถึงเธอจะดูเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด 

    แม่บ้านประจำตัวที่ยิ้มให้เธอทุกครั้งที่ทำงานแต่พอลับหลังก็กำหนัดแน่นราวกับอยากจะฆ่าให้ตาย

    คนรับใช้ก็ชอบอาสาเข้าไปทำความสะอาดห้องเธอเพื่อขโมยของ

    น้องชายที่ไม่เอาไหน ก็ถูกเธอต่อว่าต่อหน้าคนอื่นจนอับอาย

    เพื่อนที่แอบชอบก็ทำทีเป็นห่วงเธอและชอบชวนคุยเพื่อขออยู่สองต่อสอง แต่เธอก็ตีตัวออกห่างตลอด 

    ทนายจอมละโมบก็พยายามตามตื้อให้เซ็นเอกสารบางอย่างตลอดเวลา

    และเจ้าบ่าวที่ดูพยายามจัดการเอกสารธุรกิจของเธออย่างมีพิรุธ

    ช่างน่าสงสารจริงๆที่ทุกคนคอยจ้องแต่จะทำร้ายเพราะเงินอันมหาศาลของเธอ แน่นอนว่าใครก็อยากได้ นั่นจึงทำให้ผมวิตกกังวลและระแวงทุกคนไปหมดว่าเธออาจจะถูกฆาตกรรมเมื่อใดก็ได้หรือจากใครก็ได้บนเรือลำนี้

    กลางดึกคืนนั้น เกิดเสียงปืนดังสนั่นมากจากห้องเจ้าสาว ขณะที่ผมกำลังวิ่งไปยังห้องนั้น น่าแปลกที่ผมเจอเจ้าบ่าววิ่งออกมาจากห้องข้าง ๆ เขาไม่ได้นอนกับเธองั้นเหรอ และผมมารู้ตัวอีกทีว่าแขกทั้งหมดที่ถูกเชิญมาทุกคนนอนห้องติดกันหมดเลยและเธอแยกไปนอนชั้นบนคนเดียว น่าจะเพราะเธอเองคงพอรู้ว่ามีหลายคนคิดจะฆ่าเธอ

    พวกเราแขกทั้งหมดต่างวิ่งกรูไปยังห้องของเธอ เสียงหอบเหนื่อยของเจ้าบ่าวที่ดูกังวลมากที่สุดดังชัด แต่คนใช้หรือแม่บ้านก็เก็บอาการที่แอบดีใจไม่ค่อยอยู่ จนผมสงสัยพวกเธอเป็นสองคนแรก

    ทันใดนั้นเมื่อทุกคนพยายามพังประตูห้องเข้าไป นักสืบก็เปิดประตูสวนออกมาจากห้องของเธอ “เธอตายแล้ว” คำเดียวสั้นๆ ทำให้เจ้าบ่าวเข่าทรุดและทุกคนก็ตกตะลึงพลางปิดปากด้วยความตกใจ หรืออาจจะปิดบังรอยยิ้มอันนี้ก็ไม่ทราบได้

    เจ้าบ่าวรีบรุดตัวเพื่อจะเข้าห้องไปในทันที แต่นักสืบก็ห้ามไว้โดยอ้างว่าอาจเสียรูปคดีและเพื่อคงสภาพของบริเวณเกิดเหตุไว้ ถึงแม้ทั้งสองจะถกเถียงกันยกใหญ่ แน่ล่ะเจ้าสาวของตัวเองตายไปทั้งคนก็คงอยากจะเข้าดูหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่นักสืบก็ยื่นรูปสภาพศพของเธอให้ทุกคนดู

    เธอนอนจมกองเลือดในชุดนอนบางเฉียบที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน มีรอยยิงที่ลำตัวและข้าวของในห้องกระจัดกระจาย นั่นยิ่งทำให้ทุกคนดูร้อนรนกว่าเดิม เหมือนกับอยากพิสูจน์การตายของเธอด้วยตัวเอง แต่นั่นก็ไม่มีผล นักสืบลงกรล็อคห้องห้ามใครเข้าเด็ดขาดจนกว่าตำรวจะมาถึง

    ทุกคนแยกย้ายกับกลับห้อง เหมือนทุกคนจะงุนงงสงสัยกับการที่เธอตายมากกว่าการเสียใจที่เธอตาย แม่บ้านกับคนใช้แอบไปคุยกันสองคน ทนายกับน้องชายเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกัน เจ้าบ่าวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกดาดฟ้าคนเดียว ทุกคนในที่นี้ได้ประโยชน์จากการที่เธอตายทั้งหมด

    “จบเสียที” นักสืบเดินมาทักผม อะไรจบกัน คนที่จ้างเรามาคุ้มครองพึ่งตายไปนะ เราทำอะไรผิดพลาดไปแน่

    “ใจเย็นสิ เขากำลังมา” นักสืบจุดบุหรี่สูบมองไปยังเจ้าบ่าวที่ยืนบนดาดฟ้า ปรากฎไฟสีฟ้าแดงขึ้นตรงหน้าเขา เรือตำรวจมาถึงแล้ว

    นี่พวกเราอยู่กลางมหาสมุทรนะ ทำไมตำรวจมาถึงเร็วขนาดนี้ราวกับพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

    “ก็เราอยู่ห่างจากฝั่งแค่ไม่กี่ไมล์เอง” ผมงุนงงกับคำตอบ แต่เรานั่งเรือออกมาไกลถึงกลางมหาสมุทรแล้วนะ

    “ไม่ เราออกมาแค่ไกลพอที่จะไม่เห็นฝั่งและผมก็ให้กัปตันขับวนไปเรื่อย ๆ”

    นี่มันเรื่องบ้าอะไร คุณสั่งให้เขาขับวนไปมาเพื่ออะไร

    “จะได้จับคนร้ายได้ไว ๆ ไง”

    เสียงหวอดังสนั่นทะเลที่แสนเงียบสงบยามค่ำคืน แสงสีแดงน้ำเงินตัดกับแสงจันทร์ไปมา แขกทุกคนยกเว้นผมกับนักสืบถูกพาตัวไปกับตำรวจ และการปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มของ ‘โซฟี’ เจ้าสาวแสนสวยที่ควรจะตายไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว กลางดาดผ้าเรือพร้อมจ้องมองแขกทุกคนที่กำลังลงเรือตำรวจ

    การเดินทางยังไม่จบ ผมกับนักสืบใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญต่อบนเรือลำนั้นต่อ ทั้งที่เมื่อคืนวานพึ่งเกิดคดีฆาตรกรรมมามาด ๆ นักสืบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟังขณะที่เรากำลังนอนอาบแดดกันบนดาดฟ้าเรือ

    “ฆาตกรคือเจ้าบ่าว ถึงเขาจะไม่ได้ฆ่าก็เถอะแต่เรามีหลักฐานจากการสอบสวนแฟนเก่าของเขาที่ทั้งคู่วางแผนแกล้งเลิกกัน เพื่อฝ่ายชายจะได้แต่งงานและฆ่าเธอเพื่อหวังสมบัติของโซฟี หลังจากเขาคิดว่าเธอตายไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือ เขาก็ออกไปทิ้งปืนที่พกมาด้วยลงทะเลไป” นักสืบจุดบุหรี่สูบ “น้องชายกับทนายถูกจับคดียักยอกทรัพย์ พวกเขาร่วมมือกันแอบกอบโกยผลประโยชน์จากธุรกิจของเธอมาตลอด เมื่อทั้งคู่รู้ว่าเธอตายแล้ว จึงพยายามทำสัญญาเพื่อแบ่งสมบัติกันและเตรียมรับมรดกก้อนโต ส่วนแม่บ้านกับคนรับใช้ก็ถูกจับเพราะหลังจากรู้ว่าเธอตายก็ได้แอบเข้าไปค้นห้องของเธอและขโมยทรัพย์สินของเธอจำนวนมาก” 

    เธอคงเสียใจที่ทุกคนต่างหวังให้เธอตายเพื่อหวังเงินทองจากเธอ เพราะพวกเขาคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ตอนนั้นคิดว่าเธอตายจริง ๆ ผมรู้สึกหดหู่แทนโซฟี แต่ก็แอบดีใจที่เธอได้หลุดจากวงโคจรคนเลวพวกนี้เสียที ผมยกเบียร์เย็นๆ ดื่มจากกระป๋องจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นยืนขอตัวไปอาบน้ำ

    “อ่อ แล้วก็เพื่อนที่แอบชอบโซฟีมาตั้งแต่เด็ก” นักสืบพูดขึ้นพร้อมบี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ “เขากระโดดน้ำตายหลังจากเห็นภาพศพของเธอ”

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×