KOOKMIN | GOLDEN CLOSET [END]

ตอนที่ 10 : Chapter9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 322 ครั้ง
    12 ก.ค. 61


GOLDEN CLOSET

Chapter9

 

 

ร่างสูงของช่างภาพเดินเข้ามาเตรียมกล้องเพื่อเตรียมตัวถ่ายงานที่ยังเหลืออยู่ให้เรียบร้อยโดยมีคนตัวเล็กเดินตามหลังมาด้วย จีมินส่งยิ้มให้ทีมงานคนอื่นๆที่เตรียมงานอยู่แถวๆนั้น ร่างเล็กนั่งลงบนเก้าอี้รอคนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับกล้องตัวใหญ่ในมือ

“เดี๋ยวมานะครับ” จองกุกเอ่ยขึ้นหลังจากเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย มือหนาหยิบกล้องที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะเดินมาหาจีมินที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่

“อือ เดี๋ยวเราคุยกับแทฮยองรอ”

“อยากกลับห้องแล้ว” เด็กตัวโตทำตัวอ้อนโดยที่ไม่สนสายตามากมายที่กำลังมองมา จองกุกซบหัวทุยๆลงกับไหล่ของคนตัวเล็กอย่างออดอ้อนท่ามกลางสายตาของทีมงานที่มองอยู่ เขาไม่อยากจะสนใจอะไรแล้ว ใครจะมองก็มองไป ตอนนี้เขาแค่อยากได้กำลังใจก็เท่านั้น

“รีบทำงานให้เสร็จ จะได้รีบกลับห้องกัน” เสียงหวานที่ดูเหมือนจะเป็นกำลังใจสำคัญเอ่ยขึ้น จองกุกผละออกมาแล้วส่งยิ้มน้อยๆให้จีมินก่อนจะขอตัวไปทำงาน

จีมินมองตามหลังคนที่เดินออกไปถ่ายงานกลางแจ้งอีกมุมหนึ่งที่ถูกเตรียมไว้ คนตัวเล็กละสายตาเมื่อเห็นว่าแผ่นหลังของอีกคนห่างไกลออกไปทุกที โทรศัพท์ในมือสั่นไม่หยุดจากการรัวข้อความของคิมแทฮยองที่ไม่รู้เกิดคึกอะไรขึ้นมาถึงไม่ยอมหลับยอมนอนแล้วมาทำตัวป่วนเขาอยู่แบบนี้

มือเล็กเลื่อนข้อความที่อยู่บนหน้าจอทิ้งก่อนจะกดต่อสายหาคนที่อยู่อีกซีกโลก เจ้าคนไม่ยอมหลับยอมนอนกดรับสายตั้งแต่เสียงรอสายยังไม่ทันจะดัง บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวคงถือโทรศัพท์ไว้พร้อมตลอดเวลา จีมินยิ้มบางให้กับความน่ารักที่นานๆจะแสดงออกมาสักทีของเพื่อนสนิท

“เลิกรัวข้อความมาได้แล้ว คุณคิม” เสียงหวานเอ่ยหยอกล้อกับคนปลายสาย สิ่งที่พอจะทำให้อารมณ์ที่ดิ่งลงเหวกลับขึ้นมาดีได้ก็คงจะเป็นคิมแทฮยองนี่แหละ

คิดถึง

“เราก็คิดถึง เมื่อไหร่จะกลับมาสักที”

อะไรยังไง ทำไมอยู่ดีๆอยากให้กลับ’ แทฮยองเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ห่างกันมาตั้งนานไม่มีท่าทีจะคิดถึงกันเลยด้วยซ้ำ

“ก็เราคิดถึง ไม่ได้เจอกันตั้งสี่เดือนแล้วนะ”

ก็บอกให้รอกลับพร้อมกันก็ไม่เชื่อ’ เสียงบ่นลอดออกมาตามสายทำให้คนที่กำลังฟังต้องอมยิ้มขำ แทฮยองเริ่มบ่นตั้งแต่เรื่องเก่าๆมายังเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปไม่นานให้คนตัวเล็กฟัง จีมินทำเพียงส่งเสียงอือออตอบรับบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขายังคงฟังอยู่

“วา... ไอ้ช่างภาพนั่นคงเสียใจน่าดูถ้ารู้ว่าเด็กมันกำลังคุยกับผู้ชายคนอื่นอย่างมีความสุขขนาดนี้” น้ำเสียงค่อนขอดกับรองเท้าหนังราคาแพงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้คนตัวเล็กที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

...ถ้าฟังไม่ผิดเมื่อกี้ผู้ชายคนนี้พูดถึงจองกุกสินะ

“เมื่อกี้นายพูดกับเราเหรอ”

“เออสิ เด็กมันไม่ใช่หรือไง” สีหน้ากับแววตาที่ดูถูกดูแคลนทำเอาคนที่เพิ่งจะอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยต้องกลับโหมดเดิมเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วอีกครั้ง

“เด็กใคร” จีมินปล่อยสายที่ยังคุยกับแทฮยองอยู่ให้ค้างไว้แบบนั้นโดยไม่คิดที่จะเอ่ยบอกอะไรให้เพื่อนรับรู้ เพราะคิดว่ายังไงซะแทฮยองก็คงปะติดปะต่อเรื่องราวได้เองนั่นแหละ

“ไอ้ช่างภาพนั่นไง ชื่ออะไรนะ...อ่อ จองกุกๆ ขายให้มันเท่าไหร่ล่ะ” น้ำเสียงยียวนชวนให้คนฟังโมโหยิ่งกว่าตอนที่เจอกับชเวจงชินครั้งแรก จีมินจ้องตากับคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกโมโหอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกโกรธใครมากขนาดนี้

“ทำไม นายอยากได้เราบ้างหรือไง” เสียงซุบซิบที่ดังขึ้นจากคนที่นั่งอยู่รอบๆเมื่อประโยคที่จีมินเอ่ยขึ้นมาเมื่อครู่เหมือนเป็นการบอกกลายๆว่าเจ้าตัวขายจริงอย่างที่อีกคนกล่าวหา

“แน่สิ ถ้าเด็ดถึงขั้นที่จอนจองกุกพาขึ้นห้องด้วยน่ะนะ” จีมินยิ้มเยาะให้กับคำพูดของคนตรงหน้า จากที่อารมณ์เสียมากๆกลับเริ่มสนุกขึ้นมาเมื่อคิดว่าถ้าหักหน้าไอ้คนที่เข้ามาพูดดูถูกซ้ำยังกล่าวหาคนอื่นลอยๆแบบนี้ได้คงจะน่ายินดีไม่น้อย

ปกติเขาไม่ใช่คนชอบแกล้งคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเข้ามาหาเรื่องก่อนก็นะ...รับกรรมที่ตัวเองก่อไปก็แล้วกัน

“อย่างนายจะจ่ายไหวเหรอ...” สายตาและคำพูดเหยียดหยามจากคนตัวเล็กทำเอานายแบบหนุ่มตรงหน้ากำมือแน่น จีมินไล่สายตามองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทางดูแคลนอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน

“เหอะจะเท่าไหร่กันเชียว” เสียงหัวเราะในลำคอดังออกมาเมื่อจีมินพูดจบ ท่าทางมั่นใจในตัวเองทำเอาคนตัวเล็กนึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ก็แพงอยู่นะหรือไม่งั้นก็...ลองไปถามคิมแทฮยองดูสิ ถ้าแทฮยองยอมให้ขายเราจะลองเอากลับไปคิดดู” ช่วงเวลาสี่เดือนที่ผ่านมาเขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง และสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้มาก็คือ คิมแทฮยอง เป็นชื่อที่มีอิทธิพลนักศึกษาเกือบทั้งมหาลัย

“เหอะ นี่ขายให้ทั้งพี่ทั้งน้องเลยเหรอวะ”

“ก็นะ... ยังอยากได้เราอยู่ไหมล่ะ”

“หึ...สามล้าน” จีมินยิ้มเยาะให้กับจำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอมา สามล้านวอนที่ว่ามายังไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของเงินในบัญชีเขาด้วยซ้ำ กล้าดียังไง...

“ร้อยล้านวอน ถ้าเอามากองตรงหน้าได้จะลองเก็บไปคิดดู” ท่าทางชะงักกับจำนวนเงินที่เพิ่งเอ่ยไปเมื่อครู่เกือบจะทำให้คนตัวเล็กหลุดขำ เขาเกลียดนักล่ะไอ้พวกที่ทำเหมือนกับว่าตัวเองอยู่เหนือทุกอย่างทั้งที่จริงๆแล้วก็เป็นแค่หมากเบี้ยในกระดานก็เท่านั้น

“ฝันอยู่หรือไง คิดว่าตัวเองมีค่าขนาดนั้นเลยหรือไง!” เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆทำให้คนที่มองดูอยู่รอบๆยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป ...ชอบกันนักล่ะ เรื่องฉาวๆของคนอื่นน่ะ

“ถ้าจ่ายไม่ไหวก็ไสหัวกลับไป” มือเล็กๆโบกไล่เหมือนคนตรงหน้าเป็นตัวน่ารำคาญที่ชอบสร้างเรื่องให้คนอื่นปวดหัว

“มึง!

ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายเสียงโทรศัพท์ที่จีมินถืออยู่ก็ดังขึ้น บนหน้าจอปรากฏชื่อของคิมแทฮยองพร้อมกับภาพสั่นๆที่แสดงให้เห็นว่าอีกคนวีดีโอคอลเข้ามาแทนที่จะเป็นการโทรแบบปกติ จีมินยิ้มขำให้กับการกระทำของเพื่อนที่ดูจะหัวร้อนเสียยิ่งกว่าเขาที่โดนเข้ามาหาเรื่อง

“คุยไหม” มือเล็กยื่นโทรศัพท์ที่เพิ่งจะกดรับให้กับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ดูสนุกปนกับความเยาะเย้ย

คุณหนูพัค เลิกเล่นได้แล้วครับ’ เสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์สร้างความตกใจให้กับคนที่ยืนอยู่รอบๆ รวมทั้งนายแบบคนเก่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วย

“คุณคนนี้เขามาขอซื้อเราแหละ แทฮยองจะขายเราไหมอ่ะ” จีมินหันหน้าจอโทรศัพท์เข้าหาคนที่ยืนทำหน้าเหวออยู่ตรงหน้า ก็บอกแล้วว่าชื่อของคิมแทฮยองน่ะมีอิทธิพลกับคนทั้งมหาลัยนั่นแหละ

เฮ้อ ช่วงเวลาที่อยู่เกาหลีสิทธิ์ขาดในการดูแลคุณหนูพัคเป็นของตระกูลคิมนะครับ แต่ถ้าจะขายไม่ขายที่คงต้องไปถามคุณชายตระกูลจอนแทนล่ะมั้ง’ จบประโยคที่ว่าจีมินลดโทรศัพท์ในมือลงอย่างเร็วเพราะไม่คิดว่าเพื่อนรักจะทำกันได้ลงคอ ทั้งๆที่กะจะให้สั่งสอนไอ้คนถือดีตรงหน้าแต่คิมแทฮยองกลับเอ่ยแซวเขาแทนซะได้

ไม่ล้อแล้วจีมิน ยกโทรศัพท์ขึ้นหน่อย ตอนนี้มองเห็นแต่พื้นหญ้าเขียวๆเนี่ย’ แทฮยองเอ่ยกับเพื่อนตัวเล็กที่ดูท่าว่าจะตกใจกับคำพูดของเขา หน้าจอที่เคยมีแต่พื้นหญ้าเขียวๆเริ่มเปลี่ยนไปเป็นผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆ

แล้วก็มึง บอกว่าใครขายนะ จีมินหรอ? คนที่มีเงินล้นบัญชีอย่างคุณหนูพัคจำเป็นต้องขายตัวเลี้ยงตัวเองด้วยเหรอวะ ใช่เหรอวะจิน’ แทฮยองหลบฉากให้นั่งเล่นเกมอยู่ข้างหลัง ซอกจินที่มือนึงถือจอยเกมกับอีกมือถือโทรศัพท์อยู่หันมาตอบคำถามที่แทฮยองเอ่ยถามไปเมื่อครู่

จีมินจะขายหรอ อยากซื้อนะ แต่คงไม่มีปัญญาจ่าย’ น้ำเสียงง่วงๆที่ดังออกมาทำเอาคนฟังต้องกุมขมับ แทฮยองจะช่วยหรือจะป่วนเขากันแน่

“จิน!

ไม่ต้องกลัวหรอกคุณหนูพัค ต่อให้ตระกูลลีของท่านอธิการบดีรวมเงินกันมาทุกคนก็ยังไม่ได้ครึ่งบัญชีคุณหนูพัคเลย จะมีปัญญาไปหาจากไหนมาจ่าย’ ซอกจินที่รับโทรศัพท์จากแทฮยองมาถือไว้เอ่ยบอกกับคนตัวเล็กที่ทำหน้าเบะอยู่ เขาแอบเห็นหน้าไอ้คนที่มาขอซื้อจีมินแล้วก็พอจะนึกได้ว่าเป็นหลานชายของอธิการบดีสักคนที่ชอบทำตัวอวดอ้างอำนาจที่ตัวเองมีไประรานคนอื่น

คนที่คิดว่าตัวเองอยู่สูงสุดของห่วงโซอาหารกำลังจะถูกเหยียบให้ลงไปด้านล่างสุดเพราะเจอผู้ล่าที่เหนือชั้นกว่า

อย่าให้กูรู้ว่ามึงมายุ่งกับคนสำคัญของกูอีก ถ้ากูกลับไปเจอกูไม่เอาไว้แน่’ น้ำเสียงที่เปลี่ยนโหมดกะทันหันของแทฮยองทำเอาคนที่คิดว่าจะสร้างบาดแผลให้ร่างกายเล็กๆนี่สักแผลต้องชะงัก ร่างสูงสะบัดตัวเดินออกไปทั้งๆที่ยังไม่ได้เอ่ยลา การกระทำดังกล่าวทำให้จีมินหลุดหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช พอรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ก็หนี คำขอโทษที่เข้าใจผิดสักคำก็ไม่มี

“เรื่องเมื่อกี้อย่าบอกจองกุกนะครับ” จีมินถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยบอกกับทีมงานไม่กี่คนที่ยืนอยู่รอบๆ ทีมงานบางคนพยักหน้ารับรู้

“พี่จีมิน ...ไม่ได้ขายใช่ไหมคะ” เสียงสั่นๆของทีมงานผู้หญิงที่ยืนอยู่เอ่ยถามด้วยท่าทางไม่แน่ใจ

“ไม่ได้ขายครับ เห็นแบบนี้จริงๆพี่ก็พอจะมีเงินอยู่บ้างนะ” จีมินเอ่ยตอบกลับได้ด้วยน้ำเสียงติดตลกก่อนจะเห็นว่าอีกคนพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก สีหน้ายิ้มแย้มของทีมงานรอบข้างทำให้สบายใจขึ้นมาได้บ้างเมื่อเทียบกับช่วงสิบนาทีที่ผ่านมา

เอาเถอะ วันนี้คงเป็นวันซวยๆของเขาเองนั่นแหละ ทุกเรื่องถึงได้ถาโถมเข้ามาหาแบบไม่หยุดหย่อนกันขนาดนี้

เหี้ยจิน มึงมันโกง!’ เสียงที่ดังออกมาจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะกับภาพที่ผู้ชายสองคนกำลังเล่นเกมกันอยู่ทำเอาคนที่ได้เห็นต้องเบ้หน้า แทฮยองหมดความสนใจจากเพื่อนรักแล้วหันหน้าเข้าหาเกมไปแล้วเรียบร้อย

“แทฮยอง ถ้าจะเล่นเกมก็วางไปเลย”

รอไง เห็นคุยกับคนอื่นอยู่ แล้วนี่จองกุกมันอยู่ไหน

“จองกุกทำงาน”

 ‘แล้วไอ้เรื่องเมื่อกี้มันอะไร โดนแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ’ แทฮยองวางจอยเกมลงแล้วหันหน้ามามองจอโทรศัพท์ที่ตั้งไว้กับกองหนังสือบนโต๊ะ สีหน้าเคร่งเครียดทำเอาจีมินรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย

...แย่แล้วไง เขากำลังจะโดนคนที่สวมบทคุณพ่อดุ

“ไม่หรอก นี่ครั้งแรกๆ”

ไม่น่าปล่อยให้กลับไปก่อนจริงๆสินะ...ไปเรียกมันมาคุยหน่อย’ ไม่ต้องเอ่ยชื่อแต่ก็พอจะรู้ว่าหมายถึงจองกุกแน่ๆ จีมินส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

“จองกุกทำงานอยู่ อีกอย่างวันนี้จองกุกอารมณ์ไม่ดี แทฮยองไม่ต้องบอกจองกุกนะ” คนตัวเล็กนั่งจมปุกอยู่กับเก้าอี้หลังจากที่เสียบสายหูฟังที่ยืมมาจากทีมงานสักคนเข้ากับโทรศัพท์

ใครอารมณ์ไม่ดี ไอ้น้องนั่นอ่ะนะ’ แทฮยองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูแปลกใจ คนหน้าหล่อเอามือเค้าทางแล้วจ้องมาที่โทรศัพท์อย่างคนต้องการคำตอบ

“อือ ตั้งแต่เช้าแล้ว นั่งรถมาสามสี่ชั่วโมงก็เอาแต่มองวิวข้างทางตลอด ดูเหม่อๆยังไงไม่รู้หรือบางทีจองกุกอาจจะไม่สบายเพราะติดไข้จากเราก็ได้...”

นี่อยู่ไหน ทำไมต้องนั่งรถสามสี่ชั่วโมง

“แดกู เราตามจองกุกมาเพราะพี่โฮซอกไม่ยอมให้ไปทำงาน จองกุกก็ไม่ยอมให้เราอยู่คนเดียว”

จองกุกมันยอมไปแดกูเหรอ...’ เสียงเบาหวิวที่ดูเหมือนจะเป็นการพึมพำกับตัวเองมากกว่าทำให้คนตัวเล็กต้องเลิกคิ้ว ทำไมจองกุกจะมาแดกูไม่ได้...

“ที่นี่มีอะไรทำไมถึงจะมาไม่ได้” จีมินเอ่ยถามคนที่กำลังยกมือขึ้นลูบหน้า แทฮยองทำท่าเหมือนไม่อยากจะพูด

ช่วงนี้ก็ดูแลมันหน่อยก็แล้วกันนะ นี่ต้องไปเรียนแล้ว ไว้คุยกันใหม่นะจีมิน

สายถูกตัดไปพร้อมกับความข้องใจที่ถูกเพิ่มเข้ามา จีมินรู้ว่าแทฮยองโกหกเพราะไม่อยากจะพูดถึง ก็คนบ้าที่ไหนจะไปเรียนตอนเที่ยงคืนกันล่ะ แล้วทำไมแทฮยองถึงไม่อยากพูด ทำไมกัน..

ที่นี่มีอะไรที่ทำให้จองกุกต้องเป็นแบบนั้น...

 

_____GOLDEN CLOSET_____

 

“เราไปอาบน้ำก่อนนะ”  มือเล็กวางถุงเครื่องดื่มที่ซื้อมาจากมินิมาร์ทไว้บนโต๊ะก่อนจะปลดกระเป๋าสะพายอันใหญ่วางไว้ข้างๆกัน จีมินเดินไปหยิบเสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้คนที่เดินตามเข้ามางุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จองกุกที่เดินตามเข้ามาในห้องวางกระเป๋ากล้องไว้ข้างๆกับกระเป๋าใบใหญ่ของจีมิน มือหนาล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ที่ฝากไว้กับคนตัวเล็ก เขาขอทีมงานกลับมาก่อนเพราะไม่อยากจะนั่งรอจนงานเสร็จ อีกอย่างการนั่งรถไฟกลับมาก็เร็วกว่าการนั่งรถเป็นไหนๆ

ร่างสูงเดินไปกลางห้องก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม มือหนาถูกยกขึ้นมาเสยผมที่ปรกหน้าปรกตา ในหัวก็คิดว่าจะเริ่มบทสนทนายังไง ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่นั่งรถไฟกลับมาพวกเขาแทบจะไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ปกติจีมินจะชอบชวนเขาคุยนั่นนี่ บรรยากาศอึมครึมที่ปกคลุมอยู่รอบๆตอนนี้ทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งประโยคแปลกๆที่ออกจากปากของชเวจงชินก่อนที่จะกลับมานั่นอีก

ดูแลเขาดีๆหน่อยสิ ...แต่ถ้ามึงมีปัญญาทำได้แค่นี้กูจะรับมาดูแลให้เองก็ได้นะ

ประโยคแปลกๆที่ถูกส่งมาในตอนที่เดินสวนทางกัน จองกุกเกือบจะกระชากตัวอีกฝ่ายกลับมาถามถ้าไม่ติดว่าจงชินเดินลิ่วเข้าไปคุยกับทีมงานที่ยืนอยู่ด้านหลังซะก่อน

“เฮ้อ...” ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะปล่อยให้หัวดิ่งตามแรงโน้มถ่วงจนไปชนกับพนักพิงของโซฟา มือเรียวยกโทรศัพท์ที่ไม่ได้แตะมาทั้งวันขึ้นมาดู ข้อความแชทที่เด้งขึ้นมาเต็มหน้าจอทำให้ต้องกดเข้าไปอ่านทั้งที่ไม่มีกระจิตกระใจจะทำ ตอบเพื่อนไปได้แค่สองสามคนก็ก็โยนโทรศัพท์ทิ้ง

ครืด~~ ครืด~~

เสียงสั่นจากโปรแกรมแชทที่ตั้งไว้ดังไม่หยุดทำให้คนที่ตั้งใจจะพักสายตาต้องลุกขึ้นมาหยิบโทรศัพท์ที่ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา ข้อความภาพถูกส่งมาจากเพื่อนร่วมคณะที่ค่อนข้างจะสนิทกันพอสมควร มือหนาเลื่อนหน้าจอเพื่อเปิดดูสิ่งที่เพื่อนส่งมาให้ ภาพที่เต็มไปด้วยตัวอักษรทำให้ต้องเลื่อนอ่านไปทีละนิดอย่างตั้งใจ

เขาจะไม่สนใจมันเลยสักนิดถ้าในนั้นไม่มีชื่อของพัคจีมินเด่นหลาอยู่

ภาพเว็บบอร์ดของมหาลัยที่เป็นแหล่งซุบซิบนินทาของนักศึกษาทุกชั้นปี ข้างในภาพที่เพื่อนส่งมาเต็มไปด้วยชื่อของพัคจีมินกับเนื้อหาที่ไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิดพร้อมกับคลิปสั้นๆที่ทำเอาคนดูเข้าใจผิดไปต่างๆนาๆ

เด็กขาย...งั้นเหรอ                

จองกุกวางโทรศัพท์ไปบนโต๊ะโดยที่หน้าจอแชทยังถูกเปิดค้างไว้ พอดีกับที่จีมินเดินออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับเสื้อยืดกางเกงขาสั้นที่เจ้าตัวชอบใส่เวลานอน บรรยากาศดูอึดอัดยิ่งกว่าเดิมเมื่อไม่มีใครเริ่มบทสนทนาเหมือนอย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

คนตัวเล็กเดินหอบเสื้อผ้าที่ใช้แล้วไปใส่ในตะกร้าผ้าที่วางอยู่ตรงระเบียงห้องก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องที่มีเด็กตัวโตนั่งอยู่ จีมินไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินไปหยิบกระป๋องเบียร์ที่แวะซื้อมาขึ้นมาดื่ม เขาชอบที่จะดื่มในช่วงเวลาที่คิดมากเพราะอย่างน้อยความรู้สึกลอยๆในช่วงที่กำลังกรึ่มๆก็ทำให้สบายใจขึ้นมาได้บ้าง ถึงจะแค่เดี๋ยวเดียวก็ตาม

โทรศัพท์เครื่องบางที่วางอยู่บนโต๊ะถูกเลื่อนมาตรงหน้า จีมินเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งไม่พูดไม่จาอยู่ตรงหน้า ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนายังไงก็เลยได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบแบบนี้

“อะไรเหรอ” มือเล็กยื่นไปรับโทรศัพท์ที่อีกคนส่งมาให้ เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยว่าทำไมจองกุกถึงเลือกที่จะหยิบยื่นโทรศัพท์ให้เขาแทนการพูดคุย

“ทำไมไม่บอก” น้ำเสียงที่ถูกส่งมาห้วนเสียจนคนฟังรับรู้ถึงความไม่พอใจที่ปะปนอยู่ จีมินเปิดหน้าจอโทรศัพท์ของอีกคนขึ้นมาก่อนจะเลื่อนดูแบบผ่านๆ

“ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องสนใจหรอก”

“ทำไมถึงไม่บอกมันไป” ความไม่พอใจที่ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเด็กหนุ่ม จองกุกมองหน้าคนที่ทำเหมือนกับว่าเรื่องที่เขาพูดไปมันไม่สำคัญ ทั้งๆที่เขาร้อนใจจนแทบจะบ้าตอนที่เห็นคลิปบ้าๆนั่น

“บอกอะไร ...จองกุกจะให้เราบอกอะไร”

จองกุกชะงักตอนที่ได้ยินคำถามที่อีกคนเอ่ย ความสับสนพุ่งเข้ามาปะปนกับความโกรธที่มีอยู่แล้วจนยากที่จะควบคุมอารมณ์ในตอนนี้

“แล้วทำไมถึงไม่บอกผม” คนที่หาคำตอบให้กับคำถามไม่ได้เปลี่ยนเรื่องโดยที่ไม่ได้สนใจว่าคนที่รอคำตอบอยู่จะรู้สึกยังไง

“เพราะถ้าบอกไปแล้วก็จะเป็นแบบนี้ไง ไม่รู้หรือไงว่าวันนี้ตัวเองใจร้อนขนาดไหน” จีมินวางกระป๋องเบียร์กับโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนีเข้าไปในห้องนอนเพราะไม่อยากทะเลาะกับคนที่ยังอารมณ์ร้อนอยู่ ทว่าแรงกระชากที่แขนทำให้ไม่สามารถก้าวเท้าต่อไปได้

“แล้วยังไง ก็เลยไม่คิดจะบอกกันงั้นเหรอ”

“ไปสงบสติอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน” ความปวดหัวที่เริ่มกลับมาเพราะความคิดมากทำให้คนตัวเล็กต้องหลับตาลงเพื่อที่จะระงับอาการที่กำลังกำเริบ จีมินสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมือหนาแล้วหันหน้าหนี

“อย่าหนีปัญหา” ...แต่ประโยคที่ตามมาทำให้ความอดทนที่พยายามมีมาตลอดเลือนหายไป

“ใครหนีปัญหา เราเหรอ” คนตัวเล็กหันกลับไปเผชิญหน้ากับจองกุกที่ดูเหมือนว่าจะไม่พอใจในการกระทำของเขา

“ผมถามว่าไม่คิดจะบอกกันเลยหรือไง”

“ใช่ แล้วจองกุกเคยคิดที่จะบอกอะไรเราบ้างไหม วันนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้อารมณ์เสียทั้งวันแบบนี้ หรือแดกูมันมีอะไร” จีมินที่เริ่มหมดความอดทนเอ่ยถามกลับไปบ้าง เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสาเหตุที่ทำให้จองกุกเป็นแบบนี้คืออะไร แต่ทว่าคำถามที่เอ่ยออกมาทำให้คนที่อารมณ์เสียเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

“มันไม่เกี่ยวกัน”

“ไม่เกี่ยวยังไง อารมณ์เสียทั้งวันแล้วก็มาลงที่เราแบบนี้ เห็นเราเป็นถังขยะรองรับอารมณ์หรือไง”

“เอาเรื่องนี้ให้จบก่อนได้ไหมจีมิน” อารมณ์ที่พุ่งแรงขึ้นเพราะคำพูดประชดประชันกันไปมาทำให้เหตุการณ์เริ่มปานปลาย เหตุผลที่เคยมีมาถูกกลบไปด้วยความรู้สึกนึกคิดที่ไม่มีโอกาสได้ไตร่ตรองก่อนที่จะถูกแสดงออกมา

“มันต่างกันยังไงในเมื่อจองกุกยังไม่เคยคิดจะบอกอะไรเราสักอย่าง แล้วจะเอาอะไรกับคนที่ไม่เคยได้รับความชัดเจนแบบเรา ”

“ก็บอกว่าเอาทีละเรื่องก่อนไง ฟังกันหน่อยสิ!” เสียงที่ดังราวกับว่าเป็นการตะคอกทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ มือเล็กสั่นเทาจนต้องกำไว้แน่นเพื่อไม่ให้อีกคนรับรู้

...ใครกันแน่ที่ไม่ยอมฟังอะไรเลย

“เราไม่อยากบอก แล้วก็ไม่คิดที่จะบอกด้วย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอกนี่!” ตอบกลับไปด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มรุนแรงขึ้นไม่แพ้กัน ความน้อยใจที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุดทำให้คนที่เคยมีเหตุผลกลายเป็นคนไร้เหตุผลไปอย่างสิ้นเชิง

“ทำไม คิดจะขายให้มันหรือไง!” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์บวกกับความโมโหที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ จนเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังต้องชะงักค้าง

ความผิดหวังที่เกิดขึ้นยังไม่เท่าความเสียใจที่ตามมา...

“จองกุก...รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา” เสียงสั่นๆกับหยดน้ำตาที่ไหลลงจากดวงตาคู่สวยทำให้อารมณ์ที่กำลังปะทุลดฮวบลงเหมือนกับโดนแช่แข็ง คนใจร้อนยืนตัวแข็งทื่อเพราะความปากไวของตัวเองที่กำลังทำร้ายคนที่พยายามดูแลปกป้องมาตลอด

“รู้ตัวไหมว่ากำลังดูถูกเราอยู่”

“ผม...”

“ดูถูกความรู้สึกที่เราให้ไปกี่ครั้งแล้ว หรือคิดว่ามันเป็นของเล่นที่จะโยนไปมายังไงก็ได้” คำถามที่เอ่ยออกมาทำให้คนที่โดนถามต้องชะงักค้าง “หรือเพราะเมื่อตอนกลางวันเราพูดออกไปว่ายังไงเราก็ไปไหนไม่ได้ ก็เลยคิดว่าจะทำยังไงกับความรู้สึกเราก็ได้ ...หรือถ้าความรู้สึกของเรามันมีค่าแค่นั้นก็ขอมันคืนให้เราเถอะนะ”

“ไม่เอา...ไม่คืนให้หรอก” ร่างสูงของเด็กตัวโตพุ่งเข้าไปรวบตัวของคนตัวเล็กเข้ามากอดไว้แน่นเหมือนกับกลัวว่าอีกคนจะหายไป

"อย่าทำเหมือนความรู้สึกที่เราให้ไปเป็นของตายได้ไหม"

“ขอโทษ ขอโทษครับ” คนทำผิดละล่ำละลักเอ่ยคำขอโทษ ในใจวูบไหวไม่ต่างกันเมื่อคิดถึงสิ่งที่จีมินพูดมันออกมาเมื่อครู่ มือเล็กๆนั่นกำชายเสื้อของเขาแน่นจนรู้สึกได้

“จะให้เราทำยังไง จะให้ตอบออกไปยังไง ความสัมพันธ์ตอนนี้คืออะไรเรายังตอบตัวเองไม่ได้เลย...” คนตัวเล็กในอ้อมแขนไม่ได้สะอื้นตัวโยนเหมือนกับคนปกติเวลาร้องไห้ มีแค่น้ำตาที่เป็นเครื่องยืนยันว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ

“ขอโทษครับ”

“ขอความชัดเจนให้เราหน่อยได้ไหม...”

“จีมิน...” เพียงแค่เสียงเรียกที่ดังออกมาก็เพียงพอที่จะทำให้จีมินเข้าใจได้ว่าจองกุกยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้ จีมินกัดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกไป

“ฮึก...ไม่เป็นไร” เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่ลอดออกมาทำเอาคนที่ได้ยินใจกระตุก ทว่าเขายังไม่มีความพร้อมที่จะเอ่ยอะไรออกไปตอนนี้ จองกุกยกมือขึ้นลูบหัวคนที่อายุมากกว่าเบาๆ ทำซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

...เขาได้แต่หวังว่าจีมินจะเข้าใจ

"จองกุก... อยากได้เวลาไหม เราให้ได้นะ จะนานเท่าไหร่ก็ได้...เราจะรออยู่ตรงนี้”

แต่แค่นั้นมันคงไม่พอที่จะทำให้อีกคนเข้าใจได้...

“ตัดสินใจได้เมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมา" จีมินไม่อยากให้ความรู้สึกที่มีต้องถูกบั่นทอนไปด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้อีกแล้ว ถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งเขาคงเจ็บจนทนไม่ไหวแน่ๆ เพราะแบบนั้น... “หลังจากนี้อย่าเพิ่งมาเจอกันเลยนะ”

คนตัวเล็กผละตัวออกจากอ้อมกอดของจองกุกก่อนจะเดินหนีเข้าห้องนอนแล้วปิดประตูก่อนที่อีกคนจะได้เอ่ยคำพูดอะไร สีหน้าที่แสดงออกมาทำให้จองกุกได้รู้ว่ารอยยิ้มที่พยายามรักษาไว้นั้น ...วันนี้เขาเป็นคนทำลายมันเองกับมือ

 

เขาเคยพูดว่ารอยยิ้มของจีมินเป็นสิ่งที่เขาชอบที่สุด

...แต่วันนี้เขากลับทำให้รอยยิ้มนั้นดูหม่นแสงลงเสียเอง




Fiction by hohope
Twitter : @Hohope_JH94

Hashtag : #gcfkm
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 322 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,540 ความคิดเห็น

  1. #1524 Darlene PP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 09:11
    มีอะไรค้างคาอยู่ในใจจองกุกอีกอะ เมื่อไหร่จะให้ความชัดเจนกับจีมินได้สักที จนต้องมาทะเลาะกันแบบนี้
    #1,524
    0
  2. #1504 charmryc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 17:44
    น้องง 🥺🥺🥺
    #1,504
    0
  3. #1487 ไรม์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 23:55

    หงุดหงิด

    #1,487
    0
  4. #1419 siraprapawaivila (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 20:49

    อ่านอยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลฮือออ จองกุกอ่าทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ
    #1,419
    0
  5. #1402 phapha087bw (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 10:08
    ร้องไห้รัวๆๆๆๆๆๆๆเลยจ้า
    #1,402
    0
  6. #1392 thebrownbear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 22:00
    แทฮยองก็รู้เรื่องด้วยไปอีก แง เราว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ ฮืออออ ขนาดแทฮยองยังไม่ยอมบอกเลยอะ ฮือ จองกุกไม่ใจเย็นเลยยยยยย โมโหแล้วปากร้ายอีกต่างหากอะ จีมินเสียใจหลายรอบแล้วนะกับเรื่องนี้ ฮืออออ สงสารจีมินไม่ไหวเด้ออออ
    #1,392
    0
  7. #1362 คุมะมงของมินยุนกิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 04:22
    ไม่ใช่ว่าเกี่ยวกับยุนกินะ เห้อ
    #1,362
    0
  8. #1361 คุมะมงของมินยุนกิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 04:22
    ไม่ชอบแบบนี้ -*- เหมือนให้ความหวัง เหมือนจีมินเป็นตัวเลือก เห่ออๆๆ
    #1,361
    0
  9. #1346 DetectiveB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 04:11
    จองกุกไม่ชัดเจนจริงๆแหละ ถ้านี่เป็นจีมินคงตัดใจไปแล้ว ใครๆก็อยากได้ความชัดเจนอ่ะ ติดอยู่แบบนี้ ที่เดิมๆ คงไม่มีใครอยากเป็นหรอก หื้อออ อิน
    #1,346
    0
  10. #1335 acptx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 10:01
    ม่ายยยยยยย งื้ออออ มาม่ามาแล้วฮืออออออออออ ไม่อาวววววว
    #1,335
    0
  11. #1285 INCHANN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 11:38
    แงไรท์คะ สงสารจีมินอ่า จองกุกอย่าปิดบังจีมินอีกเลยนะ ฮือออ หน่วงใจไปหมดแล้ว
    #1,285
    0
  12. #540 m_sstsj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:31
    แค่สปอยเราก็จะร้องไห้แล้วววว
    #540
    0
  13. #539 DMDMdmdm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:12
    แงงงงง
    #539
    0
  14. #538 linlaneen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    จองกุกจะลังเลอีกนานม้ายยยยย
    #538
    0
  15. #537 cydcyxx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    อย่าทำน้องงงงงงงงงงงงงง ฮือ
    #537
    0
  16. #536 cydcyxx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    อย่าทำน้องงงงงงงงงงงงงง ฮือ
    #536
    0
  17. #535 EarnEarnaaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:47
    ไม่เอาเมื่อไหร่จกุกจะพูดความในใจสักที จับกดแสดงความในใจไปเลยไป
    #535
    0
  18. #534 09081013 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:42
    แค่เห็น GIF ก้อเจ็บปวดละอ่าาาา
    #534
    0
  19. #533 iNoonella (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:42
    จีมินอ่าาาาา จีมินรอน้องกุกตลอดเลย จองกุกก็คงเจออะไรที่กระทบมากๆมาใช่มั้ย เลยใช้เวลาขนาดนี้
    #533
    0
  20. #532 ppakkizz_nm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:39
    สปอยเจ็บร้าวไปทั้งใจ ---- จีมินของพี่ ฮรืออออออ เจ็บแค่ไหนนนนให้ฉันคอยรักษาเยียวยาาาาาาา มาอยู่กับพี่เถอะะอย่าไปรอกุกเลยยยยย
    #532
    0
  21. #531 minoeyga (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:37
    อยากอ่านแล้วววว เกิดอะไรขึ้น
    #531
    0
  22. #530 ArrowJang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:35
    หง่ออออออออ ;;;--;;;
    #530
    0