OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 11 : SF : Day (낮) Kai x Xiumin - Part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    8 ก.ย. 61

 

Title: Day () Part III

Pairing: KaiXiu (Kai x Xiumin)

 




 

It’s like a sweets.

 

คราแรกเขาคิดว่าชิอุคงจะตื่นมาก่อนในเช้าวันใหม่และคงตกใจที่เห็นว่านอนอยู่ข้างกายกัน

 

แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาต่างหากที่กำลังตกใจแทน

 

หมาป่าหนุ่มมองร่างเล็กที่นอนหอบหายใจตัวโยนด้วยสายตาเคร่งเครียด ชิอุนอนหลับไม่ได้สติมาตลอดสองวันมานี้นั่นเพราะพิษไข้จนเขาต้องคอยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเล็กนั่นอีกทั้งป้อนยาสมุนไพรเท่าที่หามาได้ให้เพื่อบรรเทาอาการ เขาคิดว่าค่ำคืนนี้อาการของชิอุอาจจะทุเลาลง แต่กลางดึกเช่นนี้คนที่ยังไม่ได้สติดีนักกลับมีอาการหนักขึ้นจนน่าเป็นห่วง มันเริ่มจากการที่คนตัวเล็กไอติดกันหลายครั้งจนเขาต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แม้จะพยายามปลุกให้ตื่นแต่ชิอุก็ดูอ่อนแรงเกินกว่าจะลุกมานั่งสนทนากันได้ แล้วไหนจะเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเหมือนคนกำลังใกล้จะขาดอากาศหายใจเต็มทน

 

ชิอุ... เจ้าหมาป่าในร่างมนุษย์พยายามส่งเสียงเรียกอีกครั้ง ดวงตาหวานนั่นแค่ปรือขึ้นมาสบกันก่อนจะปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไม่รู้ว่าคนไม่สบายเห็นกันหรือไม่ หรือถ้าเห็นก็คงจะไม่ได้มีสติสมบูรณ์ขนาดนึกขึ้นได้ว่ากำลังอยู่กับคนแปลกหน้า

 

ยิ่งมองคนหอบหายใจเหนื่อยก็ยิ่งเป็นกังวล เขาทำได้เพียงค่อยๆพยุงร่างเล็กให้นั่งพิงที่อกของตนเผื่อว่ามันจะช่วยให้การหายใจสะดวกขึ้น นึกตำหนิตัวเองในใจเพราะไม่สามารถทำอะไรไปได้ดีกว่านี้ ก็เขาเป็นเพียงแค่หมาป่าที่บังเอิญมีชีวิตได้ยืนยาวเท่านั้นเอง และนี่มันก็หลายปีมาแล้วที่เขาไม่ได้พามนุษย์มาที่พักอาศัยของตน

 

ค่อยๆหายใจนะ ไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้าปลอดภัยดี มือของหมาป่าหนุ่มลูบลงไปที่หลังของชิอุอย่างแผ่วเบา ส่งเสียงทุ้มของตนให้คนที่สติยังไม่มาเต็มที่ได้รับรู้ว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เขามั่นใจว่าการที่ตากฝนชั่วเวลาหนึ่งกับการที่มีแผลยาวจากดาบนั้นไม่น่าจะทำให้ร่างเล็กนี้มีอาการได้น่ากลัวแบบนี้ หรือบางทีนี่อาจจะโรคประจำตัวของชิอุ

 

มือของหมาป่ายังคงลูบไปที่หลังและศีรษะที่เต็มเป็นด้วยเรือนผมสีดำสนิท เวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่งจนเมื่อสังเกตเห็นว่าแผ่นหลังเล็กเริ่มนิ่งลงแสดงให้เห็นว่าอาการเริ่มทุเลาลงแล้วจึงเรียกรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มของเจ้าหมาป่า ขาทั้งสองเตรียมก้าวลงจากเตียงเพราะเขาอยากให้ชิอุได้นอนสบาย

 

อย่า....ไป

 

อีกแล้ว...เสียงเรียกนี้ของชิอุรั้งเจ้าหมาป่าเอาไว้ เขาไม่รู้หรอกว่าชิอุกำลังฝันเห็นอะไรแต่ในฝันนั้นคงจะทรมานเสียน่าดูจนอยากรู้เสียจริงว่าชายหนุ่มร่างเล็กคนนี้ประสบสิ่งใดมาในชีวิตจนถึงได้ฝันร้ายเพียงนั้น

 

.

 

..

 

 

 

เสียงสายลมหวีดหวิวในความมืดช่างดูน่าขนลุก ดวงตากลมสอดส่องไปรอบด้านเพราะเกรงว่าจะมีสิ่งใดออกมาทำให้ตกใจหรือทำร้ายกัน แสงสว่างอย่างเดียวที่มีในตอนนี้เห็นจะเป็นพระจันทร์ดวงโตบนท้องฟ้าสีดำนี้

 

ขาเล็กทั้งสองค่อยๆพาตัวเองเดินหน้าไปอย่างมิรู้จุดหมาย เสียงย่ำลงพื้นหญ้าดังชัดเสียงจนต้องลอบกลืนน้ำลาย ทุกส่วนของร่างกายเตือนว่าที่แห่งนี้อันตรายพลันสมองก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่แห่งนี้

 

ใครกัน!” สายตาพลันมองเห็นชายผ้าสีขาวเบื้องหน้า แสงจากดวงจันทร์สาดส่องลงมาที่ตรงนั้นเห็นเป็นร่างของเด็กคนหนึ่งที่มีเรือนผมสีเงินเช่นกับพระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าตอนนี้ เขาเห็นเด็กคนนั้นก็ก้มลงร้องไห้อย่างหนักจนเป็นผลให้พื้นที่บริเวณรอบเต็มไปด้วยหิมะ

 

ทำไมเขารู้สึกอยากจะร้องไห้เช่นกัน...

 

เจ้าร้องไห้ทำไมกัน ชิอุส่งเสียงเรียกแต่เหมือนว่าเสียงนั้นจะไปไม่ถึงเด็กคนนั้น สองขาเรียวเตรียมจะเดินไปหาแต่สายโซ่สีดำไม่ทราบที่มากลับพันธนาการข้อเท้าของเขาเอาไว้จนมิอาจขยับได้

 

ทำไม?” อีกครั้งที่เขาพยายามเดินไปหาร่างของเด็กคนนั้นก็มักจะมีโซ่นี้ออกมาขัดขวางเสมอ แต่พอคิดแบบนั้นก็อดสงสัยไม่ได้เพราะถ้าหากนี่เป็นความฝันเขาก็ไม่น่าจะจำฝันก่อนหน้านี้ได้มิใช่หรือ แล้วเพราะอะไรเด็กน้อยผมสีเงินคนนี้ถึงอยู่ในฝันของเขาตลอด

 

สองมือพยายามหาทางแกะโซ่ตรวนนั้นออกแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะความแข็งแรงของเหล็กมีมากกว่าเนื้อหนังของมนุษย์มากนัก มือเล็กทั้งสองข้างเริ่มมีรอยช้ำแดงและเล็บถลอกจนเป็นผลให้เลือดไหลซึมออกมา แม้จะเจ็บแต่ชิอุไม่สนใจ เขาต้องการรู้ให้ได้ว่าคนในฝันของเขาคือใครกัน

 

อ๊ะ!!” เขาส่งเสียงออกมาเมื่อเห็นว่าร่างของเด็กคนนั้นบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นร่างของชายหนุ่มที่ขนาดตัวและความสูงมิได้ต่างไปจากตัวเขาเอง แผ่นหลังนั้นถูกโอบกอดด้วยใครอีกคนที่สูงกว่า ดวงตาสีแดงของคนตัวสูงจดจ้องไปที่ดวงหน้าของคนในอ้อมกอดอย่างปรารถนา จุมพิตถูกส่งให้แก่กันก่อนที่พายุหิมะจะกระพือพัดจนร่างทั้งสองหายไปในพายุคลั่งนั้น

 

อย่าไป อย่าไปนะ!!” เสียงของเขาดังลั่นไปทั่วบริเวณแต่มันคงส่งไปไม่ถึงสองคนที่หายไป มือน้อยเอื้อมคว้าอากาศไว้ ชิอุไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาถึงได้ไหลออกมามากมาย เขาไม่รู้ด้วยว่าเจ้าของเรือนผมสีเงินนั่นคือใครด้วยซ้ำ

 

แต่ทำไมถึงรู้สึกคิดถึง โหยหาย ราวกับเป็นอีกส่วนของร่างกายที่เคยทำหายไปนาน...

 

อย่าจากข้าไป...

 

.

 

..

 

 

 

ดวงตากลมกระพริบถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่าง แม้จะยังไม่ได้ลืมตาเต็มที่แต่สัญชาตญาณก็บอกให้ร่างกายรับรู้ว่านี่เป็นเวลาเช้าแล้ว ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาเมื่อขยับขา เจ้าของใบหน้าหวานทำหน้าตาเหยแกพร้อมส่งเสียงร้องเบาๆด้วยความเจ็บจนแทบจะร้องไห้ จนกระทั่งวามเจ็บเริ่มทุเลาจึงพยายามยันร่างตัวเองขึ้นเพื่อดูว่าขาของเขาเป็นอะไร แต่พอจะใช้มือเพื่อช่วยยันร่างตัวเองขึ้นกลับรู้สึกถึงความอุ่นที่มือจนต้องลืมตามองที่มาของความอุ่นนี้ให้เต็มสองตา

 

ใคร?

 

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือร่างของผู้ชายที่อายุอานามไม่น่าจะต่างกับตนมากนักแต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นกลุ่มเส้นผมสีทองอันแปลกตา ชิอุไม่เคยเจอใครที่มีสีผมเช่นนี้ไหนจะสีผิวกายที่เข้มกว่าเขาอยู่บ้าง ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าชายคนนี้ไม่ได้มีภูมิลำเนาบริเวณนี้แน่นอน เสียงลมหายใจเข้าออกที่แทบจะชัดเจนเกินไปทำให้รู้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาอยู่แนบชิดกับอีกคนแค่ไหน อีกทั้งมือที่ประสานกันเอาไว้แน่นปานว่าอีกคนจะหายไปทำให้รู้สึกหน้าร้อนผะผ่าวจนต้องเบนหน้าหนีออกมาเล็กน้อย

 

โอ๊ย!” ชิอุส่งเสียงร้องออกมาเพราะรีบจะลุกขึ้นจากที่ตรงนี้เพราะรู้สึกว่าไม่เหมาะไม่ควรกับการที่จะมานอนแนบชิดกับชายแปลกหน้าแม้ว่าเขาเองก็จะเป็นผู้ชายเช่นกัน ขนาดว่าจุนที่ตนสนิทมากแค่ไหนก็มิเคยจะได้ร่วมที่นอนเดียวกันเช่นนี้ แต่ก็เพราะแผลเจ้ากรรมที่ขาทำให้ไม่สามารถทำได้ดั่งใจคิด หนำซ้ำความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาทำเอาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บจนดวงตาทั้งสองมีน้ำใสคลอเบ้า

 

พอหันกลับไปมองคนที่ประสานมือกับเขาไว้แน่นอีกครั้งตั้งใจว่าจะปลุกให้ตื่น แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ดวงตาสีแดงของชายผมสีทองกำลังจ้องมองเขาอยู่ คนที่กำลังเจ็บแผลมองหน้านั่นแล้วกระพริบตาถี่ๆไล่น้ำตาออกเพื่อไม่ให้บดบังทัศนะวิสัย ท่าทางน่ารักจนเจาหมาป่าหนุ่มต้องยกมือข้างที่ว่างแตะไปที่หางตาเพื่อช่วยซับให้

 

ตื่นแล้วหรือชิอุ

 

เจ้า....เจ้าเป็นใครแล้วรู้จักชื่อข้าได้อย่างไร เจ้าของดวงตากลมแสดงสีหน้าตกใจเป็นอย่างมากทีอีกฝ่ายรู้จักชื่อของตัวเอง ท่าทางดูระแวงเหมือนกับสัตว์ตัวน้อยๆในสายตาของคนถูกถาม

 

เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อคืนเจ้าดูหายใจลำบากอีกฝ่ายไม่ได้ตอบคำถามแต่เลือกที่จะถามกลับเพราะความเป็นห่วง ที่จริงกว่าเขาจะหลับได้ก็เกือบฟ้าสางเพราะกังวลว่าชิอุจะมีอาการแบบนั้นอีก

 

ข้า...ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้าช่วยข้าไว้เหรอคนตัวเล็กตอบพลางนึกว่าตนเองคงจะอาการกำเริบแล้วคงได้รับการดูแลจนไม่เป็นอะไร

 

อันที่จริงก็ช่วยเจ้าไว้ตั้งแต่ถูกพวกนั้นลอบทำร้ายแล้วละนะพูดจบก็ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วประคองร่างเล็กขึ้นมาอีกคน มือที่ยังประสานกันไว้แน่นยังคงอยู่เช่นนั้นเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้คิดจะปล่อยและชิอุก็กำลังนึกย้อนเหตุการณ์เท่าที่จำได้

 

เขามาที่ป่าสนธยากับองค์ชายโยรุ องค์ชายแบคฮยอน องค์ชายคยองซูและพี่จุน

 

และตอนนั้นฝนตกหนัก มีคนลอบทำร้ายพวกเขา

 

จนกระทั่ง

 

หมาป่า... ชิอุพึมพำแล้วหันไปมองรอบบริเวณ เพิ่งสังเกตเห็นว่ามันเป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆสภาพใกล้เคียงกับคำว่าทรุดโทรมที่พอใช้บังแดดหลบฝนได้บ้าง

 

ส่วนที่เขานั่งอยู่เป็นเพียงเสื่อที่ปูรองนอนเท่านั้นพร้อมกับผ้าห่มขนสัตว์ที่พอให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายยามอากาศหนาวได้ ตรงมุมห้องด้านหนึ่งและข้าวของเครื่องใช้ที่ดูจะเก่าครำครึเสมือนไม่ค่อยได้ถูกใช้ เยื้องกันมามีเตาไฟที่ถูกตั้งอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสจากไม้หนาวางล้อมกรอบเอาไว้ ภายในกรอบนั้นมีขี้เถ้าและถ่านที่ทำมาจากเศษไม้แห้ง คาดว่าจะเอาไว้ประกอบอาหารของเจ้าของบ้าน

 

หมาป่าสีทองตัวนั้นอยู่ที่ไหนแล้ว เพราะมองไปทั่วห้องแล้วไม่เจอสิ่งที่ตนต้องการเลยหันหน้ามาถามคนที่พอจะให้คำตอบได้โดยไม่ทันได้ระวังว่ายังคงนั่งอยู่ข้างกันกับคนที่ช่วยเขาไว้ ใบหน้าทั้งสองแทบจะแนบชิด ปลายจมูกชนกันเล็กน้อยจนต้องรีบผละหน้าออก

 

ขะ...ขอโทษ ชิอุก้มหน้างุดด้วยความอายเพราะเขาไม่ค่อยชินที่มีใครมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ ขนาดกับจุนเองเวลาคุยกันก็ยังต้องเว้นระยะห่างตามแบบฉบับของคนในตระกูลใหญ่ที่ต้องรักษามารยาทและให้ดูน่าเกรงขามตลอดเวลา

 

อืม...ไม่เป็นอะไรหรอกคนผิวเข้มกว่าตอบกลับเบาๆจนชิอุคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ชอบใจ รู้สึกกลัวดวงตาสีแดงนั่นเสียเหลือเกิน แต่สถานการณ์ตอนนี้เขาคงต้องข่มความกลัวไว้ก่อนเพราะมีหลายอย่างที่เขาต้องการคำอธิบาย

 

เอ่อ...เจ้าเป็นใคร พาข้ามาที่นี่ทำไม แล้วหมาป่าสีทองตัวนั้นอยู่ที่ไหนชิอุเงยหน้าขึ้นถามหลังจากรวบรวมความกล้าได้ เล่นเอาคนถูกถามถึงกับทำหน้าเหวอเพราะตามไม่ทัน ทั้งที่เมื่อกี้ยังก้มหน้าหลบตาเขาอยู่แท้ๆ แต่ก็เพราะแบบนี้ทำเอาเขารู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยชิอุก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว

 

ที่นี่คือบ้านของข้า อันที่จริงก็ทั้งป่านี่แหละนะที่เป็นบ้านของข้า

 

เจ้าเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาหรือ ชิอุเงยหน้าขึ้นมาถามพลางเอียงคอสงสัยกับคำตอบ ท่าทางน่ารักพาซื่อจนเจ้าหมาป่าหนุ่มต้องหัวเราะออกมาเบาๆ ความรู้สึกที่ว่าชิอุเหมือนกับสัตว์ตัวน้อยๆยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก

 

ข้าเป็นหมาป่าคนแนะนำตัวเองบอกพลางยิ้มกว้าง

 

อ๋อ...เจ้าเป็นหมาป่า

 

ใช่ หมาป่าสีทอง

 

อ๋อ หมาป่าสีทอง....อะไรนะ!!!!” พอเริ่มคิดตามถึงได้รู้ว่ามันผิดปกติ ชิอุแทบจะเด้งตัวออกจากที่นอนถ้าไม่ติดว่าแผลเจ้ากรรมที่ขาทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ดั่งใจนึก ยิ่งเห็นสีหน้าคนตกใจได้น่ารักขนาดนี้เจ้าคนแนะนำว่าตัวเองคือหมาป่าก็อดยิ้มไม่ได้

 

ใช่ ข้าชื่อ ไค เป็นหมาป่าที่เจ้าเคยช่วยชีวิตเอาไว้

 

เดี๋ยวนะ เจ้าจะบอกว่าหมาป่านั่นเป็นมนุษย์อย่างนั้นหรือ ไม่ว่าเปล่า นิ้วเล็กนั่นยกขึ้นมาชี้คนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ แม้ว่าชิอุจะไม่ค่อยได้ออกไปไหนแต่เขาเองก็ร่ำเรียนมามามากจนพอจะมั่นใจในความรู้ของตนเอง แต่การที่หมาป่ากลายร่างเป็นคนได้นี่มันไม่เคยมีในตำราเล่มใดของชิอุมาก่อน

 

บางทีข้าอาจจะยังไม่หายดี รู้สึกหน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเป็นลมจนต้องเอามือข้างที่ว่างอังไปที่หน้าตัวเองเพื่อตรวจสอบอีกครั้งจนนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่รู้สึกตัวมานี่ยังไม่ได้ปล่อยมือกันเลย

 

ก่อนอื่นปล่อยมือข้าก่อนเถอะนะ พอได้ยินแล้วเจ้าหมาป่าทำตามแต่โดยดี พอสังเกตเห็นว่าคนตัวเล็กทำสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเวลาขยับตัวก็ลุกขึ้นเพื่อไปนั่งตรงปลายเสื่อแล้วมือแกร่งก็จับข้อเท้าเล็กนั่นเพื่อสำรวจบาดแผลที่ถูกพันด้วยเศษผ้าเท่าที่พอหาได้

 

เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ไคถามแล้วชิอุพยักหน้าตอบเพื่อยืนยันว่าตนยังเจ็บแผลอยู่มาก นับว่าเป็นโชคดีที่แผลได้รับการรักษาไม่เช่นนั้นมันอาจจะแย่ไปมากกว่านี้

 

ขอบคุณนะที่ทำแผลให้

 

ข้าทำอย่างที่เจ้าเคยทำให้ข้า คนถูกขอบคุณตอบกลับ ก่อนจะค่อยวางข้อเท้าเล็กลงตามเดิม สีหน้าแสดงความเจ็บปวดยามขยับยิ่งดูแล้วรู้สึกสงสาร

 

ข้าเคยทำแบบนี้ตอนไหนกัน

 

ตอนที่ข้าไปนอนอยู่ใต้ต้นซากุระยังไงละ ไคเล่าถึงวันนั้นได้อย่างแม่นยำเสียจนไม่น่าเชื่อ ซึ่งชิอุมั่นใจว่าเหตุการณ์วันนั้นมีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่เจอเจ้าหมาป่าสีทองจึงไม่น่ามีใครรู้เรื่องนี้ ยิ้งคิดก็ยิ่งตอกย้ำว่าหมาป่าตัวนั้นกับคนตรงหน้าคือคนเดียวกัน

 

แต่กระนั้นมันก็ยากจะเชื่อว่าหมาป่าจะกลายเป็นมนุษย์ได้

 

ถ้าไม่เชื่อเช่นนั้นเจ้าจงดูนี่ พูดจบไคก็หันหลังก่อนใช้มือทั้งสองก็แหวกสาบเสื้อยูกาตะลงจนเผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างปรากฏสู่สายตา ชิอุเพิ่งฉุกคิดได้ว่ายูกาตะตัวนี้ช่างเหมือนกับที่เคยอยู่ในห้องของเขาก่อนมันจะหายไป

 

แผลนั่น... บาดแผลทางยาวกลางหลังนั่นมันช่างเหมือนกับที่อยู่บนหลังของเจ้าหมาป่าสีทองที่เกิดจากการต่อสู้กับจุน ถึงตอนนี้ชิอุแม้จะอยากปฏิเสธว่าไม่ใช่ก็คงต้องยอมรับ ครั้นจะบอกให้แปลงร่างให้ดูทีก็ดูจะมากเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกัน

 

เอาล่ะ ทีนี้ตอบคำถามข้าบ้าง ไคจัดการชุดให้เข้าที่แล้วหันมาถามคำถามกับชิอุ

 

เจ้ามาที่ป่านี้ทำไม

 

เอ่อ... คนถูกถามพยายามหาเหตุผลดีๆสักข้อที่สามารถเลี่ยงความจริงที่ว่า มาที่ป่านี้เพราะต้องการมาตามหาหมาป่าสีทองซึ่งนั่นก็คือเจ้ายังไงละ แต่ก็อาจจะเพราะกำลังงุนงงกับเรื่องที่ว่าหมาป่าแปลงร่างเป็นคนได้ ดวงตาทั้งสองจึงได้แต่กรอกไปมาอย่างหาทางออกและก็ต้องชะงักเมื่อดวงตาสีแดงจ้องมาที่เขาเสียจริงจัง

 

พอจ้องดีๆแล้วดวงตาสีแดงเช่นเลือดนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวจนเกินไป

 

หืม?” ไคคิดว่าอีกคนที่นั่งนิ่งไปอาจจะรู้สึกไม่สบายหรือเปล่าเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความเป็นห่วงจนลืมตัวเป็นผลให้ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้นอีกรอบของวัน และผลลัพธ์ก็คือคนผิวขาวกว่าต้องหน้าร้อนจนขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

เอ่อ....ข้ามาที่นี่ตามคำสั่งขององค์ชาย มือเล็กดันไหล่กว้างออกเบาๆแล้วเลือกโกหกออกไป ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะเชื่อมากน้อยแค่ไหน

 

องค์ชาย? เจ้าหมายถึงคนอื่นๆที่กำลังถูกพวกชุดดำนั้นล้อมเหรอ

 

จริงสิ! พวกองค์ชาย พี่จุน เป็นอย่างไรบ้าง!” ชิอุถามด้วยความตื่นเต้นระคนตกใจ เมื่อย้อนนึกได้ว่าก่อนที่เขาจะสลบไปพวกตนได้ถูกลอบสังหาร

 

ข้าไม่รู้ ข้าแค่ช่วยเจ้าแล้วพาออกมาเท่านั้น คนอื่นข้าไม่ได้สนใจ เจ้าหมาป่าในร่างมนุษย์ตอบเสียงเย็นชาผิดกลับเมื่อครู่ ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ชิอุต้องสงสัย

 

ทำไม

 

หนึ่งในนั้นมีคนที่เคยทำร้ายข้าอยู่ด้วย ข้าว่าเจ้าน่าจะรู้ดี ไคตอบทันทีจนชิอุต้องสะอึก เพราะมัวแต่คิดเรื่องของตนเองจนเขาหลงลืมไปว่าคนที่เคยทำร้ายหมาป่าสีทองจนมันซมซานไปถึงเรือนของชิอุก็คือจุน หนึ่งในคนที่ถูกลอบทำร้าย

 

นั่นสินะ...

 

การที่ข้าช่วยเจ้าไว้เพราะเจ้าคือผู้มีพระคุณต่อข้า หากเจ้าไม่ได้ช่วยข้าไว้ข้าเองก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะเป็นเช่นไร เสียงเข้มตอบอย่างเย็นชาจนคนฟังไม่อาจถามต่อ ดวงตาคู่สวยฉายแววความตกใจและเศร้าในคราเดียว ชิอุตระหนักได้ว่าไม่ผิดแปลกที่เจ้าหมาป่าจะคิดเช่นนี้ เพราะเดิมทีเป็นพวกมนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้หาความเดือดร้อนมาให้สัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่นี้

 

เอ่อ....อย่าใส่ใจเลยนะ เอาเป็นว่าเจ้าพักผ่อนให้หายดีก่อนก็แล้วกัน เพราะเห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อย ไคเลยรู้สึกตัวว่าตนเองคงพูดตรงเกินไป เขาเกาหัวแก้เก้อเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร แค่ไม่อยากเห็นใบหน้าหวานๆนั้นทำหน้าเหมือนโลกทลายเช่นนี้

 

ขอบคุณนะที่ช่วยข้าไว้ ชิอุบอกกลับแล้วเลือกที่จะยกผ้าห่มขนสัตว์มาคลุมร่างตัวเองไว้จนเหลือแค่ดวงตา เขารู้สึกแย่และอ่อนเพลีย สมองพลันนึกคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ทำไมถึงมีคนมาลอบทำร้ายองค์ชายทั้งสามได้ แล้วจุนจะเป็นอย่างไรบ้าง นึกโมโหตัวเองที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะเดินเหินไปไหน เขาอยากไปให้เห็นด้วยดวงตาตัวเองว่าอย่างน้อยทุกคนยังปลอดภัย

 

จ๊อก...

 

เพราะใช้พลังงานทางด้านความคิดมากเกินไปกระเพราะเจ้ากรรมก็ส่งเสียงทักท้วงว่าถึงเวลาต้องเติมพลัง ชิอุแทบจะมุดหน้าฝังลงไปที่ผ้าห่มให้รู้แล้วรู้รอด ความอายยิ่งทวีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากเจ้าของบ้านหลังเล็กนี้

 

เจ้าคงหิว ข้าจะออกไปหาอะไรให้กิน ไคบอกแล้วลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกไปจากบ้านนี้ ชิอุยังคงนอนนิ่งในผ้าห่มจนกระทั่งได้เสียงเปิดประตูดังขึ้นแล้วตามด้วยเสียงร้องของหมาป่าหนุ่มเหมือนกันตกใจ

 

อะไร!

 

พวกแกอีกแล้วเหรอ วันนี้ไม่มีอะไรให้กินหรอกนะ เสียงพูดแล้วตามด้วยเสียงครางหงิงๆของอะไรบางอย่างสร้างความสนใจจนคนนอนอยู่ต้องเปิดผ้าห่มมาดูว่าเกดอะไรขึ้น ก่อนจะพบว่ามีบางอย่างที่วิ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วจนต้องร้องตกใจ

 

เหวอ!!!”

 

พวกแก อย่ารบกวนชิอุสิ!” เสียงเข้มนั่นเอ็ดเบาๆแล้วมาอุ้มอะไรบางอย่างที่วิ่งมาทางนี้ขึ้น พอดวงตากลมเพ่งมองดีๆก็พบว่ามันเป็นลูกหมาป่าตัวน้อยๆทั้งสามที่ร่างของมันถูกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาลเข้ม ท่าทางที่ดูไม่มีพิษภัยอะไรนอกจากความสนทำเอาชิอุยิ้มกว้างเมื่อเห็นความน่ารักของพวกมัน

 

น่ารักจังเลย

 

อยากลองอุ้มไหม ไคยื่นเจ้าลูกหมาป่าตัวกลมให้หนึ่งตัวเมื่อเห็นว่าชิอุดูจะชอบเสียเหลือเกิน ขาเล็กๆของเจ้าตัวน้อยปัดป่ายอากาศบ่งบอกว่าอยากจะออกวิ่งใจจะขาด มือเล็กยื่นรับอย่างกล้าๆกลัว

 

มันไม่กัดใช่ไหม

 

ไม่หรอก เจ้าพวกนี้ยังเด็ก สนใจแต่ซนมากกว่าล่าเหยื่อ ไคยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าชิอุอุ้มเจ้าหมาป่าน้อยได้ ส่วนอีกสองตัวก็ไปนั่งบนตักเหมือนพยายามเรียกร้องความสนใจจากผู้มาใหม่

 

แล้วแม่พวกมันละ

 

ตายแล้ว คำตอบของไคทำให้ชิอุต้องทำสีหน้าเศร้าอีกรอบ มือเล็กลูบไปที่หัวหมาป่าน้อยในอ้อมกอดราวกับจะปลอบใจ ดวงตาใสแจ๋วของมันมองอย่างไร้เดียงสา ไคถอนหายใจก่อนจะใช้มือลูบไปที่ศีรษะของคนเศร้าเบาๆเช่นเดียวกัน

 

เจ้าเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าทำหน้าแบบนี้นะพูดจบก็เดินออกจากบ้านไปเพื่อไปหาอาหารตามที่บอกเอาไว้ ชิอุก้มมองเจ้าหมาป่าทั้งสามที่ตอนนี้กำลังแทะผ้าห่มเขาเล่นเหมือนเด็กซนเรียกรอยยิ้มหวานๆออกมา

 

.

 

..

 

...

 

 

สี่เท้าของหมาป่าย่ำลงไปที่พื้นดินอย่างเงียบงัน หูทั้งสองตื่นตัวเพื่อจับสัมผัสเสียงหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในบริเวณอาณาเขตของมัน สายลมเบาๆพัดเอาเส้นสีทองให้ไหวเล็กน้อย ดวงตาสีแดงมองไปรอบบริเวณที่มีศพของชายฉกรรจ์จำนวนมานอนแน่นิ่ง

 

ไม่มีใครรอด...

 

ไคมั่นใจเช่นนั้นเมื่อไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้นอกเสียจากพวกกลุ่มชายชุดดำที่เสียชีวิตไปแล้ว เขานึกย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่เขาลอบสังเกตและคอยตามขบวนของชิอุอยู่ลับๆด้วยความอยากรู้ว่าชิอุมาทำอะไรในป่าแห่งนี้ เพราะดูเจ้าตัวเองก็ไม่ได้สนุกไปกับการล่าสัตว์ ที่จริงชิอุไม่แม้แต่จะจับอาวุธด้วยซ้ำ

 

ข้ามาที่นี่ตามคำสั่งขององค์ชาย

 

ไคคิดว่าองค์ชายคงไม่บังคับคนที่แม้แต่จะป้องกันตัวเองไม่ได้มาร่วมขบวนล่าสัตว์ด้วยซ้ำ แถมดูเหมือนชิอุจะพยายามมองหาสิ่งใดตลอดเวลาที่เดินในป่า ดังนั้นคำว่าคำสั่งขององค์ชายคงไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงอย่างแน่นอน เขาไม่รู้ว่าชิอุทำไมไม่ยอมบอกความจริง แต่ก็ไม่คิดจะคาดคั้นอะไรเพราะชิอุได้พิสูจน์ให้เขาเห็นตั้งแต่วันแรกที่เจอกันว่าไม่ใช่คนไม่ดีแต่อย่างใด และเขาก็ไม่อยากให้ชิอุต้องแสดงสีหน้าลำบากใจหากเขาคาดคั้นไปมากกว่านี้

 

เอาล่ะ ไม่มีศพของพวกองค์ชายกับคนชื่อจุน หมาป่าหนุ่มคิดในใจเมื่อค้นหาแล้วไม่พบศพของทั้งสี่คนที่มากับชิอุด้วย เป็นอันว่าเขามีข่าวดีไปบอกเจ้าตัวให้ได้สบายใจ ทั้งๆที่จริงเขาคิดว่าการไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย ไคปฏิเสธตนเองว่าไม่ได้ทำเพื่อให้ชิอุสบายใจ เขาแค่สำรวจพื้นที่เพื่อป้องกับอันตราย

 

แต่ลึกๆเขาก็นึกถึงรอยยิ้มหวานๆนั่นเมื่อได้รับฟังข่าวดี

 

แสงแดดยามบ่ายแม้จะไม่แรงเท่ายามที่หมาป่าหนุ่มออกมาจากบ้านหลังเล็ก แต่ก็ยังร้อนพอให้เม็ดเหงื่อผุดพรายไปตามใบหน้า ใจจริงแล้วเขาอยากจะอยู่ในร่างของหมาป่าแต่มันไม่สามารถแบกถังไม้ที่เต็มไปด้วยปลาเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงต้องใช้ร่างมนุษย์ในการอำนวยความสะดวกแทน มือยกขึ้นซับเหงื่อที่ไหลหยดลงมาอย่างน่ารำคาญแล้วจึงวางถังไม้ลง

 

ความเงียบที่ผิดปกติทั้งๆที่ก่อนออกไปเจ้าหมาป่าน้อยมาเล่นที่บ้านทำให้ต้องประหลาดใจ ความคิดเรื่องอันตรายทั้งหลายเริ่มพรั่งพรู พอคิดแบบนั้นไคก็รีบเปิดประตูบ้านเข้าไปทันที แต่แทนที่จะเป็นไปอย่างที่คิด ภาพตรงหน้าทำเอาคนเพิ่งกลับบ้านต้องยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าทั้งคนและลูกหมาป่าทั้งสามนอนหลับสนิทไปด้วยกัน  แม้จะมีอายุขัยมากกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วๆไปแต่ไม่บ่อยครั้งที่ไคจะรู้สึกว่าการมีใครสักคนรออยู่บ้านมันรู้สึกอบอุ่นเพียงนี้

 

บ้านมันน่าอยู่ขึ้นเพียงเพราะมีอีกคนรออยู่อย่างนั้นหรือ...

 

ไคคิดกับตัวเองแล้วปิดประตูลงอย่างเงียบๆ

 

 

 

เสียงอะไรบางอย่างที่ดังจากข้างนอกเป็นจังหวะเรียกให้ร่างเล็กที่นอนหลับสนิทต้องเผยอเปลือกตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าหวานมุ่ยลงอย่างขัดใจเพราะถูกรบกวนเวลานอน พอคิดจะขยับร่างหนีเสียงดังนั้นให้ไกลๆด้วยการพลิกไปอีกด้าน ความเจ็บปวดที่ขาก็แล่นขึ้นมาเพราะลืมตัวว่ามีแผลอยู่ เสียงร้องเบาๆทำเอาเจ้าลูกหมาป่าทั้งสามต้องตื่นขึ้นมา

 

ทำให้ตื่นเหรอ ขอโทษนะ เสียงหวานเอ่ยบอกเมื่อรู้สึกตัวเต็มที่ มือเล็กลูบหัวพวกมันเบาๆ ก่อนหูจะแว่วเสียงดังที่เป็นเหตุทำให้ตื่นบางทีอาจจะเป็นเจ้าของบ้านมนุษย์หมาป่าคงจะกลับมาแล้ว

 

มือเล็กค่อยยันร่างตัวเองอย่างเชื่องช้าให้ลุกขึ้นนั่ง ทั้งที่หากส่งเสียงเรียกออกไปคิดว่าไคคงจะเข้ามาหาแต่นั่นคงจะเป็นการรบกวนที่มากไปสำหรับคนที่ใจดีช่วยเขาไว้แถมให้ที่พักพิงและออกไปหาอะไรมาให้กิน ด้วยโชคดีที่ขาของเขาเป็นแผลเพียงแค่ข้างเดียวทำให้อีกข้างยังพยุงร่างของตนได้บ้างแม้จะทุลักทุเล

 

เจ้าหมาป่าน้อยทั้งสามหูตั้งเดินตามชิอุไปจนถึงประตูจนกระทั่งเปิดออก แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาจนดวงตาต้องปิดลงเพื่อปรับสภาพครู่หนึ่งแล้วจึงลืมตาขึ้น กลีบสีชมพูของดอกไม้ปลิวพัดมาแตะที่แก้มใสแต่ชิอุหาได้สนใจเพราะมีสิ่งที่ทำให้ตะลึงงันกว่านั้นคือต้น ชิดาเระซากุระ ต้นใหญ่หลายสิบต้นเรียงรายอยู่หน้าบ้าน กิ่งที่โน้มต่ำที่เต็มไปด้วยดอกสีชมพูงดงามแทบจะเรี่ยติดดินราวกับสายธารน้ำตกจากที่สูงกำลังจรดลงที่ต่ำช่างสวยงาม ดวงตากลมกระพริบอย่างไม่อย่างเชื่อในวิวทิวทัศน์ตรงหน้าจะถูกซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกลับแห่งนี้

 

เจ้าตื่นแล้วเหรอ เดินไหวไหม?” เสียงของไคทักจนชิอุได้สติพลางเดินมาหาคนเพิ่งตื่นเพราะกลัวจะเดินได้ไม่ถนัด ชิอุเพิ่งสังเกตว่าอีกคนเปลือยท่อนบนอยู่ เหตุผลก็คงจะเพราะเพื่อให้ได้จามท่อนไม้หลายท่อนที่นอนเรียงรายข้างๆกันได้ถนัด เขาเห็นไคถือด้ามขวานไว้มั่นก่อนจะลงมือจามท่อนไม่ให้หักเป็นสองท่อน และนี่คงเป็นที่มาของเสียงที่ทำให้ตนตื่น

 

เจ้ากำลังทำอะไรหรือ

 

เตรียมทำอะไรให้เจ้ากินยังไงละ ไควางขวานลงแล้วเดินมาพยุงร่างชิอุให้นั่งลงตรงใต้ต้นซากุระโดยมีเจ้าลูกหมาป่าทั้งสามตามมาด้วย ไคอมยิ้มน้อยๆเมื่อรู้สึกว่าไอ้เจ้าตัวแสบพวกนี้กำลังตื่นเต้นเสมือนได้เจอแม่อย่างไรอย่างนั้น

 

ขอบคุณ

 

รอก่อนแล้วกัน ทนหิวหน่อยนะ ไคบอกก่อนจะหันไปลงมือฟันท่อนไม้ต่อ ดวงตาสีดำของชิอุมองไปที่แผ่นหลังกว้าง มันช่างดูแข็งแรงเสียจนต้องอิจฉา แต่พอพลันเห็นรอยแผลเป็นยาวที่กลางหลังของหมาป่าหนุ่มก็อดสงสารไม่ได้

 

ฝีมือพี่จุน...

 

ชิอุค่อยๆลุกขึ้นดินไปหาเจ้าของแผ่นหลังที่มีรอยแผลยาว ความเจ็บที่ขาไม่ได้ทำให้เขาอยากหยุดเดินเพราะถ้าเทียบกับแผลของหมาป่านั่นแล้วคงน้อยกว่า

 

มันจะเจ็บเพียงไรนะ...

 

เจ้าทำอะไรน่ะ!” ไคร้องลั่นด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็รู้สึกถึงมืออุ่นแตะลงที่กลางหลัง ตั้งใจจะต่อว่าคนที่เดินมาไม่ให้สุ่มเสียงเพราะเกรงว่าตนจะเผลอพลั้งมือทำอันตราย อีกทั้งเขาเองยังถือขวานไว้ในมืออยู่ด้วย แต่พอเห็นสีหน้าเศร้าๆบนใบหน้าหวานแล้วก็ได้แต่เก็บคำดุเอาไว้

 

ขอโทษนะ

 

ขอโทษทำไม...เรื่องแผลนี่เหรอ?” หมาป่าหนุ่มเหลือบหันมองแผลที่กลางหลังของตนเสมือนมันไม่ได้มีผลใดๆต่อการใช้ชีวิต ฝ่ามือเล็กค่อยๆลูบลงไปที่แผลอย่างเบามือประหนึ่งว่ามันจะช่วยบรรเทาให้ดีขึ้น

 

เจ็บมากไหม ดวงหน้าหวานเงยมองพร้อมถามเล่นเอาคนถูกถามต้องหน้าแดงเสียอย่างนั้น ไอ้บรรยากาศที่แปลกๆชวนใจเต้นแบบนี้ทำเอาหมาป่าหนุ่มที่ไม่ค่อยได้พบปะมนุษย์เท่าใดนั้นต้องเบนหน้าหนี

 

ไม่...ไม่เจ็บหรอก เจ้าทำแผลให้ข้าแล้วนี่ ไคตอบพลางกระแอมเบาๆเรียกสติของตนเองให้กลับมา

 

แต่มันก็ยังเป็นแผลเป็น ชิอุทำหน้าเศร้าจนคนมองรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่ชิอุควรจะมาเศร้าเพราะคนที่ทำไม่ใช่คนตัวเล็กนี้เสียหน่อยแต่เป็นเจ้านั่นต่างหาก

 

จริงสิข้าเพิ่งนึกได้ พวกองค์ชายกับพี่จุนของเจ้าน่าจะปลอดภัยดีพอนึกถึงคนที่ทำร้ายกันก็นึกได้ว่าตนไปสำรวจพื้นที่มาแล้วไม่พบศพคนที่ชิอุเป็นห่วง

 

จริงเหรอ! ค่อยยังชั่ว ใบหน้าของชิอุเปลี่ยนจากเศร้าหมองเป็นรอยยิ้มหวาน แต่มันก็หายไปในเวลาอันสั้นเมื่อเจ้าตัวนึกบางอย่างได้

 

ที่จริงคนที่ทำร้ายเจ้าคือพี่จุน...พี่ชายของข้าเอง

 

นั่นสินะ...ข้าพอเดาได้อยู่ตั้งแต่เห็นสร้อยนี้บนคอของเจ้าแล้วล่ะ ไคตอบแล้วชี้ไปที่สร้อยบนคอของตนเอง ชิอุมองตามแล้วจึงทำตาโตด้วยความตกใจ ก่อนหน้านี้มัวแต่สนใจแผลจนลืมสังเกตไปว่าสร้อยที่จุนเคยให้ตนไว้บัดนี้มันกลับสู่เจ้าของเดิมแล้ว

 

ข้าขอโทษอีกครั้งนะ ที่พวกข้าสร้างปัญหาให้เจ้า ยิ่งคิดก็ยิ่งละอายแก่ใจ ทั้งทำร้ายทั้งแอบอ้างเอาของๆคนอื่นมาเป็นของตนเองและสุดท้ายก็ได้รับการช่วยเหลือเอาไว้อีก ชิอุคิดว่าต่อให้มีสักสิบชีวิตก็คงชดใช้ไคไม่หมดจริงๆ

 

เจ้าอย่าคิดมากเลย ตอนนี้เจ้าคงหิวแล้วกลับเข้าไปรอข้างในเถอะนะ

 

แต่… ชิอุยังคงรู้สึกผิดเสียจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายจนคนตัวสูงมองคนก้มหน้าอย่างคิดไม่ตก เขาอาจจะเป็นคนหรือเป็นหมาป่าที่ไม่ชอบคิดอะไรมากมาย พอเห็นแบบนี้แล้วเขาต้องทำอะไรซักอย่าง

 

อ๊ะ! เจ้าทำอะไร

 

เอาละ เข้าไปรอข้างในเถอะนะ ไคไม่สนใจเสียงร้องทักท้วงของชิอุ เขาช้อนตัวคนตัวเล็กอุ้มขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนอย่างง่ายดายแล้วจีงพาเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมตัวรับประทานอาหาร แม้ชิอุจะบอกว่าเขาเดินเองได้แต่พอเห็นรอยยิ้มกว้างของหมาป่าหนุ่มก็ต้องเงียบลงไป ในใจพลันนึกเทียบว่ายามเป็นหมาป่าไคช่างดูน่าเกรงขามสมกับเป็นหมาป่า แต่พอยามเป็นมนุษย์กลับเป็นเพียงชายหนุ่มที่ใจดีและมีรอยยิ้มที่น่ามอง

 

ชิอุอดคิดไม่ได้ว่ารอยยิ้มนั้นเหมือนกับดวงตะวันที่สาดส่องมาในดวงใจอันมืดทึบให้สว่างไสว

 

แม้จะบอกว่าเตรียมอาหารให้ทานแต่มันก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าปลาที่ถูกจับมากำลังถูกย่างไฟจากท่อนฟืนที่ครึ่งคนครึ่งหมาป่าได้จัดการผ่ามัน แต่ถึงแบบนั้นชิอุก็ยังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยส่วนหนึ่งเพราะความหิว

 

ไคไม่กินด้วยกันเหรอ ชิอุเพิ่งรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังนั่งกินคนเดียวข้างหน้าเตาไฟ ในขณะที่อีกคนได้แต่นั่งตรงข้ามมองเขากินเท่านั้น

 

ไม่ละ ข้ายังไม่หิว ไคบอกปัด

 

กินด้วยกันเถอะ อร่อยนะไม่ว่าเปล่า ยื่นปลาที่ถูกเสียบไม้ที่ยังไม่ได้ถูกกัดให้อีกคนเป็นเชิงขอร้องแกมบังคับ ไคได้แต่มองมันตาปริบๆแต่ก็รับมาแต่โดยดี

 

ข้ากินเยอะนะ ไม่อิ่มอย่าโทษกันละ

 

ฮ่าๆๆ แข่งกันไหมละว่าใครจะกินเยอะกว่ากัน ชิอุตอบกลับอย่างอารมณ์ดีทั้งที่จริงแล้วปกติตนเองก็ไม่ได้ทานเยอะอะไร แต่เพราะโดนท้าทายมามีหรือจะยอมลงง่ายๆ ว่าแล้วกัดปลาลงไปเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มทั้งสองพองออก หมาป่าหนุ่มเหลือบมองท่าทางคนกินที่คิดว่าน่ารักเสียเหลือเกินแล้วจึงลงมือกัดส่วนของตัวเองลงไปบ้าง

 

ใบหน้าหวานยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับตัวเองเมื่อปลาพร่องไปเยอะมากแล้ว นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกว่าการทานอาหารมันทำให้มีความสุขได้เพียงนี้ ทั้งๆที่อาหารที่ตระกูลฟูจิวาระเรียกได้ว่าดีกว่าหลายร้อยเท่านัก  นั่นคงเป็นเพราะใครที่เราได้ร่วมทานอาหารด้วยกันทำให้มื้ออาหารมันอร่อยกว่าปกติ

 

ไคมองภาพคนยิ้มหวานก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม แม้จะเป็นเวลาหลายปีที่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยเพราะนิสัยรักสันโดษเลยเลือกที่จะมาอยู่ในป่าแห่งนี้เพียงลำพัง เขาชอบที่จะอาศัยอยู่กับธรรมชาติตามแบบสัตว์ป่า เลือกออกจากฝูงเพราะไม่ชอบความวุ่นวาย แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกรำคาญชิอุเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังรู้สึกเหมือนว่าบ้านหลังนี้ดูอบอุ่นขึ้นเยอะ

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนคุณภรรยากับคุณสามีเสียจริง

 

เป็นอะไรไปเหรอไค ขิอุถามเพราะเห็นไคนั่งส่ายหัวไปมา

 

อ๋อ! เปล่าหรอก รีบปฏิเสธก่อนที่อีกคนจะจับได้ว่าแอบคิดอะไรแปลกๆ ซึ่งมันก็แปลกจริงๆในความคิดของไค ไอ้ความเยือกเย็น ความสันโดษของเขามันหายไปที่ไหนกันเสียแล้ว ทำไมเขาถึงรู้สึกดีใจเพราะมีคนกำลังทานอาหารฝีมือเขาอย่างเอร็ดอร่อย ยิ่งมองเห็นชิอุที่กำลังแบ่งปลาให้เจ้าหมาป่าน้อยทั้งสามก็ยิ่งมีคำถามเกิดขึ้นในใจ เขาคิดว่าตัวเองกำลังไม่ปกติที่คิดว่าภาพตรงหน้ามันช่างดูน่ารักและเขาก็ดีใจที่ชิอุไม่ได้รังเกียจพวกหมาป่า ไคยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองอย่างคิดไม่ตก

 

 

 

 

 

หมาป่าหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างพิจารณา ดวงตาสีแดงที่ตัดกับเรือนผมสีทองกำลังมองไอ้พวกตัวแสบทั้งสามที่นอนแอ้งแม้งบนผ้าห่มขนสัตว์อย่างสบายอุรา ทั้งๆที่ปกติจะแวะมาเล่นด้วยบางครั้งกลายเป็นว่าตอนนี้มันยึดพื้นที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่ที่มันได้เจอชิอุไปแล้ว แต่มันจำเป็นต้องมาอยู่ที่บ้านเขาดึกดื่น ไม่สิเรียกว่าไม่ยอมออกจากบ้านไปเลยดีกว่า เขาเข้าใจว่าพวกมันคงเสียแม่ไปแล้วก็คงคิดว่าชิอุเป็นแม่ของมัน

 

แต่เขาไม่ใช่พ่อของมันนี่นา!

 

เฮ้ย พวกแก เท้างามๆเขี่ยลงไปที่เจ้าก้อนขนที่ดูเหมือนจะไม่ได้มีผลเสียเท่าไหร่เพราะพวกมันก็แค่นอนกลิ้งหลบไปอีกทางเท่านั้น ชิอุนั่งอยู่ข้างๆต้องดึงชายเสื้อยูกาตะเบาๆเป็นเชิงปรามพร้อมหัวเราะคิกคักเพราะความน่ารักของเจ้าตัวน้อยทั้งสาม

 

เอาน่าๆ อยู่ด้วยกันเยอะๆไม่เหงาดีออก เมื่อชิอุยืนยันแบบนั้นไคก็ว่าตามกัน มองเจ้าสามตัวอย่างอ่อนใจดูท่าแล้วคงจะปักหลักอยู่ที่นี่เลยเสียแล้ว แล้วนั่นประไรแค่ชิอุล้มตัวลงนอนพวกมันก็พร้อมใจกันเบียดไปนอนด้วยกันกับคนที่มันคงคิดว่าเป็นแม่มัน หูตั้งหางกระดิกอย่างมีความสุขเสียจนหมาป่าหนุ่มอดหมั่นไส้ในใจไม่ได้

 

ไคก็มานอนสิ ไม่ง่วงหรือ เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมสรรพนามเรียกที่ดูเปลี่ยนไปเป็นชื่อของเขาเองด้วยเพราะชิอุรู้สึกไว้ใจกันแล้ว ดวงหน้าหวานเหลือบมามองคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ไม่รู้จะเอาอย่างไรกับชีวิตแถมยังขยับที่ให้เรียบร้อย แม้ว่าพื้นที่มันจะมีไม่มากก็ตาม

 

เอ่อ...ข้าไปนอนข้างนอกก็ได้ เจ้าจะได้นอนสบาย

 

ไม่นะ ถ้าแบบนั้นให้ข้าไปนอนข้างนอกก็ได้ถ้าไคอึดอัด ชิอุยันตัวลุกขึ้นมาจนเจ้าหมาป่าน้อยมองอย่างงุนงงเพราะกำลังเคลิ้มหลับเมื่อแม่ในความคิดของพวกมันทำท่าจะลุกออกจากที่นอน

 

ไม่ต้องๆ เจ้านอนตรงนี้แหละ ไครีบบอก

 

ถ้าแบบนั้นก็มานอนด้วยกันเถอะ ข้าคงรู้สึกผิดหากเป็นสาเหตุให้เจ้าของบ้านต้องนอนข้างนอกไม่พูดเปล่ายังส่งยิ้มหวานแบบที่เจ้าตัวไม้ได้รู้ตัวเลยว่าคนมองรู้สึกว่าหน้าชักจะร้อนทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้น หมาป่าหนุ่มก้มหน้าเพราะไม่อยากให้ชิอุได้เห็นสีหน้าตัวเองตอนนี้ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน

 

ขอโทษนะ ทำให้ไคนอนไม่สบายไปเลย ชิอุบอกเมื่อเห็นไคล้มตัวลงนอนเรียบร้อยแล้วก่อนจะจัดการอุ้มเจ้าตัวน้อยทั้งสามไปนอนคนละฝั่งกับไคเพื่อให้นอนกันได้สบาย

 

ไม่เป็นไรหรอก ปกติข้านอนกลางป่าเสียด้วยซ้ำ ไคตอบ

 

จริงสินะ ไคเป็นหมาป่า ชิอุบอกพลันนึกถึงร่างหมาป่าของคนข้างกาย หมาป่าสีทองตัวใหญ่ที่ดูน่าเกรงขามพร้อมดวงตาสีแดงที่น่ากลัวในครั้งแรกที่เจอกัน แต่ในร่างของมนุษย์แล้วกลับดูอบอุ่นแม้จะมีสีผมสีทองและดวงตาสีแดงที่มิได้เปลี่ยนไป

 

ตอนแรกเจ้ายังกลัวข้าอยู่เลยนี่นะ ไคย้อนนึกไปถึงตอนที่เจอชิอุครั้งแรก จำได้ว่ามือเล็กนั่นสั่นแค่ไหนตอนพยายามสัมผัสเขาในร่างหมาป่าตอนที่อ่อนแรงด้วยพิษบาดแผล

 

ข้าเพิ่งเคยเจอหมาป่าครั้งแรกนี่

 

ปกติเจ้าไม่ค่อยได้ออกไปไหนเหรอ หมาป่าหนุ่มพลิกตัวหันมาถาม จนเห็นใบหน้าหวานๆของชิอุอยู่ห่างกันไม่มาก ความเคอะเขินก่อตัวจนทั้งสองต้องขยับตัวออกเล็กน้อย

 

ใช่แล้ว ข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ไคพยักหน้าเบาๆแล้วนึกถึงเมื่อคืนที่ชิอุดูทรมานจากโรคประจำตัว คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเขาไม่อยากคิดว่าหากอาการนั่นกลับมาอีกเขาจะรับมือมันได้อย่างไร

 

ไค? เจ้ารู้สึกอัดอัดเหรอ ให้ข้านอนที่อื่นไหมชิอุส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปแถมทำสีหน้าไม่ค่อยดีนัก คงเพราะไคเป็นคนดีเกินกว่าจะเอ่ยปากมาตามตรง คิดแบบนั้นร่างเล็กก็จะลุกขึ้นอีกรอบทำเอาคนหน้าเครียดต้องรีบรั้งเอวบางเอาไว้ไม่ให้ลุกหนี

 

เปล่าๆ ข้าไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเลย ไครีบบอก วงแขนแกร่งรั้งร่างเล็กให้แนบอกกว้างเอาไว้อย่างลืมตัวเพราะไม่ได้อยากให้ชิอุต้องลำบากไปนอนที่อื่น ในขณะเดียวกันคนถูกกอดกลับหัวใจเต้นส่ำจนกลัวอีกคนจะรู้สึกได้

 

ถ้า...ถ้าเช่นนั้นก็ราตรีสวัสดิ์เสียงหวานบอกตะกุกตะกักจนไคเพิ่งตะหนักได้ว่าตนกำลังอยู่ในท่าไหน

 

ระ...ราตรีสวัสดิ์ ตอบกลับด้วยความเคอะเขินที่ไม่แพ้กันแล้วจึงค่อยๆละวงแขนตนออก เมื่ออีกคนไม่ได้ตอบอะไรแล้วก็ลอบมองคนข้างๆพบว่าดวงตาสีดำสนิทนั่นปิดลงไปแล้วพร้อมกับเจ้าสามตัวที่นอนข้างๆกัน ไคยิ้มออกมาบางๆกับภาพตรงหน้า ในใจอดนึกไม่ได้แม้ที่ตรงนี้มันจะอึดอัดคับแคบจนไม่สบายกาย แต่ความรู้สึกสบายใจยามเห็นคนข้างกายหลับสนิทนี่สิ ทำเอาหมาป่าหนุ่มเริ่มมั่นใจแล้วว่าหัวใจของตนเริ่มไม่ปกติเสียแล้ว

 

.

 

..

 

….

 

 

เป็นเวลาที่ผ่านไปเกือบอาทิตย์ที่ชิอุได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ป่าสนธยาอย่างไม่น่าเชื่อ บาดแผลที่ขาเริ่มดีขึ้นแล้วจนสามารถเดินได้เกือบจะปกติ ส่วนหนึ่งก็ได้คนดูแลดีที่เป็นถึงครึ่งคนครึ่งหมาป่าอย่างไค และก็คนดูแลดีคนเดิมนี่แหละที่ต่อให้ชิอุจะยืนกรานว่าเดินได้เองแล้วแต่ก็ไม่วายไม่ยอมให้เขาได้เดินเอง

 

หนักไหม ชิอุถามเพราะตอนนี้คนกำลังถูกแบกอยู่ที่หลังของไคเพราะวันนี้ไคบอกว่าจะพาไปเที่ยวเล่นในป่า ด้านหลังมีหมาป่าน้อยอีกสามตัววิ่งตามมาติดๆอย่างไม่มีเหนื่อย

 

ที่จริงก็หนักนะ ท่าทางเจ้าจะเจริญอาหารขึ้นเยอะในหลายวันมานี่ ไคตอบจนเรียกให้ฝ่ามือน้อยๆตีลงไปที่หลังกว้างเบาๆ แต่คนถูกตีก็ทำเป็นร้องด้วยความเจ็บปานจะเรียกร้องความสนใจ

 

ก็ใครละคอยทำอะไรให้ข้ากิน

 

ดีแล้ว ข้าชอบที่แก้มเจ้าเหมือนโมจิแบบนี้นะ ฮ่าๆๆ เสียงหัวเราะของหมาป่าหนุ่มยิ่งเรียกความหมั่นไส้จากคนถูกล้อเสียจนต้องตีไปที่หลังอีกหลายๆครั้ง

 

ไม่นานนักไคก็พาชิอุมาถึงริมธารน้ำใสที่ๆเขาออกมาจับปลาในทุกๆวัน ต้นไม้นานาพรรณงอกงามเต็มไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่ต้องตาต้องใจชิอุที่สุดนอกจากธารน้ำใสแล้วคงไม่พ้นต้นซากุระที่บัดนี้ดอกของมันเริ่มโรยราลงไปบ้างแล้ว

 

สวยจัง ร่างเล็กค่อยๆลงมาจากหลังก่อนจะเดินไปยืนอยู่ริมน้ำตามมาด้วยเจ้าตัวน้อยทั้งสามที่ไคอดค่อนแขวะในใจไม่ได้ว่ามันโคตรจะหวงห่วงแม่ปลอมๆของมันอย่างกับอะไรดี

 

ใช่! เมื่อก่อนพวกมันแค่มาหาไคบางเวลาเพราะพวกมันยังเล็กเกินกว่าจะหาอาหารได้เก่ง พวกมันเลยมาฝากท้องกับเขาบ่อยๆ

 

แต่ตอนนี้มันมาทุกวัน! ไม่สิปักหลักลงฐานอยู่บ้านเขาเลยต่างหาก

 

แถมนอนกับชิอุด้วยกันทุกวัน!

 

แล้วไอ้ที่บอกว่าหวงก็เพราะว่าตอนที่ไคคอยทำแผลที่ขาให้ชิอุ แน่นอนว่าแผลขนาดนั้นมันก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดา พอเสียงหวานๆนั่นร้องออกมาไอ้เจ้าลูกหมาป่าก็คงคิดว่าแม่ของตัวเองถูกเขาทำร้ายเลยพร้อมใจกันลงเขี้ยวเล็กๆของมันลงไปที่แขนของหมาป่าหนุ่มไปหลายแผล

 

ไม่ได้สำนึกบุญคุณที่เคยหาอะไรให้กินเสียนี่กระไร!

 

ไคมาตรงนี้สิ สวยมากเลย เสียงหวานเอ่ยเรียกทำให้เขาหลุดออกจากห้วงคิด แน่นอนว่าเขาบ่นไม่ได้หรอก เพราะดูเหมือนคุณแม่จำแลงเองก็รักลูกปลอมๆของตัวเองเหลือเกิน พอจะบ่นจะตีทีก็ออกตัวห้ามตลอด

 

ไคยกยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆระหว่างเขาและชิอุในหลายๆวันที่ผ่านมาก่อนจะเดินไปหาชิอุที่ตอนนี้สูดลมหายใจเสียเต็มที่ ท่าทางจะถูกใจที่ตรงนี้น่าดู

 

ที่จริงในป่านี้มีอะไรอีกเยอะ ไว้มีเวลาข้าจะพาเจ้าไป

 

จริงนะ! สัญญานะ!” ดวงตากลมเป็นประกายด้วยความหวังพลางยื่นนิ้วก้อยน้อยๆของตนยื่นไปหาคนทำสัญญา

 

อะไรเหรอ

 

เกี่ยวก้อยสัญญายังไงละ ทำแบบนี้ มือเล็กจับให้มือของหมาป่าในร่างมนุษย์มาจับที่มือของตนแล้วใช้นิ้วก้อยเกี่ยวกระหวัดกันเป็นอันจบพิธีทำสัญญา

 

คนผิดสัญญาต้องกลืนเข็มพันเล่ม

 

เจ้าจะไปหาเข็มจากไหนเยอะขนาดนั้น แล้วใครจะกลืนเข็มได้พันเล่มไคถามอย่างไม่เข้าใจ บางทีมนุษย์ก็มักจะมีอะไรทำให้เขาแปลกใจเสมอ คิ้วเข้มขมวดอย่างครุ่นคิดว่าไอ้เข็มเนี่ยมันจะหาจากที่ไหนแล้วกลืนแบบไหนกัน

 

ฮ่าๆๆๆ ไคคิ้วยุ่งไปหมดแล้ว ชิอุขำแล้วปล่อยมือที่เกี่ยวก้อยกันออกเพื่อไปจับที่คิ้วยุ่งให้คลายออก

 

ก็ข้ากำลังคิดตาม

 

ไม่ต้องคิดหรอก แค่ไคพาข้าไปก็ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว ยิ้มหวานส่งมาให้พร้อมกับดวงตาที่เป็นประกายระริกที่คงกำลังคิดว่าตนเองได้ไปเที่ยวเล่นนั่นช่างดูน่ารักเสียจนหมาป่าหนุ่มต้องยื่นหน้าไปจ้องใกล้ๆ

 

เขาอยากจะจดจำใบหน้านี้เอาไว้...ให้ลึกลงไปในใจ

 

ค...ไค ชิอุที่จู่ๆโดนจ้องกันใกล้ค่อนข้างตกใจ ดวงตาสีแดงนั่นทำเอาหัวใจเต้นแทบกระเด็นกระดอนออกมา เขาเพิ่งตระหนักว่าดวงตาสีแดงของหมาป่าหนุ่มเหมือนมีมนต์สะกดให้เขาขยับตัวไม่ได้ พอเลื่อนสายตาลงมาอีกนิดก็พบว่าริมฝีปากของคนตัวสูงกว่ากำลังจะขยับเข้ามาใกล้

 

ใกล้เข้ามาทีละนิด...

 

หัวใจเต้นระรัวตามระยะห่างที่แทบจะเรียกว่าน้อยนิด

 

อีกนิด....

 

 

โอ๊ย!” เสียงร้องของหมาป่าหนุ่มคือระฆังที่เตือนให้ทั้งคู่ออกจากภวังค์ของกันและกัน ไคก้มลงมองที่ขาอันเป็นที่มาของความเจ็บปวดก็เจอว่าไอ้ลูกหมาป่าตัวแสบหนึ่งตัวกำลังงับลงไปที่ขาของเขา ส่วนอีกสองตัวกำลังทำเสียงขู่ในลำคอใส่

 

เนี่ย! มันหวงแม่มันอย่างกับอะไรดี!

 

พวกเจ้าอย่าดื้อสิ ชิอุก้มลงไปอุ้มเจ้าตัวแสบที่กัดขาไคอยู่ พอได้ยินเสียงเอ็ดมันก็ทำทีประจบด้วยการเลียแก้มใสๆจนชิอุต้องหัวเราะคิกคัก ปล่อยให้คนโดนกัดต้องมองอย่างเคืองๆ

 

เวลาผ่านไปไวเหลือเกินในความคิดของชิอุ คงเพราะความสนุกที่ได้เที่ยวเล่นทั้งวันอย่างที่ไม่เคยทำมากก่อนกระทั่งรู้สึกว่าตะวันคล้อยใกล้ตะตกดินจนเป็นสีส้มทั่วทั้งท้องฟ้าบ่งบอกว่าเป็นยามสนธยาก่อนจะเข้ารัตติกาล คงต้องขอบคุณไคที่คอยแบกเขาไปที่ตรงนั้นตรงนี้ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด กลับกับคนที่เหนื่อยคงจะเป็นไคที่นอกจากจะต้องดูแลเขาแล้วก็ยังต้องมารับมือเจ้าหมาป่าน้อยทั้งสามจนอดสงสารไม่ได้

 

ไคเหนื่อยไหม เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังเล็กอันเป็นที่พักของเขาตลอดหลายวันมานี้

 

ไม่เลย หมาป่าหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้ม เขาค่อยๆปล่อยชิอุลงมาก่อนจะไปจัดเตรียมทำอาหารซึ่งกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว

 

ข้าช่วยนะ

 

เจ้านั่งรอตรงนี้เถอะ วันนี้นั่งกินข้างนอกไหมไคถามส่วนชิอุก็พยักหน้าทันทีอย่างไม่ขัดข้อง เมื่อนั่งลงแล้วก็เล่นกับเจ้าหมาป่าทั้งสามเพื่อรอเวลาส่วนไคก็จัดการเตรียมไม้ฟืนทั้งหลายเพื่อก่อไฟเตรียมประกอบอาหาร แว่วเสียงหัวเราะคิกคักของคนรอกินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

 

ชิอุกลายเป็นคนที่ทำให้เขายิ้มออกมาได้บ่อยๆตั้งแต่เมื่อใดกันนะ...

 

 

ยามค่ำคืนในขณะป่าที่สัตว์ป่าพากันหลับใหล เหล่านกน้อยกลับคืนสู่รังคนทำให้เกิดความเงียบสงัดก่อตัวไปทั่วบริเวณ มีเพียงกองไฟสีส้มหน้าบ้านหลังเล็กของหมาป่าสีทองเท่านั้นที่บ่งบอกว่าราตรีนี้ยังคงอีกยาวนานนัก

 

แสงจากกองไฟสีส้มทำให้พอมองเห็นต้นซากุระจากตรงที่นั่งของหนึ่งหมาป่าและหนึ่งมนุษย์ที่อยู่หน้าบ้าน แม้แสงสว่างจะไม่มากนักแต่ก็ยังเห็นความงดงามของมันได้อยู่ ดอกสีชมพูเริ่มแซมด้วยใบอ่อนของมันบ้างแล้ว

 

กินเยอะๆนะ ไคบอกพลางยื่นปลาย่างที่ได้ที่ให้แก่ชิอุ

 

แล้วไคห้ามบ่นว่าข้าหนักนะ

 

ฮ่าๆๆ เจ้าห่วงเรื่องนี้เองหรอกหรือ เสียงหัวเราะจากไคทำให้ชิอุต้องแยกเขี้ยวเหมือนเจ้าพวกตัวแสบเวลาขู่ใส่ไคที่คนถูกขู่คิดว่าไม่ได้น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย

 

มื้ออาหารเต็มไปด้วยความสุขเสียจนชิอุคิดว่าถ้ามันเป็นความฝันเขาก็ไม่อยากตื่น

 

จริงสิ ความฝัน...

 

เป็นอะไรไปเหรอ เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอีกคนที่เมื่อครู่ยังพูดคุยกับเขาอยู่เงียบลงไปเสียดื้อๆ

 

ข้ากำลังนึกถึงความฝันประหลาดของข้าชิอุตอบแบบนั้นทำให้ไคนึกถึงคืนแรกที่อีกคนมาอยู่ทีนี้ ชิอุละเมอบอกกับคนในฝันว่าอย่าไปแล้วเผลอดึงเขาไว้แน่น

 

เจ้าฝันเห็นสิ่งใดกัน

 

ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ในฝันข้ามักจะฝันเห็นคนๆหนึ่งที่ข้าไม่รู้จัก แต่ข้ารู้สึกคิดถึงเขาเหลือเกิน ชิอุเล่าถึงเหตุการณ์ในความฝัน แม้หลายวันมานี้เขาจะไม่ได้ฝันเห็นแล้วก็ตาม

 

ไคไม่พูดอะไรต่อ เขาไม่รู้ว่าความฝันนั้นหมายถึงอะไรมันอาจจะเป็นแค่ความฝันธรรมดาหรือลางบอกเหตุใดๆก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดก็คือท่าทางทรมานของชิอุในยามเห็นความฝันประหลาดนั้น แน่นอนว่าเขามิปรารถนาให้คนที่มีรอยยิ้มงดงามต้องทุกข์ทรมาน

 

เจ้าใส่นี่เสียสิ ไคตัดสินใจแล้วที่จะมอบสร้อยเขี้ยวหมาป่าให้แก่ชิอุ

 

ข้ารับไมได้หรอก มันเป็นของสำคัญของไคไม่ใช่เหรอ ชิอุยกมือห้าม แค่ครั้งหนึ่งเคยขโมยมันมาจากไคแม้จะไม่ใช่ตนเองขโมยมาโดนตรงก็ละอายใจมากแล้ว

 

มันคือเขี้ยวของอาจารย์ของข้า ข้าพกมันติดตัวเอาไว้คุ้มภัยตามคำสั่งเสียก่อนตายของท่าน ไคบอกที่มาของมันยิ่งทำให้ชิอุรู้สึกว่ามันไม่ควรจะมาอยู่กับเขา

 

รับไว้เถอะ ตราบใดที่มันอยู่ที่เจ้าก็เท่ากับอยู่กับข้าเหมือนกัน

 

ทำไมละ?”

 

ก็....เอ่อ...ข้าหมายถึงถ้าเจ้ายังอยากอยู่ที่นี้กับ ข้าพูดจบไคก็แทบอยากจะตบปากตัวเองเบาๆ ไม่ใช่ว่าตนไม่อยากจะให้ชิอุอยู่ที่นี้ แต่เขาไม่อยากทำให้ชิอุลำบากใจว่าเขากำลังขอร้องให้ชิอุอยู่ที่นี่ไปอีกนานๆ

 

ไม่อยากให้ความอบอุ่นของบ้านหลังนี้จากหายไป...

 

เอ่อ...ขอบคุณนะ ข้าดีใจมากเลย ชิอุตอบเสียงสั่นและคาดว่าอีกไม่นานน้ำตาเจ้ากรรมคงได้ไหลออกมาแน่นอน ตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยเป็นที่ต้องการของบิดา มารดา หรือกระทั่งในตระกูล

 

แต่มีคนขอให้อยู่ด้วยกัน...เช่นนี้

 

มือเล็กยกขึ้นปิดหน้าเพราะน้ำตาไหลลงมาแล้วจนไม่อยากให้อีกคนได้เห็น แต่ไหล่เล็กๆนั่นคงปิดไม่ได้หรอกว่าเจ้าตัวกำลังร้องไห้อยู่ ไคไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะคงไม่อาจห้ามน้ำตานั้นได้ เขาไม่รู้หรอกว่าชิอุนั่นพบเจออะไรมาบ้างแต่สิ่งที่เขามั่นใจเลยคือเขาไม่ปรารถนาให้ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยน้ำตา

 

สายสร้อยหนังถูกสวมลงไปที่ลำคอขาวพร้อมกับที่ร่างเล็กสวมกอดคนที่มอบของสำคัญให้แทนคำขอบคุณ

 

จากนี้ไปขอให้มันคุ้มครองเจ้าด้วยเถอะ

 

.

.

.

 

อีกแล้ว...

 

ดวงตากลมมองรอบบริเวณก็พบเพียงแต่ความมืดที่ปกคลุมไปทั่ว เสียงฝีเท้าของตนดังทุกครั้งที่ก้าวเดิน ชิอุไม่รู้ว่าตนกำลังจะเดินไปที่ใดแต่มันคงดีกว่าหากหยุดอยู่กับที่ เขาเดินไปสักครู่ก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นแผ่ซ่านมา

 

หิมะ?

 

เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาท่ามกลางความมืด เพียงกระพริบตาเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในทุ่งหิมะกว้าง ดวงจันทร์สีเงินส่องลงมาเห็นร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินกำลังนั่งหันหลังอยู่ รอบๆกายมีรอยเลือดจำนวนมากแต่เด็กคนนั้นยังนิ่งเสียจนไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใด

 

เจ้ากำลังทำอะไร เพียงชิอุกำลังก้าวเดินไปหา โซ่ตรวนที่ไม่มีที่มาก็พันรอบข้อเท้าขาวอย่างที่เป็นทุกครั้งที่ชิอุกำลังเดินไปหาเจ้าของเรือนผมสีเงินในความฝัน

 

ปล่อยข้านะ!” ชิอุพูดเสียงดังด้วยความหงุดหงิด เขาต้องการรู้ให้ได้ว่าคนในฝันนี่คือใคร และเพราะแรงปรารถนาอันแรงกล้าทำให้เขี้ยวสีเงินที่คอส่องแสงสว่างออกมาเป็นผลให้โซ่ตรวนนั้นแตกหักจนให้ข้อเท้าเป็นอิสระ ดวงตากลมก้มลงสิ่งที่ประดับคออย่างงุนงงเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่ไคมอบให้จะมาปรากฏอยู่ในฝันด้วย

 

อย่าเพิ่งไป!” ชิอุออกแรงวิ่งตามเมื่อเห็นเด็กคนนั้นกำลังลุกเดินจากไปท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ความหนาวเหน็บไม่อาจะหยุดยั้งเขาได้ ออกแรงวิ่งฝ่าหิมะขาวโพลนจนกระทั่งเห็นร่างของเด็กคนเดิมที่บัดนี้ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มเช่นเขา

 

แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชิอุตกใจได้เท่าที่เห็นใบหน้าของเจ้าของเรือนผมสีเงิน

 

ราวกับกระจกที่สะท้อนหากัน

 

ใบหน้าที่เหมือนเขาทุกประการ....

 

 

เสียงไอดังจนปลุกให้หมาป่าหนุ่มรู้สึกตัวและตามมาด้วยแรงดึงที่ชายแขนเสื้อของเขายิ่งทำให้เขารู้สึกว่ามันผิดปกติ ดวงตาสีแดงมองหาที่มาของแรงดึงก็พบว่าเป็นเจ้าลูกหมาป่าทั้งสามที่ดูเหมือนจะพยายามปลุกเขา

 

อะไร เสียงเข้มถามอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ไม่มันจะได้จัดการพวกมันเสียงไอที่หนักขึ้นจากคนข้างกายเรียกให้ต้องเบนสายตาไปดู

 

ชิอุ!!” คราวนี้หมาป่าหนุ่มตื่นเต็มที่เพราะร่างเล็กกำลังนอนหอบหายใจอย่างหนักพลางไอไปด้วยอย่างน่าสงสาร ที่น่าเป็นห่วงก็คือชิอุยังไม่ลืมตาตื่นเช่นคนยังไม่ได้สติ

 

ไครีบพยุงร่างของชิอุให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น วิธีที่เขาเคยทำเมื่อครั้งที่เห็นชิอุเป็นแบบนี้ครั้งแรก เขาหวังว่าครั้งนี้จะสามารถช่วยได้เช่นเดิม แต่แล้วเลือดที่เกิดจากการไออย่างรุนแรงของชิอุทำให้ไคคิดว่าอาการนี้มันทวีคูณกว่าคราวที่แล้วมากนัก

 

ชิอุ ตื่นสิ! ชิอุ!” เสียงเข้มพยายามเรียกให้คนไม่ได้สติลืมตา แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลใดๆ เขามองไปรอบบ้านพยายามมองหาสิ่งใดก็ได้ที่พอจะช่วยร่างเล็กที่กำลังหายใจหนักอย่างน่าสงสารนี้ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเลยที่ช่วยได้

 

ไคตัดสินใจอุ้มร่างของชิอุขึ้นมา ตอนนี้เขาตระหนักดีแล้วว่าตัวเองช่างเห็นแก่ตัวเหลือเกินที่เอ่ยบอกให้ชิอุอยู่กับเขา ยิ่งมองร่างเล็กหอบหายใจหนักก็ยิ่งสงสารหากเขาสามารถแบ่งปันความทรมานนี้ได้เขาก็ยินดี แต่เพราะเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้จึงได้แต่เจ็บใจอยู่เช่นนี้

ดวงตาสีแดงมองเห็นริมฝีปากสีแดงที่เขาชอบเริ่มจะขาวซีดลง ไคทั้งร้องเรียกทั้งภาวนาให้อาการทุเลาลงไปเช่นกับคืนแรกแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล มือเล็กของชิอุกำที่ชายเสื้อของไคแน่นราวกับหาที่พึ่งยิ่งตอกย้ำว่าตนไม่สามารถดูแลชิอุได้เลย หมาป่าหนุ่มกัดริมฝีปากตัวเองแน่นแม้ใจจะร่ำร้องแต่คงถึงเวลาที่เขาควรจะต้องพาชิอุกลับไปยังที่ๆชิอุจากมา

 

เมื่อยามซากุระผลิบานก็ต้องถึงเวลาที่มันย่อมโรยรา

 

ช่วงเวลาแสนสั้นเสียนึกว่าความฝัน

 

 

--------------------------------------END PART III--------------------------------------


Talk : ขณะนี้เวลาเจ็ดโมงเช้า ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้ไรท์เบลอมากเลยเด้อเพราะนั่งพิมพ์ตั้งแต่ตีหนึ่ง เรียกได้ว่าไม่เคยแต่งนิยายโต้รุ่งมานาน ล่าสุดคือสมัยเรียนมหาลัย (เค้ารู้เลยว่าแก่555)

 

ว่าแต่มีคนรออ่านบ้างไหมหว่า?

 

ตอนนี้ไรท์อัดคุณน้องไคกับคุณน้องหมินมาเต็มที่เลยนะคะตามสัญญาว่าจะแต่งหวานๆกรุบกริบๆ แต่ปิดท้ายตอนได้ไม่หวานเลยเนอะ ไปๆมาๆเรื่องนี้จะดราม่ากว่า Night อีกไหมเนี่ย

ใครที่อ่าน Night ก็น่าจะรู้แล้วเนาะว่าชิอุฝันเห็นใคร ดารารับเชิญค่าตัวแพง โผล่มาแว่บๆพอ 5555

 

ตอนนี้ให้ชื่อตอนว่า คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ (เจ้าสามแสบขี้หวง)


สามแสบหน้าตาประมาณนี้


 

ต้นชิดาเระซากุระหน้าบ้านน้องไคจะประมาณนี้



บ้านน้องไคก็ประมาณนี้ (กระท่อมแบบชาวไอนุที่อยู่ทางตอนเหนือแถบฮอกไกโดค่ะ)



(รายการสำรวจบ้านหมาป่าไคหรือไง 555)


ปล. ไรท์ชอบเวลาน้องไคยิ้ม พ่อคุณพ่อทูนหัว ยิ้มได้กร๊าวใจไรท์มาก



 

เจอกันตอนหน้าค่ะ ^^

                                       

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #69 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 02:41

    เจ้าของป่าคือ เจ้าป่าเจ้าเขา^^ ทำไมต้องฝันเห็นกัน ทำไมชิอุต้องโดนล่าม แล้วถ้าไคพากลับไปส่งแล้วจะได้เจอกันอีกมั้ย แต่ชิอุหายไปอาทิตย์นึงไม่มีคนออกตามหา น่าเศร้า
    #69
    1
    • #69-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 11)
      9 กันยายน 2561 / 23:53
      ติดตามชมตอนต่อไปนะจ้า ไรท์จะไม่ใจร้ายแน่นอน (เหรอออ)
      #69-1
  2. #68 kazu323 (@kazu323) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 16:33
    น่ารักจังเลย พ่อแม่ลูกหมา แฮปปี้แฟมิลี่มาก เค้าต้องจากกันจริงเหรอ ไม่เอานะ สงสารชิอุกับพี่หมา ได้เจอคนที่มาเติมเต็มความสุขให้กันแล้ว อย่าใจร้ายยย #ถือมีดขู่
    #68
    1
    • #68-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 11)
      9 กันยายน 2561 / 23:51
      อุ่ย........ หลบหลังเจ้าแสบทั้งสาม ช่วยไรท์ด้วย แงๆๆๆๆๆๆ
      ติดตามชมตอนต่อไปน้าๆๆๆ
      #68-1
  3. #67 DagaMaka (@DagaMaka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:31
    น่าสงสารชิอุลูกแม่หนูจำพี่ตัวเองไม่ได้หรอลูกในความฝันเห็นเค้าจู๊บกันด้วยหรอผัวเมียคู่นี้ทำไมหวานกันจัง
    #67
    1
    • #67-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 11)
      9 กันยายน 2561 / 23:51
      คู่นั้นเค้ารักต้องจูบรักต้องดูดเลือด ฮ่าๆๆๆ เขินๆๆๆๆ
      #67-1
  4. #66 มินซอกกี้ (@bambammieee_exo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:16

    ฮรือออออ สงสารน้องงงงง อย่าพรากเขาจากกันเลยนะไรท์ พรากคนรักกันมันบาปนะ 😭
    #66
    1
    • #66-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 11)
      9 กันยายน 2561 / 23:50
      เนอะๆ เราไม่ควรพรากน้องจากพี่หมาป่าเนอะ แต่ว่าน้า.....
      เอาเป็นว่าติดตามชมตอนต่อไปนะ อิอิ
      #66-1