OS/SF คลังฟิค Exo Xiumin by Angekiez (Yaoi)

ตอนที่ 10 : SF : Day (낮) Kai x Xiumin - Part II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 ส.ค. 61

 

Title: Day () Part II

Pairing: KaiXiu (Kai x Xiumin)

 




 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Do you hear my wish…?


 

เสียงโซ่ตรวนดังกระทบไปยังพื้นไม้แล้วตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของคนจำนวนนับสิบเดินผ่านไปเรียกให้เด็กน้อยเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทต้องละจากของกินตรงหน้า ดวงตากลมทั้งสองข้างมองไปที่บานประตูเลื่อนอย่างสนอกสนใจ สองขาพาตัวเองลุกไปดูแม้จะมีเสียงห้ามปรามจากสาวใช้ก็ตาม

มือเล็กค่อยเปิดบานประตูออกอย่างช้าๆด้วยเพราะถูกอลรมสั่งสอนในการวางตัวการมีมารยาทตามแบบฉบับตระกูลอันสูงส่ง แต่กระนั้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็กน้อยนั้นบางทีคำสอนก็ใช้ไม่ได้ผล ดวงตากลมทั้งสองเพ่งมองเห็นเป็นขบวนคนนับสิบที่แต่งด้วยชุดสีดำทั้งกายพร้อมทั้งอาวุธหนักเบาครบมือราวกับจะออกไปรบ เขามองเห็นแผ่นหลังเล็กๆท่ามกลางคนเหล่านี้ แผ่นหลังที่คุ้นเคยจนต้องก้าวขาเพื่อตามออกไป

ชิอุ เจ้าควรจะอยู่แต่ในห้องไม่ใช่หรือ สุ่มเสียงดุดันดังขึ้นจนเท้าน้อยๆนั้นต้องชะงัก

ท่านพ่อ... เสียงเล็กเอ่ยด้วยความกลัว ยิ่งมองเห็นดวงตาดุนั้นจ้องมาราวกับคาดโทษเอาไว้จนร่างเล็กของเด็กน้อยแทบหดเหลือตัวนิดเดียว

คนรับใช้ของเจ้าไปไหน ปล่อยให้นายน้อยออกมานอกห้องแบบนี้มันน่าจับไปทำโทษให้หมด!” เสียงของผู้เป็นบิดาดังจนเด็กน้อยต้องหลับตาปี๋ สาวใช้ที่ได้ยินเสียงผู้เป็นนายตวาดเช่นนั้นก็รีบอุ้มร่างของนายน้อยเข้าไปในห้องทันที

เด็กน้อยแม้จะกลัวจนไม่กล้าตามออกไป เขาข้องใจเหลือเกินว่าเจ้าของแผ่นหลังเล็กที่เขาเห็นนั่นคือใครกัน ทำไมถึงต้องมีคนท่าทางน่ากลัวนับสิบตามประกบไปเช่นนั้น

พวกเขากำลังจะไปไหนกันเหรอ ชิอุเอ่ยถามสาวใช้ที่ยังอุ้มร่างของตนเอาไว้แม้ใจจะกลัวบิดาแต่ความอยากรู้ก็มีมากโข

ไป....ไปที่ไกลแสนไกลค่ะท่านชิอุ

แล้วจะกลับมากันอีกไหม เด็กน้อยถามอย่างไร้เดียงสาจนหญิงสาวต้องกอดร่างเล็กนั้นไว้แน่นราวกับจะปลอบใจ แม้ว่าตอนนี้นายน้อยของเธอจะไม่รู้อะไรมากนัก หากแต่เมื่อเติบใหญ่เมื่อนายน้อยของเธอรับรู้จักต้องเจ็บปวดแน่นอน

ข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยแผ่นหลังนั่นเหลือเกิน...ใครกันนะ เด็กน้อยซบลงไปที่บ่าของผู้เป็นบ่าว ทำไมกันที่หัวใจของตนถึงรู้สึกเหมือนถูกกระชากออกไปจนหลงเหลือไว้แต่ความว่างเปล่า

เจ้าของแผ่นหลังนั่นเป็นใคร...

ใครที่เขาคิดถึงเหลือเกิน...

 

.

.

.

 

ร่างเล็กลืมตาขึ้นพร้อมกับแสงแดดที่ส่องเข้ามาในดวงตาจนต้องหรี่ตาลง ความรู้สึกเปียกชื้นที่หางตาทำให้เขาต้องยกมือขึ้นมาสัมผัสและนั่นทำให้เขารู้ว่ามันคือหยาดน้ำตาของเขาเอง

 

ฝันอีกแล้วเหรอ...

 

ชิอุค่อยยันร่างกายของตนเองขึ้นมานั่งอย่างเชื่องช้า อากาศในวันนี้ดีจนไม่อยากตื่นแต่คงเป็นเพราะความฝันประหลาดนั่นทำให้เขาต้องหลุดจากนิทราแสนหวาน ดวงตาทั้งสองพยายามสำรวจไปทั่วห้องในขณะที่สมองก็ประมวลผลไปพร้อมกัน

 

จริงสิ หมาป่า!

 

เจ้าหมาป่าเสียงหวานเอ่ยเรียกพลางมองไปรอบห้องแต่ก็ไม่เจอหมาป่าที่ตนช่วยไว้เมื่อวาน หากไม่ใช่ว่ายังพอเห็นคราบเลือดจางๆที่ฟูกนิ่มที่ตนใช้หลับนอนแล้วละก็คงคิดว่าเป็นความฝันไปแน่นอนเพราะเจ้าหมาป่าเล่นหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้

หายไปที่ไหนกันนะ...

อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านชิอุ ไม่ทันได้คิดอะไรต่อสาวใช้ประจำตัวก็เข้ามาในห้องอย่างเป็นปกติเช่นทุกวัน ชิอุไม่ได้เอ่ยตอบกลับไปเพราะยังคงสับสนว่าเจ้าหมาป่านั่นหายไปที่ใด หรือว่าจะมีคนพบตัวมันแล้วเอาไปฆ่าแล้ว

ท่านชิอุ?” เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของผู้เป็นนายเธอก็เอ่ยเรียกอีกครั้งจนกระทั่งสายตาสบเห็นรอยเลือดที่มันไม่ควรอยู่บนฟูกของผู้เป็นนาย

ตายแล้ว!! ท่านชิอุเป็นหรือไม่อะไรค่ะ

อ...เอ่อ ข้า ไม่ทันที่ชิอุจะได้ตอบเธอก็เข้ามาสำรวจร่างของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง

ท่านอาการกำเริบเหรอเจ้าคะเสียงของเธอดูเป็นกังวลอย่างมาก

ไม่ใช่หรอก เอ่อ...ทีจริงก็นิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรแล้วชิอุเลือกที่จะโกหกออกไปเมื่อคิดได้ว่าหากนี่ไม่ใช่เลือดของเขาคงจะได้อธิบายที่มาของเลือดจนความแตกอย่างแน่นอน ต้องขอบคุณตัวเองกระมังที่เคยไม่สบายหนักจนไอออกมาเป็นเลือด

จะว่าไปเจ้าเห็นอะไร หรือ ตัว อะไรบ้างไหม เมื่อคลายข้อสงสัยของสาวใช้ได้ ชิอุก็เลือกถามสิ่งที่ตนสงสัยบ้างแต่ก็ใช้คำถามที่ไม่ได้เจาะจงถึงตัวหมาป่าตัวนั้นเสียทีเดียว

ท่านชิอุหมายถึงอะไรคะ

เอ่อ...เจ้าได้เข้ามาในห้องข้าก่อนข้าจะตื่นบ้างไหม เมื่อเธอยังคงทำท่าทางไม่เข้าใจก็เลือกใช้คำถามที่เจาะจงลงไปอีก แต่ก็ได้ผลเช่นเดิม ดวงตาและสีหน้าของเธอบ่งบอกว่าไม่รู้เรื่องราวใดๆ

ชิอุถอนหายใจแม้เจ้าหมาป่านั่นอาจจะแข็งแกร่งตามคำที่เล่าลือและสามารถเดินทางจากป่าสนธยามายังสวนของเขาได้ทั้งๆที่มีแผลกลางหลังเช่นนั้นแต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจาหายสนิทดี เขาอดเป็นห่วงและรู้สึกผิดไม่ได้จริงๆเพราะญาติผู้พี่ของเขาทำให้มันมีสภาพเช่นนั้น

 

ถ้าไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ก็คงดี

 

ยูกาตะสีเทาอ่อนถูกสวมใส่เข้ากับร่างของชายหนุ่มหน้าหวาน เรือนผมสีดำเข้มนั่นยิ่งขับให้ใบหน้าขาวนวลนั้นดูหวานกว่าชายหนุ่มทั่วไปเสียอีก ริมฝีปากสีแดงสดจนยากจะเชื่อว่าเจ้าของมันจะมีร่างกายอ่อนแอไม่ค่อยสบายอยู่บ่อยครั้ง ดวงตากลมสีดำเช่นเดียวกับเส้นผมก้มลงมองร่างกายของตนเองก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้

สร้อยข้าละ

ท่านชิอุไม่สวมสร้อยนี่คะ

ไม่สิ ข้าหมายถึงที่พี่จุนให้ข้าเมื่อวาน ข้าจำได้ว่ายังไม่ได้ถอดชิอุบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวล นั่นเป็นของขวัญที่ได้จากพี่ชายอันเป็นที่รัก มันเป็นของสำคัญหากมันหายไปอาจจะถูกโกรธเอาได้

ข้าไม่เห็นเลยนะคะเสียงสาวใช้ตอบหลังจากที่เธอพยายามมองหาสิ่งที่เจ้านายเธอถามถึง

แปลกมากชิอุพึมพำ

จะว่าไป...ยูกาตะที่เคยแขวนไว้ตรงนี้ก็หายไปด้วย สาวใช้เอ่ยบอกด้วยความข้องใจที่ไม่แพ้กัน เธอมั่นใจว่ามันเคยอยู่ตรงนี้จนถึงเมื่อวานเพราะเธอเป็นคนจัดห้องนี้เองในทุกวัน ยูกาตะตัวที่หายไปเธอเอาไว้เพื่อให้นายของเธอสวมทับหากอากาศเย็นด้วยเพราะร่างกายของชิอุไม่ค่อยแข็งแรง

ชิอุมองกวาดรอบห้องเพื่อสำรวจว่ามีสิ่งใดหายไปอีกหรือไม่จนมั่นใจว่าสิ่งที่หายไปคือสร้อยที่ได้จากจุนเมื่อวานและยูกาตะที่เอาไว้สวมทับและเจ้าหมาป่า

หมาป่าจะเอาสร้อยกับเสื้อไปทำไมกันนะ?

มันไม่ใช่คนเสียหน่อย

.

..

...

เรือนหลักอันเป็นที่พักอาศัยของผู้เป็นใหญ่ที่สุดในเรือนนี้เต็มไปด้วยเหล่าคนรับใช้ที่เฝ้าอยู่ภายนอก เรือนไม้สวยงามตามแบบฉบับของตระกูลใหญ่อันมั่งคังหากแต่มันมิได้มีชีวิตชีวาอย่างที่ควรเป็นในเมื่อบัดนี้ท่านนายใหญ่ ท่านนายหญิงและบุตรชายคนเดียวของทั้งสองกำลั่งนั่งรับประทานมื้อเช้าอย่างเงียบงัน ไม่มีบทสนทนาตามประสาคนในครอบครัวอย่างที่ควรเป็น

ชิอุที่นั่งบนเสื่อทาทามินั้นเคี้ยวข้าวพลางใช้สายตาลอบมองผู้เป็นบิดาที่นั่งอยู่ในระดับเดียวกันอย่างระแวดระวัง นี่นับว่าเป็นเวลาประมาณเดือนกว่าถึงสองเดือนแล้วที่ไม่ได้มาร่วมมื้ออาหาร แต่แม้จะนานเพียงใดกลับไม่มีบทสนทนาระหว่างพ่อแม่ลูกที่เอ่ยถามหากันออกมาราวกับว่าตนไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้

"เมื่อวานจุนมาอย่างนั้นเหรอ"

"ค...ครับ" เสียงเอ่ยตอบออกไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่สุดในความคิดของชิอุ เขาไม่เคยเข้าใจความคิดของบิดามาแต่ไหนแต่ไร อย่างเช่นเรื่องที่ต่อว่าเขาเสมอมาทั้งที่ไม่ได้ต้องการเกิดมาร่างกายอ่อนแอเสียหน่อย

"ตายจริง แล้วทำไมเจ้าไม่บอกแม่ละชิอุ แม่ไม่ได้ไปต้อนรับหลานรักเลย" เป็นเสียงของมารดาที่เอ่ยออกมาในเชิงตำหนิ ชิอุไม่ได้ตอบใดๆออกไปในเมื่อทำได้เพียงก้มหน้านิ่ง มือเล็กเอื้อมใช้ตะเกียบคีบอาหารตรงหน้าเท่านั้น ถึงจะชินชาเสียแล้วที่นอกจากบิดาจะไม่ใยดีเขาแล้ว มารดาเองก็มักมองว่าจุนดีกว่าชิอุ แม้มารดาไม่เคยใช้คำพูดรุนแรงเช่นบิดา แต่การถูกมองข้ามเช่นนี้ชิอุคิดว่ามันเจ็บปวดมากกว่าเสียอีก

ความรู้สึกที่ถูกลืมแบบนี้...

 

"แล้วมาทำไมกัน" นายใหญ่ของบ้านถามต่อ

"พี่จุนบอกว่าจะไม่ว่างอีกนานเลยมาเยี่ยมข้าครับ"

"อ๋อ คงจะเรื่องอาคันตุกะจากต่างแดนสินะ" 

"ครับ"

แล้วจุนต้องดูแลองค์ชายทั้งสองไปพร้อมกับองค์ชายโยรุด้วยสินะ

ครับ เห็นว่าจะพาไปล่าสัตว์ที่ป่าสนธยา ชิอุมใจชื้นขึ้นมาหน่อยเมื่อผู้เป็นบิดาเอ่ยถามมากขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นบทสนทนาที่ดี อย่างไรเสียเขาก็เป็นลูกย่อมต้องการความรักจากพ่อและแม่อยู่แล้ว

"หึ ถ้าเพียงเจ้าไม่เป็นเช่นนี้หน้าที่นี้คงไม่ตกไปถึงจุนหรอก" หากแต่เสียงเข้มนั่นเอ่ยวาจาเชือดเชือนจนชิอุต้องล้มเลิกความหวังลมๆแล้งๆของตนลงและไม่สามารถรับประทานใดๆต่อได้อีก

เขารู้บิดาหมายถึงอะไร หากเขาไม่อ่อนแอและสามารถเข้ารับราชการได้เช่นจุน ยังไงเสียตำแหน่งองครักษ์หรืออย่างน้อยตำแหน่งสูงในวังหลวงก็คงจะไม่พ้นนามของ ฟูจิวาระ ชิอุ อย่างแน่นอน

แต่เพราะเขาเป็นเช่นนี้ ขั้วอำนาจของตระกูลฟูจิวาระจึงเปลี่ยนไปทางท่านน้าหรือบิดาของ ฟูจิวาระ จุน เสียแทนเนื่องเพราะต้องรักษาเกียรติและขั้วอำนาจของตระกูลเอาไว้ คงไม่มีใครพึงพอใจหากบุตรชายของผู้นำตระกูลนั้นอ่อนแอ พึ่งพาไม่ได้ ดังนั้นชิอุจึงไม่ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับจุนเท่าใดนัก

หากเพียงเขาแข็งแกร่งเท่าจุนหรือซักเพียงครึ่งหนึ่ง

ท่านพ่อจะเลิกทำหน้าแบบนั้นใส่เขาได้บ้างหรือไม่กัน

ท่านแม่จะยิ้มเช่นนั้นให้เขาด้วยหรือไม่นะ

 

ข้าอิ่มแล้ว ขอตัวนะครับ มือเล็กวางตะเกียบลงอย่างเรียบร้อยเมื่อรู้สึกว่าตรงนี้มันอึดอัดเกินกว่าจะรับมือไหว ค้อมตัวเดินออกไปจากห้องแห่งนี้ตามมาด้วยสาวใช้ประจำตัว หากไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทตามแบบฉบับของผู้มีตระกูลสูงเขาคงจะวิ่งไปจากตรงนี้ให้รวดเร็วดั่งใจนึก

ท่านชิอุ...

ข้าขออยู่คนเดียวสักพักชิอุเลื่อนบานประตูปิดโดยไม่สนคำทัดทานจากคนรับใช้ ทันทีที่ประตูปิดสนิทร่างทั้งร่างก็ทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลร่วงลงมา 

เช่นนี้สินะ ใครก็หาว่าข้าอ่อนแอ แม้นไม่มีเสียงสะอื้นไห้นอกจากพียงหยดน้ำตาไหลรินอาบแก้มทั้งสอง ชิอุเองก็ค่อนขอดตัวเองเพื่อย้ำคำว่าอ่อนแอแก่ตัวเอง ดวงตากลมทั้งสองหลับลงอย่างเหนื่อยอ่อน หรือบางทีเขาควรจะไปจากที่แห่งนี้ ไม่ต้องอยู่เป็นที่รำคาญใจของท่านพ่อและท่านแม่

คิดดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยเดินไปทางระเบียงที่เปิดโล่งจนเห็นสวนหลังเรือน ภาพของต้นซากุระที่มันยังคงผลิดอกสีขาวสวยบนต้นของมันปรากฏเบื้องหน้า สายลมของฤดูใบไม้ผลิพัดอ่อนๆจนทำให้กลีบสีขาวค่อยร่วงลงมาตามแรงลม มือเล็กแบออกเพื่อรับมันเอาไว้

เจ้าหมาป่านั่นจะไปที่ใดกันแล้วนะ ชิอุพึมพำ ต้นซากุระต้นนี้ทำให้นึกถึงหมาป่าสีทองตัวใหญ่ตัวนั้นที่เมื่อวานมันยังนอนซมอยู่ตรงนี้จนดูท่าจะไม่รอด หากแต่ผ่านไปเพียงหนึ่งราตรีมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ทั้งทีปางตายเช่นนั้นมันก็ดั้นด้นมาจนถึงที่แห่งนี้

เจ้านี่ช่างแข็งแกร่ง

 

หากข้าแข็งแกร่งได้เช่นนั้นบ้าง... ดวงตาคู่สวยเหม่อมองต้นซากุระใหญ่อย่างตัดพ้อ

 

ต้นซากุระที่ทั้งปีมันจะเบ่งบานได้เพียงครั้งแล้วร่วงโรยไป แต่เพราะเช่นนั้นมันถึงได้งดงาม

เจ้าหมาป่าสีทองที่แม้จะใกล้ตายยังคงไม่ละความพยายาม แต่เพราะเช่นนั้นมันถึงแข็งแกร่ง

 

แล้วถ้าเจ้าหมาป่านั้นกลับไปที่ป่าสนธยากันละ…” ชิอุสะดุดกับความคิดของตัวเอง ยอมรับว่าตอนนี้เรื่องของหมาป่านั้นกลับมาทำให้เขากังวลใจมากกว่าจะตัดพ้อเรื่องของตัวเองต่อไปได้ อีกไม่กี่วันอาคันตุกะจากต่างแดนจะมาเยือนและองค์ชายโยรุจะพาไปล่ามันตามคำบอกเล่าของจุน

 

ดูทีหมาป่าจะไม่รอดแน่นอน ขนาดพี่จุนยังทำมันเป็นแผลยาวได้ขนาดนั้น

ฝีมือขององค์ชายโยรุแทบไม่ต้องสงสัยเลย...มันได้ตายอย่างแน่นอน

 

แม้เขาจะไม่ค่อยได้ออกไปไหนแต่ก็มีไม่กี่ครั้งที่เคยไปดูจุนประลองดาบ และมีอยู่สองครั้งที่เคยเห็นจุนปะมือกับองค์ชายโยรุ จากวันนั้นชิอุยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนอย่างองค์ชายโยรุยังจำเป็นต้องมีองครักษ์อีกหรือ

ข้าควรทำเช่นไรดี จากความเศร้าเมื่อครู่จนทำให้แทบไม่มีแรงเดินกลายเป็นว่าตอนนี้ร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีดำกำลังเดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น เขาคิดไม่ตกว่าเขาจะช่วยชีวิตเจ้าหมาป่าได้อย่างไรหากมันกลับไปที่ป่านั้นจริงๆ เพราะเข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น

 

แล้วถ้าเขาไปที่ป่านั้นด้วยละ

บางทีนี่อาจจะเป็นข้อพิสูจน์ให้ท่านพ่อได้เห็นว่าเขาเองก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ!

 

.

 

..

 

 

แสงจากคบไฟส่องไปทั่วบริเวณท่ามกลางราตรีกาล เหล่ามหาดเล็กหลายสิบนายยืนเฝ้าอยู่ทุกจุดของกำแพงหินที่ล้อมรอบบริเวณพระราชวังหลวงเอาไว้ แม้นที่แห่งนี้จะมิได้อนุญาตให้ใครเข้ามาได้ง่ายๆแต่ก็หาใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป เพราะพวกที่ประสงค์ร้ายต่อราชวงศ์นั้นยังคงมีอยู่ ดังนั้นในยามรัตติกาลเช่นนี้การเฝ้าเวรยามยิ่งแน่นหนายิ่งกว่าตอนฟ้าสว่างเป็นเท่าตัวและยิ่งมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกเมื่อตอนนี้มีองค์ชายทั้งสองจากต่างแดนมาพำนัก

ข้าต้องขอบคุณท่านจริงๆที่ดูและข้ากับน้องชายเป็นอย่างดี องค์ชายแบคฮยอนเอ่ยกล่าวขอบคุณหลังมื้ออาหารค่ำดำเนินไปได้อย่างน่าพึงพอใจ ข้างกันเป็นองค์ชายคยองซูทีค้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท

อย่ากล่าวเช่นนั้น นี่เป็นหน้าที่ของข้าที่ต้องดูและพวกท่านทั้งสองให้ดีอยู่แล้วองค์ชายโยรุบอกพลางยิ้มกว้าง แม้จะบอกว่าเป็นหน้าที่หากแต่ส่วนหนึ่งเขาดีใจมากเสียด้วยซ้ำที่ได้มีมิตรใหม่เป็นองค์ชายเหมือนกันหนำซ้ำยังอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน

แล้วที่ท่านบอกว่าจะชวนพวกข้าสองคนไปนั่นคือที่ใดกัน

มันคือป่าสนธยา ที่นั่นมีหมาป่าสีทองตัวใหญ่อยู่ ฟังดูน่าสนใจไหมละองค์ชายโยรุบอกด้วยท่าทางตื่นเต้นจนองค์ชายที่เหลือทั้งสองต้องยิ้มออกมา หากไม่นับว่าเป็นองค์ชายแล้ว คนตรงหน้าก็เสมือนเด็กชายวัยรุ่นทั่วไปที่ชอบทำอะไรสนุกๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้พวกเขาทั้งสองรู้สึกไม่เกร็งยามอยู่ต่อหน้าองค์ชายโยรุ

เสียงสนทนาขององค์ชายทั้งสามตามด้วยเสียงหัวเราะที่ดังเล็ดลอดบานประตูโชจิทำให้บ่าวไพร่รวมไปถึงจุนที่นั่งรออยู่ด้านนอกรู้สึกดีใจร่วมไปด้วย หากการเจรจาสงบศึกนี้เป็นไปได้ด้วยดีก็คงจะเป็นผลดีกับทั้งสองประเทศและความสงบสุขตามแนวปะทะที่น่านน้ำที่เป็นเขตแบ่งของทั้งสองคงจะตามมา

ท่านจุนขอรับ มีคนมาขอพบท่านไม่ทันที่จุนจะได้นึกอะไรต่อ มหาดเล็กนายหนึ่งก็เดินมาแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขา

ใครกันชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ยามนี้ไม่น่าจะมีใครมาขอพบเขา

ท่านฟูจิวาระ ชิอุ ขอรับ

เจ้าแน่ใจหรือจุนเบิกตาโต หากมีคนที่ต้องการพบเขาในเวลานี้เขาคิดว่าชิอุจะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะนึกถึง เพราะน้องชายคนนี้เรียกได้ว่าแทบไม่ได้ออกจากเรือนหลังนั้นเสียด้วยซ้ำ

นี่ขอรับ เมื่อเห็นผู้ที่มียศเหนือกว่ามายังคงทำหน้าไม่เชื่อจึงยื่นของสิ่งหนึ่งที่จะยืนยันในคำพูดได้ส่งให้ดู องค์รักษ์หนุ่มรับมันมาดูอย่างพิจารณา เหรียญตราประจำตระกูล ฟูจิวาระ ใช่ว่าจะใครมีได้หากไม่ใช่คนในตระกูล

นำทางข้าไป ไม่รอช้าเขาก็สั่งมหาดเล็กคนนั้นทันทีก่อนจะหันมาสั่งการเหล่าคนที่เหลือไว้ว่าหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับองค์ชายโยรุให้รีบแจ้งแก่เขาทันที

จุนเดินออกมาจากเรือนรับรองแขกได้ไม่ไกลก็พบเห็นร่างของน้องชายยืนอยู่คู่กับสาวใช้ประจำตัว แม้เขาจะพยายามมองหาคนอื่นๆแต่ก็ไม่เห็นจนเป็นที่กระจ่างว่าคงพากันมาแค่สองคน ดวงตาดุส่งไปให้สาวใช้คนนั้นที่หันมาสบกับเขาพอดีอย่างคาดโทษ ฐานที่พานายน้อยออกมาข้างนอกแล้วยังพามาถึงที่แห่งนี้อีก

พี่จุน!” เสียงหวานเอ่ยเรียกก่อนจะวิ่งเข้าไปหา

เจ้ามาทำอะไรที่นี่!”

พี่จุนอย่าดุข้าสิ ข้ามีเรื่องมาขอร้องเมื่อรู้ว่าคนเป็นพี่เริ่มจะทำท่าไม่ดีก็ใช้เสียงเล็กๆนั่นอ้อนเข้าใส่ก่อนจะถูกดุไปมากกว่านี้ เสียงถอนหายใจจากจุนอย่างระอาเป็นสัญญาณที่ดีว่าคงจะรับฟังสิ่งที่ชิอุต้องการแล้ว

ว่ามาก่อนที่ข้าจะทำโทษเจ้า

ข้า...เอ่อ...ข้าอยากจะไปล่าสัตว์กับพวกท่านด้วย ตอนแรกชิอุก็ลังเลว่าควรจะบอกออกไปดีหรือไม่ แต่หลังจากทบทวนตัวเองอยู่หลายวันจนได้ข่าวว่าอาคันตุกะต่างแดนมาถึงที่วังหลวงแล้วก็มั่นใจในสิ่งที่ตนเองคิด อีกทั้งตอนนี้ก็เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็คงต้องทำให้ถึงที่สุด มือเล็กทั้งสองกุมที่อกไว้แน่นเพราะหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

เขาคิดว่าตัวเองในตอนนี้ใจกล้าบ้าบิ่นไม่น้อยข้อแรกเลยเขาไม่เคยล่าสัตว์ แม้แต่ดาบยังจับนับครั้งได้ แน่นอนว่าไปล่าสัตว์ก็คงจะไปเป็นตัวถ่วงเสียเปล่าๆ

ส่วนข้อสองนี่เรื่องใหญ่เพราะว่านี่เป็นการไปล่าสัตว์ขององค์ชายโยรุ มันไม่ใช่เรื่องที่ชิอุจะสามารถทำตามอำเภอใจด้วยการขอไปด้วยได้แบบนี้

แต่เขารู้ดีและระหว่างทางมาที่แห่งนี้ก็คิดหลายรอบแล้วว่าเขาต้องตามหาหมาป่าตัวนั้นให้ได้

เขาช่วยมันเอาไว้ ก็ไม่อยากจะให้มันต้องตายไป...

คนอ่อนแอคนนี้ก็อยากจะลองปกป้องคนแข็งแกร่งดูบ้าง

 

ชิอุ ถ้าเจ้ากลับไปตอนนี้ข้าจะทำเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น จุนพยายามสงบสติอารมณ์เมื่อได้ยินคำขอที่ไม่น่าเชื่อจากน้องชายร่วมตระกูล เขาคิดว่าชิอุฉลาดและไม่น่าจะมาขออะไรที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้

พี่จุน ข้าขอร้อง

ท่านลุงสั่งเจ้ามาหรือ ไม่สิถ้าเป็นเช่นนั้นคนติดตามเจ้าควรจะมากกว่าสาวใช้หนึ่งคน จุนมองหน้าสาวใช้คนนั้นสลับกับคนเป็นนายอย่างคาดโทษจนเธอแทบจะมุดหัวลงไปใต้ดินแล้วหากทำได้ ใครๆก็รู้ว่า ฟูจิวาระ จุน ผู้เป็นองครักษ์ขององค์ชายโยรุดุแค่ไหน ที่ใจดีนั่นก็เพราะชิอุคนเดียวเท่านั้นหรอก

พี่จุน ท่านมักบอกข้าเสมอไม่ใช่เหรอว่าควรหาโอกาสไปข้างนอกบ้างเมื่อขอร้องปกติไม่เป็นผลการเลยหยิบยกคำพูดของคนเป็นพี่มาอ้างถึง แน่นอนว่าชิอุรู้ดีว่ามันแทบไม่ได้ผลหรอกเพราะนี่ไม่ใช้การออกไปข้างนอกธรรมดา

ข้าไม่ได้หมายถึงการที่เจ้าออกไปล่าสัตว์ซึ่งเป็นประสงค์ขององค์ชายโยรุ

แต่ว่า...

ไม่มีแต่ ตอนนี้เจ้าควรกลับไปที่เรือนของเจ้าได้แล้วก่อนที่ข้าจะส่งคนมาทำโทษเจ้านะชิอุ สีหน้าของคนเป็นพี่ขึงขังดุดันจนชิอุแทบจะถอดใจถ้าไม่บังเอิญว่ามีอีกเสียงดังขึ้นมา

เอะอะอะไรกันจุน แล้วนั่นใครกัน

องค์ชายโยรุ!!” ทั้งจุนและชิอุประสานเสียงตอบก่อนจะก้มลงไปคุกเข่าเมื่อผู้ได้นามว่าเป็นองค์ชายรัชทายาทแห่งประเทศเดินมาตรงที่ทั้งสองยืนอยู่ ตามมาด้วยองค์ชายจากต่างแดนทั้งสอง

องค์ชายแบคฮยอนและองค์ชายคยองซู

เอ...เจ้าหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน องค์ชายโยรุพินิจเพ่งมองชายร่างเล็กกว่าองครักษ์ของเขาเล็กน้อยแล้วใช้มือลูบคางพลางใช้ความคิด

หม่อมฉันมีนามว่า ฟูจิวาระ ชิอุ น้องชายของท่านจุนขอรับ ชิอุตอบคำถามนั่นอย่างทันที ตอนนี้ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างยิ่งกว่าตอนที่จุนทำหน้าดุใส่เสียอีก การที่เขาเข้ามาวังหลวงโดยอาศัยตราของตระกูลเป็นใบเบิกทางก็นับว่ามีความผิดมากโขแล้ว

อ๋อ! ข้าจำได้แล้ว เจ้าคือเด็กคนที่เคยมาดูข้าประลองกับจุนแล้วทำแผลให้จุนตอนนั้นสินะ

กระหม่อมจะรีบพาชิอุกลับไปเดี๋ยวนี้ ขอประทานอภัยด้วยพะยะค่ะองค์ชาย เมื่อผู้เป็นนายคลายข้อสงสัย องครักษ์หนุ่มก็รีบชิงตัดบทก่อนที่น้องชายอาจจะโดนคาดโทษได้

เดี๋ยวสิ พวกเจ้ามีอะไรกันหรือเปล่า จู่ๆองค์ชายคยองซูผู้ที่จุนคิดว่าพูดน้อยกว่าผู้เป็นพี่อย่างองค์ชายแบคฮยอนกับเอ่ยถามออกมาเป็นประโยคยาวทำเอาทั้งองค์ชายทั้งสองและจุนต้องอดสนใจไม่ได้ ร่างเล็กนั่นเดินมาเบื้องหน้าของชายหนุ่มอีกคนที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่

เจ้าน่าสงสาร...

เอ๊ะ…?” ชิอุแหงนมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยในประโยคเมื่อครู่

ข้ามีนามว่าคยองซู เอาล่ะเจ้าจะบอกข้าได้หรือไม่ว่ามีอะไรหรือถึงได้มาที่วังหลวงยามวิกาลเช่นนี้ องค์ชายคยองซูแนะนำตนเองแล้วถามต่อโดยที่ไม่ได้ขยายความประโยคเมื่อครู่ของตนเอง ดวงตากลมของชิอุจ้องมองชายเบื้องหน้าอย่างฉงนสงสัย แต่เพราะตนเป็นผู้น้อยดังนั้นก็ควรเก็บความสงสัยนั่นไว้แล้วตอบคำถาม

หม่อมฉัน....แค่อยากจะไปล่าสัตว์ด้วย

หือ?” เป็นองค์ชายโยรุที่ส่งเสียงออกมา หากจำไม่ผิดเคยได้ยินจากจุนว่าน้องชายของตนไม่ค่อยแข็งแรงเลยมิได้จับดาบเรียนวิชาต่อสู่เช่นบุตรชายของตระกูลใหญ่อย่างที่ควรเป็น

น้องชายหม่อมฉันคงจะไม่สบายจนพูดเพ้อเจ้อเช่นนี้ องค์ชายทั้งสามอย่าใส่ใจเลยพะยะค่ะจุนพยายามบอกปัดเพราะกลัวชิอุจะได้รับโทษ

เดี๋ยวสิ ถ้าอยากไปก็ไปด้วยกันสิ ไปหลายคนน่าจะสนุกกว่ามิใช่หรือคราวนี้เป็นองค์ชายแบคฮยอนที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง เขาไม่ได้คิดว่ามันจะเสียหายหากมีคนไปด้วยอีกคน เพราะเท่าที่ฟังมาชายหนุ่มร่างเล็กกว่าตนคนนั้นก็เป็นถึงน้องชายขององครักษ์ประจำกายขององค์ชายโยรุ คงไม่ได้มีอะไรที่น่าจะเป็นอันตรายอย่างแน่นอน

อีกสาเหตุก็คงจะเป็นเพราะน้องชายเขาทักนั่นและนะ

ถ้าองค์ชายแบคฮยอนว่าเช่นนั้นข้าก็เห็นด้วย ฟูจิวาระ ชิอุ ข้าอนุญาตให้เจ้าไปกับพวกข้าได้ เมื่อได้ยินคำอนุญาตนั่นแล้วชิอุถึงกับยิ้มกว้าง ใบหน้าหวานที่เคยดูหวาดระแวงดูสดใสจนเรียกรอยยิ้มให้ทั้งองค์ชายโยรุ องค์ชายแบคฮยอน ส่วนจุนนั่นกำลังถอนหายใจออกด้วยความโล่งอกก่อนจะตามมาด้วยการนวดขมับเบาๆเพราะกลัวว่าชิอุอาจจะมีอาการกำเริบได้ระหว่างทางหรือไม่

เมื่อทั้งหมดตดลงกันได้แล้วชิอุขอตัวลากลับไปพร้อมทั้งขอโทษที่ทำให้เกิดความวุ่นวานในค่ำคืนนี้ จุนละจากองค์ชายโยรุแล้วเดินมาบอกกำชับให้ชิอุดูแลตัวเองให้ดีแล้วมาเจอกันในอีกสองวันข้างหน้าตามกำหนดการล่าสัตว์ขององค์ชายโยรุ ใบหน้าหวานนั่นพยักหน้าเพื่อบอกว่าตนเองทราบดี อากัปกิริยาทั้งหมดอยู่ในสายตาขององค์ชายคยองซูจนผู้เป็นพี่ต้องมองตาม

เจ้าติดใจอะไรอย่างนั้นหรือคยองซู

เด็กน้อยที่น่าสงสารคนนั้น...เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว

เจ้ามองเห็น บางอย่าง อีกแล้วสินะ องค์ชายแบคฮยอนพึมพำเบาๆเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน เขารู้ดีว่าน้องชายของตนมีดวงตาที่พิเศษมองเห็นอะไรที่คนทั่วไปมองไม่เห็น

ถ้าเหลือเวลาอีกไม่นาน ก็ช่างน่าสงสารเสียจริงนั่นละ...

.

..

...

 

องค์รักษ์หนุ่มตรวจสอบอาวุธของตนเองเฉกเช่นทุกวันที่ต้องปฏิบัติงาน แม้ว่ามันจะติดตัวเขาเสมอมาแต่ก็ไม่ควรตั้งตนในความประมาทในเมื่อสิ่งที่เขาต้องปกป้องนั้นมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด องค์ชายรัชทายาทคนเดียวของประเทศนี้ที่เขาสาบานจะปกป้องด้วยชีวิตตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่งนี้ หากแต่วันนี้องครักษ์หนุ่มใช้เวลาตรวจสอบนานกว่าปกติเล็กน้อยด้วยเพราะอีกคนที่เขาต้องปกป้องแม้จะไม่ใช่หน้าที่แต่เพราะเป็นสายเลือดแห่งตระกูลเดียวกัน

ฟูจิวาระ ชิอุ

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรน้องชายต่างบิดามารดาของขาคนนี้ยืนกรานจะมาร่วมขบวนล่าสัตว์ด้วย พอถามไปก็บอกว่าสนใจเรื่องหมาป่าสีทองที่เคยเล่าให้ฟังไป แต่จุนคิดว่ามันดูเป็นเหตุผลที่อ่อนมากเพราะถึงขนาดที่เจ้าตัวยอมแอบบิดาขออกมาที่วังหลวงยามวิกาลอีกทั้งมาขอองค์ชายเพื่อไปล่าสัตว์ด้วยนั้นคงไม่ใช่แค่เพราะสนใจแค่หมาป่าอย่างแน่นอน

จะว่าไปเขาก็ไม่แน่ใจนักว่าหมาป่าตัวนั้นจะยังอยู่ดีไหมหลังจากโดนฟันเข้าไปกลางหลังแบบนั้น ซึ่งเรื่องนี้เขาได้ปิดไว้เป็นความลับไม่ได้บอกองค์ชายโยรุออกไปไม่เช่นนั้นคงโดนทำโทษฐานไปแย่งล่าเจ้าหมาป่านั่นแทน

ท่านจุน ได้เวลาแล้วขอรับมหาดเล็กเดินมาแจ้งเมื่อนายเหนือหัวทั้งสามต่างเตรียมตัวพร้อมกันหมดแล้ว

 

หลังจากออกเดินทางแต่ช่วงสายเพื่อมุ่งตรงมายังป่าสนธยาด้วยม้าเร็วฝีเท้าดีของวังหลวง องค์ชายทั้งสาม  องครักษ์หนุ่มและผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มาแบบกรณีพิเศษ รวมไปถึงทหารอีกสี่นายก็มาถึงที่หมายส่งเสียงหยุดม้าเอาไว้เนื่องจากดำเนินมามาถึงชายป่าที่เต็มไปด้วยต้นไผ่หลายร้อยต้นเรียงตัวสวย เสียงเสียดสีไปมาของมันช่างดูสงบสุขจนชิอุอดคิดไม่ได้ว่าทำไมหลายๆคนถึงชมชอบการออกล่าเพื่อทำลายความสงบเหล่านี้ไปกัน

เมื่อม้าหยุดวิ่งทั้งหมดลงมาจากหลังม้าเพราะหากต้องการล่าสัตว์การขี่ม้าเข้าไปในป่าคงเป็นวิธีการที่โง่เขลาที่สุดเพราะฝีเท้าของมันจะทำให้สัตว์ป่าแตกตื่นจนไม่เจอเหยื่อยที่ต้องการล่าเสียสักตัว

เอาละ เจ้าควรจะรออยู่แถวนี้ จุนเอ่ยบอกน้องชายที่ร่วมนั่งม้าตัวเดียวกันมาเพราะชิอุขี่ม้าไม่แข็ง จนองค์ชายโยรุอนุญาตให้จุนดูแลแทน

ข้าขอเดินตามไปด้วย

ทำไมเจ้าดื้อแบบนี้นะ จุนบ่นพลางทำหน้าดุใส่

ไหนๆข้าก็ได้มาแล้ว พี่จุนอย่าดุข้าเลย

เจ้าได้เอาสร้อยที่ข้าเคยให้ไว้มาด้วยหรือไม่ ชิอุ คนเป็นพี่ถามถึงของที่เคยให้ไปเพราะหวังว่ามันจะเป็นเครื่องรางที่คุ้มครองผู้ใส่ได้ และหากต้องการให้มันมีผลแล้วละก็เวลานี้คงเป็นเวลาที่เขาภาวนาให้มันคุ้มครองชิอุได้อย่างที่หวัง

ข้า...ข้าลืมมันไว้น่ะ ชิอุตอบจะกุตะกัก จะให้จุนรู้ไม่ได้ว่ามันได้หายไปพร้อมหมาป่าสีทองตัวนั้น

 

ก็นี่แหละเหตุผลที่เขาต้องมาป่าแห่งนี้

 

นี่พวกเจ้าเสียงดังแบบนี้กระทั่งกระรอกก็หนีไปหมดแล้วล่ะ องค์ชายแบคฮยอนหันมาตำหนิสองพี่น้องก่อนจะกระชับดาบในมือของตนแน่น ดูท่วงท่าจะชำนาญเสียทีเดียว ในขณะที่องค์ชายคยองซูจับกระบอกคันธนูสะพายกับบ่าตนเองให้ได้ถนัดมือ

เสียงฝีเท้าเบาๆของหลายชีวิตค่อยเดินไปในป่าลึกเข้าไปเรื่อยๆ จากต้นไผ่หลายร้อยต้นที่เสมือนเป็นประตูต้อนรับผู้มาเยือนในตอนนี้ทั้งหมดได้เดินมาถึงจุดที่พ้นป่าไผ่มาลึกมากแล้ว ร่มไม้สูงบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายเริ่มสาดส่องมาได้ไม่มากเพราะกำแพงต้นไม้สูง

ชิอุมองรอบทิศด้วยความรู้สึกหลากหลาย ดวงตากลมมีประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าสวนหลังเรือนของตนจะสวยมากแล้วในความคิดของเขา แต่ในป่าสนธยาที่มีต้นไม้น้อยใหญ่กับสวยกว่ากันมากโข กระนั้นมือน้อยๆยังกุมไว้ที่อกด้วยความหวาดระแวงเพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดโผล่ออกมาทำร้ายในยามเผลอไผล

กระนั้นดวงตาก็ยังคงมองหาอะไรก็ตามที่พอจะเป็นหมาป่าสีทองตัวนั้นได้

เจ้าตามหาสิ่งใดอยู่หรือองค์ชายคยองซูถามคนข้างตัว

เอ่อ...อ๋อ หม่อมฉันไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกเลยอยากจะจดจำรายละเอียดวันนี้ให้ดีเพราะไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อใด ชิอุเลือกโกหกออกไปคำโต เขาหวังว่ามันจะทำให้องค์ชายคยองซูเชื่อ

อย่างนั้นเหรอ...

นี่จุน เจ้าว่าหมาป่าตัวนั้นยังมีอยู่หรือ นี่เราเดินมาไกลมาอย่าว่าแต่หมาป่าเลย แม้กวางซักตัวก็ไม่เห็น

อาจจะต้องไปลึกกว่านี่อีกซักหน่อยนะขอรับองค์ชายโยรุ จุนตอบแม้ในใจจะสงสัยไม่แพ้กันว่าทำไมมันถึงได้เงียบสงัดผิดปกติเช่นนี้

เอาน่าอย่าใจร้อนเลย ตอนนี้เราพักกันก่อนก็ได้นะเป็นองค์ชายแบคฮยอนที่เอ่ยเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น รอยยิ้มหวานขององค์ชายต่างแดนทำให้ขบวนเดินทางยอมพักตามที่บอก

หารู้ไหมว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองตรงมาที่ร่างเล็กบอบบางผู้ที่ไม่ได้ถืออาวุธเพียงคนเดียวในกลุ่ม...

.

..

...

 

แม้ก่อนหน้านี้องค์ชายแบคฮยอนจะพกความร่าเริงสดใสมาเต็มที่ แต่บัดนี้เพราะความเหนื่อยล้าเพราะเดินทางเท้าร่วมหลายชั่วโมงประกอบกับก่อนหน้านี้อากาศร้อนแห้งเสียจนต้องยกน้ำมาดื่มจนแทบหมดและพออากาศหายร้อนกลายเป็นว่าเสียงฟ้าเริ่มคำรามเพื่อบอกเตือนว่าอีกไม่นานคงจะได้มีพายุโหมกระหน่ำ หากไม่เห็นว่าองค์ชายโยรุหรือจุนมาด้วยแล้วเขาก็อดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นการลวงมาฆ่าอย่างไรอย่างนั้น เพราะนอกจากกวางสองสามตัวที่โดนศรของน้องชายตนยิงเข้าก็ไม่มีวี่แววหมาป่าสีทองเลย

ชิอุ เจ้ายังเดินไหวหรือไม่ จุนหันไปถามน้องชายของตนที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มซีดเซียวจนทหารอีกสองคนต้องคอยประคองไว้ตลอดทางไม่ให้ล้ม

ว...ไหว เสียงหวานติดแหบพร่าตอบออกไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เขารู้สึกผิดจริงๆที่ต้องมาเป็นภาระคนอื่นเช่นนี้ ดีที่องค์ชายโยรุใจดีเกินกว่าจะมาตำหนิอะไรแม้ดูทีแล้วจะเหนื่อยไม่ต่างกันก็ตาม

องค์ชายพะยะค่ะ หม่อมฉันว่าวันนี้เรากลับก่อนดีหรือไม่ จุนเสนอความเห็นเพราะรู้สึกว่าแสงจากตะวันจะเริ่มคล้อยซึ่งมันจะเป็นอันตรายอย่างมากหากยังคงอยู่ในป่าในช่วงค่ำมืดและตอนนี้ฝนฟ้าก็เริ่มจะไม่เป็นใจแล้ว

อีกทั้งเขาเป็นห่วงสุขภาพของชิอุด้วย เขาจำได้เมื่อครั้งชิอุยังเด็กแล้วมาฝึกวิชาดาบกับเขา แค่สู้กันได้ไม่นานน้องชายของเขาก็ทรุดลงไปกองกับพื้นพร้อมหอบหายใจหนักจนเกือบตาย เขากลัวว่าหากฝืนเดินลึกไปมากกว่านี้ชิอุจะมีสภาพเช่นนั้นอีกแน่

แต่ว่า...องค์ชายโยรุแสดงสีหน้าวิตก เพราะสัญญากับองค์ชายต่างแดนแล้วว่าจะมาล่าหมาป่าแต่พอเป็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าตนเองผิดคำพูดไม่ได้

พวกข้ายังอยู่ที่นี่อีกหลายวันนัก ข้าคิดว่ามาวันหลังคงยังไม่สาย องค์ชายแบคฮยอนที่พอจะเดาความคิดอีกคนได้ออกเอ่ยให้กำลังใจไม่ให้องค์ชายแห่งประเทศนี้ต้องคิดมาก

เช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดประสงค์ของท่าน เอาล่ะพวกเรากลับกันเถอะ

ทันทีที่ทุกคนตัดสินใจหันหลังกลับ สายฝนเม็ดน้อยใหญ่ก็ตกลงมาราวกับฟ้ารั่ว จุนสั่งให้ทหารสองนายวิ่งประกบองค์ชายต่างแดนทั้งสองเพื่อคอยระวังมิให้ลื่นล้มเพราะพื้นดินตอนนี้เริ่มชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน และสั่งให้อีกนายจับชิอุขึ้นขี่หลังเพราะคงหวังพึงให้เจ้าตัววิ่งเองคงไม่ได้ ส่วนตนนั้นคอยประกบองค์ชายโยรุเอาไว้ตามหน้าที่องครักษ์ เม็ดฝนทำให้ทัศนะวิสัยข้างหน้าค่อนข้างแย่จนจุนถึงกับหงุดหงิด

ฮ่าๆๆ แบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบมิใช่หรือจุน เจ้าจะหงุดหงิดทำไม ผู้เป็นนายถามเมื่อเห็นสีหน้าองครักษ์ประจำตัวไม่ค่อยดีนัก

มันอันตรายนะพะยะค่ะ แบบนี้ถ้ามีศัตรูละก็เราแทบจะตกเป็นเป้าได้ง่ายจุนตอบพลางหันมองรอบข้าง สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เดินลำบากดังนั้นแต่ละคนเริ่มเดินห่างกันออกไปแต่ยังคงรักษาระยะเอาไว้ได้บ้าง

ไร้สาระน่า ใครจะตามมาฆ่าเราถึงในป่านี้

ท่านไม่ควรประ...

อ๊าก!!!!!!” ไม่ทันได้พูดจบ เสียงร้องของใครในกลุ่มทำให้จุนต้องชักดาบที่ข้างเอวออกมาโดยไว้ พยายามเพ่งสายตาผ่านสายฝนไปมองว่าเป็นใครในขณะที่มืออีกข้างกันองค์ชายโยรุเอาไว้

เจ้าไปดูองค์ชายทั้งสองกับชิอุ ข้าดูแลตัวเองได้ พูดจบองค์ชายโยรุก็กระชับดาบไว้ในมือแน่น เงาไหววูบด้านข้างทำให้ต้องหันไปมองก่อนจะใช้ความเร็วกว่ารับดาบที่หมายมั่นจะบั่นลงคอเอาไว้ทันท่วงที

ช้าไป!!” ร่างสูงยกขาขึ้นถีบศัตรูในชุดดำก่อนจะปักดาบลงยังร่างที่ล้มอยู่ให้สิ้นใจทันที จุนมองเห็นนายของตนเองกำจัดศัตรูลงอย่างง่ายดายก็ใจชื้นแต่ก็ยังละล้าละหลังด้วยเพราะความเป็นห่วงอยู่ ไม่ทันไรก็มีกลุ่มชายชุดดำหลายชีวิตมาล้อมเอาไว้จนทำให้หัวเสียเพราะเริ่มเป็นห่วงชิอุที่สุด เพราะองค์ชายแบคฮยอนและองค์ชายคยองซูดูจะมีฝีมือไม่น้อยไปกว่าตนหรือองค์ชายโยรุเท่าใด

จุนพยายามเพ่งสายตามองไปด้านหลังแต่ก็ต้องมองไม่นานเมื่อศัตรูจู่โจมเข้ามา เสียงดาบกระทบกันก่อนจะตามไปด้วยร่างของศัตรูที่ล้มลงไป เขาอยากจะรีบจัดการตรงนี้ให้ไวที่สุดก่อนที่ชิอุและองค์ชายทั้งสองจะเป็นอะไรไป

อีกด้านหนึ่ง ชิอุมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจระทึกเพราะร่างของทหารที่แบกเขามานอนจมกองเลือดทั้งที่ศรยังคงปักที่อก โชคดีที่มันไม่ได้ทะลุมาถึงเขาจึงรอดมาได้ กระนั้นเขาไม่ได้พึงใจเลยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนตายต่อหน้า ขาทั้งสองสั่นจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ไหว

ชิอุ เจ้าลุกขึ้นมาก่อนที่เจ้าจะเป็นเป้านิ่งให้มันฆ่า!!” เสียงองค์ชายคยองซูเอ่ยในขณะที่ใช้ศรยิงไปยังพวกชุดดำเหล่านั้น

เจ้าพวกนี้มันมาจากไหนกันนักหนา เสียงองค์ชายแบคฮยอนที่เข้ามาช่วยอีกแรงเอ่ยขึ้น ชิอุใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยเพราะอย่างน้อยคนสำคัญทั้งสองยังไม่เป็นอะไร

เจ้า ลุกขึ้นซะ องค์ชายคยองซูหันมาหาชิอุก่อนจะยื่นมืออกไปให้อีกฝ่ายจับยึดร่างให้ลุกขึ้นมา และเพราะลดการป้องกันลงเช่นนี้เป็นผลให้ฝ่ายศัตรูใช้ช่องเข้ามาทำร้าย

องค์ชาย ระวัง!!” ด้วยความตกใจชิอุรีบดึงร่างขององค์ชายคยองซูให้ล้มลงจนชายที่เงื้อดาบสูงพลาดที่จะฟันลงไปที่ร่างของผู้สูงศักดิ์ แต่มันก็ยังสะบัดลงไปฟันที่ขาของชิอุแทน

อ๊าก!!!!!!!” เสียงผู้หมายทำร้ายองค์ชายคยองซูดังขึ้นเพราะถูกฟันไปที่กลางหลัง เมื่อร่างนั้นล้มลงก็ปรากฏเป็นร่างองค์ชายแบคฮยอนที่ยืนหายใจหอบหนักเพราะความตกใจอยู่ด้านหลังมัน เมื่อครู่เขาคิดว่าจะเสียน้องชายไปเสียแล้ว

พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่

ข้าไม่เป็นอะไร แต่ชิอุโดนฟันที่ขา องค์ชายคนน้องบอกพร้อมจะพยุงร่างเล็กนั่นขึ้นมา

คยองซู เจ้ามาช่วยข้าจัดการไอ้พวกนี้ก่อน มันมีกันหลายสิบ คงซุ่มรออยู่นาน องค์ชายคนพี่ประเมินสถานการณ์แล้วว่าการสู้คงเป็นการป้องกันตัวที่ดีที่สุด เสียงประดาบจากที่ใกล้ๆกันคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นองค์ชายโยรุและจุนทำเอาต้องเครียด แม้พวกเขาจะเก่งแต่ด้วยจำนวนอาจจะทำให้เพลี่ยงพล้ำได้

ชิอุมองภาพองค์ชายทั้งสองที่ยังอยู่ในวงล้อมของศัตรูท่ามกลางสายฝนหนัก ดวงตาของเขาเริ่มพร่าเลือนไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฝนหรือเพราะตนเสียเลือดมากไป แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาห่วงตัวเองเท่านักเพราะตอนนี้เขารู้สึกเกลีบดตัวเองเสียมากกว่า

 

หากเข้มแข็งคงไม่เป็นเช่นนี้

 

หากข้าสามารถช่วยองค์ชายทั้งสองต่อสู้ได้บ้าง

 

ข้ามันช่างน่าผิดหวังดั่งที่ท่านพ่อว่าเอาไว้...

 

ตายซะ เสียงชายชุดดำที่ไม่รู้โผล่มาจากที่แห่งใดเงื้อดาบขึ้นเมื่อเห็นร่างเล็กนั่งนิ่งจนแทบไม่ต้องออกแรงสู้เลย มันไม่รู้หรอกว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร แต่คำสั่งที่ได้รับมาคือฆ่าทุกคนให้เรียบดังนั้นจึงไม่ต้องสนใจว่าใครเป็นใคร

อ๊าก!!!!” สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ใช่ภาพของเขาที่โดนดาบสีเงินนั้นฟันเข้าร่าง แต่เป็นภาพของชายชุดดำล้มลงไปนอนกับพื้น ร่างนั้นดิ้นพล่านอย่างทรมานก่อนจะขาดใจตายในที่สุด กองเลือดที่ไหลออกมาจากลำคอเป็นเพราะแผลเหวอะขนาดใหญ่ที่เกิดจากคมเขี้ยวของสัตว์ป่า

เจ้า... เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างยากเย็นเพราะไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตนเห็น

 

นั่นเพราะหมาป่าสีทองอยู่ตรงเบื้องหน้าชิอุแล้ว...

 

ภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไป

 

.

..

 

เสียงนกน้อยร้องอย่างเบิกบานขับขานรับแสงอาทิตย์ที่มาเยือนในเช้าวันใหม่ ความสดใสของท้องฟ้าในฤดูใบไม้ผลินั่นราวกับเรื่องโกหก เสมือนเมื่อวานไม่เคยมีพายุกระหน่ำหนักขนาดนั้น ความอบอุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิช่างน่าอภิรมย์แต่คงไม่ใช่กับเจ้าของร่างเล็กที่มีเรือนผมสีดำสนิท เพราะบัดนี้ดวงหน้าขาวนั้นขึ้นสีแดงจัดเพราะพิษไข้จนดูน่าสงสาร แผ่นอกกระเพื่อมหนักยามหอบหายใจถี่เพราะอากาศในร่างกายดูจะไม่เพียงพอ

มือแกร่งแตะเข้าที่ใบหน้านั้นเพื่อตรวจดูความร้อนไล้มาตามลำคอแล้วจึงจับมือเล็กเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง สีหน้าเจ้าของมือไม่สู้ดีนักเมื่อรู้ว่าอาการแบบนี้คงเป็นไข้สูงเพราะเมื่อวานเปียกฝนอยู่นานขนาดนั้น ไหนจะแผลที่ขาที่คงอักเสบจนทวีคูณพิษไข้เข้าไปอีก

ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละ ชิอุเสียงทุ้มเอ่ยพึมพำก่อนจะใช้ผ้าขนสัตว์ห่มให้ร่างเล็ก ขายาวก้าวเดินออกไปหวังจะไม่รบกวนคนป่วยเพื่อให้พักได้เต็มที่ แต่ก็เพราะมือเล็กนั่นไม่ยอมปล่อยมือนี่แหละจนต้องหันมามอง

หืม?”

อย่า...ไป เสียงเล็กแหบพร่าตอบทั้งที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่ากำลังฝันอะไรกันอยู่แต่สีหน้าทรมานเช่นนั้นทำเอาเจ้าของมือใหญ่กว่าไม่สามารถทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวได้

เอาล่ะ เพื่อตอบแทนที่เจ้าช่วยข้าไว้ ข้าก็จะทำตามที่เจ้าขอก็แล้วกัน หมาป่าหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ในร่างของมนุษย์บอกพลางยิ้มให้คนไม่สบายจนรู้สึกแปลกใจตนเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยิ้มออกมากับแค่คนตัวเล็กอ้อน แม้จะเพราะพิษไข้ก็เถอะ

ร่างสูงโปร่งสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วจึงรั้งร่างเล็กเข้ามากอดแนบอก ดวงตามองดูคนหน้าหวานนอนหอบหายใจจนน่าสงสาร แต่เพราะแบบนั้นหรือเปล่านะเขารู้สึกว่าชิอุในตอนนี้ยิ่งดูน่ากอดเอาไว้อย่างนี้ให้นานๆ

 

แล้วริมฝีปากที่เผยออกแบบนั้น

อืม...บางทีหมาป่าก็หิวเป็นเหมือนกันละนะ

 

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มคิดอะไรไม่เข้าท่าก็ต้องเบนสายตาออกจากสิ่งอันตรายนามว่าชิอุ ความรู้สึกร้อนที่ใบหน้านี่ไม่รู้ว่าเพราะติดไข้ไปด้วยหรือไม่กันนะ เขาเองก็ใช้ชีวิตมานานพอที่ไม่ได้เดียงสาว่าการทำเช่นนี้มันค่อนข้างจะเสียมารยาทกับคนที่เพิ่งเคยเจอ ไม่สิต้องเรียกว่าชิอุไม่เคยเจอร่างนี้ของเขาด้วยซ้ำ แต่กลางป่าที่แทบจะไม่มีอะไรช่วยลดไข้ลงได้เลยการนอนกอดกันเช่นนี้ก็นับว่าเป็นอีกวิธีที่ใช่ได้ไม่ใช่หรือ

เจ้าหมาป่าหนุ่มคิดในใจก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเช่นกันก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปกว่านี้

 

ตื่นมาคงจะไม่ตกใจหรอกใช่ไหม

 

ชิอุ...

 

 

 

Talk: แหะๆๆๆ หายไปนานเลยง่า ไรท์คนนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ ช่วงนี้สังขารย่ำแย่ค่ะ ไรท์มีปัญหาเรื่อง Office syndrome ด้วย ปวดหัว ปวดตา ปวดหลัง จนพิมพ์อะไรนานไม่ค่อยได้ ต้องขอโทษด้วยนะคะสำหรับคนที่รออยู่ (มีไหมหนอ ยู้ฮู้ 5555) แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ไรท์ไม่ทิ้งฟิคแน่นอน จะแต่งไปเรื่อยๆแม้จะไม่มีคนอ่านก็แต่งเอาไว้อ่านเองได้ 5555

 

มาถึงตอนนี้ พระเอกที่น่าสงสารของเราก็ยังไม่ได้บอกชื่อตัวเองให้ชิอุรู้เลย เอาเป็นว่าตอนหน้าจะชดเชยให้นะจ้ะคิมไค เอาแบบหวานชนิดมดต้องไต่เลยดีไหม (แต่จริงๆคู่นี้ไรท์อยากให้หวานแบบต่างฝ่ายต่างเขินใส่กัน ผิดกับอีกคู่ที่ซื่อชุนชอบแกล้งซิ่วหมิน)

 

ตอนนี้บอกได้คำเดียวค่ะ เหนื่อย แย่แล้วร่างกาย 555

 

เจอกันตอนหน้าค่ะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #65 Oil_niji (@Oil_niji) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 07:56
    สู้ๆ นะคะไรท์เตอร์ แต่งสนุกมากค่ะ ตื่นเต้นตามชิอุเลย ไรท์เตอร์จะต้องไม่อ่านคนเดียวแน่นอน เพราะตรงนี้ยังมีคนรออ่านอยู่นะคะ ติดตามตอนหวานของไคหมิน หมาป่าสีทองกับหนุ่มน้อยผู้คิดว่าตัวเองอ่อนแอ~
    #65
    1
    • #65-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 10)
      29 สิงหาคม 2561 / 16:43
      ขอบคุณค่ะ ให้กำลังใจมาทุกตอนเลย กอดๆๆๆๆ
      รอติดตามชมตอนหน้านะคะ จะให้มีบทหวานบ้างแล้วจ้า ^^
      #65-1
  2. #64 มินซอกกี้ (@bambammieee_exo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 17:58
    แงงง สงสารชิอุ แล้วที่บอกว่าเหลือเวลาอีกไม่นานนี่คืออะไรอ่าาาา T^T
    #64
    1
    • #64-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 10)
      28 สิงหาคม 2561 / 21:09
      เดี๋ยวไรท์จะค่อยๆเฉลยนะจ้า ^^
      #64-1
  3. #63 kazu323 (@kazu323) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 10:48
    สนุกมากกกกก เขียนดีมาก ภาษาดี เนื้อเรื่องกระชับ ชิอุจังน่ารักกกก แต่ทำไมหนูเหลือเวลาอีกไม่นานล่ะ ท่านคยองเห็นอะไร หรือเหลือเวลาไม่มากเพราะต้องไปอยู่ในป่ากับหมาป่าสีทองที่อบอุ่นกว่าฮีทเต้อ ท่านโยรุยกเลิกแผนล่าหมาป่าเถอะ มันช่วยฆ่าชายชุดดำนะ รอตอนต่อไปจ้า
    #63
    1
    • #63-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 10)
      28 สิงหาคม 2561 / 14:46
      ขอบคุณค่า เขินนนนนนนน >////<
      ติดตามตอนต่อไปเนาะว่าใครกันแน่ที่มาลอบฆ่าทีมองค์ชาย
      ชิอุจังน่าสงสารมาสองตอนแล้ว ตอนหน้าจะให้หวานๆบ้างละ อิอิ
      #63-1
  4. #62 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 04:02

    เหลือเวลาอีกไม่นานคือแบบไหน ตาย หรือเวลามนุษย์หมาป่าเปลี่ยนคนเป็นหมาเหมือนแวมมั้ย คยองเห็นอะไร ใครลอบฆ่า ไปขโมยชิอุมาแบบนี้เด๋วก็เข้ามาวุ่นวายในป่าหรอก
    #62
    2
    • #62-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 10)
      28 สิงหาคม 2561 / 14:42
      ต้องรอติดตามตอนต่อไปนะคะ อิอิ
      #62-1
    • #62-2 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 10)
      29 สิงหาคม 2561 / 01:37

      รออยู่ซำเหมอ
      #62-2
  5. #61 kim_lumin (@kim_lumin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 18:21

    แงง คิดถึงเรื่องนี้ รอเลยนะคะ คุณหมาป่าทะไมอบอุ่นอะไรเบอร์นี้ ชิอุของแม่หนูทำไมน่าสงสารแบบนี้ลูก ไม่อายุสั้น ไม่ได้เด็ดขาด ต้องอยู่กับคุณหมาป่าไปนานๆนะ
    #61
    1
    • #61-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 10)
      28 สิงหาคม 2561 / 14:40
      ขอบคุณที่รอนะค่า ฮือออ
      คนพี่ว่าน่าสงสาร คนน้องก็ไม่ต่างเลยเนาะ 5555 (แต่งเองไม่ใช่?)
      #61-1
  6. #60 DagaMaka (@DagaMaka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 15:42
    งื้อออคุณหมาป่าทำไมอบอุ่นแบบนี้ชิอุอย่าเป็นอะไรนะลูก
    #60
    1
    • #60-1 Angekiez (@Jinkiez) (จากตอนที่ 10)
      28 สิงหาคม 2561 / 14:39
      อยากมีหมาป่ามากอดบ้างเนอะ อิอิ
      #60-1